รีวิว YAMAHA NMAX 155cc 2 ล้อดีไซน์สปอร์ต เครื่องยนต์แบบใหม่พร้อมกับระบบเบรกที่ให้ความมั่นใจในทุกการขับขี่

 

   108plaza รีวิวสินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้ เราอยู่กับมอเตอร์ไซต์ดีไซน์สวย สำหรับคนที่รักในการขับขี่ 2 ล้อคู่ใจ กับเครื่องยนต์ที่เป็นเอกสิทธิ์ของทางยามาฮ่าเอง พร้อมกับระบบเบรกที่ให้ความมั่นใจในการหยุดรถได้ดีมากขึ้น เรียกว่ามีความน่าสนใจในมอเตอร์ไซต์ในรุ่น NMAX 155cc ที่แอดมินจะพาไปรีวิวกันแบบเจาะลึกทุกส่วนของตัวรถกันเลย

   ในช่วงแรกนี้แอดมินจะพาไปดูว่า YAMAHA NMAX 155cc คันนี้มีรายละเอียดเบื้องต้นอะบ้าง แล้วจุดไหนบ้างที่เป็นจุดเด่นที่เหนือกว่ารถรุ่นอื่นๆ ในตลาดบ้านเราตอนนี้ ในส่วนแรกเลยก็คงจะเป็นเรื่องของดีไซน์ของตัวรถ ด้านหน้านั้นมาพร้อมกับไฟแบบ Full LED คือจะมีทั้งไฟต่ำและไฟสูงที่ให้ความสว่างในเวลากลางคืนได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว ถัดมาก็จะมีไฟรี่มาให้ในส่วนบนของโคมไฟด้านหน้า ไฟเลี้ยวก็จะอยู่ที่แฟริ่งด้นข้าง ก็ดีไซน์ออกมาได้ค่อนข้างที่จะลงตัวเลยทีเดียว แล้วที่แอดมินมองว่าเป็นจุดเด่นของรถคันนี้คือเรื่องของระบบเบรกที่ล้อด้านหน้า จะเป็นระบบเบรกแบบ ABS ซึ่งจะทำให้การหยุดรถในระยะสั้นเนี่ยทำได้ดีขึ้น มั่นใจขึ้น แล้วก็รู้สึกปลอดภัยขึ้นด้วยนั้นเอง ตัวจานเบรกนั้นจะมีการดีไซน์ให้เป็นร่องเล็กๆ แล้วก็เป็นหลุมเล็กๆ อยู่ทั่วจานเบรกด้านหน้า ตรงนี้เองเนี่ยมันเป็นการออกแบบมาใหม่ทำให้การตรวจจับของตัวเซนเซอร์ ABS นั้นตรวจให้รู้ว่าเมื่อเวลามีอาการล้อล็อค ระบบเบรก ABS ก็จะทำงานทันที ซึ่งตรงนี้ทีมงาน 108plaza เองก็ได้ทำการทดสอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็พบว่าระบบเบรกมีความมั่นใจขึ้นอย่างที่ได้กล่าวมาข้างต้นจริงๆ การทรงตัวเวลาที่แบรกแรงๆ กะทันหันก็ทรงตัวได้ดีอีกด้วย ค่อนข้างประทับใจในระบบเบรกของรถคันนี้เลย สำหรับตัวเลือกที่มีให้คนที่ชอบรถรุ่นนี้ ก็จะมีเปิดตัวกันมาด้วยกัน 4 สี 4 แบบด้วยกัน ได้แก่สีแดง-เทา สีดำ-เทา สีขาว-เทา และสีน้ำตาล-เทา ก็เลือกกันตามใจชอบเลย ส่วนตัวแอดมินเองค่อนข้างที่จะชอบสีแดง-เทามากเลยทีเดียว

   อีกหนึ่งจุดเด่นที่มีในรถ YAMAHA NMAX 155cc คันนี้ก็คงจะอยู่ทีเรื่องของเครื่องยนต์ที่ค่อน้างล้ำหน้าและก็รีดสมรรถนะออกมาได้ดีขึ้น ด้วยเทคโนโลยีแบบ บลูคอล การออกแบบลูกสูบ เสื้อสูบ แบบ diasil แล้วก็การออกแบบข้อเหวี่ยงในกระบอกสูบ ก็ออกแบบมาใหม่ให้มีองศาที่เยื้องกัน เพื่อที่จะลดแรงเสียดทานในกระบอกสูบในเครื่องยนต์ ทำให้ตรงนี้เครื่องยนต์ก็มีกำลังที่สูงขึ้น แล้วก็มีการประหยัดเชื้อเพลิงได้มากขึ้นด้วยนั้นเองนะครับ ซึ่งตามคู่มือการใช้งานก็บอกไว้ว่า เครื่องยนต์เป็นแบบวาล์วแปรผัน VVA ที่หลังจากที่ทีมงานได้ทำการทดสอบทั้งตัวแรงต้นและแรงปลายของการขับขี่นั้น ก็รู้สึกได้เลยว่าแรงฉุดในรอบเครื่องต่ำๆ คือแรงต้นมาค่อนข้างเต็มที่ รู้สึกว่าตัวรถมันพุ่งและกระชากไปข้างหน้าได้อย่างดีเลยทีเดียว จุดเด่นของรถคันนี้ก็น่าจะอยู่ที่แรงต้นที่มาเต็ม แต่แรงปลายในช่วงความเร็ว 110 กม./ชม. ขึ้นไปเนี่ยนะครับ ก็รู้สึกว่ายังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ยังพอรู้สึกว่ารถมีแรงกระชากอยู่บ้าง แต่ไม่เหมือนกับรถมอเตอร์ไซต์รุ่นใหญ่ๆ กว่านี้ ถัดมาในส่วนของช่วงล่างของรถรุ่นนี้ ด้านหน้าเป็นแบบเทเลสควอปิกส์ ส่วนด้านหลังเป็นแบบโช๊คคู่ ทางทีมงานก็ได้ทดสอบนั่งซ้อนกันสองคน ด้วยน้ำหนักเฉลี่ยก็อยู่ที่ 70 กก. ต่อคนนะครับ ก็ให้ความรู้สึกว่าระบบกันสั่นสะเทือนของรถรุ่นนี้ทำให้มาได้ค่อนข้างนุ่มดีครับ ขับขี่ในระยะทางไกลๆ ก็นั่งได้สบาย แต่ว่าขับไกลๆ แนะนำว่าให้พักประมาณสักระยะ 150 กม. ก็ควรจะพักเพราะว่าท่านั่งของตำแหน่งคนซ้อนค่อนข้างที่จะนั่งได้ไม่ค่อยสบายเท่าไหร่นักนะครับ ส่วนขนาดขอบล้อที่ให้มาก็เป็นล้อขนาด 13 นิ้วทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

   ก็ต้องของสรุปการรีวิวสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้เอาไว้ว่า รถมอเตอร์ไซต์ YAMAHA NMAX 155cc คันนี้เป็นรถมอเตอร์ไซต์ที่ขับขี่ในเมืองได้ดีเลยทีเดียว วงเลี้ยวสามารถซอกซอนในที่แคบๆ ได้ แล้วทางตรงก็สามารถเร่งความเร็วได้ติดมือดีมากในช่วงแรงต้น ท่านั่งในการขับขี่ในระยะทางไม่ไกลมากก็ค่อนข้างนั่งสบายดีเลย ส่วนราคาอยู่ 78,xxx บาทครับ ใครสนใจแล้วก็วางงบไว้ประมาณนี้ก็ลองไปทดสอบขับด้วยเองกันได้เลยที่ศูนย์บริการทั่วประเทศ

รีวิว Motorola Moto 360 SmartWatch Android เครื่องแรกของโลกที่ยังได้รับความนิยมอยู่

 

   สำหรับการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ของเราในตอนนี้ กับทีมงาน 108plaza ที่จะมารีวิวนาฬิกาที่ถือว่าเปิดตัวมาได้นานมากแล้ว แต่ตอนนี้กระแสมันกลับมาอีกครั้งหนึ่ง กับนาฬิกาอัจฉริยะที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ในรูปตัวอย่างสินค้าด้านบนนี้ ที่เป็นตัวเรือนกลมๆ นี้นะครับ บางคนที่ไม่เคยเห็นนาฬิกาของแบรนด์นี้อาจจะไม่เชื่อว่ามันเป็น smartwatch เพราะว่าปกติทั่วไปแล้ว นาฬิกาอัจฉริยะหลายๆ ยี่ห้อจะมีทรงเป็นแบบสี่เหลี่ยม เป็นหน้าจอใหญ่ๆ ซึ่งมันดูแล้วก็ไม่ได้เหมือนกับนาฬิกาเท่าไหร่ แต่จุดเด่นของตัว smartwatch ยี่ห้อ Motorola รุ่น Moto 360 watch เรือนนี้ที่จะรีวิวกันเนี่ยนะครับ คือดูเผินๆ มันก็เหมือนนาฬิกาทั่วไปที่ใช้ดูเวลา ดูวันที่ อะไรแบบนี้นะครับ แต่สาเหตุที่มันกลับมาเป็นกระแสอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ทำให้ทีมงานเราได้จับมารีวิวกันก็เพราะว่าตอนนี้มีสมาร์ทโฟนของค่าย Moto รุ่น Moto x play ออกมาแล้วก็ค่อนข้างได้รับความสนใจกนดีเลยทีเดียวเนี่ยนะครับ แล้วใครที่ซื้อสมาร์ทโฟนค่ายนี้ไปก็จะได้ของแถมเป็นนาฬิกาไปด้วย นี่แหละคือประเด็นที่ทำให้มันกลับมาเป็นกระแสอีกครั้งหนึ่ง คือองฟรีนี่แหละครับเพื่อนๆ ก็เลยจับมารีวิวกันนิดหนึ่ง อ่านรีวิวแล้วเพื่อนๆ คนไหนสนใจลองไปหาซื้อสมาร์ทโฟน Moto x play กันได้นะครับ

   มาดูรายละเอียดของตัว smartwatch android ware เครื่องแรกของโลกตัวนี้กันก่อนเลย ตัวเรือนเป็นสายหนังอย่างดีเลย รัศมีของตัวเรือนนาฬิกามีขนาด 46 มิมลิเมตร ก็เดากันเอานะครับว่าใหญ๋หรือเล็ก เหมาะกับข้อมือเรารึเปล่า หน้าจอมีขนาด 1.56 นิ้ว ตัวบอดี้นาฬิกาเป็นโลหะอย่างดีเลย เรื่องงานประกอบนี่ผมยกนิ้วให้กับทาง Moto เขาเลยนะครับ เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ทำมาได้ดี แน่นหนา นอกจากนั้นมาพร้อมกับหน่วยความจำในตัวเครื่อง 4 GB RAM 512 MB หลายคนถามว่าสเปคเท่านี้ มาพร้อมกับซีพียูที่เป็นของตัว Moto ร่วมกันกับทาง google ที่ให้ระบบปฏิบัติการเป็น smartwatch android ware เครื่องแรกของโลกแบบนี้มา เพียงพอหรือไม่ คำตอบหลังการทดสอบใช้งาน ผมว่าไม่มีปัญหาอะไร เพราะระบบภายในมันไม่ได้เยอะเหมือนสมาร์ทโฟนนะครับ ก็ถือว่าใช้งานรวดเร็วดี แล้วหลายคนก็สงสัยว่า smartwatch มันมีออกมานานแล้วนะ ทำไมบอกว่าเป็นเครื่องแรกของโลกละ ถูกต้องครับ ซัมซุง หรือ แบรนด์อื่นๆ ก็มี smartwatch ออกมาขายกันนานแล้ว แต่นั้นไม่ได้เป็นของ android ที่ google ทำระบบปฏิบัติการภายในมาให้นะครับ แต่ตัว Moto 360 ตัวนี้ถือว่าเป็นเครื่องแรกเลย

   ฟังก์ชั่นการใช้งานมีระบบพลิกข้อมือแล้วหน้าจอติด ไม่ใช่งานหน้าจอจะดับไป แล้วก็แน่นอนว่านอกจากจะดูเวลา ดูวันที่ปกติที่ให้เป็นโหมดนาฬิกาแล้ว ก็ยังสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนในฝั่ง android เพื่อควบคุมสมาร์ทโฟน ดูการแจ้งเตือนต่างๆ ที่เป็นแอปในสมาร์ทโฟนได้ทั้งหมดเลย นอกจากนั้นถ้าเราไม่พอใจในรูปแบบหน้าปัดนาฬิกาที่ให้มา เราสามารถดาวน์โหลดเพิ่มเดิมได้ว่าจะเอาธีมแบบไหน ก็มีให้เลือกเยอะแล้วก็ฟรีด้วย ถัดมาเป็นระบบ google now สามารถสั่งงานด้วยเสียงผ่านสมาร์ทโฟนได้ด้วย แต่ต้องสั่งงานเป็นภาษาอังกฤษนะครับ นอกจากนั้นก็จะมีการสั่งงานด้วยเสียงให้มีการจดโน้ตต่างๆ รวมไปถึงการสั่งให้ตั้งค่าต่างๆ ผ่านตัวสามาร์ทโฟนได้ด้วย อีกหนึ่งจุดเด่นของคนที่ชอบออกกำลังกาย smartwatch ตัวนี้สามารถที่จะวัดการเผาผลาญแคลอรี่ แล้วก็สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้ด้วย จะมีตัวเซนเซอร์อยู่ที่ตรงดานหลังของตัวเรือนนาฬิกา ที่เป็นส่วนที่สัมผัสกับข้อมือของเรา ก็สามารถวัดค่าได้ค่อนข้างตรงกับตัวเครื่องวัดอื่นๆ ที่เป็นของทางแพทย์เลยเหมือนกันนะครับ ก็ทำการทดสอบแล้วเรียบร้อยแล้ว ต่าที่ได้จากตัว moto 360 เรือนนี้ก็สามารถอ้างอิงได้ในทางการแพทย์เช่นกัน การใช้งานต่างๆ ก็ถือว่ารวดเร็ว ไหลลื่นดีเช่นกัน ถัดมาก็จะสามารถวัดก้าวเดินได้ด้วย ซึ่งข้อมูลต่างๆ เหล่านี้เราสามารถจะไปดูข้อมูลแบบหน้าจอใหญ่ๆ ชัดๆ อีกทีได้ผ่านตัวแอปพลีเคชั่นบนสมาร์ทโฟนที่เราจะสามารถ sing กับข้อมูลตรงนี้แล้วนำไปเก็บไว้เป็นข้อมูลรวมๆ ได้เช่นกัน

   ก็ถือว่ามีลูกเล่นที่ค่อนข้างเยอะ แล้วตอนนี้เปิดตัวมานานแล้ว ราคาก็จะลดลงแล้วในกรณีที่เพื่อนๆ อยากจะซื้อแค่ตัว smartwatch ตัวนี้เพียวๆ เลย แต่ถ้าใครอยากจะได้สมาร์ทโฟน Moto x play ด้วย อยากได้ของแถมด้วย อันนี้ต้องรีบๆ ไปหาดูตามร้านที่จัดโปรโมชั่นอยู่นะครับ ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่น่าสนใจแล้วก็กำลังอยู่ในกระแสนั้นเองครับ   

รีวิว Beats Pill XL MiNi Boxset ลำโพง่บลูทูธเสียงดังมาก มี NFC ‘ง่ายต่อการเชื่อมต่อ

 

                             ก็ต้องบอกว่าช่วงนี้เรื่องของ gadget ที่เป็นสินค้าเกี่ยวกับลำโพงบลูทูธนั้นมาแรงจริงๆ เพราะมีเพื่อนๆ แล้วก็น้องๆ inbox เข้ามาถามรายละเอียดเพิ่มเติมกันใน facebook ของเราที่ 108plaza กันค่อนข้างเยอะมาก เกี่ยวกับเรื่องของการใช้งานลำโพงบลูทูธในหลายๆ รุ่น หลายๆ ยี่ห้อที่แอดมินได้รีวิวไปแล้ว ก็สามารถเข้ามาถามข้อมูลเพิ่มเดิมกันได้นะครับสำหรับเพื่อนๆ ที่มีข้อสงสัยในบางประเด็นที่แอดมินเองไม่ได้เขียนรีวิวเอาไว้ให้ บางทีก็อาจจะเห็นว่ามันไม่ได้เป็จุดเด้นอะไร แต่ก็มีน้องๆ หลายคนที่สนใจ อยากจะรู้ ก็เข้ามาสอบถามเพิ่มเติมกันได้ เพื่อนำไปประกอบการตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อสินค้าตัวนั้นๆ นะครับ แต่คร้งนี้เราอยู่กับลำโพงบลูทูธตัวนี้เลย Beats pill รุ่นเล็กที่เป็นรุ่นเปลือยกล่องมา เป็นแบบ mini boxset จะเป็นอย่างไรนั้น มาดูกันครับ

   สำหรับลำโพงบลูทูธรุ่นนี้มันจะแตกต่างจากตัวที่เป็นลำโพงแบบ Full boxset ในรุ่นเดียวกันของตัว beats pill ตัวนี้นะครับ คือหลักๆ เลยที่เอามารีวิวก็เพราะว่าราคาครับ ราคามันถูกกว่ากันหลักพันเลยทีเดียว คือ beats pill ตัว full boxset ก็จะมีก็จะเป็นกล่องใหญ่เลย มีอุปกรณ์เสริม มีใบรับประกันมีคู่มือการใช้งานต่างๆ มาให้เลย แต่ตัว mini boxset เนี่ยมาแค่กล่องกระดาษเฉยๆ ห่อมาให้อย่างเดียวพร้อมกับตัว beats pill เลย แล้วก็มีสาย AUX 3.5 มม. มาให้แล้วก็มีสายชาร์จมาให้แค่นั้นเอง แต่ตัวลำโพงนั้นสเปคก็เหมือนกับตัว full box ทุกอย่างเลย ซึ่งถ้าว่ากันตรงๆ ใครที่อยากจะได้ตัวลำโพงบลูทูธตัว beats pill ตัวนี้เนี่ย แล้วงบน้อย อยากจะประหยัด ก้ไม่ต้องเอาอุปกรณ์เสริมที่มันไม่ค่อยได้ใช้งานเยอะเท่าไหร่เนี่ย ก็ไม่ต้องเอาตัว full box ก็ได้ เพราะเรื่องของคุณภาพก็ไม่ต่างกันนะครับ ซึ่งก่อนที่แอดมินเองจะมาทำรีวิวนี้ ก็ได้ทำการทดสอบมาบ้างแล้ว ต้องบอกว่าเสียงค่อนข้างที่จะดังเกินตัวเลยทีเดียว ถือว่าเป็นลำโพงบลูทูธตัวเล้กๆ แต่เวลาที่เราเอาไปเปิดกลางแจ้ง นั่งเป็นกลุ่มปาร์ตี้กัน อะไรแบบนั้น ผมบอกได้เลยว่าเอาอยู่สำหรับเสียงและความดัง ซึ่งเนื้อวัสดุที่ทำมาทำบอดีในรุ่นนี้ ถือว่าเป็นวัสดุที่ทนทาน เป็นอลูมิเนียม ด้านล่างเป็นพลาสติก ABS ที่ให้ความเบาแต่แข็งแรงพอสมควรเลย เรียกว่าทั้งการดีไซน์มาให้น่าใช้งานแล้ว เรื่องของความดังและคุณภาพเสียง ผมว่ามันค่อนข้างที่จะโอเครเลยทีเดียว

   ถัดมาก็มาดูกันที่การใช้งานของตัวลำโพงบลูทูธ Beats pill XL mini boxset ตัวนี้กันบ้างนะครับ ซึ่งทางด้านหลังของตัวลำโพงก็จะมีช่องเสียบสายชาร์จแบตเตอร์รี่ ปุ่มเพาเวอร์ ปุ่ม pair สัญญาณบลูทูธในกรณีที่เราจะเชื่อมต่อบลูทูธก็ต้องกดเปิดปุ่มนี้ก่อน ถัดมาก็เป็นช่องเสียบสาย input และ output แบบแจ็ค 3.5 มม. ถัดมาก็เป็นจุดที่จะเอาไว้แตะเพื่อเชื่อมต่อแบบ NFC คือใครที่มีสมาร์ทโฟนหรือเครื่องเล่นที่เชื่อมต่อ NFC ได้เนี่ย ก็ค่อนข้างสะดวก ไม่ต้องมาจับคู่บลูทูธกันอีกแล้ว แตะปุบ ติดปับเลย ถัดมา beats pill ตัวนี้สามารถใช้เป็น speaker phones ได้ด้วย สามารถที่จะรับสายหรือวางสายเรียกเข้าได้เลยในกรณีที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ถัดมาก็เป็นปุ่มเพิ่มเสียง ลดเสียง pause เพลง ถ้ากดค้างก็จะเป็นปุ่มเลื่อนเพลง ก็ใช้งานง่ายๆ คล้ายๆ กับลำโพงบลูทูธทั่วไป ไม่ต้องอ่านคู่มือก็ใช้งานได้แอดมินเชื่อว่าอย่างนั้นนะครับ ส่วนตัวบอดี้เองก็ทำจากวัสดุค่อนช้างดี แข็งแรง ตัวลำโพงก็มีขนาดไม่ได้ใหญ่มาก ก็พกใส่กระเป๋าไปได้ แต่อาจจะมีน้ำหนักที่หนักสักนิดหนึ่ง ตรงนี้อาจจะส่งผลดีต่อน้ำเสียงของเบสด้วย เพราะถ้าเบาเกินไป เสียบเบสจะไม่แน่น จะไม่ค่อยกระแทกกระทั้นเท่าไหร่นั้นเอง

มาพูดถึงเรื่องของน้ำเสียงกันบ้าง แอดมินเองก็ได้ทดสอบเปิดเพลงจากไฟล์ mp3 ธรรมดานี่แหละนะครับ ข้อดีอย่างแรกเลย เสียงดังมาก ใครที่เน้นแบบลำโพงเล็กๆ แต่ทำไมมันดังจัง อันนี้ตอบโจทย์ แต่ข้อเสียมี ความดังของมันทำให้มิติของเสียงมันไม่ครบ ถ้าเร่งเสียงจนดังจริงๆ จะฟังไม่ไพเราะหู จะไม่เหมือนลำโพงใหญ่ๆ ที่เร่งดังๆ แล้วจะฟังนุ่มหู อะไรแบบนั้น แต่ถามว่าถ้าเร่งให้พอดี ไม่ได้ดังมาก เอาแบบพอตัว ถือว่าเป็นลำโพงอีกหนึ่งตัวที่มีครบทุกแนว ทั้งเบสแบบนุ่มลึก เสียงกลางก็ชัดเจน เสียงแหลมก็ไม่ปาดหูจนเกินไป อย่างไรแล้วก็ต้องให้เพื่อนๆ ที่สนใจในลำโพงบลูทูธตัวนี้เนี่ย ไปหาลองฟังด้วยหูตัวเองดู ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อนะครับ

รีวิว ALTO ZMX 122Fx มิกเซอร์ที่ราคาเบาๆ แต่มีเอฟเฟคในตัวไม่ต้องพึ่งใคร

 

   ต้องบอกว่าในวงการ sound engineer หลายๆ คน ไม่ว่าจะเป็นนักดนตรี คนทำซาวต์ มักจะมองหาแต่อุปกรณ์ที่คิดว่าดีแต่มีราคาแพงๆ มาใช้งานกัน แต่ไม่ค่อยจะมองอุปกรณ์ตัวช่วยในการรวมสัญญาณหรือว่ามิกเซอร์นั้นเอง ที่ราคาเบาๆ แต่ให้คุณภาพเสียงที่เรียกว่ามันก็พอใช้ได้ ไม่ขี้เหร่เลย อะไรแบบนี้มาใช้งานกัน ในตอนนี้ทางแอดมิน 108plaza ก็เลยไปจับเอาสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้มารีวิวกันให้เพื่อนๆ คนทำซาวต์ทุกคนเลย ได้อ่านกันเพื่อที่จะได้แนะนำว่าของดีราคาเบาๆ มันก็มีเหมือนกันนะ

   ตอนนี้เราอยู่กับอุปกรณ์ตัวช่วยรวมสัญญาณหรือที่เรียกกันทั่วไปว่า มิกเซอร์ นั้นเอง อยู่กับรุ่น ALTO ZMX 122Fx ซึ่งมิกเซอร์รุ่นนี้ก็เป็นตัวเล็กที่เอาไว้ใช้ในงานคาราโอเกะ งานประชุม งานเล็กๆ ทั่วไป แต่ถ้าใครที่อยากจะได้ที่รุ่นใหญ่กว่านี้ไปใช้ในงานเวที ห้องอัดเสียง สตูดิโอ ก็มีตัวรุ่นใหญ่กว่านี้ที่เป็นรหัสอย่างเช่น 162Fx หรือ 242Fx อะไรแบบนี้ไป ก็สามารถหาซื้อกันได้ แต่ก่อนที่จะไปหาซื้อ มาอ่านรีวิวกันก่อนดีกว่าว่ามันดีจริงหรือเปล่า มันมีข้อเสียตรงไหนบ้างสำหรับมิกเซอร์ตัวนี้ครับ

   สำหรับมิกเซอร์รุ่น ALTO ZMX 122Fx ตัวนี้ก็จะมีช่องสัญญาณ input แบบขาเข้าที่เป็นช่องไมค์หรือช่อง โมโน ที่เรียกกันทั่วไปนเยนะครับอยู่ด้วยกัน 4 ช่อง แล้วก็มีช่อง สเตอริโอ ที่เอาไว้เสียบพวกเครื่องเล่นต่างๆ เครื่องอ่านซีดี หรือไปเสียบกับคอมพิวเตอร์ที่เป็นสายสเตอริโอทั่วไปเนี่ยนะครับ มีอยู่ 2 ช่องด้วยกัน ถ้าเสียบไมค์โครโฟนเพื่อที่จะร้องคาราโอเกะกันในบ้านอะไรแบบนี้นะครับ ก็เสียบไมค์สายได้ 4 ตัวสบายๆ ไม่ต้องมาแย่งกันเลย แล้วก็มิกเซอร์ตัวนี้มีเอฟเฟคในตัวด้วย แต่ก่อนที่จะไปคุยเรื่องเอฟเฟค ไปดูเรื่องของปุ่ม volume ต่างๆ ที่มีมาให้ในมิกเซอร์รุ่นนี้กันบ้าง ปุ่มบนสุดปุ่มแรกเลย ก็คือภาค gain เอาไว้เร่งหรือลดสัญญาณที่เข้ามา ถ้ามีน้อยเกินไปก็เร่งให้มันดังขึ้น ชัดขึ้นได้เลย แล้วก็ถัดมาก็เป็นภาคของ EQ ก็มีให้เลือกปรับอยู่ด้วยกัน 3 ย่านหลักๆ คือเสียงทุ้ม กลาง แหลม เหมือนมิกเซอร์ทั่วไป ถัดมาอีกหนึ่งภาค ก็เป็นตัวปุ่ม AUX นั้นเอง มีอยู่ด้วยกัน 2 AUX ซึ่งหน้าที่ตรงนี้เอาไว้ทำอะไร ก็คือ เอาไว้ทำเป็นมอนิเตอร์ เอาไว้ฟังเสียงในกรณีที่หันตู้ลำโพงไปคนละด้านกับเรา เราก็ทำมอนิเตอร์ฟังเลยว่าเสียงมันเพี้ยนมั้ย ดังเกินไปมั้ย อะไรแบบนี้ ทำได้เลยในมิกตัวนี้ แล้วก็มีปุ่มเอฟเฟค ที่เราจะรีวิวกันต่อไป อย่างเช่นทำเสียง แอคโค่ ดีเลย์ อะไรก็ว่ากันไป แล้วก็มีปุ่ม pan คือเอาไว้ทำมิติเสียง pan เสียงไปทางลำโพงด้านซ้าย ด้านขวา กึงกลาง ได้หมดเลย

   แต่อีกหนึ่งส่วนที่เราต้องรีวิวกันยาวสักนิดหนึ่ง เพราะมันเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่มิกเซอร์ในราคาที่อยู่ในงบ 5 พันบาทมีให้มาใช้งานกันในระดับมือโปรเนี่ยนะครับ ก็คือ มิกเซอร์ตัวนี้มีเอฟเฟคในตัวนั้นเอง ซึ่งปกติแล้วถ้าเราใช้ภาคขยายทีเป็นเครื่องเล่นต่างๆ ที่เอาไว้ร้องคาราโอเกะกันทั่วไปเนี่ยนะครับ ถ้ามีเอฟเฟคที่ใช้งาน ก็จะมีแค่รูแบบเอฟเฟคแบบ แอคโค่ ที่เป็นเสียงสะท้อนไปมาๆ อะไรแบบนี้ แต่มิกเซอร์ตัวนี้เราสามารถเลือกรูปแบบเอฟเฟคได้ถึง 16 แบบ เลยทีเดียว แล้วเราก็สามารถปรับแต่งรูปแบบเอฟเฟคได้หลากหลาย จะเอาแบบหางยาว เสียงกว้าง เสียงสั้น อะไรปรับได้แบบกึ่งๆ มือโปรเลยทีเดียว รูปแบบเอฟเฟคก็จะมีประมาณว่า เป็นเสียแบบ ลีเวิฟ เสียงสะท้อนยาวๆ หรือจะเอาแนวเสียงแบบ ฮอล์ เสียงในห้องกว้างๆ หรือจะเอาแบบ เสียงในห้องเล็กๆ อะไรแบบนี้ปรับได้หมดเลย เรียกว่าคุ้มค่ากับราคาที่เสียไปแน่นอนเลยนะครับ แต่ด้วยความที่มิกเซอร์ตัวนี้เป็นขนาดเล็ก ต้องการให้มีความเล็กตามไปด้วย ก็อาจจะใช้เป็นปุ่มแบบลูกบิดทั้งหมดเลย ทั้งตัวที่เป็น channel หรือ master ก็เป็นลูกบิดทั้งหมดเลยนั้นเอง

   ก็ต้องบอกว่าหลังจากที่ริวิวสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้แล้ว ถือว่าเป็นมิกเซอร์ที่สามารถใช้งานได้ง่ายๆ แล้วก็เรียนรู้ได้ไม่ยากสำหรับเพื่อนๆ หรือท่านใดที่ไม่ค่อยมีความรู้ในเรื่องของอุปกรณ์รวมสัญญาณแบบนี้นะครับ ย่างไรแล้วก็ต้องลองไปทดสอบหรือไปขอดูตัวสินค้าแบบจริงๆ กันได้ตามร้านขายอุปกรณ์เครื่องเสียงทั่วไปได้เลย เชื่อว่าแบรนด์นี้มีขายทั่วประเทศแน่นอนครับ

มาแล้วแน่นอนปลายเดือนมิถุนายน 2016 นี้ สมาร์ทโฟนที่คุณรอคอย OPPO Find 9

 

   ก็เป็นที่น่าตื่นเต้นอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวสำหรับสาวกของ OPPO ที่หลงใหลในเรื่องของกล้องแล้วก็หน้าจออันสุดยอดของสมาร์ทโฟนแบรนด์นี้ หลังจากที่ oppo เองได้ทำการเปลี่ยนสโลแกนของตัวเองมาเป็น camera phone เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ยิ่งทำให้กระแสไม่ว่าคนที่ชอบถ่ายรูปเซลฟี่ด้วยกล้องหน้า หรือ คนที่ชอบถ่ายภาพสวยๆ ด้วยกล้องหลัง ที่แทบจะสะกดทุกสายตาของคนที่ใช้ oppo ในหลายๆ รุ่นที่ผ่านมา ในครั้งนี้เองทางทีมงาน 108plaza ก็ได้นำข้อมูลมาอัพเดทให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกันครับ

   Gadget สินค้าอินเทรนด์ที่จะพรีวิวกันในตอนนี้ ก็คือสมาร์ทโฟนที่คาดการณ์กันเอาไว้ว่าจะมีการเปิดตัวมาเมื่อไหร่กันแน่ หลังจากที่รอคอยกันมาประมาณปีกว่าๆ แล้วในสมาร์ทโฟนของ oppo ในตระกูล find series ล่าสุดก็มีข่าวมาจากประเทศจีนว่าบริษํท oppo ได้เตรียมตัวที่จะเปิดตัวสมาร์ทโฟนตัวใหม่ รุ่นใหม่ ที่ไม่ใช่แค่เพียงรุ่นเดียว แต่จะเปิดตัวพร้อมๆ กันถึง 3 รุ่นหลักเลยทีเดียว แล้วหนึ่งในนั้นก็จะมีตัวสมาร์ทโฟน oppo find 9 มาด้วยแน่นอน แต่ตามข่าวที่ทางทีงาน 108plaza ของเราส่งตรงมาจากประเทศจีนนั้น ยังไม่มีความแน่ชัดว่าจะมีการเปิดตัวในวันที่เท่าไหร่ของเดือนมิถุนายน 2016 นี้ แต่คาดว่าจะเป็นในช่วงปลายเดือนที่จะถึงนี้แน่นอนเลยทีเดียว ตามข่าวเองนั้นก็ทราบสเปคคร่าวๆ มาแล้วว่าตัวเครื่องนั้นจะมาพร้อมกับอะไรบ้าง เดี่ยวไปดูสเปคของ oppo find 9 กันแบบเจาะลึกก่อนมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการกันเลยดีกว่าครับ

   ซึ่งคาดว่าสมาร์ทโฟนเรือธงอย่าง oppo find 9 นั้นจะมาพร้อมกับชิปประมวลผลเป็นตัว snapdragon 820 เท่านี้ยังไม่พอ หน้าจอของจะรองรับการแสดงผลความคมชัดสูงสุด ณ ตอนนี้อีกด้วย นั้นก็คือจะมาพร้อมกับหน้าจอระดับ 4K กันเลยทีเดียว ถัดมาก็จะมี RAM 6 GB หน่วยเก็บความจำในตัวเครื่องให้มาแบบเต็มๆ กันถึง 128 GB ต่อมาก็จะมีการพัฒนาและปรับปรุ่งในเรื่องของระบบการชาร์จแบตเตอร์รี่ที่ oppo เองเรียกว่าระบบชาร์จไวแบบ vooc นั้นเอง จะมีการเปลี่ยนให้มีการชาร์จได้ไวขึ้นกว่าเดิม คาดว่าเพียง 15 นาที จะสามารถชาร์จแบตได้จาก 0 ขึ้นมาให้ได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว แล้วก็คาดว่าจะสามารถใช้เวลาชาร์จได้จนเต็ม 100เปอร์เซ็นต์เพียงแค่ 25 นาทีเท่านั้นเอง อีกหนึ่งเรื่องที่จะไม่พูดเลยคงไม่ได้ เพราะนี่ดูเหมือนจะกลายเป็นจุดเด่นของสมาร์ทโฟนแบรนด์นี้ไปเสียแล้ว นั้นก็คือเรื่องของกล้องนั้นเอง โดยกล้องของสมาร์ทโฟนรุ่น oppo find 9 นั้นจะถูกพัฒนาให้มีการถ่ายวีดีโอได้ดีขึ้นกว่าเดิม โดยจะใช้เป็นระบบป้องกันการสั่นด้วย smart sensor ที่สามารถทำงานได้ดีกว่าระบบป้องกันการสั่นแบบเดิมที่เรียกกันว่า OIS แล้วเรืองของกล้องที่จะสามารถถ่ายเซลฟี่ได้อย่างเนียนตาและสวยมากขึ้นด้วยโหมดบิวตี้ที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ แต่อย่างไรก็ตามแต่ ก็ยังมีนักวิเคราะห์อีกมากมายที่ได้วิจารกันเอาไว้ว่า oppo find 9 นี้จะไม่ตอบโจทย์สำหรับคนที่ชอบกล้องเป็นพิเศษ แล้วตัวกล้องเองก็คาดว่าจะไม่ได้ดีเท่ากับสมาร์ทโฟนในรุ่น oppo F1 ที่เปิดตัวออกมาก่อนหน้านี้แล้วไม่นานนี้ เพราะสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะเน้นไปที่ฟี่เจอร์เด็ดๆ ก็คือเรื่องของกล้องไปแล้ว แต่สเปคไม่ได้แรงสะใจ แต่สำหรับ oppo find 9 เองจะเน้นไปที่เรื่องของสเปคแรงๆ มากกว่า คือจะไปตอบโจทย์คนที่อยากได้สมาร์ทโฟนแรงๆ เพื่อเอาไว้เล่นเกมส์ เอาไว้ทำงานในส่วนอื่นๆ ที่เน้นเครื่องแรงเป็นหลัก แต่เรื่องกล้องก็ยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่ดีอยู่ แต่ก็ไม่ดีเท่ากับรุ่นที่บอกไปเมื่อสักครู่นี้นั้นเอง ซึ่งก็ทำให้การวางตำแหน่งทางการตลาดของตัว oppo find 9 นั้นจะเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงที่อยากจะให้กลุ่มคนที่รอสมาร์ทโฟนที่ซื้อมาเพื่อความบันเทิงจริงๆ มากกว่าเน้นเรื่องกล้องอย่างที่ว่าไปแล้วนะครับ

   สำหรับเพื่อนๆ ที่รอคอยการเปิดตัวของทาง oppo find 9 หรือว่าสมาร์ทโฟนในรุปอื่นๆ อยู่ก็ตามแต่ ที่ยังไม่ยอมเผยออกมาให้เห็ฯอีก 2 รุ่นที่เหลือว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนในกลุ่มไหน แล้วจะมีอะไรเด็ดๆ บ้างนั้น แต่คาดว่า oppo ก็คงจะไม่ทำให้คนที่รอคอยและประทับใจในเรื่องของกล้องในสมาร์ทโฟนแบรนด์นี้ต้องผิดหวังอย่างแน่นอน แอดมินเชื่อว่าอย่างนั้นนะครับ ซึ่งราคาที่ตามคาดกันเอาไว้นั้น สำหรับสมาร์ทโฟนเรือธงอย่าง oppo find 9 นั้นจะมีราคาที่ไม่ต่ำกว่า 15,xxx บาทอย่างแน่นอนเลยทีเดียว อย่างไรก้ตาม ถ้ามีความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้เมื่อไหร่ ทางทีมงาน 108plaza จะนำข้อมูลมาพรีวิวและก็จะรีวิวกันในตอนที่ตัวเครื่องเข้ามาบ้านเราให้เร็วที่สุดอย่างแน่นอนเลยทีเดียว

Review Solarin สมาร์ทโฟนสวนกระแส ราคาแพงเกือบ 6 แสนบาท จะหรูอย่างไรมาดูกัน

 

   ก็ต้อง ทึ่ง จริงๆ เลยสำหรับแฟนๆ 108plaza ของเราที่เข้ามาอ่านหัวข้อที่เราจะรีวิวกันในครั้งนี้ เชื่อว่าอ่านไม่ผิด สายตาคุณยังดีอยู่นะครับ สำหรับ gadget สินค้าอินเทรนด์ที่แอดมินนำมาฝากในครั้งนี้ เป็นสมาร์ทโฟนสุกหรูราคาเหยียบๆ 6 แสนบาท ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ค่อนข้างจะสวนกระแสโลกกันเลยทีเดียว เพราะในตอนนี้เนี่ย ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนหลายๆ ค่ายเองก็แห่กันที่จะผลิตสมาร์ทโฟนคุณภาพดี ราคาประหยัดๆ กันออกมา แต่รายนี้ไม่อย่างนั้นครับ เป็นสมาร์ทโฟนทางฝั่ง Android ที่ทำราคาออกมาได้น่าทึ่งมากเลย แต่จะดีแค่ไหน สวยหรูเพียงใด คุ้มค่ากับเงินที่จะเสียไปเยอะขนาดนี้หรือเปล่า มาดูกันครับ

   สำหรับสมาร์ทโฟนสุกหรู ราคาก็ครึ่งล้านเมื่อคิดเป็นเงินไทยแล้วเนี่ยนะครับ ก็มาจากบริษัทที่ชื่อว่า sirin lab นั้นเอง ก็ได้ทำการเปิดตัวสมาร์ทโฟนหน้าจอ 5.5 นิ้ว เป็นระบบปฏิบัติการ Android ซึ่งราคาที่เปิดตัวในต่างประเทศนั้นอยู่ที่ 9,500 ยูโร ซึ่งราคานี้ถ้าคิดเพียวๆ เป็นเงินไทยก็ประมาณ 4 แสนกว่าบาท แต่ถ้าคิดแบบดีๆ แล้วบวกภาษีนำเข้าไปแล้วด้วย ถ้าเศรษฐีเมืองไทยคนไหนที่สนใจสมาร์ทโฟนสุดแพงเครื่องนี้ จะต้องจ่ายเงินไปประมาณเกือบๆ 6 แสนบาทกันเลยทีเดียวครับ

   โดยรายละเอียดที่เปิดเผยออกมาจาก sirin lab นั้นก็บอกไว้ว่า สเปคของสมาร์ทโฟนเครื่องนี้เนี่ย จะมาพร้อมกับชิปประมวลผลเป็น core comm snapdragon 810 processer แล้วก็ตัวเครื่องนั้นรองรับการใช้งาน LTE ถึง 24 band ด้วยกัน ความพิเศษอย่างต่อมาที่เหนือกว่าสมาร์ทดฟนทั่วไปอีกหนึ่งอย่างคือ ตัวเครื่องนั้นสามารถที่จะรับสัญญาณ wifi ได้จากระยะกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไป แต่จะไกลเท่าไหร่นั้น ระยะที่ชัดเจนยังไม่มีใครวัดผลออกมาให้เราทราบกันในตอนนี้นะครับ นอกจากนี้ก็จะมาพร้อมกับกล้องหลังที่มีความละเอียดถึง 23.8 ล้านพิกเซล หน้าจอเป็นแบบ IPS LED 5.5 นิ้วอย่างที่บอกไป ความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ระดับ 2K ให้ความแรงของตัวเครื่องมาที่ RAM 4 GB แล้วก็ให้ความจุหรือหน่วยความจำในตัวเครื่องมาที่ 128 GB แต่ที่ค่อนข้างโดดเด่นคือน้ำหนักตัวเครื่องค่อนข้างเบา มีน้ำหนักเพียง 250 กรัมเท่านั้นเอง ซึ่งก็ดูเหมือนว่า เรื่องของสเปคนั้นไม่ค่อยเท่าไหร่ ถ้ามองดูจากสเปคของตัวเครื่องที่เดี่ยวนี้มันก็มีแบบสเปคจัดๆ ราคาหลักหมื่นก็ค่อนข้างเพียบเลย แต่จุดเด่นของตัว solarin ตัวนี้ก็คง่อยู่ที่การรักษาความปลอดภัยในการใช้งานของผู้เป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนเครื่องนี้เองมากกว่า โดยที่จะมีระบบป้องกันการเข้าถึงข้อมูลในตัวเครื่องแล้วก็การรักษาข้อมูลที่เป็นระบบที่ค่อนข้างเป็นที่ยอมรับของผู้คนในระดับโลก

   สำหรับทางเจ้าของสินค้าอย่าง sirin lab เองก็ได้มีการเปิดตัวแล้วก็วางจำหน่ายแล้วในช่วงวันที่ 1 มิถุนายน 2016 ที่ผ่านมานี้เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งก็จะวางจำหน่ายในร้านค้าแรกของทาง sirin lab เองด้วย เป็นร้านค้าที่อยู่ในกรุง ลอนดอน ประเทศอังกฤษ London England นั้นเองครับ แล้วก็มีการวางจำหน่ายกันไปในร้านค้าออนไลน์ของทาง sirin lab เองด้วย แล้วหลังจากวันที่ 30 มิถุนายน 2016 หรือประมาณสิ้นเดือนนี้เนี่ยนะครับ sirin lab เองก็จะกระจายตัวสินค้าที่เป็นสมาร์ทโฟนสุดหรูเครื่องนี้ออกมาวางจำหน่ายในทั่วโลก สำหรับเศรษฐีเมืองไทย ใครที่อยากได้ แล้วไม่อยากจะไปหิวมาจากอังกฤษนั้น ก็ลองติดตามข้อมูลกันต่อไปว่าจะมีตัวแทนนำเข้ามาขายในบ้านเราหรือไม่นะครับ ซึ่งใครที่อยากจะใช้สมาร์ทโฟนที่ไม่เหมือนใคร อยากแตกต่าง อยากใช้ของที่พรีเมี่ยม ก็ลองไปหาซื้อกันดูได้ ย้ำว่าราคาเกือบๆ 6 แสนบาทเลยทีเดียวนะครับ

   ซึ่งถ้าถามแอดมินเองหรือเท่าที่มีประสบการณ์รีวิวสมาร์ทโฟนในฝั่งของ android มาก็มากแล้วเนี่ยนะครับ ถามว่าสเปคที่ได้บอกมา กล้องความละเอียด 23.8 ล้านพิกเซล ถามว่ามีผลิตออกมาขายหรือยัง ก็คงบอกว่ามี มีแบรนด์จีนอย่าง Huawei หรือ LG เองที่แข่งขันเรื่องของกล้องที่มีความละเอียดเยอะๆ ก็ผลิตออกมาขายแล้วในราคาหลักหมื่นเท่านั้นเอง ก็ถือว่าราคาเกือบ 6 แสนเนี่ยก็ไม่ได้เป็นจุดเด่นอะไรมากนัก หน้าจอ 2K ก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่มีเข้ามา แต่ว่าหน้าจอที่ขนาด 5.5 นิ้วบนสมาร์ทโฟนที่ฝั่ง android เองก็เชื่อว่าอย่างแบรนด์ ซัมซุง เองก็ผลิตหน้าจอมาเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงหลายๆ รุ่นในราคาหลักหมื่น ก็มีเช่นกัน ก็ถือว่าไม่ได้เป็นจุดเด่นอะไรมากเท่าไหร่ โดยรวมแล้ว ถือว่า gadget สินค้าอินเทรนด์ที่นำมารีวิวในครั้งนี้ จุดเด่นมันก็คงอยู่ที่ราคาที่แพงหูฉี่นั้นเองนะครับ ใครมีตังค์มากพอก็ลองไปซื้อกันได้ เชื่อว่าไม่แพงแน่นอนสำหรับคุณ แต่ส่วนตัวแอดมินแล้วไม่เอาดีกว่า แพงไปครับ

Review Fix it pro ปากกาลบรอยขีดข่วนสำหรับรถยนต์ ลบได้เงาเหมือนเดิม

 

   108plaza ในตอนนี้แอดมินมีอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์มารีวิวให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันอีกแล้ว สำหรับในตอนนี้ มาเอาใจคนรักรถกันบ้างดีกว่าครับ พอดีว่าแอดมินเองก็ใช้รถสีดำอยู่คันหนึ่ง อันนี้เจอปัญหากับตัวเองเลย รถสีดำเนี่ยบอกเลยว่าตอนใหม่ๆ มันสวย ยิ่งอยู่ในโชว์รูมก็สวย แต่การดูแลรักษาค่อนข้างยากกว่าสีอื่นๆ หนึ่งในปัญหานั้นก็คือ รอยขีดข่วน มันจะเห็นได้ชัดเจนมากบนรถสีดำ แล้วก็เวลาเราจอดอยู่ในที่สว่างๆ จะเห็นรอยขนแมว รอยถลอก ที่เป็นเส้นยาวๆ อะไรแบบนี้ได้ค่อนข้างง่าย ทีนี้เราจะแก้ปัญหาพวกนี้ได้อย่างไร มาดูตัวนี้เลยครับ

   Gadget สินค้าอินเทรนด์ที่รีวิวในตอนนี้ก็คือปากกา เป็นปากกาที่เอาไว้ลบรอยขีดข่วนของสีรถนั้นเอง แต่ต้องบอกว่าลบรอยขีดข่วนและสีถลอกแบบเล็กๆ เฉพาะจุด ที่ไม่ได้เป็นสีถลอกที่สีลอกออกไปเลย หรือ เกิดจากการชนหนักๆ แบบนั้นไม่ได้นะครับ ซึ่งแน่นอนว่าคนที่ใช้รถมานาน มักจะเจอกับปัญหานี้ รอยขีดข่วน เห็นแล้วไม่สบายตา ไปเครมประกันก็แก้มาให้ได้ไม่หมด จุดเล้กๆ อะไรแบบนี้

   ก็ต้องบอกว่าการใช้งานและคุณสมบัติของปากกา Fix it pro ตัวนี้ที่เป็นปากกาเนี่ยนะครับ ด้านในตัวปากกาก็จะมีน้ำยาที่ออกแบบมาเฉพาะ ตัวปากกาเองก็จะคล้ายๆ กับตัวกาวแท่ง ที่จะมีหัวเป็นรูพรุนๆ ที่เวลาเราบีบแท่งก็จะมีกาวออกมาให้เราถูๆ แบบนั้นเลย หลักการเดี่ยวกันนะครับ เราก็บีบน้ำยาไปตรงบริเวณต่างๆ ของตัวรถที่มีรอยขีดข่วน จะเป็นรอยขีดข่วนที่เป็นทางยาวแค่ไหนก็ตาม จะยาวทั้งคันเลย เราก็บีบน้ำยาตัวนี้แล้วก็เอาหัวปากกาลากไปตามรอยขีดข่วนเลย จะขีดไปตามทางยาวแบบให้น้ำยามันหนาๆ สักนิดหนึ่งก็ได้ สำหรับรอยที่มันมีความลึก รอยที่ไปโดนของแข็งขีดข่วนมาอะไรแบบนี้นะครับ สามารถบีบได้เต็มที่เลย มันจะเช็ดออกได้ภายหลัง ไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นคราบติดอยู่ที่ตัวรถนะครับ ซึ่งคุณสมบัติของน้ำยาที่อยุ่ภายในตัวปากกาเนี่ย มันก็จะเป็นน้ำยาแบบไสๆ เมื่อน้ำยาที่เราป้ายไป ขีดไปตามร่องรอยขีดข่วนที่ตัวรถ แลวจากนั้นเราก็ทิ้งไว้ประมาณสัก 5-10 นาที ตัวน้ำยาก็จะเข้าไปแทรกซืมตามร่อง แล้วก็ทำให้สีนั้นกลมกลืนไปกับสีของตัวรถ ก็ทำให้ไม่เห็นรอยขีดข่วนหรือรอยก็จะจางลงนั้นเอง นี่คือหลักการใช้งานขอตัว Fix it pro นั้นเองครับ

   แต่ก่อนที่จะไปรีวิวเรื่องของการใช้งานแล้วมันได้ผลดีหรือไม่ดีนั้น ต้องมาดูข้อแนะนำของการใช้ตัวปากกาลบรอยขีดข่วนตัวนี้ก่อนเบื้องต้น คือก่อนที่จะใช้ปากกาตัวนี้ อย่างแรกเลย ล้างรถก่อนให้สะอาด ไม่ต้องเคลือบสี เคลือบแวกค์อะไรทั้งสิ้น จากนั้นเช้ดให้แห้ง ตากแดด แล้วในขณะที่ใช้ปากกาลบรอยขีดข่วนนี้ ก็ต้องใช้ตรงที่ที่มีแดด เพราะเราต้องการให้ตัวนำยานั้นแห้งสนิทติดกับรอยขีดข่วนนั้นเอง เมื่อขีดปากกาตามรอยไปแล้วทิ้งไว้สัก 5 นาที จากนั้นให้เราผ้าสะอาดที่เป็นผ้าชามัวร์หรือผ้าเช็ดรถเช็ดเป็นลักษณะวงกลมวนไปเรื่อยๆ ตามรอยหรือตามครบน้ำยาที่เราขีดเอาไว้ ให้คราบมันหายไป ซึ่งก็ต้องบอกว่าห้ามทิ้งน้ำยาตัวนี้ไว้นานเกิน ไม่ควรเกิน 10 นาที ซึ่งจะทำให้เราเช้ดออกได้ยาก เพราะน้ำยาจะแข็งตัวติดกับสีรถ บางคนลืมเช็ด อันนี้ต้องนั่งเช็ดกันยากนิดหนึ่ง แต่ก็เช็ดออกแน่นอน

   สำหรับปากกาลบรอยขีดข่วนของสีรถ Fix it pro ด้ามนี้เรื่องของราคานั้นไม่แพงเลย อยู่ที่ประมาณไม่เกิน 2 ร้อยบาทเท่านั้นเอง ส่วนเรื่องของคุณภาพ หลังจากที่ตัวแอดมินเองได้ทดสอบใช้งานกับรถของตัวเองไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็พบว่าถ้าเป็นรอยขีดข่วนที่ไม่ได้ลึกมาก สามารถใช้งานได้สบาย รอยหายไปแทบจะไม่เห็นเลย ถ้าเราเช็ดวนๆ ดีๆ นิดหนึ่ง แต่ถ้าในกรณีรอยที่เป็นร่องลึกๆ จนสีหายไปเนี่ยนะครับ อาจจะลบได้ยาก อาจจะมีร่องรอยให้เห็นอยู่บ้าง แต่รอยนั้นก็จะไม่ลึกเท่าเดิม รอยจะดื้นขึ้น แล้วก็แนะนำว่าถ้ามีแดดแรงๆ ก็ไม่ต้องทิ้งให้ถึง 5 นาทีก็ได้ ประมาณ 3 นาทีก็เช็ดออกได้เลยหลังจากที่เราขีดปากกาตามรอยไปแล้ว ก็ลองซื้อหาไปใช้งานกันได้ สำหรับคนรักรถทุกท่านเลยนะครับ

Review Commitment Rings แหวนคู่รัก สำหรับคู่รักที่ชอบดูซี่รี่ย์พร้อมกัน

 

   ปกติแล้วถ้าเรามีคู่รัก หรือ คนรัก ส่วนใหญ่แล้วมักจะทำอะไรด้วยกันเป็นกิจกรรมที่สร้างสานสัมพันธ์ที่แนบแน่นยิ่งขึ้น บางคู่ก็อาจจะชอบทำอาหารร่วมกัน บางคู่ก็อาจจะไปดูหนังร่วมกัน บางคู่ก็อาจจะไปท่องเที่ยว ขับรถ นั่งเรือ เล่นเครื่องเล่นในสวนสนุก อะไรแบบนี้เป็นต้น แต่สำหรับการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ของ 108plaza ในครั้งนี้มีอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เปิดตัวออกมาให้กับคู่รักหลายๆ คู่ที่ชอบดูซีรี่ย์ร่วมกัน คือเน้นว่าต้องดูร่วมกันเป็นคู่ ใครจะดูก่อนใคร ใครจะไปแอบดูก่อน ใครจะไปดูคนเดียว ไม่ได้เลยถ้ามีเจ้าสิ่งๆ นี้

   Commitment Rings แหวนดูซีรี่ย์สำหรับคู่รักนั้นเอง เป็นอีกหนึ่ง gadget ที่แอดมินนำมาฝากเพื่อนๆ แล้วก็จะมารีวิวด้วยว่า แหวนคู่รักสำหรับการดูซีรี่ย์ร่วมกันแบบนี้ มันจะทำให้คู่รักหลายๆ คู่รักกันมากยิ่งขึ้น หรือ อาจจะทำให้ทะเลาะกันหนักกว่าเดิม อันนี้ไม่ทราบเหมือนกันนะครับ แต่ขออิบายหลักการทำงานของ แหวนคู่รักหรือ commitment rings ตัวนี้ก่อน ที่เพื่อนๆ เห็นว่ามันก็เป็นแหวนคู่นี้นะครับ ก็ใส่เอาไว้สำหรับคู่รักที่ต่างก็ชอบดูซีรี่ย์เรื่องเดียวกัน เมื่อใส่แหวนไปแล้วก็จะสามารถดูซีรี่ย์ที่ชอบเนี่ยได้ในกรณีที่แหวนต้องอยู่ใกล้ๆ กันเท่านั้น ถ้าขาดวงใดวงหนึ่งไปก็จะไม่สามารถเข้าไปดูซีรี่ย์ในสมาร์ทโฟนไม่ได้นั้นเอง นี่คือหลักการใช้งานเบื้องต้น แต่ถ้าเกิดว่าแฟนเราอยากดูคนเดียวบ้าง หรือ ตัวเราเองก็อยากดูคนเดียวบ้าง แบบนี้ทำไง ไปหาทางแก้กันเอาเองนะครับ

   มาดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ gadget ตัวนี้กันต่อ สำหรับตัวแหวน commitment rings ตัวนี้ก็ถูกพัฒนามาจากบริษัท คอนเน็ทโต่ ที่เป้าหมายคือสร้างแหวนคู่รักสองวงนี้มาเพื่อให้คู่รักหลายๆ คู่ที่ชอบดูรายการใดรายการหนึ่งด้วยกัน ได้ดูพร้อมกัน ซึ่งวิธีการใช้งานเนี่ยนะครับ ก็คือให้คู่รักนั้นใส่แหวนเอาไว้คนละวง จากนั้นที่ตัวแหวนจะมี NFC ที่เป็นการเชื่อมต่อแบบแตะแล้วติดอย่างที่เคยบอกไปในหลายๆ รีวิวนะครับ ซึ่งระบบ NFC ตัวนี้ก็แน่นอนว่าถ้ามันตรวจจับได้ว่าไม่ได้อยู่ใกล้กัน ก็จะไม่ทำงานนั้นเอง โดยแหวนสองวงนี้ก็จะต้องเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านตัวแอปพลีเคชั่นอีกทีหนึ่งเพื่อที่จะทำการเลือกว่ารายการไหนบ้าง ที่คู่รักแต่ละคู่นั้นตกลงกันเอาไว้ว่า รายการนี้นะ ซี่รี่ย์เรื่องนี้นะ หรือ หนังเรื่องนี้ เราจะต้องดูพร้อมกัน ห้ามใครไปดูก่อนใครแล้วมาสปอยกันทีหลังอะไรแบบนี้ เมื่อเราตกลงแล้วก็ล็อครายการใดรายการหนึ่งเอาไว้แล้วนั้น ถ้าใครคนใดคนหนึ่งไปเปิดดูรายการนั้นก่อน โดยที่ตัวแหวนเองไม่สามารถที่จะตรวจจับได้ว่ามีระยะที่อยู่ใกล้กัน ก็จะไม่สามารถเปิดดูรายการนั้นได้

   ซึ่งคู่รักหลายๆ คู่ที่อยากจะสร้างกิจกรรมที่ทำร่วมกันแบบนี้ในเวลาที่อยู่ด้วยกันสองต่อสองให้มีความสุข แล้วก็มีความคิดเห็นว่า commitment rings แหวนคู่รักสองวงนี้ มันน่าที่จะสร้างความสุขให้กับคู่รักเราได้ ตอนนี้ทางผู้ผลิตอย่าง คอนเน็ทโต่ เองนั้นไม่ได้ผลิตออกมาวางจำหน่ายแต่อย่างใดในตอนนี้ ก็คาดว่าเป็นการทดลองใช้งานกันในระยะแรกนะครับ ก็เลยจะมีการเปิดให้ลงทะเบียนกันก่อนสำหรับคู่รักที่อยากได้แหวนคู่ที่ออกแบบดีไซน์มาค่อนข้างสวยงาม ก็เหมาะที่จะใส่เป็นแหวนคู่ดูสวยงามก็ได้ ซึ่งตัวแหวน commitment rings นี้ก็จะมีการจับคู่กับแอป streaming ยอดนิยมอย่าง Netflix , hulu , amazon แล้วก็แอปอื่นๆ อีกมากมายที่มีรายการดีๆ รายการดังๆ ให้ดูผ่านสมาร์ทโฟน ซึ่งการลงทะเบียนเพื่อขอรับแหวนคู่สุดล้ำตัวนี้นั้น ก็เข้าไปขอลงทะเบียนไว้ก่อนนะครับ เพราะเบื้องต้นเนี่ยทราบมาว่าทาง คอนเน็ทโต่ เองก็อาจจะแจกให้กับผู้ที่มาลงทะเบียนเอาไว้ แต่ไม่ทราบรายละเอียดว่าจะแจกในปริมาณเท่าไหร่ สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่สนใจก็ลองไปสืบค้นรายละเอียดกันเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลในเชิงลึกกันดูได้

   ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่อาจจะเหมาะกับคู่รักที่รักกันแบบหวานซึ้งหรือคู่รักที่ไม่ค่อยมีเวลาอยู่ด้วยกันสักเท่าไหร่ พอมาเจอกันก้อยากจะทำกิจกรรมที่ชื่นชอบร่วมกันอะไรแบบนั้น แต่คงไม่เหมาะกับคู่รักที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกันสักเท่าไหร่ เพราะมันอาจจะเป็นแหวนคู่ที่ไม่น่าใช้งานไปเลยก้ได้สำหรับคู่รักบางคู่ เพราะแน่นอนว่าบางครั้งก็อาจจะอยากมีเวลาส่วนตัวดูรายการที่ชอบคนเดียว ดูหนังคนเดียว ดูซีรี่ย์คนเดียว อะไรแบบนี้กันบ้างนะครับ สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่ชื่นชอบการรีวิวในทุกๆ ตอนก็ห้ามพลาดที่จะติดตามในตอนต่อไปนะครับ สำหรับในตอนนี้ลาไปก่อน สวัสดีครับ

Review Bluetooth Shower Speaker ลำโพงบลูทูธกันน้ำได้เอาไว้ฟังเพลงในห้องน้ำ

 

   สวัสดีครับเพื่อนๆ ที่คอยติดตามกันรีวิวทุก gadget ใหม่ๆ ที่มีเปิดตัวออกมาแล้ววางจำหน่ายกันทั่วโลก ทางทีมงาน 108plaza ก็จะนำมารีวิวให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกันในแบบฉบับบทความที่ไม่ให้เพื่อนๆ นั้นตกเทรนด์กันเลยทีเดียว แล้วในตอนนี้เอง ก็ต้องถามเพื่อนๆ ว่า ใครบ้างที่ชอบเข้าห้องน้ำแล้วต้องฟังเพลง เพื่อที่จะอาบน้ำ ทำธุระส่วนตัวได้อย่างเพลิดเพลินใจ ถ้าคุณเป็นคนแบบนั้น เรามี gadget หนึ่งตัวมารีวิวกันครับ จะเป็นอะไรนั้น ไปดูกันเลย

   สำหรับ gadget ที่เราจะรีวิวกันในตอนนี้คือ ลำโพงบลูทูธที่กันน้ำได้นั้นเองครับ ใครที่ชอบฟังเพลงในห้องน้ำ ต้องอ่าน เพราะว่าถ้าเราเอาสมาร์ทโฟนไปเปิดเพลงในห้องน้ำ แล้วมันไม่มีที่วาง ห้องน้ำใครที่ไม่กว้างพอนะครับ อาจจะเปียกได้ หรือ อาจจะโดนน้ำกระเด็นใส่มือถือเราได้ ซึ่งก็ทำให้อาจจะเกิดภาวะที่ว่า ไม่แน่ สมาร์ทโฟนอาจจะลงไปดำนำในถังอาบน้ำหรือในอ่างอาบน้ำได้ เราก็ต้องใช้ตัวช่วยอย่าง Bluetooth Shower Speaker ตัวนี้นี่แหละครับ หลักการทำงานของมันก็เป็นลำโพงที่เชื่อมต่อไร้สายแบบบลูทูธได้ เหมือนกับลำโพงบลูทูธทั่วไป แต่ทีนี้ว่า มันจะแตกต่างตรงที่สามารถกันน้ำได้ จมน้ำได้ ไม่เสียหาย ไม่พัง แล้วก็เปิดดังเหมือนเดิมพันนั้นเอง

   ในส่วนของฟังก์ชั่นการใช้งานก็ไม่ได้ยากอะไรนะครับ บนตัวลำโพงบลูทะอันนี้ก็จะมีปุ่มเพาเวอร์เปิดปิด แล้วก็มีปุ่มเพิ่มลดเสียง ความดังเบาต่างๆ แล้วก็มีปุ่มกดรับโทรศัพท์ ในกรณีที่สายเรียกเข้า สามารถกดรับโทรศัพท์แล้วก็คุยผ่านลำโพงกันน้ำตัวนี้ได้เลย แล้วก็มีปุ่มเปิดเพื่อ pair บลูทูธ การเชื่อมต่อนั้นก็ไม่ได้ยากอะไรนะครับ ก็แค่เปิดสมาร์ทโฟนเรา แล้วก็เปิดระบบบลูทะ แล้วก็มีกดเปิดบลูทูธที่ลำโพงอีกทีหนึ่ง จากนั้นก็ทำการค้นหา เมื่อเจอชื่อของบลูทูธแล้ว ก็กดเชื่อมต่อ ถ้าเชื่อมต่อกันได้แล้ว ที่ลำโพงจะมีเสียงดังขึ้นมา แปลว่าเชื่อมต่อกันได้แล้ว แต่ในกรณีที่มันไม่สามารถเชื่อมต่อกันได้ จะเห็นว่าที่ลำโพงบลูทูธนั้น จะมีปุ่มเล็กๆ ที่เป็นปุ่ม Reset อยู่ เราสามารถกดปุ่มตรงนั้นเพื่อทำการ Reset ค่าใหม่ แล้วก็ทำการค้นหาบลูทูธ แล้วก็เข้ามาทำการเชื่อมต่อใหม่อีกครั้งหนึ่ง พอเมื่อเราเชื่อมต่อกันครั้งแรกได้แล้ว จากนั้นในครั้งต่อไป เราก็แค่เปิดบลูทูธของทั้งตัวสมาร์ทโฟนของเราและตัวลำโพงบลูทูธ Bluetooth shower speaker ตัวนี้ เท่านั้นเอง ก็จะสามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างอัตโนมัติเลยทีเดียว วิธีการเล่นก็ง่ายๆ ครับ

   เมื่อเรารีวิวถึงรายละเอียดของตัวลำโพงบลูทูธกันน้ำตัวนี้กันไปแล้ว ในช่วงนี้ก้มาถึงเรื่องของการทดสอบกันบ้าง สิ่งแรกที่เราจะทำการทดสอบก็คือ เรื่องของคุณภาพเสียงนั้นเอง ซึ่งก่อนหน้าที่แอดมินจะมาเขียนรีวิวนี้ ก็ได้ทำการทดสอบใช้งานกันมาแล้ว ก็ได้ผลลัพธ์ว่า เรื่องของคุณภาพเสียงที่ได้นั้น มันคือว่าเป็นลำโพงที่ให้เสียงในระดับพื้นฐานเท่านั้นเองนะครับ คือมันจะมีเสียงดังพอสมควร แต่เรื่องของมิติเสียงนั้นยังไม่ดีเท่าไหร่ ใครที่จะต้องเน้นคุณภาพเสียงแบบดีๆ ระดับ hi-end เลยเนี่ยนะครับ อาจจะยังไม่ตอบโจทย์สำหรับลำโพงตัวนี้สักเท่าไหร่ มิติเสียงกลางมันดูเด่น ชัดเจน แต่เรื่องของมิติเสียงแหลมและเสียบเบส มันยังไม่ดีพอนะครับ เสียงแหลมยังไม่ไสพอ แล้วก็เสียเบสแทบจะไม่มีเลย จะออกแนวเสียงทุ้มๆ มากกว่าเสียงเบสที่ใครอยากจะได้แบบเบสลึกๆ ยังไม่ตอบโจทย์ เพราะลำโพงบลูทูธกันน้ำตัวนี้เป็นลำโพงขนาดเล็ก ไม่ได้ใหญ่มาก ถัดมาในส่วนของการทดสอบการพูดคุยแบบ speaker phones ก็คือได้ทำการทดสอบพูดคุยกดรับสายในกรณีที่มีสายเรียกเข้าดู การพูดคุยก็ได้ยินชัดเจนกันทั้งฝั่งผู้รับกับผู้โทรเข้ามา ตรงนี้ถือว่าผ่านการทดสอบครับ ถัดมาในส่วนของเรื่องของการกันน้ำได้ ตรงนี้เราก็ได้ทำการทดสอบเอาแบบว่าตักน้ำมันหนึ่งถัง แล้วก็เอาลำโพงบลูทูธกันน้ำได้ตัวนี้ เปิดเพลงไปด้วย แล้วก็จุ่มลงในถังน้ำไปเลย แล้วก็ทิ้งไว้ประมาณสัก 5 นาที เพลงก็ยังเปิดอยู่ แล้วก็หยิบขึ้นมา ก็ไม่เสียหาย ถือว่ามีการซีนกันน้ำมาได้อย่างดีแล้ว แต่คงคาดว่ากันน้ำแบบลึกๆ เกิน 10 เมตรขึ้นไป อะไรแบบนั้นคงจะไม่ได้ เพราะอาจจทำมาแค่กันน้ำในอ่างน้ำในห้องน้ำทั่วไปเท่านั้นเองนะครับ

   ทางแอดมิน 108plaza ก็ต้องขอสรุปเกี่ยวกับลำโพงบลูทะ Bluetooth Shower Speaker ตัวนี้ไว้ว่า ถือว่าเป็นลำโพงในราคาเริ่มต้นที่สามารถฟังเพลงได้แบบสบายๆ ไม่ได้เน้นเรื่องของมิติเสียงที่เด่านมากเท่าไหร่นะครับ เพื่อนๆ คนไหนสนใจก็ลองไปหาซื้อกันได้ตามร้านจำหน่ายอุปกรณ์ไอทีทั่วไปได้เลย

Preview New MG GS 2.0 Turbo รถยนต์แบบสปอร์ต SUV

 

   ก็เป็นอีกหนึ่งครั้งที่ทางทีมงาน 108plaza ได้มีโอกาสได้ไปทำการทดสอบรถในค่ายที่ถือว่าค่อนข้างใหม่ในตลาดยานยนต์เมืองไทยของเราอย่างค่าย MG ที่เริ่มมาบุกตลาดกันมากขึ้น แล้วก็มาบุกตลาดกันในช่วงที่ถือว่า ณ ตอนนี้ตลาดรถยนต์บ้านเราซบเซาพอสมควร เพราะว่าเรื่องของเศรษฐกิจก็ค่อนข้างที่จะแย่ด้วย แล้วก็เรื่องของผู้คนก็ไม่อยากจะที่ซื้ออะไรที่มันมีมูลค่าเยอะในช่วงนี้ด้วย ก็ต้องถือว่าน่าเฝ้าจับตาดูในตลาดรถยนต์บ้านเราว่าจะมีไม้เด็ดอะไรมางัดมาสู้กันในช่วงนี้นะครับ แต่ในครั้งนี้เราอยู่กับ gadget สินค้าอินเทรนด์ ตัวนี้เลย

   ในครั้งนี้ก็ถือว่าเราอยู่กับรถยนต์แบบสปอร์ต SUV ที่ถือว่าอัดแน่นกับเทคโนโลยีมารอบคันจริงๆ กับ New MG GS คันนี้นะครับ แล้วในครั้งนี้เอง แล้วก่อนที่เราจะมาเขียนบทความนี้ขึ้นมา ทางทีมงานของเราก็มีโอกาสได้ทำการทดสอบขับขี่รถยนต์คันนี้กันด้วย ก็ถือว่าเป็นข้อดีของเพื่อนๆ ที่จะได้มาอ่านบทความพรีวิวภาพรวมกันว่า เรื่องของรายละเอียดในตัวรถรอบคัน รวมไปถึงเรื่องของอารมณ์ในการขับขี่นั้นเป็นอย่างไรบ้าง เดี่ยวไปติดตามกันครับ

   สำหรับตัว New MG GS ตัวนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ 2.0 ลิตร ขุมพลังของเครื่องยนต์ก็อยู่ที่ 218 แรงม้า ในส่วนของมุมมองในตัวรถนั้น ถือว่าเป็นแบบสปอร์ต SUV ที่มีขนาดไม่ได้ใหญ่มากเหมือนกับรถ SUV ในบ้านเราสักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้มีขนาดเล็กเกินไป ส่วนเรื่องของออฟชั่นในตัวรถที่ให้มานั้น ถือว่ามีมาแบบเต็มๆ เลยทีเดียว โดยตัว MG GS นี้จะมีให้เลือกใช้งานและเลือกซื้อกันอยู่ 2 รุ่นย่อยด้วยกัน ก็คือตัว MG GS TD และ MG GS TX ที่เป็นตัวขับเคลื่อน 2 ล้อ แล้วก็ตัวขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัตินั้นเองครับ ส่วนตัวผมเองคิดว่ารถยนต์ค่าย MG นั้นจะไม่ได้แบ่งรถให้เป็นรุ่นที่ซอยย่อยมากเหมือนกับค่ายอื่นๆ ก็คืออัดแน่นมาด้วยออฟชั่นเต็มๆ กันทุกรุ่น จะเน้นฟังก์ชั่นการใช้งานจริงๆ ที่แบ่งเป็นรุ่นย่อยและก็ราคาต่างกันเท่านั้นเอง ตรงนี้เป็นอะไรที่น่าสนใจ เพราะถึงแม้จะซื้อรุ่นล่างก็ยังได้ออฟช่นที่คุ้มค่า อะไรแบบนั้นนะครับ แต่สำหรับตัว MG GS ในรุ่นท็อปที่เป้นตัวขับเคลื่อน 4 ล้อนั้น จะได้ออฟชั่นเพิ่มขึ้นมาก็อย่างเช่น โคมไฟหน้าแบบ HID ที่เป็นระบบเปิดปิดอัตโนมัติ พร้อมกับที่ฉีดน้ำล้างไฟหน้า แล้วก็มีหลังคา ซันลูฟแบไฟฟ้า พวงมาลัยเป็นแบบมัลติฟังก์ชั่น แล้วก็เบาะในผู้โดยสารแถวหน้าจะสามารถปรับได้ 4 ทิศทาง แต่จุดเด่นที่ 2 รุ่นย่อยมีมาให้คือระบบ inkanet ที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตกับตัวรถได้ โทรเข้า โทรออกได้ รวมไปถึงการรับข้อความ และการแชร์สัญญาณอินเตอร์เน็ตแบบไร้สายด้วย ทั้งนี้ยังสามารถเชื่อมต่อตัวรถกับศูนย์บริการผ่านระบบไร้สายได้ด้วย ตรงกลางคอนโซนมีหน้าจอขนาดใหญ่ 8 นิ้ว พร้อมกับระบบเครื่องเสียงที่ให้พลังเสียงที่ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

   ในส่วนของขุมพลังนั้น MG GS ให้กำลังสูงสุดอยู่ที่ 218 แรงม้า ที่ 3500 รอบ/นาที ให้แรงบิดสูงสุดที่ 350 นิวตัน-เมตร ที่ 2500-4000 รอบ/นาที มาพร้อมกับเกียร์แบบอัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมกับสามารถปรับเป็นโหมด สปอร์ต ได้ด้วย เครื่องยนต์สามารถที่จะรองรับการใช้น้ำมัน E85 ได้อีกด้วย

   ก็มาดูกันในเรื่องของการขับขี่และการทดสอบสมรรคถนะของรถ MG GS คันนี้กันบ้างนะครับ ซึ่งการทดสอบของเราในครั้งนี้ก็ได้ทำการขับขี่กันยาวๆ ประมาณ 600 กิโลเมตรได้ ก็พอได้ทราบว่าอารมณ์ในการขับขี่บนท้องถนนจริง ทั้งในเมืองแล้วก็นอกเมืองที่ใช้ความเร็วสูงเนี่ยมันเป็นอย่างไร สำหรับความรู้สึกของทีมงานที่ได้ขับขี่รถยนต์คันนี้นั้น ก็คิดว่าให้อยู่ในช่วงของแรงต้น ในช่วงออกตัว รวมไปถึงในช่วงการขับขี่ในความเร็วต่ำ 0-100 นั้น ด้วยขุมพลังที่มีมาให้ถึง 218 แรงม้าเนี่ยนะครับ ให้อารมณ์ในการออกตัวที่ดีเลยทีเดียว แต่พอขับไปนอกเมือง มีการเร่งแซง มีการขับขี่ในช่วงความเร็วที่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไปเนี่ย กลับรู้สึกว่าเครื่องยนต์มันต้องรอรอบบ้างเล็กน้อย ตรงนี้อาจจะต้องสร้างความคุ้นชินกับเครื่องยนต์บ้างในช่วงแรก ในการเร่งแซงอะไรแบบนี้เป็นต้น

   อีกหนึ่งเรื่องสุดท้ายก่อนจะจบกับไปในการพรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ในครั้งนี้ ในเรื่องของพวงมาลัย ที่อยู่ในช่วงความเร็วสูง ในบังคับพวงมาลัยสามารถปรับความหนึบได้ตามความเร็วดีมาก แต่อาจจะรู้สึกว่าพวงมาลัยมีระยะฟรีบ้างเล็กน้อย ทั้งนี้ต้องอาศัยความคุ้นชินในการขับขี่ไปสักระยะหนึ่ง ก็จะไม่มีปัญหาอะไรครับ อย่างไรแล้ว ก็ถือว่าเป็นรถยนต์อีกหนึ่งคันที่ออกแบบมาสวย สมรรถนะดีในระดับหนึ่ง ก็ลองไปทดลองขับกันด้วยตัวเองได้ตามศูนย์บริการของทาง MG ได้แล้ว

มาอัพเดท สินค้าอินเทรนด์ กับเรา แล้วจะได้ตกยุค