Review JBL Pulse 2 ลำโพงบลูทูธสีสันแห่งเสียงที่ทุกคนรอคอย

 

 

   ถ้าหากใครที่ชื่นชอบการจัดปาร์ตี้เล็กที่มีเพื่อน ๆ ที่สนิทมาพบปะกัน หรือเป็นคนชอบการเดินทางไปทำกิจกรรม Outdoor ต่างๆ ลำโพงขนาดพกพาย่อมตอบโจทย์ได้ค่ะ เพราะว่าในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องมีเครื่องเสียงขนาดใหญ่ ก็สามารถให้พลังเสียงได้เกือบเทียบเท่ารุ่นใหญ่เช่นกัน ดังเช่นคุณสมบัติพิเศษของสินค้าอินเทรนด์ที่จะมารีวิวในบทนี้ อย่าง ลำโพงบลูทูธ ในชื่อแบรนด์ของ JBL

 

   สำหรับในกลุ่มของลำโพงบลูทูธขนาดพกพาที่อยู่มากมายหลายยี่ห้อที่พอรู้จักมา ดูเหมือนจะไม่มีแบรนด์ไหนจะสดุดตาเท่า JBL เลย เพราะฉะนั้นจึงขอมาลองเล่นลำโพงสเตอริโอขนาดพกพาแบรนด์ JBL กันหน่อยในรุ่น PULSE 2 โดยจุดเด่นคือการให้พลังเสียงที่หนักแน่นทั้งเบสและโทนเสียงต่างๆ แต่สิ่งที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้คือ การที่ลำโพงรุ่นนี้จะมี 3 ปัจจัยที่จะช่วยให้การฟังเพลงมีอรรถรสมากขึ้น ด้วย “แสง สี เสียง” ที่แสดงและสีจะแสดงผลแปรเปลี่ยนไปตามจังหวะของเสียงเพลง สำหรับฟีเจอร์แสดงผลของสีสันจะมีอยู่หลายเฉดสี สามารถเลือกใช้งานได้โดยไม่จำเจ เพื่อให้เข้ากับเพลงที่กำลังเปิด หรือช่วงอารมณ์ของผู้ฟังขณะนั้น เพื่อให้เพลิดเพลินไปกับเพลง ทั้งนี้ด้านเสียงเมื่อเปิดใช้งานสุดทั้งตัวสมาร์ทโฟนและตัวลำโพง ผลลัพธ์ปรากฏว่าให้เสียงที่ดังมากแต่ก็มีเสียงแตกเล็กน้อยในบางจังหวะ และถ้าหากว่าไม่ต้องการกดเพื่อเปลี่ยนการแสดงผลของเฉดสีให้ยุ่งยาก สามารถนำสิ่งของที่มีสี เพื่อมาแนบกับลำโพง จากนั้นลำโพงก็จะเปลี่ยนสีตามสิ่งของนั้นๆ โดยวิธีการคือนำตัวลำโพงที่ด้านบนจะมีโมดูลคล้ายกับเลนส์กล้องไปวางแนบกับสิ่งของ เช่น หากนำลำโพงไปวางแนบกับถังดับเพลิงที่เป็นสีแดง เฉดสีที่แสดงก็จะเปลี่ยนเป็นโทรสีแดงทันทีไม่ว่าจะก่อนหน้าจะแสดงสีใดอยู่ก็ตาม ส่วนระยะเวลาการใช้งาน JBL เคลมว่านานสูงสุด 10 ชั่วโมงกับแบตเตอรี่ขนาด 6,000 mAh แต่เมื่อทดสอบแล้วพบว่าขณะที่เปิดระดับเสียง 100% ก็สามารถใช้งานนานประมาณเกือบ 5 ชั่วโมง ทว่าถ้าเปิดระดับเสียงระดับ 50% จะใช้งานในระยะเวลาได้ประมาณ 9 ชั่วโมง และในเรื่องของระยะเวลาการชาร์จพบว่าจาก 0 – 100% อยู่ในระยะเวลาไม่เกิน 5 ชั่วโมง นอกจากนี้ JBL PULSE 2 มีมาตรฐานกันนํ้าแบบ Splashproof ในลักษณะที่โดนนํ้าได้ เช่น ฝนตก หรือนํ้ากระเด็น แต่ว่าไม่สามารถใช้งานในนํ้าได้ ทว่าทางที่ดีหากเปียกนํ้าแล้ว ควรที่จะรีบเช็ดให้แห้ง เพื่อป้องกันปัญหาเกิดขึ้นภายหลัง ต่อไปมาดูด้านดีไซน์กันบ้าง โดย JBL PULSE 2 มีพื้นผิวสัมผัสเรียบเนียนส่วนบอดี้ดูมีความแข็งแรง แน่นอนว่าเป็นพลาสติก ทว่าเกรดที่ใช้จะไม่เป็นเกรดตํ่า ซึ่งเมื่อสัมผัสดูแล้วจะรู้สึกว่ามีความมั่นคงทน ทาน ทั้งนี้เรื่องของรายละเอียดการใช้งานมีดังต่อไปนี้ ด้านหน้าของลำโพง JBL PULSE 2 ก็มีลักษณะเป็นลวดลายตะแกรง ซึ่งเมื่อเปิดใช้งานอย่างที่กล่าวข้างต้นจะมีแสงสีต่างๆ จึงทำให้เมื่อมองดูแล้ว มีความเป็นหนึ่งเดียวกัน ก็คล้ายกับการมีลูกเล่นนั่นเอง อย่างไรก็ดีถ้าเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ แล้วมีการ Call มา ตัวลำโพงก็สามารถใช้งานเพื่อพูดคุยได้ เพราะจะมีช่องลำโพงอยู่ที่ด้านล่างโลโก้ JBL โดยมาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวน และเอคโค่ ทั้งนี้ด้านขวาของปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงจะมีจุดสีขาวอยู่ 5 จุด หมายถึงเป็นการแสดงปริมาณของแบตเตอรี่ โดยแต่ละจุดจะมีค่าเท่ากับ 20% JBL PULSE 2 ลำโพงสเตอริโอเปลี่ยนสีสันตามจังหวะเพลง พร้อมคุณสมบัติกันนํ้า และเสียงเบสที่หนักแน่น สามารถนำสิ่งของที่มีสี เพื่อมาแนบกับลำโพง จากนั้นลำโพงก็จะเปลี่ยนสีตามสิ่งของนั้นๆ โดยวิธีการคือนำตัวลำโพงที่ด้านบนจะมีโมดูลคล้ายกับเลนส์กล้องไปวางแนบกับสิ่งของ เช่น หากนำลำโพงไปวางแนบกับถังดับเพลิงที่เป็นสีแดง เฉดสีที่แสดงก็จะเปลี่ยนเป็นโทรสีแดงทันทีไม่ว่าจะก่อนหน้าจะแสดงสีใดอยู่ก็ตาม แบตเตอรี่ สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 5 ชั่วโมงต่อการชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้ง นอกจากนี้ JBL PULSE 2 มีมาตรฐานกันนํ้าแบบ Splashproof ในลักษณะที่โดนนํ้าได้ เช่น ฝนตก หรือนํ้ากระเด็น แต่ว่าไม่สามารถใช้งานในนํ้าได้ ทว่าทางที่ดีหากเปียกนํ้าแล้ว ควรที่จะรีบเช็ดให้แห้ง เพื่อป้องกันปัญหาเกิดขึ้นภายหลัง ทั้งนี้ด้านขวาของปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงจะมีจุดสีขาวอยู่ 5 จุด หมายถึงเป็นการแสดงปริมาณของแบตเตอรี่ โดยแต่ละจุดจะมีค่าเท่ากับ 20% และถ้าหากต้องการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถดาวน์โหลดแอพJBL CONNECT ได้ที่ App Store และ Google Play Store กันเลย

 

   สรุปคุณสมบัติเด่น ๆ เลยของลำโพง JBL PULSE 2 คือ กันนํ้าสาดหรือป้องกันน้ำได้ หรือถ้าเวลาฝนตก ด้วยจุดประสงค์ป้องกันอุบัติเหตุ และสิ่งสำคัญคือไม่ควรใช้ใต้นํ้า ถึงแม้จะกันน้ำได้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเอาไปจุ่มน้ำเป็นเวลานาน ๆ ได้ และทางที่ดีเพื่อความปลอดภัย หากเปียกควรรีบเช็ดนํ้า แบตเตอรี่ 6,000 สามารถเล่นเพลงได้นานต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ชั่วโมง เพราะขึ้นอยู่กับทำนองของเสียงเพลงและความดัง การแสดงแสงสี ทำให้รู้สึกสวยงามทั้งตอนกลางวันและกลางคืน เสียงที่ให้มีความดังหนักแน่น ผสมผสานด้วยเสียงเบสที่ลงตัว จึงถือเป็นสินค้าอินเทรนด์อีก 1 อย่างที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว

 

มาทำความรู้จักกับเครื่องซักผ้าฝาหน้า WW8500K กันเถอะ

 

   สวัสดีเพื่อนๆทุกคนวันนี้เราก็มาเจอกันอีกเหมือนเดิมนะค่ะ สำหรับวันนี้เราก็มีสินค้าอินเทรนด์มาแนะนำให้เพื่อนๆได้รู้จักเหมือนเคยค่ะ โดยที่สินค้าอินเทรนด์ที่เราจะมาพูดถึงกันในวันนี้จะเป็นในเรื่องของเครื่องซักผ้านั้นเองค่ะ เครื่องซักผ้าถือได้ว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากอีกหนึ่งสิ่ง และยิ่งช่วงนี้อยู่ในช่วงของฤดูฝนอีกด้วยเครื่องซักผ้าจึงถือได้ว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมากนั้นเองเราจึงได้มาแนะนำเครื่องซักผ้าที่น่าสนใจให้เพื่อนๆได้รู้จักนั้นเองค่ะ สำหรับเครื่องซักผ้าวันนี้เป็นในส่วนของเครื่องวักผ้าของ Samsung นั้นเองค่ะ เป็นเครื่องซักผ้ารุ่นฝาหน้าอีกด้วย โดยปัจจุบันนี้เครื่องซักผ้าฝาหน้าได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น โดยวันนี้เราจะมาพูดกันในเรื่องของคุณสมบัติเครื่องซักผ้าฝาหน้านั้นเองค่ะ เพื่อนๆคนไหนที่กำลังสนใจอยู่แล้วล่ะก็มาทำความรู้จักไปพร้อมๆกันเลยดีกว่าค่ะ โดยวันนี้เราจะมาแนะนำเครื่องซักผ้าฝาหน้ารุ่น WW8500K ซึ่งมาพร้อมกับ AddWash ขนาด 12 กิโลกรัม เป็นเครื่องซักผ้าฝาหน้าของซัมซุงที่มีการออกแบบและมีนวัตกรรมที่ทันสมัยสามารถที่จะใช้งานได้อย่างสะดวกสบายที่สำคัญเราสามารถที่จะเติมผ้าลงไปในระหว่างที่ซักได้อีกด้วย ถือได้ว่าเป็นเครื่องซักผ้าที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก เอาเป็นว่าเรามาเริ่มทำความรู้จักกับเครื่องซักผ้าฝาหน้าของซัมซุงรุ่นนี้ไปพร้อมๆกันดีกว่าค่ะ

   สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่กำลังมองหาเครื่องซักผ้าอยู่แล้วล่ะก็วันนี้เราจะมาแนะนำเครื่องซักผ้าฝาหน้ารุ่น WW8500K ซึ่งถือได้ว่าเป็นรุ่นที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก ในส่วนของ AddWash ที่เป็นเครื่องซักผ้าที่สามารถจะใส่ผ้าลงไปเพิ่มได้ในขณะที่กำลังซักผ้าอยู่นั้นเองค่ะ ถือได้ว่านวัตกรรมใหม่ของเครื่องซักผ้าฝาหน้าของซัมซุงที่มีฝาหน้าที่สามารถจะเพิ่มผ้าเข้าไปในระหว่างที่มีการซักได้ เครื่องซักผ้าซัมซุงนั้นจะดูแลผ้าทุกชิ้นของเราให้อย่างดีถึงแม้จะมีผ้าที่ถูกลืมไว้เราก็สามารถที่จะนำกลับเข้าไปซักพร้อมกับตัวอื่นๆได้นั้นเองค่ะ โดยเราสามารถที่จะพักการซักการทำงานของเครื่องชั่วคราวเพื่อที่เราจะทำการเติมผ้าบางชิ้นลงไปได้ รวมทั้งเรายังสามารถที่จะเติมน้ำยาปรับผ้านุ่มได้อีกด้วยแล้วถึงจะเข้าไปสู่กระบวนการซักต่อไปนั้นเอง ในส่วนนี้ถือได้ว่าเป็นคุณสมบัติที่น่าสนใจเป็นอย่างมากเพราะโดยปกติเรามักจะลืมผ้าบางชิ้นนั้นเอง แต่เทคโนโลยีนี้สามารถที่จะช่วยในเรื่องของการลืมผ้าบางชิ้นในการซักได้เป็นอย่างดี โดยที่เราเพียงแค่กดปุ่ม Stop เครื่องซักผ้าก็จะมีการหยุดการทำงานชั่วคราวแล้วเราก็สามารถที่จะกดเปิดช่องสำหรับใส่ผ้าพิเศษด้านหน้าได้เพื่อที่จะใช้ในส่วนของการเติมผ้าลงไป แล้วก็กดปุ่ม Start ก็สามารถที่จะเริ่มทำงานได้อีกเหมือนเดิมนั้นเองค่ะ ในส่วนนี้ทำให้เราสามารถที่จะซักผ้าได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้นนั้นเองค่ะสำหรับในส่วนของประตูใส่ผ้าเพิ่มนั้นจะเปิดออกได้ทุกเมื่อหากอุณหภูมิภายในถังต่ำกว่า 50 นอกจากนี้ยังมีในเรื่องของพลังในการซักที่มีความสะอาดไร้คราบตกค้างบนผ้าอีกด้วย โดยปกติเครื่องซักผ้าฝาหน้ามักจะประสบกับปัญหาในเรื่องของการซักผ้าที่ไม่ค่อยจะสะอาดนั้นเอง จึงทำให้ได้ทีการพัฒนานวัตกรรมในเรื่องของเทคโนโลยีในการทำความสะอาด Eco Bubble ที่อาศัยแรงดันของอากาศกับน้ำเป็นตัวกลางในการเปลี่ยนทิศทางของผงซักฟอกให้กลายเป็นฟองที่มีความละเอียดก่อนที่จะมีการปล่อยเข้าสู่ถังซักนั้นเองค่ะ ในส่วนนี้มีความสำคัญเพราะจะทำให้ไม่เกิดคราบติดเสื้อผ้านั้นเองค่ะ นอกจากนี้ฟองที่เกิดขึ้นนั้นสามารถที่จะแทรกซึมเข้าสู่เส้นใยผ้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย ทำให้เราประหยัดพลังงานในการซักและยังเป็นการตัดปัญหาในเรื่องของคราบต่างๆที่จะเกิดขึ้นบนเนื้อผ้านั้นเองค่ะ มี Super Speed เป็นพลังที่ใช้ในการซักที่ทำให้ใช้เวลาในการซักที่น้อยลงนั้นเองค่ะ โดยเป็นเทคโนโลยีของ Super Speed ในเครื่องซักผ้าฝาหน้าของซัมซุงจะมีการให้พลังงานพิเศษที่เราสามารถที่จะมีการปั่นแห้งที่เสร็จได้ภายใน 59 นาที ทำให้ผ้ามีความสะอาด สามารถที่จะเป็นการถนอมผ้าไปในตัวโดยประสิทธิภาพที่เหนือกว่าของเครื่องซักผ้านั้นเองค่ะ

   จากที่เราได้พูดถึงคุณสมบัติต่างๆมันนั้น จะเห็นได้ว่าเครื่องซักผ้าฝาหน้านั้นก็สามารถที่จะทำอะไรได้หลายๆอย่างเช่นกัน และก็ถือได้ว่าเครื่องซักผ้าฝาหน้าของซัมซุงรุ่นนี้มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก หากเพื่อนๆคนไหนที่กำลังมองหาเครื่องซักผ้าเครื่องใหม่อยู่แล้วล่ะก็เครื่องซักผ้าฝาหน้าของซัมซุงเครื่องนี้ก็สามารถที่จะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจได้ค่ะ

รีวิวลำโพงบลูทูธ Creative Sound Blaster Roar พลังเสียงที่จะให้คุณได้ฟังแบบกระทึ่มและมีมิติของเสียงที่เกินตัว

 

   ลำโพงบลูทูธชนิดพกพาที่มีการเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth , NFC , แบตเตอร์รี่ใช้งานได้ 8 ชั่วโมง เพิ่มพลังเบสด้วยระบบ TeraBass ที่ให้คุณได้สะใจเกินกว่าลำโพงแบบพกพา ติดตามรีวิวแบบจัดเต็มได้ที่นี่ตอนนี้ 108plaza

   เริ่มต้นด้วยการดีไซน์รอบๆ กล่องก็จะออกแบบมาเรียบง่าย เป็นรูปด้านต่างๆ ของตัวลำโพงด้านใน ส่วนหน้าหลังของกล่องก็จะบอกสเปคของตัวลำโพงไว้ว่า สามารถใช้งานได้ทั้งแบบเชื่อมต่อบลูทูธ หรือ ใครที่ใช้สมาร์ทโฟนทางฝั่ง Android ก็จะมีระบบ NFC มาให้ แค่แตะก็เชื่อมต่อได้แล้ว ต่อมาเป็นระบบ TeraBass ในโหมดนี้จะเป็นปุ่มที่ช่วยบูสเบสขึ้นมา สำหรับคนที่ชอบฟังมิติเสียงที่กระทึ่ม แม้ว่าจะเปิดเสียงเพลงเบาๆ ถ้ากดปุ่มนี้ที่ตัวเครื่อง พลังเบสก็จะเพิ่มขึ้นมาให้มีมิติที่ดังมากขึ้นในส่วนของเสียงเบสนั้นเอง เท่านั้นยังไม่พอ เพราะชื่อรุ่นบอกไว้ว่าเป็นตัว ROAR ก็คือเสียงที่จะทำให้เร้นท์ของเสียงมันกว้างขึ้นกว่าปกติ ที่ตัวเครื่องก็จะมีปุ่ม Roar Audio อยู่ ก็จะทำให้เสียงที่มีมิติกว้างขึ้นเหมือนกับฟังในฮอล์ใหญ่ๆ อะไรแบบนั้น ถัดมาที่ตัวเครื่องยังสามารถรองรับการใส่ตัว micro sd card ได้ด้วย สามารถรองรับความจุได้สูงสุดที่ 32 GB ก็จะรองรับไฟล์เพลงทั่วไปที่เป็น MP3, WMA, WAV แบบนี้เป็นต้น ถัดมาก็จะมี Bedtime Mode ก็คือที่ตัวเครื่องสามารถตั้งนาฬิกาปลุกได้ด้วย ถัดมาก็เป็น Link Security ก็คือเป็นตัวป้องกันการแย่งเชื่อมต่อบลูทูธ เราสามารถตั้งให้มือถือของเราเองเชื่อมต่อบลูทูธได้เครื่องเดียวเท่านั้น หรือ จะเปิดโหมดนี้ให้คนอื่นสามารถเชื่อมต่อบลูทูธก็ได้ด้วย ก็แล้วแต่ความสะดวกของเราว่าอยากให้เพื่อนๆ หรือคนอื่นมาเปิดเพลงร่วมกับเราหรือไม่ นอกจากนั้นก็ยังสามารถกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์เป็น speaker phone ได้ด้วย แล้วก็ยังไม่หมด ยังมีการกดบันทึกเสียงได้ด้วย เนื่องจากใส่เมมโมรี่ได้ เราสามารถกดปุ่มเพื่อบันทึกเสียงพูดคุยกันในห้องอะไรแบบนี้ได้ด้วย สามารถใช้แอบฟังเวลาเพื่อนๆ อยู่ในห้องก็กดบันทึกเอาไว้แบบนี้ได้ด้วย เท่านั้นยังไม่หมด ยังมีโหมด Megastereo อีกด้วย ในโหมดนี้จะสามารถเชื่อมต่อลำโพงในรุ่นเดียวกันแบบไร้สายได้ 2 ตัว แบบเพิ่มมิติเสียง เพิ่มความดัง สร้างความสนุกให้เยอะขึ้นถ้ามีลำโพงรุ่นนี้ 2 ตัว แล้วก็สามารถเสียบพอร์ด USB เพื่อเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊คได้อีกด้วย เป็นรายละเอียดของตัวลำโพงบลูทูธที่เยอะจริงๆ

อุปกรณ์ในกล่องที่มีมาให้ก็จะมีสาย USB ที่เอาไว้เสียบกับคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊ค สามารถเสียบแล้วก็มองเห็นตัวเครื่องได้เลย ไม่ต้องลง driver อื่นๆ เพิ่มเติม ถัดมาก็จะเป็นสายชาร์จและก็หัวชาร์จก็มีมาให้เลย นอกจากนั้นก็เป็นเรื่องของใบรับประกัน คู่มือการใช้งานต่างๆ ถัดมาก็จะมีตัวเครื่องอยู่ในกล่อง แพ็คมาอย่างสวยงามมีโฟมกันกระแทกเรียบร้อย ส่วนเรื่องของขนาดตัวเครื่องนั้นก็ต้องบอกว่ามันมีขนาดที่ใหญ่พอสมควร ใครที่คิดว่าจะพกพาง่ายๆ ใส่กระเป๋าใบเล็กๆ ไปก็คงจะยากสักนิดหนึ่ง ก็ต้องใส่กระเป๋าเดินทางหรือเป็นเครื่องเสียงประจำบ้านก็น่าจะเหมาะกว่า ขนาดของตัวเครื่อง ความยาวอยู่ที่ 22 ซม. ความสูง 5.7 ซม. ความกว้าง 11.5 ซม. น้ำหนักตัวเครื่องก็อยู่ที่ 1.1 กก. เป็นตัวเครื่องที่ไม่ได้ใหญ่มากอะไร ถือไปมาๆ ได้สะดวก แต่ไม่ได้เป็นขนาดเล็กมากอย่างที่บอกไปนะครับ

   ภายในตัวเครื่องก็จะมีลำโพงแบบ 2.1 อยู่ด้านใน ประกอบด้วยลำโพงแบบ passive radiator จำนวน 2 ตัว ขนาด 2.5 นิ้ว และก็มีลำโพงแบบ subwoofer ขนาด 2.5 นิ้ว จำนวน 1 ตัว ส่วนปุ่มต่างๆ การใช้งานด้านบนตัวเครื่องก็อย่างที่บอกไปในช่วงต้นว่ามีระบบอะไรบ้าง ก็ลองไปใช้งานกัน ก็ใช้งานได้ไม่ยาก ถัดมาที่ด้านหลังตัวเครื่องก็จะมีพอร์ดแบบ input 3.5 มม. มาให้ด้วย สามารถเสียบสายได้เลย รวมไปถึงมีพอร์ด USB เพื่อใช้เป็นเพาเวอร์แบงค์ได้ด้วย ความจุแบตเตอร์รี่ก็ 6000 mAh อีกหนึ่งส่วนที่ต้องบอกก็คือ ปุ่ม record เพื่อบันทึกเสียงนั้นจะเลือกได้ 2 ฟังก์ชั่น ก็คือ เลือกว่าจะใช้ไมค์ที่ตัวลำโพง หรือ จะใช้ไมค์ที่ตัวมือถือของเรา ถ้าใช้ที่ตัวมือถือก็จะสามารถบันทึกเสียงในขณะพูดคุยโทรศัพท์ได้ด้วย

   ในเรื่องของคุณภาพเสียงนั้นต้องบอกเลยว่าสามารถเลือกได้ตามความชอบเลยทีเดียว ใครที่อยากจะฟังแบบเบาๆ สบายๆ ก็ลองปิดระบบ Roar ที่ตัวเครื่องออกไป ก็จะเน้นไปที่เสียงทุ้มๆ และเสียงกลางแหลมที่ชัดเจน ส่วนใครที่มีปาร์ตี้ อยากได้เพลงแนวมันส์ๆ สนุกๆ ก็เปิดโหมด Roar ได้เลย ก็จะเพิ่มมิติเสียงเบสให้มันกระทึ่ม บวกกับปุ่ม TeraBass ด้วย ถือว่าน่าสนใจอย่างมากก็ลองเข้าไปหาซื้อกันได้ตามร้านค้าชั้นนำทั่วไป

รีวิว มาร์คหน้าเพียว คืนเดียวปัง PureNature สารสกัดจากธรรมชาติที่รวบรวมไว้ในกระปุกสูญญากาศ


   มาเอาใจหนุ่มๆ สาวๆ ที่อยากจะหน้าสวย หน้าใส ไร้สิวและฝ่า เพื่ออยากให้ใบหน้าของตัวเองในสวยปัง หล่อเวอร์ กันสักนิดหนึ่ง ซึ่งแอดมินเองก็กำลังติดตามนวัตกรรมเพื่อความสวยความงามแบรนด์นี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว ในที่สุดก็ได้มีโอกาสได้ทดสอบใช้ด้วยตัวเอง ก็ถือว่าเอาใบหน้าของตัวเองมาพิสุจน์แล้วก็มาเขียนรีวิวตอนนี้ขึ้นมา สินค้าอินเทรนด์ที่แอดมินกำลังพูดถึงอยู่นี้เขามีสโลแกนที่ว่า มาร์คหน้าแบบเพียว คืนเดียวรู้เรื่อง ในราคาหลักร้อยเท่านั้นเอง ก็แน่นอนว่าผลิตภัณฑ์เพื่อความสวยความงามเดี่ยวนี้มันเยอะจริงๆ มีทั้งราคาเบาๆ ไปจนถึงราคาหนักๆ กันเลยทีเดียว ซึ่งมันก็แน่นอนว่า คุณจะเลือกใช้แบบไหน แล้วจำเป็นไหมว่าต้องราคาแพงๆ หลักพัน หลักหมื่น ถึงจะดี ถ้าเพื่อนๆ อ่านรีวิวนี้จบแล้วก็อาจจะตอบโจทย์เมื่อสักครู่นี้ได้ทันทีเลยก็ได้

   นี่ก็คือตัวมาร์คหน้าเพียว คืนเดียวรู้เรื่อง ที่เราจะมารีวิวกันในตอนนี้เลย แน่นอนในรูปก็จะมีราคาบอกเอาไว้อยู่ว่า ราคาเพียงแค่ 550 บาทเท่านั้นเอง แต่ต้องบอกว่าเท่าที่แอดมินดูคุณสมบัติ ดูแพ็คเก็จ ดูสารสกัดที่อยู่ในตัวเนื้อครีมมาร์คกระปุกนี้แล้ว ถือว่ารวบรวมคุณประโยชน์ต่างๆ ที่ได้มาจากสารสกัดจากธรรมชาติล้วนๆ เพื่อมาอยู่บนใบหน้าของเราเลย ก็ถือว่าคุ้มค่าในราคาที่เทียบกับผลิตภัณฑ์เคาท์เตอร์แบรนด์เลยก็ว่าได้ ที่ต้องบอกแบบนี้แอดมินเองไม่ได้มาขายแต่อย่างใด เพื่อนๆ ก็สามารถไปหาซื้อเอาจากตัวแทนจำหน่ายได้เลย แต่ที่มารีวิวก็เพราะว่าตัวของแอดมินเองก็ยังใช้อยู่ตอนนี้ แล้วรู้สึกว่ามันดีก็เลยมาเขียนรีวิวนี้ขึ้นมา แต่เอาล่ะ โม้ว่าดีอย่างเดียวคงไม่ได้ เดี่ยวไปดูกันว่าสารสกัดที่มีอยู่ในเนื้อครีมมาร์คกระปุกนี้ มีอะไรบ้าง

   ถ้าตามคุณสมบัติของเนื้อครีมมาร์คแล้ว จะระบุเอาไว้ว่าเพียงแค่เรามาร์คเอาไว้ 1 คืน จะเทียบเท่ากับการทำทริสเม้นท์มากถึง 10 ครั้งเลย เพราะด้านในกระปุกนี้มีส่วนผสมของธรรมชาติล้วนๆ เลย ก็ขึ้นชื่อว่าเป็น PureNature แล้วก็ต้องสมชื่อเลยว่าเป็นธรรมชาติเดียวๆ นั้นเอง ส่วนผสมแรกเลย ก็จะมีวิตามีน D คุณสมบัติของวิตามีน D ก็จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวของเรา แล้วก็จะช่วยในการต่อด้านอนุมูลอิสระด้วย อีกหนึ่งส่วนผสมที่สำคัญเลย ก็จะมีสารสกัดจากตัวมันเทศ ซึ่งตามรายละเอียดในกล่องก็จะบอกเอาไว้ว่า สารสกัดตัวหนึ่งที่ได้มาจากมันเทศเนี่ย มันจะมีส่วนผสมที่คล้ายๆ กับฮอร์โมนของเพศหญิง ซึ่งมันจะช่วยในการยกกระชับผิว ทำให้ผิวนั้นเต่งดึง มีน้ำมีนวล ดูแล้วก็ยังเป็นสาวไม่แก่ง่ายนั้นเอง แต่คุณผู้ชายที่เข้ามาอ่าน อยากจะหล่อ อยากจะหน้าใสสไตล์หนุ่มเกาหลีกับเค้าบ้าง ก็ใช้ได้เหมือนกัน เพราะสารสกัดจากตัวมันเทศเอง ก็ไม่ได้ใช้ได้แค่ผู้หญิงอย่างเดียวเท่านั้น ก็สามารถใช้ได้ทุกเพศ ทุกวัย ตั้งแต่หนุ่มๆ สาวๆ ไปจนถึงคุณแม่ คุณป้า กันเลย

   ในส่วนผสมถัดมาของตัว PureNature กระปุกนี้ ก็จะมีส่วนผสมที่เป็นสารสกัดที่เป็นโปรตีนจากข้าวและโปรตีนจากถั่ว เสริมสร้างความแข็งแรง ความชุ่มชื่นให้กับผิวของเรา แต่สิ่งที่สำคัญเลย ทุกคนบนโลกนี้ไม่อยากจะแก่กัน ไม่ว่าจะเป็นคุณผู้ชายหรือคุณผู้หญิง ดังนั้น ในมาร์คกระปุกนี้จะช่วยชะลอริ้วรอยการแก่ก่อนวัยอีกด้วย ถัดมาใครที่ชอบเป็นสิวอักเสบ เป็นสิวเม็ดใหญ่ๆ ปุด บวม ขึ้นมาบนใบหน้า มาร์คเพียวตัวนี้ก็สามารถช่วยลดอาการอักเสบของผิวได้ด้วยเช่นกัน แต่เมื่อมีสิวเกิดขึ้นมาแล้ว ถ้ามาร์คเพียวเข้าไป ก็จะช่วยให้สิวนั้นหายไวขึ้น แล้วก็จะช่วยลดรอยแดง จุดช้ำที่เกิดจากการบีบสิว เชื่อว่าหลายคนชอบลูบ แคะ แกะ เกา แล้วก็บีบสิวอย่างมากเลย แก้อาการนี้ไม่ได้สักที เพราะว่าชอบบีบสิวก็ทำให้สิวอักเสบขึ้นมามีรอยช้ำ มาร์คตัวนี้ก็ช่วยได้เช่นกัน สารสกัดที่สำคัญอีกหนึ่งอย่างก็คือ สารสกัดจากสาหร่ายทะเลขนาดเล็ก ตัวนี้จะช่วยในเรื่องของการช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนของเลืด ทำให้เรามีเลือดฝาดบนใบหน้า ใครๆ ที่ดูหน้าเราสวย ใส มีเลือดฝาด ก็แปรว่าเรานั้นมีสุขภาพดีนั้นเอง

   วิธีใช้ตัวสินค้าอินเทรนด์ที่แอดมินนำมารีวิวในตอนนี้ ตัว PureNature กระปุกนี้ก็ไม่ยากเลย หลังจากอาบน้ำ ล้างหน้า ล้างเครื่องสำอางให้สะอาด จากนั้นเช็ดหน้าให้พอชุ่มๆ สักนิดหนึ่ง แล้วก็กดเนื้อครีมตัวมาร์คเพียวออกมา แล้วก็ทาลงไปทั่วใบหน้าของเรา อาจจะทาตรงบริเวณลำคอด้วย เพื่อให้สีผิวปรับสภาพได้เท่ากัน ก็มาร์คเอาไว้ทั้งคืนเลย ตื่นมาตอนเช้าก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาดปกติ ช่วงแรกที่ใช้ก็ควรใช้ติดต่อกันสักประมาณ 3 วัน หลังจากนั้นอาจจะเป็นอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง ก็ได้ ก็ลองไปหาทดสอบใช้กันดูนะหนุ่มๆ สาวๆ ที่อยากจะมีใบหน้าปังทั้งหลาย

รีวิว Meizu M3s สมาร์ทโฟนที่แบตอึด เล่นเกมส์สบายๆ ในราคาสบายๆ ไม่เกิน 6 พันบาท

 

   นี่คืออีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เว็บไซต์ 108plaza นำมาเขียนรีวิวให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกัน เป็นสมาร์ทโฟนแบรนด์จีนที่มีชื่อว่า Meizu ถามว่าแบรนด์นี้อยู่ในระดับจีนแดงไหม แบบของลอกเลียนแบบ ของกอฟ ของสเปคที่ไม่ค่อยดีหรือเปล่า ต้องบอกว่าไม่ใช่ Meizu ก็เป็นแบรนด์จีนที่ค่อนข้างเป็นอันดับต้นๆ เช่นกัน ดังนั้น Meizu M3s สมาร์ทโฟนแบรนด์จีนรุ่นนี้ก็ถือว่ามันน่าใช้ในราคาประหยัด ใครที่อยากจะได้สมาร์ทโฟนราคาถูก แต่ได้ทั้งการใช้งาน เล่นเกมส์นาน แบตอึด กล้องก็ถือว่าดีในระดับที่เครื่องเกือบหมื่นในแบรนด์อื่นๆ ยังอาย ว่ากันแบบนั้นเลย

   Meizu M3s ก็เป็นสมาร์ทโฟนที่ต่อยอดมาจาก M3 ซึ่งในบทความก่อนหน้านี้ก็เคยรีวิวกันไปแล้ว ก็ไปหาอ่านกันได้ แน่นอนว่ามันเป็นตัวที่พัฒนาขึ้นมา ก็ต้องดีกว่าของเดิมแน่ๆ สิ่งที่ให้มาในกล่องก็มีแค่หัวชาร์จแล้วก็สายชาร์จเท่านั้นเอง แต่สิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมาจากรุ่นเดิม อย่างแรกเลย ก็คือปุ่มสแกนลายนิ้วมือที่อยู่ด้านหน้า การสแกนก็ทำได้ดี อาจจะมีบางครั้งที่มือเราสกปรก อาจจะสแกนพลาดบ้าง แต่มีข้อเสียที่ไม่สามารถสแกนได้ตอนหน้าจอดับ คือต้องปลุกหน้าจอขึ้นมาก่อนแล้วค่อยสแกน ตัวเครื่องนั้นรองรับ 2 ซิมการ์ด รองรับ 4G LTE ด้วย แล้วก็เพิ่มเมมโมรี่การ์ดได้ แถมยังเป็นบอดี้แบบโลหะด้วย ในราคาประมาณ 5,790 บาทเท่านั้นเอง จำราคากันไว้นะครับ เพราะยังมีอีกหลายๆ ฟี่เจอร์เด็ดที่มาอยู่ใน M3s เครื่องนี้ ให้ความจุแบตเตอร์รี่มาที่ 3000 mAh ต้องบอกเลยว่าแบตอึด เล่นได้ทั้งวัน ใครที่อยากได้ไปจับโปเกม่อนเนี่ยนะครับ บอกเลยว่าเครื่องนี้เล่นกันได้ยาวๆ แบบไม่ต้องชาร์จกันเลย หนึ่งวันนี่ถือว่าไม่ต้องชาร์จกันเลยทีเดียว แต่ถามว่ามันมีแต่ข้อดีหรอ มีข้อเสียบ้างไหม มีแน่นอนเพราะมันไม่ใช่รุ่นเรือธงและราคาก็ไม่ได้แพง การใช้ชิปประมวลผลก็ใช้เป็นตัว MTK รุ่นล่างๆ แล้วเป็นมือถือแบรนด์จีนด้วย ดังนั้น เมื่อเปิดใช้งานเข้าเว็บ เบราเซอร์ต่างๆ มันก็อาจจะยังต้องไปดาวน์โหลดตัวเบราเซอร์อื่นๆ มาใช้ทดแทนบ้าง แล้วการใช้งานทั่วไป บางครั้งก็มีหน่วงบ้าง กระตุกบ้าง แต่ไม่ได้ถึงกับค้างไปเลย หรือว่าต้องปิด-เปิดเครื่องใหม่ แบบนั้นไม่ใช่ ก็คือตามราคา แล้วอีกหนึ่งสิ่งที่เห็นบนหน้าจอ การแสดงผลหน้าจอจะออกไปทางโทนฟ้า ไม่ได้เป็นโทรวอร์ม โทนเหลือง ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณเองชอบสีหน้าจอโทนไหน บางคนก็บอกว่าโทนฟ้ามันแสบตาไปมั้ย บางคนก็ชอบที่มันสีสดดี ก็แล้วแต่ความชอบนะครับ ส่วนเรื่องของลำโพงที่ให้มากับตัวเครื่อง ถ้าใครที่ชอบฟังเพลงต้องบอกว่าไม่ตอบโจทย์สักเท่าไหร่ เพราะลำโพงจะออกไปทางโทนเสียงแหลมเสียเยอะ ไม่มีโทรกลางและโทนเบสเข้ามาให้ดูมีมิติที่ครบ อาจจะต้องหาหูฟังดีๆ สักคู่หนึ่ง มาใช้งานแทน ก็เป็นทางออกที่ดีและประหยัดเงินไปได้เยอะเลยทีเดียว

   ในส่วนของการเล่นเกมส์กันบ้าง ใครที่อยากได้ไปจับ Pokemon GO บอกเลยว่าสามารถเล่นได้สบายๆ อยู่แล้ว แล้วก็แบตอึดด้วย เล่นกันยาวๆ 4-5 ชั่วโมงแบบไม่ต้องพกเพาเวอร์แบงค์กันเลยทีเดียว แต่หลายคนก็ไม่ชอบจับโปเกม่อน อยากเล่นเกมส์อื่นๆ ที่มันหนักหน่วงกว่านี้ แอดมินเองก็ได้ทดสอบแล้ว ถ้าเป็นเกมส์กราฟิกเยอะๆ หนักๆ ให้คะแนนที่เล่นได้ลื่นไหลก็ประมาณ 7 เต็ม 10 คือมันยังมีอาการหน่วงบ้าง ภาพไม่เนียนตาบ้าง แต่อย่างเกมส์ โมเดิล คอมแบกซ์ ก็เล่นได้สบายๆ เช่นกัน ก็ถือว่าเป็นเกมส์ที่มีกราฟฟิกไม่ธรรมดา แล้วข้อดีคือเครื่องไม่ร้อนด้วย

   มาที่เรื่องของกล้องกันบ้าง ต้องบอกเลยว่ากล้องข้อเสียมันอยู่ที่การจับโฟกัสหรือการแตะโฟกัสลงไปแล้ว ภาพมันจะมึดลง อาจจะเป็นเพราะซอฟต์แวร์ที่เขียนมา แต่พอถ่ายออกมาแล้ว ภาพที่ได้ก็ไม่ค่อยมึดเหมือนตอนถ่ายสักเท่าไหร่ ก็ถือว่าเป็นภาพที่คมชัดในระดับกลางๆ เลย ตรงนี้หมายถึงทั้งกล้องหน้า กล้องหลัง แต่จุดเด่นจะอยู่ที่ตรงการปรับในโหมด manual ที่สามารถปรับได้มากว่าค่าชดเชยแสง ISO หรือว่า ไวท์บาลานช์ คือมันจะสามารถเลือกปรับการเปิดชัตเตอร์ค้างไว้ได้นานถึง 10 วินาที เอาไว้ถ่ายพวกน้ำกระเซน ถ่ายตอนรถวิ่งกลางคืนจะมีแสงไฟตามไปเป็นเส้น อะไรแบบนั้นได้เลย แต่จะต้องใช้ขาตั้งกล้องช่วยให้ภาพมันนิ่ง โดยรวมแล้วกล้องถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว

   ใครที่เคยใช้สมาร์ทโฟนจีนหรือใครที่อยากจะลองใช้ดู เพราะราคาไม่แพง ก็ลองไปหาซื้อกันดูได้ตามตัวแทนจำหน่าย แต่มือถือจีนก็ควรเลือกร้านที่เค้ารับประกันสักนิดหนึ่ง เพื่อที่ว่ามีปัญหาจะได้รับเครมได้ ก็แค่นั้นเอง บางร้านอาจจะซื้อไปแล้วไม่รับเครม ไม่รับซ่อม ก็อาจจะมีปัญหาตามก็ได้นะครับ ครั้งหน้าเราจะมี gadget สินค้าอินเทรนด์อะไรมารีวิวให้เพื่อนๆ ได้อ่านอีกนั้นอย่าลืมเข้ามาติดตามกันด้วยนะครับ

Review Beats Solo 2 Wireless หูฟังแบบไร้สายยอดฮิต ที่ขายดีที่สุดในตอนนี้

 

 

เรากำลังจะพูดถึงสินค้ายอดฮิตที่ติดตลาดและได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มของคนที่ชอบเทคโนยีอันแปลกใหม่ ในยุคของโลกที่มีการพัฒนาของเทคโนโลยีเกี่ยวกับข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่เข้ามามีบทบาทในการใช้ชีวิตประจำวันของปัจจุบันนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยสำหรับ กับสิ่งเหล่านี้ที่เข้ามามีอิทธิพล ในความต้องการของมนุษย์ที่มีความต้องการแบบไม่มีที่สิ้นสุด วิวัฒนาการความเจริญก้าวหน้าของการประดิษฐ์คิดค้นสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับประชากรโลก มีมาอย่างต่อเนื่องและดูเหมือนจะถูกขับเคลื่อนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด มนุษย์ผู้สร้างโจทย์ และเป็นผู้ตอบโจทย์กับสิ่งต่าง ๆ ที่มีความสอดคล้องกับการดำเนินชีวิต และการใช้ชีวิตโดยอุปกรณ์หรือเครื่องมือต่าง ๆ ที่ถูกพัฒนาให้มีความก้าวหน้าและทันสมัยเข้ามาเป็นตัวเสริม ให้การกระทำใด ๆ หรือการ ดำเนินชีวิต ได ๆ ดูเหมือนจะง่ายไปเสียหมด และสิ่งหนึ่งที่จะนำเสนอเป็นสินค้าอินเทรนด์ในวันนี้ ถือเป็นข่าวดีสำหรับสาวก Beats ในไทยเลยทีเดียว หลังจากที่  True ประกาศจับมือกับแบรนด์ หูฟังระดับโลก Beats เป็นผู้นำจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในไทย เป็นโอกาสดีที่เราจะลองมารีวิว Beats Solo 2 Wireless รุ่นที่ฮ็อตสุดรุ่นนึงในตอนนี้ Beats Solo ถือเป็นหูฟังรุ่นยอดฮิตของ Beats ตั้งแต่เคยมีมา และเป็นหนึ่งในหูฟังที่ขายดีที่สุดในโลกมาก่อนด้วย ซึ่ง Beats Solo 2 Wireless ก็เป็นการต่อยอดหูฟังสุดฮิตนี้ พร้อมกับความสามารถใหม่ นั่นคือการฟังแบบไร้สายด้วยนั่นเอง

 

 

 

Beats Solo 2 Wireless ถือเป็นนวัฒกรรมใหม่ของหูฟัง ที่เคยมีมา จุดเด่นของหูฟัง Beats ที่หลายคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีนั่นคือหูฟังที่มีสีสันสดใสฉูดฉาด ดูดึงดูดสายตาของผู้ที่พบเห็น กับสีแดงสด ดำสนิท เงาวับ หรือรุ่นพิเศษต่างๆ ที่มีสีสันที่สดใสดุดตา ของผู้ใช้และผู้ที่พบเห็น ไม่ว่าจะควักออกมาเพื่อฟังเพลงหรือใส่แขวนคอเดินไปไหนก็เท่บาดใจเหลือเกิน โดยทั้งหมดก็มีการดีไซน์ออกมาได้อย่างสวยงามโดนเด่นและดูดี กระเป๋าสำหรับใส่หูฟังก็นุ่มนิ่มพกพาสะดวก สายหรืออุปกรณ์ร่วมต่างๆ ก็ทำออกมาเข้ากับรูปแบบของหูฟังได้เป็นอย่างดี พอใช้ด้วยกันแล้วรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันอย่างไงอย่างงั้น มาดูรูปแบบของหูฟังกันดีกว่า Beats Solo 2 Wireless มีขนาดไม่ใหญ่มากเกินไป และถือว่ามีน้ำหนักเบากว่าหูฟังหลายยี่ห้อที่มีลักษณะคล้าย ๆ กัน รวมถึงตัวก้านหูฟังยังมีความยืดหยุ่นสามารถบิดไปมาได้แบบไม่หัก ด้วยการออกแบบมาเป็นอย่างดี  ด้านข้างของหูฟังจะมีสัญลักษณ์ Wireless อยู่เพื่อเอาไว้บอกชื่อรุ่นของหูฟัง จุดเด่นของ Solo 2 Wireless ที่มาตั้งแต่รุ่นแรกเลยก็คือคุณสมบัติพิเศษ ในการพับเก็บได้ ทำให้เวลาเก็บสามารถนำใส่ในซองเก็บได้สะดวก และวัสดุที่ใช้ก็มีลักษณะเบาบาง มีความยืดหยุ่น ทำให้ผู้ใช้สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวกไม่เกะกะเปลืองพื้นที่ ใช้แขวนหรือคล้องคอได้ทั้งวันแบบไม่ทำให้หนักหรือรำคาญ ตัวก้านสามารถยืดปรับความยาวให้เข้ากับขนาดศรีษะของผู้ใช้งานได้ ด้านล่างมีช่องสำหรับเสียบต่างๆ ซึ่งทั้งสองข้างจะไม่เหมือนกัน โดยหูฟังด้านซ้ายมือของผู้ใช้จะมีช่องเสียบรูสายหูฟัง และมีแสงไฟบอกสถานการณ์ใช้งาน ส่วนทางด้านขวาจะมีช่องเสียบสายชาร์จแบบ micro-USB พร้อมปุ่มปิดระบบ Bluetooth เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของ Beats ที่เราเห็นจนชินตาจากในโฆษณาและตามสถานที่ต่างๆ คือเอาหูฟังมาคล้องคอได้แบบสบายๆ เพราะความบางเบา จนมีหลายคนบอกว่าวิธีใส่หูฟัง Beats ที่ถูกต้องคือ ใช้แขวนคอไม่ใช้ไว้สำหรับฟังเพลง อิอิ เมื่อนำมาครอบหู ตัวหูฟังจะแนบกับหูได้ดีมาก ฟองน้ำมีความนุ่มนิ่มใส่สบายไม่เจ็บหู จากการทดสอบการใช้งานจริงสามารถใส่หูฟังแล้ววิ่งขึ้นลงบันไดได้โดยหูฟังไม่หล่นลงมาหรือขยับไหลหนีจากหู ซึ่งก็ถือว่าแนบแน่นและ Sport ดี แต่บางคนอาจจะรู้สึกว่าบีบหูไปหน่อย ก็ต้องลองยืดๆ ก้านหูฟังในช่วงแรกนิดนึงคะนอกจากนี้ที่ด้านข้างของหูฟังฝั่งซ้าย ที่เป็นรูปตัว b จะสามารถกดได้ เพื่อใช้ปรับเล่น หรือหยุดเพลง รวมถึงใช้เลือกรับสายหรือวางสายโทรศัพท์ได้ด้วย ส่วนรอบสัญลักษณ์ตัว b ก็สามารถกดเพื่อเพิ่มลดเสียงได้ เพลงที่เหมาะกับหูฟังรุ่นนี้น่าจะเป็นเพลงแนว Pop, Rock, Alternative, Techno หรือแนวฟังสบายๆ ชิวๆ ก็ได้เสียงที่ดีไม่แพ้กัน สำหรับการฟังเพลงแบบไร้สายผ่าน Bluetooth ก็สามารถเลือกเชื่อมต่อกับ iPhone, iPad หรือ Mac ได้สบายๆ Sync รวดเร็วดี สัญญาณไปได้ไกลในระยะห้องนั่งเล่น รวมถึงสามารถใช้รับสายโทรศัพท์ได้ด้วย เพราะมีไมค์ในตัว ความยาวนานของการใช้งานตามปริมาณของแบตเตอร์รี่ จะสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 12 ชั่วโมง

หลังจากพอทราบถึงคุณสมบัติของสินค้าอินเทรนด์ที่ได้นำมารีวิวให้พอได้ทราบและวิธีการใช้งานเบื้องต้นไปแล้ว สำหรับผู้ที่สนใจที่อยากได้มาเป็นเจ้าของ ก็สามารถไปเลือกซื้อหรือดูสินค้าได้ที่  iStudio หรือร้านขายอุปกรณ์ไอทีชั้นนำทั่วไปคะ

Samsung galaxy note 7 OR iPhone 7 Plus ควรจะรอเปิดตัวก่อนดีหรือว่าจะซื้อ Note 7 ก่อนดี

 

   ก็อย่างที่รู้ๆ กันดีกว่าเดือนกันยายนของทุกๆ ปี ก็จะมี gadget สินค้าอินเทรนด์จาก 2 ค่ายยักษ์ใหญ่ในตลาดสมาร์ทโฟนเขาก็จะมีแข่งขันทางการตลาดกันแบบชนิดที่ว่าหมัดต่อหมัดเลยทีเดียว ซึ่งประมาณช่วงกลางๆ เดือน Apple เองก็เตรียมตัวที่จะเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของทางค่ายที่จะมาชูโรงเรื่องของนวัตกรรมมากมายก็ต้องเตรียมตัวรอดูกัน เพราะตามข่าวหลุดออกมาต่างๆ นานาเนี่ยนะครับ แอดมินเองและใครอีกหลายๆ คนก็ยังไม่ทราบหรอกว่าเวลานี้ เวลาที่ Apple ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลจริงๆ ออกมานั้น ตัว iphone 7 ทั้งรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่เนี่ย จะมีขนาดเท่าไหร่ สเปคเท่าไหร่ มีฟี่เจอร์เด็ดๆ มาสู้กับทางค่ายของทาง ซัมซุง หรือไม่ ที่เขานั้นได้เปิดตัวมาแล้วทั่วโลกก่อนหน้านี้แล้ว และก็เตรียมที่จะวางจำหน่ายในบ้านเราในช่วงวันที่ 9 กันยายน 2016 นี้แล้วด้วย ก็มีคำถามอยู่ว่า สำหรับเพื่อนๆ ที่คิดว่าจะเปลี่ยนสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ ตัวเลือกอยู่ที่เรือธง 2 ตัวนี้ก็คือ Note 7 กับ iphone 7 เท่านี้แหละ จะเลือกซื้อ Note 7 ไปก่อนเลยดีไหม หรือ จะรอดูก่อนสิว่าไอโฟนจะมีหมัดเด็ดอะไรมาสู้กับทางคู่แข่งที่ชิงเปิดตัวบอกฟี่เจอร์ไปหมดแล้วเนี่ยนะครับ เอาเป็นว่าในบทความนี้เราจะมาช่วยให้คุณตัดสินใจได้เร็วขึ้นว่าจะรอก่อนหรือจะซื้อ Note ก่อนเลยดี

   อย่างแรกเลยที่ทำให้คุณคิดว่าต้องรอก่อน รอดูนวัติกรรม รอดูฟี่เจอร์เด็ดๆ ของตัว iphone 7 ก่อน เหตุผลอย่างแรกเลยก็คงเป็นที่ว่าคุณในช่วงนี้ไม่รีบที่จะเปลี่ยนเครื่องใหม่ รออีกนิด ต่อมา มันมีข่าวหลุดมาว่าตัว ไอโฟน จะมาพร้อมกับสเปคจะมาพร้อมกับหน้าจอ 5.5 นิ้ว ความละเอียดหน้าจอที่ระดับ Full HD เท่านั้น ความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ 401 ppi. เท่านั้น ถ้าตรงนี้มันเป้นเรื่องจริง แต่ไม่ยืนยันนะครับ ที่สุดแล้วต้องรองานเปิดตัวจริงๆ มากกว่า แต่ถ้าเทียบกับตัว note 7 ถือว่ากินขาดครับ เพราะว่า note 7 นั้นหน้าจอใหญ่กว่านิดหน่อย ความละเอียดหน้าจอมากกว่าแน่ๆ มากถึงระดับ 2K เลยทีเดียว แล้วก็เรื่องต่อมาที่จะต้องวิเคราะห์กัน ก็คือเรื่องของชิปประมวลผลหรือว่าตัว CPU ของทั้ง 2 รุ่น ข่าวหลุดออกมาว่า iphone 7 จะมาพร้อมกับซีพียูตัว A10 ให้ RAM 2 GB เมื่อเทียบกับตัว Note 7 ก็กินขาดอีกแล้ว ให้ RAM มา 4 GB เลยทีเดียว เอาง่ายๆ ว่าถ้าเทียบสเปคตามข่าวหลุดของ iphone เนี่ย ทาง note 7 จะกินขาดมากกว่า แต่ยังไม่ยืนยันนะครับ ต้องย้ำอีกนิดหนึ่ง

   ภาพด้านบนนี้เป็นภาพหลุดของตัว iphone 7 นะครับไม่ใช่ตัวเครื่องจริงๆ แต่เท่าที่มีการวิจยตลาดสมาร์ทโฟนของผู้ที่เป็นสาวกทั้งแบรนด์ผลไม้เอง แล้วก็แบรนด์เกาหลี เมื่อก่อนอาจจะมีสาวกของแบรนด์เกาหลีเปลี่ยนใจไปใช้แบรนด์ผลไม้เยอะ แต่สาวกแบรนด์ผลไม้จะไม่ค่อยเปลี่ยนมาใช้แบรนด์เกาหลีสักเท่าไหร่ แต่ในปัจจุบัน ก็ต้องเรียนตามตรงนะครับ คนไทยเราขี้เบื่อ สาวกแบรนด์ผลไม้ก็มักจะบอกว่าไอโฟนไม่ค่อยมีลูกเล่นอะไร เปลี่ยนอะไรเยอะๆ เหมือนกับ Android ก็ไม่ได้ แถมอุปกรณ์เสริมก็แพงอีกต่างหาก อันนี้ก็แล้วแต่มุมมองนะครับ ส่วนคนที่ใช้แบรนด์เกาหลีมา แล้วก็เปลี่ยนมาใช้แบรนด์ผลไม้บ้าง ก็มักจะบอกว่า แบรนด์เกาหลีช่วงแรกๆ ซื้อมาก็เร็วดี ใช้ไปสักพักช้าเสียอย่างนั้น เครื่องค้างบ้างไรบ้าง ราคาก็ไม่ใช่ถูกๆ ก็เลยเปลี่ยนมาให้ IOS เพราะว่ามันเร็ว มันดูมีคราสกว่า อยากหรูบ้างไรบ้าง แบบนั้นว่ากันไป ก็ขึ้นอยู่กับมุมมองเช่นกันนะครับ

   แต่อย่างไรก็ตาม การรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้ ก็ต้องมีคำตอบให้เพื่อนๆ ที่เข้ามาอ่านเพื่อได้ตัดสินใจได้ว่าจะเลือกตัวไหน ถึงจะคุ้มค่าในราคา 2 หมื่นปลายๆ ก็ถือว่าไม่ได้ถูกเลย ทั้ง note ทั้ง iphone เนี่ยนะครับ ไม่แน่ว่าแอปเปิลอาจจะเปิดตัวมาแพงทะลุไปหลัก 3 หมื่นก็ได้ เพราะฉะนั้น ถ้าซื้อมาแล้วมันคุ้ม มันหารายได้ให้กับคุณได้ ก็ถือว่าไม่แพง ฉะนั้น พูดได้ชัดเลยว่าตัว note 7 ที่ชิงเปิดตัวมาก่อนไอโฟนเนี่ยนะครับ เขาก็ชูให้เห็นว่าถ้าใครที่ทำธุรกิจออนไลน์ ทำงานที่ต้องใช้ปากกา มันก็ไม่มีใครสู้ note 7 ได้ เพราะว่าการขีดๆ เขียนๆ บนหน้าจอนั้นถือว่า note 7 ทำมาได้ดีเลย ความรู้สึกเหมือนกับเขียนด้วยปากกาจริงๆ แต่ก็ต้องรอนะครับ ถ้าไม่ได้ใจร้อนมากเกินไป รอการเปิดตัวของ iphone 7 สักนิดหนึ่ง เพราะอย่าลืมว่าทาง แอปเปิล ก็มีดินสอที่ทำออกมาไว้เขียนหน้าจอก็ทำได้เช่นกัน เขาจะงัดเอาไม้เด็ดตรงนี้มาชูโรงแข่งกับตัวซัมซุงหรือเปล่า

รีวิว หูฟังบลูทูธ JBL Under Armour หูฟังที่ไปจับมือกับแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังในอเมริกา แฟนๆ คอกีฬาต้องอยากได้แน่นอน

 

   สำหรับการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ของเราในตอนนี้ ต้องบอกเลยว่ามันมีที่มาที่ไปที่ค่อนข้างน่าตื่นเต้น หลายท่านคงรู้กันดีกว่าแบรนด์ JBL ก็ทำสินค้าจำพวกลำโพง หูฟัง เครื่องเสียง อะไรพวกนี้มานานและเป็นแบรนด์ระดับโลก แต่ JBL เองไปร่วมจับมือทางธุรกิจกับแบรนด์เสื้อผ้าระดับโลกอย่าง Under Armour ที่โด่งดังมากในอเมริกา แล้วก็ทั่วโลก ใครที่ชอบเล่นกีฬา เสื้อผ้าที่เป็นแนวกีฬา แนว sport จะมาจากแบรนด์นี้ทั้งนั้นเลย แล้วก็ 2 แบรนด์ยักษ์ใหญ่นีก็มาจับมือกันผลิตหูฟังรุ่นที่เราจะรีวิวให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกันเนี่ยนะครับ เป็นหูฟังบลูทูธรุ่นนี้เลย JBL Under Armour

   เพื่อนคนไหนที่เป็นคอกีฬา ชอบซื้อเสื้อกีฬาที่เป็นแบรนด์ดังๆ มาใส่ ก็คงต้องบอกว่าห้ามพลาดที่จะมีหูฟังคู่นี้มาเก็บไว้อีกหนึ่งสิ่งที่เป็นของสะสมนะครับ การดีไซน์ตัวกล่องก็เป็นสีแดงเป็นกล่องแถบแม่เหล็กเป็นแนว sport มากเลย สิ่งที่ให้มาในกล่องก็จะมีตัวหูฟังบลูทูธ แล้วก็ตัวสายชาร์จที่เป็นแบบ micro USB ไม่มีหัวชาร์จมาให้ แล้วก็จะมีเคสหรือว่าซองเก็บหูฟังมาให้ แค่นี้เองที่ให้มาในกล่อง นอกนั้นก็จะเป็นคู่มือการใช้งานใบรับประกันตัวสินค้าต่างๆ ก่อนที่จะไปตรงหูฟัง แอดมินแอบเห็นตัวเคสหรือตัวซองใส่หูฟัง ทำมาได้ค่อนข้างดีเลย เนื่องจากว่ามันเป็นหูฟังแนวสายออกกำลังกาย คนที่ชอบออกกำลังกายจะชอบใช้กัน ดังนั้น เรื่องของเหงื่อ เรื่องของการพกพามันก็จะต้องดูแลเป็นพิเศษกว่าแบบอื่นๆ สักนิดหนึ่ง ก็ทำเคสที่เป็นแบบซิลีโคลนแบบนุ่ม ด้านในจะมีผ้าบุมาเพื่อกันรอยขีดข่วนอีกหนึ่งชั้นด้านใน ก็ทำให้พกาพได้สบายๆ ไม่ต้องกลัวหูฟังเสียหาย แล้วก็มีซิบมาให้อย่างดีเลย ถือว่าน่าใช้งานมากเลยทีเดียว ถัดมาก็จะเป็นตัวจุกยางที่ให้มาในกล่อง จะออกมาเป็นซีลีโคลนแบบนุ่มเช่นกัน ก็มีทั้ง 3 ขนาดให้เลือกใช้งานกัน ก็ลองสวมใส่กันดูตามความรู้สึกว่ามันเหมาะกับรูหูของเรามากที่สุดนะครับ นอกจากนั้นก็จะมีตัวล็อคสายมาให้ด้วย เวลาที่เราออกกำลังกายบางทีสายอาจจะเกิดความรำคาญ ก็สามารถที่จะเก็บล็อคเอาไว้ได้ด้วย

   มาดูที่ตัวหูฟังกันบ้าง ซึ่งตัวไดเวอร์ด้านในหรือว่าขนาดของลำโพงด้านในจะมีขนาดที่ใหญ่ถึง 5.8 มม. ต่อข้าง รองรับการเชื่อมต่อบลูทูธได้ทั้งสมาร์ทโฟนในฝั่ง IOS และ Android การใช้งานสำหรับการฟังเพลงนั้น จะสามารถใช้งานได้นานติดต่อกันประมาณ 8 ชั่วโมง และ การใช้งานสำหรับการพูดคุยโทรศัพท์ผ่านหูฟังบลูทูธตัวนี้ จะสามารถใช้งานได้นานประมาณ 3 ชั่วโมง ตัวหูฟังเองก็ออกแบบมาให้มีมุมที่เอียงได้ 45 องศา นั้นเป็นองศาที่มีการวิจัยมาแล้วว่า มันจะสวมใส่ได้สบายหูมากที่สุด แล้วก็มีมิติเสียงที่ส่งไปยังหูของคนเราได้ดีที่สุดด้วยนะครับบ ก็เป็นการออกแบบมาได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว ที่ตรงบริเวณไมค์โครโฟน ก็จะมีปุ่มอยู่ 3 ปุ่ม ก็จะมีปุ่มเพิ่มลดเสียง กดค้างก็จะเป็นปุ่มเลือ่นเพลง แล้วก็จะมีปุ่มตรงกลางเป็นปุ่มเปิดปิดหูฟัง แล้วก็กดรับสายเรียกเข้า จะใช่ร่วมกันเลย วิธีเปิดก็จะกดปุ่มกลางค้างไว้ แล้วก็จะกดอีกครั้งเพื่อ pair Bluetooth นั้นเอง ตัวหูฟังก็ยังสามารถกันน้ำได้ตามมาตรฐาน IPx5 คือสามารถกันน้ำกระเด็นใส่ กันเหงื่อ กันเปียก ได้เท่านั้นเอง ไม่ได้จุ่มน้ำหรือไม่สามารถใส่ว่ายน้ำได้นะครับ

   สำหรับเรื่องสุดท้ายที่ต้องรีวิวกันใน gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้คือเรื่องของบุคลิกของเสียงที่ได้จากหูฟังบลูทูธตัว JBL Under Armour รุ่นนี้นะครับ ต้องบอกอย่างนี้ครับว่า หลังจากที่แอดมินเองก็ได้ทดสอบมาทุกๆ แนวเพลง แล้วก็รีวิวแบรนด์ JBL มาหลายๆ ตัว ก็ต้องบอกว่ารุ่นนี้กลิ่นไอความเป็น JBL มาเต็มๆ ใครที่ใช้ JBL อยู่จะพอคุ้นเคยกันดี ก็คือ น้ำเสียงในส่วนของเสียเบสมาเต็มแน่นอน เป็นเสียงเบสที่ลูกใหญ่ มีความกระแทกกระทั้นพอสมควรเลย ทำให้ฟังแล้วรู้สึกอยากจะสนุก อยากจะตื่นตัว ก็น่าจะเหมาะกับสายออกกำลังกายที่เน้นความตื่นตัวเนี่ยแหละนะครับ เสียงกลางที่ชัดเจน ได้ยินเสียงร้องได้ชัดดีมาก รวมไปถึงเสียงแหลมที่คมจัดจ้าน แต่ไม่ได้ปาดหู รวมๆ แล้วซาวต์เพลงมันไม่เหมาะกับคนที่ชอบเพลงสบายๆ ใสๆ เคลียร์ๆ แบบนั้นนะครับ คือเน้นสนุกๆ เน้นมันส์ๆ ไปเลย แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องให้เพือ่นๆ นั้นไปหาทดสอบด้วยตัวเองกันดูก่อนจะซื้อมาใช้งานนะครับ

รีวิว Westone AM Pro 10 หูฟังแบบ in-ear ที่ใช้สำหรับนักร้อง นักดนตรีบนเวทีสามารถมอนิเตอร์เสียงทั้งเสียงภายในและเสียงรอบนอกได้

 

   เพื่อนๆ นักน้อง นักดนตรีที่กำลังจะมองหาหูฟังสักหนึ่งคู่ เพื่อเอาไว้ใช้งานในขณะอยู่บนเวที เพื่อมอนิเตอร์เสียงทั้งเสียงร้อง เสียงดนตรี และก็เสียงของผู้คนที่อยู่รอบๆ ตัว เพื่อให้ได้ยินเสียงและบรรยากาศได้อย่างครบถ้วนนั้น ในการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ของเราในเว็บไซต์ 108plaza ตอนนี้ ก็จะมีหูฟังแบบ in-ear ที่เรียกได้ว่ามีคุณภาพดีรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว มาทำการรีวิวให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกัน จะเป็นหูฟังรุ่นไหน แบรนด์อะไร ไปดูกันเลย

   Gadget ที่นำมารีวิวในครั้งนี้เป็นสินค้าจะ Westone รุ่น AM Pro 10 ซึ่งเป็นรุ่นล่างสุดใน series อย่างที่เห็นอยู่ในรูปตัวอย่างสินค้าด้านบน ก็จะมีทั้งรุ่น AM Pro 20 และ AM Pro 30 นั้นเอง ก็มาติดตามกันว่าในรุ่นล่างสุดแบบนี้จะใช้งานได้ครอบคลุมขนาดไหน แล้วจะเหมาะกับผู้ที่ใช้งานด้านไหนได้บ้าง ซึ่งรายละเอียดรอบๆ กล่องที่แอดมินเห็นว่ามันเป็นจุดเด่นที่ต้องรีวิวอย่างแรกก็คือว่า หูฟังรุ่นนี้จะแบ่งแยกไปตามซีรีส์ อย่าง AM Pro 10 ก็จะมีไดเวอร์ข้างในหูฟังตัวเดียว แล้วก็จะมีระบบ SLED รองรับอยู่ ระบบนี้คือ การที่ไดเวอรืภายในจะมีการปล่อยเสียงที่ส่งมาจากแห่งกำเนิดเสียงได้ด้วย แล้วก็จะปล่อยให้เสียงจากด้านนอก ดูดเข้ามาแล้วก็มาให้ผู้ที่ใช้หูฟงตัวนี้อยู่เนี่ยได้ยินด้วย นั้นก็ทำให้การใช้งานอย่างที่บอกไป มันสามารถใช้งานได้ดีกับพวกกลุ่มนักร้อง นักดนตรีนะครับ เมื่อเปิดมาข้างในกล่อง ก็จะมีอุปกรณ์ที่ให้มาคืออย่างแรกเลย ตัวหูฟัง แล้วก็จะมีกล่องเก็บหูฟังที่เป็นพลาสติกแบบปิดแน่นสนิท สามารถกันน้ำ กันฝุ่นได้ ถัดมาก้จะเป็นจุกยาง ที่ต้องบอกว่าให้มาเยอะมาก หลายขนาด หลายคู่ ก็เอาไว้เปลี่ยนเวลาที่มีเหงื่อหรือใช้ร่วมกันหลายๆ คนก็อาจจะเปลี่ยนจุกยางของตัวเองได้ ให้มาเยอะเลยทีเดียว สุดท้ายก็จะเป็นตัวหูฟัง เท่านี้เองที่ให้มา นอกจากนั้นก็จะเป็นคู่มือการใช้งานรวมไปถึงรับประกันตัวสินค้าต่างๆ นั้นเอง

   ตัวจุกยางก็ให้มา 2 แบบด้วยกัน เป็นแบบซีลีโคลน แล้วก็เป็นแบบฟองนุ่ม ก็ลองไปสวมใส่กันดูว่าแบบไหนจะเหมาะและสวมใส่ได้สบายมากที่สุดนะครับ มาดูที่ตัวหูฟังกันบ้าง ตัวหูฟังอย่างที่บอกไปว่ามันสามารถดูเสียงจากภายนอกได้ ภายในก็จะใช้ driver แบบ balanced armature 1 ตัว เป็นแบบ Full range น้ำหนัก 12.7 กริม ตัวสายของหูฟังเป็นแบบ MMCX audio ใช้แจ็คแบบ 3.5 มม. ปกติในการเชื่อมต่อ ที่ตัวหูฟังก็จะมีตัวอักษร L และ R หรือบอกข้างซ้าย ขวา อย่างชัดเจนอยู่ที่ตัวหูฟัง วิธีการสวมใส่ก็จะต่างจากหูฟังทั่วไปสักนิดหนึ่ง จะใช้คล้องจากบริเวรหลังหูแทน เพื่อให้การสวมใส่ได้ไม่หลุดง่าย เวลามีการเคลื่อนไหวที่แรงๆ ก็จะยึดติดกับหูได้ดีกว่านั้นเอง ที่ตัวหูฟังก็จะไม่มีไมค์โครโฟนมาให้นะครับ เพราะว่ามันไม่ได้เน้นที่การใช้งานทั่วไป หรือว่าใช้งานกับสมาร์ทโฟน แต่เน้นการใช้งานบนเวทีมากกว่านั้นเอง

   มาถึงในส่วนของการทดสอบใช้งานกันบ้าง ต้องบอกว่าแอดมินเองก็ไม่ได้เป็นนักร้องหรือนักดนตรีที่ไหน ที่จะไปขึ้นเวทีแล้วทดสอบหูฟังรุ่นนี้นะครับ แต่แอดมินเองก็ใช้วีธีการทดสอบทั่วไป คือเปิดเพลงจากสมาร์ทโฟนนี่แหละครับ ใช้ฟังเพลงปกติ ก็จำลองสถานการณ์จริงๆ ดูว่าอย่างเช่น เราเปิดเพลงไปด้วยฟังจากหูฟัง แล้วก็เปิดทีวี หรือแม้แต่ไปอยู่ข้างนอก ไปเดินห้าง ไปอยู่บนรถไฟฟ้า ไปอยู่ที่มีเสียงรบกวนเยอะๆ ได้ผลเป็นแบบนี้ครับเพื่อนๆ คือถ้าเป็นเสียงรบกวนแบบปิด คือ ในห้องที่เปิดทีวีไปด้วยฟังเพลงไปได้ แบบนี้จะได้ยินเสียงทีวีชัดเจนดีมากเลย แต่พอไปข้างนอกที่เป็นเสียงรอบข้าง พร้อมกับการเปิดเพลงไปด้วย มันจะได้ยินเสียงภายนอกน้อยลง อาจจะได้ยินแบบแว่วๆ มาเท่านั้นเอง ไม่ได้แบบว่าได้ยินทุกคำพูดหรือทุกเสียงที่คนอื่นพูดใกล้ๆ เราเหมือนเราได้ยินกับหูตัวเองปกติ อะไรแบบนั้นเท่าไหร่ คือมันได้ยินแบบเบาๆ นะครับ

   เรื่องสุดท้ายของการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์รุ่นนี้ก็คือเรื่องของบุคลิกเสียงที่ได้ยินจากหูฟังรุ่นนี้ แอดมินคิดว่ามันเหมาะที่จะเน้นฟังรายละเอียดของเสียงเครื่องดนตรีน้อยชิ้น ถ้าเล่นดนตรีสดก็เป็นแนววงเล็กๆ เสียงร้องชัดเจน ห้องเสียงที่ได้ยินก็เสียงกว้าง แต่ถ้าเพื่อนๆ เป็นนักดนตรีแบบเต็มวง วงใหญ่ๆ อาจจะต้องไปมองหาซีรีส์ที่สูงกกว่านี้ ก็คาดว่าทางทีมงานจะได้ตัวสินค้ามารีวิวกันในตอนต่อไปให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกันด้วย

   

รีวิว Saramonic SR-LMX1 ไมค์โครโฟนสำหรับใช้คู่กับสมาร์ทโฟนเพื่อให้การบันทึกเสียงในวีดีโอดีขึ้น ชัดขึ้น


   สำหรับเพื่อนๆ ที่ชื่นชอบการทำคลิปวีดีโอเพื่ออัพลง social ต่างๆ ไมว่าจะเป็น youtube , facebook หรือว่าช่องทางอื่นๆ ด้วยสมาร์ทโฟนที่เป็นคลิปวีดีโอแบบง่ายๆ แล้วอยากได้ไมค์โครโฟนที่เอาไว้บันทึกเสียงในขณะพูดได้ชัดเจนมากขึ้น ได้ดีขึ้นกว่าการใช้ไมค์ที่ตัวกล้องหรือที่ตัวสมาร์ทโฟน ก็ต้องมาอ่านรีวิวสินค้าอินเทรนด์ของเราในครั้งนี้เลย เพราะเรามีไมค์โครโฟนที่เป็นสายเสียแบบแจ็ค 3.5 มม. ที่เอาไว้ใช้กับสมาร์ทโฟนโดยตรงเลย ที่เป็นแจ็คแบบ 3 ขีด ที่คุณภาพกลางๆ ไม่ถึงกับเสียงดีมากเท่าไหร่ แต่ราคาก็เบาๆ สบายกระเป๋า ถือว่าเป็นไมค์โครโฟนแบบเริ่มต้น สำหรับเพื่อนๆ ที่งบน้อย แต่ก็ยืนยันว่าดีกว่าใช้ไมค์โครโฟนที่ตัดกับตัวสมาร์ทโฟนเพียวๆ แบบนั้นเสียงรบกวนจะเยอะกว่า แล้วก็อาจจะไม่ชัดเจนเท่าไหร่ ถ้าเทียบกับตอนที่เราไปบันทึกวีดีโอข้างนอกที่มีเสียงรบกวนเยอะๆ ก็จะฟังไม่รู้เรื่อง แล้วตอนนี้นิยมกันมากเลยกับการถ่ายทอดสดผ่าน live บนเฟสบุ๊ค หรือ ยูทู) ต่างๆ ก็กำลังเป็นเทรนด์เลยตอนนี้

   ตัวนี้คือไมค์โครโฟนจากแบรนด์ Saramonic รุ่น SR-LMX1 นั้นเองครับ ถือว่าเป็นแบรนด์จากเมืองจีนที่มีราคาไม่ได้แพงมาก คุณภาพก็ต้องบอกว่ากลางๆ เมื่อเทียบกับแบรนด์ดังๆ ตัวอื่นนะครับ ตัวสายนั้นมีความยาว 1.2 เมตร ก็ยาวพอที่จะเสียบกับสมาร์ทโฟน แล้วก็เหน็บไมค์ไว้ที่ปกเสื้อหรือตามที่ต่างๆ ที่คิดว่ามันดูดเสียงได้ดี สิ่งที่ให้มาในกล่องก็จะให้ซองที่เก็บไมค์มาให้ด้วย เป็นซองผ้าที่ช่วยยึดอายุการใช้งานได้นานขึ้น เก็บเป็นระเบียบมากขึ้น เพราะเท่าที่ดูตัวสายไมค์นั้น มันก็อาจจะไม่ทนมือทนเท้าสักเท่าไหร่ด้วย ถัดมาที่ให้มาก็คือตัวฟองน้ำกันลม แล้วก็มีตัวที่เรียกว่าขนแมว ที่เอาไว้กันลมได้อีกชั้นหนึ่ง สำหรับการใช้งานที่มีกระแสแรงลมแรงๆ ที่อาจจะทำให้การพูด การบันทึกวีดีโอไปนั้น เสียงของลมจะทำให้เกิดความไม่ชัดเจนของเสียงได้ ก็มีมาให้ถึงสองตัวเลยในเรื่องของการกันลม แต่เท่าที่แอดมินได้ใช้งานมา ก็ใช้แค่ฟองน้ำกันลมที่ให้มากับตัวหัวไมค์โครโฟนเท่านั้น ก็คิดว่ามันใช้งานได้ดีเลย เสียงลมหรือเสียงรบกวน หรือแม้แต่เสียงลมที่ออกจากปากเรา เวลาพูดตัว พ หรือคำบางคำที่ทำให้เกิดเสียง พรีบๆ พรับๆ ก็ช่วยไปได้เยอะเลยทีเดียวนะครับ มาดูเรื่องของแจ็ค 3.5 มม. ที่บอกไปในช่วงต้นกันสักนิดหนึ่ง อย่างที่แอดมินบอกไว้ว่า ไมค์โครโฟน รุ่นนี้มันสามารถใช้กับตัวสมาร์ทโฟนได้เท่านั้น เวลาจะใช้งานก็เพียงแค่เสียบเข้าไปที่ตรงช่องหูฟังปกติ ก็จะสามารถใช้งานได้เลย ไม่ต้องไปใช้แอปในการควบคุมใดๆ อีกแล้ว แต่เนื่องจากมันเป็นแจ็คแบบ 3 ขีด เพราะฉะนั้น ใครที่จะเอาไมค์โครโฟนตัวนี้ไปเสียบใช้ร่วมกับกล้อง DSLR หรือกล้อง mirrorless ต่างๆ รวมไปถึงใช้เสียบกับตัวไมค์ wireless ต่างๆ มันจะใช้ไม่ได้นะครับ พวกนั้นจะใช้แจ็ค 3.5 มม. ที่เป็นแบบ 2 ขีด ก็ตรวจสอบกันด้วยสำหรับประเทภของแจ็ค เผื่อว่าบางท่านซื้อมาใช้งานผิดประเภท ก็จะทำให้เสียของ ซื้อมาแล้วใช้งานไม่ได้

   ก็ต้องบอกอย่างงี้ด้วยนะครับว่า ไมค์โครโฟนรุ่นนี้คุณภาพเสียงที่บันทึกแล้วก็ลองมาฟังดูทีหลัง ก็คือการทดสอบจากแอดมีนแล้วก็นำมาเขียนรีวิวนี้ขึ้นมา ต้องบอกว่าคุณภาพเสียงที่ได้กลางๆ เท่านั้น อาจจะยังไม่ได้ชัดเจนมากนัก มีเสียงที่ออกไปแนวโทนแหลมสักนิดหนึ่ง อาจจะผิดเพี้ยนกับเสียงจากต้นกำเนิดนิดหน่อย แต่เครื่องของ่ความคมชัดของเสียงที่ได้ ก็ได้ยินชัดเจนดี ฟังรู้เรื่อง แต่ไม่ควรที่จะไปเหน็บไมค์โครโฟนเอาไว้ใกล้ปากมากนัก ก็จะทำให้เสียงนั้นทุ้มแล้วก็เสียงบี้ไปได้นะครับ แล้วอีกหนึ่งเรื่องคือ คุณภาพเสียงที่ได้นั้น มันก็ขึ้นอยู่กับตัวสมาร์ทโฟนด้วย ถ้าสมาร์ทโฟนดีๆ ราคาไม่ได้ถูกมากนัก มีกล้องที่บันทึกวีดีโอได้ดีๆ หน่อย เสียงก็จะมีคุณภาพที่สูงขึ้นด้วย เพราะฉะนั้น ก็มีองค์ประกอบหลายๆ อย่างที่ให้ตัดสินนะครับ

   ก็ต้องถือว่าไมค์โครโฟน Saramonic รุ่น SR-LMX1 ตัวนี้ก็เป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่เหมาะสำหรับเพื่อนๆ ที่งบน้อย แล้วก็อยากจะอัพเกรดการนำเสนอเรื่องราวผ่านคลิปวีดีโอที่เสียงชัดเจนกว่าการบันทึกด้วยไมค์ที่ติดกับสมาร์ทโฟนนั้น ต้องบอกว่าดีกว่าแน่นอน ใครที่สนใจก็ลองไปหาซื้อกันได้ตามร้านจำหน่ายสินค้าไอทีชั้นนำทั่วไปได้เลย

มาอัพเดท สินค้าอินเทรนด์ กับเรา แล้วจะได้ตกยุค