รีวิว Klipsch R-15PM Monitor Speaker ลำโพงที่ให้เสียงตรงตามต้นฉบับเสียง เชื่อมต่อได้ทั้งแบบไร้สายและมีสาย

 

   Gadget ที่นำมารีวิวกันใน 108plaza ในตอนนี้เป็นผลิตภัณฑ์อีกหนึ่งรุ่นจากแบรนด Klipsch ต้องยอมรับเลย่าเป็นชื่อชั้นของแบรนด์ที่ผลิตสินค้าในกลุ่มลำโพงมาหลากหลายรุ่นที่มีคุณภพดีในระดับ HiEnd อีกหนึ่งแบรนด์ ซึ่งรุ่นที่นำมารีวิวก็เป็น R15PM Monitor speaker เป็นลำโพงแบบ Bookshelf หรือลำโพงแบบตั้งโต๊ะ ใช้งานแบบเสียบปลั๊กเป็นหลัก ไม่มีแบตในตัว พกพาไม่ได้ พร้อมรองรับการเชื่อมต่อไร้สายผ่านสัญญาณบลูทูธได้ด้วย ก็ถือว่าเป็นลำโพงบลูทูธอีกหนึ่งตัว ที่ให้แนวเสียงแบบมอนิเตอร์ โทนเสียงแบบแฟลช ไม่มีการปรุงแต่งน้ำเสียงเพิ่มเดิม เน้นรายละเอียดของเสียงดนตรี เสียงร้อง ที่ตรงตามธรรมชาติของเสียง ถ้าท่านใดกำลังมองหาลำโพงประเภทนี้เอามาฟังเพลงหรือเอามำทำงานทางด้าน sound engimeer มาทำเป็นลำโพงมอนิเตอร์ ก็ไปติดตามรายละเอียดฟังก์ชั่นการใช้งานกันได้

   สำหรับฟังกชั่นการใช้งานที่สามารถเชื่อมต่อผ่านบลูทูธได้แล้วนั้น ก็ยังมีอีกหลายๆ ฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อที่ให้มาทางด้านหลังตัวเครื่องด้วยด้วย เรียกว่าอัดแน่นมากันเลยทีเดียว เริ่มจากช่องเสียบ input สัญญาณในรูปแบบ่ต่างๆ ก็จะมีช่องเสียบ RCA แบบ Phono มาให้เป็นแจ็คแบบขาว-แดง ที่จะใช้งานในกลุ่มเครื่องเล่นเพลง เครื่องเล่นผ่านเสียงต่างๆ ถัดมาก็จะมีแจ็ค aux input 3.5 มาให้ด้วย ก็จะสามารถเชื่อมต่อกับพวกสมาร์ทโฟน เครื่องเล่นเพลงแบบพกพาต่างๆ คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค ก็จะเสียบใช้งานกันได้ ถัดมาก็จะมีช่องเสียบ subout มาให้ สำหรับท่านที่อยากจะเพิ่มความกระหึ่มทางด้านมิติเสียงเบสให้หนักหน่วงเพิ่มมากขึ้น แบบกระแทกกระทั้นมากขึ้น ก็จะมีช่องต่อสัญญาณส่งออกไปยังตัว subwoofer แบบแยกได้ด้วย พูดถึงเรื่องของการเชื่อมต่อแบบ อานาร็อก กันไปแล้ว ก็จะมีช่องเชื่อมต่อที่มีมาให้แบบ ดิจิตอล ด้วย การเชื่อมต่อที่จะมีประสิทธิภาพของเสียงที่ดีกว่าแบบ อานาร็อก ก็จะมีแบบ Optical และแบบ USB Audio มาให้อย่างละ 1 ช่องเสียบ ก็จะสามารถเชื่อมต่อกับทีวี สมาร์ททีวีในปัจจุบัน หรือ เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๕ต่างๆ ก็ผ่านช่อง USB DAC ได้เลย เสียบปุบก็จะมองเห็นกันปับ ไม่ต้องไปลง driver แต่อย่างใด คุณภาพเสียงก็จะดีกว่าแบบอานาร็อกอย่างที่กล่าวไปเมื่อสักครู่นี้แน่นอน

   วิธีการใช้งานของลำโพง K;lipsch R15PM ตัวนี้ก็ไม่ได้ยากอะไร ก็จะช่องเสียบสายเพาเวอร์ แล้วก็จะมีสายเชื่อมต่อลำโพงจากตัวด้านขวาไปยังด้านซ้าย ความยาวที่ให้มาก็จะประมาณ 2.5 เมตร ซึ่งลำโพงชุดนี้จะมีอยู่ 2 ตัวด้วยกัน เป็นด้ายซ้ายยและชวา แต่จะเชื่อมต่อกันแบบผ่านสาย ยังไม่ใช่เทคโนโลยีแบบไร้สาย ส่วนรายละเอียดของภายในตู้ลำโพงเองนั้น ก็จะประกอบไปด้วยดอกลำโพงเสียงแหลมที่เป็นวัสดุแบบอะลูมีเนี่ยม เป็นกรอบสี่เหลี่ยมจัตุรัส พร้อมองศาที่ทำมุมกัน 90 องศา ด้านล่างก็จะมีดอกลำโพงแบบ woofer ที่ให้ทั้งเสียงทุ้มและเสียงกลาง มีขนาด 5.25 นิ้ว จำนวน 1 ตัว แต่จุดเด่นของดอกลำโพง woofer นั้นค่อนข้างจะต่างจากแบรนด์อื่นๆ โดยเป็นวัสดุที่นำมาทำหน้าดอกลำโพงเป็นเทคโนโลยีที่เคลือบด้วยทองแดงผสมกับกาไฟท์ ซึ่งทางแบรนด์ Klipsch เองก็บอกเอาไว้ว่า มันจะช่วยในเรื่องของการตอบสนองความถี่ในย่านต่างๆ ได้ดี พร้อมกับความแม่นยำในการให้เสียงที่ตรงตามต้นฉบับได้มากที่สุดนั่นเอง

   สำหรับการใช้งานที่ง่ายไปกว่าการควบคุมที่ตัวลำโพงบลูทูธเองนั้น ภายในกล่องก็ยังมีตัวรีโมทคอนโทรนมาให้ด้วย สามารถที่จะสั่งการผ่านรีโมทได้ทุกฟัง์ก์ชั่น สำหรับสายการเชื่อมต่อต่างๆ ในภายในกล่องก็จะมีสาย USB Type A to B มาให้ 1 เส้น และก็จะมีสายแจ็ค RCA ขาวแดงมาให้ได้ใช้งานกันอีก 1 เส้น พร้อมสายลำโพงและสายเพาเวอร์ แต่ไม่มีสายแจ็ค 3.5 แถมมาให้ ส่วนน้ำหนักของตัวลำโพงเอง ด้านซ้ายจะไม่มีภาคขยายในตัว จะมีน้ำหนักอยู่ที่ 4 กก. ส่วนด้านขวาเอง จะมีภาคขยายในตัว จะมีน้ำหนักอยู่ที่ 5.5 กก. ส่วนเรื่องของขนาดตัวลำโพง ความกว้าง 8 ซม. ความหนา 20.5 ซม. ความสูง 31.5 ซม. ซึ่งเป็นขนาดที่เท่ากันทั้ง 2 ตัว ก็ลองไปคำนวนกันดูว่าจะเข้ากับชั้นวางหรือจะไปวางไว้ตรงไหนของบ้านได้

   ในส่วนของแนวเสียงที่ได้จากลำโพงชุดนี้ก็คือ ค่อนข้างจะเน้นไปที่เรื่องของเสียงกลางที่โปร่ง กระจ่าง ชัดเจน เวทีเสียงกว้าง ซึ่งเป็นลำโพงที่ฟังเพลงสบายๆ ได้อย่างดี คือถ้าจะเอาไปฟังเพลงอย่างจริงจังก็จะเน้นความชิวๆ ดนตรีเพราะ แต่จะไม่ได้เน้นสนุกๆ มันส์ๆ แต่ถ้าอยากจะมันส์ๆ ก็ต้องมองหาตัว subwoofer แยกอีกหนึ่งตัว แต่กำลังอยู่ที่ 100watts ก็สามารถไปลองทดสอบเสียงด้วยหูของทุกท่านกันเองได้เลย

 

 

 

Content by Admin_barahum