เครื่องซักผ้าขนาดเล็ก น่ารัก เป็นมินิเครื่องซักผ้า easy to wash

เครื่องซักผ้าขนาดเล็ก น่ารัก เป็นมินิเครื่องซักผ้า easy to wash อยู่หอพัก อยู่คอนโด ใช้ได้สะดวกสบาย

   สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว 108plaza ทุกคนเลย วันนี้เรามาเอาใจคนที่อยู่หอพัก อยู่ห้องพัก อยู่คอนโดที่มีพื้นที่ใช้สอยค่อนข้างจำกัดนะครับ แน่นอนว่าการซักผ้าด้วยเครื่องซักผ้าขนาดใหญ่ๆ เคลื่อนย้ายลำบากๆ นี่ต้องบอกว่าไม่ตอบโจทย์เพื่อนๆ แน่นอนเลย วันนี้ผมเองก็จะได้นำเอาเครื่องซักผ้าขนาดเล็ก ถ้าได้เห็นรูปแล้วจะบอกว่ามันเป็นเรื่องซักผ้ามินิที่น่ารักมากเลย ผมมองดูว่ามันคล้ายๆ ถังใส่น้ำดื่มอะไรสักอย่างหนึ่งเลยแหละ เป็นสินค้าอินเทรนด์ที่ชื่อว่า easy to wash ครับ มาดูรูปกันเลย

   นี่ไงละครับ มินิเครื่องซักผ้าหรือว่า mini wash ที่คนขายตอนแรกที่ผมไปเห็นในร้ายที่เค้าขายเนี่ยนะครับ ผมค่อนข้างชอบนะครับ เพราะว่ากำลังมองหาเครื่องซักผ้าเล็กๆ อยู่พอดีเลย แล้วมันยกง่ายครับ คนเดียวก็ยกได้นะ น้ำหนักเบาครับ แล้วก็ใช้วางไว้หลังห้องหรือหน้าห้องน้ำในห้องพักของเราได้อย่างกิฟเก๋ทีเดียวเลยละ ดูน่ารักดีเลยทีเดียว ซึ่งเมื่อผมเห็นครั้งแรกคิดที่จะควักกระเป๋าซื้อมาเลยแหละ แล้วในที่สุดก็ซื้อมาจนได้ครับ ก็เลยถือโอกาสนำมารีวิวให้เพื่อนๆได้อ่านกันไปด้วยเลย เมื่อมาถึงห้องพักแล้วก็จัดการแกะกล่องครับ เอาไปทดลองซักกันเลยทีเดียว เพื่อดูเรื่องของการทำงานต่างๆ การซักผ้าจะสะอาดมั้ย แล้วตัวมอเตอร์ภายในนั้นจะทำงานเงียบมั้ย เพราะเราอยู่ในหอพักเนี่ย บางทีเครื่องซักผ้าเสียงดังๆ เวลาเราซักตอนกลางคืน ซักผ้าตอนดึกๆ เสียงก็อาจจะดังรบกวนผู้อาศัยข้างห้องเราได้ ดังนั้น เมื่อผมแกะกล่องมาก็ไม่มีอะไรแถมมาให้นะครับก็มีตัวเครื่องแล้วก็สายท่อน้ำทิ้งเท่านั้น ก็จัดการเสียบปลั๊กครับ

   

   เห็นเครื่องเล็กๆ แบบนี้สามาถซักผ้าได้ก็เยอะอยู่นะครับ ก็ประมาณ 0.5 กิโลกรัมได้เลย แล้ว 0.5 กิโลกรัมนี่ก็ตีไปคร่าวๆ ว่าซักได้ประมาณ 3 ชุด 3 วันได้สบายๆ เป็นผ้าเนื้ออ่อน เป็นชุดนักศึกษา ชุดทำงาน ชุดนอน ชุดชันใน อะไรพวกนี้นะครับ แต่เป็นพวกผ้ายีนส์หรือผ้าที่หนาๆ หน่อยก็จะได้น้อยลง ซึ่งการใช้งานก็ง่ายๆ ครับ เป็นกึ่งๆ เครื่องซักผ้าแบบออโต้ คือต้องดูเรื่องน้ำที่ซักผ้าเอง คอยเปลี่ยนน้ำล้างน้ำผงซักฟอกเอง แล้วก็ปั่นหมาดเอง ทั้งหมดเลย แต่ที่ว่ากึ่งๆ ออโต้ก็คือจะทำงานภายในถังเดียวเลย ไม่ต้องย้ายถังซักไปอีกถังเหมือนเครื่องซักผ้าใหญ่ๆ นะครับ ปุ่มการทำงานก็ง่ายๆ ครับ ที่เป็นปุ่มด้านบนมี 2 ปุ่มนั้นก็คือ ปุ่มแรกทางด้านซ้ายมือ จะไม่ใช่ปุ่มกดนะครับ เป็นฝาที่เอาไว้เสียบสายยางเพื่อเปิดน้ำผ่านไปในช่องนั้น ส่วนปุ่มด้านขวาเป็นปุ่มควบคุมการทำงานทั้งหมด เป็นปุ่มแบบ wash time แล้วก็ spin time ในตัวเดียวกันเลย การใช้งานก็ง่ายๆ ครับไม่ได้มีฟังก์ชั่นอะไรเยอะแยะ แต่ดูน่ารักนะ สีผมค่อนข้างชอบเลยทีเดียว ตัววัสดุด้านในถังปั่นก็ดีเลยทีเดียว ดูแข็งแรงแล้วก็สะอาดดีครับ

   จากนั้นผมก้ได้ลองเสียบปลั๊กเลย แล้วก็ลองปั่นผ้าของผมทันทีครับ ก็ใส่ไปเยอะเหมินกัน ก็น่าจะเกิน 0.5 กิโลกรัมนะ ประมาณ 3-4 ชุดแหละครับ ทดสอบกันเลยว่ามอเตอร์มันจะแรงพอที่จะปั่นผ้าได้จำนวนเยอะๆ มั้ย พอใส่น้ำลงไปพอท่วมผ้าก็เต็มถังซักพอดีครับ ก็ปิดฝาเลย จากนั้นก็หมุนปุ่มเป็นโหมด wash time ไปสุดเลย เพื่อดูว่าผ้าที่ซักออกมานั้นจะสะอาดมั้ย ก็ประมาณ 15 นาทีครับ พอหมุนปุ่มให้เครื่องซักผ้าทำงานก็ปรากฏว่ามอเตอร์ทำงานได้ไหวครับ กับจำนวนผ้าเยอะๆ แรงดีเลยทีเดียว เสียงที่ปั่นตอนที่ผมทำการรีวิวอยู่ก็ประมาณ 3 ทุ่มแล้วละครับ ก็ค่อนข้างดึกพอสมควรเลย เสียงก็ไม่ถึงกับดังมากนะครับ ถือว่าใช้ได้เลย ทำงานได้ดีครับ ถูกใจผม จากนั้นเมื่อครบ 15 นาทีตามเครื่องซักแล้วก็ปล่อยน้ำทิ้งไปครับ ก็ล้างน้ำเปล่าประมาณ 2 รอบครับ 2 น้ำ ก็เททิ้งไปกติตาที่ซักผ้าทั่วไปครับ จากนั้นก็มาทดสอบเรื่องของการปั่นแห้งครับ ก็ไม่ต้องย้ายผ้าไปถังอื่นครับ เพราะว่ามีอยู่ถังเดียว ก็กดหมุนปุ่มปั่นแห้งไปเลยประมาณ 10 นาที ช่วงปั่นแรกๆ เสียงดังนิดหน่อย พอเครื่องปั่นได้ความเร็วคงที่แล้วก็เงียบไปครับ เสร็จสับเรียบร้อย มาดูผ้าที่ผมซักไป ก็แห้งพอหมาดครับ ไม่ได้หมาดมากเหมือนเครื่องใหญ่ๆ ที่มีระบบความร้อนช่วย แต่ถือว่าไปตากผึ่งลมเอาไว้หลังห้องก็แห้งสบายๆ ไม่มีกลิ่นอับครับ

   ผมถือว่าเครื่องซักผ้า มินิ easy to wash ตัวนี้เป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่ค่อนข้างถูกใจคนอยู่หอพักอย่างผมมากเลยทีเดียว ใครสนใจก็ลองๆ ไปหาซื้อกันดูได้ครับ สำหรับวันนี้ลาไปก่อนแล้ว สวัสดีครับ

Steelmate TPMS 8886 นวัตกรรมจุกลมยางรถแบบใหม่

Steelmate TPMS 8886 นวัตกรรมจุกลมยางรถแบบใหม่ช่วยป้องกันยางระเบิดได้อย่างดีเยี่ยม

   วันนี้เรามาเอาใจนักเดินทางทั้งหลายกันสักหน่อยครับ โดยเฉพาะนักเดินทางที่ชอบขับรถยนต์ไปไกลๆ ชีวิตอยู่บนรถเสียส่วนมาก เรื่องยางเรื่องล้อรถนั้นสำคัญมาอันดับต้นๆ ของยานยนต์ เพราะว่าสิ่งเดียวที่ทำให้รถยนต์วิ่งไปบนถนนได้ก็คือล้อรถ แล้วสิ่งเดียวที่ติดกับถนนก็คือล้อเช่นกัน เพราะฉะนั้น ยางรถก็เป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ โดยเฉพาะเรื่องของลมยาง เพราะเคยมีหลยๆ เหตุการณ์ที่ขับขี่รถยนต์ไปแล้วเกิดยางระเบิด ก็ต้งมากมาย ทั้งนี้เราป้องกันได้เบื้องต้นด้วยการมองดูยางว่าเสื่อมสภาพหรือเปล่า เช็คลมยางก่อนการขับขี่ แต่ทีนี้ถ้าใครที่ขับรถเป็นประจำแล้วก็รู้เรื่องรถก็จะรู้ว่าเมื่อเราเติมลมยางไปแล้วในตอนแรก สมมติว่าเติมไป 30 ปอนต์ พอขับไปได้สักระยะหนึ่ง ความร้อนเริ่มเกิดกับยาง ยางขยายตัวขึ้น ลมพุ่งขึ้นมาจากไหนไม่รู้ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ยางระเบิดได้ แน่นอนครับว่าวันนี้ทีมงาน 108plaza ของเรา จะมารีวิวตัววัดลมยางอัจฉริยะ สามารถแจ้งค่าลมยาง ณ ตอนนั้นได้แบบเรียวไทม์กันเลย เพื่อป้องกันยางระเบิดได้ด้วย จะเป็นอย่างไรนั้นมาดูกันครับ

   สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้มีชื่อว่า steelmate TPMS 8886 ครับ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมทางด้านวงการยานยนต์เลยก็ว่าได้ แน่นนอครับว่าช่วงแรกๆ ของการผลิตสินค้าอะไรก็ตามที่เป็นสิ่งแปลกใหม่ เป็นนวัตกรรมนี่ต้องมีราคาที่ค่อนข้างแพงพอสมควรเลย ซึ่งแน่นอนครับว่าทุกวันนี้คนส่วนใหญ่ขับรถในระยะทางไกลๆ เนี่ย ก็จะเช็คลมยางกันก่อนที่จะออกเดินทางเท่านั้น ขณะวิ่งไปนั้นไม่มีทางรู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับยางรถของเรา จนกว่าจะไปจอดพักรถที่ไหนสักที่หนึ่ง แต่ก็จะเติมลมยางตอนนั้นก็ไม่ได้อีก เพราะยางมีความร้อนอยู่ เติมลมเข้าไปก็อาจจะทำให้ระเบิดก็ได้ ทั้งนี้ ก็มีอีกหนึ่งอุปกรณ์ตัวช่วยที่มารีวิวกันในวันนี้

   ซึ่งหลักการทำงานของอุปกรณ์ตัวนี้เนี่ย จะทำหน้าที่แจ้งข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับลมยางทั้งหมดเลยมาแสดงให้เราได้ทราบในขณะที่ขับรถอยู่นั้นเอง ซึ่งมันจะแจ้งเราเมื่อมีลมยางอ่อน มีลมยางมากเกินไป ยางมีอุณหภูมิสูง อาจจะระเบิดได้ อะไรประมาณนี้ครับ ตามหลักการทางวิทยาศาสตร์แล้วเนี่ยนะครับ อากาศเรื่องมีความร้อนจะขยายตัว สมมติว่า ก่อนออกเดินทางเติมลมยางไป 30 ปอนต์ วิ่งไปสัก 100 กม. ลมยางจะเพิ่มมาทันที

   ความเป็นอัจฉริยะของจุกลมยางตัวนี้สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านทางบลูทูธได้ครับ โดยการเข้าไปดาวน์โหลดแอพที่ชื่อว่า sTPM เข้ามาติดตั้งก่อน จากนั้นก็นำเอาตัวจุกลมยางเนี่ยไปปิดเอาไว้แทนที่ฝาจุกลมยางเดิมที่เรามีอยู่นี่เลยครับ แต่แน่นอนครับว่า จุกลมยางแบบสวยๆ ทั่วไปที่มีราคาแพงๆ หน่อย มักจะหายเป็นประจำ หรือ จุกลมยางปกติ ก็มีหายกันเป็นประจำ แล้วอย่างนี้ เป็นจุกลมยางอัจฉริยะแบบนี้ จะไม่หายหรอครับ นี่คือข้อสงสัยที่เพื่อนๆ ถามมาในใจนะครับ ผมรับรู้ได้ครับ เค้าก็เลยป้องกันโดยจะมีน็อตบางๆ ตัวหนึ่งขันยึดรองไว้กอ่นที่จะหมุนจุกลมยางตัวนี้ไป แล้วจากนั้นจะมีปะแจมาให้เฉพาะเลยเพื่อขันยึดเข้าไปให้แน่นเลย ตัวน็อตกับตัวจุกลมยางจะยึดเข้าด้วยกันทำให้คนทั่วไปที่ใช้มือมาหมุนๆ มาขโมยไปอย่างง่ายๆ เนี่ยทำไม่ได้แน่นอนครับ ถึงจะมีปะแจมาหมุนออกก้ไม่ได้เช่นกัน เพราะเค้าทำประแจขึ้นมาโดยเฉพาะเลย ก็จึงหมดกังวลที่ว่าเมื่อซื้อจุกลมยางอัจฉริยะตัวนี้มาก็จะไม่หายอย่างแน่นอน เมื่อปิดจุกลมยางนี้เข้าไปแทนทีเรียบร้อยแล้ว ก็จะมีอุปกรณ์อีกหนึ่งชิ้นที่เชื่อมต่อกับจุกลมยาง คือ ตัว wireless ที่จะต้องเสียบเข้ากับตัวจุดบุหรี่ในรถยนต์ก่อน เพื่อที่จะเอากระแสตรงนั้นมาเป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อตัวจุกลมยางกับสมาร์ทโฟนของเรานั้นเอง อ้อ ผมลืมบอกไปว่าตัวจุกลมยางเนี่ยนะครับ จะมีถ่ายที่คอยจายกระแสไฟเพื่อเป็นตัวส่งข้อมูลด้วย ถ้าถ่ายหมดก็จะแจ้งเตือนให้เรานั้นเปลี่ยนถ่านใหม่

   สิ่งที่ app จะเตือนเราได้จากจุกลมยางตัวนี้ก็มี อย่างแรกเลย ลมอ่อนหรือยางรั่วขณะขับขี่แอพจะมีเสียงดังแจ้งเตือนมา ต่อมาเมื่อลมยางมากเกินไปขณะขับขี่ก็จะแจ้งเตือนเช่นกัน ต่อมาเมื่อยางมีอุณหภูมิสูงเสี่ยงต่อการระเบิตก็จะเตือนเช่นกัน แล้วจะบอกได้เลยว่าล้อไหนที่ผิดปกติ ดีขนาดนี้ ราคาก็อยู่ที่ 8 พันบาทมีทอนครับ เพื่อนๆ เห็นสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้แล้วคิดว่าน่าซื้อหรือไม่ ถ้าชอบก็ไปมองๆ หาตามร้านตัวแทนจำหน่ายได้เลยครับผม

Smart watch GT08 นาฬิกาอัจฉริยะ มีกล้อง ใส่ซิมการ์ดได้

Smart watch GT08 นาฬิกาอัจฉริยะ มีกล้อง ใส่ซิมการ์ดได้ ในราคาเบาเวอร์

   ตอนนี้นาฬิกาแบบ smart watch มีมาวางขายมากมายเลย ซึ่งจะทำคล้ายๆ สมาร์ทโฟนเลย แต่จะย้ายมาอยู่ในข้อมือของเราได้เลย เรียกว่าตอนนี้ในวงการไอทีและคนที่ชอบไอทีอย่างเพื่อนๆ ของเราใน 108plaza เนี่ยนะครับ ต่างก็เรียกร้องกันมามากเลยหลังจากที่ทีมงานของเราได้รีวิว Apple watch ไปแล้วในช่วงที่แอปเปิลเปิดตัวไปใหม่ๆ แล้วทางแอปเปิลก็ต้องบอกว่าเค้าขายของถูกไม่เป็นจริงๆ บางทีสินค้าบางอย่างที่ออกมาก็ไม่ได้เลิศหรูอะไรมากมาย แต่ราคานี้ขั้นเทพจริงๆ คนที่ไม่ใช่สาวกของทางแอปเปิลเค้าก็ไม่ค่อยจะอยากได้เท่าไหร่ ก็เลยบอกผมมาว่าให้ไปหา smart watch ยี่ห้ออื่นๆ มาบ้างสิ ที่ราคามันสมเหตุสมผล กับ gadget ดีๆ หน่อย สามารถทได้หลายอย่างในเครื่องเดียว ที่สำคัญราคาต้องถูกด้วย ต้องบอกว่าวันนี้เราหามาได้แล้วครับ สำหรับข้อกำหนดที่เพื่อนๆ แนะนำเรามาให้รีวิวนะครับ ก็วันนี้จะเป็น smart watch GT08 ครับ ราคานี่ต้องบอกเลยว่าอยู่ในเกณฑ์ 2 พันกว่าบาทเท่านั้นเอง แล้วก็มีฟังก์ชั่นการทำงานที่เยอะจริงๆครับ จะมีอะไรที่โดดเด่นบ้างนั้นเดี่ยวผมจะพาเพื่อๆ ไปดูทั้งรูป แล้วก็รายละเอียดต่างๆ กันเลยดีกว่าครับ

   เป็นอย่างไรกันบ้างครับเพื่อนๆ ดูรูปด้านบนแล้วผมว่าเหมือนกับ apple watch เลยใช่มั้ยครับ แต่ฟังก์ชั่นการทำงานเยอะจริงๆ ครับ แต่ด้านในการใช้งานแล้วนี่ดูท่าทางจะมีฟังก์ชั่นการทำงานที่ได้เยอะกว่า apple watch ด้วยนะครับ แล้วราคาผมเฉลยๆ เลยว่า ราคาตัว smart watch GT08 ตัวนี้ราคา 2,500 บาทเลยครับ บอกกันเลยในช่วงต้นๆ แบบนี้แหละ เพื่อให้เพื่อนๆ ได้ตื่นตาตื่นใจกันไปเลย

   ฟังก์ชั่นการใช้งานของ GT08 เมื่อดูรอบๆ เรือนนาฬิกาแล้วเนี่ยจะมีกล้องติดมาให้ด้วย แล้วก็มีทั้งช่องลำโพงและไมค์โครโฟนด้วย ด้านหลังของเรือนนาฬิกาก็เมื่อเปิดฝาหลังออกมากะพบว่ามีแบตเตอร์รี่ที่สามารถถอดออกได้ เมื่อถอดแบตมาก็จะสามารถใส่ซิมการ์ดแบบ นาโนซิม ได้ เมื่อเปิดเครื่องมาก็จะเห็น UI ที่เหมือนดังรูปด้านบนนะครับ ก็จะคล้ายๆ กับตัว apple watch อย่างที่ผมได้พูดไปเมื่อสักครู่ ทั้งหมดก็เป็นเมนูให้เราได้เลือกเล่นกัน แน่นอนครับว่า smart watch ก็ต้องเชื่อมต่อให้เข้ากับสมาร์ทโฟนได้ ก็ได้ท้งฝั่งของ Android แล้วก็ IOS ครับ ตัวเครื่องก็มีภาษาไทยให้เลือกใช้งานกันด้วย ใครที่ไม่ค่อยเก่งภาษาก็สามารถใช้ได้อย่างง่ายๆ ครับ

   เมนุการใช้งานอย่างแรกที่จะแนะนำเลย กูเกิ้ลโครม ครับ สามารถเปิดเว็บไซต์ผ่านตัวเรือนนาฬิกานี้ได้เลยด้วย แต่ผมว่าหน้าจอมันอาจจะเล็กไปหน่อยนะ ถ้าจะมาอ่านอะไรกันบนเรือนนาฬิกาเนี่ย ต่อมาก็สามารถฟังเพลงผ่านตัววิทยุได้ด้วย ก็สามารถเสียบหูฟังแล้วก็ฟังวิทยุได้เลย แล้วก็มีเรื่องของนาฬิกาปลุกอะไรทั่วๆ ไปของการใช้งานนาฬิกาครับ เพราะว่ามันเป็นนาฬิกา อย่างอื่นๆ ก็เป็นนาฬิกาจับเวลา นาฬิกาตั้งค่าตามต่างประเทศเผื่อไปต่างประเทศอะไรแบบนี้ นอกจากนั้นก็ยังมีฟีเจอร์การใช้งานที่เกี่ยวกับคนออกกำลังกายหรือการวัดค่าต่างๆ ที่เป็นคล้ายๆ ตัวนาฬิกา fitbit ด้วย อย่างเช่น การจับก้าวการเดินของเรา วัดอัตราการเต้นของหัวใจ วัดแคลลอรี่ วัดคลื่นหัวใจของผู้ที่สวมใส่อยู่ได้ อะไรแบบนี้นะครับ ก็ความสามารถของตัวนาฬิการาคา ต้องบอกเลยว่า สองพันห้าร้อยบาท นะครับ ทำได้ขนาดนี้ เรียกว่าราคานั้นถูกแสนถูกจริงๆ เลยครับ

   มาดูการใช้งานต่อมาของเจ้า GT08 กันเลยดีกว่าครับ แน่นอนครับเมื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ ก็ต้องทำหน้าที่กลายเป็นรีโมทคอนโทรนมือถือของเราได้อย่างแน่นอนเลย เพราะว่าตัวนี้สามารถเชื่อมต่อผ่านทางบลูทูธได้เลย ก็สามารถสั่งการให้เป็นตัวกล้อง เป็นการถ่ายเซลฟี่ได้เลย แล้วก็สามารถสั่งการโทรเข้า รับสาย โทรออก จากการกดเลขหมายบนนาฬิกาตัวนี้ได้เลย แล้วก็สามารถคุยผ่านนาฬิกาได้ด้วยนะ ไม่ต้องยกหูมือถือมาคุยก็ได้ เรียกว่าสะดวกดีครับ ความดังของเสียงลำโพงที่ติดอยู่กับตัวนาฬิกาก็ค่อนข้างดังอยู่ในระดับหนึ่งครับ ก็ถ้าอยู่ในห้องปกติเสียงรบกวนไม่มากมายนักนี่ได้ยินกันแบบสบายๆ เลย แล้วในตัวเครื่องเองมันมีซิมการ์ดอยู่แล้ว ก็สามารถโทรด้วยตัวเครื่องนาฬิกาของมันเองได้ด้วย

   

   นอกจากการใช้งานหลักๆ แล้วก็มีความบันเทิงด้วยการฟังเพลงจากตัวนาฬิกาได้ ลำโพงที่ติดมาเป็นแบบ 3D sound ก็ให้คุณภาพเสียงที่ดังใช้ได้เลยทีเดียว แล้วก็สามารถถ่ายรูปด้วยกล้องของตัวมันเองได้ ถ่ายวีดีโอได้ ความบันเทิงต่างๆ ได้เลย ก็ต้องบอกเลยว่าฟังก์ชั่นการทำงานนี่สู้กับตัวจริงที่โคลนนิ่งมาได้เลย ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่เด็ดดวงครับ ใครชอบก็ลองไปดูกันได้เลย

Smart Watch A18 นาฬิกาอัจฉริยะ

Smart Watch A18 นาฬิกาอัจฉริยะ

   อุปกรณ์ที่มีความจำเป็นและกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบันนี้ ไม่ว่าเราจะไปที่ไหนก็สามารถที่จะพบเห็นได้อย่างง่ายดาย สำหรับ Smart Watch A18 นาฬิกาอัจฉริยะที่สามารถรองรับกับทาศัพท์ในระบบแอนดรอยด์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นสินค้าอินเทรนด์ในปัจจุบันนี้ โลกในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีมีความก้าวหน้ามากขึ้น ทุกอย่างถูกเข้ามาแทนที่ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยเราสามารถที่จะใช้ชีวิตประจำวันสะดวกสบายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการติดต่อสื่อสารการคมนาคมหรือจะเป็นในเรื่องของการค้นหาข้อมูลต่างๆก็สามารถที่จะทำได้ง่ายขึ้นอีกด้วย และนวัตกรรมใหม่ที่มีการพัฒนาขึ้นมาอย่างมากมายจึงทำให้เกิดสินค้าในรูปแบบต่างๆที่เพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้คน สำหรับสินค้าอินเทรนด์ในขณะนี้ก็คงไม่ไม่พ้นในเรื่องของ Smartwatch ที่เริ่มมีกระแสแรงขึ้นมาเรื่อยๆ ถือได้ว่าเป็นสินค้าอินเทรนด์ที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้คนเพิ่มมากขึ้น ได้มีการเปิดตัว Smartwatch รุ่น A18 ออกสู่ตลาด ซึ่ง Smart Watch A18 สามารถรองรับได้ทั้งระบบ Android ซึ่ง Smart Watch A18 ทำให้การใช้ชีวิตของคนเมืองมีความสะดวกขึ้นไม่ต้องพกพาอะไรให้ยุ่งยากมากนัก ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ Smart Watch A18 กลายเป็นสินค้าที่ไม่ว่าจะไปทางไหนก็สามารถที่จะพบเจอได้เสมอ หากใครหลายๆคนกำลังมองหานาฬิกาสักเรือนก็ถือว่า Smart Watch A18 สามารถเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกได้ ดังนั้นเรามาทำความรู้จักกับ Smart Watch A18 กันก่อนดีกว่า

   สำหรับ Smart Watch A18เป็น Smartwatch อีกรุ่นหนึ่งที่กำลังเป็นสินค้าอินเทรนด์ในปัจจุบัน ถือได้ว่าเป็นนาฬิกาที่เป็นมากกว่านาฬิกาที่เอาไว้ใช้ดูเวลาเท่านั้น มันยังสามารถที่จะทำอะไรได้หลากหลายซึ่งเป็นนวัตกรรมให้สำหรับการสวมใส่นาฬิกาในปัจจุบัน Smart Watch A18มาพร้อมกับกล้อง HD Camera ในส่วนของสายตัวนาฬิกาทำมาจาก Rubber เกรดเอ สำหรับที่ยึดสายนั้นผลิตมาจากแสตนเลส Smart Watch A18เป็นนาฬิกาที่รองรับทั้งระบบ Android จะเป็นโทรศัพท์ทั่วไปก็สามารถเชื่อมต่อได้ เราสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์แบบไร้สายด้วย Bluetooth อีกทั้งมีระบบของการแจ้งเตือนในรูปแบบของการสั่นและเสียง มันจะสันเตือนที่ Smart Watch A18เมื่อโทรศัพท์มือถือของเราอยู่นอกระยะของการเชื่อมต่อ เมื่อมีคนโทรเข้าเราสามารถมองเห็นเบอร์โทรหรือรายชื่อได้ที่หน้าจอ ซึ่งหน้าจอเป็นหน้าจอแบบ TouchScreen สามารถเชื่อมต่อกับโทรศัพท์Android สำหรับเจ้า Smart Watch A18ถือได้ว่าเป็นนาฬิกาอีกเรือนหนึ่งที่น่าจะมีไว้ในครอบครองสำหรับคุณสมบัติต่างๆของ Smart Watch A18ที่นอกเหนือจากจะมีหน้าที่หลักคือใช้ในการบอกเวลาแล้วมันยังสามารถทำอะไรได้หลายๆอย่าง Smart Watch A18เป็นนาฬิกาที่ได้รับการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นการเปิดมุมมองการสวมใส่นาฬิกาในรูปแบบใหม่ เราสามารถเชื่อมต่อนาฬิกากับอุปกรณ์ไร้สายผ่านทาง Bluetooth หน้าจอของ Smart Watch A18เป็นแบบ TouchScreen แจ้งเตือนต่างๆด้วยระบบกรสั่นและเสียงในการเตือนที่สำคัญสำหรับนาฬิกาเรือนนี้เราสามารถที่จะรับสายหรือโทรออกได้ อีกทังยังมีการแสงชื่อหรือเบอร์โทรที่หน้าจอได้ มีไมโครโฟนและลำโพงในตัวเครื่องและยังสามารถใช้ฟังเพลงจากมือถือได้ เมื่ออุปการณ์หรือโทรศัพท์มือถืออยู่นอกระยะเชื่อมต่อก็จะมีการแจ้งเตือนโดยการสั่นเพื่อให้รู้ว่าอยู่นอกระยะเชื่อมต่อ สามารถที่จะบันทึกเสียงได้อีกด้วยที่สำคัญเหมาะกับใครที่ชอบออกกำลังกายเพราะมีฟังชั่นสำหรับการนับก้าวเดินอีกด้วย

สำหรับใครที่ชื่นชอบความสะดวกรวดเร็วและพกพาสะดวก Smart Watch A18สามารถที่จะตอบปัญหานั้นได้ ด้วยที่ปัจจุบันมีการพัฒนาของเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องจึงไม่ใช่เรื่องแปลกนักที่นาฬิกาจะสามารถทำอะไรได้มากกว่าแค่การบอกเวลาเท่านั้น Smart Watch A18ทำให้เราเห็นแล้วว่านาฬิกาก็สามารถที่จะทำอะไรใหม่ๆได้เช่นกัน ด้วยความที่สามารถทำอะไรได้หลายหลายอยู่จึงถือได้ว่าเหมาะกับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนในสังคมเมืองเป็นอย่างมาก สร้างความสะดวกสบายขึ้นอาทิ เมื่อมีโทรศัพท์โทรเข้ามาเราก็ไม่จำเป็นต้องควานหาโทรศัพท์เราก็สามารถที่จะรับสายได้เลย โดยสามารถรับสายผ่านทางนาฬิกาที่ใส่อยู่ที่แขน จะเห็นได้ว่า Smart Watch A18จึงเป็นมากกว่านาฬิกาที่ทำอะไรได้หลายๆอย่าง ใครที่สนใจก็สามารถมองหามาใช้กันดู ซึ่งสำหรับปัจจุบันนี้เทคโนโลยีมีความก้าวหน้าเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆอุปกรณ์ต่างๆในชีวิตประจำวันก็ได้รับการพัฒนาตามไปด้วย ดังนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกที่นาฬิกาสามารถที่จะทำอะไรหลายๆอย่างได้มากกว่าเพียงแค่การบอกเวลาเท่านั้น Smart Watch A18 จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับใครหลายๆคนที่สนใจ หรืออยากจะมีอุปกรณ์ที่เป็นได้มากกว่านาฬิกาที่ใช้สำหรับการดูเวลาเท่านั้น เชื่อว่าหากใครได้มี Smart Watch A18 แล้วจะต้องไม่ผิดหวัง

 

TrackR ตัวช่วยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะหาของสำคัญไม่เจอ

TrackR ตัวช่วยที่ไม่ต้องกลัวว่าจะหาของสำคัญไม่เจอ

   คุณเป็นคนที่ขี้หลงขี้ลืมมั้ย ถ้าชอบหาอะไรไม่เจอ ชอบลืมกระเป๋าตังค์เอาไว้ที่ไหนไม่รู้ ตามหาอยู่เรื่อย ชอบลืมกุญแจรถเอาไว้ที่ไหนไม่รู้ ต้องตามหาอยู่เรื่อยไป แล้วก็สิ่งของทุกสิ่งทุกอย่างเลยที่คุณต้องใช้เป็นประจำ แต่ก็ชอบลืมเป็นประจำเช่นกัน วันนี้ผมและทีมงาน 108plaza ก็จะได้นำเสนอสินค้าอินเทรนด์ชิ้นหนึ่งที่เรียกว่า Trackr ครับ ถ้ามีอุปกรณ์ตัวนี้ติดไว้แล้วคุณจะหาสิ่งของทุกอย่างเจอได้เร็วขึ้น ถึงจะลืมไว้ตรงไหน วางไว้ตรงไหน สามารถตรวจเจอได้อย่างง่ายๆ ผ่านสมาร์ทโฟนของคุณเลย เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำหรับคนที่ชอบขี้ลืมเป็นประจำได้อย่างดีเลยทีเดียวละครับ ไม่ให้เสียเวลาไปมากกว่านี้ผมจะพาไปรีวิวกันเลยดีกว่าครับ

   นี่แหละครับ ตัวเล้กๆ ที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ในรูปนี่แหละครับที่เป็นตัวช่วยในการขี้หลงขี้ลืมของเราได้อย่างดีเลย หลักการทำงานของมันก็ง่ายๆ ครับ ตัวนี้ก็คล้ายๆ ตัวที่เอาไปแปะหรือเอาไปติดเอาไว้กับสิ่งของที่เราต้องการจะติด ที่คิดว่ามันสำคัญนะ มันจะหายไม่ได้เลย แล้วเราก็ใช้อยู่ทุกๆ วันด้วย แต่ก็ชอบลืมไปตรงนั้นตรงนี้ในบ้าน อย่างเช่น กระเป๋าสตางค์ กุญแจรถ กุญแจบ้าน อะไรพวกนี้ เราก็จัดการเลยครับ จัดการเอาตัว trackr ตัวนี้เนี่ยถ้าเป็นพวงกุญแจก็เอาไปห้อยติดเอาไว้ที่พวงกุญแจเลย ถ้าเป็นกระเป๋าสตางค์ก็เอาไปติดหรือเอาไปใส่ไว้ที่ในช่องเล็กๆ ของกระเป๋าก็ได้ เพราะตัว trackr เนี่ยนะครับ ผลิตออกมาขายในท้องตลาดอยู่ 2 ขนาดด้วยกัน คือ ขนาดเล็ก และ ขนาดใหญ่ครับ ซึ่งทั้งสองตัวนี้ราคาก็เท่ากัน แล้วความสามารถในการใช้งานก็เท่ากันด้วย เพราะฉะนั้น ก็เลือกเอาว่าจะใช้กับสิ่งของอะไรจึงจะเหมาะสมครับ

   หลักการทำงานของมันก้แน่นอนเลยว่าต้องคู่กับตัวสมาร์ทโฟนของเราครับ ตัว trackr เองเนี่ยนะครับ ด้านในจะมีบลูทูธ 4.0 เป็นบลูทูธแบบใหม่ล่าสุดเลยนะครับ ที่เป็นบลูทูธแบบกินไฟน้อยด้วยแต่การใช้งานได้ค่อนข้างไกลกว่ารุ่นเดิมแล้วก็ส่งสัญญาณได้ดีกว่ารุ่นเดิมด้วยนะครับ ระยะการทำงานของบลูทูธเองก้อยู่ที่ 100 ฟุต หรือประมาณ 30 เมตร ชาร์จเครื่องเดียว 2 ชั่วโมง ตัวมันเองเมื่อไม่ได้ใช้งานจะปิดตัวเองอัตโนมัติ เมื่อต้องการเชื่อมต่อจะปลุกตัวมันเองขึ้นมาอัตโนมัติเช่นกัน ซึ่งความแตกต่างของทั้ง 2 ขนาดกับการใช้งานทั่วไปก็มีอยู่ว่า รูปแบบหนึ่งจะจะมีความหนากว่า สามารถเอาห้อยกับพวงกุญแจได้ด้วย สามารถเอาแปะติดสิ่งของได้ด้วย ด้านหลังจะมีกาว 3M มาให้แปะติดได้ กับ อีกหนึ่งรูปแบบคือแบนๆ หน่อยก็จะสามารถสอดเข้าไปเก็บไว้ในกระเป๋าได้เลย ก็สามารถเลือกได้ว่าจะใช้แบบไหนนะครับ

   การทำงานก็แน่นอนว่าต้องไปดาวน์โหลดแอพพลีเคชั่นมาติดตั้งก่อนนะครับ สามารถใชได้กับทั้ง IOS,Android นะครับ ชื่อแอพพลีเคชั่นก็ชื่อเดียวกันเลยนะครับ ชื่อว่า TrackR นั้นเองนะครับ ก็เข้าไปดาวน์โหลดกันได้ถ้าใครที่มีอยู่แล้วในตอนนี้ ซึ่งคุณสมบัติของตัวแอพที่ทำงานร่วมกับตัว trackr เนี่ยนะครับ แอพหนึ่งจะสามารถติดตั้งการค้นหาได้หลายชิ้นด้วยกัน เมื่อเปิดแอพขึ้นมาสามารถเชื่อมต่อกันได้แล้วก็ตั้งค่าว่าตัวนี้อยู่ในกระเป๋าสตางค์นะ ตัวนี้อยู่กับพวงกุญแจรถนะ ตัวนี้อยู่ที่ในรถยนต์นะ ก็ตั้งค่าตามที่เราจะนำเอา trackr ไปไว้ในสิ่งของนั้นๆ นะครับ ซึ่งความสามารถของมันคือมันจะบอกเราได้ว่าสิ่งของที่เรากำลังตามหาอยู่เนี่ยมันไปอยู่ที่ไหน สิ่งแรกที่มันจะบอกเราได้คือพิกัดบนแผนที่หรือโลเคชั่น ความละเอียดของแผ่นที่คือบอกได้เลยว่าอยู่ที่บ้านหลังไหน แต่จะบอกไม่ได้ว่าอยู่ส่วนไหนของบ้าน บอกได้แค่ว่าบ้านหลังนั้นอยู่ซอยไหน อยู่ถนนอะไร ส่งเป็นพิกัด GPS เข้ามาในแอพได้เลย กับแบบที่สองคือ ค้นหาแบบเสียง เราสามารถกดเรียกมันให้มีเสียงดังขึ้นมาได้ ในกรณีที่อยู่ในสัญญาณบลูทูธที่ส่งถึงนะครับ จะมีเสียงดังขึ้นมา คือถ้าลืมของอยู่ในบ้านเราเองเนี่ย สัญญาณถึงแน่นอน แต่ถ้าในกรณีที่โดนขโมยไป เราสามารถค้นหาแบบให้คนอื่นช่วยได้ ด้วยการมีแอพอันนี้แล้วค้นหา ถ้าใครเจอจะส่งพิกัดมาหาเราทันที โดยที่แอพจะไม่บอกว่าใครหาเจอ แต่เราจะรู้ว่าของเราอยู่ตรงไหน ก็เรียกว่าฉลาดมากๆ เลยครับ

   เอาละครับเมื่อรีวิวสินค้าอินเทรนด์กันไปเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องมาดูว่าราคาค่าตัว TrackR ตัวนี้ราคาเท่าไหร่ ราคาก็อยู่ที่ 1,290 บาทเท่านั้นเองครับ ใครสนใจก็ลองซื้อมาใช้งานดูได้เลยครับผม

ORP Smart Horn แตรรถจักรยานอัจฉริยะ

ORP Smart Horn แตรรถจักรยานอัจฉริยะ

   เมื่อ 2 เดือนก่อนก็มีโครงการปั่นจักรยานเพื่อแม่หรือว่า bike for mum ไปแล้ว แต่อีกไม่นานนี้ เดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ก็จะเป็นอีกหนึ่งโครงการใหญ่ในเรื่องของการปั่นจักรยานเพื่อพ่อหรือว่า bike for dad กันอีกแล้ว ก็ถือได้ว่าตอนนี้เรื่องเทรนด์ของการปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพนั้นมาแรงจริงๆ ใครๆ ตอนนี้ก็ชอบปั่นจักรยานกันนะครับ ไม่ว่าจะในเมืองเองหรือว่าต่างจังหวัดทั่วไปเคยแต่คนออกมาปั่นจักรยานออกกำลังกายกันในตอนเย็นๆ ก็ถือว่าตลาดเรื่องของจักรยานนั้นขายดิบขายดีกันในช่วงนี้ ตอนนี้ไม่ใช่แค่จักรยานเท่านั้นที่ขายดี อุปกรณ์เสริม อุปกรณ์แต่งรถจักยานก็ขายดีเช่นกันนะครับ เพราะฉะนั้น บทความนี้ก็จะขอตามเทรนด์จักรยานกันสักหน่อยครับ ด้วยการรีวิวสินค้าอินเทรนด์ที่เรียกว่า orp smart horn เป็นแตรรถจักรยานอัจฉริยะครับ จะมีความสามารถในการใช้งานอย่างไรบ้างนั้นก็ต้องมาดูรายละเอียดกันเลยครับ

   เป็นอย่างไรบ้างครับเพื่อนๆ ดูรุปร่างหน้าตาอุปกรณ์ตัวนี้แล้วต้องบอกว่าดูดีเลยทีเดียว เรื่องของการปั่นจักรยานนั้นก็ต้องคำนึงถึงเรื่องคววามปลอดภัยในการขับขี่บนท้องถนนด้วยนะครับ เพราะว่าเราเองก็ต้องปั่นออกไปถนนใหญ่ที่มีการจราจรร่วมกับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ด้วย เพราะฉะน้น เรื่องแตรเรื่องอุปกรณ์ให้สัญญาณไฟต่างๆ นั้นต้องมีครบถ้วนนะครับ ถือว่าอุปกณ์แบบนี้สำคัญมากเลยทีเดียว

   ทีนี้มาดูความสามารถในการใช้งานของเจ้าตัวแตรอัจฉริยะนี้กันบ้างดีกว่านะครับ การทำงานของแตรตัวนี้หลักๆ แล้วมี 2 โหมดการทำงานด้วยกัน โหมดแรกนั้นคือโหมด friendly mode คือเสียงจะออกมาน่ารักๆ เสียงจะดังกุ๊งกิ๊งๆ หน่อยพอให้คนที่อยู่บนถนนหรือคนที่เดินอยู่ข้างถนนเนี่ยพอรู้ว่ามีรถจักรยานกำลังปั่นตามมาข้างหลังนะ ต้องระวังด้วยนะ อะไรแบบนี้ คือต้องบอกอย่างนี้ก่อนนะครับ บางคนสงสัยว่า เอ๊ะ ในเมื่อผลิตเป็นแตรมาแล้ว ทำไมไม่ทำเสียงให้ดังเหมอืนกับแตรรถยนต์ไปเลยละ มีนะครับ เคยมีแตรติดจักรยานที่เสียงดังเหมือนรถยนต์มาแล้ว แต่พอไปใช้งานในชีวิตจริงมันดูขัดแย้งกันครับ สมมติว่าปั่นจักรยานไปตลาดแล้วไปกดแตรเสียงดังๆ แบบนี้คนก็ตกใจ อาจจะเกิดอุบัติเหตุหรือโดนด่าเอาได้ง่ายๆ ก็เลยไม่มีแตรแบบนั้นทำมาเพื่อจักรยานไงละครับ

   แล้วก็มีโหมดที่สอง เรียกว่า Loud mode ครับ ซึ่งโหมดนี้เนี่ย คือโหมดที่เสียงแตรจะดังเลย ดังแบบแตรรถจักรยานยนต์เลยครับ เสียงจะดังประมาณ 96 dB เลยครับ ซึ่งโหมดนี้ก็ทำมาไว้เพื่อใช้ในการเดือนอันตรายกับรถยนต์หรือที่อยู่บนถนนใหญ่ ที่ต้องใช้เสียงที่ดังพอสมควรเพื่อบีบแจ้งเตือนการจราจรข้างหน้า เพราะบางทีเราปั่นจักรยานไปบนถนนใหญ่ พวกรถยนต์ก็อาจจะคิดว่าเรานั้นปั่นมาช้า แต่ความจริงแล้วความเร็วของการปั่นของเราก็เร็วพอสมควรนะ ต้องเตือน บีบแตรเตือนกันสักหน่อยเพื่อให้รถนั้นหลบหรือห้าตัดหน้าเรา อะไรประมาณนี้ครับ

   ซึ่งการออกแบบผลิตภัณฑ์ของเค้าเนี่ยนะครับ ก็ออกแบบมาให้ใช้งานที่ค่อนข้างดีเลยทีเดียว เรียกว่าค่อนข้างสมบุกสมบันเลยละ ตัววัสดุที่มาทำนั้นเป็นไวนิวท์อย่างดีนะครับ วีการติดตั้งก็เอาไปติดไว้กับตัวแทนของจักรยานอย่างในรูปด้านบนเนี่ยนะครับ ก็ง่ายๆ ครับจะมีตัวล็อคอยู่ก็ติดตั้งเองได้เลย วิธีการกดแตรนั้นก็จะใช้ง่ายๆ ครับ จะกดขึ้น กดลง เท่านั้นเอง ถ้ากดขึ้นจะเป็นเสียงแบบ เฟรนลี่โหมด แต่ถ้ากดลงจะเป็นเสียงแตรดังๆ เลย ก็อย่าสับสนกับการใช้งานเป็นพอครับ ซึ่งถ้าอยู่ในซอย อยู่ในหมู่บ้าน แล้วไปกดแตรเสียงดังๆ เข้าอาจจะโดนชาวบ้านด่าเอาได้นะครับ แล้วตัวแตรอัจฉริยะตัวนี้ก็ไม่ได้แค่แตรอย่างเดียว ก็มีไฟ led มาให้ด้วย มีความสว่างอยู่ที่ 70 ลูเมนครับ ก็ถือว่าสว่างใช้ได้เลยทีเดียว จะมีการใช้งานอยู่ด้วยกัน 3 แบบ คือแบบแรกก็จะเปิดไฟแบบกระพริบ ครั้งละ 1 วินาที กระพริบแบบช้าๆ หน่อย โหมดนี้จะสามารถเปิดได้นาน 15 ชั่วโมงแบบต่อเนื่องนะครับ แบบที่สอง จะกระพริบเร็วขึ้นมาหน่อยนึง จะสามารถเปิดใช้งานในโหมดนี้ได้ต่อกันนาน 4 ชั่วโมง แบบที่สาม แบบเปิดไฟค้างเอาไว้เลย แบบนี้จะใช้งานแบบต่อเนื่องได้ประมาณ 3 ชั่วโมงเท่านั้นเอง ซึ่งหลายคนก็สงสัยแล้วสิครับว่า ตัวแตรและไฟแบบนี้นั้นจะทำงานได้อย่างไร จะใช้ถ่านกี่ก้อน เปลืองถ่ายมั้ย ตัวนี้ชาร์จแบตได้ครับ ใช้เสียบแบบ micro usb ชาร์จประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งก็เต็มแล้วครับ

   สำหรับสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้นั้นอยู่ที่ ประมาณ 2 พันบาทครับ ราคานี้ต้องบอกเลยว่าแพงครับ เพราะว่าเป็นของนอกนำเข้ามา ก็อยู่ที่ร้านไหนจะขายเท่าไหร่ ใครที่รับราคานี้ได้ก็ลองไปซื้อมาใช้กันดูครับ

Acer Liauid Leap

Acer Liauid Leap อุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้การเดิน วิ่งออกำลังกายของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น

   สวัสดีครับเพื่อนๆ ที่เข้ามาอ่านบทความรีวิวสินค้าอินเทรนด์ของเราใน 108plaza ทุกท่านเลยนะครับ วันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งครั้งที่เราจะมีริวิว smart watch กันครับ ความจริงแล้วอาจจะไม่ใช่พวก smart watch ก็ดะนครับผมว่า ตัวอาจจะเรียกๆ ไปแล้วอาจจะเป็นพวกสายรัดข้อมือ เป็นแบบ smart band อะไรแบบนั้นก็ได้นะครับ ผู้ผลิตก็คุ้นชื่อ คุ้นหูกันอย่างดีแล้วครับ ก็คือทาง เอเซอร์ นั้นเองครับ ผลิตอุปกรณ์ไอทีที่ช่วยในเรื่องต่างๆ ที่สามารถเช็คได้ผ่านข้อมือของเราเลย เป็นอุปกรณ์ไอทีที่เรียกว่า liquid leap ครับ จะเป็นอย่างไร คุณสมบัติในการทำงานของอุปกรณ์ตัวนี้จะดีแค่ไหน มาดูกันเลยดีกว่าครับ

   ก็ต้องบอกกอ่นเลยนะครับว่าดีไซน์ของทาง acer liquid leap ตัวนี้ก็ออกแบบมาได้ค่อนข้างสวยนะครับ ก็ดูเรียบๆ หน่อย ด้วยตัวมันเองนี่เป็นสายคาดที่ทำมาจาก เรซินท์ จึงทำให้น้ำหนักตัวมันเองนี่ค่อนข้างเบาหวิวเลยทีเดยว มีน้ำหนักที่ 20 กรัม เท่านั้นครับ ตัวหน้าจอก็เป็นแบบ LED ความละเอียดอยู่ที่ 128*32 พิกเซล เป็นหน้าจอแบบสัมผัส เมื่อจะดูหน้าจอต่างๆ หรือต้องการใช้งานก็ต้องเคาะหน้าจอเพื่อให้มันตื่นขึ้นมา แล้วก็สัมผัสเลื่อนไปมาเพื่อที่จะดูข้อมูลต่างๆ ดูเมนูต่างๆ ได้ด้วย ก็ต้องบอกเลยว่าอุปกรณ์ตัวนี้ของทาง acer เนี่ยนะครับ ไม่ได้ฟีเจอร์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกมามากมายสักเท่าไหร่นัก ใส่ตัวเซนเซอร์จับการเคลื่อนไหวเอาไว้อย่างเดียวเท่านั้นนะครับ ไม่เหมือนสายรัดข้อมือหรือพวก smart watch อื่นๆ หรือ fitbit อื่นๆ ที่มีตัวเซนเซอร์ต่างๆ มากมาย ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ไอทีที่ช่วยในการออกกำลังกายขั้นพื้นฐานก็แล้วกันนะครับ สามารถใช้ได้เป็นบางประเภทในการออกกำลังกายเท่านั้นเอง

   แต่เรื่องของเมนูการใช้งานโดยทั่วไปแล้วมีค่อนข้างเยอะนะครับ เท่าที่ผมได้เปิดดูๆ มาในตัวหน้าจอของตัวนี้แล้วเนี่ย ถือว่ามีมาให้ใช้งานครบเลยทีเดียว มาดูเมนูแรกเลยดีกว่า การจับก้าวเดินครับ เราสามารถวัดก้าวเดินของเราได้เลย ในหนึ่งวันนี้เราสามารถก้าวเดินได้เท่าไหร่ ซึ่งจากสถิติโดยทั่วไปแล้ว คนทั่วไปก้าวเดินกันได้วันละ 1 หมื่นก้าวหรือประมาณ 7 กิโลเมตรเลยทีเดียวนะครับ แต่เชื่อว่าผมเองและเพื่อนๆ หลายคนไม่ถึงนะ วันละ 7 กิโลเมตร ส่วนใหญ่ก็จะนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ซะเป็นส่วนมาก ไม่ได้ก้าวเดินไปไหนเลย อย่างผมเองเป็นต้นนะครับ เมนูถัดมาเรื่องของระยะทางครับ เมื่อมีเมนูแรก วัดก้าวเดินได้แล้ว ก็มาวัดดูสิ เมื่อเราได้ผลอออกมาแล้ว เท่านั้นเท่านี้ก้าว ได้ระยะทางเท่าไหร่ เมนูที่สาม การวัดแคลลอรี่ คือเมื่อสองเมนูแรก วัดได้แล้วก็มาคำนวณต่อเนื่องกันไปว่าในหนึ่งวันเราสามารถเผาผลาญไปได้กี่แคลลอรี่แล้ว นี่คือเมนูในการช่วยวัดค่าต่างๆ ในการออกกำลังกายของเรา

   

   ส่วนเมนูต่อมาที่เข้ามาให้ความสะดวกสบายที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่าน app ก็จะมีหลากหลายการใช้งานเลยทีเดียวนะครับ ซึ่งผมแนะนำเมนุในการทำงานอีกหนึ่งตัวที่ชื่อว่า leap manager ครับ เป็นอีกหนึ่งโหมดการทำงานที่ช่วยในการออกกำลังกายได้เช่นกัน ก็สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ทุกฝั่งนะครับ android , IOS, ความสามารถในการใช้งานร่วมกับแอพก็คือ เราสามารถดูข้อมูลต่างๆที่หมดทั้งมวลที่หลายๆเมนูเบื้องต้นที่ผมกล่าวมาสักครู่นิบนหน้าจอมือถือได้ด้วย แบบไม่ต้องไปดูจอเล็กๆ บนอุปกรณ์ตัวนี้แล้ว เช็คได้เลยจากแอพ เหลือแบตเตอร์รี่เท่าไหร่ เดินไปกี่ก้าว วิ่งไปกี่ก้าว แล้วก็ทำหน้าที่คล้ายๆ smart watch ได้บ้างเป็นบางโหมด อย่างเช่น การเตือนเมื่อมีสายเข้าแล้วเราไม่ได้รับสายหรือ miss call หรือ พวกแอพพลีเคชั่นโซเชียลต่างๆ ที่เรายังไม่ได้เปิดดูก็สามารถแจ้งเตือนบนข้อมือเราได้เช่นกัน

   ซึ่งข้อเสียอย่างหนึ่งที่ผมเองพบเจอในขณะที่ใช้งานนะครับ คือ ตัวหน้าจอเองมีเป็นแนวนอนตามยาวของสายรัดข้อมือเราไปใช่มั้ยครับ แล้วทีนี้ปกติแล้วเราก็จะมองหรือใช้งานกันเป็นแนวตั้ง ซึ่งมันสวนทางกันระหว่างการใช้งานจริง ทำให้เราต้องเอียงๆ แขนหรือข้อมือเราไปบ้างเล้กน้อยเพื่อให้มืองได้ถนัดขึ้นนั้นเองครับ วิธีแก้สำหรับผมนะครับ ซึ่งใครจะเอาไปใช้ก้ได้ ไม่ว่ากัน ก็คือพลิกตัวหน้าจอมาไว้ตรงข้อมือเราเลย สลับด้านกันครับ แล้วเราก็ตั้งข้อศอกขึ้นมา หน้าจอก็จะมองเห็นและใช้งานได้ถนัดขึ้นนั้นเอง

   ใครที่ชอบวิ่งหรือชอบเดินออกกำลังกายเป็นประจำก็เหมาะมากๆ ครับสำหรับสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ ก็ลองไปหาซื้อกันได้แล้ว บ้านเรามีวางจำหน่ายแล้วนะครับ สำหรับสินค้าของทาง acer สำหรับวันนี้ก็คงต้องจากลาเพื่อนๆ ไปก่อน เจอกันบทความรีวิวครั้งหน้าจะเป็นสินค้าไอทีอะไร หรือแก็ตเจ็ตอะไรใหม่ๆ มานำเสนอ ต้องคอยติดตามกันนะครับ

Scooba 390

หุ่นยนต์ความทำสะอาด Scooba 390 เครื่องเดียวทำได้ทุกอย่างเรื่องความสะอาด

   คำว่าเทคโนโลยีช่วยทำให้มนุษย์เราสบายขึ้น มันก็จริงนะครับ เพราะดูจากยุคก่อนหน้านี้ที่เทคโนโลยียังไม่เจริญก้าวหน้าเพียงนี้มนุษย์เราก็ต้องทำงาน ใช้แรงงานกันแสนจะเหน็ตเหนื่อย แต่พอมีเครื่องไม้เครื่องมือ เครื่องจักรต่างๆ มาช่วยก็สบายขึ้น แต่ตอนนี้มีเทคโนโลยีที่เรียกว่า Robot หรือว่าหุ่นยนต์มาช่วยเรื่องต่างๆ ก็ยิ่งสบายมากขึ้นด้วย แล้ววันนี้เองผมและทีมงาน 108plaza ก้ได้ไปจับเอาหุ่นยนทำความสะอาดตัวหนึ่งมารีวิวครับ เป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ในวันนี้ มาดูความฉลาดของเจ้าหุ่นยนตัวนี้กันครับว่าเค้าจะทำความสะอาดพื้นในบ้านของผมได้ดีแค่ไหน

   เจ้าตัวกลมๆ ที่เพือ่นๆ เห็นอยู่นี้แหละครับคือ robot ทำความสะอาดที่จะมารีวิวในวันนี้ครับ แน่นอนครับว่าหุ่นยนทำความสะอาดตัวนี้ใช้ชื่อแบรนด์ว่า IRobot ครับ แบรนด์นี้เป็นผู้ผลิตหุ่นยนจากฝั่งอเมริกาเลยนะครับ แต่ต้องบอกว่าก่อนนะครับว่าตระกูลของ IRobot นี้จะมีหุ่นยนทำความสะอาดอยู่ด้วยกัน 2 รุ่น คือรุ่นที่เป็นตัวถูพื้นอย่าง scooba ตัวนี้เองที่จะรีวิวในวันนี้ กับ รุ่น Roomba ที่เป็นหุ่นยนดูดฝุ่นนะครับ ในบทความต่อไปก็คงจะได้มีโอกาสไปรีวิวอีกหนึ่งรุ่นที่เหลือนะครับ เพราะอย่างน้ยอมันต้องทำงานร่วมกันทั้งสองรุ่นนี้นะครับ เพื่อความสะอาดที่หมดจดแล้วก็มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย

   ตัวหุ่นยนถูพื้นเนี่ย บางคนที่ไม่เข้าใจและไม่เคยใช้ก็คงจะสงสัยนะครับว่าแตกต่างจากหุ่นยนดูดฝุ่นอย่างไร คืออย่างนี้ครับ หุ่นยนถูพื้นนี่จะมีน้ำมาเป็นตัวทำความสะอาดครับ เราจะใช้ทั้งดูดทั้งถูไปในตัวเดียวกันก็คงทำไม่ได้ในเครื่องนี้นะครับ ตัวฝาด้านบนของตัวหุ่นยนถูพื้นนี้จะเปิดขึ้นมาได้ แล้วตัวถาดที่ใส่น้ำก็จะมีอยู่ 2 ถาดด้วยกัน ระบบการทำงานคือเราต้องเทน้ำสะอาดที่เราจะต้องให้หุ่นยนถูพื้นให้เรา อาจจะมีผสมน้ำยาถูพื้นไปบ้างก็แล้วแต่คนใช้นะครับ ก็ไม่มีก็ใช้น้ำสะอาดก็พอ แล้วอีกหนึ่งถาดก้ไม่ต้องใส่น้ำนะครับ เพราะอีกหนึ่งถาดที่เหลือเครื่องจะดูดน้ำจากที่ถูพื้นแล้ว ที่ดูดจากถาดแรกที่เป็นน้ำสะอาดเข้ามาเก็บไว้ในถาดที่ 2 เพื่อรอการเททิ้งต่อไป ก็ใส่น้ำลงไปได้เลย ไม่ต้องกลัวว่าน้ำจะรั่วลงมาทำให้เครื่องพังแต่อย่างใด ตัวใกล้ๆ กับช่องใส่ถาดน้ำก็จะเห็นว่ามีแบตเตอร์รี่ลูกขนาดใหญ่เลยทีเดียวครับ ความจุของแบตเตอร์รี่มีความจุที่ 4100 mAh. ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะทำงานได้ไม่นานนะครับ เพราะดูแล้วแบตเตอร์รี่ค่อนข้างใหญ่ แล้วอีกอย่างหนึ่งครับสำหรับในตัวเครื่องที่เปิดฝาออกมา เราสามารถแกะท่อยางต่างๆ ที่ดูดน้ำเข้าน้ำออกมาจากน้ำสะอาด แล้วก็น้ำสกปรกนะครับ แกะออกมาล้างได้นะครับ เพราะสิ่งสกปรกต่างๆ จะมากระจุกอยู่ตรงปลายท่อบ้าง เมื่อใช้ไปนานๆ

   ตัวเครื่องด้านบนก็จะมีปุ่มการทำงานอยู่ 2 ปุ่มหลักๆ เองนะครับ ปุ่มขวามือปุ่มแรกก็จะเป็นปุ่มเพาเวอร์ ส่วนอีกหนึ่งปุ่มที่เพื่อนๆ เห็นในรูปนะครับก็จะเป็นปุ่ม เริ่มหรือหยุดการทำงานเป็นปุ่มหลักที่ใช้สั่งการเลยนะครับ ก็กดใช้งายๆ สิ่งที่น่าสังเกตและคิดว่าน่าจะเป็นจุดด้อยของเครื่องตัวนี้คือ ไม่มีแท่นชาร์จที่ตัวเครื่องจะกลับมาหาแทนชาร์จเองเมื่อแบตหมดนะครับ เราต้องเสียบชาร์จเอง แล้วแบตหมดก็ต้องไปเก็บมาชาร์จเอง

   

 

ส่วนวิธีการทำงานของหุ่นยนตัวนี้คือใต้เครื่องจะมีล้อที่ทำให้หุ่นยนเคลื่อนที่ไปได้ แล้วก็มียางดูดน้ำ กรีดน้ำให้แห้ง แล้วก็มีแปรงถูกพื้นให้พื้นนั้นสะอาดอยู่ตรงใต้เครื่องนะครับ ตัวแปรงถูพื้นเราก็แกะมาล้างได้เช่นกัน ผมก็เริ่มลองทดสอบดูครับ ก็กดปุ่มเปิดเครื่อง แล้วก็กดปุ่มเริ่มทำงาน เปิดขึ้นมาเสียงดังเลยครับ ถือว่าดังมากเลยแหละ แต่เมื่อผมเดินตามๆ เครื่องนี้ไปก็จะเห็นเป็นหยดน้ำหรือลอยน้ำเป็นทางไปบ้างเวลาที่พื้นที่ปูกระเบื้องหรือพื้นต่างๆ ที่ปูพื้นไม่เท่ากัน อาจจะเป็นแอ่งบ้างอะไรแบบนี้เครื่องก็จะดูดน้ำไม่ค่อยหมดสักเท่าไหร่ ก็อาจจะรอให้แห้งเองหรือผ้าไปถูกเพิ่มสักนิดหน่อย แต่พื้นที่ได้มาตรฐานมีความเสมอกันนี่ตัวหุ่นยนทำได้ดีครับ ไม่เหลือคราบน้ำให้เห็นเลย แล้วผมก็ลองเอาซีอิ้วขาวเทลงไปให้เครื่องลองถูดู ก็ปรากฏว่าเครื่องทำความสะอาดได้หมดเลยครับ ไม่เห็นคราบซีอิ้วขาวหลงเหลืออยู่เลย ผมว่าทำได้ดีครับ ติอย่างเดียวสำหรับสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้นะครับ หุ่นยน IRobot scooba 390 ตัวนี้เสียงมันค่อนข้างดังครับ ใครที่อยู่ในคอนโดห้องพักอะไรแบบนี้คงจะทำความสะอาดตอนกลางคืนไม่ค่อยได้นะครับ

Toyota Vellfire 2015

Toyota Vellfire 2015 ทดสอบสมรรถนะพร้อมสัมผัสแรกของการนั่งรถยนต์ระดับพรีเมี่ยมจากญี่ปุ่น

 

 

   ก่อนที่จะไปเริ่มรีวิวสินค้าอินเทรนด์ของเราในวันนี้ ผมขอนอกเรื่องก่อนสักนิดนะครับเพื่อนๆ ทุกคน มันคือเรื่องเดิมๆ ที่ผมเคยเขียนเอาไว้ในทุกบทความที่เคยรีวิวรถยนตืไปทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ก็คือเรื่องของความรู้สึกที่ไม่ดีนักในราคารถยนต์บ้านเรากับสเปคที่เปรียบเทียบกันได้เห็นอย่างชัดเจนกับต่างประเทศ ก็เลยพยายามจะผลักดันเรื่องนี้ให้มีความคืบหน้านะครับ ประเทศเราผลิตรถเองได้ทั้งคัน แล้วก็ส่งออกไปต่างประเทศก็ตั้งเยอะ แต่รถที่ใช้ในบ้านเราเมื่อเทียบกับออฟชั่นและราคามันช่างสวนทางกันเสียจริงๆ บ้านเราราคารถแพง แต่สเปคต่างๆ ก็ไม่เท่าที่เราส่งออกไปขายต่างประเทศ แต่ในต่างประเทศรถราคาถูกกว่าบ้านเรา แต่สเปคนั้นดีกว่า ออฟชั่นครบกว่า ถ้าใครเคยไปเที่ยวที่ญี่ปุ่นหรือทางยุโรปก็จะรู้ดีกว่าเมื่อคิดไปคิดมาราคารถบ้านเค้าเทียบกันแล้วถูกกว่าบ้านเรา ถูกถึงขั้นบางคนเอารถไปชนกันเล่นก็มี เค้าไม่เสียดายเพราะรถเค้าถูก แต่บ้านเราเห็นว่ากำแพงภาษีรถยนตืก็จะขึ้นอีกละ มันเป็นอะไรกันนักหนา ก็ฝากเพ่อนๆ ใครที่พอมีแรงผลักดันเรื่องนี้ก็ช่วยกันทำให้ราคารถบ้านเรามันต่ำลงกว่านี้ได้ก็ดีนะครับ บางคนผ่อนรถหมดก็คือรถพังไปแล้วต้องซ่อมกันใหม่อีก เพราะว่าผ่อนนานจัด กว่าจะหมด เรื่องแบบนี้มีกันเยอะครับ ถ้าเพื่อนๆ เห็นด้วยกับผมก็เขียนบทความหรือกระตุ้นทางโซเชียลไปเยอะครับ จะได้มีแรงกระตุ้นอยู่เรื่อยๆ

   นอกเรื่องกันมานาน มาเข้าเนื้อหาเกี่ยวกับรถยนต์ MPV ระดับพรีเมี่ยมที่นำเข้าจากญี่ปุ่นตัวนี้กันเลยดีกว่าครับ วันนี้ผมจะทดสอบในโหมดการขับขี่ด้วยและก็โหมดของผู้โดยสารด้วย ก็มาติดตามกันดูครับว่าจะพรีเมี่ยมสมราคาจริงหรือเปล่า ราคาก็นุ้นเลยครับ 7 หลัก ใครที่ซื้อรถแบบนี้ได้ไม่ต้องกังวลเรืองราคาอยู่แล้วครับ เรียกว่าซื้อได้สบาย บทความที่แล้วผมได้ทดสอบ Alphard ไปแล้วที่เป็นคู่แฝดกัน ก็ถือว่าเหมาะสำหรับนักธุรกิจคนมีอายุหน่ยอ แต่สำหรับตัว vellfire นี้ก็สำหรับวัยรุ่นหน่อย เพราะดีไซน์จะดูสปอร์ตกว่า ด้วยโครมไฟหน้าแบบ 2 ชั้น กระจังหน้าโครเมี่ยมขนาดใหญ่ พร้อมกับชุดไฟท้ายแบบ LED ที่ดูสปอร์ตรับกับด้านท้ายของตัวรถได้อย่างลงตัวเลย แล้วก็ยังครบครันไปด้วยพื้นที่การใช้สอยด้านในที่สามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างอิสระ สามารถปรับเปลี่ยนเบาะที่นั่งในห้องผู้โดยสารได้อย่างอิสระ ให้กลายเป็นห้องนั่งเล่นหรือห้องประชุมก็ได้ในขณะเดินทาง ใครที่ชอบเดินทางใกลๆ ก็ต้องบอกว่าใช้รถแบบนี้ไปจากใต้จรดเหนือก้ไม่รู้สึกเมื่อยเลยละครับ ส่วนออฟชั่นต่างๆ ก็มาเต็มครับ ประตูบานหลัง ประตูบานข้างทั้ง 2 บานก็เป็นแบบไฟฟ้าด้วยกันทั้งหมด เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็เห็นว่าตัวนี้เป็นเบาะนั่งแบบผ้านะครับ ซึ่งผมเองก้ได้คำตอบมาจากพนักงานขายก็บอกว่าสเปคก็แล้วแต่ว่าผู้นำเข้ารายไหนจะสั่งสเปคไหนมาขายในบ้านเรา ก็เลยนึกแปลกใจว่าทำไมยังไม่เป็นเบาะหนังอย่างดี ทั้งๆ ที่ราคาก็ไม่ได้ถูกแล้ว แต่ก็ดีอย่างนะครับ เบาะหนังรถจอดตากแดดจะร้อนมาก เบาะผ้าจะไม่ค่อยร้อนสักเท่าไหร่ ซึ่งผู้ใช้บางกลุ่มก็อาจจะไม่ชอบเบาะหนังก้ได้นะผมว่า ตัวเบาะเมื่อไปนั่งแล้วก็กระชับรับตัวดีครับ เป็นเบาะไฟฟ้าทุกที่นั่ง มีตัวซัพพอร์ตขาด้วย สามารถปรับไฟฟ้าเช่นกัน ตัวเบาะในแถวที่ 2 จะเลื่อนมาข้างหลังอัตโนมัติเมื่อดับรถเพื่อให้การขึ้นลงได้สะดวกขึ้น เรียกว่าภายในนี่หรูหราไม่เบาเลยครับ บุนุ่มมาทุกตำแหน่ง โดยเฉพาะคอนโซนหน้าและรอบตัวรถ บนเพดานมีมูนลูฟมาให้ 2 จุด หน้าและหลัง บนเพดานมีไฟแบบซ่อนฝ่ามาให้ สามารถปรับได้ 6 สี 6 ระดับความสว่าง ส่วนมาตรวัดต่างๆ ในตำแหน่งคนขับก็เป็นจอแบบ MID ที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนและเครื่องเสียงและความบันเทิงจอทีวีก็ให้มาครบครันด้วยชุดเครื่องเสียบของ JBL เมื่อเปิดทดสอบเครือ่งเสียงดูแล้วให้ความรู้สึกไฮเอนต์มาในทันใดครับ

   ส่วนเครื่องยนต์เป็นเครืองยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร dual VVTI 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุดที่ 180 แรงม้าที่ 6000 รอบ แรงบิดสูงสุด 235 นิวตันเมตรที่ 4100 รอบ ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 speed CVT สำหรับการทดสอบนั้นต้องบอกว่าผมได้ทดสอบในสภาพการจราจรในเมืองที่ค่อนข้างทำความเร็วได้ไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ก็สามารถทดสอบสมรรถนะได้ระดับหนึ่งครับ ทัศนวิสัยการมองดีครับ ขับขี่ง่าย ช่วงล่างให้ความนุ่มนวลดีมาก ขุมพลังขนาด 2.5 ก็เพียงพอครับแต่ก็ไม่ได้ปรุดปราดสักเท่าไหร่ เพราะเน้นการออกตัวแบบเรียบเนียน เข้าโค้งมีการโยนตัวนิดหน่อย พวงมาลัยให้น้ำหนักที่ดี มั่นใจ เรียกว่าสินค้าอินเทรนด์ในวันนี้สามารถใช้ขับเองได้ดีแล้วก็อยู่ในตำแหน่งผู้โดยสารก็ค่อนข้างสบายตามระดับรถหรูแบบนี้ครับ

Swatchmate Cube

Swatchmate Cube อีกหนึ่งนวัตดกรรมของเครื่องมือที่วัดเฉดสีได้แม่นยำที่สุด

   ต้องบอกกับเพื่อนๆ ทุกคนที่เข้ามาอ่านบทความริวิวสินค้าอินเทรนด์ในวันนี้ด้วยนะครับว่า สิ่งที่เรานำมารีวิวในวันนี้เป็นตัว start up หรือว่าตัวตนแบบที่ทำมาทดสอบการใช้งานกันในเบื้องต้น เพื่อเล่าถึงนวัตกรรมในการวัดค่าเฉดสีต่างๆ ให้เกิดความเที่ยงตรงที่สุด ให้แม่นยำที่สุด ถ้าใครที่เป็นนักกราฟฟิกดีไซน์อยุ่ ใช้โปรแกรมตกแต่งรูปหลายๆ โปรแกรมหรือว่าโปรแกรมชื่อดังอย่าง photo shop อยู่ก็จะทราบว่าเมื่อเวลาเราจะเลือกสีอะไรมาทำรูปหรือกราฟฟิก เพื่อที่จะให้เหมือนหรือเทียบเท่าภาพเก่าที่ต้องเอามาตกแต่งใหม่ๆ อะไรแบบนี้ ถ้าเราดูจากสายตาคนเราปกติเนี่ยนะครับ มักจะมองสีที่ผิดเพี้ยนไป ไม่ตรงกับเฉดสีเดิมสักเท่าไหร่ ในโปรแกรมเองก็ทำคล้ายๆ Tool หรือฟังก์ชั่นการสั่งการหรือเครื่องมืออย่างหนึ่งไปเป็นตัวดูดสีตรงจุดนั้นมา เพื่อมาวัดค่าสีว่าสีนั้นคือสีอะไร เฉดไหน ก็จะเที่ยงตรง แม่นยำมากยิ่งขึ้น แต่เครื่องมือแบบนี้ก็ยังสามารถใช้ได้ในโปรแกรมเท่านั้น วันนี้มีมาเป็นเครื่องมือจริงๆ แล้ว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมการวัดค่าเฉดสีที่ค่อนข้างแม่นยำมาทำการรีวิวกันนะครับ ซึ่งต้องบอกก่อนว่าตอนที่ผมทำการรีวิวอยู่นี้สินค้าตัวนี้ยังมีแค่ตัวต้นแบบหรือว่า start up อย่างที่บอกไป แต่ถ้าเพื่อนๆ เข้ามาอ่านบทความนี้แล้ว อาจจะมีสินค้าตัวนี้ผลิตเข้ามาวางจำหน่ายในตลาดแล้วก็ได้นะครับ แต่วันนี้เราจะรีวิวตัวต้นแบบนี่แหละครับ จะเป็นอย่างไรนั้นมาดูกันเลย

   

รูปร่างหน้าของตัว swatchmate cube ตัวนี้ก็จะเป็นกล่องเล้กๆ สี่เหลี่ยมนะครับ เมื่อเปิดฝากครอบออกมาจะพบว่าด้านในจะมีคล้ายๆ เลนส์ครอบไว้อยู่ ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นตัวสแกน แล้วกับหลอดไฟที่ให้แสงสว่างมาในตัว เป็นแสงแบบ RGB ที่เป็นแม่สีต่างๆ มีสีแดง สีเขียว แล้วก็สีน้ำเงินนะครับ ทั้ง 3 สีนี้ก็แน่นอนครับเป็นแม่สี เหตุผลที่ตัวสแกนตัวนี้มีไฟทั้ง 3 สีเปิดขึ้นมาเมื่อเรากดใช้งานหรือให้ตัวเครื่องไปสแกนสีตรงไหนก้ได้ เพื่อที่จะวัดค่าของเฉดสีมาให้เราได้ทราบกัน แค่ 3 สีนี้ ก็สามารถผสมผสานกันออกมามากกว่า 16 ล้านเฉดสีแล้วนะครับ เรียกว่ามากจริงๆ แน่อนครับว่าเมื่อตัวเครื่องนี้มันสามารถวัดค่าเฉดสีได้ แล้วตาคนเราปกติเนี่ยนะครับ บางทีก็มองเป็นสีที่ต่างกันบ้าง ถ้าถามหลายๆ คนก็แล้วแต่ตาคนมองอีก ขึ้นอยู่กับแสงสว่างอีก ยกตัวอย่างเช่น ฝาผนังห้องๆ หนึ่ง ทาสีชมพูอ่อน เอาไว้ แล้วทีนี้ในคอมพิวเตอร์หรือว่าตอนที่เราจะทาสีฝนังนี้ใหม่ ให้เทียบเท่าสีเดิมมากที่สุด เพื่อไม่ให้สีดูผิดเพี้ยนไปทั้งบ้าน แล้วสีที่ทาตอนแรกนั้นก็จำเบอร์ไม่ได้แล้วว่าเบอร์อะไร จะไปสั่งร้านเพื่อผสมสีใหม่ขึ้นมาก็แน่นอนว่าตาเรามองออกมาเป็นเฉดสีทีจะบอกค่าได้เลยว่าค่าที่จะต้องผสมสีใหม่นี้คือเฉดไหน ก็ต้องพึ่งเจ้าเครื่องมือที่เรียกว่า cube ตัวนี้กันละครับ เพื่อความเที่ยงตรง หรือว่าจะทำกราฟิกบนคอมพิวเตอร์ เราจะเอาสีแบบนี้ ที่เราเห็นกันข้างหน้า ตามป้าย ตามคัดเอาท์ต่างๆ จะเอาสีเฉดเนี่ยเลย มองแล้วจำแล้วไปหาดูในโปรแกรมในคอมพิวเตอร์ แน่นอนว่าเมือมองนานๆ ตาเราจะผิดเพี้ยนตามไป เราก็ต้องพึ่งเครื่องมือตัวนี้อีกเช่นกัน เพื่อความแม่นยำและเที่ยงตรงในการทำงาน

 

 

ซึ่งวีธีการใช้งานของเครื่อง start up ตัวนี้ก็ง่ายๆ ครับ เอาตามที่ผมยกตัวอย่างไปเมื่อสักครู สมมติว่าจะเอาสีชมพูบนฝาผนังที่ผมว่ามานี้ จะเอาเฉดนี้เลย เอามาทาเพิ่มหสีมันเนียนขึ้น หรืออาจจะทำเลอะเทอะบางจุด ก็เอามาแก้เป็นจุดๆ ไป เราก็จัดการเอาเครื่อง cube ตัวนี้สแกนไปที่ฝาผนังเลยครับ แล้วก็กดปุ่มให้เครื่องมันเริ่มสแกน เมื่อเริ่มสแกนแล้วจะมีไฟกระพริบๆ อยู่ แปลว่ามันกำลังสแกนค่าสีอยู่ ห้ามเราเอามือออกหรือยกออกมา ต้องรอจนเครื่องมันสแกนเสร็จ ไฟที่กระพริบอยู่ก็สว่างขึ้นมาไม่กระพริบ แปลว่าสแกนเสร็จแล้ว ถึงยกออกมาได้ แล้วทีนี้เราจะรู้ได้อย่างไรว่าค่าที่วัดเฉดสีมาได้นั้นคืออะไร เพราอตัวมันเองไม่มีหน้าจอนะครับ คือต้องเชื่อมต่อ app ของมันเองกับตัวสมาร์ทโฟนของเรา แล้วก็ไปเปิดดูค่าที่เครื่องมันวัดเฉดสีได้จากหน้าจอบนสมาร์ทโฟนของเรานั้นเอง แอพก็จะบอกเลยครับว่า ค่าเฉดสีที่ได้นั้นคือสีชมพูเฉดไหนกันแน่ ค่าสีต่างๆ บนคอมพิวเตอร์จะรู้ว่าคือเฉดไหนเลย คนที่ทำงานทางด้านกราฟฟิกจะรู้ดีครับว่าค่าเฉดสีต่างๆ นั้นจะมีรหัสหรือมีโค๊ตของมันบอกอยู่ด้วย ทีน้เมื่อเราจะทาสีหรือทำกราฟฟิกตรงไหน ก็สบายเลยครับทีนิ พกเครื่องมือตัวนี้ใส่กระเป๋าเสื้อเอาไว้ จะเช็คสีก็กดสแกน ไม่ถึง 10 วินาทีหรอกครับ เครื่องก็จะสแกนเสร็จเรียบร้อย ต้องบอกว่าสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ราคาก็ประมาณ 5-6 พันบาทนะครับ แต่เป็นตัว start up อยู่นะครับ ใครที่ใช้งานด้านนี้ก็ลองหาดูแล้วกันนะครับ ถือว่าใช้งานได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว