มาทำความรู้จักกล้อง Olympus E-PL6

มาทำความรู้จักกล้อง Olympus E-PL6

   ในปัจจุบันคนชอบท่องเที่ยวมากขึ้นและยังชื่นชอบในเรื่องของการถ่ายภาพกันเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย จึงทำให้วงการกล้องถ่ายรูปเป็นที่รู้จักมากขึ้นอีกด้วย เนื่องจากการถ่ายภาพจำเป็นที่จะต้องใช้กล้องถ่ายรูปที่มีคุณภาพเพื่อที่จะได้ภาพที่สวยงามออกมานั้นเอง จึงทำให้ตลาดกล้องมีการตื่นตัวมากขึ้นมีการผลิตกล้องรุ่นใหม่ๆและมีการพัฒนากล้องมากขึ้นอีกด้วย สำหรับใครที่กำลังมองหากล้องสักตัวในขณะนี้ก็คงจะมีให้เลือกมากมาย ทั้งในเรื่องของยี่ห้อ รุ่น และฟังชั่นต่างๆของกล้องเพราะกล้องในปัจจุบันมีการพัฒนามากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในกลุ่มของวัยรุ่นในช่วงนี้ก็จะมีแนวในการใช้กล้องที่คล้ายกัน ส่วนใหญ่จะแน่ไปที่กล้องที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด พกพาสะดวก ถ่ายรูปสวยและที่สำคัญสามารถที่จะถ่าย Selfie ได้อีกด้วยดังนั้นกล้องปัจจุบันนี้จริงแน่ไปในเรื่องของการหักหน้าจอเพื่อที่จะสามารถถ่าย Selfie เพื่อเป็นการตอบโจทย์ของวัยรุ่นในยุคปัจจุบัน กล้องถ่ายภาพที่สามารถ Selfie ได้จริงกลายเป็นไอเทมสำคัญชิ้นหนึ่งสำหรับวันรุ่นหรือสำหรับใครหลายๆคนที่รักการท่องเที่ยวและชื่นชอบการถ่าย Selfie ซึ้งกำลังกลายเป็นสินค้าอินเทรนด์ในปัจจุบันนี้ สำหรับกล้องที่น่าสนใจในเรื่องของขนาดและสามารถที่จะตอบโจทย์นี้ได้ก็มีหลากหลายยีห้อและหลายรุ่นกันเลยที่เดียวแต่ที่อยากแนะนำคือกล้องของ Olympus ที่พึ่งจะเปิดตัวออกมาได้ไม่นานแต่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากก็คือ Olympus E-PL6 สำหรับกล้องตัวนี้ถือได้ว่าเป็นกล้องที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากจะเรียกได้ว่าเป็นสินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้ก็ได้

   กล้อง Olympus E-PL6 ยังคงลักษณะเด่นของกล้อง Olympus คือความมีเสน่ห์และความรู้สึกดีทุกครั้งที่กดชัตเตอร์และสามารถเห็นผลลัพธ์ผ่านทางหน้าจอหลักของกล้องที่ให้อารมณ์และความรู้สึกจากโทนสีเฉพาะตัวที่เป็นเอกลักษณ์แบบฟิล์ม สำหรับกล้อง Olympus E-PL6 เป็นกล้องที่มีการดัดแปลงให้มีความทันสมัยเข้ากับช่วงเวลามากขึ้น โดยมีความสะดวกสบายในเรื่องของ Wi-Fi ส่งรูปให้สมาร์ทโฟนและอีกอย่างมีโหมดแต่งภาพพิเศษมาให้ในแบบเดียวที่มีในกล้องสมาร์ทโฟนกันเลยทีเดียว ที่พิเศษกว่านั้นก็คือหน้าจอที่สามารถปรับพับงอขึ้นมาเพื่อที่จะถ่าย Selfie ได้เลย การออกแบบของกล้อง Olympus E-PL6 จะเป็นตามเอกลักษณ์ของกล้องมิร์เรอร์เลสของ Olympus ในตระกูล Pen ทุกรุ่น สำวัสดุส่วนใหญ่ที่ใช้ในผลิตเป็นพลาสติกคุณภาพสูงผสมกับอะลูมิเนียมภายในเพื่อเป็นการเพื่อความแข็งแรง บริเวณกริปจับถือกล้องคล้ายยางหุ้มด้วยหนังเทียม เวลาที่จับจะรู้สึกกระชับมือมากๆ สำหรับด้านหลังของกล้องมีวัสดุแบบเดียวกันสำหรับพักนิ้วโป้งและทำให้การจับถือกระชับมากขึ้นอีกด้วย ในส่วนของตัว Body จะทำมาจากพลาสติกทำลายลายคล้ายหนัง ขนาดของตัวเครื่องจะมีความกว้างอยู่ประมาณที่ 113 มิลลิเมตร หนา 39 มิลลิเมตร และรวมน้ำหนักพร้อมแบตเตอรี่อยู่ที่ 357 กรัม โดยขนาดโดยรวมแล้วกำลังพอดีมือพกพาง่าย กะทัดรัดดีใส่กระเป๋าสะพายข้างใบเล็กๆก็ได้

ในส่วนของด้านหลังกล้องเป็นหน้าจอ LCD แบบ Tilting ปรับเปลี่ยนองศาและพับหน้าจอได้ขนาด 3 นิ้ว ความละเอียดของหน้าจอ LCD 1,037,000 จุด รองรับการสัมผัสเฉพาะเลือกจุด สามารถที่จะโฟกัสหรือกดชัตเตอร์ถ่ายภาพผ่านทางหน้าจอได้ในโหมดอัตโนมัติ สำหรับเลนส์ KIT ที่แถมมากับ Olympus E-PL6 จะเป็นเลนส์รุ่นใหม่ล่าสุดของ Olympus MZUIKO ED 14-42 mm f3.5-5.6 EZ ที่โดดเด่นในเรื่องของความบางและน้ำหนักที่เบามาก เมื่อนำมาสวยมกับ Olympus E-PL6 จะได้ระยะเลนส์เทียบกับฟูลเฟรมอยู่ที่ 28-84 มิลลิเมตร สเปกของตัวเลนส์จะมีการออกแบบเป็นเลนส์ชิ้น 8 ชิ้น 7 กลุ่ม พร้อมกับเคลือบ Super High Refractive ซึ่งสามารถที่จะถ่ายใกล้สุดในระยะไวด์ได้ที่ 20 เซนติเมตร ส่วนระยะโฟกัสได้ที่ 25 เซนติเมตร ตัวเลนส์ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีออโต้โฟกัสแบบเงียบเพื่อใช้ในงานวีดีโอ Olympus E-PL6 รุ่นนี้ไม่ได้ใส่ไฟแฟลช Built-in มาให้แต่จะเปลี่ยนเป็นไฟแฟลชที่ต้องใช้เชื่อมต่อกับ Hot Shoe และขั้วด้านหลังโดยการใช้งานเมื่อต้องการใช้ไฟแฟชลก็เพียงดันหัวไฟแฟชลขึ้นและกดลงเมื่อไม่ใช้งาน สำหรับสเปกของ Olympus E-PL6 จะมีเซ็นเซอร์รับภาพ CMOS Four Thirds ขนาด 17.3×13 มิลลิเมตร ความละเอียดภาพสูงสุด 16 ล้านพิกเซล เมาส์เลนส์ถ่ายภาพรองรับได้รับ Micro Four Thirds จากทุกค่าย

จากที่พูดถึงมาทั้งหมด กล้อง Olympus E-PL6 ถือว่าเป็นกล้องที่ใครหลายๆคนสนใจและอยากจะได้มาครอบครอง กล้อง Olympus E-PL6 เป็นกล้องที่เหมาะกับทุกคน เป็นกล้องที่มีขนาดเล็กพอดีมือพกพาสะดวง และภาพที่ถ่ายได้ก็สวยอีกด้วย ยังไงก็ตามใครหลายๆคนที่กำลังมองหากล้องดีๆสำหรับถ่ายภาพเวลาไปเที่ยวหรือเป็นคนชื่นชอบการถ่ายภาพ Olympus E-PL6 เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจมาก

 

 

 

มาทำความรู้จัก iPhone 6 Plus

มาทำความรู้จัก iPhone 6 Plus

   สำหรับสิ้นค้าที่กำลังได้รับความนิยมและกำลังเป็นกระแสที่มีการพูดถึงเป็นอย่างมากในขณะนี้ก็คงจะไม้พ้น iPhone 6 Plus เป็นอย่างแน่นอน ซึ่งพึ่งจะได้รับการเปิดตัวเมื่อไม่นานมีนี้เองแต่ก็ได้รับกระแสตอบรับที่มาก จนถือได้ว่า iPhone 6 Plus กลายเป็นสินค้าอินเทรนด์ที่ใครๆต่างก็อยากมีครอบครองเป็นเจ้าของ สำหรับความต่างระหว่าง iPhone 6 นั้นก็คงจะเป็นในเรื่องของขนาดหน้าจอที่มีขนาดใหญ่กว่าจึงทำให้มีโหมดการใช้งานที่มากกว่าและแตกต่างออกไปอีก อาจจะเพราะเหตุผลที่ iPhone 6 Plus มีความแตกต่างและเพิ่มลูกเล่นใหม่ๆเข้ามาจึงทำให้ได้รับผลตอบรับที่ดีมาก iPhone 6 Plus กลายเป็นสินค้าอินเทรนด์ที่ใครๆก็อยากมีไว้ ตอนนี้จึงทำให้ iPhone 6 Plus กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก มีการสั่งจองและการซื้อในจำนวนที่มากขึ้น ถึงอย่างไรในเรื่องของราคาก็ถือว่ามีราคาที่สูงพอสมควร เอาเป็นว่าก่อนที่เราจะซื้อหรือกำลังให้ความสนใจเรามาทำความรู้จักและทำความเข้าใจในส่วนต่างๆของ iPhone 6 Plus กันก่อนดีกว่า

   สำหรับ iPhone 6 Plus ได้เปิดตัวออกมาพร้อมๆกับ iPhone 6 ซึ่งสำหรับ iPhone 6 Plusนั้นมีขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว ซึ้งมีขนาดหน้าจอที่ใหญ่กว่า และด้วยที่มีหน้าจอที่มีขนาดใหญ่กว่าจึงทำให้ iPhone 6 Plus มีโหมดการใช้งานแนวนอนและมีฟีเจอร์การใช้งานบางอย่างดีกว่าอีกด้วย ในส่วนของการดีไซน์เครื่องนั้นแทบจะไม่แตกต่างกันเลย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของตัวเครื่องบางลง ปุ่มปรับระดับเสียงที่มีการดีไซน์รูปแบบใหม่ ปุ่ม Power ซึ่งถูกย้ายมาอยู่ทางด้านขวา และกล้องด้านหลังมีลักษณะของการนู้นขึ้นมาเล็กน้อย มาพูดในเรื่องของจุดเด่นของ iPhone 6 Plus นั้นก็คงจะเป็นในเรื่องของหน้าจอแสดงผลที่มีขนาดใหญ่ถึง 5.5 นิ้ว ซึ่งก็มีขนาดใหญ่กว่า iPhone 6 และในส่วนของเรื่องแบตเตอรี่ก็มีขนาดที่ใหญ่กว่าซึ่งทำให้สามารถรองรับการใช้งานได้นานกว่าอีกด้วย ที่สำคัญมีระบบ OIS กันภาพสั่นไหวในตัวอีกด้วย อีกทั้งยังรองรับการใช้งานในแนวนอนได้อีกด้วย แค่นี้ยังไม่พอ iPhone 6 Plus ยังมาพร้อมกับหน้าจอที่มีความละเอียดแบบ Full HD มีพูดในส่วนของตัวเครื่องทั่วๆไปกันก่อน ในส่วนของเรื่องดีไซน์ตัวเครื่องนั้นก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมีเพียงแค่การสลับตำแหน่งของกล้องด้านหน้าย้ายจากทางด้านซ้ายของลำโพงไปอยู่ทางด้านบนของลำโพงสนทนาเป็นแทนเซ็นเซอร์ และในส่วนของปุ่ม Home ก็ยังอยู่ที่ตำแหน่งเดิมและเป็น Touch ID เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ในส่วนของด้านหลังมีการเปลี่ยนแปลงบ้างเล็กน้อย กล้องด้านหลงมีความละเอียดอยู่ที่ 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ Dual-LED และมาพร้อมกับระบบกันภาพสั่นไหวนอกจากนี้เลนส์กล้องมีลักษณะของการยื่นออกมาจากตัวเครื่องเล็กน้อย

สำหรับ iPhone 6 Plus นอกจากจะรองรับการใช้งานในแนวตั้งแล้วยังสามารถที่จะรองรับการใช้งานในแนวนอนแบบเดียวกับ iPad ซึ่งถือว่าเป็น iPhone รุ่นแรกที่มีการรองรับการใช้งานในแนวนอน ในส่วนของอุปกรณ์ที่มีมากับเครื่อง สาย Lightning Cable, Wall Charger, หูฟัง EarPods, คู่มือการใช้งาน และสติกเกอร์ Apple สำหรับในส่วนของเครื่อง iPhone 6 Plus มีหน้าจอขนาด 5.5. นิ้ว เป็นแบบ Retina HD Display ความละเอียด 1920×1080 พิกเซล ( 401 ppi) มีซิปเซ็ต Apple A8 แบบ 64-bit หรือชิป M8 coprocessor ในส่วนของกล้องด้านหน้ามีความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซล (ขนาดภาพ 1280×960 พิกเซล ) รูรับแสงกว้าง F/2.2 และ Burst Mode กล้องด้านหลังมีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ระบบ Autofocus รูรับแสงกว้าง F/2.2 พร้อมกับแฟลชแบบ True Tone flash มีระบบกันภาพสั่นไหว (Optical Image Stabilization) มี Touch ID ระบบสแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Home ที่สำคัญมี Apple Pay ระบบการชำระเงินแบบใหม่ (NFC) ด้วยการทำงานร่วมกับ Touch ID

ในส่วนของความแตกต่างระหว่าง iPhone 6 Plus กับ iPhone 6 นั้นมีส่วนที่แตกต่างกันอยู่หลายจุดด้วยกัน ในส่วนแรกจะเป็นในเรื่องของขนาดหน้าจอ ซึ่ง iPhone 6 Plus มีขนาดหน้าจอที่ใหญ่กว่า ต่อมาจะเป็นในส่วนของความละเอียดของหน้าจอแสดงผล iPhone 6 Plus มีความละเอียดที่มากกว่า 1080×1920 พิกเซล ส่วน iPhone 6 มีความละเอียด 750×1334 พิกเซล และที่สำคัญ iPhone 6 Plus เป็นรุ่นแรกที่มีระบบกันภาพสั่นไหวที่ช่วยในเรื่องของการถ่ายภาพให้มีความชัดมากยิ่งขึ้นถึงแม้ว่าจะถ่ายในที่ที่มีแสงน้อยและ iPhone 6 Plus ยังเป็นรุ่นเดียวที่มีการใช้งานในโหมดของแนวนอนอีกด้วย

   สำหรับใครที่กำลังสนใจหรือมองหาอยากได้ iPhone 6 Plus มาครอบครองสักเครื่องก็ลองศึกษาของมูลเปรียบเทียบดู ซึ่งจากการพูดถึงในข้างต้นก็ถือว่า iPhone 6 Plus เป็นโทรศัพท์มือถือที่น่าสนใจและน่าที่จะมีไว้ในครอบครองสักเครื่อง

เปิดมุมมองใหม่ไปกับ OPPO Mirror 5

เปิดมุมมองใหม่ไปกับ OPPO Mirror 5

   หากพูดถึงโทรศัพท์มือถือสักเครื่องเราจะนึกถึงโทรศัพท์มือถือยี่ห้อไหน รุ่นไหน เพราะปัจจุบันตลาดของโทรศัพท์มือถือกว้างมากและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง จึงทำให้การเลือกซื้อมือถือสักเครื่องหนึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ยากและง่ายในเวลาเดียวกัน ยากที่ไม่รู้จะเลือกยี่ห้อไหน รุ่นไหนดีเพราะมีเยอะแยะมากมายอีกทั้งยังมีการเปิดตังโทรศัพท์รุ่นใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่องกันเลยที่เดียวแต่ในความยุ่งยากและปวดหัวในการเลือกซื้อโทรศัพท์สักเครื่องที่มีหลายแบบนั้นก็ถือว่าง่ายต่อการหาให้ตรงกับความต้องการและความเหมาะสมกับการใช้งานที่เราตั้งใจ สำหรับใครหลายๆคนที่กำลังมองหาโทรศัพท์มือถือสักเครื่องสิ่งแรกที่จะทำก็คือการเข้าหาข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างๆก่อนเพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจสำหรับปัจจุบันนี้ก็มีโทรศัพท์มือถือที่เป็นสินค้าอินเทรนด์อยู่หลายๆรุ่นที่เดียว สำหรับใครที่หาของมูลผ่านทางเว็บไซต์ก็คงจะเห็น OPPO Mirror 5ผ่านตามาบ้างซึ่งถือได้ว่าเป็นสินค้าอินเทรนท์ที่กำลังได้รับความสนใจและเป็นที่นิยม สำหรับ OPPO Mirror 5 พึ่งจะเปิดตัวเมื่อไม่นานมานี้เองถือได้ว่าเป็นโทรศัพท์มือถือของ OPPO ที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก หากใครได้ลองค้นดูข้อมูลต่างๆของ OPPO Mirror 5 ก็จะรูปว่าเป็นโทรศัพท์ที่น่าจะมีไว้ในครอบครองสักเครื่องอย่างแน่นอน

   ก่อนอื่นเราต้องมาทำความรู้จักกับ OPPO Mirror 5 สำหรับ OPPO Mirror 5 เป็นโทรศัพท์ในเครื่องของ OPPO ในส่วนของหน้าจอแสดงผลเป็นแบบ TFT LCD Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ซึ่งมีความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ 960×540 พิกเซล มาพร้องกับหน่วยประมวลผลภาพกราฟิกโดยเฉพาะอีกด้วย การประมวลผลการทำงานเป็นแบบ Quad-Core ARM Cortex-A53 Processor ความเร็วในการประมวลผลเล่นคาสิโนออนไลน์ได้ไม่กระตุก 1.2 GHz พร้อมกับระบบปฏิบัติการ Color OS เวอร์ชั่น 2.1 ซึ่งมีพื้นฐานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 5.1 Lollipop สำหรับหน่วยความจำภายในตัวเครื่องสำหรับจักเก็บข้อมูลขนาด 16 GB และมี RAM ขนาด 2 GB พร้อมทั้งยังรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card ได้สูงสุดถึง 128 GB เลยก็ว่าได้ ในส่วนของเรื่องกล้อนั้น กล้องหลังของเครื่องมีความละเอียดถึง 8 ล้านพิกเซล ในส่วนของกล้องหน้านั้นมีความละเอียด 5 ล้านพิกเซล สำหรับ OPPO Mirror 5 รุ่นที่มีการวางจำหน่ายในประเทศไทยนั้นจะเป็นโมเดล A51f สามารถรองรับการใช้งานได้ 2 ซิมการ์ดพร้อมกันได้ในเครื่องเดียวกัน การรองรับการใช้งานซิมการ์ดเป็นแบบ namoSIM และ microSIM มีหน่วยประมวลภาพกราฟิกโดยเฉพาะ มีระบบสัมผัสแบบหลายจุด ชนิดของแบตเตอรี่ที่ใช้เป็น Li-lon Polymer 2420 mAh เราไม่สามารถที่จะถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้

สำหรับฟังก์ชั่นต่างๆนั้น OPPO Mirror 5 ก็มีหลากหลายฟังก์ชั่น ในส่วนของ ฟังก์ชั่น WiFi hotspot สำหรับการแชร์อินเตอร์เน็ตผ่านทางสัญญาณ WiFi และยังมีฟังก์ชั่น WiFi Display ในส่วนของคุณสมบัติอื่นๆของ OPPO Mirror 5 นั้น พื้นผิวด้านหลังของตัวเครื่องถูกปิดผนึกวันสดุคล้ายกระจกคริสตัล พร้อมกับมีลวดลายแบบเพชร ในส่วนของกรอบด้านข้างตัวเครื่องทำมาจากวัสดุโลลหะ กล้องดิจิทัลด้านหลังของเครื่องมีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ความละเอียดสูงสุดของภาพ 3264×2448 พิกเซล ขนาดของรูรับแสงสูงสุดอยู่ที่ F/2.2 อีกทั้งยังมีไฟแฟลชในตัวอีกด้วย มีฟังก์ชั่น Face Detection ช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพในการโฟกัสไปที่ใบหน้าของผู้ถูกถ่ายภาพ มีโหมดถ่ายภาพที่หลายหลาย เช่น โหมดถ่ายภาพแบบ HDR โหมดถ่ายภาพในแนวกว้าง โหมดถ่ายภาพแบบ Time-Lapse โหมดถ่ายภาพแบบ Super GIF และก็โหมดถ่ายภาพซ้อน ซึ่งเราสามารถที่จะเลือกโหมดถ่ายภาพที่เราชอบและสนใจได้ OPPO Mirror 5 มีให้เลือกสองสี มาตรฐานได้แก่ สีขาว Ivory White และสีน้ำเงิน Midnight Blue ในส่วนของราคาก็ถือว่าไม่แพงเกินไปเหมาะสมกับฟังก์ชั่นต่างๆของเครื่อง

สำหรับใครที่กำลังมองหาโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ OPPO Mirror 5 ก็สามารถที่จะตอบโจทย์หลายๆข้อได้ โดย OPPO Mirror 5 มีความโดดเด่นในเรื่องของการตอบสนองการใช้งานที่รวดเร็วและรองรับการทำงานทุกรูปแบบ สำหรับกล้องก็มีคุณภาพที่ดีไม่ว่าจะเป็นในส่วนของกล้องหน้าและกล้องหลังประสิทธิภาพการทำงานอยู่ในขั้นที่ดีมมาก ซึ่ง OPPO Mirror 5 จะเน้นไปในเรื่องของการใช้งานเป็นหลัก ซึ่งใครที่สนใจในเรื่องของการใช้งานที่เน้นใช้งานจริงจัง ใช้สำหรับการถ่ายภาพ OPPO Mirror 5 ถือได้ว่าเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะมีไว้ในครอบครอง เพราะมันสามารถที่จะตอบโจทย์ในการใช้งานในด้านต่างได้ และที่สำคัญในส่วนของเรื่องราคาที่ไม่แพงจนเกินไป หากใครที่กำลังสนใจมองหาโทรศัพท์มือถือสักเครื่องไว้สำหรับการใช้งาน OPPO Mirror 5 ก็สามารถเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่จะใช้ในการตัดสินใจได้ ที่สำคัญยังมีสีของตัวเครื่องที่สวยงามน่าพกพาอีกด้วย OPPO Mirror 5 จะเป็นโทรศัพท์มือถือที่เปิดโลกใหม่ให้กับเราก็เป็นได้

 

เปิดโลกการถ่ายภาพมุมใหม่กับ Phantom 3 Standard

เปิดโลกการถ่ายภาพมุมใหม่กับ Phantom 3 Standard

   สำหรับในปัจจุบันนี้ในด้านของเทคโนโลยีมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นในส่วนของด้านใดก็ตาม เทคโนโลยีมักเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องและมีการพัฒนาสิ่งต่างๆอย่างต่อเนื่อง สำหรับในส่วนของการเชื่อมต่อแบบไร้สายก็ถูกนำมาประยุกต์ใช้งานกับหลายๆอย่าง โดยเฉพาะสิ่งที่กำลังเป็นกระแสที่น่าสนใจและจับตามองก็คือ การนำเทคโนโลยีและการเชื่อมต่อแบบไร้สายมาพัฒนารูปแบบการถ่ายภาพให้มีมุมมองที่แตกต่างจากเดิม โดยเป็นการติดกล้องกับเครื่องบินเป็นคล้ายๆกับการเล่นเครื่องบินบังคับเลยก็ว่าได้ ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็ถือได้ว่ากำลังเป็นสินค้าอินเทรนด์ที่กำลังได้รับความสนใจจากผู้คนเป็นจำนวนมาก หากจะผู้ถึงเจ้ากล้องเครื่องบินก็มีหลายหลายรุ่นออกไปซึ่งก็แล้วแต่ว่าเราจะเลือกรุ่นไหนที่เหมาะสมกับการใช้งานของเรา สำหรับรุ่นที่กำลังเป็นสินค้าอินเทรนด์และได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในตอนนี้ก็คงไม่พ้น Phantom 3 Standard ซึ่งถือได้ว่าเป็นสินค้าอินเทรนด์ในขณะนี้เลยก็ว่าได้ สำหรับใครหลายๆคนเครื่องบินกล้องอาจจะเป็นสิ่งที่แปลกใหม่หรืออาจจะพึ่งเคยรู้จักหรือพึ่งเคยได้ยิ่ง อาจจะเป็นช่วงแรกที่อาจจะงงแต่สำหรับในอนาคตเชื่อได้เลยจะเป็นสิ่งที่ใครต่างก็มีครอบครองเป็นเจ้าของแน่นอน เพราะเป็นการถ่ายภาพในมุมมองที่ไม่สามารถจะถ่ายได้ในเทคนิคต่างๆได้แล้ว การใช้ Phantom 3 Standard ทำให้เราสามารถที่จะถ่ายภาพหรือบันทึกวีดีโอในมุมสูงได้ โดยเป็นการบังคับที่รีโมทคอนโทรล ซึ่งก็อารมณ์คล้ายๆกบการเล่นเครื่องบินบังคับ

   สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักเจ้า Phantom 3 Standard เรามาทำความรู้จักและเข้าใจวิธีการใช้งานแบบง่ายๆของ Phantom 3 Standard กันเถอะ Phantom 3 Standard ถือได้ว่าเป็นชุดพร้อมบินขนาดเล็กที่ใช้สำหรับถ่ายภาพมุมสูง ในส่วนของตัวลำนั้นมาพร้อมกับกล้อง Full HD video 12M Photos มาพร้อมกับวิทยุใหม่ที่ส่งภาพแบบ HD ให้ Tablet ( 0.5-1 กิโลเมตร ) มีขาตั้งกล้อง Gimble3 มีแบตเตอรี่ที่สามารถบินได้นานประมาณ 15-20 นาที สำหรับภายในตัวเครื่องบินนั้นติดตั้งระบบการบินอัตโนมัติด้วย GPS (Auto Pilot) ทำให้สามารถบินขึ้นลงได้อัตโนมัติ (Auto Take-Off,Landing) สำหรับการบังคับทิศทางของตัวเครื่องบินนั้นจะใช้เป็นตัวของวิทยุในการควบคุมให้สามารถเคลื่อนที่ทุกทิศทาง ที่สำคัญยังมีระบบแก้การเอียง Stabilizer ที่ทำให้การบังคับเครื่องเป็นไปได้อย่างง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น Phantom 3 Standard สามารถบินลอยอยู่กับที่ได้หากไม่มีการบังคับเครื่องบินก็จะบินลอยนิ่งๆอยู่บนอากาศเพราะมีระบบ Position Hold ที่สำคัญ Phantom 3 Standard สามารถที่จะสั่งให้เครื่องสามารถที่จะบินกลับเองได้ Return to Home ซึ่งด้วยองค์ประกอบต่างๆเหล่านี้ทำให้ Phantom 3 Standard บินได้ง่ายๆไม่ว่าจะเป็นใครก็สามารถที่จะบังและถ่ายภาพจากมุมสูงได้อย่างง่ายดายและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

สำหรับส่วนประกอบของ Phantom 3 Standard ประกอบไปด้วย ตัวลำโดรนแบบคอร์ดคอปเตอร์ แฟรม มอเตอร์ สปีด ใบพัด ซึ่งมองง่ายๆก็เหมือนกับเครื่องบินบังคับ มีระบบควบคุมการบินอัตโนมัติด้วย GPS ( Auto Pilot) ซึ่งเป็นตัวสำคัญ ที่ทำให้เครื่องบินสามารถบินขึ้นลงเองได้โดยอัตโนมัติง่ายต่อการบังคับอีกด้วย มีกล้อง วีดีโอ UHD:2.7K:2704x1520p 30 (29.997),FHD: 1920x1080p 24/25/30,HD:1280x720p 24/25/48/50/60 ภาพนิ่ง 12 Mega-Pixel พร้อมกับตัวส่งภาพและ OSD ซึ่งจะบอกข้อมูลต่างๆของการบินและบอกปริมาณแบตเตอรี่ มาพร้อมกับขาตั้งกล้อง Gimbal3 แกน ซึ่งเราไม่สามารถที่จะถอดออกจากล้องได้ ในส่วนของวิทยุควบคุมนั้นจะเป็นการควบคุมโดรนและกล้องในตัวเดียวกันเลย มาพร้อมกับชุดรับภาพแบบ WiFi-Direct ให้ Smart Phone,Tablet ใช้งานได้ทั้งระบบของ iOS และ Android ซึ่งจะใช้ความถี่ 2.4G, 5.8GHz สามารถที่จะควบคุมและรับภาพได้ไกลที่สุดในรอบตัวประมาณ 0.5-1 กิโลเมตร ซึ่งก็จะขึ้นอยู่กับความสูงและสภาพอากาศในการบินด้วย ในส่วนของแบตเตอรี่เป็นแบตลิโพ 4480 mAH 14.8V ซึ่งสามารถที่จะบินได้นานประมาณ 15-20 นาที มีเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ใช้ไฟฟ้าบ้าน 37 Watt ใช้เวลาสำหรับการชาร์จประมาณ 1-2 ชั่วโมง สำหรับในส่วนของการใช้งานในภาพรวมๆแล้วถือว่ามีประสิทธิภาพที่ดีเลยก็ว่าได้ ซึ้งเป็นอุปการณ์ที่เหมาะกับใครที่ชื่นชอบการถ่ายภาพในมุมมองที่แปลกใหม่ออกไป โดยเฉพาะช่างถ่ายภาพถือว่าเป็นตัวช่วยอีกชิ้นที่น่าสนใจเหมาะที่จะมีในครอบครองสักตัวหนึ่งเลยทีเดียว

   สำหรับใครที่สนใจหรือกำลังมองหาของเล่นใหม่ๆในการถ่ายภาพ Phantom 3 Standard ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะสม Phantom 3 Standard สามารถทำให้เราได้ภาพถ่ายหรือวีดีโอในมุมมองที่แปลกออกไป ซึ่งเมื่อเทียบคุณภาพและราคาของ Phantom 3 Standard ก็ถือว่าเหาะสมกันดี ราคาที่ไม่แพงมากนักและคุณภาพไฟล์ที่ได้ก็ถือว่ามีคุณภาพ