ลูกเล่นใหม่ของ Facebook วิธีเช็คว่าใครกันบ้างที่มาส่อง Facebook เราอยู่เป็นประจำ Part 2

          มาเริ่มขั้นตอนแรกกันเลย สิ่งที่ต้องทำเลยคือเข้าหน้าฟีดเฟสบุ๊คของเรา แล้วคลิ๊กขวา แล้วจะมีตัวเลือกให้เลือกอยู่ทั้งหมด 8 ตัวเลือก คือ กลับ,ส่งต่อ,โหลดซ้ำ,บันทึกให้เป็น,พิมพ์,แปลเป็นไทย,ดูรหัสต้นฉบับ และตรวจสอบ ให้เราเลือกตัวเลือกดูรหัสต้นฉบับ หรือ View Page Source(ภาษาอังกฤษ)คลิ๊กเลย

 

เมื่อคลิ๊กที่ตัวเลือกดูรหัสต้นฉบับแล้ว จะขึ้นหน้าเว็บเพจใหม่มา เป้นรหัสหรือโค๊ดอะไรมู้เยอะแยะไปหมด รหัสพวกนี้คนที่เรียนด้านคอมพิวเตอร์มาเท่านั้นจึงจะสามารถอ่านแล้วเข้าใจได้ น่าจะเป็นภาษาของคอมพิวเตอร์ นี่แหละที่ประชาชนทั่วๆไปไม่เคยทราบเรื่องนี้เลยก็เพราะไม่เข้าใจนี่เอง คิดแล้วผู้เขียนก็อยากจะเรียนเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์บ้าง

 

เมื่อขึ้นหน้าเว็บเพจแล้วขั้นตอนต่อไปก็คือการกด Ctrl+F (ไม่ใช่กพร้อมกันนะต้องกดทีละตัว) แล้วจะขึ้นช่องมุมขวาบนให้เราใส่รหัสหรือโค๊ดลงไป สิ่งที่เราต้องใส่ลงไปก็คือ “ {“list ” แล้วอย่าลืมกด Enter

 

รอดาวน์โหลดสักแปบก็จะขึ้นหน้าต่างแบบนี้มา มีตัวเลขอะไรเยอะแยะเต็มไปหมด บอกแล้วว่าถ้าไม่เรียนด้านคอมพิวเตอร์มาจะไม่มีทางที่จะอ่านรู้เรื่องและเข้าใจ

 

และความลับของเราก็อยู่ในตัวเลขมหาศาลนี่แหละ ให้เรา copy ตัวเลขที่อยู่ในเครื่องหมายคำพูด “…” เอาเฉพาะที่อยู่ก่อนหน้าเครื่องหมาย “ – ” เท่านั้นเพื่อนำไปสู่การค้นหาผู้ส่อง Facebook ของเราต่อไป

เมื่อ copy มาแล้วก็ให้นำมาใส่ในช่อง URL หลังคำว่า htpp://facebook.com โดยให้ใส่เครื่องหมาย “ / ” ลงไปก่อนแล้วถึงจะทำการวางตัวเลขที่ copy มา เช่น htpp://facebook.com/123455    เพียงเท่านี้แล้วทำการกด Enter ได้เลย

 

เมื่อกด Enter แล้ว หน้าเฟสบุ๊คของผู้โชคร้ายที่คอยสอดส่องเราอยู่ทุกวันก็จะโผล่ขึ้นมาเหมือนกับเราใส่ชื่อคนนั้นในช่องค้นหาเลยแหละ วีธีนี้ถือว่าใช้ได้ผล แต่ว่ายังไม่มีการพิสูจน์ได้ว่าตัวเลขชุดแรกนั้นจะเป็นผู้ที่ส่องเราบ่อยที่สุดรึเปล่า ต้องคอยติดตามตอนต่อไป

 

ลูกเล่นใหม่ของ Facebook วิธีเช็คว่าใครกันบ้างที่มาส่อง Facebook เราอยู่เป็นประจำ

 

   เชื่อว่าเกือบครึ่งค่อนของประชาชนในประเทศไทย ต่างก็มีการใช้ Facebook อยู่ในชีวิตประจำวันอยู่ทุกวัน ใช้กันอยู่แทบทุกลมหายใจ หนไปทางไหนก็เจอแต่คนก้มหน้าเล่น Facebook ไม่ว่าจะเป็นรุ่นเด็กผู้หญ่ วัยรุ่น ผู้สูงอายุ ร้อยละ 99.99 ต่างก็สมัคร Facebook ไว้เพื่อใช้ติดต่อสื่อสารกับเพื่อนมนุษย์กันทุกคน ความจริงแล้วเมื่อย้อนไปเมื่อ 3-4 ปีก่อนยังไม่มีการใช้งาน Facebook อย่างแพร่หลายขนาดนี้ในบรรดาโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ค โลกออนไลน์ หรือแอพพลิเคชั่นต่างๆนั้น Facebook ถือว่าเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คที่มีอิทธฺพลต่อมนุษย์มากที่สุด และในปัจจุบันแอพพลิเคชั่น Facebook ห็เป็นแอพพลิเคชั่นที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในโลกอยู่เหมือนเช่นในปีก่อนๆ ยังคงครองแชมป์อยู่เรื่อยๆมาทุกๆปี

   เมื่อพูดถึงแอพพลิเคชั่น Facebook หลายๆคนก็คงจะคุ้นเคยและใช้งานได้อย่างช่ำชองไม่น้อย แต่ในปัจจุบันนี้ Facebook ได้มีการพัฒนาระบบแอพพลิเคชั่นของ Facebook ให้ทันสมัยและตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้ Facebook มากขึ้น เพราะมีการสมัครใช้แอคเคาท์ของ Facebook เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในผู้ใช้หนึ่งคน อาจจะมีหลายแอคเคาท์ อาจจะมีแอคเคาท์ที่เป็นสาธารณะ มีการเปิดเพจเพื่อขายของ มีการตั้งกลุ่มขึ้นมากมาย ฟีเจอร์ใหม่ๆที่มีเพิ่มขึ้น ที่ทาง Facebook ได้จัดทำขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ทั่วโลกนั้น อาทิเช่น การจัดตั้งเพจสาธารณะ การตั้งระบบรักษาความปลอดภัยอย่างหนาแน่นเพิ่มขึ้น การเปลี่ยนรูปแบบหน้าตา Facebook เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น การเปลี่ยนรูปโปรไฟลืให้เป็นแบบวิดีโอ ภาพเคลื่อนไหว เป็นภาพโปรไฟล์ให้เป็นไปตามสถานการณ์บ้านเมือง เช่น การไว้อาลัยให้กับการเกิดอาชญากรรมในประเทศฝั่งเศสในปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนรูปโปรไฟล์เป็นทีมฟุตบอลที่ชื่นชอบ เป็นต้น และยังมีอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ Fcebook เปิดให้ผุ้ใช้ทุกคนสามารถใช้ได้ แต่เรื่องนี้ไม่ได้ถูกเผยแพร่อย่างแพร่หลาย รู้กันแต่เพียงคนกลุ่มเล็กๆที่ถนัดในด้านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่างๆ สามารถอ่านรหัสหรือภาษาของคอมพิวเตอร์ได้ และได้มีการเผยแพร่มาเมื่อไม่นานมานี้

   ปกติแล้วเวลาเราใช้งาน Facebook เราก็จะมีการแอดเพื่อนไม่ว่าจะรู้จักหรือไม่รู้จัก ส่วนใหญ่จะแอดคนที่รู้จักกันก่อน แต่ไม่ว่าจะเป็นคนรู้จักกันในโลกของความจริงหรือไม่แต่ในโลกออนไลน์เราคือเพื่อนกัน เมื่อมีการแอดเพื่อนแล้ว รับแอดแล้ว นอกจากจะมีการ ขอบคุณที่รับแอด” “Thank add” มีการโพสต์หน้าทามไลน์ต่างๆนานา เชื่อว่าทุกคนก็ต้อองเคยเข้าไปส่องในแอคเคาท์ของคนอื่นไม่ว่าจะเป้นเพื่อนกันหรือไม่ก็ตาม อาจจะไปส่องเพื่ออยากรู้ความเคลื่อนไหว แอบชอบหรือด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ บลาๆๆๆ แต่ผู้ใช้ Facebook ทุกคนรู้กันหรือไม่ว่าในปัจจุบันนี้ Facebook ได้เปิดเผยวิธีการดูว่าใครบ้างที่ส่องเฟสบุ๊คเราบ้าง!!!! หลายๆคนได้ยินก็คงสะเทือนกันไม่น้อย เพราะไม่คิดไม่ฝันว่า Facebook จะเล่นวิธีนี้ ช่างดูโหดร้ายเหลือเกินเมื่อได้ยิน เพราะเท่าคิดได้ แทบจะทุกคนเคยไปส่อง Facebook ของคนอื่นกันทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นคนที่ชอบ เป็นคนรัก หรือเป็นคนที่เกลียด ความรู้สึกเหมือนกับโดนเปิดเผยความลับที่ปกปิดมาตลอดชีวิต!

 

ภาพนี้ก็จะเป็นหน้าตา Facebook ของพวกเรา อาจจะแตกต่างกันไปตาม Windows ที่แตกต่างกัน แต่ก็ไม่แตกต่างเกินไปจนดูไม่ออก เห็นช่องขาวๆนั่นไหม จำได้ไหม ช่องนั้นแหละที่เราชอบพิมพ์ชื่อแล้วเข้าไปส่องคนอื่น อิอิ สะท้านกันเลยทีเดียวเมื่อรู้ว่าความลับทั้งหมดกำลังถูกเปิดเผย

รีวิว หูฟังแบบ On ear จากค่าย SONY h.ear ON MDR 100AAP

   108plaza รีวิวสินค้าอินเทรนด์ในวันนี้มาเอาใจคนที่รักเสียงเพลงกันสักหน่อยครับ แต่การรักเสียงเพลงนี้ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องเสียงที่ใหญ่ๆ เปิดเพลงดังๆ ให้หนวกหูชาวบ้านชาวเมืองเค้า แบบนั้นก็คงจะไม่ใช่ แต่ทีนี้ว่ามันมีคนที่ชอบฟังเพลงที่อยู่ในโลกส่วนตัว แบบฟังคนเดียว อยู่ในอารมณ์ที่สนุกหรือผ่อนคลายคนเดียวด้วยการฟังเพลงจากหูฟัง ที่จะได้มิติเสียงที่ครบถ้วนที่สุด ไม่ว่าจะเสียงที่ดังมาจากระบบ สเตอริโอ ที่มันดังได้ชัดเจนและทิศทางของเสียง เอาง่ายๆ ว่าคนที่หูทอง หูเทพ ทั้งหลายนะครับที่ชอบสะสมหูฟังแบรนด์ดังๆ ราคาแพงๆ กัน ครั้งนี้ผมและทีมงานก็ได้ไปเจอหูฟังตัวใหม่ล่าสุดจากค่าย sony ที่เปิดตัวหูฟังแบบครอบหูหรือว่า on-ear ตัวนี้มาทำการรีวิวกันในครั้งนี้และที่นี่ที่เดียวครับ

   ทางโซนี่เองก็ได้เปิดตัวรุ่นนี้มาด้วยกัน 5 สีให้เลือกนะครับ ก็จะมีสีเหลือง สีแดง สีเขียว สีม่วง แล้วก็สีน้ำเงินครับ ก็เป็นสีที่ดูสดใสทั้งสิ้นเลย ใครที่แมนๆ หน่อยก็เอาโทนสีน้ำเงินไปแล้วกัน จะเอาสีเหลืองเลยก็ไม่ว่ากัน ดูเท่ห์ดีนะครับ เมื่อแกะกล่องออกมาเลยก็จะพบว่ามีตัวซองผ้าที่เอาไว้ใส่ตัวหูฟังเนี่ยมาให้หนึ่งซองด้วยกัน แล้วก็มีตัวหูฟังมาให้หนึ่งอันเช่นกัน แล้วก็มีสายเสียบกับหูฟังจะมีตัวคอนโทรนทอร์คมาให้ด้วย คือจะมีปุ่มเดียวที่ใช้เป็นตัวไมค์โครโฟนอยู่ในตัว จะใช้เป็นสมอร์ทอร์คที่ใช้กับสมาร์ทโฟนได้หมดเลย ทั้งฝั่งของ Android และ IOS นะครับ ซึ่งตัวหูฟังและตัวซองผ้าก็จะมีสีเดียวกัน ซึ่งตัวซองผ้านี้มันจะสามารถกันน้ำได้ระดับหนึ่งนะครับ เป็นลักษณะของน้ำกระเด็นหรือฝนตกแบบที่ไม่ใช่เอาตกฝนไว้ แต่จะเกินได้แค่ระดับหนึ่งเท่านั้น เพื่อป้องกันน้ำซึมเข้าข้างใน ตัวผ้าด้านในก็จะเป็นผ้าแบบกัมมะหยี่ ก็ทำให้ป้องกันการขุดขีดจากด้านในได้เลย หูฟังระดับพรีเมี่ยมแบบนี้ก็ต้องดูแลกันนิดหนึ่งนะครับ ตัวสายหูฟังเองก็เป็นแบบสายแบนๆ แล้วตัวหูฟังเองก็มีการขัดบอดี้ให้เป็นริ้วๆ เพื่อการสัมผัสที่ถนัดมือยิ่งขึ้นด้วย แล้วตัวหูฟังเองก็จะมีการเคลือบผิวมันแบบกรอสซี่นิดๆ ก็ดูดีเลยครับ บอดี้ด้านนอกนะ แล้วก็จะสามารถพับเก็บได้แบบ 90 องศา และเมื่อกางออกมาใช้งานจะสามารถกางออกมาได้ทำมุม 45 องศา เมื่อได้ลองสวมครอบหูผมดูแล้วก็ไม่รู้สึกว่าหนีบจนเกินไป ก็ต้องบอกก่อนนะครับว่าหัวผมค่อข้างใหญ่เลยละ เพราะฉะนั้น ใครที่หัวใหญ่เหมือนผมน่าจะสวมหูฟังตัวนี้ได้สบายนะครับ

   ทีนี้มาดูเรื่องของสเปคตัวดอกลำโพงที่อยู่ด้านในกันดีกว่าครับ ด้านในจะประกอบไปด้วยไดเวอร์ขนาด 40 มิลลิเมตร แล้วก็เคลื่อบด้วยไทเทเนี่ยมเอาไว้ด้านในด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้มิติเสียงที่ไม่ผิดเพี้ยนไปจากต้นฉบับมากที่สุด ทำให้เสียงนั้นทำออกมาได้ชัดเจนดีเลยทีเดียว ซึ่งตัวดอกลำโพงหรือที่เรียกกันว่าไดเวอร์ด้านในเนี่ยนะครับมันจะรองรับย่านความถี่ได้ตั้งแต่ 5-60000 Hz กันเลยทีเดียว ซึ่งย่านต่ำจนถึงย่านความถี่สูงๆ รับได้ทั้งสิ้นนะครับ เมื่อฟังอย่างนี้แล้วเนี่ยก็คงอยากจะรู้กันแล้วใช่ไหมละครับว่าโทนเสียงมันเป็นอย่างไร แล้วเมื่อได้ฟังจริงๆ แล้วอารมณ์ที่ฟังจะประมาณไหน ซึ่งก็ต้องบอกว่าเราให้ท่านฟังเป็นเสียงผ่านตัวหนังสือไม่ได้ แต่ผมจะรีวิวเช่นเดิมนะครับจะอธิบายว่ามันมีมิติอย่างไรบ้างสำหรับตัวหูฟังตัวนี้

   ซึ่งก็ต้องบอกว่ามันมีมิติเสียงเบสที่แน่นครับ แล้วย่านความถี่ต่ำนี่ต้องบอกเลยว่ามันเอาครอบหูเราไว้ แล้วเสียงมันกระพรือเข้ากับหนังนุ่มๆ ที่ครอบหูเราไว้อีกทีหนึ่งเนี่ย มันให้พลังเสียงที่ออกมาได้นุ่มลึกดีเลยครับ แล้วขอข้ามไปย่านความถี่สูงก่อนเลยครับ ต้องบอกว่ามันรับความถี่สูงๆ ได้ดีเลยทีเดียว แต่มันมีจุดบอดอยู่ตรงที่ว่า มันไม่สามารถให้เสียงแหลมที่ไปได้ไกลๆ คือเราฟังอยู่ในหูเราจะรู้ว่าจุดบอดมันอยู่ที่เสียงแหลมจะไม่เครียเท่าหูฟังระดับไฮเอนด์ยี่ห้ออื่นๆ หรือ รุ่นอื่นๆ ของโซนี่เองนะครับ ส่วนย่านความถี่กลางๆ หรือเสียงกลางเนี่ยทำได้ดีเลย มันมีความชัดเจนในเนื้อเสียงที่สุดยอดครับ ทั้งหมดทั้งมวลของตัวหูฟังแบบ on-ear ตัวนี้อยู่ที่ราคาประมาณ 6,xxx บาทครับ ใครสนใจฟังเสียงจริงๆ ก็ลองไปดูตามร้าตัวแทนจำหน่ายได้เลย

   

BGA-131-4B3 นาฬิกาสีชมพูหวาน

   ในขณะนี้นาฬิกาถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่ควรจะมีไว้ในครอบครองเป็นอย่างมาก เพราะนาฬิกากลายเป็นสินค้าอินเทรนด์ที่ใครๆต่างก็พูดถึง เพราะนอกจากนาฬิกาจะเป็นเครื่องประดับที่สามารถใส่กับเสื้อผ้าในแนวต่างๆแล้วนาฬิกายังเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ใช้บอกเวลาได้ดีอีกด้วย ไม่เพียงเท่านี้การสวมใส่นากาสามารถบ่งบอกความเป็นตัวของตัวเองผ่านทางการสวมใส่นาฬิกาได้อีกด้วย ดังนั้นการเลือกนาฬิกามาสวมใส่สักเรือนก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญและความที่จะใส่ใจอีกด้วย สำหรับนาฬิกาที่ถือได้ว่ากำลังเป็นสินค้าอินเทรนด์ในขณะนี้ก็คงจะไม่พ้นนาฬิกาของ BABY-G ที่มีความโดดเด่นในเรื่องของสีนาฬิกาและการออกแบบที่สวยงาม นาฬิกา BGA-131-4B3 เป็นนาฬิกาอีกหนึ่งรุ่นที่ถือว่ากำลังมาแรงมากในขณะนี้เพราะด้วยสีที่มีความหวานในตัวสีชมพูที่บ่งบอกถึงความเป็นสาวหวาน และไม่เพียงเท่านี้หน้าปัดนาฬิกายังสามารถทีจะเรืองแสงได้อีกด้วยถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของนาฬิการุ่นนี้เลยก็ว่าได้ นาฬิกาสีชมพูหวานแหววเรือนนี้ก็คงจะถูกใจสาวๆหลายๆคนที่ชื่นชอบสีชมพูอยู่แล้ว ที่สำคัญสียังออกเป็นแนวสีพาสเทลอีกด้วยซึ่งกำลังเป็นกระแสนิยมสำหรับสีโทนพาสเทล แต่ไม่เพียงแค่สีของนาฬิกาเท่านั้นที่มีความโดดเด่นจนทำให้นาฬิกาได้รับความนิยม เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นนาฬิกาในเครือของแบรนด์ CASIO ในเรื่องของคุณภาพนาฬิกาจึงไม่เป็นสองรองใครอย่างแน่นอนด้วยเหตุนี้นาฬิการุ่นนี้จึงได้รับความนิยมอย่างไม่ต้องสงสัย

   หากพูดถึงความโดดเด่นของนาฬิการุ่น BGA-131-4B3 ที่กลายเป็นสินค้ายอดนิยมที่ใครๆต่างก็อยากได้มาไว้ในครอบครองแล้วนั้น อาจจะเพราะด้วยความโดดเด่นของสีนาฬิกาที่โดนใจและถูกใจสาวๆหลายๆคนที่หลงไหลความหวานของสีชมพูเพียงเท่านี้ยังไม่พอนาฬิการุ่นนี้ยังมีลูกเล่นที่น่าสนใจอีกหนึ่งอย่างคือการเรืองแสงของหน้าจอนั้นเองที่ทำให้ได้รับความสนใจ สำหรับการออกแบบของนาฬิกาที่มีตัวเรืองและหน้าปัดเป็นสีชมพูและมีการเพิ่มลูกเล่นโดนการใส่สีเข้าไปที่หน้าปัดนาฬิกาในส่วนของตัวเลขที่ทำให้นูนมีหลายชั้นดูมีมิติเพิ่มความน่าสนใจไปอีก ด้วยการมีสีที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นสีขาว สีชมพูเข้ม สีม่วงและสีน้ำเงินที่สามารถทำให้นาฬิกาดูมีความน่าสนใจเพิ่มมากยิ่งขึ้นไปอีก แต่นี้ยังไม่ใช่ทั้งหมดที่ทำให้นาฬิกาได้รับความสนใจเพราะในส่วนของคุณสมบัติของนาฬิกาก็มีความสำคัญเช่นกัน เมื่อพูดถึงนาฬิกา BABY-G แล้วในเรื่องของคุณภาพของนาฬิกาถือได้ว่าดีมากๆเช่นกันในเรื่องของคุณลักษณะจำเพาะของนาฬิกา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของกระจกหน้าปัดมีกระจกมิเนอรัล ที่ทนทานต่อแรงสั่นสะเทือน และยังกันน้ำได้ลึกถึง 100 เมตร วัสดุที่ใช้ในการทำตัวเรือนและกรอบเป็นเรซิน สายของนาฬิกาข้อมือก็ทำมาจากเรซิน มีแสงนีออน ไฟLED เป็นแสงสีดำสามารถที่จะเลือกเวลาการเรืองแสงได้ มีแสงเป็นสีระเรื่อ แสดงเวลาโลก29 โซนเวลา (27 เมือง+เวลาเปรียบเทียมเมืองกรีนนิซ)แสดงรหัสเมือง ปิด/เปิดเวลาออมแสง ( Daylight saving) มีตัวจับเวลาละเอียด 1/1 วินาที สามารถจับเวลาต่อเนื่องสูงสุดได้ 59’59 ซึ่งรูปแบบของการจับเวลา : การจับเวลาตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตำแหน่งปัจจุบัน ( Elapsed time ) สามารถที่จะจับเวลาเป็นช่วงๆในระหว่างจุดเริ่มต้นจนถึงจุดสิ้นสุด (Split time)และเวลาเขข้าเส้นชัยของผู้ชนะตำแหน่งที่1และ2 ที่สำคัญยังมีนาฬิกาจับเวลานับถอยหลังอีกด้วย นาฬิกาจับเวลาถอยหลังหน่วยการนับ 1 วินาที ช่วงเวลาการนับถอยหลัง:60 นาที มีนาฬิกาปลุกที่ทำงานทุกวัน 5 ประเภท มีการแสดงปฏิทินเต็มโดยอัตโนมัติ สิ่งเหล่านี้ก็มีความสำคัญที่ทำให้นาฬิการุ่นนี้ได้รับความนิยมและกลายเป็นสินค้าอินเทรนด์ได้ไม่ยากนั้นเอง ซึ่งถือได้ว่าเป็นนาฬิกาที่มีการออกแบบต่างๆได้อย่างลงตัวมีความน่าดึงดูดเป็นอย่างมาก หากใครกำลังมองหานาฬิกาสักเรือนคงไม่อาจจะพลาดได้

   BGA-131-4B3 มีความโดดเด่นต่างๆมากมายจากที่ได้กล่าวถึงจากข้างต้น เชื่อว่าใครหลายๆคนที่กำลังมองหานาฬิกาสักเรือนแล้วได้อ่านบทความนี้ก็คงจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยที่จะสามารนำมาช่วยในการตัดสินใจเลือกซื้อนาฬิกาสักเรือนได้อย่างแน่นอน แต่ว่านาฬิการุ่นนี้ถือได้ว่าเป็นนาฬิกายอดนิยมดังนั้นการจะหาซื้อได้นั้นก็ค่อนข้างที่จะยอกพอสมควรเพราะใครๆต่างก็อยากได้ไว้ในครองครอง แต่หากได้มาไว้ในครอบครองก็ถือว่าคุ้มค่าอย่างแน่นอนและจะไม่ตกเทรนด์อย่างแน่นอน ที่สำคัญอาจจะทำให้ใครหลายๆคนที่กำลังอยากได้อิจฉาตาร้อนได้เช่นกัน

รีวิว กระทะตราหัวม้าลาย รุ่น Hi Platinum chef กระทะเคลือบสาร Teflon ที่ทอดแบบไม่ต้องใช้น้ำมันก็ได้

   108plaza ริวิวสินค้าอินเทรนด์ในครั้งนี้ มาพบกับการรีวิวกระทะครับ ถามว่าตอนนี้กระทะมีอะไรที่พิเศษ ที่ต้องมารีวิวกันอย่างนั้นหรอ เพื่อนๆ อาจจะสงสัย แต่ถ้าเพื่อนๆ ที่เคยติดตามเว็บไซต์ของเรามาแล้วอ่านในบทความก่อนหน้านี้มาบ้างแล้ว จะรู้ว่ากระทะมันก็ไม่ได้พิเศษอะไรมากมายหรอกครับ แต่เดี่ยวนี้มันกำลังเป็นกระแสเลย สำหรับกระทะที่ไม่ต้องใช้น้ำมันในการทอดอาหาร เป็นช่วงกระแสที่มีมานานแล้วนะครับ เรื่องที่ว่าตอนนี้เค้านิยมทานอาหารที่มันดีต่อสุขภาพ ทานแล้วมันไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายในระยะยาว เรื่องของนำมันพืชหรือน้ำมันไขสัตว์เนี่ยนะครับ ก็อย่างที่รู้ๆ กันไป กินเยอะ ก็ก่อให้เกิดโรคอ้วน โรคไขมันอุดตัน โรคต่างๆ มากมาย ซึ่งคนทั่วไปที่ทำอาหารทานเองเนี่ยเค้าก็จะพยายามลดเรื่องเหล่านี้ลงไป เพื่อให้ในอนาคตนั้นจะได้ไม่เสี่ยงที่จะเกิดโรคเหล่านี้นั้นเองนะครับ ผมและทีมงานเองก็เลยไปสรรหากระทะที่ไม่ต้องใช้น้ำมันในการปรุงอาหารมาให้ได้อ่านรีวิวกัน เพื่อที่จะได้ตัดสินใจกันว่าจะซื้อยี่ห้อไหนดี รุ่นไหนดี เพราะมันก็มีออกมาขายกันมากมายหลายแบบ ทั้งที่ราคาหลักพัน ทั้งที่ราคาหลักหมื่น อันนี้ก็ลองๆ เทียบคุณภาพดูว่า ถ้าราคาหลักพัน แล้วมันก็ใช้งานได้ปกติเหมือนราคาหลักหมื่น เราก็ซื้อหลักพันดีกว่า อะไรแบบนี้นะครับ แล้วกระทะแบรนด์ที่เราจะนำมารีวิวในครั้งนี้ไปเดินตลาดทั่วไปก็เจอครับ เป็นแบรนด์ของคนไทยที่ค่อนข้างรู้จักกันดี นั้นก็คือ แบรนด์ หัวม้าลาย นั้นเอง

   กระทะแบรนด์หัวม้าลายใบนี้มีชื่อรุ่นว่า Hi Platinum chef ครับ เป็นกระทะที่เคลื่อบสารที่เรียกว่า Teflon เอาไว้ทั้งด้านหน้าและด้านหลังของตัวกระทะนะครับ ซึ่งกระทะยี่ห้อนี้สามารถหาซื้อได้ง่ายๆ ครับ ตามตลาดทั่วไปก็มีขายแล้ว แล้วก็ราคาคนทั่วไปก็จับต้องได้ด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ผมเคยรีวิวไปจะเป็นตัวหม้อทอดอาหาร ตัวนั้นจะแตกต่างจากตัวนี้ ที่ไม่ต้องใช้เป็นการเสียบไฟฟ้านะครับ ตัวนี้จะสามารถใช้เป็นเหมือนกับกระทะทั่วไปได้เลยก็คือกับตัวเตาแก๊สทั่วไป หรือว่า เตาแม่เหล็กไฟฟ้า ที่ใช้ความร้อนได้เลย ซึ่งเท่าที่ผมไปหาข้อมูลมาเนี่ยนะครับ บางทีบางบ้านอาจจะใช้เป็นเตาถ่านอยู่ เป็นเตาอั้งโล่ที่ใช้การก่อไฟ แบบนั้นมันจะเป็นควันไฟนะครับ บางทีเราต้องล้างทำความสะอาดในจุดที่เป็นด้านในของตัวกระทะที่มันเกิดควันดำคราบดำอยู่ตรงใต้กระทะนั้นเอง แล้วบางคนก็จะใช้วิธีขัดกระทะด้วยฝอยขัดที่เป็นตัวฝอยเหล็ก ซึ่งตรงนี้ผมบอกเลยว่าไม่ควรนะครับ เนื่องจากที่เคยลองใช้งานมา การล้างทำความสะอาดนั้น ข้อแนะนำของผมก็คือว่า ควรล้างทำความสะอาดแบบเอาฟองน้ำที่นุ่มๆ ผสมกับนำยาล้างจานทั่วไปนี่แหละครับ แล้วก็ล้างด้วยน้ำสะอาด คราบต่างๆ ที่เป็นคราบมัน คราบเหนียวที่เกิดจากการทำอาหารนั้นก็จะหลุดออกแล้ว ไม่ต้องเอาฝอยเหล็กมาขัดหรอกครับ เพราะมันจะทำให้สารที่เคลือบเอาไว้เป็นสาร เทฟล่อน เนี่ยมันหลุดลอกออกไป เมื่อมันหลุดลอกออกไปแล้วเนี่ยมันก็จะทำให้การใช้งานการทอดในครั้งต่อไปเนี่ย อาหารจะติดกระทะแล้วก้ไม่ลื่น ก็จะเหมือนกับเราก็จะต้องใช้น้ำมันพืชมาใส่กระทะทอดเหมือนกระทะทั่วไปอีกเช่นเคย

   ในส่วนของขนาดกระทะก็มีหลากหลายแบบให้เลือกด้วยกันนะครับในรุ่นนี้ ก็มีตั้งแต่ที่เป็นตูดแบน ตูดลึก แลวก็มีขนาดเล็กก็ 24 เซนติเมตร ใหญ่ขึ้นมาอีกนิดหนึ่งก็ขนาด 26 เซนติเมตร แล้วก็ขนาด 30 เซนติเมตร แต่ขนาดใหญ่ๆ เลยนั้นก็น่าจะมีครับแต่ว่าหาซื้อได้ค่อนข้างยากนะครับ เพราะอะไร เนื่องจากว่ากระทะที่ไม่ใช่น้ำมันก็ทอดได้แบบนี้เนี่ย มันจะแตกกต่างจากตัวกระทะทั่วไปที่ปกติเราก็จะใส่น้ำมันเพื่อทอดอาหารกันอยู่แล้วนะครับ แต่ตรงนี้เองมันก็จะใช้ความร้อนเป็นหลัก ที่ยิ่งกระทะใหญ่ๆ แล้วความร้อนไม่ถึง ร้อนแต่ตรงกลางอย่างเดียว อาหารก็จะไม่สุกแล้วก็จะรถสชาติผิดเพี้ยนไปนั้นเองครับ เพราะผมก็ใช้กระทะใบนี้ที่เป็นของตราหัวม้าลายที่มารีวิวก่อนหน้าที่จะมาเขียนบทความนี้นะครับ ผมก็ได้ลองเอาไปทอดไข่ดูแล้ว

   ก็ต้องบอกว่าใครที่ยังไม่เคยใช้กระทะแบบนี้นะครับ ผมแนะนำว่าต้องใช้ไฟอ่อน ให้ความร้อนมันกระจายไปทั่วทั้งกระทะก่อน อาจจะตั้งกระทะทิ้งไว้ให้ร้อนเลย แล้วเมื่อนำอาหารลงไปทอดก็หลี่ไฟลง อะไรแบบนี้ครับ ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่เหมาะสำหรับคนที่ใส่ใจสุขภาพนั้นเองครับ

รีวิว Pione เครื่องยิ่ง IPL แบบทำเองได้ที่บ้าน ดูแลผิว ลดสิว และกำจัดเส้นขน

   คนที่รักสุขภาพผิวทุกท่าน ในตอนนี้ 108plaza ของเรามีอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่ทุกท่านเห็นกันอยู่ในรูปด้านบนและด้านล่างของเนื้อหานี้ ซึ่งเป็นเครื่องยิง IPL เป็นนวัตกรรมที่เกี่ยวกับการดูแลผิวด้วยแสง แต่แสงที่ว่านี้ไม่ใช่แสงเลเซอร์ที่หลายๆ คนเข้าใจ เป็นแสงในชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อผิวถ้าใช้อย่างเหมาะสม แต่มันก็มีโทษสำหรับผิวหนังมนุษย์ถ้าคนที่แพ้หรือสีผิวที่ไม่ควรใช้ อย่างเช่นผิวที่ดำและการอาการต่อการแสงแบบ IPL นี้ ซึ่งการใช้นวัตกรรมนี้ในทางการแพทย์หรือตามสถานเสริมความงามต่างๆ มีเครื่องแบบนี้อยู่ แต่ต้องได้รับการควบคุมจากแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ในด้านนี้โดยเฉพาะ เพื่อให้การยิงแสงแบบ IPL นี้เป็นประโยชน์ต่อการรักษาผิวพรรณนั้นเอง แต่สาเหตุที่เรานำเครื่องนี้มารีวิวนั้น เป็นเพราะว่าการเข้าใช้บริการเสริมความงามและคลีนิกแพทย์ต่างๆ นั้นก็มีราคาแพง แล้วก็ต้องไปทำอย่างต่อเนื่องมันถึงจะได้ผล บางคนเป็นสิว บางคนต้องการลบรอยแดงที่เกิดจากสิว บางคนต้องการจะผลัดเซลล์ผิวให้ดีขึ้น ก็ต้องเทียวไปเทียวมา เข้าๆ ออกๆ คลินิกหรือสถานเสริมความงามกันเป็นว่าเล่น แถมกระนั้นแล้ว เรื่องค่าใช้จ่ายอย่างน้อยก็หลักพันขึ้นไป บางคนต้องเสียเงินหลายหมื่นบาทในการไปยิง IPL แต่ครั้งนี้เรามีนวัตกรรมแบบใหม่ ทีสามารถใช้เครื่อง IPL แบบอ่อนๆ และสามารถทำได้เองที่บ้าน โดยมีเครื่องเดียวก็สามารถทำเองได้ ใกล้เคียงกับเครื่องยิง IPL ที่ในคลินิกหรือสถานเสริมความงามเลย เริ่มเป็นข้อมูลที่น่าสนใจขึ้นแล้วใช่ไหมเพื่อนๆ ดังนั้นแล้ว เรามาดูเครื่องยิง IPL แบบทำเองได้ที่บ้านตัวนี้กันเลยดีกว่า

   ซึ่งคุณประโยชน์หลักๆ ของเครื่องยิง IPL ยี่ห้อ Pione ตัวนี้เนี่ยจะมีอยู่ด้วยกัน 2 คุณประโยชน์หลักๆ อย่างแรกเลยคือช่วยแก้ปัญหาเรื่องของผิวพรรณ ได้ทุกส่วนเลย ใบหน้า หลัง ลำตัว และส่วนอื่นๆ คุณประโยชน์อย่างที่ 2 ก็คือ ช่วยลดปัญหาเรื่องของขน ตัวนี้จะไปกำจัดรากขนที่เป็นเหตุทำให้มีขนขึ้นมาเยอะในส่วนต่างๆ ที่ไม่ต้องการ บางคนมีขนขึ้นเยอะที่ใบหน้า บางทีทาแป้ง แต่งหน้าไปแล้วไม่ติดหน้าเพราะขนเยอะ บางคนขนตรงขาหรือแขนก็เยอะ ไม่ต้องการ มันจะดูแมนเกินไป ผิวไม่เรียบเนียนไม่สวย เครื่องยิง IPL ตัวนี้ก็ช่วยลดปัญหาการเกิดขนใหม่ขึ้นมาได้เช่นกัน แล้วที่สำคัญ สามารถทำเองได้ที่บ้านเป็นแบบ home use ซื้อเครื่องครั้งเดียว เสียเงินครั้งเดียว ก็สามารถทำได้ตลอดเลย

   มาเจาะลึกกับคุณประโยชน์ของแสงแบบ IPL ตัวนี้กันก่อนดีกว่า ซึ่งประโยชน์แรกสำหรับคนที่ต้องการลดสิวบนใบหน้าและส่วนต่างๆ เนี่ย มันจะมีเชื่ออยู่หนึ่งชนิดที่เรียกว่า P.acnes ซึ่งเชื้อตัวนี้มันจะลงไปกินไขมันใต้ผิวหนังเรา แล้วจากนั้นมันก็จะอักเสบขึ้นมา กลายเป็นสิวอักเสบได้ แต่ตัวแสง IPL ตัวนี้ฆ่าเชื้อตัวนี้ได้จึงจะช่วยลดสิวอักเสบได้เช่นกัน ซึ่งก็ต้องบอกก่อนว่าตัวเครื่องในกล่องเมื่อซื้อมาเนี่ยมันจะมีอยู่ 2 หัวยิงด้วยกัน จะสามารถเปลี่ยนได้ หัวยิงแบบแรกที่เป็นตัว S ก็คือจะช่วยเรื่องผิวอย่างที่พูดไป หัวยิงแบบที่ 2 จะเป็นตัว H ที่เอาไว้ใช้งานในส่วนของกำจัดขนนั้นเอง เพราะฉะนั้น ต้องใช้งานไห้เหมาะสมด้วย

   แต่ประโยชน์ของการยิง IPL ในส่วนของผิวพรรณยังไม่หมดแค่เรื่องของการลดสิวเท่านั้น มันยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวหนังได้ด้วย เพราะฉะนั้นแล้ว นอกจากจะช่วยลดสิวไปในตัวแล้วมันก็ยังช่วยทำให้ผิวพรรณดีขึ้น รูขุนขนกระชับขึ้น แล้วก็ผิวเรียบเนียนขึ้นด้วยนั้นเอง

 

   ในส่วนของใครที่ต้องการจะกำจัดขนก็ให้ใช้หัวยิงที่เป็นรูปตัว H อย่างที่บอกไปข้างต้น แล้วเราก็ใช้ยิง IPL ตามปกติ ซึ่งตัวแสงก็จะเข้าไปกำจัดรากขนให้ค่อยๆ งอกขึ้นมาใหม่ได้น้อยลงแล้วก็ลดลงในที่สุด โดยที่ไม่ต้องไปแว็ค ไปถอนอะไรก่อนเลยก็ได้ สามารถใช้ได้ทั่วร่างกายตามที่ต้องการกำจัดขน

   แต่อย่างไรก็ตาม การทำงานของแสง IPL มันก็มีโทษเหมือนกันสำหรับบางจุดที่อ่อนโยนเกินไป อย่างเช่น รอบดวงตา ควรห้ามเลย ต้องเอาสำลีแผ่นมาปิดรอบดวงตาเอาไว้ แล้วตัวเครื่องจะมีเซนเซอร์จับว่าตรงบริเวณไหนใช่ผิวหนังหรือไม่ใช่ ถ้าสมมติว่าเราเอาเครื่องไปยิงบนเสื้อเครื่องก็จะไม่ทำงาน มันสามารถตรวจจับได้ว่าผิวหนังหรือไม่ แล้วการใช้งานในตัวเครื่องก็ง่ายๆ มีให้เลือกตามความแรงของแสงถึง 7 ระดับด้วยกัน แล้วสามารถใช้ยิงได้ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ เพราะเป็นแสง IPL แบบอ่อนๆ วิธีการเช็คว่าร่างกายเราแพ้เครื่องยิง IPL ที่เป็นสินค้าอินเทรนด์นำมารีวิวในครั้งนี้หรือไม่ ก็ง่ายๆ ควรเริ่มจากระดับเบาที่สุดคือระดับแรก แล้วรอเช็คดูหลังจากใช้ยิงไปประมาณ 15 นาที ผิวตรงบริเวณนั้นมีอาการแพ้ คัน ผื่นขึ้นหรือไม่ ถ้าไม่เป็นไรสามารถใช้ได้ปกติ ส่วนเรื่องราคานั้นลองไปหาข้อมูลตามเว็บไซต์ของ Pione ดูกันได้เลย

รีวิว Tefal Actifry หม้อทอดอาหารที่ไม่ต้องใช้น้ำมัน ทำอาหารเพื่อสุขภาพ

   108plaza รีวิวสินค้าอินเทรนด์ในวันนี้มาเอาใจคนที่รักสุขภาพกันสักนิดหนึ่งครับ เรื่องของการรักสุขภาพนั้นมีอะไรบ้างครับเพื่อนๆ แน่นอนสุขภาพจะดีได้ก็ต้องรับประทานอาหารที่ดี ไม่ก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย ไม่มีสารตกค้างหรือไขมันอะไรพกวนี้นะครับ แล้วตอนนี้นิยมกันมากเลยสำหรับเครื่องครัวต่างๆ ที่ไม่ต้องใช้น้ำมัน เป็นพวกน้ำมันพืช น้ำมันจากไขสัตว์ อะไรพวกนี้ทานเข้าไปเยอะๆ เนี่ยทำให้เกิดโรคอ้วนและโรคไขมันอุดตัน อะไรแบบนี้นะครับ ผมก็เลยไปเห็นอุปกรณ์เครื่องครัวชิ้นหนึ่งมาเหมือนกัน เป็นหม้อทอดอาหารแบบที่ไม่ต้องใช้น้ำมันทอดเลยครับ สามารถทอดได้ แล้วจะใช้เทคโนโลยีอย่างไรมาทำให้อาหารที่ปกติตั้งใช้น้ำมันกับความร้อนในการทอด แต่มันไม่ต้องใช้อีกต่อไปเนี่ยมันเป็นอย่างไร มาติดตามกันครับ

   ก็ต้องบอกว่าสิ่งที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ในรูปด้านบนนี้นะครับ มันก็คือตัวที่เค้าเรียกกันว่าหม้อทอดอาหารแบบที่ไม่ใช้น้ำมัน แต่ผมก็แปลกว่าหม้อมันควรจะไปต้มใช่ไหมละครับ แล้วกระทะเองก็ควรจะทอด แต่ตัวนี้ครับมันทำมาให้คล้ายกับลักษณะของหม้อครับ ก็คือจะมีตัวกระทะทอดอยู่ด้านใน แล้วก็มีฝาที่เป็นแก้วใสๆ ปิดอยู่ด้านบน ก็ทำให้คล้ายกับลักษณะของหม้อนั้นเอง แต่ตรงนี้มันเอาไว้ทอดได้ครับ โดยหลักการทำงานของมันเนี่ย ด้านในจะเป็นตัวกระทะครับ แล้วการใช้ความร้อนในการทอดนั้นจะใช้เป็นการผลิตลมร้อนครับ ซึ่งมันจะคล้ายๆ กับการอบแต่ก็ไม่ใช้ตัวไมโครเวฟนะครับ มันจะเป็นความร้อนที่ผ่านเข้ามาทางกระทะด้านใน แล้วมันกระทะด้านในจะมีการหมุนครับ จะหมุนไปเรื่อยๆ เพื่อให้อาหารที่อยู่ด้านในเนี่ยมันได้รับความร้อนที่สม่ำเสมอนั้นเอง แล้วจากนั้นตัวเครื่องเราสามารถใช้งานได้จากการกดปุ่มด้านหน้าที่จะมีอยู่ 2 ปุ่มเท่านั้นเอง เป็นปุ่มเปิดปิดเครื่อง เมื่อกดเปิดเครื่องแล้วความร้อนจะทำงานขึ้นมาเอง โดยจะไม่สามารถปรับความร้อนได้นะครับ เพราะอีกหนึ่งปุ่มจะเป็นตัวกำหนดเวลาเท่านั้น เราสามารถเลือกเวลาที่ทอดได้ ถ้าอย่างเช่นเราทอดอาหารที่สุกง่ายก็อาจจะแค่ 5-10 นาที แต่ถ้าเป็นจำพวกเนื้อสัตว์อะไรแบบนี้ก็จะเป็นการทอดที่ประมาณ 25-30 นาที อย่างนี้เป็นต้นครับ ในส่วนของความปลอดภัยในการใช้งานเครื่องหม้อทอดอาหารของทาง tefal ใบนี้นะครับ เมื่อเราทอดอาหารสุกแล้ว เปิดฝาหม้อขึ้นมา ตัวระบบทำความร้อนจะหยุดทันที กระทะด้านในก็จะหยุดหมุนไปด้วย ทำให้ลดอุบัติเหตุอย่างเช่น ความร้อนมาลวกมืออะไรแบบนี้หมดไปได้เลยครับ ก็เพียงแค่ใส่ถุงมือกันความร้อนแล้วก็ยกกระทะมาเทอาหารลงใส่จานก็ได้แล้วนครับ

   ซึ่งกระบวนการทำงานของตัวหม้อทอดอาหารตัวนี้มันสามารถทอดได้ทั้งอาหารที่มีไขมันในตัวเองเยอะแค่ไหนก็ทำได้ครับ เพราะคุณแม่บ้านบางคนสงสัย อย่างที่เราทอดหมูที่มีเป็นหมู 3 ชั้น ที่มีน้ำมันเยอะๆ เนี่ย ซึ่งเราทอดแบบไม่ใช้น้ำมันในหม้อตัวนี้ก็จริงอยู่ แต่ว่าไขมันในเนื้อหมูมันก็ออกมาเอง แล้วทีนี้ความสงสัยคือมันจะไม่มันเยิ้มเหมือนกับเราทอดในกระทะน้ำมันปกติหรอ คำตอบคือ ในตัวเครื่องหม้อทอดอาหารตัวนี้จะมีทั้งลมเป่าความร้อนและลมที่ดูดตัวน้มันที่หลังจากทอดอาหารที่มีไขมันออกมา เครื่องจะดูดไขมันเหล่านั้นออกมาทางด้านหลังของตัวเครื่องครับ ยกตัวอย่างเช่น เครื่องทอดตัวนี้สามารถทอดแคบหมูแบบไม่ใช้น้ำมันได้ เมื่อทอดไปแล้วตัวเครื่องจะดูดไขมันที่ออกมาจากหนังหมูทิ้งไปทางตะแกรงดูดไขมันด้านหลัง ทำให้แคบหมูกรอบแบบที่ไม่มีไขมันอยู่เลย อันนี้ผมได้ทดสอบใช้งานดูแล้วด้วยนะครับ ถ้าทอดเฟร้นฟายก็ทำได้เช่นกัน กดตั้งเวลาไว้เพียง 5 นาทีก็สามารถทานได้แล้ว ทอดเนื้อแดดเดียวก็ตั้งเวลาเอาไว้ถ้าอยากได้นุ่มๆ ก็ตั้งเวลาเอาไว้ 25 นาที เอาแบบกรอบๆ ก็ 30 นาที อะไรแบบนี้นะครับ ซึ่งผลที่ได้ลองทดสอบทอดดูแล้วก็ลองรับประทานดูแล้วเนี่ยนะครับ ก็ได้ผลว่ามันดีต่อสุขภาพจริงๆ เรื่องของไขมันที่อยู่ในอาหารนั้นไม่มีเลย แต่เรื่องของความอร่อยมันก็ยังคงอยู่เช่นกัน

   ก็ต้องบอกว่าสินค้าอินเทรนด์ที่นำมารีวิวกันในวันนี้มันดูคุ้มค่าครับ เพราะว่าตอนนี้เรื่องของกระทะทอดปกติที่ใช้เตาแก๊สปกติ เป็นเป็นกระทะเคลือบนั้นมันก็มีราคาที่ค่อนข้างแพงเหมือนกันนะครับ ก็ต้องเลือกซื้อกันดีๆ ครับ อย่างที่ผมเห็นพวกดารามาขายตรงหน้าที่วีราคาเป็นหมื่นอะไรแบบนั้นมันก็คงจะเกินราคาแท้จริงไปสักหน่อย ยุคนี้ต้องฉลาดซื้อเลือกใช้ครับผม

พรีวิว BMW x6 xDrive 30d รถยนต์กึ่ง SUV กึ่งสปอร์ตที่เปิดตัวในไทยแล้ว แฟนๆ BMW ห้ามพลาด

   108plaza พรีวิวสินค้าอินเทรนด์ในครั้งนี้ผมจะพาทุกท่านไปติดตามรูปโฉมใหม่ของยนตรกรรมยานยนต์ครับ ก็ต้องบอวก่ารถยนตืแบรนด์นี้นั้นทำตลาดมาในเมืองไทยของเรานานพอสมควรแล้ว ถือว่าเป็นรถยนต์ระดับพรีเมี่ยมครับ มีการพัฒนารูปทรงและสมรรถนะมาโดยตลอด แล้วครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบรถยนต์แบบ SUV ให้กลายเป็นรถแบบ SAC ถ้าพูดให้ง่ายๆ เข้าใจง่ายๆ แล้วมันก็คือรถยนต์แบบ SUV ที่ปรับเปลี่ยนโฉมให้มีความสปอร์ตมากขึ้น นั้นเองครับ แล้วมันจะสปอร์ตอย่างไร มาดูรูปตัวอย่างกันครับ

   นี่แหละครับคือรูปรถตัวอย่างของ BMW x6 xDrive 30d ที่พึ่งเปิดตัวแล้วก็มีวางจำหน่ายในศุนย์บริการชั้นนำของทาง BMW ทั่วเมืองไทยแล้วตอนนี้ ซึ่งรถรุ่นนี้ที่เมืองไทยเราทำตอลอยู่ตอนนี้ก็เป็นเครื่องยนต์ดีเซล 3000 ซีซี ผสมผสานกับการขับเคลื่อนด้วยระบบ เอ็กซ์ ไดร์ฟ ด้วยการราดชันของหลังคาทางด้านท้ายที่ทำให้ดูสปอร์ตขึ้นนั้นเองครับ ก็เลยทำให้รูปแบบรถแบบนี้มันค่อนข้างใหม่สำหรับรถยนต์ในบ้านเรา เพราะปกติถ้าเป็นรถ SUV ก็จะมีหลังคาที่เรียบจากด้านหน้าไปด้านท้ายแล้วก็ตัดลงมา แต่ทรงแบบนี้มันจะมีแต่รถในกลุ่มซีดานที่เป็นรถเก๋งหรือสปอร์ตนะครับ ซึ่งก็คาดว่าน่าจะเป็นจุดสนใจของคนไทยเราไม่น้อยเลยในปีนี้ครับ ทาง BMW เองก็คาดหวังยอดขายในรถรุ่นนี้ในบ้านเราพอสมควรเลยนะครับ ก็ต้องบอกว่าในรถ BMW ที่มีโค๊ตว่า F16 ตัวนี้มีหลายๆ จุดที่เปลี่ยนแปลงไป แล้วก็มีการนำเอาเทคโนโลยีล้ำๆ หลายๆ จุดเข้ามาเพิ่มเติมด้วยเช่นกันครับ

   ซึ่งรถยนต์ BMW x6 ตัวนี้ก็ผสมผสานระหว่างรถยนตือเนกประงสงค์และรถยนต์แบบคูเป่เอาไว้ด้วยกันอย่างลงตัวครับ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียง 3000 ซีซี twinpower turbo ที่ให้พละกำลังสูงสุด 218 แรงม้า ที่ 4000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 540 นิวตัน-เมตร ที่ 1750 รอบ/นาที เมื่อมีการทดสอบจากทาง BMW แล้วก็ได้ผลมาว่าสามารถทำความเร็วจาก 0-100 เพียง 8.1 วินาทีเท่านั้นเองครับ และสามารถทำความเร็วได้สูงสุดที่ 210 กิโลเมตร/ชั่วโมง ขับเคลื่อนด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 speed ซึ่งเมื่อดูจากสเปคตรงนี้แล้ว ใครที่เคยติดตามหรือเป็นแฟนของตัว x6 ในรุ่นก่อนหน้านี้มาก่อนก็จะสงสัยว่าเอ๊ะ ทำไมก่อนหน้านี้เป็น 2000 ซีซี แต่ก็ให้แรงม้าที่ 218 แรงม้า แต่ตัวนี้ 3000 ซีซี ก็ให้แรงม้ามาเท่ากันอีก อันนี้ต้องลองไปทดลองขับกันเองนะครับว่าอารมณ์ของเครื่องยนต์บล็อกนี้เป็นอย่างไร แต่ในช่วงท้ายๆ เราจะมีฟิลลิ่งการขับขี่บางส่วนมาให้พอเป็นไกต์ไลน์กันบ้างนะครับ

   เริ่มด้วยด้านหน้านั้นมีการเปลี่ยนแปลงจากกระจังด้านหน้าเป็นโครเมี่ยมและโลหะครับ ทำให้รู้สึกว่ามันพรีเมี่ยมขึ้นแล้วก็ดูโดดเด่นพอสมควรเลยครับ เมื่อเลยมาดูในตัวรถด้านข้างลากยาวมาถึงด้านหลังเนี่ยเรื่องของเส้นสายต่างๆ ทำได้ค่อนข้างลงตัวครับ แล้วใครที่เคยใช้ตัว x5 มาแล้วและบอกว่าช่วงพื้นที่ด้านหลังมันอาจจะดูอึดอัดไปสักนิดหนึง แต่ในรุ่น x6 ตัวนี้มันทำให้ดูโปร่งขึ้น แล้วก็ปรับเปลี่ยนตำแหน่งเบาะในแถวที่สองใหม่ ทำให้การนั่งด้านท้ายเนี่ยทำได้ดีเลยครับ แต่บางทีการที่มีปั้นท้ายใหญ่ๆ แบบนี้เรื่องของจุดบอด มุมอับในการถอยมีค่อนข้างสูงครับ แต่ทาง BMW เองก็ได้จับเอาเทคโนโลยีเรื่องของกล้องที่มอมงรอบคันมาติดตั้งไว้ด้วย ก็ทำให้เรื่องการถอยจอดและมุมอับในรถรุ่นนี้ก็แก้ปัญหาไปได้เยอะเลยทีเดียวครับ พอมาดูพื้นที่ทางด้านท้ายรถที่เป็นประตูหลังบานที่ 5 นะครับสามารถเปิดด้วยรีโมทไฟฟ้าได้ เปิดออกมายกบานใหญ่ๆ กันเลยทีเดียว ทำให้การขนสัมภาระชิ้นใหญ่ๆ กระเป๋าใบใหญ่ๆ ทำได้ดีครับ แต่พื้นที่ทั้งหมดที่ขนได้มีปริมาณ 570 ลิตรครับ ยังถือว่าน้อยกว่า x5 ไปนิดหน่อยครับ เมื่อเปิดประตูเข้าไปนั่งในตำแหน่งคนขับครับ เปิดเข้ามาก็พบว่ามันยังคล้ายกับ x6 รุ่นก่อนหน้านี้อยู่บ้างนคะรับ ยังว่ายังให้อารมณ์และเส้นสายแบบเดิมเยอะพอสมควร แต่การเปลี่ยนช่องแอร์ใหม่ พวงมาลัยแบบ 3 ก้าน

   เมื่อมาถึงช่วยท้ายของการพรีวิวแบบนี้ก็ต้องมาทดสอบขับขี่กันบ้างครับ ก็เรียกว่ารถยนต์คันนี้สามารถปรับเปลี่ยนอารมณ์ได้ 2 แบบ ทั้งที่เป็นแบบประหยัดพลังงานการตอบสนองนั้นค่อนข้างนุ่มนวลครับ แต่เมื่อไหร่ที่คุณต้องการความสปอร์ตมากขึ้น ระบบการขับขี่แบบ เอ็กซ์ ไดร์ฟ เนี่ยนะครับ มันก็ช่วยให้ความคมของพวงมาลัยรวมไปถึงช่วงล่างที่เซ็ทอัพมาอย่างดีเลยรวมไปถึงพละกำลังของเครื่องยนต์เนี่ยผมบอกเลยว่าไม่ธรรมดาครับ ถ้าใครชอบรถยนต์ที่นำมาพรีวิวเป็นสินค้าอินเทรนด์ในครั้งนี้เนี่ยนะครับ ก็สามารถไปทดสอบขับกันได้ตามศูนย์บริการของ BMW ได้เลยครับ

คุณรู้หรือไม่ว่าหน้าจอที่แตะๆ กันอยู่ทุกวันมีเชื้อโรคมากแค่ไหน ฆ่าเชื้อโรคด้วย Pixma Kreen น้ำยาฆ่าเชื้อโรค

   108plaza รีวิวสินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้ผมจะพาทุกท่านไปทดสอบกับหน้าจอของเราทุกคนนี่แหละครับ เพราะในยุคโซเชียลที่ทุกคนชอบติดหน้าจอกันแบบนี้ ก็ต้องมีหน้าจอเป็นของตัวเองกันอยู่แล้ว แล้วบางคนมีไม่ใช่แค่หน้าจอเดียว มีหลายหน้าจอเสียด้วย เพราะบางคนก็มีทั้งแท็ปเลด ไอแพ็ด ไอโฟน สมาร์ทโฟน เยอะแยะไปหมด แล้วต้องเอานิ้วจิ้มๆ แตะๆ กับหน้าจอ พอหน้าจอสกปรก เป็นคราบมันทำอย่างไรครับ ก็เช็ดๆ กับเสื้อนี่แหละครับ ง่ายๆ กันเลย พอมันหายคราบมันสักนิดหน่อยแล้วก็เอามาใช้งานต่อ โดยคิดว่ามันก็น่าจะสะอาดแล้วนะ แต่ความจริงแล้วมันแค่หายจากคราบมัน แต่เชื้อโรคมันไม่หายไปไหนครับ บางทีเชื้อโรคนี้เราเอาไปสูดดม ไปจับอาหารเข้าปาก อะไรแบบนี้มันก็อาจจะทำให้เราเป็นไข้ไม่สบายได้เช่นกัน เพราะฉะนั้น เรามีอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่มาพร้อมกับหน้าจอที่จะนำมารีวิวกันในตอนนี้ครับ ตัวนี้เลย

   ตัวสินค้าที่เป็นขวดๆ ที่เห็นอยู่ในรูปนี้คือ PIXMA Kreen ครับ เป็นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคบนหน้าจอสมาร์ทโฟน แท็ปเล็ด ไอแพ็ด ไอโฟน ทุกอย่างเลยที่เราต้องแตะๆ จิ้มๆ บนหน้าจอทุกๆ วัน เราต้องหมั่นทำความสะอาดบ้างนะครับ อาจจะเช็ดทำความสะอาดกันทุกๆ เช้าของวันที่ต้องใช้งานบนหน้าจอต่างๆ แบบนี้ก็ได้นะครับ ซึ่งทำไมผมถึงบอกว่าหน้าจอของเราเนี่ยนะครับมันสกปรก แล้วก็ไม่ใช่แค่สกปรกน้อยๆ นะครับ เพราะผมไปดูผลการวิจัยในเชิงการแพทย์มาแล้วว่าการเก็บเชื้อโรคได้จากหน้าจอเนี่ยมันมีความสกปรกมากกว่าฝาชักโครกในห้องน้ำเราเนี่ยนะครับ มากถึง 18 เท่ากันเลยทีเดียวนะ ตกใจกันเลยใช่ไหมละครับ เพราะบางคนชอบเล่นมือถือไปด้วย ชอบกัดเล็บไปด้วย ชอบไปแกะสิวที่หน้าไปด้วย อะไรแบบนี้นะครับ ทำให้เกิดเชื้อโรคขึ้นมาใหม่ทั้งสิ้นเลย นี่คือผมนำเอาผลการวิจัยทั่วโลกเลยนะครับมาอ้างอิง ไม่ได้พูดมาลอยๆ ใครที่ไม่เชื่อว่ามันสกปรกมากกว่า 18 เท่าจริงรึป่าวนั้น ก็ลองๆ ไปหาข้อมูลกันดูได้นะครับ

   แล้วทีนี้หลายท่านอาจจะสงสัยว่า แล้วในบทความรีวิวนี้จะรีวิวกันอย่างไร กับไอ้เจ้าตัวเชื้อโรคที่อยู่บนหน้าจอเนี่ย เราจะวัดได้อย่างไร อย่างสงสัยไปครับ เพราะผมมีเครื่องมือที่ชื่อว่า 3M Clean-trace ตัวที่ผมบอกมานี้มันคือตัวเครื่องที่ใช้วัดปริมาณเชื้อโรคจากการวัดด้วยเครื่องดิจิตอลครับ สามารถเชื่อถือได้และใช้กันทั่วไปในห้องแล็ปหรือห้องวิจัยต่างๆ มาแล้วทั่วโลกเลยทีเดียว ซึ่งชื่อ 3M ก็น่าจะพอรู้จักกันบ้างนะครับ เพราะฉะนั้น การทดสอบหน้าจอที่จะหาเชื้อโรคก่อนที่จะใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคในครั้งนี้นั้นมันก็มีความชัวร์แน่นอนครับ

   ซึ่งวิธีการทดสอบหาเชื้อโรคบนหน้าจอของผมในครั้งนี้เนี่ยนะครับ ก็ใช้มือถือของผมนี่แหละครับ ที่ไม่เคยได้ฆ่าเชื้อโรคกับเค้าเลย่ตั้งแต่ซื้อมา เพราะว่าไม่เคยรู้มาก่อนเช่นกันจนมาเจอน้ำยาฆ่าเชื้อโรคตัวนี้ ก็นำเอาตัว 3m ที่บอกไปนะครับมันจะมีชุดทดสอบอยู่ครับเป็นคล้ายๆ สำลีที่ใช้เช็ดหูเรานี่แหละ ก็เอาไปเช็ดๆ ถูๆ วนให้รอบๆ หน้าจอเราเลย จากนั้นก็ไปใส่ไว้ในหลอดทดลองที่ให้มาด้วยกันแล้วก็ทำการเขย่าน้ำยาที่มีมาให้ด้วยสัก 10 ครั้ง แล้วมันจะมีค่า RLU ที่เป็นหน่วยวัดค่าความสกปรกนั้นเองครับ ซึ่งก็วัดได้ที่ระดับประมาณ 3500 RLU เลยทีเดียว ก็ถือว่าค่าตรงที่นี้ได้มาจากชุดทดสอบ 3m ถือว่ามากเลยทีเดียวนะครับ

   เมื่อวัดค่าความสกปรกเชื้อโรคได้ขนาดนี้แล้วเนี่ยนะครับ ก็เลยนำเอา PIXMA Kreen ที่เป็นผลิตภัณฑ์ของคนไทยนะครับตัวนี้ ร่วมกันกับทาง ม. มหิดล เลยนะ ที่ขวดเล็กขนาด 125 มล. จะขายในราคา 139 บาทเท่านั้นเอง ซึ่งก็มีบอกไว้ข้างขวดว่ามันสามารถขจัดคราบได้ด้วย ฆ่าเชื้อโรคได้ด้วย ได้ผลถึง 99.99 เปอร์เซ็นต์เลยนะครับ ก็จัดการฉีดน้ำยาลงไปแล้วก็เช็ดๆ เหมือนทำความสะอาดปกติแหละครับ

   วิธีการเช็ดก็จะมีผ้าไมโครไฟเบอร์แถมมาให้ ก็ฉีดน้ำยาไปบนผ้าแล้วก็เช็ดปกตินะครับ เมื่อเช็ดเสร็จก็ทำการทดสอบด้วยชุด 3m อีกรอบครับ ทีนี้ได้ค่า RLU อยู่ที่ 60 เท่านั้นเอง จากสามพันกว่าเหลือเท่านี้ ก็ถือว่าขจัดเชื้อโรคไปได้เยอะจริงๆ ครับ ใครที่ป่วยบ่อยๆ ก็ลองเอาตัวสินค้าอินเทรนด์ที่มารีวิตัวนี้ไปลองใช้กำจัดเชื้อโรคกันดูได้นะครับ

Review BEIKE BK-777 ขาตั้งกล้องที่ใช้ตั้งได้ทั้งไมค์ ไฟ LED และมือถือ

   108plaza รีวิวสินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้ผมจะพาทุกท่านมาดูฟังก์ชั่นการใช้งานของขาตั้งกล้อง BEIKE BK-777 รุ่นนี้กันครับ ซึ่งความสูงที่ขาตั้งกล้องตัวนี้ยึดได้สุดเลยเนี่ยนะครับจะอยู่ที่ประมาณ 1.49 เมตร แล้วความสูงที่ต่ำที่ขาตั้งกล้องตัวนี้ทำได้ก็ 0.52 เมตร แล้วความยาวในขระที่ขาตั้งกล้องตัวนี้ในขระที่พับเก็บเรียบร้อยแล้ว จะอยู่ที่ความยาวประมาณ 0.32 เมตร เอาง่ายๆ ว่าประมาณ 1 ไม้บรรทัดเท่านั้นเองนะครับถ้าใครงงเรื่องของความยาวในขณะพับเก็บ ก็ถือว่ามันเป็นขาตั้งกล้องที่พกพาง่ายอีกหนึ่งตัวเลยทีเดียวครับ ซึ่งในเว็บไซต์ของเรานั้นก็มีการรีวิวขาตั้งกล้องกันไปหลากหลายยี่ห้อแล้วนะครับ ตัวนี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวที่ใช้งานได้ดีแล้วก็อยากจะนำมารีวิวกันให้เพื่อนๆ ได้ดู แล้วหลายคนอาจจะมีข้อสงสัยอยู่ในใจตอนนี้แล้วว่าขาตั้งกล้องตัวนี้มันจะรับน้ำหนักได้เท่าไหร่ บอกได้เลยว่ารับได้มากถึง 8 กิโลกรัมเลยทีเดียวครับ เรียกว่าหนักกว่าข้าวสารหนึ่งถุงซะอีก แล้วจุดเด่นของขาตั้งกล้องตัวนี้อย่างแรกเลย คือมันสามารถใช้ได้เยอะกว่าการตั้งกล้องถ่ายรูปธรรมดา เพราะนอกจากตั้งกล้องแล้ว ใช้เป็นขาตั้งสมาร์ทโฟนก้ได้ ตั้งไฟ LED ที่เอาไว้ใช้ถ่ายรูปก็ได้ แล้วใครที่ไม่มีขาตั้งไมค์ แน่นอนว่ามันสามารถเปลี่ยนหัวด้านบนแล้วก็ทำเป็นขาตั้งไมค์ได้ด้วยนั้นเอง ซึ่งเมื่อแกะกล่องเปิดตัวขาตั้งออกมานั้น ในกล่องไม่ได้พบแค่ขาตั้งกล้องอย่างเดียวครับ ซึ่งรุ่นนี้ซื้อมาแล้วจะแถมกระเป๋าเป้ที่เอาไว้สะพายเวลาเราเดินทางได้ด้วยเลย แต่เท่าที่ผมดูตัวกระเป๋ายังไม่ได้เห็นขาตั้งกล้องที่อยู่ด้านในเลยเนี่ยนะครับ จับดูกระเป๋าที่แถมมาให้รอบๆ มันก็มีความบางพอสมควรนะครับ เพราะฉะนั้น ใครที่เดินทางบ่อยๆ แล้วต้องลุยๆ เนี่ยผมว่าต้องสั่งทำกระเป๋าเดินทางที่ใส่ของพวกนี้ได้เยอะๆ เองสักใบหรือไม่ก็ต้องไปหากระเป๋าที่ขายกันเองต่างหากที่มียี้ห้อดีๆ หน่ยอ เพราะดูกระเป๋าที่แถมมาให้เนี่ยมันก็ดูเหมือนจะขาดง่ายไปสักนิดหนึ่งนะครับ เมื่อรูดซิปออกมาก็จะเห็ฯว่ามีขาตั้งกล้องอยู่ด้านใน แล้วก็จะมีกระเป๋ษเครื่องมือเล็กๆ แถมมาให้ด้านในอีกด้วยหนึ่งชิ้น เดี่ยวจะต้องแกะดูกันว่ามีอะไรบ้างที่แถมมาให้นะครับ ซึ่งตัวกระเป๋าเครื่องมือเล้กๆ มันก้จะมีตัวเกี่ยวกับเข็มขัดเราได้หรือว่าเกี่ยวกับตัวเลนส์กล้องก็ได้ ด้านในก็จะมีเครื่องมือมีพวกไขควง 6 แฉก ที่เอาไว้ขันน๊อตที่มันหลวมต่างๆ ที่เวลาใช้ไปนานๆ แล้วก็จะมีพวกน๊อตต่างๆ ก็อาจจะคายตัวมาได้ ก็มีพกเอาไว้ก็ดีเหมือนกันครับ

   ทีนี้ก็มาดูตัวขาตังกล้อง BEIKE BK-777 กันเลยครับ เมื่อแกะจากกระเป๋าออกมาแล้วก็มีตัวขาตั้งกล้องที่หุ้มด้วยถุงพลาสติกอีกหนึ่งชั้นครับ จับออกมาก็ไม่ยาวเท่าไหร่นัก จากนั้นผมก็แยกขาไปออกมาทั้ง 3 ขาเพื่อทำการทดสอบตั้งดู ซึ่งตัวขาตั้งกล้องรุ่นนี้จะเป็นการตั้งขาแบบธรรมดาทั่วไปที่ไม่มีการปลดล็อคทีเดียวหรือว่าการหดยึดครั้งเดียวได้ เป็นแบบ manual ที่เราต้องหมุนเกรียวล็อคตรงขาตั้งทุกขาเลย 3 ขานะครับ จากนั้นก็ยึดขาออกมาอีกหนึ่งท่อน แล้วพอเรายึดออกมาแล้ว เราอยากได้มุมที่จะตั้งอยู่ในมุมกางเท่าไหร่ก็ปรับระดับได้เองเลย แล้วก็หมุนล็อคตรงขาตั้งเอง แต่ความพิเศษของขาตั้งตัวนี้มันสามารถทำเป็นขาตั้งแบบ monopod ได้ด้วย จะสังเกตเห็นว่าขาตั้งขาหนึ่งนั้นจะมีอยู่ 2 ท่อน มีอยู่ขาเดียวเลยนะครับ เราสามารถหมุนท่อนล่างออกมาได้ แล้วก็หมุนขาตั้งชิ้นบนที่ติดอยู่กับตัวหัวบอลที่ขาตั้งออกมา แล้วก็ถอดมาสวมเข้าหากัน ทีนี้ก็กลายเป็นขาตั้งแบบ monopod ได้แล้วนะครับ

   ก็ต้องขอสรุปกับตัวสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ที่ผมและทีมงานนำมารีวิวในครั้งนี้นะครับ มันเป็นขาตั้งกล้องที่ดูแล้วก็คงต้องใช้งานเบื้องต้นมันเป็นขาตั้งกล้องที่ใช้ได้ทั้งตัวที่เป็นขาตั้งไฟแบบ LED ได้ด้วย แล้วก็สามารถที่จะใช้งานเป็นตัวที่ใช้กับสมาร์ทโฟนก็ได้เช่นกัน ซึ่งความสามารถในการใช้งานที่มันจะดัดแปลงจากตรงนี้นั้นมันก็เป็นเรื่องที่ลักษณะของการใช้งานแบบอเนกประสงค์เช่นกันนะครับ ซึ่งใครทีกำลังมองหาขาตั้งกล้องแบบที่ใช้งานได้อเนกประสงค์ขนาดนี้ ซึ่งเมื่อเทียบกับตัวที่ผมเคยรีวิวมาก่อนหน้านี้ จุดเด่นของตัวนี้ก็คงเป็นที่ราคาที่ค่อนข้างจะเบาที่สุดในกลุ่มแล้วนะครับ ใครชอบฟังก์ชั่นอย่างไรแล้วมันเหมาะกับการใช้งานอย่างไรก็ลองดูกันได้ครับ