Review สกู๊ตเตอร์ Scomadi Turismo Leggera TL-125


   108plaza มีรถมอเตอร์ไซต์คันเล็กๆ ที่เรียกว่า สกู๊ตเตอร์ อีกหนึ่งรุ่นมาเป็น gadget สินค้าอินเทรนด์ที่จะนำมารีวิวกันในครั้งนี้นะครับ ซึ่งก็คงคิดว่าน่าจะถูกใจคนที่ชอบขับมอเตอร์ไซต์ไปเที่ยวในระยะทางใกล้ๆ ที่เส้นทางบรรยากาศดีๆ กินลมชมวิว หรือไม่ก็ใครที่อยู่ในเมือง ที่พื้นที่การจราจรติดขัดมากๆ การที่เราใช้รถมอเตอร์ไซต์หรือสกุ๊ตเตอร์คันเล็กๆ ที่จะเข้าซอก เข้าซอย ก็อาจจะเป็ฯอีกหนึ่งทางเลือกในการเดินทางที่รวดเร็วกว่ารถยนต์ก็เป็นได้นะครับ แล้วในครั้งนี้ผมก็มีสกู๊ตเตอร์คันนี้มารีวิวกันครับ ไปดูกันเลย

   นี่แหละครับสกู๊ตเตอร์ที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ในรูปด้านบนนี้แหละครับ ที่เราจะมารีวิวกัน มีชื่อรุ่นว่า Scomadi Turismo Leggera TL-125 ครับ ชื่อเรียกอาจจะยาวนิดหนึ่ง แต่ถ้าเรียกสั้นๆ ก็จะเรียกว่า Scomadi TL-125 สำหรับรถสกู๊ตเตอร์คันนี้นะครับ ก็เป็นรถสันชาติอังกฤษ แต่ตอนนี้เองก็ย้ายฐานการผลิตมาที่ประเทศจีนแล้วนะครับ เดี่ยวเราจะเริ่มต้นรีวิวกันด้วยตัวสเปคของเครื่องยนต์กันก่อนเลยครับ ซึ่งเครื่องยนต์ก็จะเป็นแบบเครื่องยนต์ออโตเมติกส์ ขนาดความจุอยู่ที่ 125 ซีซี ให้ขุมพลังของเครื่องยนต์มาที่9.86 แรงม้า ตัวระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงยังเป็นแบบเก่าอยู่ ก็คือระบบคาบูเรเตอร์ ตัวรถรุ่นนี้จะยังไม่มีระบบหัวฉีดนิยมใช้กันในทุกวันนี้นะครับ เมื่อดูการดีไซน์รอบๆ ตัวรถไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ สำหรับความคิดเห้นของตัวผมเอง คิดว่ามันคล้ายกับรถสกู๊ตเตอร์ในหลายๆ รุ่นที่มาขายในบ้านเรานะครับ อย่างเช่น ตัวแรมโบ้ 125 แล้วก็ตัวอื่นๆ ทั้งในเรื่องของการวางตำแหน่งเครื่อง การวางปั้มเบรกและส่วนต่างๆ นะครับ

   ซึ่งการรีวิวของเราในครั้งนี้นะครับ ก็ได้มีโอกาสที่จะได้ทดสอบการขับขี่ในช่วงระยะสั้นๆ นะครับ ซึ่งผมเองก็รู้สึกว่าในช่วงแรงต้นจนถึงแรงกลาง ที่ในความเร็วประมาณ 60 ไปจนถึง 90 กิโลเมตรเนี่ย สามารถทำงานได้ดีบนเครื่องยนต์ขนาดเล็กแบบนี้นะครับ แล้วในช่วงทางที่โล่งๆ เนี่ยนะครับ ก็ได้ได้ทำความเร็วไปจนถึงความเร็วสูงสุดที่รถจะทำได้ก็อยู่ที่ประมาณ 100 ฏิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยนะครับ ถือว่าในช่วงตั้งแต่ 90-100 เนี่ยนะครับ จะค่อยๆ มา ต้องอาศัยความเร็วรอบที่เครื่องยนต์จะทำได้ แต่ก็ถือว่าใช้งานได้ดีนะครับ รถสกู๊ตเตอร์คันเล็กๆ แบบนี้ แล้วสามารถทำความเร็วได้ 90 กิโลเมตรแบบนิ่งๆ ขับได้สบายๆ เนี่ยผมว่าโอเครเลยครับ สำหรับตัวบอดี้โดยรวมด้านนอกเนี่ย จะเป็นพลาสติกแบบ ABS ที่ให้ความเบาแต่ก็แข็งแรงครับ แต่เมื่อนำรถไปวิ่งอยู่บนถนนที่เป็นทางหลุมหรือทางขรขระ หรืว่าวิ่งอยู่บนลูกนะนาดเนี่ย จะได้ยินเสียงของพลาสติกที่สั่นได้ชัดเจนดีทีเดียวครับ ส่วนตัวหน้าปัดแสดงผลของตัวรถนั้น ก็เป็นแนวที่ออกแบบมาผสมผสานกันด้วยมตรวัดแบบดิจิตอลผสมกับตัวมาตรวัดแบบเข็มที่เป็นแนวคราสสิกนิดๆ ก็ทำได้ลงตัวดีครับ มีทั้งตัววัดรอบเครื่อง มีทั้งบอกความเร็วขณะวิ่ง มาตรวัดระดับน้ำมัน สำหรับตัวระบบป้องกันการสั่นสะเทือนของตัวรถนั้น ด้านหน้าจะเป็นแบบโช๊คคู่หน้า ด้านหลังก็จะเป็นโช๊คเหมือนกัน จากการได้ทดสอบขับขี่ทั้งทางเรียบ แล้วก็ทางขรุขระนั้น จากความรู้สึกที่ได้นั้น ผมว่ามันค่อนข้างหนึดไปนิดหนึ่งครับ เวลาที่ลงหลุมก็จะรู้สึกว่ามันแข็งไปนิด ก็สามารถปรับแต่งเรื่องของโช๊คได้นะครับ ก็จะเลือกว่าจะเอาแบบนุ่มนวลหรือว่าจะเอาแบบหนึดๆ แต่ผมเองถ้าเป็นรถแนวคันแล็กๆ แบบนี้ เป็นรถสกู๊ตเตอร์แบบนี้ มันใช้ความเร็วไม่ได้เยอะ ก็จะใช้ความเร็วระดับกลาๆง แค่ 60-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น เรื่องของเความนุ่มนวลผมว่าสำคัญครับ เพราะว่ามันจะทำให้การขับขี่นั้นสะดวกสบายขึ้นนั้นเอง ในส่วนของระบบเบรกนะครับ ก็จะเป็นระบบเบรกแบบจานดิสก์เบรกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ก็ทำให้การเบรกในระยะสั้นเนี่ยได้ความมั่นใจพอสมควรครับ แต่รถคันเล็กๆ แบบนี้ถ้าเบรกแรงๆ ก็อาจจะทำให้เสียการทรงตัวได้ ก็ต้องใช้ความระมัดระวังในการขับขี่ในช่วงแรกๆ ทีบางท่านอาจจะไม่เคยขับขี่รถแบบนี้มาก่อนนะครับ

   ใครที่ชอบรถสกุ๊ตเตอร์แบบนี้นะครับ เป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่สามารถวิ่งในระยะทางไกลๆ ได้นะครับ ความจุถังน้ำมันที่ให้มาอยู่ที่ 11 ลิตร อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันจะอยู่ที่ 33 กิโลเมตรต่อลิตร ก็วิ่งกันยาวๆ 300 กิโลเมตรต่อถังได้เลยนะครับ ก็ถือว่าเป็นรถสกู๊ตเตอร์อีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจครับครับ

Review Benelli TNT 25 มอเตอร์ไซต์ความจุ 250cc แต่ราคาไม่ถึงแสน

 

   สวัสดีเพื่อนๆ ชาว 108plaza ทุกท่านนะครับ แล้วก็เพื่อนๆ นักบิด 2 ล้อ ทุกท่านด้วย ในตอนนี้ผมก็มีมอเตอร์ไซต์ที่อยู่ในกระแสตอนนี้อีกหนึ่งคัน ที่เรียกได้ว่าเป็นมอเตอร์ไซต์ที่ดีไซน์ได้ถูกใจใครหลายๆ คนที่ชอบขับขี่ 2 ล้อ ที่ราคาก็ไม่แพงด้วยนะครับ เชื่อว่าวัยรุ่นหลายๆ คนที่อยากจะมีมอเตอร์ไซต์คันเก่งเป็นของตัวเองสักคันหนึ่ง แต่งบไม่พอที่จะซื้อราคาแพงๆ ผมว่ารถมอเตอร์ไซต์รุ่นที่เราจะทำการรีวิวในครั้งนี้เนี่ยนะครับ จะอยู่ในความสนใจของทุกท่านอย่างแน่นอน

   สำหรับมอเตอร์ไซต์คันที่อยู่ด้านบนนี้คือ Benelli รุ่น TNT 25 ครับ เป็นมอเตอร์ไซต์ความจุเครื่องยนต์ที่ 250 ซีซี เรียกว่าความแรงก็พอที่จะซิ่งได้แหละครับ แล้วความที่รถรุ่นนี้กำลังเป็นกระแสอยู่ตอนนี้นะครับ ก็เพราะว่าในเรื่องของราคาที่ไม่แพงมากนักนะครับ บอกราคากันก่อนเลยแล้วกัน เผื่อว่าจะมีใครสนใจจะได้อ่านต่อไปจนจบนะครับ ราคาของรถรุ่นนี้อยู่ที่ 95,000 บาท ยังมีทอนครับ สำหรับเรื่องของการดีไซน์ตัวรุ่นนั้นถ้าใครที่เป็นแฟนของ benelli แล้วก็เห็นรุ่นพี่อย่าง TNT 300 มาแล้ว จะรู้ว่าตัว TNT 25 ตัวนี้ก็มีการออกแบบที่คล้ายคลึงกับรุ่นพี่มาบ้างนะครับ เป็นรถมอเตอร์ไซต์ที่ออกแบบมาสไตล์แน็กเก็จครับ ในส่วนของล้อด้านหน้าจะแตกต่างจากตัว TNT 300 ก็ตรงที่มีจานดิสก์เบรกเพียงจานเดียว ไม่ใช่จานดิสก์คู่เหมือนรุ่นพี่ ส่วนเฟรมด้านท้ายนั้นเป็นเฟรมแบบถักก็ดูสวยงามดี ตัวเบาะก็เป็นแบบ 2 ชั้น แยกอิสระนะครับ แล้วตัวเบาะในด้านท้ายนั้นก็เป็นเบาะที่สามารถเปิดได้ ด้านล่างก็จะมีพื้นที่ว่างให้เก็บเครื่องมือการซ่อมอะไรเล้กๆ น้อยๆ ได้ แต่ข้อเสียที่ผมเห็นอีกนิดหนึ่งในรถคันนี้อย่างแรกเลย ตัวสวิงอาร์มที่เป็นเหล็กจะดูเล็กไปนิดหนึ่ง ดูไม่ค่อยจะแข็งแรงเท่าไหร่ ถัดมาตัวไฟหน้าเป็นแบบฮาโรเจน ไฟเลี้ยวทั้งหน้าและหลังและไฟท้ายก็เป็นแบบ LED ส่วนหน้าจอแสดงการควบคุมรถต่างๆ นั้นก็เป็นแบบ ผสมกันระหว่างมาตรวัดแบบดิจิตอล และ อานาร็อก ซึ่งตัวมาตรวัดต่างๆ ก็จะเป็นแบบดิจิตอล แต่ตัววัดรอบเครื่องก็จะเป็นอานาร็อกมาให้ ส่วนตัวล้อแม็กเนี่ยก็ดูออกทันทีเลยว่าเป็นสไตล์ของ benelli เค้า ให้มาขนาดขอบ 17 นิ้ว ยางหน้าขนาด 110/70 ยางหลังมีขนาด 140/70 ก็ให้ยางที่ใหญ่มาเลยนะครับ ความจุของถังน้ำมันรถคันนี้อยู่ที่ 16.5 ลิตร ก็เยอะพอสมควรเลยครับ เรียกว่าเติมเต้มถังเนี่ยก็เดินทางกันได้ระยะทางไกลๆ ได้เลยทีเดียว ขนาดของเครื่องยนต์กันบ้างครับ มีความจุ 250 ซีซี 1 สูบ เครื่องยนต์ 4 จังหวะ ระบบจ่ายน้ำมันเป็นแบบหัวฉีด รถคันนี้มีแรงม้าอยู่ที่ 24.2 แรงม้าที่ 9000 รอบต่อนาที แล้วก็มีแรงบิดอยู่ที่ 21 นิ้วตัน-เมตรที่ 7000 รอบต่อนาที ก็ถือว่าสเปคของเครื่องยนต์ขนาดนี้เนี่ย ก็ทำได้ดีเลยทีเดียวครับ ระบบเกียร์ที่ใช้ในรถรุ่นนี้ก็เป็นเกียร์แบบ 6 speed

   ความรู้สึกเมื่อได้ลองคร่อมรถคันนี้แล้ว รู้สึกว่าให้ท่าทางในการขับขี่ที่สบายดีครับ ตัวผมเองเนี่ยสูง 173 เซนติเมตรนะครับ ก็เรียกว่าคร่อมได้สบาย ตัวแฮนต์เป็นแฮนต์บาร์ที่ไม่สูงมากเกินไป ก็รู้สึกว่าระดับการขับขี่ด้วยท่าทางที่หลังเอียงเล็กน้อย ไม่ตรงมากเกินไปแบบนี้ รวมไปถึงตำแหน่งการวางเท้าที่ทารได้พอดีกับตัวรถแลละผู้ขับขี่ที่ตัวสูงๆ นิดหนึ่งเนี่ยนะครับ เรียกว่าคนที่สูง 190 เซนติเมตร ก็ขับขี่ได้ดีครับ น้ำหนักของตัวรถทั้งคันอยู่ที่ 150 กิโลกรัม ก็ไม่หนักเกินไป ผมว่าผู้หญิงก็ขี่ได้นะรถคันนี้ ตามความคิดของผมเองแล้วเนี่ย ผมว่าเท่าที่ดูจากข้อมูลที่ได้มาบอกกับเพื่อนๆ รวมถึงตัวผมเองก็ได้ไปสัมผัสตัวจริงกันมาแล้ว รู้สึกว่ามันเป็นรถมอเตอร์ไซต์ที่ทำมาได้ดีครับ ทั้งเรื่องของเครื่องยนต์ ทั้งเรื่องของอารมณ์ในการขับขี่ เรื่องที่สำคัญมากเลย ก็คือเรื่องของราคาที่มันมีราคาไม่แพงมากนัก

   ใครที่สนใจ benelli TNT 25 คันนี้ที่เป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่นำมารีวิวกันในครั้งนี้นะครับ ก็สามารถไปสัมผัสตัวจริงกันได้ตามโชว์รูมต่างๆ รวมไปถึงศูนย์บริการต่างๆ ทั่วประเทศนะครับ ส่วนครั้งหน้าเราจะมีอะไรมารีวิวกันอีกนั้น ต้องให้เพื่อนๆ ได้คอยติดตามและให้กำลังใจด้วยการกด like กด share facebook//108plaza ของเรากันด้วยนะครับ

TestDrive GPX CR5 150cc รถมอเตอร์ไซต์สัญชาติไทยที่ดูดี มีสไตล์

 

   สวัสดีเพื่อนๆ ชาว 2 ล้อทุกคนเครับ gadget สินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้เป็นรถมอเตอร์ไซต์ครับ ใครที่รักการขับขี่บิ๊กไบท์ต้องห้ามพลาด เพราะครั้งนี้ 108plaza ของเราจะทำการรีวิวรายละเอียดของตัวรถมอเตอร์ไซต์บิ๊กไบท์ยี่ห้หนึ่ง ซึ่งต้องบอกว่าเป็นยี่ห้อของไทย ผลิตออกมาจากโรงงานของไทยเช่นกัน แต่รูปทรงของตัวรถนั้นดูสปอร์ต โฉบเฉียวมากเลยทีเดียว เรียกว่าดีไซน์ของรถนั้นผมว่าสวยไม่แพ้รถญี่ปุ่น หรือรถมอเตอร์ไซต์แบรนด์ดังๆ เลยนะครับ เดี่ยวผมจะพาทุกท่านไปชมกันว่า สเปคของตัวรถนั้นเป็นอย่างไรบ้าง อารมณ์ในการขับขี่จะแรงถึงใจนักบิดอย่างเราๆ หรือไม่ มาดูกันครับ

   รถเตอร์ไซต์ 2 ล้อคันใหญ่ที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ในรูปด้านบนนี้เป็นรถที่ผลิตในประเทศไทยครับ แล้วก็พัฒนาโดยคนไทยด้วย มีชื่อรุ่นว่า GPX CR5 150 ซีซี แต่ก่อนที่จะไปทำการทดสอบม้าพยศตัวนี้กันเนี่ยนนะครับ ผมจะรีวิวรายละเอียดของตัวรถรอบๆ คันกันสักนิดหนึ่ง เริ่มด้วยตัวไฟหน้าแบบโคมไฟเดียวที่ด้านในใช้หลอดแบบ ฮาโรเจน ภายในโคมก็จะมีไฟ daylight LED ขนาบข้างเอาไว้อยู่ ก็ดูสวยงามในการเปิดตอนกลางวันนะครับ ในส่วนถัดมาก็จะมีแฮนต์เป็นท่อกลมสีดำเทาดูดุดันเพิ่มขึ้น ในส่วนของสวิทซ์ด้านขวาก็จะมีปุ่มเปิดปิดไฟ ปุ่มไฟผ่าหมาก ปุ่มสตาร์ท มองขยับเข้ามาตรงกลางก็จะเห็นเป็นมาดวัดด้านหน้า ที่ผสมผสานกันด้วยมาดวัดแบบดิจิตอลกับอานาร๊อกได้ลงตัวทีเดียวครับ ตัวเรือนไมท์จะเป็นดิจิตอล มาดวัดรอบจะเป็นอานาร๊อก แล้วก็มีไฟบอกเกียร์บนแผงหน้าปัดมาให้ด้วย ใครที่เป็นมือใหม่ ไม่ชีนกับการขับขี่ก็ช่วยได้เยอะ ขยับมามองที่ตรงแฟริ่งค์ด้านข้างกันบ้าง วัสดุที่นำมาทำนั้นเป็นไฟเบอร์ก็ดูแข็งแรงในระดับหนึ่งครับ พร้อมกับมีสติ๊กเกอร์เขียนชื่อรุ่นติดเอาไว้เลย ถัดมาเป็นเบาะนั่งแบบตอนเดียวแต่ด้านท้ายจะยกระดับอย่างที่เห็นในรูปนะครับ ซึ่งความนุ่มของเบาะก็ทำให้การขับขี่นั้นอยู่ในท่าที่สบายครับ ขับกันได้ยาวๆ เลยทีเดียว แต่สำหรับเบาะของผู้โดยสารด้านหลัง ก็อาจจะต้องพักบ้างถ้าอยู่ในระยะทางไกลๆ นะครับ

   ทีนี้มาดูในส่วนของเครื่องยนต์กันบ้างดีกว่าครับ เป็นเครื่องยนต์ความจุขนาด 150 ซีซี แบบคาบูเรเตอร์ 1 ลูกสูบ มาพร้อมกับระบบกันสั่นสะเทือนแบบโช๊คหน้าคู่ ด้านหลังจะเป็นโช๊คเดี่ยว มาที่ระบบเบรกกันบ้างครับ จะเป็นแบบดิสก์เบรกหน้าหลัง มาพร้อมกับล้อแม็กซ์สีดำแบบ 5 ก้าน เมื่อดูไปรอบๆ คันก็จะพบว่าองค์ประกอบส่วนใหญ่ดูดุดัน สมตัว วัสดุต่างๆ ผมว่ามันสอบผ่านนนะครับ เรื่องของความแข็งแรง เรื่องของวัสดุที่นำมาทำไมว่าจะเป็นท่อใหญ่ เฟรมดูแข็งแรง ดูๆ แล้วสวยครับ

   มาถึงช่วงที่จะได้ลองปราบเจ้าม้าพยศตัวนี้แล้วครับ การทดสอบขับขี่ GPX CR5 คันนี้นะครับ เราทำการทดสอบด้วยกัน 2 แบบ 2 เส้นทางครับ ในเส้นทางแบบแรกนั้นเราไปทดสอบในทางขึ้นเขาที่มีโค้งและก็มีทางตรงให้ได้ทดสอบกัน ด้วยน้ำหนักตัวรถที่ไม่หนักมากเนี่ยนนะครับ พร้อมกับวงเลี้ยวที่กว้างพอสมควร ทำให้อารมณ์ในการเข้าโค้งเนี่ยมันทำได้ง่ายแล้วก็คล่องตัวดีครับ แต่ต้องบอกว่าเรื่องของน้ำหนักรถที่เบา ถ้าใครที่ขับไม่เป็น ยังไม่รู้จักกับตัวรถมากนักเนี่ย ผมว่าต้องเข้าโค้งด้วยความเร็วต่ำนะครับ ซึ่งตอนที่ผมได้ทดสอบขับแรกๆ เนี่ยเวลาเข้าโค้งจะรู้สึกว่าด้านหน้าจะมีน้ำหนักที่เบา ก็กลัวหลุดไปบ้างเหมือนกัน แต่พอได้จับจนชีนก็โอเครครับ ต่อมาก็มาทดสอบกันในเส้นทางตรงเพื่อวัดความแรงของตัวรถกันบ้างครับ ต้องบอกว่าแรงต้นในช่วงเกียร์ต่ำๆ เนี่ยทำได้ดีเลยทีเดียวครับ มีแรงท๊อกซ์ที่สามารถดันรอบขึ้นไปได้ดี เมื่อผมได้ลองอัดเต็มๆ ในทางตรงจะได้ความเร็วอยู่ที่ 125-130 ได้อยู่แบบยังไม่สุดนนะครับ เพราะผมไปทดสอบในถนนจริงๆ

ซึ่งอาจจะทำความเร็วได้ไม่เยอะเท่าที่ควร ซึ่งถ้าให้คิดว่าได้ไปลอง gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ในสนามก็อาจจะทำความเร็วได้เยอะกว่านี้อีกนิดหนึ่งนะผมว่า ตัวระบบเกียร์ก็เป็นแบบ 6 speed ตามมาตรฐานของรถ ซึ่งความรู้สึกในการขับอยู่ในเส้นทางราดชันตอนที่ไปบนเขานะครับ ในช่วงเกียร์ต่ำ 123 หรือ 321 เนี่ยมีการชิปเกียร์ได้ค่อนข้างรวดเร็ว ตอบสนองต่อการใช้งานได้ดี โดยเฉพาะเส้นทางราดชัน ในช่วงที่เราลงเขา ต้องใช้ engine เบรกเนี่ยนะครับ สามารถทำได้ดีครับ ตัวรอบเครื่องมีแรงดึงได้ดีเลยทีเดียว แต่ข้อสังเกตของผมที่ดูเหมือนจะแปลกไปกว่ารถบีกไบท์ค่ายอื่นๆ ก็คือตรงองศาของแฮนต์ที่ปรับเฉจมาไม่ค่อยเหมือนกับรถค่ายอื่นๆ ที่รถคันนี้จะมีองศาของตัวแฮนต์จับที่ค่อนข้างจะกว้างกว่าค่ายอื่นๆ ซึ่งถ้าได้มาลองขับในช่วงแรกๆ อาจจะรู้สึกผิดธรรมชาติไปนิดหนึ่ง แต่ว่าเมื่อได้ขับแล้ว เมื่อเราอยู่ในช่วงแบนโค้งหรือเทโค้งลงไปเนี่ย ผมว่าองศาประมาณนี้ก็ทำได้ดีเช่นเดียวกันนะครับ

Review Doogee X6 มือถือจอใหญ่ ราคาถูก แต่ใช้งานดี

 

   สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว 108plaza ทุกท่าน ในตอนนี้ผมก็มีอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์มำทการรีวิวกันอีกแล้วครับ ตราบใดที่โลกนี้ยังหมุนไปข้างหน้า สินค้าอินเทรนด์ยังมีอยู่ เราก็จะทำการรีวิวกันอย่างนี้เรื่อยๆ นะครับ สำหรับครั้งนี้เป็นคิวของสมาร์ทโฟนแบรนด์จีนอีกหนึ่งรุ่นที่เปิดตัวออกมาใหม่ในช่วงต้อนรับสงกรานต์นี้นะครับ เป็นมือถือแบรนด์จีนที่รุ่นก่อนหน้านี้ก็ประสบความสำเร็จไปดีพอสมควร ยอดขายในบ้านเราถือว่าน่าลงทุน เจ้าของสินค้าแบรนด์นี้เลยเดินหน้าเปิดตัวรุ่นใหม่ออกมา คือตัวนี้ครับ

   สมาร์ทโฟนที่เห็นอยู่ในรูปนี้มีชื่อว่า Doogee X6 ครับ แน่นอนว่าหลายคนคงจะไม่คุ้นแบรนด์นี้สักเท่าไหร่ แต่ก็เป็นสมาร์ทโฟนที่ทำออกมาได้ราคาถูกครับ แล้วก็น่าใช้งานด้วย คือต้องบอกก่อนเลยว่าสมาร์ทโฟนเครื่องนี้เนี่ยราคาเค้าอยู่ที่ 3 พันบาทมีทอนนะครับ คือถ้าใครที่ไม่อยากเสียตังค์กับมือถือแพงๆ ปีหนึ่งเปลี่ยนสองครั้ง หรือว่าปีละครั้ง อะไรแบบนี้มันคิดๆ ทบๆ ไปแล้วมันก็เยอะอยู่ ก็เอาราคาแบบนี้แหละ หายไม่เสียดาย พังไม่เสียดาย เล่นเน็ตได้ เล่นเฟสได้ เล่นไลน์ได้ ถ่ายรูปก็ดูรู้เรื่อง ภาพก็ชัด อะไรแบบนี้นะครับ ผมว่าเป็นอะไรที่เหมาะสมสำหรับเครื่องนี้ครับ

   มาดูสเปคกันคร่าวๆ บ้างดีกว่าครับ มาพร้อมกับขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้วนะครับ สาเหตุที่เค้าทำจอขนาดนี้มาเนี่ย ก็เพราะว่าทาง doogee เองเค้าก็บอกว่ายังมีคนที่ต้องการสมาร์ทโฟนจอใหญ่ๆ อยู่ หน้าจอความคมชัดระดับ HD เลยนะครับ ให้ความจุของแบตเตอร์รี่มาที่ 3000 mAh ในกล่องก็จะมีใบรับประกันมาให้ ดูดีๆ นะครับ ต้องมีใบรับประกันสำหรับบ้านเราด้วย ถ้ไม่มีจะเป็นเครื่องนอก เราจะไม่สามารถเข้าศูนย์ doogee ที่บ้านเราได้ แล้วก็มีคู่มือมาให้ แล้วก็มีฟิล์มกันรอยมาให้ แล้วก็มีหัวชาร์จและสายชาร์จแบตมาให้ เท่านี้เองนะครับ ไม่มีหูฟังมาให้อีกเช่นกันในรุ่นนี้ ไม่รู้จะเพิ่มต้นทุนไปอีกนิดหนึ่งก็ไม่ได้ ก็ไปหาหูฟังเอากันเองนะครับถ้าใครซื้อรุ่นนี้ ตัวเครื่องก็มี 2 สีให้เลือกครับ มีสีดำ แล้วก็สีขาว ตัวบอดี้เป็นพลาสติกครับ ราคาเท่านี้คงเป็นอลูมิเนียมไปไม่ได้แน่ๆ แต่ดีไซน์ก็สวยครับ งานประกอบก็ดีเลยทีเดียว แน่นหนา แต่เป็นที่น่าเสียดายว่ารุ่นใหม่แต่ยังไม่รองรับ 4G นะครับ ยังได้แค่ 3G ทุกเครือข่ายในบ้านเราอยู่นะครับ มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 5.1 แล้วนะครับ สำหรับพื้นที่ว่างจริงๆ ที่หน่วยความจำในตัวเครื่องให้มาเนี่ยนนะครับ จะเหลือให้งานงานนิดเดียวครับ 5 GB กว่าๆ เท่านั้นเอง ลงเกมส์ ลงแอปพื้นฐานหมดแล้วนนะครับ ก็สามารถที่จะใส่ micro SD Card ได้ด้วย ก็ไปเพิ่มกันเอานะครับ ต้องบอกนิดหนึ่งว่าตัวที่ได้มารีวิวเนี่ยนนะครับ เป็นสีดำ รู้สึกว่ามันเป็นรอยนิ้วมือง่ายนะครับ แนะนำว่าวิธีเช็ดหน้าจอเนี่ย เราใช้น้ำยาเช็ดกระจกเลยครับ ฉีดใส่ผ้า แล้วก็ค่อยๆ เช็ด จะดีกว่าพวกสเตครีนที่มันจะเหนียวๆ หนึดๆ นะครับ

   เมื่อเปิดหน้าจอขึ้นมานะครับ จอสีสวยครับ ไม่ขี้เหร่เลย ฟี่เจอร์เด่นๆ ก็มีอยู่เล็กน้อย อย่างเช่น การใช้นิ้วแตะหน้าจอ 2 นิ้วพร้อมกัน จะเป็นการเปลี่ยนภาพหลังหน้าจอทันที แล้วใครที่ไม่เคยใช้ Doogee ก้ไม่ต้องห่วงเรื่องของภาษาในตัวเครื่องนะครับ สำหรับรุ่นนี้มีภาษาไทยมาให้ใช้งานกันอย่างง่ายๆ แล้ว อีกหนึ่งฟี่เจอร์ที่น่าสนใจ คือโหมดขอความช่วยเหลือเร่งด่วน สามารถตั้งเบอร์เอาไว้ได้ จะเป็นเบอร์คนสนิท ก็จะส่งข้อความไปขอความช่วยเหลือได้ทันทีเมื่อกดโหมดนี้นะครับ ตัวชิปประมวลผลภายในเป็น MTK 6580 อยู่บนสถาปัตยกรรม 32-bit อยู่นะครับ ความเร็วก็อยู่ในเกณฑ์กลาง ๆ แล้วก็จะให้ตัวการ์ดจอเป็น Mali-400 ถามผมว่าสเปคเท่านี้ เล่นเกมส์ได้ไหม ได้ครับ คือเกมส์ทั่วไปไก่กา เล่นได้อยู่แล้วครับไม่ต้องห่วงเลย แล้วก็จะมีเกมส์ที่เป็นกราฟฟิกกลางๆ เนี่ยการ์ดจอตัวนี้เอาอยู่ครับ เรียกว่าทำได้ดีครับ ดีเกินราคานี้ละเอากันอย่างงั้นเลยนะครับ

   ส่วนเรื่องของกล้องกันบ้าง ทั้งหน้าและหลังคุณภาพถ่ายรูปได้ ดูแล้วรุ้ว่าเป็ฯรูปอะไร แต่ไม่ได้ถึงขั้น ว้าว ในราคาเท่านี้นะครับ เสียงลำโพงดีเลย ดังดีครับ แต่ข้อเสียคือ มี touch screen ได้แค่ 2 จุดเอง ใครที่พิมพ์เร็วๆ จะมีปัญหาอาจจะเพี้ยนนิดหนึ่งครับสำหรับเครื่องรุ่นนี้ แต่ก็เป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่มีราคาถูกแต่คุณภาพน่าใช้งานครับ

   

มาอีกแล้วกับ Samsung Galaxy J7 2016 เวอร์ชั่นใหม่ไฮไลกว่าเดิม เพิ่มเติมที่แบตเตอร์รี่ขนาดใหญ่

 

   สวัสดีครับแฟนๆ ของเรา 108plaza รวมไปถึงสาวกของสมาร์ทโฟนแบรนด์เกาหลีทุกท่านเลย ในตอนนี้เรามีข่าวมาอัพเดทก่อนใครที่นี่ที่เดียวเลยครับ กับข่าวของทาง Samsung ที่คาดว่าในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ ทางซัมซุงเองจะเตรียมตัวเปิดตัวสมาร์ทโฟนที่ขายดิบขายดีกันในปีที่แล้วนำมาปรับเปลี่ยนโฉมและสเปคเพื่อให้ทันยุค ทันสมัยมากขึ้น แล้วก็คาดว่าสมาร์ทโฟนในรุ่นนี้จะมาทำตลาดได้ดีเหมือนปีที่แล้วอีกอย่างแน่นอน เพื่อนๆ คงอยากจะรู้กันแล้วใช่ไหมละครับว่าสมาร์ทโฟนที่ผมโปรยมานั้นมันคือรุ่นอะไร ตัวไหนกันแน่ ไม่รอช้าครับ มาติดตาม gadget สินค้าอินเทรนด์และข่าวอัพเดทก่อนใครได้ที่นี่เลยดีกว่า

   หลังจากที่ Samsung เองได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนใน series A ในเวอร์ชั่นปี 2016 กันไปเมื่อประมาณต้นปีนี้นะครับ ผ่านไปไม่กี่เดือน Samsung เองก็เตรียมตัวจะปล่อยสมาร์ทโฟนใน series J ที่ขายดิบขายดีในปีที่ผ่านมานำมาอัพเกรดใหม่ครับ ซึ่งรูปสินค้าตัวอย่างที่คาดว่าน่าจะเปิดตัวเป็นๆ ตัวจริงกันออกมาอีกไม่นานนี้ก็คือสมาร์ทโฟนในรุ่น Samsung galaxy J7 ในเวอร์ชั่นปี 2016 นั้นเองครับ โดยคาดว่าจะมีการปรับเปลี่ยนสเปคในหลายๆ ส่วนด้วยกัน

   จากข่าวที่หลุดออกมาอย่างไม่เป็นทางการของทาง Samsung นะครับ คาดว่า Samsung galaxy J7 2016 นี้จะมาพร้อมกับหน่วยประมวลผลที่เป็นตัว snapdragon 617 หรือไม่แน่ก็อาจจะใช้ตัวเบาลงมาอีกนิดหนึ่งเป็นตัว snapdragon 615 ก็อาจจะเป็นได้ครับ สาเหตุที่ใช้ตัวซีพียูที่ไม่แรงมากนักนั้นก็เพราะว่าจะเน้นฐานลูกค้าระดับกลางที่ต้องการใช้งานแบบทั่วไปที่เพียงพอต่อความต้องการนั้นเองครับ มาพร้อมกับขนาดหน้าจอที่ไม่ใหญ่มากเท่าไหร่ 5.5 นิ้วครับ ความละเอียดของหน้าจอนั้นอยู่ที่ 1920*1080 ล้านพิกเซล ความคมชัดระดับ Full HD เป็นหน้าจอที่ยังคงเอกลักษณ์ความสดที่เป็นแบบ super amoled คงเดิมครับ หน่วยประมวลผลน่าจะเป็นแบบ 8 แกนสมอง Octa-core วิ่งด้วยความเร็ว 1.6 GHz แล้วก็คาดว่าจะให้ความแรงของเครื่องด้วย RAM 3 GB มีหน่วยความจำภายในตัวเครื่องอยู่ที่ 16 GB ซึ่งคาดว่าน่าจะเพิ่มหน่วยความจำสำรองได้เช่นกัน ส่วนเรื่องสเปคของกล้องนั้นจะให้ความละเอียดของกล้องหลังที่ 13 ล้านพิกเซล แล้วก็กล้องหน้าให้ความละเอียดมาที่ 5 ล้านพิกเซล แต่ที่มากไปกว่านั้นแต่ยังไม่ได้เป็นที่สรุปแน่ชัดว่าตัวเครื่องจะรองรับการเชื่อมต่อแบบแตะก็ติดอย่าง NFC มาให้ด้วยหรือไม่ แล้วก็เรื่องของแบตเตอร์รี่ที่มีข่าวว่าจะอัพให้อึดมากกว่าเดิม จะอยู่ที่ความจุของแบตเตอร์รี่ประมาณ 3300 หรือ 4300 mAh อันนี้ต้องรอคอยการเปิดเผยข้อมูลจากทาง ซัมซุง อีกครั้งหนึ่งครับ แต่สามารถรองรับการใช้งาน 4G LTE ได้อย่างแน่นอน

   ถ้าวิเคราะห์กันที่เห็นสเปคที่เปิดเผยออกมาอย่างไม่เป็นทางการนี้นะครับ ผมเองก็คงวิเคราะห์ว่าเรื่องของสเปคนั้นก็คงยังเน้นในฐานลูกค้าระดับกลางที่จะปล่อยราคาออกมาอยู่ไม่น่าจะเกิน 1 หมื่นบาทอย่างแน่นอนในสมาร์ทโฟน series นี้นะครับ ซึ่งซัมซุงเองก็เป็นเจ้าของตลาดจากทางสมาร์ทโฟนในฝั่งของ แอนดรอยด์ อยู่แล้วในตอนนี้เรื่องของราคาที่อยู่ในช่วงหมื่นต้นๆ เนี่ยก็อยู่ใน series A ไปแล้ว ซึ่งในรุ่น J7 ปี 2016 นี้ถ้าถามผมว่าน่าสนใจหรือไม่ ต้องบอกว่าน่าสนใจครับ เพราะสเปคที่หลุดออกมานั้นจะมีตัวสแกนลายนิ้วมือมาให้ด้วย แล้วก็มีทั้ง NFC ด้วย อันนี้เรียกว่าราคาคงต้องลุ้นละครับว่าซัมซุงเองจะยอมลดราคาลงมาสู้กับสมาร์ทโฟนแบรนด์จีนในหลายๆ แบรนด์ที่เค้าพึ่งเปิดตัวกันไปมากมาย ทั้ง Huawei , xiaomi , oppo , vivo และก็อื่นๆ อีกมากมาย ที่กำลังแข่งขันทางการตลาดกันอยู่ตอนนี้นะครับ แต่ถ้าหากว่าซัมซุงเปิดสเปคมาแบบนี้จริงๆ แค่แบตเตอร์รี่ 3300 mAh กับหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว แต่หน่วยประมวลผลภายในไม่ได้แรงมาก อยู่ในระดับกลางๆ แบบนี้ก็คงเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นหนึ่งที่สามารถเล่นโซเชียล ถ่ายรูป อัพรูป ดู youtube กันนานๆ ยาวๆ กันไปทั้งวันได้สบายเลยนะครับ ใครที่มีแผนจะเปลี่ยนสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ในช่วงนี้อย่างไงแล้วก็คงต้องอดใจรอกันสักนิดหนึ่งก็ได้นะครับ รอการเปิดตัวรูปโฉมของ Samsung galaxy J7 2016 พร้อมสเปคออกมาให้ชัวร์ๆ ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจก็ยังไม่สายครับ

   เป็นอย่างไรกันบ้างละครับเพื่อนๆ สำหรับข่าวอัพเดทล่าสุดเกี่ยวกับ gadget สินค้าอินเทรนด์ในครั้งนี้ที่ 108plaza นำมาฝากทุกๆ ท่านได้ติดตามกัน ส่วนในครั้งหน้าเราจะมีอะไรมาให้ได้ติดตามกันอีกนั้นก็ต้องขอให้เพื่อนๆ ได้เข้ามากด like กด share แฟนเพจ 108plaza ของเรากันด้วยนะครับเพื่อเป็นกำลังใจให้พวกเราทุกคนได้นำเรื่องราวดีๆ มานำเสนอกับเพื่อนๆ กันอย่างดีเรื่อยไป

LG TURBO WASH ซักผ้าสะอาดและรวดเร็ว

 

   ในเรื่องของการซักผ้าในปัจจุบันนี้ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ไม่ใช้ปัญหาอีกต่อไปแล้ว เนื่องจากเทคโนโลยีได้มีการพัฒนาไปอย่างมาสำหรับในปัจจุบัน เราสามารถที่จะใช้เวลาเพียงไม่นานในการซักผ้าที่สำคัญยังประหยังพลังงานอีกด้วย เสื้อผ้าเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องสวมใส่อยู่ทุกวันและในแต่ละวันเราก็ต้องทำกิจกรรมต่างๆมากมาย เสื้อผ้าอาจจะเกิดรอยเลอะหรือเป็นฝุ่นเจอกับสิ่งสกปรกต่างๆ ทำให้การซักเป็นสิ่งที่ยุ่งยากลำบากและใช้เวลานานในการกำจัดสิ่งสกปรกเหล่านั้น เรื่องแบบนี้ก็คงจะเป็นปัญหาหนักหากเมื่อเป็นใอดีตที่เครื่องซักผ้ายังไม่มีการพัฒนาระบบที่ดีพอ แต่สำหรับในปัจจุบันนี้เครื่องซักผ้าได้มีการพัฒนาทั้งในเรื่องของระบบต่างๆในการทำงานหรือจะเป็นรูปแบบการทำงานการออกแบบเครื่องซักผ้าก็ยังได้รับการพัฒนาอีกด้วย เครื่องซักผ้าเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญอีกหนึ่งชิ้นสำหรับบ้านเรือนเพราะเชื่อได้ว่าแทบจะทุกบ้านจะมีเครื่องซักผ้าไว้ใช้สำหรับซักผ้าชนิดต่างๆอย่างแน่นอน แม่บ้านจะใช้เครื่องซักผ้าในการทุนแรงสำหรับการทำงานบ้านในส่วนนี้ลงไปเพราะเพียงแค่นำผ้าไปใส่ลงในถังซักแล้วกดปุ่มทำงาน เครื่องซักผ้าก็จะทำงาโดยอัตโนมัติ ที่สำคัญในสังคมยุคปัจจุบันที่ชีวิตมีแต่ความเร่งรีบการทำความสะอาดเสื้อผ้าโดยการใช้เครื่องซักผ้าก็มีความสำคัญเช่นกัน เราต้องเลือกดูเครื่องซักผ้าที่เหมาะสำกับการใช้งานและสามารถที่จะทำความสะอาดผ้าได้อย่างสะอาดหมดจดและรวดเร็วอีกด้วย เพราะปัจจุบันมีเครื่องซักผ้าผลิตออกมาหลายรุ่นและหลายยี่ห้อให้เราได้เลือกซื้อ มีต้องแต่ราคาที่ถูกไปจนถึงราคาที่แพงซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ซื้อเอง แต่หากใครที่กำลังมองหาเครื่องซักผ้าสักเครื่องในตอนนี้ละก็ LG TURBO WASH กำลังเป็นสินค้าอินเทรนด์ที่น่าจะมีไว้สักเครื่อง เราลองมาทำความรู้จักกับเจ้า LG TURBO WASH ดูสิว่าทำไมถึงได้กลายมาเป็นสินค้าอินเทรนด์ในขณะนี้ได้

   เครื่องซักผ้า LG TURBO WASH ถือได้ว่าเป็นรุ่นที่มีความน่าสนใจมากเลยทีเดียว เป็นเครื่องซักผ้ารุ่น F2514NTGE ซึ่งเป็นเครื่องซักผ้าที่มีฝาหน้าสามารถที่จะจุได้ขนาด 14 กิโลกรัม สามารถซักผ้าได้อย่างเร่งด่วนโดยใช้เวลาเพียง 59 นาที โดย TURBO WASHโดยจะเป็นการที่พ้นสเปย์น้ำลงไปบนเนื้อผ้าโดยตรง พร้อมกับที่หมุนถุงซักไปด้วยความเร็วสูง 120 นาที สามารถที่จะกำจัดผงซักฟองให้หมดไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ทำให้ช่วยในการลดเวลาสำหรับการซักผ้าลงไป แต่ถึงแม้จะมีการลดเวลาการซักลงไปนั้นประสิทธิภาพของการซักและการล้างนั้นสามารถเทียบเท่าได้กับการซักด้วยโปรแกรมปกติ นอกจากนี้ LG TURBO WASH ไม่ใช้จะช่วยในเรื่องของการลดเวลาในการซักลงไปแล้วนั้นยังสามารถที่จะช่วยในการประหยัดพลังงานได้มากถึง 15% และยังสามารถประหยัดน้ำได้ถึง 40% อีกด้วย

นอกจากนี้ LG TURBO WASH ยังมี 6 MOTION DD ที่ทำให้การซักมีความสะอาดอีกทั้งยังเป็นการถนอมเนื้อผ้าเหมือนกับซักผ้าด้วยมือเลย ซึ่งถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะในการออกแบบของเครื่องซักผ้า LG โดยเฉพาะ โดยที่ถังซักผ้าสามารถที่จะเคลื่อนที่ได้ถึง 6 ทิศทาง ซึ่งทิศทางการเคลื่อนที่ของถังซักก็จะแตกต่างกันออกไปตามโปรแกรมของการซักนั้นเองด้วยเหตุนี้มันจึงช่วยนะเรื่องของการถนอมเนื้อผ้านั้นเอง มีมอเตอร์ที่ต่อตรง INVERTER DIRECT DRIVE ซึ่งไม่มีสายพานและก็ไม่มีรอกเครื่องจึงทำให้การทำงานนั้นไม่มีเสียง มีความเงียบในการทำงาน นิ่ง และยังทำให้เกิดความทนทานมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นยังไม่พอยังมีประกันตัวมอเตอร์ให้มีความยาวนานถึง 10 ปีด้วยกัน

ที่สำคัญยังเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน LG TURBO WASHจ้าไปอีกด้วยสามารถที่จะใช้ NFC ในโทรศัพท์มือถือดาว์โหลดโปรแกรมซักแบบใหม่ๆได้อีกด้วย เพียงแค่เปิดแอพพลิเคชั่นของ LG ในมือถือจากนั้นเลือกโปรแกรมที่ต้องการก็จะได้โปรแกรมซักผ้าใหม่ๆแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องซักผ้าที่มีการพัฒนาให้เข้ากับชีวิตในปัจจุบันเป็นอย่างมาก

   เครื่องซักผ้า LG TURBO WASH ที่กล่าวมานั้นถือได้ว่าเป็นเครื่องซักผ้าที่มีความน่าสนใจและไม่แปลกใจเลยที่เป็นสินค้าอินเทรนด์ที่ใครๆก็อย่างมีเป็นเจ้าของนั้นเอง เนื่องจากเป็นเครื่องซักผ้าที่มีความทันสมัยและสามารถจะซักผ้าได้โดยที่ใช้เวลาเพียงไม่นานเป็นการประหยัดเวลาในการซักผ้าลงไปอีกทั้งยังเป็นเครื่องซักผ้าที่ประหยัดไฟและประหยัดน้ำอีกด้วย หากใครที่กำลังมองหาเครื่องสักผ้าละก็ LG TURBO WASH น่าจะสามารถเป็นอีกหนึ่งทางเลือกได้ไม่อยาก

   

พรีวิว New Apple TV The 4th Generation แกะกล่องชื่นชมความเงางาม

 

   สวัสดีครับ เพื่อนๆ ชาว 108plaza ทุกท่านเลย แล้วในการพรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้ก็ต้องขอสวัสดีกับสาวกของ Apple ด้วยนะครับ เพราะเรามีสินค้าจากทางแบรนด์ผลไม้ที่เปิดตัวมาพร้อมๆ กับตัว iphone 6s เมื่อช่วงที่ผ่านมานี้เองนะครับ สินค้าที่ผมกำลังจะหมายถึงนั้นก็คือ new apple tv ตัวใหม่ล่าสุดนี้เลย จะสวยถูกใจ ไฉไลกว่าเดิม หรือเปล่านั้น มาเริ่มพรีวิวกันเลยดีกว่าครับ

   รูปสินค้าตัวอย่างที่เพื่อนๆ เห็นอยู่นี้ก็คงพอที่จะบอกถึงความรู้สึกได้บ้างนะครับ เพราะตัวกล่อง apple tv เนี่ยก็สีดำเงาเลยดีเดียว รวมไปถึงตัวรีโมทแบบใหม่ที่เป็นสีดำเช่นกัน แต่เป็นรีโมทแบบ touch screen ด้วยเนี่ยนะครับ ดูหรูครับ ซึ่งตัว apple tv ที่เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดที่ผมได้มาพรีวิวกันในตอนนี้นะครับ ก็เป็นตัวที่ซื้อมาจากประเทศญี่ปุ่น แต่คาดว่าตอนนี้ก็คงมีขายในเมืองไทยเราแล้วนะครับ แต่เวอร์ชั่นข้างในเหมือนกันครับ แต่ตัวแพ็คเก็จที่ผมได้มาตอนแกะกล่องเนี่ยก็เป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมดเลยในรายละเอียดรอบๆ ตัวกล่องนะครับ เมื่อเปิดกล่องออกมาก็จะเห็นว่ามีรีโมทคอนโทรนสีดำอย่างที่เห็นในรูปเนี่ยนะครับ ตัวรีโมทเนี่ยก็อย่างที่บอกไปว่าใช้ระบบการแตะ สไลท์ๆ เอามีปุ่มเมนู ปุ่มตั้งค่าต่างๆ รวมไปถึงการรองรับการสั่งงานด้วยเสียงด้วย เพราะมีรูปไมค์โครโฟนติดอยู่ที่ตัวรีโมทนะครับ ถัดมาก็จะเป็นตัวเครื่อง apple tv นั้นเอง ตัวเครื่องก็เป็นสีดำเงาเลยทีเดียว น้ำหนักเบาครับ แล้วก็บางกว่ารุ่นเดิมอีกด้วย ตัว apple tv ที่ผมได้มาก็มีความจุที่ 32 GB นั้นเอง ก็น่าจะพอแล้วนะครับสำหรับการใช้งานปกติ เรียกว่าถ้าไม่พอก็สตรีมเอาได้ แก้ไขปัญหากันไป ก็จะประหยัดเงินในกระเป๋าเราได้เยอะนะครับสำหรับคนที่อยากจะได้ apple tv มาครอบครอง ส่วนอุปกรณ์ที่ให้มาในกล่องก็จะมีสายไฟเสียบปลั๊ก แล้วก็สายไลท์นิ่ง เท่านี้เองนะครับที่ในตัวกล่องของ apple tv ที่ให้มา มีไม่เยอะครับ ตัวกล่องของ apple tv ก็มีโลโก้ของ แอปเปิ้ล อยู่ด้านบนเหมือนกับรุ่นเดิมเลย แต่วัสดุที่นำมาทำเนี่ยดีกว่าเดิม เบากว่าเดิม บางกว่าเดิม ถ้าเป็นสาวกแอปเปิ้ลเนี่ยก็ต้องบอกว่าพรีเมี่ยมสุดๆ เลยครับ

   ทีนี้ก็มาทดลองใช้งานกันบ้างนะครับ หลังจากที่ได้ทำการคว้ากรรโกรแกะกล่องกันอย่างประณีตมาแล้ว เรียกว่าถนอมสุดๆ ก็ต้องบอวก่าตัว apple tv ที่ให้มาเนี่ยผมก็ควักกระเป๋าซื้อมาเองเลยนะครับ ก็มาลองต่อสายต่างๆ เข้ากับจอทีวีกันบ้างดีกว่า มันจะเจ๋งแค่ไหน เมื่อเทียบกับรุ่นเดิมที่ผมก็เคยมีโอกาสได้นำเครื่องจริงๆ มาลองรีวิวกันไปแล้ว และยังจำได้ดีว่าตอนนั้นมันก็เจ๋งแล้วนะสำหรับรุ่นเดิม

   New apple tv 4th gen ต่อสายต่างๆ เข้ากับทีวี เชื่อมต่อผ่านพอร์ด HDMI เรีรยบร้อย เสียบปลั๊กเข้าไป จากนั้นก็มาจับรีโมทที่เป็นแบบ touch เนี่ยนะครับ อันดับแรกเลยที่ตัว apple tv ให้เราทำก็คือเลือก location ครับ เราก็เลือกไปเลยว่าเป็น ไทยแลนด์ จากนั้นก็ทำการเชื่อมต่อตัว apple tv เข้ากับระบบอินเตอร์เน็ต wi-fi ของเรา ก็เลือกเชื่อมต่อเข้าไป จากนั้นก็มาทำการใส่ apple ID เข้าไป ก็ตั้งค่าเริ่มต้นกันปกตินะครับ จากนั้นก็จะเข้าสู่หน้าจอที่เป็นภาพพักหน้าจอพร้อมใช้งาน ก็มีหลายๆ ภาพที่เปลี่ยนไป เป็นภาพภูเขา ทะเล ท้องฟ้า ก็ดูสดใสดีครับ จากนั้นก็จะเห็นว่ามีหน้าจอหลักขึ้นมาให้เราเลือกใช้งานกัน ก็จะจำพวก app store ให้ได้ทำการดาวน์โหลดแอพกันได้ผ่านตัว apple tv นี้นะครับ ก็จะมีให้ได้เล่นเกมส์ โหลดเกมส์ โหลดหนัง ดูหนังผ่านตัวแทนต่างๆ ที่เค้ามีมาให้เป็นทั้งหนังในต่างประเทศด้วย หนังในบ้านเราด้วย มีครอบเลย รวมไปถึงการช็อปปิ้งออนไลน์ผ่านตัว apple tv เครื่องนี้ได้เช่นกัน ก็ควบบคุมผ่านตัวรีโมทที่เราสามารถแตะๆ เลื่อนๆ กันได้ก็ง่ายดีครับ ในส่วนของความลื่นไหลในการทำงานนั้นไม่ต้องห่วงเลย ทำได้ดีเลยทีเดียวครับ

 

   ใครที่เป็นสาวกของ apple เองรวมไปถึงชอบ gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ แล้วก็ชอบการพรีวิวอุปกรณ์ไอทีในบทความอื่นๆ ก็เข้าไปกด like กด share เพจของ 108plaza ของเราด้วยนะครับ เพื่อเป็นกำลังใจให้ผมได้ทำบทความรีวิวสินค้าดีๆ กันอย่างนี้อีกเรื่อยๆ ในส่วนของการรีวิวสินค้าในครั้งต่อไปนั้นจะมีอะไรดีๆ มานำเสนออีกนั้นก็ต้องคอยติดตามกันด้วยนะครับ รับรองได้ว่าเด็ดแน่นอน

Microsoft Lumia 950 สมาร์ทโฟนที่ทำงานได้เหมือน PC ขนาดจิ๋ว

 

   เรียกว่าได้ว่าสมาร์ทโฟนในฝั่งของ windows phone นั้นดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยได้รับความสนใจจากคนที่ใช้งานสมาร์ทโฟนกันมากเท่าไหร่ในตอนนี้นะครับ แต่สำหรับคนที่ต้องการใช้งานแบบที่อยากได้สมาร์ทโฟนเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์เล็กๆ เอาพกพาไว้ติดต่อแล้วก็สามารถทำงานได้เหมือนกับคอมพิวเตอร์เลยเนี่ยนะครับ คนใช้งานในกลุ่มนี้ก็ยังถือว่าสมาร์ทโฟนในฝั่ง windows phone ก็ถือว่ามีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ตอบโจทย์ได้ดีเลยทีเดียว แต่ก็ดูเหมือนว่า windows phone ในรุ่นที่ผ่านมานั้นก็ยังมีปัญหาหลายๆ อย่างด้วยกัน ที่ทำให้ผู้คนทั่วไปยังไม่ค่อยจะเห็นจุดเด่นที่สื่อสารทางการตลาดออกมามากนัก แต่สำหรับ gadget สินค้าอินเทรนด์ที่ 108 plaza จะนำมารีวิวในตอนนี้นั้น เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจากทาง Microsoft lumia ที่ทำออกมาได้ค่อนข้างที่จะตอบโจทย์ผู้ใช้งานกันค่อนข้างมากเลยทีเดียวครับ แล้วก็เป็นสมาร์ทโฟนที่ค่อนข้างน่าสนใจด้วย แต่จะมีฟี่เจอร์อะไรเด็ดๆ เข้ามาให้เราได้ใช้งานกันบ้างนั้น มาดูกันดีกว่าครับ

   รูปตัวอย่างสินค้าที่เพื่อนๆ เห็นอยู่นี้เป็นสมาร์ทโฟนในมุมเล็กๆ ที่มีผู้คนใช้งานกันอยู่ในรุ่นที่ผ่านๆ มา เพื่อไม่เสียเวลาผมจะพาไปดูสเปคของสมาร์ทโฟนที่เรียกว่าได้ว่าเป็นคอมพิวเตอร์ PC ในร่างของสมาร์ทโฟนตัวนี้กันเลยดีกว่าครับ หน้าจอมีขนาดไม่ได้ใหญ่มาก ให้การสัมผัสและการจับถือใช้งานที่กำลังพอดีมือด้วยขนาดหน้าจอ 5.2 นิ้ว claerblack amoled 2560*1440 pixel screen อันแน่นมาด้วยชิปประมวลผลเป็นแบบ qualcomm snapdragon 808 วิ่งด้วยความเร็ว 1.8 GHz HEXA-CORE CPU แล้วก็สามารถรองรับการเชื่อมต่ออันเตอร์เน็ตแบบ 4G LTE อีกด้วย ให้พื้นที่จัดเก็บภายในมาที่ 32 GB แล้วก็จะสามารถเพิ่มหน่วยความจำสำรองได้เป็นแบบ micro SD Card ได้มากถึง 200 GB กันเลยทีเดียว ก็เรียกได้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่สามารถจัดเก็บข้อมูลเพิ่มเติมได้เยอะเลยทีเดียวครับ ใครที่มีข้อมูลที่ต้องใช้งานกันเยอะๆ เนี่ยผมว่ามันตอบโจทย์ได้ดีเลยทีเดียว ให้ RAM มาที่ 3 GB ให้ความละเอียดของกล้องหน้ามาไม่ได้มากมายเท่าไหร่ครับ ให้มาเพียงพอกับการเซลฟี่ได้ไม่ขี้เหร่นัก เพียง 5 ล้านพิกเซลเท่านั้นเอง แต่จะดูโดดเด่นก็ตรงที่กล้องหลังนั้นให้ความละเอียดมามากถึง 20 ล้านพิกเซลเลยทีเดียว ก็คงเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของ Microsoft lumia 950 เครื่องนี้นะครับ ที่สำคัญกล้องหลังยังมี flash แบบ netural type ที่มีถึง 3 ดวง 3 สี เพื่อเกลี่ยแสงที่ออกมาให้เป็นธรรมชาติมากที่สุดในการถ่ายภาพในที่มึดนั้นเองครับ ก็ถือว่าเป็นเทคโนโลนีไฟ flash แบบใหม่ ที่ปี 2015 ก็ยังเป็นไฟ flash แบบ ทูโทน คือมีไฟ 2 ดวง 2 สี อยู่เลยนะครับ ให้ความจุของแบตเตอร์รี่มามากพอกับการใช้งานทั้งวันที่ 3000 mAh แต่ที่เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของสมาร์ทโฟนเครื่องนี้เลยคือ มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการตัวใหม่ล่าสุด windows 10

   แต่ถ้าให้ผมเองมองภาพแล้วก็การสัมผัสตัวจริงของสมาร์ทโฟนเรือธงตัวแรกของทาง Microsoft เองตัวนี้นะครับ ผมว่ามันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงรูปโฉมจากรุ่นที่ผ่านๆ มาสักเท่าไหร่นัก เพียงแต่ว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปนั้นก็คือสเปคภายในที่ดูเหมือนจะใช้งานกันได้มากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเท่านั้นเอง เมื่อเปิดหน้าจอขึ้นมา ก็แสดงให้เห็นว่าความละเอียดที่ให้มา กับหน้าจอที่เป็นแบบ claerblack amoled นั้นแสดงภาพได้อย่างเป็นธรรมชาติดีเลยทีเดียวครับ สีสันอาจจะไม่สดเท่ากับจอที่เป็น super amoled เท่าไหร่นัก แต่สีสันนั้นเรียกว่าดูนานๆ ก็ยังสบายตาอยู่ครับ ฝาหลังสามารถถอดได้ ส่วนพอร์ดเชื่อมต่อเป็นแบบ USB Type C แบบใหม่แล้ว สำหรับใครที่เคยใช้สมาร์ทโฟนในฝั่งของ android หรือ IOS มาก่อนนั้นแล้วจะย้ายมาฝั่ง windows phone ก็คงต้องปรับตัวกันเยอะสักหน่อยกับการใช้งานที่ลงลึกจริงๆ เพื่อให้ใช้งานได้อย่างคุ้มค่า แต่ถ้าใครที่เคยใช้ windows phone มาก่อนแล้วก็คงจะไม่ได้ยากเย็นอะไรครับ ทันทีที่เปิดหน้าจอมาผมก็ทำการทดสอบการใช้งานของกล้องหลังก่อนเลยครับ เรียกว่าเป็นตัวชูโรงมาเลยก็ว่าได้ เมื่อเข้าไปกล้องก็ไม่ผิดหวังครับ สามารถทำงานได้ดี มีการโฟกัสได้รวดเร็ว ภาพที่ได้นั้นดูมีความคมชัดมากเลยทีเดียว แล้วอีกหนึ่งจุดเด่นสำหรับการใช้งานบน windows phone ก็น่าจะอยู่ตรงที่มันทำงานเป็นระบบปฏิบัติการ windows 10 ที่คล้ายกับการทำงานบนคอมพิวเตอร์ ทำให้สมาร์ทโฟนเครื่องนี้มันทำงานได้ไม่ยากนักในอารมณ์การใช้งานคอมพิวเตอร์จิ๋วนั้นเอง

   อีกหนึ่งฟี่เจอร์เด็ดของ gadget สินค้าอินเทรนด์ที่นำมารีวิวในตอนนี้ คือการต่อ display dock ผ่านพอร์ด USB Type C ก็สามารถเชื่อมต่อเมาส์ และ คีย์บอร์ด รวมไปถึงการเชื่อมต่อภาพออกไปยังหน้าจอใหญ่ได้อีกด้วย เท่านี้ก็เปลี่ยนสมาร์ทโฟนให้กลายเป็นคอมพิวเตอร์ขนาดจิ๋วได้แล้วครับ ใครสนใจสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ก็ลองไปหาดูตามศูนย์บริการได้แล้วตอนนี้