รีวิว หูฟัง in-ear แบรนด์น้องใหม่จากอังกฤษ RHA T20

 

   ถ้าเอ่ยชื่อถึงแบรนด์ RHA หลายคนก็คงยังไม่รู้จักและยังไม่คุ้นหูคุ้นตากันสักเท่าไหร่ แต่ถ้าให้บอกรายละเอียดก็ต้องบอกว่า เป็นแบรนด์น้องใหม่สัญชาติเมืองผู้ดี อังกฤษ กันเลยทีเดียว ที่เข้ามาทำตลาดในกลุ่ม gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เกี่ยวกับอุปกรณ์ไอที หูฟัง และอื่นๆ เดี่ยวเราไปดูกันว่าแอดมินจะมีอะไรมารีวิวกันสำหรับแบรนด์ RHA

   นี่คือ RHA T20 เป็นหูฟังแบบ in-ear ตัวใหม่ล่าสุดที่มีตัวแทนจำหน่ายในบ้านเรานำเข้ามาทำตลาด ซึ่งในซีรีส์นี้ก็จะมีเปิดตัวมา 2 รุ่นก็คือตัว T20 และ T20i จุดที่แตกต่างกันก็จะมีแค่ตัว control talk กับไม่มีแค่นั้นเอง ตัว T20 ก็จะเป็นหูฟังแบบธรรมดาไม่มี control talk ส่วนการดีไซน์ตัวกล่องก็เรียบง่าย รายละเอียดข้างกล่องก็จะบอกเอาไว้ว่าเป็นหูฟังที่มีระบบป้องกันเสียง noise ด้วย ก็คือจะตัดเสียงรบกวนจากด้านนอกได้ดี นอกจากนั้นก็เป็นรายละเอียดแบบทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับตัวหูฟัง ใครที่ตัวหูฟังที่ซื้อมาแล้วก้อาจจะดูก่อนก็ได้ว่ามีรายละเอียดอะไร แต่จากการตรวจสอบของแอดมินแล้ว มันเป็นหูฟังระดับพรีเมี่ยมเลยทีเดียว มีการออกแบบตัวกล่องมาอย่างดี แบ่งแยกเป็นตัวจุกหูฟังที่เป็นซีลีโคลนแบบธรรมดา ก็มีให้มาเลือกใช้งานกันหลายขนาด ตามหขนาดของรูหูแต่ล่ะคน แล้วก็มีจุกยางที่เป็นซีลีโคลนแบบ 2 ชั้น ถัดมาด้านหลังของกล่อง จะมีตัวซองใส่หูฟัง ที่เป็นซองแบบซิบค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียว สามารถใส่ได้ทั้งตัวหูฟัง แล้วก็จุกยางซีลีโคลน แล้วก็พกพาไปได้ใส่กระเป๋าใบใหญ่หรือพกติดไปฟังเพลงด้วยได้แบบไม่ต้องกลัวว่าสายจะขาดหรือว่าจะพังเสียงหาย นอกจากนั้น ก็ยังมีตัวคลิปหนีบให้ติดกับปกเสื้อ แถมมาให้ด้วยในกล่อง 1 ตัว เอาไว้ใช้ในตอนที่ชอบเพลงแล้วสายมันจะยาวเกะกะและไปฟันกับตัวเราจนรู้สึกว่ารำคาญได้ ทาง RHA ก็ให้ตัวคลิปหนีบมาด้วย นอกจากนั้นก็จะเป็นคู่มือการใช้งาน ใบรับประกันตัวสินค้า ก็มีเท่านี้เองที่ให้มาในกล่อง

   ถัดมาก็มาดูกันที่ตัวพระเอกของเราในครั้งนี้ นั้นก็คือตัวหูฟังแบบ in-ear ตัว RHA T20 ตวนี้กันบ้าง ซึ่งตวหูฟังจะมีระบบฟิลเตอร์ที่เราสามารถจะเลือกเพิ่มพลังเสียงเบสหรือพลังเสียงในย่านอื่นๆ เพิ่มขึ้นได้ตามความชอบของเรา ถัดมาก็เป็นตัวหูฟัง ในส่วนของสายที่ทำเป็นวัสดุของสายที่หุมฉนวนมาอย่างดีอย่างหนา สายหูฟังค่อนข้างใหญ่ ฉะนั้น เรื่องของความทนทาน เรื่องของสายขาดข้างใน ตรงนี้ก็อาจจะเกิดขึ้นได้น้อยมาก แต่การใช้ก็ไม่ควรไปใช้งานแบบสมบุกสมบันมากเท่าไหร่นักนะครับ สำหรับตัวฟิลเตอร์นั้น วิธีการใช้งานก็แค่หมุนเข้ามาไปในหูฟัง แล้วจากนั้นก็สวมตัวจุกยางหรือซีลีโคลนเข้าไปอีกทีหนึ่ง ซึ่งตวฟิลเตอร์ที่ RHA ให้มานั้นในรุ่นนี้ให้มาทั้งหมด 3 แบบ ซึ่งทั้ง 3 แบบนี้จะแตกต่างกันด้วยการดูที่สี ถ้าตัวฟิลเตอร์สีส้ม ก็จะเป็นการเน้นไปที่เสียงแหลมที่เพิ่มมากขึ้น ใสขึ้น แต่ถ้าใครที่ไม่ค่อยชอบเสียงแหลมเยอะๆ มันฟังดูแล้วบาดหู ชอบแบบว่าหนักแน่น เบสหนัก เบสมาเต็มที่หูฟังทั้ง 2 ข้าง ก็สามารถเปลี่ยนตัวฟิลเตอร์ที่เป็นสีดำ ตัวนี้จะสามารถช่วยอัพเกรดคุณภาพของเสียงในย่านต่ำหรือเสียงเบสให้มีความหนักแน่น สะใจมากขึ้น

   ส่วนฟิลเตอร์อีกหนึ่งแบบก็จะเป็นสีขาว ซึ่งฟิลเตอร์ตัวนี้จะให้คุณภาพเสียงที่เป็นแนวกลางๆ มากที่สุด ซึ่งก็ใช้เพื่อการอ้างอิงก่อนว่า ถ้าหากซื้อหูฟังรุ่นนี้มาใช้งานใหม่ๆ เรายังไม่รู้บุคลิกเสียงแบบธรรมชาติที่ไม่ได้ปรับแต่งอะไรมายืนพื้นไว้ก่อน ก็ใช้ตัวฟิลเตอร์สีขาว ถ้ารู้สึกว่ามันพอดีที่สุด เสียงใสชัดเจน ชอบแล้วก็ใช้ตัวฟิลเตอร์สีขาวนี้ แต่อยากจะแนะนำว่า ถ้าจะเปลี่ยนตัวฟิลเตอร์นั้น ควรเปลี่ยนด้วยกันทั้ง 2 ข้าง เพื่อให้เสียงนั้นมันไม่ผิดเพี้ยนจากกันมากนัก

   ตัวบอดี้ของหูฟังรุ่นนี้ก็ต้องบอกว่าค่อนข้างพรีเมียมอีกเช่นกัน เพราะว่าเป็นตัวอะลูมีเนี่ยมอัลลอย ที่เป็นบอดี้น้ำหนักเบาแต่แข็งแรง ก็ดูแล้วเป็นหูฟังแนว Hi End ได้เลยทีเดียว ส่วนเรื่องสุดท้ายที่จะรีวิวกันถึง gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ที่มันมีความแตกต่างจากหูฟังรุ่นอื่นๆ ยี่ห้ออื่นๆ เลยก็คือว่า มันเป็นการออกแบบท่อนำเสียงที่โค้งจากด้านนอกเข้าไปด้านใน แล้วก็ปล่อยให้เสียงสะท้อนออกมาเข้าสู่รูหูของผู้ฟังนั้นเอง เป็นการออกแบบคล้ายเครื่องดนตรีชนิดเป่า ทำให้คุณภาพเสียงที่ได้มานั้นต้องบอกเลยว่าค่อนข้างชัดเจนและมีคุณภาพที่ดีมากเลยทีเดียว เป็นแบรนด์น้องใหม่ที่น่าติดตามและอยากจะให้ทุกคนได้ไปทดสอบใช้งานกันดู ส่วนเรื่องราคาเมื่อมันเป็นแบรนด์เมืองผู้ดีแบบนี้ ราคาก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน

รีวิว True Smart max 4.0 Plus สมาร์ทโฟนในราคา 500 เหมือนกับได้ฟรี

 

   เดี่ยวนี้อะไรๆ ก็เข้ามาแข่งขันกันเยอะขึ้น ยิ่งในวงการสมาร์ทโฟนและผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือต่างๆ ก็พากันงัดไม้เด็ดออกมา ล่าสุดนี้ True ร่วมกับร้านสะดวกซื้อชื่อดังที่เป็นในเครือเดียวกัน ก็งัดไม้เด็ด แลกซื้อเครื่อง True smart max 4.0 plus ด้วยการเติมเงิน 500 บาท เหมือนกับการซื้อเครื่อง 500 บาท แต่เงินก็ยังไปอยู่ในซิมการ์ดที่เราไปแลกซื้อมา ก็เหมือนกับได้เครื่องมาฟรีๆ อะไรแบบนั้น ซึ่งความคุ้มค่าแน่นอนว่าในฐานะที่เราใช้งานมันก็คุ้มอยู่ แต่ในฐานะของผู้รีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์อย่างเรา 108plaza กับเงินที่ต้องแลกซื้อมาในราคา 500 บาทนั้น จะใช้งานได้ดีแค่ไหน ไปทดสอบและรีวิวรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเครื่องสมาร์ทโฟนรุ่นนี้กันเลย

   หลังจากที่แอดมินเองก็ไปลองทดสอบแลกซื้อเปเลี่ยนซิม ย้ายค่ายเบอร์เดิมอะไรที่ตามเงื่อนไข ตามกติกาของ True กันมาเรียบร้อยที่ร้านสะดวกซื้อแล้วนะครับ ก็ได้ตัวเครื่องมา อยู่ในกล่องใสๆ ที่แพ็คมาก็ต้องบอกว่า 500 มันก็เหมือนกับได้เครื่องฟรีๆ มาเพราะว่าเงินก็ยังอยู่ในซิมให้เราโทรได้อยู่ แต่แพ็คเกจก็ต้องบอกว่าดีสมคุณภาพ ข้างในกล่องมีแถมมาให้ครบถ้วน ดีกว่าไปซื้อมือถือราคาถูกๆ ที่ไม่มีหูฟัง ไม่มีฟิล์ม ไม่มีเคสแถมมาให้ ต้องไปหาซื้อเอง แต่ตัวนี้มีครบเลย มีฟิล์มกันรอยที่คุณภาพอาจจะไม่ได้ดีมาก บางคนก็ติดเองไม่ค่อยดีก็ลอกออก อย่างเช่น แอดมินเองเป็นต้นที่ติดฟิล์มไม่เป็นก็ต้องลอกออก แต่คิดว่าเครื่อง 500 ก็ใช้งานกันเต็มที่เลยไม่ต้องไปกลัวว่าเป็นรอยอะไรนะครับ มีหูฟังคุณภาพก็พอใช้ได้ ไม่ได้ดีมาก มีหัวชาร์จที่ให้กำลังไฟที่ 0.5 A มาพร้อมกับสายชาร์จ และเคสใส มาที่ตัวเครื่องกันบ้าง ตัวเครื่อง 500 เหมือนกับได้ฟรี ทีแรกนึกว่าเครื่องมันก้องแก้ง แต่ว่าพอจับแล้วก็มีคุณภาพดีเหมือนกันนะครับ บอดี้เป็นพลาสติก มีแอบชุบโครเมี่ยมมาบ้างเป็นบางจุดพอที่จะให้อารมณ์ตัวเครื่องดูดีขึ้นมาได้ ปุ่มต่างๆ รอบตัวเครื่องก็แน่นหนาดี โดยรวมแล้วได้เครื่องมาฟรีแบบนี้ ก็ดูดีเลยทีเดียว

   มาดูที่สเปคตัวเครื่องกันบ้าง มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 4 นิ้ว ความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ 480*800 พิกเซล CPU spreadrum sc7731 quad-core 1.2 GHz GPU Mali 400MP2 RAM 512 MP ROM 4 GB กล้องหลังให้ความละเอียดมาที่ 5 ล้านพิกเซล แบบออโต้โฟกัสด้วย พร้อมไฟแฟลดช์ด้วย กล้องหน้าความละเอียดที่ 2 ล้านพิกเซล มาพร้อมกับ Android 5.1 L

   ทีนี้มาวิเคราะห์กันกับสเปคด้านบนกันบ้าง ต้องบอกว่าตัวเครื่องนั้นได้มาฟรีเลย แต่เอาล่ะอย่างน้อยเราก็จ่ายไป 500 บาทแล้ว ดังนั้น ถ้าถามว่าคุ้มมั้ย คุ้ม แต่จะไปเทียบคุณภาพการใช้งานกับสมาร์ทโฟนราคาหลักพันขึ้นไปคงไม่ได้ แต่บางจุดก็ยังดีกว่ามือถือราคาหลักพันก็มีเช่นกัน เมื่อลงแอพไปแล้วเรียบร้อยเหลือพื้นที่ให้ใช้งานจริงๆ ประมาณ 2 GB กว่าๆ แล้วถ้าถามต่อไปอีกว่า เมื่อได้เครื่องมาใช้งานแล้ว ผลที่ได้เป็นอย่างไร ต้องบอกอย่างนี้ว่ามันไม่ได้ไหลลื่นหัวแตกแน่นอน แล้วถามว่ามันมีอาการอึด หน่วง มีมั้ย คำตอบคือมี แต่ถ้าถามว่าการใช้งานทั่วไป เราเล่นเป็น เรารู้ถึงความสามารถของตัวเครื่องที่มันทำได้ เราก็ใช้งานได้ดีเลย ซึ่งอยากจะแนะนำว่า ตัวเครื่องที่มี RAM น้อยๆ ตัว CPU ไม่ได้แรงแบบนี้ เราต้องอย่าเปิดแอปค้างไว้เยอะๆ หรือ เข้าหลายๆ แอปพร้อมกันสลับกันไปมา แบบนี้มีอาการหน่วง อึด แน่นอน แต่ถ้าเราใช้ไปทีละแอป ทีละฟังก์ชั่น พอเลิกใช้ก็ปิดแอปนั้นทิ้งไป แล้วไปเข้าแอปใหม่ อย่างนี้เครื่องรับรองว่าไหลลื่น ใช้งานได้ดีและไม่น่ารำคาญแน่นอน แต่ถ้าใครที่ค่อนข้างใช้งานเป็น รู้เรื่องไอทีสักนิดหนึ่ง เข้าไปที่ตั้งค่าและก็ไปที่การจัดการแอป แล้วก็สั่งปิดแอปหรือสั่งจำกัดการทำงานของตัวออปที่ไม่จำเป็นที่มันทำงานตลอดออกไป เพื่อให้แรมมีเหลือเยอะขึ้น ตัวเครื่องก็ยิ่งทำงานได้ดีขึ้นตามไปด้วยนั้นเอง

   โดยรวมแล้ว gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้อย่างแรกที่ชอบ หน้าจอดี สีสด ดู youtube หรือใช้งานหน้าจอก็ดี ดูสบาย เสียงลำโพงก็มีความดังที่ชัดเจน แล้วก็การใช้งานโซเชียลต่างๆ เฟสบุ๊ค ไลน์ และอื่นๆ ก็ทำงานได้ดี แต่มีช้าบ้างในช่วงโหลดเข้าแอป จากนั้นมาก็ถือว่าไหลลื่นเลยทีเดียว เรื่องของคุณภาพกล้องทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง ต้องบอกว่าดีในระดับของฟรีที่เครื่องหลักพันก็ยังอายแบบนั้น คือ แน่นอนว่าถ่ายในที่แสงน้อยมันแทบจะดูไม่ได้เลย แต่ถ้าถ่ายในที่แสงปกติ ความสว่างพอ ภาพที่ได้ก็ชัดเจนในระดับหนึ่ง ระดับที่ดูรู้เรื่อง แต่พอซูมภาพก็จะเห็นถึงความแตก ความเบลอ แต่โดยรวมแล้วถือว่าน่าซื้อมาใช้ น่าแลกมาใช้สำหรับลูกค้า True นะครับ