All posts by 108cen

รีวิว กล้องคอมแพ็กอเนกประสงค์ Canon Power Shot G16

รีวิว กล้องคอมแพ็กอเนกประสงค์ Canon Power Shot G16 ใช้ได้ทั้งช่างภาพมือสมัครเล่นและมือโปร

   เดี่ยวนี้หลายแบรนด์ในเมืองไทยที่ผลิตกล้องคอมแพ็กทั้งระดับล่าง ระดับกลาง และก็ระดับสูงๆ ที่มีราคาหลายหมื่นบาทขึ้นมาให้เลือกซื้อกัน พรัอมทั้งความสามารถในตัวกล้องทางค่ายนั้นๆ ทำขึ้นมาให้เราได้ใช้งานกัน แต่ก็มีไม่กี่เจ้าไม่กี่แบรนด์เท่านั้นที่มีคนนิยมเล่นกัน แล้ววันนี้ทาง 108plaza ก็ได้นำเอาสินค้าอินเทรนด์ที่มีผู้คนเลือกใช้กล้องคอมแพ็กกับค่ายนี้ครับ เดี่ยวเราไปดูรูปกันก่อนดีกว่า แล้วก็จะรู้ว่าคือค่ายไหน

   ก็เป็นกล้องแบบคอมแพ็กระดับไฮเอนต์ของค่าย Canon power shot G16 ซึ่งรูปร่างหน้าตาตัวนี้ก็ทำมาให้ความรู้สึกเมื่อได้จับแล้วดูมั่นใจ ดูทะมัดทะแมงขึ้น จับแล้วก็ไม่ต้องกลัวว่าจะหลุดมือแต่อย่างใด แล้วตัวกล้องเองก็ทำฟีเจอร์มาให้มากมายในรุ่นนี้ อย่างเช่นการเชื่อมต่อแบบ wi-fi ได้ แล้วทาง canon เองก็บอกมาเลยในรุ่นนี้ว่าตัว wi-fi นั้นสามารถเชือมต่อได้ง่ายกว่า เสถียรกว่ารุ่นอื่นๆ ของ canon เอง แล้วก็ยังไม่ได้ตัดตัวการถ่ายภาพด้วยการมองผ่านเลนส์ออก เพราะเรื่องนี้สำคัญมาก กล้องคอมแพ็กหลายๆ ยี่ห้อ ตอนนี้ผลิตออกมาแล้วก็จะตัดการถ่ายภาพแบบมองผ่านเลนส์ออกแล้ว จะให้มองผ่านทางหน้าจอแสดงผลแทน แต่บางทีเมื่อเราไปถ่ายตอนกลางวันที่แสงจ้าๆ ก็จะมองไม่ค่ยอเห็นหน้าจอสักเท่าไหร่ ตัว canon รุ่นนี้ก็ยังไม่ตัดออกแต่อย่างใด เรื่องของเลนส์เองก็ยังเป็นตัว canon zoom เลนส์อยุ่ สามารถ zoom ได้ 5 เท่า มีระบบป้องกันการสั่น มีระยะเลนส์อยู่ที่ 28/140 ซึ่งเป็นระยะยกล้องในระดับกล้อง full frame เลยทีเดียว เอาง่ายๆ ว่าซื้อกล้องรุ่นนี้ไปก้ถือว่าคุ้ม เหมือนได้กล้องดีๆ ระดับสูงๆ ในราคาระดับกล้องคอมแพ็กมาใช้เลยทีเดียว แล้วก็เป็นกล้องตัวแรกในรุ่น G ที่ใช้ค่า f1.8-2.8 ซึ่งมีค่า f ที่น้อยมากๆ เลย ซึ่งค่า f ยิ่งน้อยๆ คุณภาพในการถ่ายในที่แสงน้อยๆ ก็จะดีมากด้วย ซึ่งตัวเลนส์ก็จะมีเลนส์เดียว ไม่สามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ ซึ่งหน้าตาของตัวกล้องก็จะมีแบบทั่วๆไป ก็มีปุ่มกดต่างๆ รอบๆ ตัวเครื่องไม่มากนัก ส่วนใหญ่ก็จะเน้นในเรื่องของการปรีบเปลี่ยนค่าต่างๆ ในปุ่มเดี่ยวแต่ใช้ได้หลายโหมด โดยดูจากหน้าจอแสดงผลอีกเช่นกัน

   ส่วนตัวเรื่องของไฟแฟลชก็มีมาให้แบบบิ้วอินในตัวเครื่องเลย แล้วก็ไม่สามารถเด้งออกมาเมื่อมีแสงน้อยเองได้ แต่ต้องเปิดแฟลชให้เปิดขึ้นเองด้วยการกดปุ่มเปิดแฟลชให้เด้งออกมาแทน แต่ส่วนมากแล้วกล้องคอมแพ็กรุ่นใหม่ๆ มานี้ไม่ค่อยได้ใช้ไฟแฟลชกันสักท่าไหร่ เพราะด้วยระบบการประมวลผลของกล้องเอง แล้วก็เรื่องของค่า f ที่มีมาให้แล้วก็ทำให้ไม่จำเป็นต้องเปิดแฟลชก็ได้ แต่ถ้าใครที่ชอบใช้แฟลชแบบดวงใหย่ๆ ก็สามารถเสียบต่อเข้าด้านบนได้อีกเช่นกัน ก็มีพอร์ตเสียบแฟลชใหญ่ๆ มาให้ด้วย มาดูด้านหลังของตัวเครื่องกันบ้างดีกว่า ก็มีหน้าจอแสดงผลมาให้ขนาดใหญ่ถึง 3 นิ้วเลย แต่มีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่งที่ว่า เรื่องของหน้าจอนั้นในระดับคอมแพ็กไฮเอนต์แล้วนั้น แต่หน้าจอไม่สามารถพับตามองศาต่างๆ ออกมาได้ ก็จะติดอยู่กับตัวกล้องเลย แล้วก็ไม่ได้เป็นหน้าจอแบบสัมผัสด้วย เป็นหน้าจอแบบธรรมดา ก็ต้องกดปุ่มเอาล้วนๆ เลย ก็จะปรับค่าต่างๆ ไมว่จะเป็นการ preview การลบรูป การปรับค่า ISO การถ่ายแบบโหมดวีดีโอ อะไรแบบนี้ แต่จะมีปุ่มวงแหวนที่สามารถ zoom เข้า-ออก ได้ มาให้ 2 ตำแหน่าง ปรับตัวด้านบนตัวกล้องได้ สำหรับคนที่จะถ่ายแบบมองผ่านตัวเลนส์ และ คนที่มองผ่านทางหน้าจอแสดงผลก็ปรับ zoom เข้า-ออกได้ที่ปุ่มบริเวณข้างหน้าจอได้เลย ตัวพอร์ตด้านข้างก็จะมีพอร์ต HDMI< USB , AV out, และก็ช่องใส่ sd card แล้วก็สามารถสั่งการผ่านตัวรีโมทคอนโทรนได้ด้วย ก็มีความสะดวกสบายมาให้ตรงนี้ ตัวแบตเตอร์รี่เองก็มีให้มาประมาณ 920 mAh เท่านั้น ก็สามารถถ่ายรูปได้ถึง 400-500 รูปนะครับ ก็ถือว่าตัวแบตก็ค่อนข้างอึดเหมือนกัน ถ่ายกันได้ยาวๆ เลย แล้วข้อดีอีกหนึ่งอย่างในกล้องตัวนี้ มันสามารถถ่ายรูปได้แบบมัลติช็อด ถ่ายได้ถึง 12 เฟรมติดต่อกันเลย แล้วก็ไม่จำกัดจำนวนครั้งด้วย ซึ่งจะถ่ายได้ไปเรือ่ยๆ จนกว่าเมมโมลี่จะเต็มเลย

   หลังจากที่ผมได้ทดลองใช้กล้อง canon power shot g16 ตัวนี้แล้วก็ถือว่าค่อนข้างเปิดขึ้นมาได้รวดเร็วดีครับ เมื่อกดชัดเตอร์ลองไปตัวออโต้โฟกันก็ทำงานได้ค่อนข้างเร็วดีเหมือนกัน สีของภาพเมื่อมองผ่านหน้าจอแสดงผลก็สดใส สีค่อนข้างจะออกมาจิ๊กจ๊าดดีเลยทีเดียว ตามสไตล์ของกล้อง canon ครับ สำหรับสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ก็มีดีอย่างเสียอย่างครับ แต่โดยรวมแล้วเนี่ย ผมค่อนข้างชอบเลยทีเดียว มีติอยู่อย่างเดียวเท่านั้นเอง ก์คือหน้าจอแสดงผลของเค้าไม่สามาถเปลี่ยนองศาการมองได้เท่านั้นเอง นอกนั้นถือว่าเป็นกล้องคอมแพ็กที่ดีตัวหนึ่งเลยทีเดียวครับ

Review Suunto Ambit 3 sport

Review Suunto Ambit 3 sport นาฬิกาที่เหมาะสำหรับคนออกกำลังกายแบบไตรกีฬา ตัวช่วยอย่างหนึ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้คุณได้อย่างดีเยี่ยม

   สวัสดีครับทุกท่านที่เป็นนักกีฬาและผู้ชอบออกกำลังกายทุกท่านเลย แล้ววันนี้เองเราก็ไม่ได้มีสินค้าอินเทรนด์ที่จะมารีวิวให้กับผู้ที่ชอบออกกำลังกายแบบทั่วไปเพียงเท่านั้น วันนี้เราจะมาทำการรีวิว gadget ที่เหมาะสำหรับคนชอบออกกำลังกายแบบทรหดกันเลย ขึ้นภูเขา ลงน้ำ วิ่ง ปั่นจักรยาน ไปเส้นทางแบบไม่ปกติ หรือเค้าเรียกว่า ไตรกีฬา นี่แหละครับ ถ้ามีนาฬิกาตัวนี้ไปอยู่ในข้อมืออันแข็งแกร่งของคุณแล้ว รับรองได้รับจะมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอนเลย เพราะจะทำให้คุณนั้นใช้พลังงานและหยาดเหงือทุกหยดได้อย่างคุ้มค่าในการออกกำลังกายแบบฮาร์ดคอร์ ได้อย่างดีเลยทีเดียว หลายคนก็สงสัยกันแล้วใช่มั้ยละครับว่ามันคือนาฬิกาอะไร ผลิตจากประเทศไหน เดี่ยวเราไปดูรูปและไปดูรายละเอียดพร้อมๆ กันเลยครับ

 

   ก็ต้องบอกว่านาฬิกายี่ห้อ suunto นี้เป็นแบรนด์ของประเทศฟินแลนต์ครับ เป็นนาฬิกาที่พวกคนที่ชอบออกกำลังกายแบบ ไตรกีฬา ชอบซื้อหามาใช้กันอย่างมากเลยทีเดียว ซึ่งผมดูจากรูปทรงการออกแบบ การดีไซน์รูปลักษณ์เนี่ย อย่างที่ทุกท่านเห็นไปในรูปภาพด้านบน จะเห็นว่ามันจะดูสปอร์ตมาก ดูมีพลัง ใครที่สวมใส่นาฬิกาตัวนี้เนี่ย จะดูเข้มแข็งขึ้นทันทีเลยทีเดียวนะครับ แล้วเรื่องของวัสดุที่มาทำเนี่ย ผมว่าค่อนข้างพรีเมี่ยมเลยทีเดียว เพราะการออกกำลังแบบไตรกีฬาเนี่ย มันต้องปั่นจักรยาน มันต้องลงน้ำ มันต้องวิ่ง ซึ่งการออกกำลังกายแบบนี้เนี่ย มันต้องมีการกระแทก มีการใช้งานแบบลุยๆ ว่างั้นเถอะครับ ซึ่งนาฬิกาตัวนี้เนี่ย สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ โดยผ่านการเชื่อมต่อกับบลูทูธ 4.0 ซึ่งนาฬิกาตัวนี้เนี่ย มันจะบอกเรื่องของสถิติการออกกำลังกายต่างๆ ที่เราไปออกกำลังกายมาให้เราได้ทราบผ่านทางหน้าจอบนสมาร์ทโฟนได้ด้วย แล้วก็ทำหน้าที่เป็นพวก smart watch ทั่วไป ที่มีการแจ้งเตือนเวลามีข้อความเข้า มีแอพต่างๆ เข้ามาที่เป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คต่างๆ เข้ามาได้ นอกจากจะใช้ในการออกกำลังกายแบบไตรกีฬาแล้ว เมื่อไม่ได้ออกกำลังกายก็สามารถวัดค่าต่างๆ ได้โดยการใช้ชีวิตประจำวันที่จะเคลื่อนไหวร่างกายต่างๆ ที่เบิร์นไปกี่แคลลอรี่แล้วได้อีกด้วย

 

   นอกจากตัวนาฬิกานี้มันมีคุณสมบัติพิเศษๆ อย่างที่ผมบอกไปแล้วเบื้องต้นนั้น มันก็ยังมีคุณสมบัติที่บอกแม้กระทั่งอัตราการเต้นของหัวใจเราได้อีกด้วย ซึ่งการวัดอัตราการเต้นของหัวใจนี้ ตัวฟังก์ชั่นการใช้งานจริงๆ ก็ยังมีตัววัดที่เป็นแบบสายคาดอกอีกด้วย แล้วตัวสายคาดอกนี้จะสามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้ดีกว่าตัวนาฬิกาอีก แล้วก็เหมือนเป็นตัวแทนนาฬิกาได้เลย เพราะเมื่อไหร่ที่คุณลืมสวมใส่นาฬิกาไปด้วย แต่ไม่ได้ลืมสายคาดอกที่แถมมาเมื่อคุณซื้อนาฬิกานั้นก็สามารถเชื่อมต่อแอพพลีเคชั่นของทาง suunto ได้ด้วย

   แล้วเหตุผลที่สำคัญไปกว่านั้น ด้วยความพิเสษๆ และคุณลักษณะที่โดดเด่นของนาฬิกา suunto ambit 3 sport ตัวนี้เนี่ยนะครับ ที่นักกีฬาออกกำลังกายแบบ ไตรกีฬา ชอบใช้กันก็เพราะว่ามันสามารถบอกเส้นทางที่เป็นภูมิประเทศต่างๆ เมื่อมีการแข่งขับได้ด้วย จะบอกหมดเลยเมื่อคุณไปทำการเวิร์คช็อปกอ่นที่จะมีการแข่งขันไตรกีฬาอะไรพวกนี้ แล้วก็จะมีการจับกราฟฟิกแล้วมารวบรวมเป็นแผ่นที่ให้คุณได้เดินตามเส้นทางที่บอกขึ้นมาบนสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย แล้วตัวนาฬิกาเนี่ย มันก็ยังช่วยคำนวณเรื่องความเร็วในการวิ่ง ในการปั่นจักรยาน ในการว่ายน้ำ อะไรแบบนี้ให้ทั้งหมดเลย รวมไปถึงเมื่อเสร็จสิ้นการแข่งขันแล้ว มันก็จะคำนวนร่างกายของตัวนักกีฬาเองว่าจะต้องพักฟื้นร่างกายจำนวนกี่ชั่วโมงถึงจะเหมาะสมต่อการแข่งขับครั้งต่อไปได้ คือต้องบอกว่ามันเหมาะสมกับคนที่ออกกำลังกายแบบไตรกีฬามากๆ เลย เมื่อตอนที่ปั่นจักรยานอยู่มันจะสร้างแผนที่มาบอกไปตามสเนทางนั้นบนหน้าจอของนาฬิกา เมื่อนักกีฬาลงน้ำก็กดเปลี่ยนโหมดเป็นลงน้ำ ก็จะสร้างการคำนวณความเร็วต่างๆ ขึ้นมาช่วยนักกีฬาเองได้อีกด้วย แล้วก็ไปวิ่งก็เปลี่ยนโหมดไปวิ่ง ก็จะสร้างแผนที่นำทางไว้ให้ด้วย เรียกว่าไม่หลงทิศอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้หลายคนถามมาว่า แล้วมันได้แค่ไตรกีฬาหรอออกกำลังกายแบบ อินดอร์ ออกกำลังกายในร่มในมั้ย คำตอบคือได้ครับ ก็มีโหมดการคำนวณแคลลอรี่การออกกำลังกายในร่มได้ด้วยเช่นกัน

 

   คนที่ชอบออกกำลังกายแบบไตรกีฬาก็คงจะชอบกันแล้วใช่มั้ยละครับ เรื่องราคาในสินค้าอินเทรนด์ตัวที่เราเอามารีวิวกันในครั้งนี้อยู่ที่ 15,xxx บาท เท่านั้นเองครับ ถือว่า gadget ที่เกี่ยวกับการออกกำลังกายแบบไตรกีฬา ในราคานี้ถือว่าเป็นรุ่นที่ราคาเบาๆ ที่สุดแล้วนะครับ ใครสนใจก็ลองไปเล่นดูกันได้ตามตัวแทนจำหน่ายทั่วไป

นาฬิกาอัจฉริยะมาตรญานใหม่ใช้แบบ Multi Sport GPS รุ่น Garmim Fenix 3

นาฬิกาอัจฉริยะมาตรญานใหม่ใช้แบบ Multi Sport GPS รุ่น Garmim Fenix 3 สวยหรู มีสไตล์ของคนชอบออกกำลังกายและเล่นกีฬา

   สวัสดีครับ ก็มาพบกันอีกเช่นเคยกับเรา 108plaza นะครับ ซึ่งทุกครั้งที่เรามีการอัพเดทความเคลื่อนไหวทางวงการไอทีและ gadget ใหม่ๆ เข้ามา เราก็ต้องรีบเอาสินค้าอินเทรนด์เหล่านั้นมาทำการรีวิวให้ทุกท่านได้ชมกันอย่างด่วยจี๋ที่สุดเลยนะครับ ก็เมื่อเราได้ทำการรีวิวไปเรียบร้ยอแล้วก็จะบอกว่าสินค้านั้นๆ ที่ออกมาวางจำหน่ายในเมืองไทยของเรามันดีหรือไม่ดี ถ้าดีก็บอกว่าดีสมราคา แต่ไม่ดีก็บอกเลยว่าขายแพงไป ไม่น่าซื้อ เพราะของเราไม่มีเจ้าของสินค้าใดๆ มาให้การสนับสนุนเราเป็นเบื้องหลังอยุ่แล้ว สินค้าทุกอย่างที่นำมารีวิวนั้นก็จะซื้อมาเองแทบทั้งสิ้นนะครับ แล้ววันนี้ก็เช่นกัน เป็นนาฬิกาครับ ทุกครั้งที่เรารีวิวนาฬิกาแบบ smart watch กันไปนั้นเราก็จะมีทั้งแบบที่เป็นแนว sport แล้วก็แนวแบบเป็นฟีเจอร์ใหม่ๆ แต่ตอนนี้เราก็จะได้นำเอานาฬิกาที่เป็นแนว sport อีกหนึ่งเรือนมาทำการรีวิวกันครับ ก็จะเป็นรุ่น Garmim Fenix 3 นั้นเอง จะเป็นอย่างไร เดี่ยวเรามาทำการรีวิวกันเลยครับ

   เป็นอย่างไรบ้างครับ เมื่อได้เห็นรูปร่างหน้าตาตัวนาฬิกากันไปแล้ว ที่เห็นเป็นเข็มชี้ที่เป็นอานาล็อคนั้นมันสามารถเปลี่ยนเป็นหน้าจอดีจิดอลได้นะครับ ก็แล้วแต่ว่าใครจะชอบแบบไหน เป็นนาฬิกากึ่งๆ อานาล็อคกับดิจิดอลครับ ซึ่งการทำงานโดยหลักๆ เลยนั้นก็จะมีให้เลือกทั่วไปในเรื่องของตัวนาฬิกาบอกเวลา มีนาฬิกาปลุก มีการเปลี่ยนหน้าจอต่างๆ ได้นะครับ แต่เรื่องที่เน้นๆ เลยเนี่ย จะเป็นเรื่องของการใช้นาฬิกาตัวนี้ช่วยในเรื่องของการออกกำลังกายนั้นเอง คือมันจะเป็นตัวช่วยบอกว่าเมื่อเราไปออกกำลังกายมาแล้วจะต้องพักกี่นาที กี่ชั่วโมง แล้วแต่ความหนักเบาของการออกกำลังกาย แล้วที่จุดเด่นของนาฬิการุ่นนี้เลยก็คือเรื่องของการวัดค่าออกซิเจนที่เข้าสู่ร่างกายของคนที่ออกกำลังกายมาใหม่ๆ ว่าควรจะหายใจเข้าไปมากน้ยอเพียงใด ค่าออกซิเจนที่เมื่อเราหายใจเข้าออกนั้นเพียงพอหรือยังกับความสมดุลในร่างกายตอนนั้นๆ อยู่ อะไรประมาณนี้ครับ ซึ่งตัวหน้าจอของนาฬิกาก็จะบอกค่าต่างๆ ที่แสดงขึ้นมาในแต่ละบุคคลที่ไม่เท่ากันนะครับ ซึ่งหลักๆ เลยในนาฬิกาตัวนี้อีกอย่างหนึ่งก็คือมันสามารถเชื่อมต่อให้เข้ากับสมาร์ทโฟนทั้งฝั่ง Android และ IOS ได้นะครับ ไม่เลือกค่าย ก็ไปโหลดแอพพลีเคชั่นของทาง Garmim มา ซึ่งเดี่ยวเราจะพาไปดูว่าเมื่อเชื่อมต่อแล้วเนี่ยตัวนาฬิการุ่นนี้จะมีฟังก์ชั่นอะไรให้เราเล่นได้บ้างนอกจากที่ยกตัวอย่างมาเมื่อสักครู่แล้วนะครับ

      เราก็มาดูกันในฟังก์ชั่นที่เกี่ยวข้องกับการออกกำลังกายเลยก็แล้วกันนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายด้วยการวิ่ง การเดิน การว่ายน้ำ ได้หมดเลยนะครับ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเรากำลังจะไปออกกำลังกายด้วยการวิ่งแบบวิ่งในสนามทั่วไปที่ไม่ต้องใช้ GPS นำทางวิ่งแบบรอบระยะสั้นๆ ก้เลือกเข้าไปที่โหมด run indoor แล้วตัวนาฬิกาก็จะจับลักษณะการย้ำเท้าและการแกว่งมือ การวัดอัตราการเต้นของหัวใจเราไปด้วย แล้วก็ประมวลผลออกมาเป็นระยะทางต่างๆ ว่าเราวิ่งไปได้เท่าไหร่แล้ว เบิร์นแคลลอรี่ไปได้เท่าไหร่แล้ว แล้วค่าออกซิเจนในตัวมีอยู่เท่าไหร่ จะเสี่ยงต่อการเป็นลมหรือไม่ อะไรแบบนี้เป็นต้นนะครับ ทั้งหมดนี้ก็จะแสดงมาที่หน้าจอด้วย

   อีกหนึ่งตัวที่เป็นจุดเดนของนาฬิการุ่นนี้ก็คือโหมดการว่ายน้ำ ซึ่งในที่นี่เนี่ย เราจะต้องเลือกว่าจะว่ายน้ำแค่ในสระน้ำอย่างเดียวหรือว่าตอนนี้เรากำลังว่ายน้ำในการแข่งขันที่ต้องใช้ GPS ที่นำทางเราอย่างเช่นว่ายน้ำในทะเลอะไรแบบนี้ก็จะสามารถเชื่อมต่อกับ GPS ได้ แต่ข้อเสียของมันก็คือว่า เมื่อเราเปิด GPS ในเวลาที่เราว่ายน้ำอยู่เนี่ย มันจะจับสัญญานตอนที่นาฬิกาอยู่ใต้น้ำไม่ได้ ซึ่งจะทำให้ความแม่นยำในการนำทางหรือจับสัญญานนั้นลดลงไปด้วย แล้วมันก็จะจับสัญญาน GPS ได้ก็ต่อเมื่อเราว่ายน้ำแล้วแขนโผล่ขึ้นผิวน้ำ ก็จะจับสัญญานเป็นช่วงๆ ไปนั้นเอง แต่ถ้าเราว่ายน้ำในสระอะไรแบบนี้ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ ก็แค่เข้าไปตั้งค่าในตัวนาฬิกาเลยว่าสระว่ายน้ำที่เรากำลังจะลงไปว่ายนั้นกว้างเท่าไหร่ ยาวเท่าไหร่ แล้วตัวนาฬิกาก็จะวัดได้ว่าเราว่ายน้ำไปกลับ กี่รอบแล้ว แล้วก็เฉลี่ยหรือประมวลผลออกมาเป็นการแสดงผลค่าต่างๆ ได้นั้นเองครับ

   แล้วนอกจากนี้ด้วยความที่นาฬิกามี GPS ได้ด้วยก็จะเหมาะกับการออกกำลังกายแบบ ไตรกีฬา ได้ด้วย ก็ใครที่สนใจสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ แล้วคิดว่าน่าจะเหมาะกับการออกกำลังกายของตัวเองก็ลองไปเล่นๆ กันดูได้เลย ส่วนตัวคิดว่าการคำนวณค่าแคลลอรี่ต่างๆ ในการออกกำลังกายที่ประมวลผลออกมาแล้วนั้นมันค่อนข้างน้อยไปหน่อย ซึ่งคิดๆ ดูแล้วมันจะไม่ตรงกับการออกกำลังกายจริงๆ ของผมไปสักเท่าไหร่ ยังสู้ตัวอื่นๆ ที่ผมได้ทำการรีวิวไปแล้วในช่วงที่ผ่านมาไม่ได้ ก็ลองไปเล่นดูครับ

Update สมาร์ทโฟนใหม่ล่าสุดเดิอน กันยายน 2015 กับ I-mobile IQ Z Bright

Update สมาร์ทโฟนใหม่ล่าสุดเดิอน กันยายน 2015 กับ I-mobile IQ Z Bright มือถือสเปคแรงในราคาไม่ถึงหมื่น มีมาให้ได้เลือกซื้อกันในช่วงปลายปีแบบนี้

   สวัสดีครับ ก็พบกันอีกเช่นเคยกับเรา 108plaza ะครับ ที่จะได้นำเอาข่าวสารในวงการสมาร์ทโฟนก็ดี เรื่องของ gadget ใหม่ๆ ก็ดี มานำเสนอให้ทุกท่านได้ชมกันเป็นสินค้าอินเทรนด์ในช่วงเดือนต่างๆ กันตลอดทั้งปีเลยนะครับ แล้ววันนี้ก็เช่นเคยครับ หลังจากที่ทางค่ายมือถือของไทยเรานั้นได้เปิดตัวมือถือสมาร์ทโฟนมาอีกหนึ่งตัวในช่วงวันที่ 24 กันยายน 2015 นี้มาเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ กับเจ้านี่เลย I-mobile IQ Z Bright ตัวเครื่องจะมีความสวยงามแค่ไหน แล้วสเปคเครื่องนั้นจะแรงเพียงใด ที่สำคัญต้องบอกว่าเรื่องราคานั้นไม่ถึงหมื่นครับ

   ก็ต้องบอกว่าตัวเครื่องนั้นก็ค่อนข้างที่จะดูดีมีระดับนะครับ แต่ก็ยังไม่ใช่โลหะทั้งตัวเครื่อง ก็คงเป็นที่ราคามากกว่า ในระดับที่ไม่ถึงหมื่น แต่เรื่องของสเปคนั้นต้องบอกว่าดูแล้วนี่สเปคไปถึงราคาระดับหมื่นได้สบายๆ เลย เดี่ยวก่อนที่จะไปดูรายละเอียดในส่วนตัวเครื่องกันนั้น เรามาดูเรื่องของสเปคคร่าวๆ กันก่อนดีกว่าครับ

   ด้านตัวเครื่องนั้นมาพร้อมกับขนาดหน้าจอที่ 5 นิ้ว ความละเอียดอยู่ที่ 720 พิกเซล ก็เป็นแค่ระดับ HD อยู่ super bright amoled. แล้วก็เรื่องของหน่วยประมวลผลก้ให้มาที่ qualcomm snapdragon 615 ที่ 64 bit แบบ 8 แกนสมองที่เรียกว่า octa-core 1.5 GHz แล้วก็เป็นระบบปฏิบัติการแบบ Android ที่ใหม่ล่าสุด 5.1.1 lollipop ให้แรมมามากถึง 3 GB แล้วก็ให้รอมมาที่ 32 GB แล้วก็สามารถรองรับหน่วยความจำสำรอง micro sd card ได้ถึง 64 GB แล้วที่สำคัญก็ให้กล้องหลังที่มีความละเอียดมากถึง 18 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ AF+Flash+PDAF ยังไม่แค่นั้นนะครับ ก็ยังให้กล้องหน้าที่มีความละเอียดมามากพอถึง 5 ล้านพิกเซล แล้วก็ไฟแฟลช LED ด้านหน้าอีกด้วย รองรับ 3g,4g LTE ได้ทุกค่าย ทุกคลื่นความถี่ ตัวแบตเตอร์รี่อาจจะให้มาน้อยสักนิดหนึ่ง แต่ก็พอดีกับการใช้งานได้ทั้งวัน ให้ความจุมาที่ 2600 mAh นี่ก็เป็นเพียงสเปคคร่าวๆ ที่ดูแล้วค่อนข้างจะตื่นเต้นมากเลย แต่เมื่อผมเองได้ทดลองใช้งานทั้งเรื่องของตัวกล้องหน้า และ กล้องหลังดูแล้ว ที่ทาง I-mobile เค้าชูโรงมาว่า สมาร์ทโฟนรุ่นนี้เนี่ย สามารถจับโฟกัสได้ไวมากเลย แล้วจะจริงอย่างที่ทางค่าย i-mobile บอกมาหรือเปล่า เดี่ยวเรามาดูรีวิวกันต่อไปครับผม

   เมื่อได้ดูตัวเครื่องรอบๆ แล้วเนี่ยนะคับ ก็ตัวเครื่องมีขนาดหน้าจอที่ 5 นิ้ว ก็ถือว่าไม่ใหญ่แล้วนะครับ สำหรับสมาร์ทโฟนยุคปัจจุบันนี้ เพราะค่ายอื่นก็ทะลุไปกันที่ 6 นิ้วกันแล้วนะครับ เสียดายว่าหน้าจอมีความละเอียดที่ HD เท่านั้นเองนะครับ ตัวขอบเครื่องก็จะเป็นโลหะนะครับ แต่ด้านหลังไม่ใช่โลหะนะครับ เป็นแค่พลาสติก ก็ให้ความรู้สึกแข็งแรงในระดับหนึ่งครับ ด้านล่างก็จะมีลำโพงจุดเดียว พร้อมกับ micro USB ที่เอาไว้ชาร์จแบต ด้านบนก็จะมีช่องเสียบแจ็ค 3.5 เป็นหูฟังนั้นเองครับ ส่วนตัวซิมและหน่วยความจำสำรองก็จะอยุ่ทางด้านขวาพร้อมกับปุ่ม เปิด ปิด นะครับ ด้านซ้ายก็จะมีปุ่มเร่งเสียง ลดเสียงปกตินะครับ เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาดูสีสันของหน้าจอนี่ค่อนข้างให้ความสวยงามไม่แพ้ Full HD เลยนะครับ อาจจะเพราะหน้าจอที่ไม่ใหญ่มากนักนะครับ

   ไปดูในเรื่องของการใช้แอพพลีเคชั่นที่ว่ากันว่า กินแรมที่สุดเลยในตอนนี้ นั้นก็คือ facebook นั้นเองครับ เมื่อเปิดเฟสบุ๊คขึ้นมานั้นก็พ่บว่าไหลลื่นดีครับ เล่นเกมส์คาสิโนออนไลน์ก็สบาย ด้วยการที่ให้แรมมามากถึง 3 GB นั้นก็เพียงพอกับการใช้งานเลยทีเดียวครับ แม้ว่าจะเลื่อนลงไปดูอะไรโน้น นั้น นี่ไปเรื่อยๆ ก็ไม่เห็นถึงความกระตุกเลย อาจจะมีบางช่วงที่ดูอึดไปสักนิดหนึ่งเพราะว่าอยู่ที่ความแรงของอินเตอร์เน็ตด้วยก็ได้นะครับ การใช้งานดีครับ เรื่องของการเปิดแอพต่างๆ

   เรื่องของกล้องกันบ้างครับ ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังนั้นทาง i-moblite ก็บอกมาว่าเร่งการจับโฟกัสได้เร็วถึง 0.3 วินาทีกันเลยทีเดียวในตัวนี้นะครับ ก็เร็วจริงครับ ในตัวกล้องนั้นก็สามารถตั้งค่าต่างๆ ได้ตามตระกูล Z ที่ผ่านๆ มาเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ISO เรื่องของการลดตาแดง เรื่องของความคมชัดต่างๆ ก็มีให้ปรับเลือกได้ แต่ตัวโหมดที่ผมค่อนข้างชอบเลยในกล้องตัวนี้เนี่ยนะครับ ก็คือโหมด รีโฟกัส ครับ ถือเราถ่ายรูปไว้แล้วแล้วก็ค่อยมาโฟกัสรูปทีหลังได้อีกนะครับ ไม่ว่จะเอาหน้าชัด หลังเบลอ หลังเบลอ หน้าชัด อะไรแบบนี้เนี่ยนะครับ ส่วนใครที่ชอบเซลฟี่ ต้องบอกเลยว่าถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีครับ เพราะว่ามีแฟลชด้านหน้ามาให้ด้วย

   ส่วนเรื่องราคานั้นต้องบอกว่าคุ้มค่ามากเลยครับเมื่อผมได้เห็นการเปิดตัวราคาในสินค้าอินเทรนด์ตัวที่เราเอามาทำการรีวิวกันในวันนี้ ราคาไม่ถึงหมื่นจริงๆ ครับ ก็เปิดตัวมาที่ 8,990 บาทเท่านั้นเอง ใครสนใจก็ลองไปทดลองเล่นกล้องกันได้เลย ต้องบอกว่าไม่แพ้กล้องระดับหมื่นบาทเลยทีเดียวครับ

Review suzuki swift RX CVT 2015

Review suzuki swift RX CVT 2015 อีโค้คาร์สไตล์สปอร์ต 5 ประตูที่ถูกใจวัยรุ่นยุคใหม่ แต่งสวย เท่ห์ มีระดับ

   สวัสดีครับชาว 108plaza ทุกคน วันนี้เรามาทำการทดสอบหรือว่ารีวิวสินค้าอินเทรนด์ตัวหนึ่งที่ดูเหมือนว่าในปีนี้ยอดขายโดยรวมจะไม่ค่อยจะคึกคักสักเท่าไหร่ ไม่เหมือนกับปีที่แล้ว ผมกำลังจะหมายถึงเรื่องของรถยนต์ครับ แล้วก็เป็นรถยนต์ 5 ประตู แบบอีโค้คาร์ เครื่องเล็ก บอดี้เล็ก เหมาะสำหรับคนที่ใช้ในเมืองเป็นหลัก วัยรุ่น นักศึกษา ใช้กันเยอะ แล้วผมกำลังหมายถึง รถยนต์อีค้คาร์ของค่าย ซูซุกิ ครับ ที่เปิดตัวรุ่นนี้มาได้สักระยะหนึ่งแล้ว แต่การตลาดของรถยนต์เมื่อเปิดตัวมาได้เป็นระยะหนึ่งก็ต้องทำการตลาด ปรับปรุง นุ้น นี่ นั้น มาเพื่อสร้างกระแสกันสักนิดหน่อย ก็ทำให้ผมต้องหันไปจับรถยนต์คันที่ว่านี้นำมารีวิวให้ทุกท่านได้ทราบกันว่าในปี 2015 นี้ ตัวรถยนต์ อีโค้คาร์ Suzuki swift RX นั้นมีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปบ้าง รูปโฉมจะมีอะไรสวยงามขึ้นกว่าเดิมหรือไม่นั้น ต้องมาดูกันครับ

   ก็ต้องขอขอบคุณภาพจากทาง Suzuki ด้วยนะครับ ก็ต้องบอกว่าเมื่อได้เห็นตัวจริงแล้วในเวอร์ชั่น 2015 นี้เป็นรุ่น swift RX นั้นมีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้นครับ ก็ปรับเปลี่ยนเพิ่มขึ้นมานิดหน่อย ถ้าดูแวบแรกจากภายนอกด้านหน้าเนี่ย จะเห็นได้ว่ามีการเปลี่ยนโคมไฟที่เป็นแบบโปรเจคเตอร์เพื่อให้ดูสปอร์ตขึ้น ส่วนการตกแต่งภายในนั้นก็อยู่ในเกณฑ์ที่เรียกว่าคุ้นตาอยู่ การตกแต่งภายในก็จะเป็นโทนสีดำ เพื่อให้ดูสปอร์ต ซึ่งตัวที่ผมนำมารีวิวกันในวันนี้เนี่ย ก็จะเป็นตัวท๊อปเลย ก็จะมีการควบคุมด้วยไฟฟ้าทั้งหมดนะครับ ตัวแผงประตูทางด้านคนขับนี่ก็สามารถควบคุมด้วยกระจกไฟฟ้าทั้ง 4 บาน มีปุ่มปรับองศาของกระจกมองข้าง เรื่องที่ผมเห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงขึ้นก็จะมีเรื่องของปุ่ม สมาร์ท เอนจ้น สตาร์ท ก็คือว่าไม่ต้องใช้กุญแจ เป็นแบบคีย์ พกติดตัวเอาไว้เวลาที่จะสตาร์ทรถะหรือดับรถก็สามารถกดปุ่มได้ที่ปุ่มเดียวเลย ก็ทำให้ดูมีระดับมากขึ้นด้วย แล้วอีกหนึ่งเรื่องที่ผมว่ามันดูมีระดับขึ้นก็ตรงที่มีลูกเล่นมากขึ้นเกี่ยวกับเกียร์ที่สามารถปรับระดับ ปรับ speed ได้เองที่ด้านหลังพวงมาลัย ถึงแม้ว่าจะเป็นเกียร์ CVT ออโตเมติกส์ ก็ตาม ก็สามารถเล่นเกียร์ขึ้นลงได้เองแบบ 7 speed ด้วยกัน ก็ถือว่าเพิ่มลูกเล่นตรงนี้มา ถ้าอยากจะดึงเกียร์ให้ต่ำลงในจังหวะเร่งแซงก็ดึงเกียร์ทางซ้ายลง ด้านขวาก็ดึงเกียร์ให้สูงขึ้น แบบนั้นนะครับ ก็มีให้มาในหลายๆ รุ่นที่เป็นรถยนต์ราคาสูงๆ หน่อย แต่มักจะไม่ค่อยเห็นในอีโค้คาร์สักเท่าไหร่ นอกนั้นตัวตกแต่งภายในก็ไม่มีอะไรเพิ่มเติมมากนักครับ

   ส่วนตัวเครื่องยนต์ก็เป็นเครื่องรหัส k 128 เบนซิน 4 สูบ 4 วาล์ว ความจุเครื่องก็ 1.244 ซีซี สามารถใช้น้ำมันได้ถึง E20 ก็เลือกกันเอาครับ ว่าจะใช้นำมันอะไร จะเป็นแก๊สโซฮอลก็ได้ เบนซินเพียวๆ ก็ได้นะครับ ถ้าอยากจะประหยัดหน่อยก็เติม E20 ไปเลย ระบบเบรกด้านหน้าก็เป็นระบบดิสเบรค ด้านหลังก็เป็นพรัมเบรกอยู่ ตัวถุงน้ำมันจุได้ 42 ลิตรครับ

   เดี่ยวเรามาดูเรื่องของสมรรถนะเครื่องยนต์กับตัวรถกันบ้างดีกว่าครับ เมื่อผมได้ทดลองขับเอาไว้แล้วก็จะมาเล่าความรู้สึกในตอนนั้นให้ฟังกัน ต้องบอกเลยว่าเครื่องยนต์ของทาง ซูซุกิ นั้นตอบสนองต่ออัตราเร่งได้ดีครับ ถึงแม้ว่าจะเป็นเครื่องอีโค้คาร์ 1.2 ลิตร เท่านั้น แล้วก็แบกรับตัวถังในน้ำหนักประมาณ 1 ตัน เนี่ยนะครับ ที่ต้องชมอีกหนึ่งเรื่องเลยสำหรับตัว สวิฟ คันนี้ก็คือเรื่องของน้ำหนักพวงมาลัยเมื่อวิ่งอยู่ในความเร็ว 120 กม./ชม. ขึ้นไปแล้ว ให้ความรู้สึกมั่นใจดีครับ ไม่เบาเกินไป ไม่หนักเกินไป ขับสนุกครับ แน่นอนละครับเมื่อพวงมาลัยให้น้ำหนักที่ดีแบบนี้ ก็ต้องรวมไปถึงเรื่องของช่วงล่างด้วย ที่ให้ความมั่นใจเมื่อมีการเข้าโค้ง การโยนตัวขึ้นในพื้นที่เป็นลักษณะของคอสะพานททำได้ดีครับ ให้ความมั่นใจได้เต็มที่เลยทีเดียว จะติดอยู่ก็แค่เรื่องเสียงลมในห้องโดยสารที่มาปะทะกับกระจกบังลมด้านหน้าเท่านั้น ที่ให้แนวโค้งที่ดูเหมือนจะต่านลมไปสักนิดหนึ่ง แต่ก็ไม่ถึงกับว่าดังมากเกินไปครับ

   จะว่าไปแล้วเมื่อได้ทดลองขับเจ้าตัวสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้แล้วนั้น ก็เป็นเรื่องที่น่าจะเกี่ยวข้องกับการตลาดมากกว่าครับ เพราะดูเหมือนว่าจะปรับแต่งรูปโฉมให้ดูทันสมัยมากขึ้น เพิ่มออฟชั่นต่างๆ เข้ามาเพื่อสร้างสีสันและการเคลือนไหวทางการตลาดมากขึ้นเท่านั้น ส่วนเรื่องระบบช่วงล่าง เครื่องยนต์ต่างๆ ก็ยังดีอยู่เหมือนเดิมครับ ยังไม่แตกต่างจากรุ่นที่เปิดตัวมาในรุ่นอีโค้คาร์ที่ผ่านมา ส่วนใครที่กำลังมองๆ รถยนต์แบบนี้ มีของเล่นให้แต่งรถค่อนข้างเยอะครับในรุ่นนี้ ก็คงจะตัดสินใจได้ไม่ยาก โดยเฉพาะวัยรุ่นที่ชอบรถแต่งซิ่ง

Review Suunto Ambit 3 sport

Review Suunto Ambit 3 sport นาฬิกาที่เหมาะสำหรับคนออกกำลังกายแบบไตรกีฬา ตัวช่วยอย่างหนึ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้คุณได้อย่างดีเยี่ยม

   สวัสดีครับทุกท่านที่เป็นนักกีฬาและผู้ชอบออกกำลังกายทุกท่านเลย แล้ววันนี้เองเราก็ไม่ได้มีสินค้าอินเทรนด์ที่จะมารีวิวให้กับผู้ที่ชอบออกกำลังกายแบบทั่วไปเพียงเท่านั้น วันนี้เราจะมาทำการรีวิว gadget ที่เหมาะสำหรับคนชอบออกกำลังกายแบบทรหดกันเลย ขึ้นภูเขา ลงน้ำ วิ่ง ปั่นจักรยาน ไปเส้นทางแบบไม่ปกติ หรือเค้าเรียกว่า ไตรกีฬา นี่แหละครับ ถ้ามีนาฬิกาตัวนี้ไปอยู่ในข้อมืออันแข็งแกร่งของคุณแล้ว รับรองได้รับจะมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอนเลย เพราะจะทำให้คุณนั้นใช้พลังงานและหยาดเหงือทุกหยดได้อย่างคุ้มค่าในการออกกำลังกายแบบฮาร์ดคอร์ ได้อย่างดีเลยทีเดียว หลายคนก็สงสัยกันแล้วใช่มั้ยละครับว่ามันคือนาฬิกาอะไร ผลิตจากประเทศไหน เดี่ยวเราไปดูรูปและไปดูรายละเอียดพร้อมๆ กันเลยครับ

   ก็ต้องบอกว่านาฬิกายี่ห้อ suunto นี้เป็นแบรนด์ของประเทศฟินแลนต์ครับ เป็นนาฬิกาที่พวกคนที่ชอบออกกำลังกายแบบ ไตรกีฬา ชอบซื้อหามาใช้กันอย่างมากเลยทีเดียว ซึ่งผมดูจากรูปทรงการออกแบบ การดีไซน์รูปลักษณ์เนี่ย อย่างที่ทุกท่านเห็นไปในรูปภาพด้านบน จะเห็นว่ามันจะดูสปอร์ตมาก ดูมีพลัง ใครที่สวมใส่นาฬิกาตัวนี้เนี่ย จะดูเข้มแข็งขึ้นทันทีเลยทีเดียวนะครับ แล้วเรื่องของวัสดุที่มาทำเนี่ย ผมว่าค่อนข้างพรีเมี่ยมเลยทีเดียว เพราะการออกกำลังแบบไตรกีฬาเนี่ย มันต้องปั่นจักรยาน มันต้องลงน้ำ มันต้องวิ่ง ซึ่งการออกกำลังกายแบบนี้เนี่ย มันต้องมีการกระแทก มีการใช้งานแบบลุยๆ ว่างั้นเถอะครับ ซึ่งนาฬิกาตัวนี้เนี่ย สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ โดยผ่านการเชื่อมต่อกับบลูทูธ 4.0 ซึ่งนาฬิกาตัวนี้เนี่ย มันจะบอกเรื่องของสถิติการออกกำลังกายต่างๆ ที่เราไปออกกำลังกายมาให้เราได้ทราบผ่านทางหน้าจอบนสมาร์ทโฟนได้ด้วย แล้วก็ทำหน้าที่เป็นพวก smart watch ทั่วไป ที่มีการแจ้งเตือนเวลามีข้อความเข้า มีแอพต่างๆ เข้ามาที่เป็นโซเชียลเน็ตเวิร์คต่างๆ เข้ามาได้ นอกจากจะใช้ในการออกกำลังกายแบบไตรกีฬาแล้ว เมื่อไม่ได้ออกกำลังกายก็สามารถวัดค่าต่างๆ ได้โดยการใช้ชีวิตประจำวันที่จะเคลื่อนไหวร่างกายต่างๆ ที่เบิร์นไปกี่แคลลอรี่แล้วได้อีกด้วย

   นอกจากตัวนาฬิกานี้มันมีคุณสมบัติพิเศษๆ อย่างที่ผมบอกไปแล้วเบื้องต้นนั้น มันก็ยังมีคุณสมบัติที่บอกแม้กระทั่งอัตราการเต้นของหัวใจเราได้อีกด้วย ซึ่งการวัดอัตราการเต้นของหัวใจนี้ ตัวฟังก์ชั่นการใช้งานจริงๆ ก็ยังมีตัววัดที่เป็นแบบสายคาดอกอีกด้วย แล้วตัวสายคาดอกนี้จะสามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้ดีกว่าตัวนาฬิกาอีก แล้วก็เหมือนเป็นตัวแทนนาฬิกาได้เลย เพราะเมื่อไหร่ที่คุณลืมสวมใส่นาฬิกาไปด้วย แต่ไม่ได้ลืมสายคาดอกที่แถมมาเมื่อคุณซื้อนาฬิกานั้นก็สามารถเชื่อมต่อแอพพลีเคชั่นของทาง suunto ได้ด้วย

   แล้วเหตุผลที่สำคัญไปกว่านั้น ด้วยความพิเสษๆ และคุณลักษณะที่โดดเด่นของนาฬิกา suunto ambit 3 sport ตัวนี้เนี่ยนะครับ ที่นักกีฬาออกกำลังกายแบบ ไตรกีฬา ชอบใช้กันก็เพราะว่ามันสามารถบอกเส้นทางที่เป็นภูมิประเทศต่างๆ เมื่อมีการแข่งขับได้ด้วย จะบอกหมดเลยเมื่อคุณไปทำการเวิร์คช็อปกอ่นที่จะมีการแข่งขันไตรกีฬาอะไรพวกนี้ แล้วก็จะมีการจับกราฟฟิกแล้วมารวบรวมเป็นแผ่นที่ให้คุณได้เดินตามเส้นทางที่บอกขึ้นมาบนสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย แล้วตัวนาฬิกาเนี่ย มันก็ยังช่วยคำนวณเรื่องความเร็วในการวิ่ง ในการปั่นจักรยาน ในการว่ายน้ำ อะไรแบบนี้ให้ทั้งหมดเลย รวมไปถึงเมื่อเสร็จสิ้นการแข่งขันแล้ว มันก็จะคำนวนร่างกายของตัวนักกีฬาเองว่าจะต้องพักฟื้นร่างกายจำนวนกี่ชั่วโมงถึงจะเหมาะสมต่อการแข่งขับครั้งต่อไปได้ คือต้องบอกว่ามันเหมาะสมกับคนที่ออกกำลังกายแบบไตรกีฬามากๆ เลย เมื่อตอนที่ปั่นจักรยานอยู่มันจะสร้างแผนที่มาบอกไปตามสเนทางนั้นบนหน้าจอของนาฬิกา เมื่อนักกีฬาลงน้ำก็กดเปลี่ยนโหมดเป็นลงน้ำ ก็จะสร้างการคำนวณความเร็วต่างๆ ขึ้นมาช่วยนักกีฬาเองได้อีกด้วย แล้วก็ไปวิ่งก็เปลี่ยนโหมดไปวิ่ง ก็จะสร้างแผนที่นำทางไว้ให้ด้วย เรียกว่าไม่หลงทิศอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้หลายคนถามมาว่า แล้วมันได้แค่ไตรกีฬาหรอออกกำลังกายแบบ อินดอร์ ออกกำลังกายในร่มในมั้ย คำตอบคือได้ครับ ก็มีโหมดการคำนวณแคลลอรี่การออกกำลังกายในร่มได้ด้วยเช่นกัน

 

   คนที่ชอบออกกำลังกายแบบไตรกีฬาก็คงจะชอบกันแล้วใช่มั้ยละครับ เรื่องราคาในสินค้าอินเทรนด์ตัวที่เราเอามารีวิวกันในครั้งนี้อยู่ที่ 15,xxx บาท เท่านั้นเองครับ ถือว่า gadget ที่เกี่ยวกับการออกกำลังกายแบบไตรกีฬา ในราคานี้ถือว่าเป็นรุ่นที่ราคาเบาๆ ที่สุดแล้วนะครับ ใครสนใจก็ลองไปเล่นดูกันได้ตามตัวแทนจำหน่ายทั่วไป

เครื่องกรองน้ำและน้ำแร่ safe plus

เครื่องกรองน้ำและน้ำแร่ safe plus จากกีฟฟารีน เครื่องกรองน้ำที่ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าจะได้น้ำที่สะอาดบริสุทธิ์ดื่มกันในทุกๆ วัน

   สวัสดีชาวอินเทรนด์และชาวรักสุขภาพทุกท่านนะครับ วันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่ admin panu จะได้นำเอาผลิตภัณฑ์เครื่องผลิตน้ำดื่มที่คิดว่าดีต่อสุขภาพและเป็นสินค้าอินเทรนด์อยู่ในตอนนี้ เพราอย่างที่บอกไปในหลายๆ บทความที่นำเอาเครื่องกรองน้ำในระบบต่างๆ มาทำการรีวิวและนำมาเขียนเป็นบทความให้ทุกท่านได้อ่านกันน็น แอดมินก็จะพูดอยู่เสมอๆ ว่าเรื่องของน้ำดื่มนั้นคนเราจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องดื่มน้ำที่สะอาด ปราศจากเชื่อโรค แล้วก็มีคณค่าทางโภชนาการอีกด้วย ซึ่งทางหลายๆ บริษัทต่างก็อวดอ้างสรรพคุณเครื่องกรองน้ำของตัวเองว่าเครื่องกรองน้ำนั้นนอกจากจะมีคุณสมบัติเรื่องกรองน้ำได้แบบสะอาดไม่มีเชื่อโรคแล้ว แถมยังมีแร่ธาตุที่อยู่ในน้ำเพิ่มขึ้นอีกด้วย เมื่อดื่มไปแล้วนั้นจะทำให้ร่างกายห่างไกลโรคภัยใข้เจ็บ ไม่เป็นมะเร็งนั้น มะเร็งนี่ แล้วคนทั่วไปจะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อกรองน้ำออกมาเป็นน้ำใสๆ แล้ว ดื่มไปแล้วก้ไม่รู้สึกว่ามีรส ไม่มีกลิ่น แล้วแถมยังมีแร่ธาตุผสมอยู่ด้วย เพราะแร่ธานุที่ว่านั้นก็ไม่ได้มองเห็นด้วยตาเปล่า ถุกต้องมั้ยครับ เพราะฉะนั้น ผู้บริโภคในยุคนี้ต้องศึกษาข้อมูลดีๆ ก่อนจะซื้ออะไรสักอย่างหนึ่งที่มีราคาที่ค่อนข้างแพงนะครับ แล้ววันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งวันที่จะนำเอาเครื่องกรองน้ำจากค่าย กีฟฟารีน เป็นเครื่องกรองน้ำที่เรียกว่า เซฟ พลัส นั้นเองครับ

   ทางกีฟฟารีนก็ได้บอกว่าเครื่องกรองน้ำ เซฟ นั้นได้ผ่านมาตรฐานและมีเครื่องหมายการันตีมากมาย แต่ในส่วนนั้นเราจะไม่พูดถึงนะครับ เรามาดูสิว่าในตัวเครื่องกรองน้ำนี้มาอะไรบ้าง ตัวใส่กรองน้ำอะไรบ้าง มาดูตัวแรกกันเลยก็คือ ใส่กรองหินแร่ ที่เป็นใส่กรองด้านแรกในการกรองน้ำให้มีการปรับสมดุลให้เป็นต่างอ่อนๆ ซึ่งเป็นคุณสมบัติของน้ำดื่มที่ดี ต่อมาก็เป็นชุดใส่กรอง 3 ชั้นที่ประกอบไปด้วย ชั้นที่หนึ่ง ผ้ากรองพิเศษหรือไฟเบอร์ฟิวเตอร์ เป็นเทคนโนโลยีจากเยอรมันนี ช่วยกรองฝุ่นและสารแขวนลอยตต่างๆ ได้อย่างดีเยี่ยม ชั้นที่สอง สารกรองคาร์บอน เทรโนโลยีจากประเทศเนเธอร์แลนต์ ตัวนี้จะทำหน้าที่ช่วยดูดซับกลิ่น สี สารคลอรีนต่างๆ และชั้นที่สาม เป็นสารกรองคาร์บอนเคลือบเงิน เป็นสารกรองที่นำเข้าจากสหรัฐอเมริกาเลยทีเดียว จะสามารถกรองเอาแบคทีเรียและเชื้อโรคได้เป็นอย่างดี ทางกีฟฟารีนกล่าวว่าเป็นสารตัวเดียวกับที่องค์การนาซ่าเลือกใช้ด้วยครับ

   ทางกีฟฟารีนก็ได้บอกอีกว่า เรื่องของเครื่องกรองนั้นนั้น ตัวใส่กรองเองก็ย่อมมีอายุในการกรองน้ำของมันในตัว เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยน โดยตัวใส่กรองนั้นเมื่อกรองน้ำไปได้ประมาณ 5 พันลิตร ตัวใส่กรองจะเกิดการอิ่มตัว ซึ่งจะเป็นสาเหตุที่ทำให้การกรองนั้นลดประสิทธิภาพลง อีกสาเหตุหนึ่งก็เมื่อเวลาผ่านไปหนึ่งปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับน้ำดื่มที่นำมากรองด้วย ซึ่งสาเหตุหลายๆ ประการนี้ก็จำเป็นต้องเปลี่ยนใส่กรองของทางกีฟฟารีนด้วย

   ข้อมูลที่ผ่านไปนั้นก็เป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเครื่องกรอง เซฟ พลัส ของทางกีฟฟารีนนะครับ แต่ทุกท่านจะคิดเห็นอย่างไร แล้วก็มีความเชื่อที่สามารถพิสุจน์ได้จากทางวิทยาศาสตรที่ว่าเมื่อน้ำผ่านตัวใส่กรองแล้วจะมีแร่ธาตุตามที่ผู้ผลิตเขาโฆษณาเอาไว้หรือไม่นั้น ก็ต้องตัดสินใจหาข้อมูลกันดูว่าจริงหรือไม่จริงนะครับ ซึ่งในความเห็นของแอดมินเอง ก็คิดว่าตัวนี้มันดีอยู่หนึ่งอย่างก็คือเรื่องของการที่ไม่ต้องเสียบไฟฟ้า เป็นเครื่องกรองน้ำที่ใช้ในแบบฉบับที่ใช้หลักการทั่วไปที่เคยเรียนกันมาทางวิทยาศาสตร์ ที่ว่าน้ำนั้จะตกลองสู่พื้นล่างด้วยแรงดึงดูด แล้วจากนั้นเมื่อจะกรองน้ำก็ต้องมาผ่านใส่กรองต่างๆ จากบนสู่ล่าง อันนี้เป็นหลักการที่ทำตามหลักวิทยาศาสตร์อยู่แล้ว

   เอาละครับ ก็มาถึงในส่วนสุดท้ายของบทความที่ต้องมาทำการให้คะแนนกันว่า เครื่องกรองน้ำของกีฟฟารีน เป็นเครื่องกรองน้ำที่ให้แร่ธาตุ เซฟ พลัส นี้ จะน่าซื้อหรือน่าเมินกันแน่ ทางแอดมินเองก็จะให้คะแนนในตัวสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้จากคะแนนเต็ม 10 ให้อยู่ที่ 8 คะแนนครับ ถือว่าน่าซื้อนะ ทางแอดมินเองชอบตรงที่ใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์มาผลิตนี่แหละครับ ถือว่าไม่ต้องใช้พลังงานอื่นให้เปลืองทรัพยากรธรรมชาติอีกด้วย ส่วนเรื่องที่ว่าตัวหินแร่ในการกรองในชั้นแรกนั้นจะให้แร่ธาตุที่ดีต่อน้ำดื่มหรือไม่นั้น ต้องไปค้นหาข้อมูลกันอีกครั้งหนึ่งในบทความหน้าครับ ส่วนใครที่พอมีข้อมูลอยู่แล้วบ้างก็ช่วยนำมาแนะนำกันด้วยก็จะเป็นประโยชน์อย่างมากเลยทีเดียวครับผม

Oguma สเปรย์น้ำแร่

Oguma สเปรย์น้ำแร่ น้ำแร่ที่ไม่ต้องดื่ม ไม่ต้องอาบ แต่ฉีดเข้าสู่ใบหน้าโดยตรงเพื่อให้หน้าใส ไร้สิว เติมน้ำให้ผิวและเพื่อความชุ่มชื่น

   สวัสดีครับชาวอินเทรนด์ทุกท่านที่กำลังท่องโลกอินเตอร์เน็ตอยู่ในขณะนี้ แล้วตอนนี้ท่านกำลังเปิดเข้ามาอ่านบทความการรีวิวสินค้าอินเทรนด์ที่มีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของทุกท่านได้อย่างดีเลยทีเดียว ซึ่งความจริงแล้วนั้นทางเว็บของเราก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่คอยติดตามข่าวสาร ผลงานการรีวิวสินค้าและผลิตภัณฑ์อุกอย่างเลยที่ทางแอดมินนั้นได้นำเอามาทดสอบ นำเอามาบอกรายละเอียดเพิ่มเดิม ก็เหมือนกับการทดลองใช้ก่อนเป็นคนแรกกอ่นที่ท่านจะนำไปใช้ต่อไป อะไรประมาณนั้นนะครับ ก็ถ้าเรารีวิวแล้วเรารู้สึกว่ามันดี สินค้าหรือผลิตภัณฑ์นั้นมันดีจริงๆ ตามที่โฆษณาเอาไว้เนี่ยนะครับ ก็จะบอกไปอย่างนั้นจริงๆ ว่ามันดีนะ สินค้าตัวนี้น่าใช้ แต่ถ้าสินค้านั้นๆ มันไม่ดี ก็จะบอกเลยว่ามันมีข้อเสียอย่างไร เพื่อให้ท่านลองไปตัดสินใจกันดูว่าข้อเสียที่เราได้บอกไปนั้นท่านรับได้หรือไม่ ถ้ารับได้ก็ซื้อมาใช้ ถ้าข้อเสียมีมากเกินไป เกินกว่าที่ผู้บริโภคหลายๆ ท่านรับไม่ไหว อะไรแบบนั้นก็ไม่ต้องซื้อไป นี่แหละครับ ที่เป็นประโยชน์แก่ทุกท่านที่เข้ามาอ่านบทความของเราในทุกๆ บทความเลย แล้ววันนี้เองเราก็จะพาทุกท่านไปดูการรีวิวสินค้าเพื่อสุขภาพผิวหน้าโดยตรงเลย ในเรื่องของสเปรย์น้ำแร่ เป็นสเปรย์ที่ใช้ฉีด พ่น ลงไปบนใบหน้าได้โดยตรงเลย แบบไม่ต้องป้องกันอะไรเลย แล้วมันจะมีคุรประโยชน์อะไรกับผิวหน้าเราบ้างแล้วจะทำให้ผิวหน้าเราดีขึ้นอย่างไรบ้างนั้นเดี่ยวเราไปดูกันครับ

   เรื่องของเรื่องมันก็คือย่างนี้ครับทุกท่าน ก็ต้องบอกก่อนว่าแอดมินเองเป็นผู้ชาย จะมารีวิวสินค้าที่เป็นความสวยความงามแบบนี้นั้น มันก็คงจะไม่ค่อยได้ผลหรือเห็นผลเท่ากับผู้หญิงที่รักสวยรักงามมากกว่า ก็เลยให้น้องสาวคนหนึ่งที่รู้จักกับแอดมินเนี่ยนะครับ เค้าเป็นผู้ทดลอง แต่เบื้องต้นแอดมินจะบอกถึงคุณประโยชน์ของสเปรย์น้ำแร่ ยี่ห้อ Oguma ขวดนี้ก่อนว่ามันมีอะไรบ้าง ซึ่งหลักๆ เลยที่เขาฮิตๆ กันทั่วบ้านทั่วเมืองในตอนนี้นั้นที่ว่าเอาน้ำแร่มาฉีดเข้าบนใบหน้าโดยตรงเลย ไม่ต้องไปดื่ม ไม่ต้องไปอาบ ไม่ต้องไปแช่ละทีนี้ ก็เอาหัวสเปรย์ฉีดไปเบาๆ บนไปหน้าก่อนที่จะแต่งหน้า ทาครีม ก่อนนอน อะไรแบบนั้นนะครับ เพื่อให้ผิวหน้าชุ่มชื่นขึ้น แล้วน้ำแร่ทั่วไปก้ไม่ได้นะ ต้องเอาน้ำแร่ที่มีผลการวิจัยแล้วว่า ในน้ำแร่นั้นจะต้องมีประจุบวก ประจุลบ มีไอออนที่ให้มีผลหรือปฏิกิริยาทางวิทยาศาสตร์อะไรแบบนั้นด้วย เอาง่ายๆ แอดมินจะยกตัวอย่างให้เห็นชัดๆ เลยก็คือว่า ในโฆษณาที่จะเห็นในเครื่องปรับอากาศหรือแอร์เนี่ยนะครับ ที่มีโฆษษณาว่าแอร์ตัวนี้จะฟอกอากาศออกมาที่มีประจุไฟฟ้าเพื่อมาฆ่าเชื่อโรคด้วยในห้องที่เปิดแอร์ยี่ห้อนั้น แล้วถ้าเปิดแอร์ที่มีไอออน มีประจุบวก ลบ แล้วก็จะทำให้หน้าหรือผิวของคนที่อยู่ในห้องแอร์นี่ก็จะดีขึ้น หรือ ใดเป่าผมที่มีไออนนออกมาเป็นไอ อะแบบนี้ หลายท่านก็คงจะเคยได้ยินการโฆษณาแบบนี้มาบ้าง ตัวสเปรย์นี้ก็เช่นกันเลย หลักการเดียวกัน แต่ใช้ฉีดพ่นบนใบหน้าโดยตรงเลย

   ซึ่งในข้อดีของ Oguma นั้นก็บอกมาว่ามันเหมาะสำหรับคนที่อายุ 0 ปี ถึง 100 ปีเลย คือเอาง่ายๆ ว่าเหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย เหมาะทุกสภาพผิว ผิวแห้ง ผิวมัน ได้หมดเลย เพราะสเปรย์ตัวนี้จะไปช่วยให้ความชุ่มชื่นเฉยๆ ไม่มีสารเคมี ไม่มีแอลกอฮอล์ผสม ไม่มีน้ำหอมผสม เอาง่ายๆ ว่าดื่มได้เลยถ้าไม่มีน้ำดื่ม แต่มันจะแพงไปสักหนอ่ยมั้ยที่จะเอาน้ำแร่ในขวดสเปรย์เล็กๆ แบบนี้มาดื่ม ซึ่งก็บอกมาอีกว่ายังฉีดเข้าลูกตาได้ด้วยนะครับ ดีมากเลยสรรถคุณครอบจักรวาลจริงๆ สำหรับคนที่ใส่คอนแท็กเลนส์จะตาแห้ง ก็ฉีดน้ำแร่ตัวนี้เพื่อให้ความชุมชื่นได้

   ซึ่งหลังจากที่แอดมินให้หนูทดลองหรือหนูลองยาของแอดมินที่เป็นน้องสาวคนสวยได้ทดลองใช้แล้วในหนึ่งสัปดาห์ ก้ได้ข้อมูลจากน้องสาวของแอดมินมาว่า ผลการใช้ผลิตภํณฑ์ที่เป็นสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ที่กำลังฮิตๆ กันในสาวๆ ทั้งสาวจริงและสาวไม่จริงเนี่ยนะครับ ก็พบว่าช่วงที่ใช้แรกๆ เลยจะรู้สึกว่ามีอาการสิวผดออกมาบ้างบนผิวหน้า ซึ่งก็ตรงตามข้อมูลของผู้ขายที่บอกมาว่าจะมีอาการแบบนี้ไม่ต้องตกใจ เพราะมันจะดึงสารพิษที่ค้างอยู่บนรูขุนขนเนี่ยออกมา แล้วจากนั้นก็พบว่าเมื่อฉีดไปทุกๆ วันแล้วก็เหมือนว่าใบหน้าของน้องแอดมินก็รู้สึกว่าเฟรชขึ้น ซึ่งเท่าที่แอดมินดูผลการเปลี่ยนแปลงก็คือว่าหน้าดูไม่ค่อยแห้งสักเท่าไหร่ ดูมีน้ำมีนวลขึ้นว่างั้นเถอะ แอดมินเป็นผู้ชายก็บอกไม่ค่อยถูกเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้เห็นผลชัดเจนอะไรมากมายขนาดที่ว่าดีมาก เลิศ อะไรแบบนั้นนะ แต่นี่ได้ทดลองแค่ระยะสั้นๆ ก็ถือว่าโอเครนะ ใครอยากจะหาไปทดลองก็คิดว่าน่าใช้เพราะว่ามันไม่ได้มีสารพิษอะไร เป็นแค่น้ำแร่ ถือว่าเวิร์คครับ ไปละ บะบายทุกคน

 

Review สมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยมของทาง HTC one M9 plus ดีไซน์สวย สเปคแรง

   เห็นตัวเครื่องสวยๆ สีเงินๆ แบบนี้ กล้องหลังเลนส์กว้างๆ ใหญ่ๆ แบบนี้ แล้วก็จอใญ่ๆ แบบนี้อีกนั้น ก็คงต้องเดากันออกอยุ่แล้วใช่มั้ยละครับ ก็คงต้องเดาออกกันอยู่แล้วละครับ เพราะว่าโลโก้นั้นเห็นเด่นชัดเป็นสง่าอยู่อย่างนี้แล้วนะครับ นั่นก็คือ HTC นั้นเอง ก่อนอื่นก็ต้องขอสวัสดีกับเพื่อนๆ ชาวอินเทรนด์ทุกคนเลยที่คอยติดตามผลงานการรีวิวสินค้าอินเทรนด์อยู่ตอนนี้ ก็ต้องบอกว่าเว็บไซต์ของเราไม่ได้รีวิวแต่เฉพาะสมาร์ทโฟนนคะรับ อะไรก็ตามที่กำลังเป็นเทรนด์ กำลังมาแรง กำลังเป็นที่สนใจของชาวอินเทรนด์ทั้งหลายนั้น ผมเอง admin panu ต้องหยิบยกเอาสินค้านั้นๆ มาทำการรีวิวอย่างแน่นอนเลยครับ

   ก็ไม่รอช้าครับ เรามาเริ่มรีวิวเจ้า HTC one M9 plus นี้กันเลยดีกว่าครับ ก็ต้องยอมรับนะครับว่าทาง HTC นั้นนำวัสดุที่นำมาผลิตเป็นสมาร์ทโฟนนั้นดีเยี่ยมแบรนด์หนึ่งเลย แล้วเจ้า M9 plus นี้ก็เป็นโลหะทั้งตัวเครื่องเลยครับ แล้วเรื่องของชิ้นงานที่เป็นโลหะแล้วยังไม่เท่านั้นครับ เรื่องของสีก็เป็นรูปแบบการดีไซน์ใหม่ครับ เป็นแบบ ทู โทน นั้นเอง ใครที่ไปซื้อมาแล้วหรือสังเกตเห็นในคลิปรีวิวต่างๆ นั้นก็จะเห็นว่าตัวเครื่องตรงขอบนั้นจะเป็นโลหะสีทอง คือตัวขอบกับตัวเครื่องจะคนละสีกันครับ ถ้าตัวเครื่องสีทอง ขอบเครื่องก็จะสีเงิน ให้การสัมผัสนั้นดูสวยงามมากยิ่งขึ้นนั้นเองครับ

   มาถึงเรื่องของสเปคเทพๆ แล้วก็การใช้งานที่ผมเองจะรีวิวกันไปรวมๆ เลยนะครับ ตัวเครื่องนั้นมาพร้อมกับหน้าจอความละเอียด 2k ครับ ตรงปุ่ม home ที่เพิ่มมานั้นมีปริ้นสแกนลายนิ้วมือด้วย หน้าจอก้ความละเอียด 2560*1440 พิกเซล ขนาด 5.2 นิ้ว ซึ่งก็แน่นอนเลยครับว่า เรื่องความละเอียดตรงนี้นั้นเป็นความคมชัดในด้านของการชมวีดีโอ การเล่นเกมส์ที่มีกราฟฟิกเยอะๆ ก็ต้องบอกว่าลื่นไหลมากๆ เลยด้วยนะครับ

   มาถึงเรื่องฟีเจอร์เด็ดของทาง HTC เค้าเลย ก็คือมีชื่อเสียงมากเลยในส่วนของคุณภาพเสียง ลำโพง แล้วก็มาพร้อมกับระบบ boom sound ที่ให้เสียงที่ดังและก็มิติของเสียงทุกย่านนั้นออกมาได้อย่างดีและคงจะถูกใจใครหลายๆ คนเลย แล้วที่เด็ดไปกว่านั้น ถ้าคุณอยากจะเชื่อมต่อลำโพงหรืออุปกรณ์อื่นๆ ภายนอกในเรื่องของการดูหนัง ฟังเพลงที่ให้เสียงดีกว่านี้ ก็สามารถทำ 3 นิ้ว รูดที่หน้าจอจากบนลงล่าง จากนั้นตัวเครื่องจะค้นหาไม่ว่าจะเป็นบลูทูดหรือการเชื่อมต่ออะไรก็ตามได้อัตโนมัติเลย แล้วครั้งต่อไปมันก็จะจำค่าเอาไว้แล้วก็เชื่อมต่อได้ทุกครั้งเมื่อคุณรูด 3 นิ้วได้อย่างรวดเร็วเลย

   สำหรับใครที่ชอบในเรื่องของการตัดต่อคลิป การเอารูปภาพมารวมๆ กันแล้วก็ทำเป็นคลิปสั้นๆ ทาง HTC ก็มีแอพเด็ดที่ติดมากับเครื่องเลย แอพชื่อว่า โซอี่ ครับ ถ้าใครที่มีเครือ่งแล้วก็เอารูปหรือวีดีโอที่ถ่ายๆ ไว้ลองมองหาแอพื่นนี้ในเครื่องแล้วมาลองเล่นกันดูครับ

   เอาละครับ หลายคนก็คงจะเห็นด้านหลังของตัวเครื่อง HTC one M9 ;plus นี้ว่าด้านหลังทำไมมีเลนส์กล้องที่ใหญ่กว่าแบรนด์อื่นๆ ก็คือในเลนส์ตัวนี้มีกล้องอยู่ 2 ตัวครับ dual camera นั้นเองครับ แล้วมันจะดีอย่างไรละถ้ามีสองกล้อง โดยกล้องหลังของเค้าถ้าใช้ในโหมดถ่ายกล้องตัวเดียวที่มีความละเอียด 27 ล้านพิกเซลนั้นเรียกว่าดีสุดๆ ในกล้องยุคนี้เลยครับ มันก็จะมีการเลือกโหมด Auto หรือว่า ถ่ายแบบมือโปร ปรับค่า ISO หรือความชดเชยแสงอะไรแบบนี้ เรามาดูความน่าสนใจในการใช้กล้อง 2 ตัวถ่ายดีกว่าครับ ก็ต้องบอกว่าการใช้กล้อง 2 ตัวถ่ายภาพเดียวนั้นมันเหมาะสำหรับคนที่ชอบตัดต่อภาพ แต่งภาพ เอาง่ายๆ มือโปรละครับ เพราะมันจะสามารถนำเอาภาพที่ถ่ายไว้นั้นมาปรับได้เพิ่มเติมภายหลัง เช่น การมาเลือกโฟกัสความคมชัดแบบเลือกจุดภาพ การใส่เอฟเฟคในทุกริเวณของรูป ก็ต้องบอกว่ามือโปรจริงๆ ที่ต้องใช้โหมดนี้นะครับ

   ก็คงต้องมาถึงช่วงสุดท้ายของการรีวิวสมาร์ทโฟนเรือธงของ HTC one M9 plus นี่แล้วนะครับ ก็ต้องบอกว่าสเปคเครื่องนั้นแรงจริงๆ ครับ แต่แรงเกินไปเกินที่จะใช้ในยุคนี้หรือเปล่า ผมคิดอย่างนั้นนะครับ เพราะยกตัวอย่างสเปคของตัวเครื่องของการรองรับหน่วยความจำสำรองที่ได้มากถึง 2 เทเลไบท์ เลย แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครที่ผลิต micro sdcard ได้เยอะขนาดนี้เลยนะครับ แล้วราคาก็อยู่ที่ 24,xxx ในตัว 32 GB ก็เรียกว่าราคานี้แพงอยู่พอสมควรครับ ส่วนใครที่ชอบแบรนด์ HTC ก็ต้องบอกว่าคุ้มค่าครับเพราะว่าชอบแล้วก็ไม่แพงครับสำหรับสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้

Review ฟิล์มกันรอย ติดฟิล์มกันรอยบนหน้าจอมือถือด้วยตัวคุณเอง

   สวัสดีชาวอินเทรนด์ทุกท่านเลยนะครับ วันนี้ก็มาพบกัน อีกเช่นเคย แต่ต้องบอกก่อนนะครับว่า วันนี้ผมเองนั้นไม่ได้จะมารีวิวหรือ แฮนด์ สะ ออน hands on สินค้าอินเทรนด์อะไรเป็นพิเศษ มันก็คงจะเรียกว่าการรีวิวไม่ได้สิเนาะ เอาเป็นว่ามาแนะนำวิธีการติดฟิล์มกันรอยบนหน้าจอมือถือด้วยตัวคุณเองแบบง่ายๆ ที่ไม่ต้องไปเสียตังค์จ้างร้านมือถือที่ไหนติดให้ก็ได้ ก็ต้องบอกว่าบางคนนั้นซื้อมาติดเองได้จนเก่งแล้วในตอนนี้นะครับ เพราะว่าเปลี่ยนมือถือมาหลายเครื่องแล้ว แล้วแต่ละเครื่องนั้นก็รู้สึกว่าหน้าจอของคุณนั้นมัน โส ซะเหลือเกิน แต่โสอะไรก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับ เดากันเอาเองแล้วกันนะๆ ก็ต้องบอกว่ามันไม่ยากครับเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า

   

   ขั้นตอนแรกเลย ก็ต้องเริ่มจากการทำความสะอาดหน้าจอของสมาร์ทโฟนของคุณให้สะอาด ก็เช็ดๆ เช็ดครับ เช็ดเข้าไป แค่เช็ดมันก็ยังไม่พอครับ ยังไม่มั่นใจว่าจะมีฝุ่นเล็กๆ ติดอยู่หรือเปล่า ก้ต้องไปหาเทปกาวครับ ไปเอาเทปกาวที่แปะๆ แล้วก็ลอกออก ดึงขึ้น ลอกออก ดึงขึ้น ก็ทำอย่างนี้ไปจนทั่วทั้งหน้าจอเลยครับ เหมือนที่เค้าแว็คขนกันเลยครับ เอาให้ทั่วหน้าจอนะครับ ไม่งั้นติดไม่ดีละ ผมจะบอกให้ก่อน

   ขั้นตอนต่อมาครับ ก็เอาฟิล์มกันรอยยี่ห้ออะไรก็ได้ ที่คุณคิดว่ามันดี มันเวิร์คสุดๆ แล้ว มันเป็นฟิล์มที่กันคนเผือกได้ด้วย กันเผือกแบบว่าไม่ให้คนข้างๆ แอบมาอ่านเวลาคุณคุยกับแฟนอยู่อะไรแบบนี้นะครับ ก็เลือกซื้กกันได้ครับ แล้วจากนั้นเมื่อได้ฟิล์มมาแล้วก็ให้วางลงบนหน้าจอ วิธีการวางฟิล์มให้วางแนวข้างแล้วค่อยๆ ไล่ลงมาครับ ห้ามวางแบบลงไปทีเดียวทั้งแผ่น มักจะเสีย แล้วก็เสียง่ายด้วย เพราะว่าการวางลงไปทีเดียวทั้งแผ่นนั้นจะสามารถเกิดฟองอากาศได้ง่ายที่สุดด้วย แล้วคุณก็อาจจะเสียฟิล์มกันรอยแผ่นนั้นไปได้เลย ให้ค่อยๆ วางไปทีละแนวโดยเริ่มจากด้านบนลงไปก่อน ทาบกับหน้าจอมือถือของคุณให้ดีๆ เลงให้ตรงๆ เลงให้พอดี จากนั้นก็ไล่ลงไปทีละนิดๆ เพื่อไม่ให้เกิดฟองอากาศ แล้วก็ต้องจับสือถือของคุณให้อยู่นิ่งๆ ด้วยนะครับ ถ้าอยู่ไม่นิ่ง ก็เสียฟิล์มกันรอยไปอีกหนึ่งแผ่น รวมเป็นสองแผ่นแล้วนะครับ ถ้าคุณทำฟิล์มเสีย เพราะฉะนั้น ค่อยๆ ใจเย็นๆ ครับ

   

   ขั้นตอนต่อมาครับ เป็นขั้นตอนสุดท้ายแล้วครับชาวอินเทรนด์ทุกท่าน เมื่อคุณๆ วางฟิล์มกันรอยลงไปเรียบร้ยอแล้วนะครับ แน่นอนเลยว่ามันต้องมีฟองอากาศอยู่แน่ๆ ต้องมีครับเพราะเราไม่ได้มีเครื่องมืออย่างที่ร้านเค้ามี ไม่เป็นไรครับ มันมีเล้กๆ น้อยๆ ก็ทนใช้ไปแบบนั้นแหละครับ เย้ยๆ ไม่ใช่ครับ admin มีวิธีแก้ครับ ต้องเอาแบบเรียบเนียนเลยสิครับ เมื่อมีฟองอากาศให้เอาเทปกาวเหมือนเดิมครับ หมดหรือยังในขั้นตอนแรก ห้ามใช้หมดนะครับ ต้องเหลือเอาไว้นิสสนึงครับ ใช้เทปกาวนี่แหละครับ เมื่อมีฟองอากาศ ก็เอาเทปกาวค่อยๆ แปะลงไปบนฟิล์มครับ เพื่อดึงฟิล์มขึ้นมาอีกรอบครับ แล้วก็ค่อยๆ แปะลงไปใหม่อย่าทำบ่อยนะครับ เดี่ยวกาวตรงฟิล์มจะหมดละ แล้วก็ไม่แนะนำให้คุณๆ ทั้งหลายใช้เล็บแกะออกมาละ เดี่ยวจะเป็นรอยแล้วก็ฟิล์มเสียด้วยนะครับ ต้องไปฝึกกันดูครับ เพราะว่าบางคนติดครั้งแรกก็อาจจะมีฟองอากาศบ้าง อย่างที่บอกไป แต่มีบ้างนิดหน่อย ก็ถือว่าไม่เป็นอะไรนะครับ

   

   เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ชาวอินเทรนด์ทุกท่าน กับขั้นตอนการติดฟิล์มกันรอยด้วยตัวเอง เพียง 3 ขั้นตอนสั้นๆ เท่านั้นเอง เรื่องสมาร์ทโฟนก็ถือว่าเป็นสินค้าอินเทรนด์ที่ทุกคนนั้นต้องใช้กันในตอนนี้ แล้วเรื่องฟิล์มกันรอยก็ช่วยในเรื่องการปกป้องหน้าจอของมือถือสุดโปรดของคุณได้อีกหนึ่งประเภทนะครับ แล้ววันนี้เองก็ไม่ได้มารีวิวสินค้าอะไร ก็คงไม่ได้มีการให้คะแนนอะไร แต่ก็ต้องฝากให้ชาวอินเทรนด์ทุกคนช่วยติดตามเว็บไซต์ของเราที่จะมีอะไรมารีวิวกันต่อไปเรื่อยๆ แล้วก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่คอยติดตามด้วยนะครับ สำหรับวันนี้ไปละครับ สวัสดีครับ