Category Archives: ข่าวสารมือถือ

รีวิว Onda V80 Plus แท็บเล็ดจอ 8 นิ้ว 2os ในเครื่องเดียว ดีหรือไม่?

 

   108plaza ในตอนนี้มีอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่คุณอาจจะกำลังมองหามันอยู่ นั่นก็คือแท็บเล็ดที่มี 2 ระบบปฏิบัติการในเครื่องเดียว ทั้งระบบ windows และ android ถือว่าเป็นแท็บเล็ดที่สามารถเลือกมองหาซื้อมาใช้งานกันได้แบบราคาไม่ได้แพงมากนักในตอนนี้ แล้วแท็บเล้ดที่กล่าวถึงนั่น ก็มีชื่อรุ่นว่า Onda รุ่น V80 Plus นั่นเอง เป็นแท็บเล็ดหน้าจอ 8 นิ้ว ที่น่าสนใจในการใช้งานทั่วไปอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่จะดีหรือไม่นั้น ไปติดตามรีวิวกันเลย

   เริ่มต้นสำรวจอุปกรณ์เสริมที่ให้มาภายในตัวกล่องกันก่อนเลย ซึ่งเปิดกล่องก็จะเจอตัวเครื่องแท็บเล็ดขนาดใหญ่อยู่ก่อนเลย ต้องบอกว่าดีไซน์ถือว่าดูดี บอดี้ด้านหลังตัวเครื่องนั้นเป็นอะลูมีเนี่ยม งานประกอบค่อนข้างดี ไม่ใช่แท็บเล็ดเกรดต่ำแน่นอน เก็บงานดีเลยทีเดียว เปิดเข้าไปก็จะมีสาย USB to micro usb สำหรับชาร์จแบตเตอร์รี่ พร้อมหัวชาร์จและ OTG ก็มีเท่านี้เองตัวกล่องที่ให้มา

   สำหรับรายละเอียดตัวเครื่องเอง รอบๆ ตัวเครื่องก็จะมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. พอร์ด Mini HDMI มาให้ด้วย พร้อมกับช่องใส่เมมโมรี่เป็น micro sd card พร้อมกับปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่มเพาเวอร์ ถัดมาในส่วนของสเปคการใช้งานภายในตัวเครื่องกันบ้าง อย่างที่บอกไปว่าเป็น 2os คือมี 2 ระบบปฏิบัติการ ก็คือ windows 10 และ Android 5.1 ชิปประมวลผลที่ใช้ก็คือ intel Atom X5Z8300 ความเร็วอยู่ที่ 1.44GHz RAM 2GB ROM 32GB ความจุของแบตเตอร์รี่นั้นอยู่ที่ 4200 mAh ซึ่งถ้าดูจากสเปคตรงนี้ก็ต้องบอกได้เลยว่า การใช้งานทั่วไปไม่มีปัญหาแน่นอน ถือว่าเป็นแท็บเล็ดระดับกลางๆ ที่สเปคไม่ได้แรงมาก เน้นไปที่เรื่องของการใช้งานทั่วไปเป็นหลักก็ว่าได้

   ทดสอบการใช้งานในส่วนแรกของสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ก็คือ ในส่วนของการเปิดเข้าไปใช้งานในระบบปฏิบัติการ windows 10 เวอร์ชั่น Home 64bit ซึ่งการเข้าไปใช้งานเบื้องต้น ก็พบว่าเรื่องของหน้าจอที่ให้สเปคความคมชัดมาในระดับ Full HD ความละเอียด 1920*1200 พิกเซล ซึ่งคุณภาพหน้าจอที่ได้นั้น ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว มีความใส คมชัด การแสดงสีสันไม่ผิดเพี้ยน พร้อมกับความเคลียร์ของหน้าจอก็ทำได้ดีเลยทีเดียว เข้าไปใช้งานในส่วนของเว็บเบราเซอร์ต่างๆ ก็สามารถใช้งานได้ปกติดี ให้อารมณ์เหมือนกับมีโน๊ตบุ๊คเครื่องเล็กๆ มาอยู่บนมือเลยทีเดียว ในส่วนของการเข้าไปใช้งาน facebook หรือเข้าเล่นโซเชียลมีเดียต่างๆ ก็ยังทำได้ดีเช่นเดียวกัน สามารถที่จะแสดงกราฟิก แตะเข้าไปใช้งาน ดูรูปต่างๆ ก็ทำได้ดีไหลลื่นเป็นกติ แต่อาจจะไม่ได้รวดเร็วเหมือนกบตอนที่เล่นอยู่บนสมาร์ทโฟนด้วยแอปโดยตรงมากนัก แต่ก็ยังคงทำได้ดี ไม่มีอาการหน่วงหรือค้างแต่อย่างใด แต่ความพิเศษที่มากไปกว่านั้น เนื่องจากเป็นระบบ Windows ก็คงเป็นเรื่องของการเน้นไปที่การใช้งานจำพวก โปรแกรมพื้นฐานต่างๆ การใช้เปิดไฟลเอกสารต่างๆ เข้าไปพิมพ์งานแบบคร่าวๆ แก้ไฟล์เอกสารที่จำเป็นในบางจุด แต่จะให้ใช้งานเหมอืนกับโน๊ตบุ๊คหรือพีซีอย่างนั้นเลย ก็คงตอบว่าไม่ค่อยสะดวกมากนักในเรื่องความคร่องตัว แต่การใช้งานทั่วไปเอง ก็ถือว่าตอบโจทย์ได้ดีตรงนี้ รวมไปถึงการใช้เล่นเกมส์ในฝั่งของเกมส์ออนไลน์ที่ระบบ android เล่นไม่ได้ ก็มาเล่นในฝั่งของ windows แทนก็สามารถเล่นได้เป็นเกมส์พื้นฐาน แต่ถ้าจะเน้นไปในรื่องของเกมส์ที่มีกราฟฟิกเยอะๆ อาจจะไม่ตอบโจทย์ ความไหลลื่นอาจจะยังขาดไปอยู่บ้าง

   ในส่วนของการเข้าไปใช้งานในระบบปฏิบัติการ android กันบ้าง ก็สามารถที่จะเข้าไปดาวน์โหลดแอปจาก play store มาใช้งานได้เหมือนกับสมาร์ทโฟนได้เหมือนกัน ซึ่งผลการทดสอบใช้งานเองนั้น ค่อนข้างที่จะไหลลื่นดีกว่าในฝั่งของ windows อยู่เล็กน้อย ในเรื่องของการเข้าแอปโซเชียต่างๆ ส่วนการสลับระบบปฏิบัติการจาก os หนึ่ง ไปยังอีก os นั้น ก็ต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนหรือการ boots เครื่องสักระยะหนึ่ง แต่ไม่ได้ถึงกบเร็วมากนัก การเล่นเกมส์ในฝั่งของแอนดรอยด์เอง ก็พบว่าเล่นได้เหมือนกันในกลุ่มของเกมส์ทั่วไป ที่ไม่ได้เน้นเรื่องกราฟฟิกเยอะ ซึ่งโดยรวมๆ แล้ว แท็บเล็ด 2os ในรุ่นนี้ onda v80 plus นั้นก็ถือว่าเป็นแท็บล็ดที่เน้นการใช้งานทั่วไปมากกว่า อาจจะใช้ในเรื่องของความบันเทิงดูหนังฟังเพลงอะไรแบบนี้พอได้ ส่วนของแบตเตอร์รี่อาจจะไม่ได้อึดมากมายนัก แต่ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานได้ทั้งวันแบบปกติ มีการเข้าใช้แก้ไขงานบ้างและเช็คโซเชียต่างๆ บ้าง ก็เป็นอีกหนึ่งแท็บเล็ดที่มีราคาไม่ได้แพงมากอะไร แต่ก็ต้องหาซื้อได้ยากอยู่บ้างเหมือนกัน

รีวิว Lenovo P2 แบตอึด 5,100 mAh จอ 5.5 นิ้ว Full HD AMOLED ทั้งอึดทั้งทนบนราคาหมื่นต้นๆ

 

   ดูเหมือนว่าเทรนด์ของสมาร์ทโฟนในปี 2017 นี้ ก็น่าจะเป็นอะไรที่เน้นเรื่องของแบตอึดเอาไว้ก่อน ใช้งานได้นานๆ เล่นเกมส์กันแหลกๆ และดู youtube กันยาวๆ แบบไม่ต้องกลัวหมดอะไรแบบนั้นหรือเปล่า เพราะเริ่มมีหลายๆ ค่ายเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่กันมาในราคาก็ไม่ได้แพงมาก แต่ได้สเปคที่จัดว่าคุ้มค่าดีเลยทีเดียว ล่าสุด Lenovo ก็เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่น P2 กับสเปคแบตอึดที่ 5.100 mAh รายละเอียดของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะเป็นอย่างไรไปรีวิวกันเลย

   จัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่น่าสนใจ กับสมาร์ทโฟนที่มีน้ำหนักเครื่องเพียงแค่ 177 กรัมเท่านั้น แต่ภายในก็ให้แบตมาเยอะ พร้อมกับหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD AMOLED ด้วย แต่ดีไซน์ของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะแอบมีความหนาอยู่ที่ 8.3 มม. ซึ่งก็ถือว่าไม่ได้หนามาก เพราะด้วยแบตที่ให้มาเยอะ บอดี้ของตัวเครื่องเองนั้น ก็เป็นวัสดุที่เรียกว่าเมทัล ยูนิบอดี้ทั้งตัว ก็เรียกว่าเรียบหรู ดีไซน์สวยงามใช้ได้เลยทีเดียว ส่วนของดีไซน์ตัวเครื่องนั้น ก็ต้องบอกว่าเป็นเอกลักษณ์ของทาง Lenovo เองที่จะไปคล้ายๆ กับรุ่นอื่นๆ หรือซีรีส์อื่นๆ ของแบรนด์เองเช่นเดียวกัน ตรงนี้ก็คงขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละท่านมากกว่า ชอบหรือไม่ชอบอย่างไร แต่ก็จะมาพร้อมกับปุ่มสแกนลายนิ้วมือด้วย ก็ให้มาปกติที่ด้านล่างตัวเครื่อง ก็พบว่าสแกนได้ปกติ ไม่ได้ช้าหรือหน่วงแต่อย่างใด อีกหนึ่งจุดเด่นเลยที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ในสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ ก็คือจะมีปุ่มเลือนอยู่ด้านข้างตัวเครื่อง เรียกว่าปุ่ม saving mode เมื่อเลื่อนขึ้นไปจะเป็นจอขาว-ดำทันทีเลย ไม่ต้องไปรอรีบูธเครื่อง สามารถสลับจอสี จอขาวดำ ได้ทันทีเลย ก็ถือว่าเป็นจุดเด่น แล้วที่ดีเยี่ยมไปกว่านั้น ก็คือ ถ้าเปิดโหมด saving จะสามารถเปิดสแตนบายด์ได้นานถึง 62 ชั่วโมง ก็เรียกได้ว่าใช้ได้นาน 2-3 วันกันเลยทีเดียว นี่อคือในกรณีที่แบตเตอร์รี่เหลือที่ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าแบตเต็ม ก็จะสแตนบายได้เกือบ 1 สัปดาห์เลยทีเดียว ถือว่านานมากๆ ตรงนี้ถือว่าอึดจริงๆ แต่ข้อเสียก็คือ สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ใส่ได้แค่ 1 ซิมเท่านั้นเอง

   ในส่วนของสเปคกล้องนั้น กล้องหลังให้ความละเอียดมาที่ 13 ล้านพิกเซลพร้อมไฟแฟลช กล้องหน้าให้ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ซึ่งหลังจากที่ได้ทดสอบการใช้งานของกล้องมาแล้วนั้น ก็พบว่ากล้องหลังของมือถือรุ่นนี้ สามารถใช้งานได้ดี จับโฟกัสได้เร็ว และ ก็มีโหมดต่างๆ มาให้เลือกใช้งานได้ครบถ้วน ซึ่งกล้องหลังก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่ติดอยู่ที่กล้องหน้ามากกว่า ซึ่งใครจะเน้นมือถือเพื่อการเซลฟี่ด้วยแล้วนั้น อาจจะไม่ค่อยตอบโจทย์มากนัก เพราะกล้องหน้าไม่ค่อย wide เท่าไหร่ จะเก็บภาพได้ไม่ค่อยกว้างมากนัก แต่ก็พอที่จะเชลฟี่ได้ กล้องก็มีความคมชัดดี แต่การบันทึกวีดีโอนั้นก็อยู่ในระดับกลางๆ พอใช้งานได้เช่นเดียวกัน

   อีกหนึ่งการทดสอบประสิทธิภาพก็คือการเล่นเกมส์ ซึ่งภายในตัวเครื่องนั้นใส่ชิปประมวลผล snapdragon 625 Octa-core วิ่งด้วยความเร็ว 2.0 GHz RAM 4GB ROM 32GB สามารถที่จะเพิ่ม micro sd card ได้ มาพร้อมกับ Android 6.0 M ซึ่งต้องบอกเลยว่าสเปคแบบนี้ สามารถเล่นเกมส์ทั่วไปได้อย่างสบายๆ อยู่แล้ว ซึ่งจุดเด่นของมือถือรุ่นนี้ก็น่าจะเกิดมาเพื่อความบันเทิงมากกว่า เพราะทดสอบเกมส์ก้ได้ไหลลื่นดี หน้าจอก็เป็นสีสันที่มีคุณภาพดูสบายตาตามแบบของ AMOLED ด้วย มีความใส เคลียร์ พร้อมกับแบตที่อึดก็เล่นเกมส์ได้ยาวๆ หรือจะดู youtube ดูซีรีส์ต่างๆ ก็ดูได้ยาวนาน เล่นโซเชียลหนักๆ ติดเฟส ติดไลน์ ตอบโจทย์ได้นานเกินกว่า 2 วันแน่นอน พร้อมกับการรองรับการชาร์จไวด้วย

   อีกหนึ่งจุดเด่นของสมาร์ทโฟน Lenovo P2 ที่กำลังเป็นสินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้ก็คือ สามารถที่จะเกาะ 3G ได้พร้อมกันทั้งซิม 1 และ ซิม 2 ด้วย และรองรับการใช้งาน 4G ที่ซิม 1 ได้ด้วย สำหรับราคาที่เปิดตัวมานั้นอยู่ที่ 11,990 บาท ก็ลองไปหาเล่น หาทดสอบใช้งานกันได้ตามร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศได้เลย มีเข้ามาวางจำหน่ายกันแล้ว

รีวิว LG V20 สมาร์ทโฟนที่จัดว่าเป็น Best of the year 2016 ก็ว่าได้เครื่องแรง กล้องดี เสียงเลิศ จอใหญ่เต็มตา

 

   สำหรับใครที่เป็นสาวก LG ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ประเภทสมาร์ทโฟนก็คงไม่แปลกใจว่าทำไมต้องเลือกแบรนด์นี้ในสมาร์ทโฟนเรือธงหลายๆ รุ่นที่ผ่านมา ในตอนนี้แอดมินไม่ได้มารีวิวสินค้าอินเทรนด์ที่เปิดตัวใหม่ล่าสุดแต่อย่างใด แต่จะมารีวิวสมาร์ทโฟนที่คิดว่ามันน่าจะดีที่สุดในปี 2016 ที่ผ่านมาเครื่องหนึ่งเลยก็ว่าได้ เครื่องแรง จอใหญ่เต็มตา 5.7 นิ้ว กล้องหลังคู่ เสียงลำโพงดีฟังเพลงได้เต็มอิ่มจากตัวเครื่อง มิติเสียงดี เท่านี้ก็ถือว่าเต็มประสิทธิภาพการใช้งานสมาร์ทโฟนหนึ่งเครื่องแล้วจริงๆ แต่ต้องบอกก่อนว่า สำหรับคนชอบมือถือจอใหญ่เท่านั้น เรากำลังพูดถึงนี่เลย LG V20 มันเด่นในเรื่องใดบ้างแล้วเด่นข้ามปีมาถึงนี้นี้อย่างไรบ้าง มาติดตามกันเลย

   ต้องบอกว่าสาเหตุที่แอดมินเอง เลือกมือถือรุ่นนี้กลับมารีวิวอีกครั้งหนึ่ง ก็เพราะว่าได้มีโอกาสได้ไปใช้งานแบบเต็มๆ มาแล้ว ก็เห็นว่ามันมีทีเด็ดเยอะมากๆ เรียกว่าเยอะจนครบครันเลย มีการใช้งานทั้งแบบเฉพาะทาง และ สามารถประยุกต์ใช้ได้อีกหลายๆ แบบ สิ่งแรกที่สัมผัสได้ก็คือ งานประกอบของแบรนด์นี้จัดว่าโดดเด่น งานดีมากๆ แน่นหนา เก็บรายละเอียดได้ดี มาพร้อมกับโลโก้เสริมอย่าง B&O ด้วยเป็นแบรนด์ที่ผลิตหูฟังชั้นนำ ซึ่งในมือถือตัวนี้ก็ใส่ซอฟแวร์ทางด้านเสียงของแบรนด์นี้มาด้วย ก็ทำให้คุณภาพเสียงนั้นจัดว่าเด็ด และ ความแรงของตัวเครื่องก็ต้องบอกว่าแรงมากๆ ใช้ชิปตัวแรงเลยทีเดียว

   ตัวเครื่องนั้นมาพร้อมขนาดหน้าจอ 5.7 นิ้ว ความคมชัดระดับ 2k เลยทีเดียว ชิปประมวลผลใช้ snapdragon 820 RAM 4GB ความจุแบตเตอร์รี่ 3,200 mAh กระจกหน้าจอเป็น gorilla glass 4 ส่วนการ์ดจอที่ใช้เป็น adreno 530 จุดเด่นอีกหนึ่งอย่างก็คือ กล้องหลังคู่ ความละเอียดกล้องหลังตัวแรกอยู่ที่ 16 ล้านพิกเซล f/1.8 และกล้องหลังตัวที่สองความละเอียด 8 ล้านพิกเซล f/2.4 มาพร้อมกับ OIS กันสั่นด้วย ถ่ายวีดีโอนิ่งกริบเลยทีเดียว เนียนตา ส่วนความละเอียดของกล้องหน้าอยู่ที่ 5 ล้านพิกเซล f/1.9 มีปุ่มสแกนลายนิ้วมืออยู่ด้านหลังตัวเครื่อง ก็เป็นเซนเซอร์ที่จัดว่าสแกนได้รวดเร็วดี และ สามารถอัพเดทเป็น Android 7.0 ได้แล้วไม่มีแถมแพแต่อย่างใด

   จุดเด่นอย่างแรกเลยของการใช้งานสมาร์ทโฟนเครื่องนี้ ก็คือ หน้าจอ เป็นหน้าจอ IPS แต่เป็นจอที่ดีมากๆ เลย ให้สไตล์การใช้งานมันมันไม่หลอกตา สีสันต่างๆ ดูธรรมชาติ แล้วเวลาเล่นนานๆ จะไม่ค่อยแสบตาสักเท่าไหร่ มองแล้วสบายตานั่นเอง

   จุดเด่นที่ต้องร้อง ว้าว!! โอ้พระเจ้ามันสุดยอดมากในมือถือตัวนี้ นั่นก็คือ กล้องหลังคู่ LG V20 ทำมาได้ดีมากเลยทีเดียว ซึ่งพอได้ใช้งานก็พบว่ามันสามารถเลือกโฟกัสเพียงจุดเดียวได้ เหมือนกับมือถือทั่วไป แต่พิเศษ มันสามารถเลือกโฟกัสหลายๆ จุดได้ ซึ่งมันทำให้เราถ่ายภาพเป็นหมูคณะได้ดี และ อยากเก็บรายละเอียดหลายๆ จุดได้ดี ภาพมีความคมชัด คมกริบ ต้องใช้คำว่าอย่างนั้นกันเลยทีเดียว แล้วที่เด่นไปกว่านั้น เมื่อเราใช้กล้องคู่ไปพร้อมๆ กัน มันจะมีให้เลือกว่าใช้กล้องตัวเดียวหรือใช้ทั้งสองตัว ถ้าตัวเดียวภาพจะไม่กว้างเท่าไหร่ จะปกติ แต่พอใช้กล้องทั้งสองตัวแล้ว ภาพที่ได้มันจะ wide มากๆ จะกว้างพอๆ กับใช้กล้อง DSLR แล้วเป็นเลนสด์ wide ถ่ายเลย นี่ถือว่ามันเด่นมากในมือถือตัวนี้ แล้วไม่เท่านั้น พอได้ภาพแบบ wide แล้วภาพที่ได้ก็ยังคมชัดอีกต่างหาก และ ที่เด่นไปกว่านั้นอีก ก็ต้องชื่นชอมว่า LG ทำซอฟแวร์กล้องมาดี เพราะขนาดที่ว่า กล้องหน้ามีตัวเดียว แต่ก็ทำกล้องให้มีความ wide ได้ดีมาก เป็นการเก็บภาพได้กว้างมากเลย แต่อาจจะไม่กว้างเท่ากับกล้องหลังคู่ รวมไปถึงคนที่ใช้กล้องเป็น ใช้กล้องได้แบบลึกๆ ก็มีโหมดโปรให้เลือกปรับตั้งค่ากันครบทุกฟังก์ชั่นเลย จัดว่าคุณมีมือถือที่ติดกล้อง DSLR หรือกล้อง mirror less ดีๆ ติดไปด้วยเลย แบบนั้นเลยจริงๆ ถือว่ายอดเยี่ยม

   อีกหนึ่งจุดเด่นของสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ นั่นก็คือเรื่องของเสียงนั่นเอง ซึ่งจะสามารถฟังผ่านหูฟังที่ให้มาด้วยก็ได้ เป็นหูฟังที่คุณภาพดีมากเช่นเดียกัน ให้มิติเสียงที่เคลียร์ ใส พร้อมกับเนื้อเบสที่กระชับไม่รู้สึกว่าอื้ออึง เนื้อเบสแบบสะอาดๆ ส่วนรายละเอียดอื่นๆ อย่างเล่นเกมส์ อย่างการใช้งาน และการเปิดแอปทั่วไปนั้น ไม่ต้องห่วงเลย เพราะสเปคมันแรงมากเลยทีเดียว พร้อมกับแบตอึดแบบแจ่มๆ ใน 1 วันเลย แต่ก็ต้องบอกว่ามันหาซื้อได้ค่อนข้างยากในบ้านเราสักนิดหนึ่ง

รีวิว Lenovo P2 แบตอึด 5,100 mAh จอ 5.5 นิ้ว Full HD AMOLED ทั้งอึดทั้งทนบนราคาหมื่นต้นๆ

 

   ดูเหมือนว่าเทรนด์ของสมาร์ทโฟนในปี 2017 นี้ ก็น่าจะเป็นอะไรที่เน้นเรื่องของแบตอึดเอาไว้ก่อน ใช้งานได้นานๆ เล่นเกมส์กันแหลกๆ และดู youtube กันยาวๆ แบบไม่ต้องกลัวหมดอะไรแบบนั้นหรือเปล่า เพราะเริ่มมีหลายๆ ค่ายเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่กันมาในราคาก็ไม่ได้แพงมาก แต่ได้สเปคที่จัดว่าคุ้มค่าดีเลยทีเดียว ล่าสุด Lenovo ก็เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่น P2 กับสเปคแบตอึดที่ 5.100 mAh รายละเอียดของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะเป็นอย่างไรไปรีวิวกันเลย

   จัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่น่าสนใจ กับสมาร์ทโฟนที่มีน้ำหนักเครื่องเพียงแค่ 177 กรัมเท่านั้น แต่ภายในก็ให้แบตมาเยอะ พร้อมกับหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD AMOLED ด้วย แต่ดีไซน์ของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะแอบมีความหนาอยู่ที่ 8.3 มม. ซึ่งก็ถือว่าไม่ได้หนามาก เพราะด้วยแบตที่ให้มาเยอะ บอดี้ของตัวเครื่องเองนั้น ก็เป็นวัสดุที่เรียกว่าเมทัล ยูนิบอดี้ทั้งตัว ก็เรียกว่าเรียบหรู ดีไซน์สวยงามใช้ได้เลยทีเดียว ส่วนของดีไซน์ตัวเครื่องนั้น ก็ต้องบอกว่าเป็นเอกลักษณ์ของทาง Lenovo เองที่จะไปคล้ายๆ กับรุ่นอื่นๆ หรือซีรีส์อื่นๆ ของแบรนด์เองเช่นเดียวกัน ตรงนี้ก็คงขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละท่านมากกว่า ชอบหรือไม่ชอบอย่างไร แต่ก็จะมาพร้อมกับปุ่มสแกนลายนิ้วมือด้วย ก็ให้มาปกติที่ด้านล่างตัวเครื่อง ก็พบว่าสแกนได้ปกติ ไม่ได้ช้าหรือหน่วงแต่อย่างใด อีกหนึ่งจุดเด่นเลยที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ในสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ ก็คือจะมีปุ่มเลือนอยู่ด้านข้างตัวเครื่อง เรียกว่าปุ่ม saving mode เมื่อเลื่อนขึ้นไปจะเป็นจอขาว-ดำทันทีเลย ไม่ต้องไปรอรีบูธเครื่อง สามารถสลับจอสี จอขาวดำ ได้ทันทีเลย ก็ถือว่าเป็นจุดเด่น แล้วที่ดีเยี่ยมไปกว่านั้น ก็คือ ถ้าเปิดโหมด saving จะสามารถเปิดสแตนบายด์ได้นานถึง 62 ชั่วโมง ก็เรียกได้ว่าใช้ได้นาน 2-3 วันกันเลยทีเดียว นี่อคือในกรณีที่แบตเตอร์รี่เหลือที่ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าแบตเต็ม ก็จะสแตนบายได้เกือบ 1 สัปดาห์เลยทีเดียว ถือว่านานมากๆ ตรงนี้ถือว่าอึดจริงๆ แต่ข้อเสียก็คือ สมาร์ทโฟนรุ่นนี้ใส่ได้แค่ 1 ซิมเท่านั้นเอง

   ในส่วนของสเปคกล้องนั้น กล้องหลังให้ความละเอียดมาที่ 13 ล้านพิกเซลพร้อมไฟแฟลช กล้องหน้าให้ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ซึ่งหลังจากที่ได้ทดสอบการใช้งานของกล้องมาแล้วนั้น ก็พบว่ากล้องหลังของมือถือรุ่นนี้ สามารถใช้งานได้ดี จับโฟกัสได้เร็ว และ ก็มีโหมดต่างๆ มาให้เลือกใช้งานได้ครบถ้วน ซึ่งกล้องหลังก็อยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่ติดอยู่ที่กล้องหน้ามากกว่า ซึ่งใครจะเน้นมือถือเพื่อการเซลฟี่ด้วยแล้วนั้น อาจจะไม่ค่อยตอบโจทย์มากนัก เพราะกล้องหน้าไม่ค่อย wide เท่าไหร่ จะเก็บภาพได้ไม่ค่อยกว้างมากนัก แต่ก็พอที่จะเชลฟี่ได้ กล้องก็มีความคมชัดดี แต่การบันทึกวีดีโอนั้นก็อยู่ในระดับกลางๆ พอใช้งานได้เช่นเดียวกัน

   อีกหนึ่งการทดสอบประสิทธิภาพก็คือการเล่นเกมส์ ซึ่งภายในตัวเครื่องนั้นใส่ชิปประมวลผล snapdragon 625 Octa-core วิ่งด้วยความเร็ว 2.0 GHz RAM 4GB ROM 32GB สามารถที่จะเพิ่ม micro sd card ได้ มาพร้อมกับ Android 6.0 M ซึ่งต้องบอกเลยว่าสเปคแบบนี้ สามารถเล่นเกมส์ทั่วไปได้อย่างสบายๆ อยู่แล้ว ซึ่งจุดเด่นของมือถือรุ่นนี้ก็น่าจะเกิดมาเพื่อความบันเทิงมากกว่า เพราะทดสอบเกมส์ก้ได้ไหลลื่นดี หน้าจอก็เป็นสีสันที่มีคุณภาพดูสบายตาตามแบบของ AMOLED ด้วย มีความใส เคลียร์ พร้อมกับแบตที่อึดก็เล่นเกมส์ได้ยาวๆ หรือจะดู youtube ดูซีรีส์ต่างๆ ก็ดูได้ยาวนาน เล่นโซเชียลหนักๆ ติดเฟส ติดไลน์ ตอบโจทย์ได้นานเกินกว่า 2 วันแน่นอน พร้อมกับการรองรับการชาร์จไวด้วย

   อีกหนึ่งจุดเด่นของสมาร์ทโฟน Lenovo P2 ที่กำลังเป็นสินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้ก็คือ สามารถที่จะเกาะ 3G ได้พร้อมกันทั้งซิม 1 และ ซิม 2 ด้วย และรองรับการใช้งาน 4G ที่ซิม 1 ได้ด้วย สำหรับราคาที่เปิดตัวมานั้นอยู่ที่ 11,990 บาท ก็ลองไปหาเล่น หาทดสอบใช้งานกันได้ตามร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศได้เลย มีเข้ามาวางจำหน่ายกันแล้ว

รีวิว dtac Phone T2 สมาร์ทโฟนในงบ 4,000 ที่เขาว่าถ่ายมุมไหนก็สวย จริงหรือไม่

 

   สำหรับการรีวิวสินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้ของเรา 108plaza ก็มีอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนราคาประหยัดจากค่ายผู้ให้บริการเครื่อข่ายรายหนึ่งอย่าง dtac นั้นเอง ที่เปิดตัวสมาร์ทโฟนราคาประหยัด ที่ซื้อแยกตัวเครื่องเปล่าๆ ต่างหากจะอยู่ในงบเพียงแค่ 4,000 บาทยังมีทอน แต่ถ้าซื้อพร้อมกับโปรของทางเครื่อข่าย dtac เองนั้นราคาจะเหลือที่ 2,000 บาทมีทอน ตรงนี้ก็ลองเอาไปตัดสินใจกันดูได้ แต่ที่แน่ๆ แอดมินจะมารีวิวกับคำว่า super camera phone ซึ่งเครมเอาไว้ว่า ถ่ายมุมไหนก็สวย มันจะจริงหรือไม่ ไปดูกัน

   ก่อนอื่นเรามาดูอุปกรณ์ในกล่องสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ก่อนเลยว่ามีอะไรบ้าง ก็จะประกอบไปด้วย หูฟังแบบ inear เป็นหูฟังที่พอใช้งานได้ พร้อมกับหัวชาร์จที่จ่ายไฟ 1A พร้อมกับสายชาร์จแบบ micro usb และมีฟิล์มกันรอยแบบธรรมดาแถมมาให้ด้วย แบบตรงรุ่น ก็มีเท่านี้เองสำหรับอุปกรณ์เสริม

   มาดูกันที่ตัวเครื่องบ้าง มาพร้อมกับสเปค ชิปประมวลผลเป็น Mediatek MT6735 quadcore 1.25 GHz RAM 2GB ROM 16GB รองรับ micro sd card สูงสุดที่ 32GB ส่วนเรื่องของสเปคกล้องนั้น ก็ถือว่าเป็นอีกนึ่งไฮไลท์ ที่กล้องหลังจะใช้เซนเซอร์ของทาง ซัมซุง ความละเอียดอยู่ที่ 13 ล้านพิกเซล ค่า f/2.0 แล้วที่เด็ดไปกว่านั้น มาพร้อมกับไฟแฟลชแบบ 3 ดวง ที่เป็นแฟลชให้ความสว่างแบบสีนวลๆ ให้มาเยอะเลยสว่างแน่นอนตอนกลางคืนหรือถ่ายในที่มึด และ กล้องหน้าก็ให้ความละเอียดของกล้องมาที่ 8 ล้านพิกเซล พร้อมกับไฟแฟลชที่กล้องหน้าด้วยเช่นกัน ภายในตัวเครื่องก็มาพร้อมกับ Android 6.0 M แต่สเปคเครื่องตัวนี้ไม่มีสแกนลายนิ้วมือ แต่ก็มีจุดเด่นอย่างหนึ่งที่พอจะแก้ขัดได้บ้าง ก็คือ ฟี่เจอร์การปลดล็อคด้วยเสียง เพียงแค่พูดว่า ปลดล็อคหน้าจอ แค่นี้ก็จะปลดล็อคให้ แต่ก็อาจจะไม่สามารถทำได้ทุกครั้งที่มีเสียงรบกวนเยอะๆ อาจจะไม่ติดหรือปลดล็อคไม่ได้ แต่ถ้าเป็นที่เงียบๆ ก็จะทำได้ ภายในตัวเครื่องเอง ก็จะไม่ได้มีลูกเล่นอะไรเสริมเข้ามามากนัก เพราะในตัวเครื่องเกือบจะเป็นเพียวแอนดรอยด์แล้วด้วยซ้ำ ก็ทำให้เครื่องนั้นลื่นไหล เครื่องเร็วพอสมควร การใช้งานทั่วไปก็ใช้งานได้ดี แอปพื้นฐานทั่วไปก็มีมาครบเลย เหมาะกับเป็นเครื่องสำรองหรือเครื่องที่จะซื้อให้คุณพ่อ คุณแม่ใช้ก็น่าจะเหมาะสมดี

   ในส่วนของการเล่นเกมส์ในสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ ก็ต้องบอกว่าสามารถเล่นเกมส์พื้นฐาน เกมส์ออนไลน์ทั่วไป ก็เล่นได้สบายๆ แต่ถ้าจะให้เล่นเกมส์ที่เน้นกราฟฟิกหนักๆ เลยก็อาจจะไม่ค่อยตอบโจทย์สักเท่าไหร่ ส่วน่ความบันเทิงต่างๆ ก็พอใช้งานได้ ไม่ว่าจะเป็นเสียงลำโพงที่ตัวเครื่อง ก็ยังมีมิติที่ดี พอฟังเพลงได้ แต่เสียงก็จะไม่ได้ดังมาก เสียงยังอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนสีสันของหน้าจอนั้น ก็จัดว่าไม่ได้ดูแย่เกินไป อยู่ในระดับมาตรฐาน แต่อาจจะเป็นโทนสีที่ไม่ได้สดมาก หรือไม่ได้ใสเคลียร์มาก เมื่อทำการเทสด้วยแอป antutu แล้วก็จะได้คะแนนอยู่ที่ประมาณ 23,450 คะแนนเท่านั้นเอง ก็ถือว่าเป็นการเทียบลำดับก็อยู่ล่างๆ เลย 

   แต่จุดเด่นอีกหนึ่งอย่างที่ต้องรีวิวกันแบบจัดหนักจัดเต็ม ก็คือ เรื่องของกล้อง ที่ผู้ให้บริการเครือข่ายหรือเจ้าของแบรนด์ได้เครมเอาไว้ว่าเป็น super camera phone ในราคาเบาๆ แบบนี้ เริ่มต้นด้วยกล้องหลังที่ให้โหมดการใช้งานมา 5 โหมดด้วยกัน ก็จะโหมดบิวตี้ HDR พาโนรามาร์ โหมดคุณภาพสูง แล้วก็โหมดที่ชอบใช้งานทั่วไปก็คือออโต้ ก็ต้องบอกว่าหลังจากที่ได้ลองใช้งานกับกล้องจากโหมดต่างๆ กันแล้ว ก็พบว่าเป็นกล้องที่พอใช้งานได้เหมือนกัน แต่ถ้าเทียบราคาแล้วก็ถือว่าน่าสนใจ เพราะราคาเบาๆ แต่ได้กล้องที่มีคุณภาพคมชัดเลยทีเดียว การถ่ายในที่แสดงปกติ ไม่มีปัญหาอะไร สามารถจับโฟกัสได้ดี แต่พอหลังจากต้องถ่ายย้อนแสง ถ่ายในที่มึด ตรงนี้ยังถือว่าเก็บรายละเอียดได้ไม่ดีนัก การเก็บภาพในบางจุด แสงบางจุดยังเพี้ยนบ้าง แต่พอใช้โหมดที่ถูกต้องเข้ามาช่วย ภาพก็จะดีขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ว้างเกินราคามากนัก

   สำหรับกล้องหน้าในสินค้าอินเทรนด์รุ่นนี้ dtac phone T2 กล้องหน้าก็พอที่จะเซลฟี่ได้ มีโหมดเซลฟี่มาให้ พร้อมกับฟี่เจอร์ชู 2 นิ้วกดชัตเตอร์ได้ แต่พอใช้โหมดบิวตี้มาเซลฟี่ ตัวซอฟแวร์เองอาจจะเกินความจริงไปนิดหน่อย การเกลี่ยสีต่างๆ หรือ ตาโต ก็อาจจะเกินความจริงไปนิดๆ ก็พูดง่ายๆ ว่าถ้าเปิดโหมดบิวตี้ขึ้นมาจะเป็นภาพที่เนียนแบบดูปลอมๆ ว่ากันแบบนั้น แต่ก็พอใช้งานได้เป็นมือถือรุ่นเริ่มต้นที่ประหยัดดี ใช้งานทั่วไปได้ครบครัน

Review Sony NW-A36HN เครื่องเล่นเพลงพกพาขนาดเล็กรุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับคนชอบ Hi-Res Audio

 

   มาเอาใจคนที่ชอบฟังเพลงกันสักนิดหนึ่ง การรีวิว gadget ใหม่ๆ สินค้าดีๆ จากแบรนด์ดังทั่วโลกของเราใน 108plaza ตอนนี้ ก็มีเครื่องเล่นเพลงพกพา ที่ต้องบอกว่ามากด้วยคุณภาพและปรสบการณ์จากทาง Sony มีเปิดตัวกันมาในต่างประเทศเมื่อช่วงปลายปี 2016 ที่ผ่านมา และ ตอนนี้ก็มีเข้ามาวางจำหน่ายในบ้านเราแล้วเรียบร้อย ก็เป็นเรื่องเล่นเพลงแบบพกพาที่มีหลายๆ รุ่นให้เลือกใช้งาน แต่ในตอนนี้เรานำเอา Sony NW-A36HN มารีวิวจะมีรายละเอียดอย่างไรบ้างนั้นไปติดตามกันเลย

   สำหรับเครื่องเล่นเพลงแบบพกพารุ่นนี้จริงๆ แล้วถือว่าเป็นรุ่นพี่ในซีรีส์ A เลยก็ว่าได้ จะมีรุ่นน้องอย่างตัว NW-A35HN ก็จะมีความจุน้อยกว่าแล้วก็ไม่มีหูฟังแถมมาให้ในกล่อง แต่รุ่นพี่ตัวนี้ NW-A36HN นั้นจะมีสเปคคือ มีหน่วยความจำในตัวเครื่องอยู่ที่ 32 GB พร้อมกับสามารถเพิ่มเมมโมรี่ได้สูงสุดที่ 128 GB ใช้เป็นแบบ micro sd card โดยฟังก์ชั่นการใช้งานหลักๆ เลยก็น่าจะเอาไว้ฟังเพลง จะใช้คู่กับหูฟังในรูปแบบต่างๆ หรือลำโพงบลูทูธก็ใช้งานได้เช่นเดียวกัน เพราะที่ตัวเครื่องนั้น สามารถรองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่านบลูทูธด้วย ใครที่มีหูฟังบลูทูธก็ใช้งานร่วมกับเครื่องเล่นตัวนี้ได้ด้วย แถมยังมี NFC ที่จะช่วยเชื่อมต่อบลูทูธเพียงแค่แตะก็มีมาให้ด้วย พร้อมกับการรองรับไฟล์เพลงที่เป็นแบบ Hi-Resolution Adio ได้ด้วย ใครที่ชอบฟังเพลงแนว Hi-End ต่างๆ ไฟล์เพลงละเอียดๆ มีมาให้ใช้งานด้วย พร้อมกับรองรับเทคโนโลยีแบบ L-DAC ด้วย นอกจากนั้น สิ่งที่ยังรองรับการใช้งานร่วมกับ Device ต่างๆ ก็มีมาครบ อย่างเช่น เอาไปเชื่อมต่อกับคอมหรือโน๊ตบุ๊ค ก็เสียบผ่าน USB ได้เลย เป็นแบบ Plug and Play ไม่ต้องไปลง Driver แต่อย่างใด สามารถมองเห็นได้เลย

   ในส่วนของตัวเครื่องเล่นเพลงพกพาจาก Sony NW-A36HN รุ่นนี้ ก็จะมีดีไซน์ที่คล้ายๆ กับสมาร์ทโฟนเลย มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 3.1 นิ้ว ความละเอียดของหน้าจอระดับ WVGA :ซึ่งก็พอเพียงกับการใช้งานแล้ว ซึ่งจริงๆ แล้วเครื่องเล่นเพลงตัวนี้จะสามารถรองรับไฟล์เพลงทุกไฟล์นามสกุลบนโลกนี้ได้ค่อนข้างจะครอบคลุมอยู่แล้ว สามารถที่จะถอดรหัสเพลงได้ และเป็นการรองรับไฟล์เพลงแบบ Hi-res ได้ที่ 24-bit 182Hz เลยทีเดียว ก็ถือว่าละเอียดมากเลยทีเดียว ถัดมาใครที่มีไฟล์เพลงแบบ DSD ที่ใช้กันเป็นประจำๆ เครื่องเล่นเพลงรุ่นนี้ ก็สามารถที่จะรองรับการใช้งานได้ด้วย แต่ตัวเครื่องเล่นเพลงเอง จะแปลงมาเป็นไฟล์แบบ PCM อีกทีหนึ่งในการเปิดฟังเพลง ซึ่งแน่นอนว่าบางท่านที่เป็นคนหูเทพจริงๆ อาจจะมองว่า ทำไมต้องเอาไฟล์ DSD ที่เป็นไฟล์เพลงระดับสูง คุณภาพดีเยี่ยม มาบีบอัดให้เหลือเป็นไฟล์ PCM ให้ได้ฟังกัน ก็ต้องบอกอย่างนี้ว่า หลังจากที่แอดมินเองก็ได้ทดสอบใช้งานมาแล้ว ก็พอทราบว่าไฟล์เพลง DSD นั้นก็เป็นทาง Sony เองที่คิดค้นและพัฒนาขึ้นมาให้ใช้งานร่วมกับเครื่องเล่นเพลงระดับหลายหมื่นบาท จนถึงระดับหลักแสน แต่สำหรับเครื่องเล่นพกพา NW-A36HN ตัวนี้เป็นกลุ่มระดับต่ำหมื่น ซึ่งถือว่าเป็นราคาเบาๆ แต่ถอดรหัสเพลงในกลุ่ม Hi-End ได้ก็ถือว่าไม่ธรรมดา แล้วอีกอย่างหนึ่ง sony เองก็เป็นผู้คิดค้นไฟล์เพลงเองด้วย ก็น่าจะมีระบบซอฟต์แวร์ต่างๆ มาบีบอัดให้คุณภาพเสียงของไฟล์ PCM ยังอยู่ครบสมบูรณ์มากที่สุด น่าจะเป็นอย่างนั้น แต่หลังจากที่ได้ทดสอบฟังเพลงแล้วจากไฟล์ DSD มาเป็น PCM ก็รู้สึกว่าจะมีคุณภาพที่ด้อยลงไปนิดเดียว อย่างเช่น ปลายเสียง ประกายเสียงต่างๆ จะขาดหายไปนิดๆ เท่านั้นเอง จะไม่จับผิดจริงๆ แทบจะไม่รู้เลยว่าจุดด้อยตรงนี้ขาดหายไป ก็ต้องบอกว่าใครที่วางงบเอาไว้ไม่เยอะ รุ่นนี้ก็ถือว่าตอบโจทย์ไม่น้อยเลยทีเดียว คุณภาพคุ้มค่าในราคาประหยัดสำหรับแบรนด์ Sony เอง

 

   แต่จุดด้อยอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนเลยในเครื่องเล่นเพลงพกพา sony NW-A36HN รวมไปถึง A35HN ด้วยรุ่นนี้ที่จะเอไปใช้งานร่วมกับหูฟังหรือลำโพงบลูทูธก็ตามแต่ ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละท่านนั้น ณ ตอนนี้เลยในช่วงต้นปี 2017 ตัวเฟิร์มแวร์ที่ sony ใส่มานั้นจะยังไม่รองรับไฟล์เพลงที่เป็นภาษาไทย ดังนั้นมันจะอ่านชื่อเพลงภาษาไทยยังไม่ได้ ต้องอาจจะรอการอัพเดทเฟิร์มแวร์ต่อๆ ไปของทาง Sony ด้วย ซึ่งระบบ OS ภายในเอง ก็เป็นของ sony ที่คิดค้นขึ้นมาหมด เป็นระบบปิดที่ต้องรอการพัฒนา แต่เชื่อว่า sony เองก็ต้องมีการอัพเดทมาให้ได้ใช้งานกันอย่างแน่นอน การใช้งานก็ใช้ได้ต่อเนื่องเลย 25 ชั่วโมง ชาร์จหนึ่งครั้งใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงแบตก็จะเต็ม ส่วนหูฟังที่ให้มากับเครื่องเล่นนั้น ก็ถือว่ามีคุณภาพที่ดีเลย พร้อมกับมีระบบตัดเสียงรบกวนภายนอกได้ด้วย ใครสนใจก็ลองไปหาทดสอบกันได้ตามร้านค้าชั้นนำทั่วไป

รีวิว Nubia Z11 mini สมาร์ทโฟนราคา 7,000 บาทมีทอน จะมีอะไรน่าสนใจบ้างไปดูกัน

 

   เชื่อว่าหลายๆ ท่านน่าจะคุ้นเคยกับสมาร์ทโฟนแบรนด์ Nubia กันมาบ้างแล้วในช่วงปลายปีที่ผ่านมา แต่ในต้นปีแบบนี้ 108plaza ก็มีสมาร์ทโฟนจาก Nubia อีกหนึ่งรุ่น ที่มีราคาประมาณ 7,000 บาทมีทอน มีชื่อรุ่นว่า Nubia Z11 mini ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่น่าสนใจไม่น้อย แต่จะมีจุดไหนที่น่าสนใจนั้นไปติดตามรีวิวกันเลย

   ก่อนอื่นมาเริ่มแกะกล่องดูอุปกรณ์ที่ให้มาภายในกล่องก่อนเลย ก็จะมีตั้งแต่ คู่มือการใช้งาน ใบรับประกันตัวสินค้าที่สามารถส่งศูนย์ที่เมืองไทยได้เลย มีเข็มจิ่มซิม สายชาร์จ ที่ได้เปลี่ยนมาเป็น USB Type C แล้วด้วย พร้อมกับหัวชาร์จที่รองรับ Fast Charge ด้วย จากนั้นก็มีตัวเครื่อง เมื่อหยิบขึ้นมาจะรู้สึกว่าตัวเครื่องมันเบามากเลยทีเดียว มีน้ำหนักเพียงแค่ 138 กรัมเท่านั้นเอง มาพร้อมกับขนาดหน้าจอ 5 นิ้ว ความละเอียดของหน้าจอระดับ Full HD Displuy จุดเด่นน่าจะอยู่ที่ความละเอียดจอมากถึง 441ppi. เลยทีเดียว ซึ่งถือว่ามีความละเอียดมากเลย ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดที่นาสนใจในสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ ด้านข้างตัวเครื่องนั้นรองรับ 2 ซิม พร้อมากับเลือกที่จะใส่เมมโมรี่ได้ด้วย ส่วนด้านบนตัวเครื่องก็ยังมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 อยู่ ยังไม่ตัดออก

   เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาพร้อมกับปลดล็อคด้วยปุ่มสแกนลายนิ้วมือ ก็พบว่าสแกนได้รวดเร็วดี แต่สิ่งที่แปลกหูแปลกตาไปจากมือถือ android ทั่วไป ก็คงเป็นเรื่องของ nubia UI นั่นเอง แรกๆ อาจจะต้องเรียนรู้กับการใช้งานและการตั้งค่ากันสักนิดหนึ่ง พร้อมกับการใช้ในโหมดภาษาไทยเอง การแปลความหมายก็จะอ่านดูงงๆ สักนิดหนึ่ง แต่ก็พอเข้าใจได้ แต่จุดที่ค้นพบว่ามันน่าจะใช้งานได้ดีและมีมาให้เหมือนกับสมาร์ทโฟนเรือธงหลายๆ รุ่นก็คือ การใช้งานแบบแคปหน้าจอ โดยใช้วิธีการกดปุ่มลดเสียงและปุ่มเพาเวอร์พร้อมกัน หรือ แตะที่ปุ่มสแกนลายนิ้วมือค้างไว้ ก็จะแคปหน้าจอได้ แต่ความพิเศษไปกว่านั้น สามารถแคปแบบ long screen shot ได้ แบบแคปทั้งหน้าเพจ หรือ แคปเป็นรูปต่างๆ ที่เราวาดเอาเองบนหน้าจอก็ได้ พร้อมทั้งการทำแคปแบบวีดีโอสั้นๆ ก็ทำได้ แบบจะแคสเกม หรือ สอนวิธีการตั้งค่าต่างๆ ให้เพื่อนๆ หรือคุณพ่อ คุณแม่ดู ก็จะถูกบันทึกเป็นวีดีโอไปอยู่ในแกลอรี่ให้เลือกส่งต่อได้เลย ก็ถือว่าง่ายดีและไม่ค่อยมีฟี่เจอร์นี้ในมือถือรุ่นกลางๆ แบบนี้มากสักเท่าไหร่ อีกหนึ่งฟี่เจอร์เด่นๆ เลยที่ Nubia ทำมาในมือถือรุ่นนี้ด้วย นั่นก็คือ การเล่นกับขอบจอทั้งสองด้าน ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องแรกๆ เลยก็ว่าได้ที่ทำฟี่เจอร์นี้ขึ้นมา ยกตัวอย่างเช่น ปาดขอบจอขึ้นก็จะให้เข้าโหมดกล้อง ปาดขอบจอลง ให้เข้าแอปแกลอรี่ หรือ รูดขึ้นรูดลงสั่งให้ล้างแอปที่เปิดทิ้งไว้ ก็ทำได้ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าของเราว่าจะตั้งไว้ที่ขอบจอข้างไหน ท่าทางใด ก็เป็นลูกเล่นที่ดูน่ารักและใช้งานง่ายดีเลยทีเดียว

 

   อีกหนึ่งจุดเด่นอย่างต่อมาใน Nubia Z11 mini เครื่องนี้ ก็คือ น่าจะเป็นกล้องหลังที่ใส่กล้องความละเอียด 16 ล้านพิกเซลเลยทีเดียว พร้อมกับใช้เซนเซอร์ของทาง sony อีกด้วยเป็น IMX 298 Opical ทั้งหมด 6 ชิ้นเลนส์ f/2.0 ซึ่งตรงจุดนี้หลังจากที่แอดมินเองได้ทดสอบใช้งานมาแล้วก่อนหน้านี้ ก็พบว่าจริงๆ แล้วกล้องเองไม่ได้ชัดว้าวเหมือนมือถือเรือธงแน่นอน แต่ก็ยังได้ความคมชัดที่ดีอยู่ แต่จุดเด่นที่มากกว่านั้น ก็คือ โหมดการใช้งานที่ไม่ใช่การใช้งานในเชิงช่างกล้องมืออาชีพมากนัก โหมดโปรก็มีให้เลือกตั้งค่าแบบทั่วไป แต่จะเหมาะกับคนที่ใช้กล้องทั่วๆ ไป ใช้โหมดออโต้และจะดีมากเลยสำหรับคนที่ชอบเล่นลูกเล่นต่างๆ สามารถรังสรรค์ลูกเล่นการถ่ายภาพได้ค่อนข้างเยอะ ใครมีไอเดียร์อะไรในการถ่ายภาพ ถือว่ามือถือรุ่นนี้ตอบโจทย์อย่างมากในกล้องหลัง พร้อมกับการถ่ายวีดีโอสูงสุดที่ 1080p แต่พอได้ใช้งานไปแล้วก็ไม่ได้เร็วมาก กลางๆ แต่ก็ไม่ได้ช้า

   อีกหนึ่งสิ่งสำคัญเลยที่ต้องรีวิวในสินค้าอินเทรนด์รุ่นนี้ ก็คือ กล้องหน้าใน Nubia Z11 mini ให้ความละเอียดมาที่ 8 ล้านพิกเซล ต้องบอกเลยว่ามันเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่สาวๆ หลายคนน่าจะชอบเลยทีเดียว มีโหมดบิวตี้มาให้เลือกปรับ 10 ระดับ แต่ภาพที่ได้จะไม่ได้ดูเวอร์เกินไป แต่จะออกแนววิ้งค์ๆ พร้อมกับมีโหมดยิ้มแล้วถ่าย แบบไม่ต้องกดชัตเตอร์ก็ได้ พร้อมกับกล้องเป็นเลนส์ wide ด้วย ก็ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจไม่น้อยพร้อมกับการใช้งานที่ลื่นไหลได้เป็นปกติ

เปิดโลกใหม่ Samsung Galaxy j7 2016

 

สวัสดีค่ะเพื่อนๆทุกคนวันนี้เรามาพบกันเหมือนเคยอีกแล้วนะค่ะแน่นอนว่าเรามาพบกันแบบนี้ต้องมีอะไรใหม่ๆมาแนะนำให้เพื่อนๆได้รู้จักกันอย่างแน่นอนค่ะ ซึ่งถือได้ว่าเป็นสินค้าอินเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ตอนนี้เลยก็ว่าได้นะค่ะ สำหรับวันนี้เราจะมาพูดกันถึงเรื่องของอุปกรณ์สื่อสารที่ปัจจุบันนี้มีการใช้งานกันอย่างกว้างขว้างเลยทีเดียวค่ะ และในเรื่องของแบรนด์โทรศัพท์ที่มีการผลิตออกมาแข่งขันในตลาดกันอย่างมากมายในปัจจุบันนี้ จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจเลยค่ะที่จะทำให้โทรศัพท์มือถือนั้นเป็นสินค้าอินเทรนด์ที่เป็นที่นิยมและต้องมีการตามกระแสกันอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีการผลิตรุ่นใหม่ๆและในเรื่องของเทคโนโลยีในตัวเครื่องนั้นก็มีการปรับปรุงและพัฒนาให้มีความก้าวหน้าเพิ่มขึ้นนั้นเองค่ะ เอาเป็นว่าเราจะมาพูดกันในเรื่องของโทรศัพท์ Samsung กันค่ะถือได้ว่าเป็นโทรศัพท์ที่ได้รับความนิยมและมีการใช้งานอย่างต่อเนื่องและยาวนาน จะเห็นได้จากในปัจจุบันนี้โทรศัพท์ Samsung นั้นมีการใช้ง่ายกันให้เห็นอย่างแพร่หลายในสังคมปัจจุบัน เอาเป็นว่ารุ่นที่เราจะมาพูดถึงกันนั้นเป็นรุ่นที่มีการผลิตออกมาแล้วแต่มีการปรับปรุงให้มีความทันสมัยมากกว่าเดิมนั้นเอง จึงกลายเป็นเวอร์ชั่นของปี 2016 นั้นเอง นั้นก็คือ Samsung Galaxy j7 2016 เป็นโทรศัพท์รุ่นเดิมแต่มีการอัพเดตมากยิ่งขึ้นในเรืองของคุณสมบัติภายในตัวเครื่องนั้นเองค่ะ เพื่อนๆคนไหนที่กำลังมองหาโทรศัพท์มือถืออยู่แล้วล่ะก็มาลองดูรุ่นนี้กันก่อนก็ได้ค่ะ ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นของ Samsung ที่มีความน่าสนใจมากเลยทีเดียวค่ะ จึงได้กลายมาเป็นสินค้าอินเทรนด์ที่เราจะไม่พูดถึงไม่ได้เลยนั้นเองค่ะ

   

 

เอาเป็นว่าเรามาทำความรู้จักกับโทรศัพท์รุ่นนี้กัน Samsung Galaxy j7 2016 มีขนาดตัวเครื่องอยู่ที่ 152.2×79.1×7.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักอยู่ที่ 169 กรัม Samsung Galaxy j7 2016 มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลแบบ Octa-Core Processor ความเร็วถึง 1.5 GHz และมาพร้อมกับหน่วยความจำ RAM 1.5 GB สำหรับตัวเครื่องในส่วนของด้านหน้าประกอบไปด้วยไฟเฟลช LED ซึ่งมีไว้สำหรับกล้องหน้าโดยเฉพาะ มีเซ็นเซอร์ Proximity และกล้องที่มีความละเอียดถึง 5 ล้านพิกเซล หน้าจอแสดงผลเป็นแบบ Super AMOLED ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD 720p มีปุ่ม Recent Apps กับปุ่มสำหรับย้อนกลับซึ่งสามารถสัมผัสได้ทั้งสองปุ่ม ส่วนด้านหลังของเครื่องนั้นประกอบไปด้วยกล้องที่มีความละเอียดถึง 13 ล้านพิกเซล ไฟแฟลช LED สำหรับในเรื่องของหน้วยความจำนั้น Samsung Galaxy j7 2016 มาพร้อมกับความจำในตัวเครื่อง 16 GB และสามารถรองรับหน่วยความจำเสริมจากภายนอกได้แบบ microSD Card สูงสุดถึง 128 GB มาดูในส่วนของบอดี้ภายนอกนั้นมีความบางถึง 7.9 มิลลิเมตร ซึ่งถือได้ว่ามีความบางมาก ด้านข้างก็จะเป็นปุ่มกดเพิ่มลดระดับเสียง ผิวของขอบตัวเครื่องจะเป็นผิวโครเมียมมันวาวซึ่งมองดูมีระดับ ส่วนด้านล่างประกอบไปด้วยไมโครโฟนสำหรับการสนทนาหรือใช้สำหรับการบันทึกเสียง ช่องสำหรับใส่ microUSB สำหรับใช้ในการชาร์จแบตเตอรี่หรือจะเป็นการถ่ายโอนข้อมูล สำรับ Samsung Galaxy j7 2016 ถือไดว่าเป็นโทรศัพท์ที่มีแฟลชสำหรับกล้องหน้ารุ่นแรกๆเลยก็ว่าได้ เนื่องจากส่วนใหญ่กล้องหน้ามักจะไม่มีแฟลช แต่สำหรับ Samsung Galaxy j7 2016 การมีแฟลชสำหรับกล้องหน้าถือว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก

    Samsung Galaxy j7 2016 เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจเป็นอย่างมากในปัจจุบันนี้ โดยเหมาะสมกับใครหลายๆคนที่ชอบท่องเที่ยวบนโลกของสังคมออนไลน์ ใครหลายๆคนที่ชื่นชอบการถ่ายภาพและการท่องเที่ยวถือได้ว่ามี Samsung Galaxy j7 2016 ก็สามารถที่จะทำอะไรหลายๆอย่างได้โดยที่ไม่ต้องพกอะไรมากมายให้วุ่นวาย แถมยังมีกล้องระดับท็อปที่สามารถถ่ายภาพได้ถึงแม้จะอยู่ในที่แสงน้อยก็ตาม มีระบบสแกนลายนิ้วมือแบบสัมผัส ซึ่งถือว่าอย่างไรก็น่าจะมีไว้ใช้สักเครื่องหากใครที่กำลังมองหาก็แนะนำ Samsung Galaxy j7 2016 เป็นอีกหนึ่งทางเลือก เพราะว่าตัวเครื่องในส่วนของด้านหน้าประกอบไปด้วยไฟเฟลช LED ซึ่งมีไว้สำหรับกล้องหน้าโดยเฉพาะ มีเซ็นเซอร์ Proximity และกล้องที่มีความละเอียดถึง 5 ล้านพิกเซล ทำให้การถ่ายภาพไม่มีอุปสรรค์แน่นอน อย่างไรก็ตามก็ถือได้ว่า Samsung Galaxy j7 2016 เป็นโทรศัพท์อีกรุ่นหนึ่งที่น่าสนใจและกำลังเป็นที่สนใจของกลุ่มลูกค้าหลายกลุ่ม อาจจะเนื่องด้วยฟังชั่นที่มีครบพร้อมในหลายๆด้ายและมีราคาที่ไม่แพงมาก จึงสามารถที่จะเป็นเจ้าของได้ สำหรับใครที่อยากมีโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายรูปสวยๆและสามารถเล่นอะไรได้หลายๆอย่างอีกทั้งมีงบประมาที่ไม่มากเท่าไหร่ Samsung Galaxy j7 2016 ก็สามารถเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการตัดสินใจได้ หากใครที่ได้ Samsung Galaxy j7 2016 มาครอบครองก็ถือว่าเลือกไม่ผิดอย่างแน่นอนเพราะมีคุณสมบัติต่างๆมากมายครบ

 

 

รีวิว True Smart max 4.0 Plus สมาร์ทโฟนในราคา 500 เหมือนกับได้ฟรี

 

   เดี่ยวนี้อะไรๆ ก็เข้ามาแข่งขันกันเยอะขึ้น ยิ่งในวงการสมาร์ทโฟนและผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือต่างๆ ก็พากันงัดไม้เด็ดออกมา ล่าสุดนี้ True ร่วมกับร้านสะดวกซื้อชื่อดังที่เป็นในเครือเดียวกัน ก็งัดไม้เด็ด แลกซื้อเครื่อง True smart max 4.0 plus ด้วยการเติมเงิน 500 บาท เหมือนกับการซื้อเครื่อง 500 บาท แต่เงินก็ยังไปอยู่ในซิมการ์ดที่เราไปแลกซื้อมา ก็เหมือนกับได้เครื่องมาฟรีๆ อะไรแบบนั้น ซึ่งความคุ้มค่าแน่นอนว่าในฐานะที่เราใช้งานมันก็คุ้มอยู่ แต่ในฐานะของผู้รีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์อย่างเรา 108plaza กับเงินที่ต้องแลกซื้อมาในราคา 500 บาทนั้น จะใช้งานได้ดีแค่ไหน ไปทดสอบและรีวิวรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเครื่องสมาร์ทโฟนรุ่นนี้กันเลย

   หลังจากที่แอดมินเองก็ไปลองทดสอบแลกซื้อเปเลี่ยนซิม ย้ายค่ายเบอร์เดิมอะไรที่ตามเงื่อนไข ตามกติกาของ True กันมาเรียบร้อยที่ร้านสะดวกซื้อแล้วนะครับ ก็ได้ตัวเครื่องมา อยู่ในกล่องใสๆ ที่แพ็คมาก็ต้องบอกว่า 500 มันก็เหมือนกับได้เครื่องฟรีๆ มาเพราะว่าเงินก็ยังอยู่ในซิมให้เราโทรได้อยู่ แต่แพ็คเกจก็ต้องบอกว่าดีสมคุณภาพ ข้างในกล่องมีแถมมาให้ครบถ้วน ดีกว่าไปซื้อมือถือราคาถูกๆ ที่ไม่มีหูฟัง ไม่มีฟิล์ม ไม่มีเคสแถมมาให้ ต้องไปหาซื้อเอง แต่ตัวนี้มีครบเลย มีฟิล์มกันรอยที่คุณภาพอาจจะไม่ได้ดีมาก บางคนก็ติดเองไม่ค่อยดีก็ลอกออก อย่างเช่น แอดมินเองเป็นต้นที่ติดฟิล์มไม่เป็นก็ต้องลอกออก แต่คิดว่าเครื่อง 500 ก็ใช้งานกันเต็มที่เลยไม่ต้องไปกลัวว่าเป็นรอยอะไรนะครับ มีหูฟังคุณภาพก็พอใช้ได้ ไม่ได้ดีมาก มีหัวชาร์จที่ให้กำลังไฟที่ 0.5 A มาพร้อมกับสายชาร์จ และเคสใส มาที่ตัวเครื่องกันบ้าง ตัวเครื่อง 500 เหมือนกับได้ฟรี ทีแรกนึกว่าเครื่องมันก้องแก้ง แต่ว่าพอจับแล้วก็มีคุณภาพดีเหมือนกันนะครับ บอดี้เป็นพลาสติก มีแอบชุบโครเมี่ยมมาบ้างเป็นบางจุดพอที่จะให้อารมณ์ตัวเครื่องดูดีขึ้นมาได้ ปุ่มต่างๆ รอบตัวเครื่องก็แน่นหนาดี โดยรวมแล้วได้เครื่องมาฟรีแบบนี้ ก็ดูดีเลยทีเดียว

   มาดูที่สเปคตัวเครื่องกันบ้าง มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 4 นิ้ว ความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ 480*800 พิกเซล CPU spreadrum sc7731 quad-core 1.2 GHz GPU Mali 400MP2 RAM 512 MP ROM 4 GB กล้องหลังให้ความละเอียดมาที่ 5 ล้านพิกเซล แบบออโต้โฟกัสด้วย พร้อมไฟแฟลดช์ด้วย กล้องหน้าความละเอียดที่ 2 ล้านพิกเซล มาพร้อมกับ Android 5.1 L

   ทีนี้มาวิเคราะห์กันกับสเปคด้านบนกันบ้าง ต้องบอกว่าตัวเครื่องนั้นได้มาฟรีเลย แต่เอาล่ะอย่างน้อยเราก็จ่ายไป 500 บาทแล้ว ดังนั้น ถ้าถามว่าคุ้มมั้ย คุ้ม แต่จะไปเทียบคุณภาพการใช้งานกับสมาร์ทโฟนราคาหลักพันขึ้นไปคงไม่ได้ แต่บางจุดก็ยังดีกว่ามือถือราคาหลักพันก็มีเช่นกัน เมื่อลงแอพไปแล้วเรียบร้อยเหลือพื้นที่ให้ใช้งานจริงๆ ประมาณ 2 GB กว่าๆ แล้วถ้าถามต่อไปอีกว่า เมื่อได้เครื่องมาใช้งานแล้ว ผลที่ได้เป็นอย่างไร ต้องบอกอย่างนี้ว่ามันไม่ได้ไหลลื่นหัวแตกแน่นอน แล้วถามว่ามันมีอาการอึด หน่วง มีมั้ย คำตอบคือมี แต่ถ้าถามว่าการใช้งานทั่วไป เราเล่นเป็น เรารู้ถึงความสามารถของตัวเครื่องที่มันทำได้ เราก็ใช้งานได้ดีเลย ซึ่งอยากจะแนะนำว่า ตัวเครื่องที่มี RAM น้อยๆ ตัว CPU ไม่ได้แรงแบบนี้ เราต้องอย่าเปิดแอปค้างไว้เยอะๆ หรือ เข้าหลายๆ แอปพร้อมกันสลับกันไปมา แบบนี้มีอาการหน่วง อึด แน่นอน แต่ถ้าเราใช้ไปทีละแอป ทีละฟังก์ชั่น พอเลิกใช้ก็ปิดแอปนั้นทิ้งไป แล้วไปเข้าแอปใหม่ อย่างนี้เครื่องรับรองว่าไหลลื่น ใช้งานได้ดีและไม่น่ารำคาญแน่นอน แต่ถ้าใครที่ค่อนข้างใช้งานเป็น รู้เรื่องไอทีสักนิดหนึ่ง เข้าไปที่ตั้งค่าและก็ไปที่การจัดการแอป แล้วก็สั่งปิดแอปหรือสั่งจำกัดการทำงานของตัวออปที่ไม่จำเป็นที่มันทำงานตลอดออกไป เพื่อให้แรมมีเหลือเยอะขึ้น ตัวเครื่องก็ยิ่งทำงานได้ดีขึ้นตามไปด้วยนั้นเอง

   โดยรวมแล้ว gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้อย่างแรกที่ชอบ หน้าจอดี สีสด ดู youtube หรือใช้งานหน้าจอก็ดี ดูสบาย เสียงลำโพงก็มีความดังที่ชัดเจน แล้วก็การใช้งานโซเชียลต่างๆ เฟสบุ๊ค ไลน์ และอื่นๆ ก็ทำงานได้ดี แต่มีช้าบ้างในช่วงโหลดเข้าแอป จากนั้นมาก็ถือว่าไหลลื่นเลยทีเดียว เรื่องของคุณภาพกล้องทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง ต้องบอกว่าดีในระดับของฟรีที่เครื่องหลักพันก็ยังอายแบบนั้น คือ แน่นอนว่าถ่ายในที่แสงน้อยมันแทบจะดูไม่ได้เลย แต่ถ้าถ่ายในที่แสงปกติ ความสว่างพอ ภาพที่ได้ก็ชัดเจนในระดับหนึ่ง ระดับที่ดูรู้เรื่อง แต่พอซูมภาพก็จะเห็นถึงความแตก ความเบลอ แต่โดยรวมแล้วถือว่าน่าซื้อมาใช้ น่าแลกมาใช้สำหรับลูกค้า True นะครับ

รีวิว iphone 7 และ iphone 7 Plus ที่เปิดตัวมาแล้วมันไม่มี แต่คู่แข่งฝั่งตรงข้ามมีมานานแล้วในราคาเรือธง ที่เปิดตัวมาแล้วมันไม่มี แต่คู่แข่งฝั่งตรงข้ามมีมานานแล้วในราคาเรือธง

 

   การรีวิวสมาร์ทโฟนเรือธงของ Apple ที่พึ่งเปิดตัวกันมาไม่นานนี้ แต่ยังไม่มีตัวเครื่องเข้ามาขายในเมืองไทย ณ ตอนนี้ ตอนที่แอดมินกำลังทำรีวิวอยู่นี้ ในครั้งนี้ด้วย ก็ต้องขออนุญาตออกตัวก่อนว่า การรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ของเราในตอนนี้ ไม่ได้เอาความคิดเห็นส่วนตัวหรือการเอ็นเอียงไปทางฝั่งตรงข้ามหรือฝ่ายใดฝ่านหนึ่งแต่อย่างใด แต่มันเป็นการวิเคราะห์แบบเห็นต่างและนำข้อมูลจริงๆ มาอ้างอิงกันเท่านั้น ใครที่เป็นสาวก apple อยู่แล้วอาจจะไม่เห็นด้วยหรืออย่างไร ก็ต้องขออภัยมาไว้ ณ ที่นี้ด้วย แต่ยืนยันได้ว่าอ้างอิงและเปรียบเทียบกันระหว่างมือถือในฝั่ง IOS และ Android จริงๆ

   เอาเป็นว่าเรามาดูสิว่า iphone 7 และ iphone 7 plus นั้นไม่มีอะไรมาบ้างในราคาที่ต้องบอกว่าไม่มีราคาเบาๆ เลยในแบรนด์ผลไม้ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าในคืนวันที่มีงานเปิดตัวผลิตภํณฑ์ใหม่ของทาง แอปเปิล เองนั้น ก็มีผู้คนโลกที่เกาะติดสถานการณ์ เกาะติดกระแส และ ก็ฮือฮากันทั่วโลกก็ตามแต่ ซึ่งรวมๆ แล้วในงานเปิดตัวก็มีสเปคพร้อกมับฟี่เจอร์ต่างๆ ที่หลุดออกมาให้ได้ชมกันแลลคร่าวๆ แล้วทุกคนในตอนนี้ทั้งคนที่เป็นสาวกแอปเปิลหรือสาวกแอนดรอยด์ก็ตามแต่ ก็คงจะทราบกันดีอยู่แล้ว

   แต่ในบทความนี้แอดมินขออนุญาติเปรียบเทียบกันว่าในมือถือในฝั่ง Android มีมาแล้ว แล้วบางตัวก็มีมานานแล้ว แต่ iphone 7 และ iphone 7 plus ยังไม่มี แล้วแอดมินเองก็คิดว่ามันน่าจะใส่มาในตัวเครื่องได้แล้ว แต่ก็ยังไม่มีมาให้ อย่างแรกเลยก็คือ ระบบ Fash Charge หรือระบบชาร์จไวนั้นเอง เพราะปัจจุบันนี้หลายคนที่ใช้สมาร์ทโฟนแม้แต่ในไอโฟนที่เคยทำมาและในไอโฟนรุ่นล่าสุด ก็ยังไม่มีระบบนี้ แต่เป็นที่น่าแปลกใจว่าสมาร์ทโฟนในฝั่งของ android มีระบบชาร์จไวกันเกือบครบทุกรุ่นแล้วในสมาร์ทโฟนเรือธง แล้วมือถือจีนหลายๆ แบรนด์ก็มีระบบชาร์จไวของเค้าเองที่แข่งขันกันอยู่ว่าของค่ายไหนชาร์จได้ไวกว่ากัน ดีกว่ากัน หรือ จะเป็นทางฝั่งซีพียูที่เป็น snapdragon ในรุ่นท็อปๆ ก็สามารถใช้หัวชาร์จหรืออแด็ปเตอร์ที่มีกำลังจ่ายไฟแบบ 3.0 A ก็สามารถใช้ชาร์จแบบ Fash Charge ได้เช่นกัน ซึ่งตรงนี้บางยี่ห้อก็ต้องซื้อหัวชาร์จแยกเองหรือบางยี่ห้อในฝั่งแอนดรอยด์ก็มีแถมมาให้ในกล่องเลย ซึ่งสาวกทงฝั่งของแอปเปิลเองที่เคยใช้แค่ไอโฟนมา ก็คงยังไม่เคยได้สัมผัสกับระบบนี้ ระบบที่บางครั้งมันก็มีความสำคัญกับการใช้มือถือ ณ ปัจจุบันนี้อย่างมากเลยทีเดียว ในเวลาที่เราเร่งรีบและต้องการความเร่งด่วนในการชาร์จแบตมือถือ ซึ่งตรงนี้เราไม่ได้ว่าใครดีไม่ดี ฝั่งไหนดีไม่ดี แต่อยากเปรียบเทียบแค่นั้นเองนะครับ

   เรื่องต่อมาที่ iphone 7 และ iphone 7 plus ยังด้อยกว่าคู่แข่งทางฝั่ง android อยู่ เราไม่ต้องบอกนะครับว่าเป็นคู่แข่งค่ายไหน เพราะหลายคนก็รู้กันดีอยู่แล้ว เพราะเค้าก็แข่งขันแย่งชิงตำแหน่งเบอร์หนึ่งทางการตลาดกันมาตลอด นั้นก็คือ เรื่องของระบบกันน้ำนั้นเอง ซึ่งการเปิดตัวไอโฟนตัวล่าสุดก็มีเช่นกันสำหรับระบบกันน้ำ แต่ได้มาแค่มาตรฐาน IP67 เท่านั้นเอง ซึ่งตามมาตรฐานนี้ ก็คือกันน้ำได้ลึก 1 เมตร นาน 30 นาที แต่ไอโฟนเองก็เปิดตัวมาบอกว่า มันกันน้ำได้แบบแค่ป้องกันการตกน้ำหรือเปียกเท่านั้น ไม่ได้แนะนำให้เอาไปดำน้ำแต่อย่างใด ซึ่งมาดูทางคู่แข่งกันบ้าง ทางคู่แข่งล้ำไปถึงมาตรฐาน IP68 แล้วด้วย ตรงนี้ก็ถือว่าล้ำหน้ากว่ากันไปก้าวหนึ่งเลยทีเดียว แน่นอนว่าทางคู่แข่งเปิดตัวออกมาก่อนด้วยซ้ำ แต่ไอโฟนเปิดตัวมาทีหลัง แต่ก็ยังตามเค้าอยู่ ซึ่งมือถือเรือธงที่มีราคา 2 หมื่นขึ้นไป น่าจะทำได้มากกว่านี้ ย้ำนะครับว่า แอดมินเองทำบทความนี้ขึ้นมาไม่ได้อัคติกับแบรนด์แต่อย่างใด แต่เราชกกันหมัดต่อหมัด ว่ากันไปทีละประเด็นๆ เลย

   อีกหนึ่งเรื่องใหญ่สำหรับการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ iphone 7 และ iphone 7 plus ที่ยังไม่มีมาและยังไม่เหนือคู่แข่ง ก็คือ ระบบ wireless charging หรือ Fash wireless charging นั้นเอง คือการชาร์จไวแบบไร้สาย ซึ่งถ้าดูจากสมาร์ทโฟนฝั่งแอนดรอยด์หลายๆ ค่ายก็มีทำมาแล้ว แล้วอีกหนึ่งสิ่งที่บางคนก็บอกว่าดี ส่วนบางคนก็บอกว่าไม่ดี ก็คือ การตัดแจ็ค 3.5 ออกไป แต่ก็มีตัวอแด็ปเตอร์แปลงมาให้ได้ใช้งานกัน ตรงนี้อาจจะทำให้มันยุ่งยากขึ้น หรือ อาจจะทำให้ความคร่องตัวในการใช้หูฟังหรือเชื่อมต่อสัญญาณที่ใช้กับรถยนต์หรือเครื่องเสียงต่างๆ มันลำบากขึ้น ตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคลนะครับ แต่แอดมินเองก็เชื่อว่า iphone 7 และ iphone 7 plus ก็น่าจะขายดีเป็นประวัติการอีกครั้งหนึ่งสำหรับสาวก Apple