Category Archives: ข่าวสารมือถือ

รีวิว Nubia Z11 mini สมาร์ทโฟนราคา 7,000 บาทมีทอน จะมีอะไรน่าสนใจบ้างไปดูกัน

 

   เชื่อว่าหลายๆ ท่านน่าจะคุ้นเคยกับสมาร์ทโฟนแบรนด์ Nubia กันมาบ้างแล้วในช่วงปลายปีที่ผ่านมา แต่ในต้นปีแบบนี้ 108plaza ก็มีสมาร์ทโฟนจาก Nubia อีกหนึ่งรุ่น ที่มีราคาประมาณ 7,000 บาทมีทอน มีชื่อรุ่นว่า Nubia Z11 mini ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่น่าสนใจไม่น้อย แต่จะมีจุดไหนที่น่าสนใจนั้นไปติดตามรีวิวกันเลย

   ก่อนอื่นมาเริ่มแกะกล่องดูอุปกรณ์ที่ให้มาภายในกล่องก่อนเลย ก็จะมีตั้งแต่ คู่มือการใช้งาน ใบรับประกันตัวสินค้าที่สามารถส่งศูนย์ที่เมืองไทยได้เลย มีเข็มจิ่มซิม สายชาร์จ ที่ได้เปลี่ยนมาเป็น USB Type C แล้วด้วย พร้อมกับหัวชาร์จที่รองรับ Fast Charge ด้วย จากนั้นก็มีตัวเครื่อง เมื่อหยิบขึ้นมาจะรู้สึกว่าตัวเครื่องมันเบามากเลยทีเดียว มีน้ำหนักเพียงแค่ 138 กรัมเท่านั้นเอง มาพร้อมกับขนาดหน้าจอ 5 นิ้ว ความละเอียดของหน้าจอระดับ Full HD Displuy จุดเด่นน่าจะอยู่ที่ความละเอียดจอมากถึง 441ppi. เลยทีเดียว ซึ่งถือว่ามีความละเอียดมากเลย ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดที่นาสนใจในสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ ด้านข้างตัวเครื่องนั้นรองรับ 2 ซิม พร้อมากับเลือกที่จะใส่เมมโมรี่ได้ด้วย ส่วนด้านบนตัวเครื่องก็ยังมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 อยู่ ยังไม่ตัดออก

   เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาพร้อมกับปลดล็อคด้วยปุ่มสแกนลายนิ้วมือ ก็พบว่าสแกนได้รวดเร็วดี แต่สิ่งที่แปลกหูแปลกตาไปจากมือถือ android ทั่วไป ก็คงเป็นเรื่องของ nubia UI นั่นเอง แรกๆ อาจจะต้องเรียนรู้กับการใช้งานและการตั้งค่ากันสักนิดหนึ่ง พร้อมกับการใช้ในโหมดภาษาไทยเอง การแปลความหมายก็จะอ่านดูงงๆ สักนิดหนึ่ง แต่ก็พอเข้าใจได้ แต่จุดที่ค้นพบว่ามันน่าจะใช้งานได้ดีและมีมาให้เหมือนกับสมาร์ทโฟนเรือธงหลายๆ รุ่นก็คือ การใช้งานแบบแคปหน้าจอ โดยใช้วิธีการกดปุ่มลดเสียงและปุ่มเพาเวอร์พร้อมกัน หรือ แตะที่ปุ่มสแกนลายนิ้วมือค้างไว้ ก็จะแคปหน้าจอได้ แต่ความพิเศษไปกว่านั้น สามารถแคปแบบ long screen shot ได้ แบบแคปทั้งหน้าเพจ หรือ แคปเป็นรูปต่างๆ ที่เราวาดเอาเองบนหน้าจอก็ได้ พร้อมทั้งการทำแคปแบบวีดีโอสั้นๆ ก็ทำได้ แบบจะแคสเกม หรือ สอนวิธีการตั้งค่าต่างๆ ให้เพื่อนๆ หรือคุณพ่อ คุณแม่ดู ก็จะถูกบันทึกเป็นวีดีโอไปอยู่ในแกลอรี่ให้เลือกส่งต่อได้เลย ก็ถือว่าง่ายดีและไม่ค่อยมีฟี่เจอร์นี้ในมือถือรุ่นกลางๆ แบบนี้มากสักเท่าไหร่ อีกหนึ่งฟี่เจอร์เด่นๆ เลยที่ Nubia ทำมาในมือถือรุ่นนี้ด้วย นั่นก็คือ การเล่นกับขอบจอทั้งสองด้าน ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องแรกๆ เลยก็ว่าได้ที่ทำฟี่เจอร์นี้ขึ้นมา ยกตัวอย่างเช่น ปาดขอบจอขึ้นก็จะให้เข้าโหมดกล้อง ปาดขอบจอลง ให้เข้าแอปแกลอรี่ หรือ รูดขึ้นรูดลงสั่งให้ล้างแอปที่เปิดทิ้งไว้ ก็ทำได้ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าของเราว่าจะตั้งไว้ที่ขอบจอข้างไหน ท่าทางใด ก็เป็นลูกเล่นที่ดูน่ารักและใช้งานง่ายดีเลยทีเดียว

 

   อีกหนึ่งจุดเด่นอย่างต่อมาใน Nubia Z11 mini เครื่องนี้ ก็คือ น่าจะเป็นกล้องหลังที่ใส่กล้องความละเอียด 16 ล้านพิกเซลเลยทีเดียว พร้อมกับใช้เซนเซอร์ของทาง sony อีกด้วยเป็น IMX 298 Opical ทั้งหมด 6 ชิ้นเลนส์ f/2.0 ซึ่งตรงจุดนี้หลังจากที่แอดมินเองได้ทดสอบใช้งานมาแล้วก่อนหน้านี้ ก็พบว่าจริงๆ แล้วกล้องเองไม่ได้ชัดว้าวเหมือนมือถือเรือธงแน่นอน แต่ก็ยังได้ความคมชัดที่ดีอยู่ แต่จุดเด่นที่มากกว่านั้น ก็คือ โหมดการใช้งานที่ไม่ใช่การใช้งานในเชิงช่างกล้องมืออาชีพมากนัก โหมดโปรก็มีให้เลือกตั้งค่าแบบทั่วไป แต่จะเหมาะกับคนที่ใช้กล้องทั่วๆ ไป ใช้โหมดออโต้และจะดีมากเลยสำหรับคนที่ชอบเล่นลูกเล่นต่างๆ สามารถรังสรรค์ลูกเล่นการถ่ายภาพได้ค่อนข้างเยอะ ใครมีไอเดียร์อะไรในการถ่ายภาพ ถือว่ามือถือรุ่นนี้ตอบโจทย์อย่างมากในกล้องหลัง พร้อมกับการถ่ายวีดีโอสูงสุดที่ 1080p แต่พอได้ใช้งานไปแล้วก็ไม่ได้เร็วมาก กลางๆ แต่ก็ไม่ได้ช้า

   อีกหนึ่งสิ่งสำคัญเลยที่ต้องรีวิวในสินค้าอินเทรนด์รุ่นนี้ ก็คือ กล้องหน้าใน Nubia Z11 mini ให้ความละเอียดมาที่ 8 ล้านพิกเซล ต้องบอกเลยว่ามันเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่สาวๆ หลายคนน่าจะชอบเลยทีเดียว มีโหมดบิวตี้มาให้เลือกปรับ 10 ระดับ แต่ภาพที่ได้จะไม่ได้ดูเวอร์เกินไป แต่จะออกแนววิ้งค์ๆ พร้อมกับมีโหมดยิ้มแล้วถ่าย แบบไม่ต้องกดชัตเตอร์ก็ได้ พร้อมกับกล้องเป็นเลนส์ wide ด้วย ก็ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจไม่น้อยพร้อมกับการใช้งานที่ลื่นไหลได้เป็นปกติ

เปิดโลกใหม่ Samsung Galaxy j7 2016

 

สวัสดีค่ะเพื่อนๆทุกคนวันนี้เรามาพบกันเหมือนเคยอีกแล้วนะค่ะแน่นอนว่าเรามาพบกันแบบนี้ต้องมีอะไรใหม่ๆมาแนะนำให้เพื่อนๆได้รู้จักกันอย่างแน่นอนค่ะ ซึ่งถือได้ว่าเป็นสินค้าอินเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ตอนนี้เลยก็ว่าได้นะค่ะ สำหรับวันนี้เราจะมาพูดกันถึงเรื่องของอุปกรณ์สื่อสารที่ปัจจุบันนี้มีการใช้งานกันอย่างกว้างขว้างเลยทีเดียวค่ะ และในเรื่องของแบรนด์โทรศัพท์ที่มีการผลิตออกมาแข่งขันในตลาดกันอย่างมากมายในปัจจุบันนี้ จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจเลยค่ะที่จะทำให้โทรศัพท์มือถือนั้นเป็นสินค้าอินเทรนด์ที่เป็นที่นิยมและต้องมีการตามกระแสกันอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีการผลิตรุ่นใหม่ๆและในเรื่องของเทคโนโลยีในตัวเครื่องนั้นก็มีการปรับปรุงและพัฒนาให้มีความก้าวหน้าเพิ่มขึ้นนั้นเองค่ะ เอาเป็นว่าเราจะมาพูดกันในเรื่องของโทรศัพท์ Samsung กันค่ะถือได้ว่าเป็นโทรศัพท์ที่ได้รับความนิยมและมีการใช้งานอย่างต่อเนื่องและยาวนาน จะเห็นได้จากในปัจจุบันนี้โทรศัพท์ Samsung นั้นมีการใช้ง่ายกันให้เห็นอย่างแพร่หลายในสังคมปัจจุบัน เอาเป็นว่ารุ่นที่เราจะมาพูดถึงกันนั้นเป็นรุ่นที่มีการผลิตออกมาแล้วแต่มีการปรับปรุงให้มีความทันสมัยมากกว่าเดิมนั้นเอง จึงกลายเป็นเวอร์ชั่นของปี 2016 นั้นเอง นั้นก็คือ Samsung Galaxy j7 2016 เป็นโทรศัพท์รุ่นเดิมแต่มีการอัพเดตมากยิ่งขึ้นในเรืองของคุณสมบัติภายในตัวเครื่องนั้นเองค่ะ เพื่อนๆคนไหนที่กำลังมองหาโทรศัพท์มือถืออยู่แล้วล่ะก็มาลองดูรุ่นนี้กันก่อนก็ได้ค่ะ ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นของ Samsung ที่มีความน่าสนใจมากเลยทีเดียวค่ะ จึงได้กลายมาเป็นสินค้าอินเทรนด์ที่เราจะไม่พูดถึงไม่ได้เลยนั้นเองค่ะ

   

 

เอาเป็นว่าเรามาทำความรู้จักกับโทรศัพท์รุ่นนี้กัน Samsung Galaxy j7 2016 มีขนาดตัวเครื่องอยู่ที่ 152.2×79.1×7.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักอยู่ที่ 169 กรัม Samsung Galaxy j7 2016 มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลแบบ Octa-Core Processor ความเร็วถึง 1.5 GHz และมาพร้อมกับหน่วยความจำ RAM 1.5 GB สำหรับตัวเครื่องในส่วนของด้านหน้าประกอบไปด้วยไฟเฟลช LED ซึ่งมีไว้สำหรับกล้องหน้าโดยเฉพาะ มีเซ็นเซอร์ Proximity และกล้องที่มีความละเอียดถึง 5 ล้านพิกเซล หน้าจอแสดงผลเป็นแบบ Super AMOLED ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD 720p มีปุ่ม Recent Apps กับปุ่มสำหรับย้อนกลับซึ่งสามารถสัมผัสได้ทั้งสองปุ่ม ส่วนด้านหลังของเครื่องนั้นประกอบไปด้วยกล้องที่มีความละเอียดถึง 13 ล้านพิกเซล ไฟแฟลช LED สำหรับในเรื่องของหน้วยความจำนั้น Samsung Galaxy j7 2016 มาพร้อมกับความจำในตัวเครื่อง 16 GB และสามารถรองรับหน่วยความจำเสริมจากภายนอกได้แบบ microSD Card สูงสุดถึง 128 GB มาดูในส่วนของบอดี้ภายนอกนั้นมีความบางถึง 7.9 มิลลิเมตร ซึ่งถือได้ว่ามีความบางมาก ด้านข้างก็จะเป็นปุ่มกดเพิ่มลดระดับเสียง ผิวของขอบตัวเครื่องจะเป็นผิวโครเมียมมันวาวซึ่งมองดูมีระดับ ส่วนด้านล่างประกอบไปด้วยไมโครโฟนสำหรับการสนทนาหรือใช้สำหรับการบันทึกเสียง ช่องสำหรับใส่ microUSB สำหรับใช้ในการชาร์จแบตเตอรี่หรือจะเป็นการถ่ายโอนข้อมูล สำรับ Samsung Galaxy j7 2016 ถือไดว่าเป็นโทรศัพท์ที่มีแฟลชสำหรับกล้องหน้ารุ่นแรกๆเลยก็ว่าได้ เนื่องจากส่วนใหญ่กล้องหน้ามักจะไม่มีแฟลช แต่สำหรับ Samsung Galaxy j7 2016 การมีแฟลชสำหรับกล้องหน้าถือว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก

    Samsung Galaxy j7 2016 เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจเป็นอย่างมากในปัจจุบันนี้ โดยเหมาะสมกับใครหลายๆคนที่ชอบท่องเที่ยวบนโลกของสังคมออนไลน์ ใครหลายๆคนที่ชื่นชอบการถ่ายภาพและการท่องเที่ยวถือได้ว่ามี Samsung Galaxy j7 2016 ก็สามารถที่จะทำอะไรหลายๆอย่างได้โดยที่ไม่ต้องพกอะไรมากมายให้วุ่นวาย แถมยังมีกล้องระดับท็อปที่สามารถถ่ายภาพได้ถึงแม้จะอยู่ในที่แสงน้อยก็ตาม มีระบบสแกนลายนิ้วมือแบบสัมผัส ซึ่งถือว่าอย่างไรก็น่าจะมีไว้ใช้สักเครื่องหากใครที่กำลังมองหาก็แนะนำ Samsung Galaxy j7 2016 เป็นอีกหนึ่งทางเลือก เพราะว่าตัวเครื่องในส่วนของด้านหน้าประกอบไปด้วยไฟเฟลช LED ซึ่งมีไว้สำหรับกล้องหน้าโดยเฉพาะ มีเซ็นเซอร์ Proximity และกล้องที่มีความละเอียดถึง 5 ล้านพิกเซล ทำให้การถ่ายภาพไม่มีอุปสรรค์แน่นอน อย่างไรก็ตามก็ถือได้ว่า Samsung Galaxy j7 2016 เป็นโทรศัพท์อีกรุ่นหนึ่งที่น่าสนใจและกำลังเป็นที่สนใจของกลุ่มลูกค้าหลายกลุ่ม อาจจะเนื่องด้วยฟังชั่นที่มีครบพร้อมในหลายๆด้ายและมีราคาที่ไม่แพงมาก จึงสามารถที่จะเป็นเจ้าของได้ สำหรับใครที่อยากมีโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายรูปสวยๆและสามารถเล่นอะไรได้หลายๆอย่างอีกทั้งมีงบประมาที่ไม่มากเท่าไหร่ Samsung Galaxy j7 2016 ก็สามารถเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการตัดสินใจได้ หากใครที่ได้ Samsung Galaxy j7 2016 มาครอบครองก็ถือว่าเลือกไม่ผิดอย่างแน่นอนเพราะมีคุณสมบัติต่างๆมากมายครบ

 

 

รีวิว True Smart max 4.0 Plus สมาร์ทโฟนในราคา 500 เหมือนกับได้ฟรี

 

   เดี่ยวนี้อะไรๆ ก็เข้ามาแข่งขันกันเยอะขึ้น ยิ่งในวงการสมาร์ทโฟนและผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือต่างๆ ก็พากันงัดไม้เด็ดออกมา ล่าสุดนี้ True ร่วมกับร้านสะดวกซื้อชื่อดังที่เป็นในเครือเดียวกัน ก็งัดไม้เด็ด แลกซื้อเครื่อง True smart max 4.0 plus ด้วยการเติมเงิน 500 บาท เหมือนกับการซื้อเครื่อง 500 บาท แต่เงินก็ยังไปอยู่ในซิมการ์ดที่เราไปแลกซื้อมา ก็เหมือนกับได้เครื่องมาฟรีๆ อะไรแบบนั้น ซึ่งความคุ้มค่าแน่นอนว่าในฐานะที่เราใช้งานมันก็คุ้มอยู่ แต่ในฐานะของผู้รีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์อย่างเรา 108plaza กับเงินที่ต้องแลกซื้อมาในราคา 500 บาทนั้น จะใช้งานได้ดีแค่ไหน ไปทดสอบและรีวิวรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเครื่องสมาร์ทโฟนรุ่นนี้กันเลย

   หลังจากที่แอดมินเองก็ไปลองทดสอบแลกซื้อเปเลี่ยนซิม ย้ายค่ายเบอร์เดิมอะไรที่ตามเงื่อนไข ตามกติกาของ True กันมาเรียบร้อยที่ร้านสะดวกซื้อแล้วนะครับ ก็ได้ตัวเครื่องมา อยู่ในกล่องใสๆ ที่แพ็คมาก็ต้องบอกว่า 500 มันก็เหมือนกับได้เครื่องฟรีๆ มาเพราะว่าเงินก็ยังอยู่ในซิมให้เราโทรได้อยู่ แต่แพ็คเกจก็ต้องบอกว่าดีสมคุณภาพ ข้างในกล่องมีแถมมาให้ครบถ้วน ดีกว่าไปซื้อมือถือราคาถูกๆ ที่ไม่มีหูฟัง ไม่มีฟิล์ม ไม่มีเคสแถมมาให้ ต้องไปหาซื้อเอง แต่ตัวนี้มีครบเลย มีฟิล์มกันรอยที่คุณภาพอาจจะไม่ได้ดีมาก บางคนก็ติดเองไม่ค่อยดีก็ลอกออก อย่างเช่น แอดมินเองเป็นต้นที่ติดฟิล์มไม่เป็นก็ต้องลอกออก แต่คิดว่าเครื่อง 500 ก็ใช้งานกันเต็มที่เลยไม่ต้องไปกลัวว่าเป็นรอยอะไรนะครับ มีหูฟังคุณภาพก็พอใช้ได้ ไม่ได้ดีมาก มีหัวชาร์จที่ให้กำลังไฟที่ 0.5 A มาพร้อมกับสายชาร์จ และเคสใส มาที่ตัวเครื่องกันบ้าง ตัวเครื่อง 500 เหมือนกับได้ฟรี ทีแรกนึกว่าเครื่องมันก้องแก้ง แต่ว่าพอจับแล้วก็มีคุณภาพดีเหมือนกันนะครับ บอดี้เป็นพลาสติก มีแอบชุบโครเมี่ยมมาบ้างเป็นบางจุดพอที่จะให้อารมณ์ตัวเครื่องดูดีขึ้นมาได้ ปุ่มต่างๆ รอบตัวเครื่องก็แน่นหนาดี โดยรวมแล้วได้เครื่องมาฟรีแบบนี้ ก็ดูดีเลยทีเดียว

   มาดูที่สเปคตัวเครื่องกันบ้าง มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 4 นิ้ว ความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ 480*800 พิกเซล CPU spreadrum sc7731 quad-core 1.2 GHz GPU Mali 400MP2 RAM 512 MP ROM 4 GB กล้องหลังให้ความละเอียดมาที่ 5 ล้านพิกเซล แบบออโต้โฟกัสด้วย พร้อมไฟแฟลดช์ด้วย กล้องหน้าความละเอียดที่ 2 ล้านพิกเซล มาพร้อมกับ Android 5.1 L

   ทีนี้มาวิเคราะห์กันกับสเปคด้านบนกันบ้าง ต้องบอกว่าตัวเครื่องนั้นได้มาฟรีเลย แต่เอาล่ะอย่างน้อยเราก็จ่ายไป 500 บาทแล้ว ดังนั้น ถ้าถามว่าคุ้มมั้ย คุ้ม แต่จะไปเทียบคุณภาพการใช้งานกับสมาร์ทโฟนราคาหลักพันขึ้นไปคงไม่ได้ แต่บางจุดก็ยังดีกว่ามือถือราคาหลักพันก็มีเช่นกัน เมื่อลงแอพไปแล้วเรียบร้อยเหลือพื้นที่ให้ใช้งานจริงๆ ประมาณ 2 GB กว่าๆ แล้วถ้าถามต่อไปอีกว่า เมื่อได้เครื่องมาใช้งานแล้ว ผลที่ได้เป็นอย่างไร ต้องบอกอย่างนี้ว่ามันไม่ได้ไหลลื่นหัวแตกแน่นอน แล้วถามว่ามันมีอาการอึด หน่วง มีมั้ย คำตอบคือมี แต่ถ้าถามว่าการใช้งานทั่วไป เราเล่นเป็น เรารู้ถึงความสามารถของตัวเครื่องที่มันทำได้ เราก็ใช้งานได้ดีเลย ซึ่งอยากจะแนะนำว่า ตัวเครื่องที่มี RAM น้อยๆ ตัว CPU ไม่ได้แรงแบบนี้ เราต้องอย่าเปิดแอปค้างไว้เยอะๆ หรือ เข้าหลายๆ แอปพร้อมกันสลับกันไปมา แบบนี้มีอาการหน่วง อึด แน่นอน แต่ถ้าเราใช้ไปทีละแอป ทีละฟังก์ชั่น พอเลิกใช้ก็ปิดแอปนั้นทิ้งไป แล้วไปเข้าแอปใหม่ อย่างนี้เครื่องรับรองว่าไหลลื่น ใช้งานได้ดีและไม่น่ารำคาญแน่นอน แต่ถ้าใครที่ค่อนข้างใช้งานเป็น รู้เรื่องไอทีสักนิดหนึ่ง เข้าไปที่ตั้งค่าและก็ไปที่การจัดการแอป แล้วก็สั่งปิดแอปหรือสั่งจำกัดการทำงานของตัวออปที่ไม่จำเป็นที่มันทำงานตลอดออกไป เพื่อให้แรมมีเหลือเยอะขึ้น ตัวเครื่องก็ยิ่งทำงานได้ดีขึ้นตามไปด้วยนั้นเอง

   โดยรวมแล้ว gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้อย่างแรกที่ชอบ หน้าจอดี สีสด ดู youtube หรือใช้งานหน้าจอก็ดี ดูสบาย เสียงลำโพงก็มีความดังที่ชัดเจน แล้วก็การใช้งานโซเชียลต่างๆ เฟสบุ๊ค ไลน์ และอื่นๆ ก็ทำงานได้ดี แต่มีช้าบ้างในช่วงโหลดเข้าแอป จากนั้นมาก็ถือว่าไหลลื่นเลยทีเดียว เรื่องของคุณภาพกล้องทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง ต้องบอกว่าดีในระดับของฟรีที่เครื่องหลักพันก็ยังอายแบบนั้น คือ แน่นอนว่าถ่ายในที่แสงน้อยมันแทบจะดูไม่ได้เลย แต่ถ้าถ่ายในที่แสงปกติ ความสว่างพอ ภาพที่ได้ก็ชัดเจนในระดับหนึ่ง ระดับที่ดูรู้เรื่อง แต่พอซูมภาพก็จะเห็นถึงความแตก ความเบลอ แต่โดยรวมแล้วถือว่าน่าซื้อมาใช้ น่าแลกมาใช้สำหรับลูกค้า True นะครับ

รีวิว iphone 7 และ iphone 7 Plus ที่เปิดตัวมาแล้วมันไม่มี แต่คู่แข่งฝั่งตรงข้ามมีมานานแล้วในราคาเรือธง ที่เปิดตัวมาแล้วมันไม่มี แต่คู่แข่งฝั่งตรงข้ามมีมานานแล้วในราคาเรือธง

 

   การรีวิวสมาร์ทโฟนเรือธงของ Apple ที่พึ่งเปิดตัวกันมาไม่นานนี้ แต่ยังไม่มีตัวเครื่องเข้ามาขายในเมืองไทย ณ ตอนนี้ ตอนที่แอดมินกำลังทำรีวิวอยู่นี้ ในครั้งนี้ด้วย ก็ต้องขออนุญาตออกตัวก่อนว่า การรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ของเราในตอนนี้ ไม่ได้เอาความคิดเห็นส่วนตัวหรือการเอ็นเอียงไปทางฝั่งตรงข้ามหรือฝ่ายใดฝ่านหนึ่งแต่อย่างใด แต่มันเป็นการวิเคราะห์แบบเห็นต่างและนำข้อมูลจริงๆ มาอ้างอิงกันเท่านั้น ใครที่เป็นสาวก apple อยู่แล้วอาจจะไม่เห็นด้วยหรืออย่างไร ก็ต้องขออภัยมาไว้ ณ ที่นี้ด้วย แต่ยืนยันได้ว่าอ้างอิงและเปรียบเทียบกันระหว่างมือถือในฝั่ง IOS และ Android จริงๆ

   เอาเป็นว่าเรามาดูสิว่า iphone 7 และ iphone 7 plus นั้นไม่มีอะไรมาบ้างในราคาที่ต้องบอกว่าไม่มีราคาเบาๆ เลยในแบรนด์ผลไม้ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าในคืนวันที่มีงานเปิดตัวผลิตภํณฑ์ใหม่ของทาง แอปเปิล เองนั้น ก็มีผู้คนโลกที่เกาะติดสถานการณ์ เกาะติดกระแส และ ก็ฮือฮากันทั่วโลกก็ตามแต่ ซึ่งรวมๆ แล้วในงานเปิดตัวก็มีสเปคพร้อกมับฟี่เจอร์ต่างๆ ที่หลุดออกมาให้ได้ชมกันแลลคร่าวๆ แล้วทุกคนในตอนนี้ทั้งคนที่เป็นสาวกแอปเปิลหรือสาวกแอนดรอยด์ก็ตามแต่ ก็คงจะทราบกันดีอยู่แล้ว

   แต่ในบทความนี้แอดมินขออนุญาติเปรียบเทียบกันว่าในมือถือในฝั่ง Android มีมาแล้ว แล้วบางตัวก็มีมานานแล้ว แต่ iphone 7 และ iphone 7 plus ยังไม่มี แล้วแอดมินเองก็คิดว่ามันน่าจะใส่มาในตัวเครื่องได้แล้ว แต่ก็ยังไม่มีมาให้ อย่างแรกเลยก็คือ ระบบ Fash Charge หรือระบบชาร์จไวนั้นเอง เพราะปัจจุบันนี้หลายคนที่ใช้สมาร์ทโฟนแม้แต่ในไอโฟนที่เคยทำมาและในไอโฟนรุ่นล่าสุด ก็ยังไม่มีระบบนี้ แต่เป็นที่น่าแปลกใจว่าสมาร์ทโฟนในฝั่งของ android มีระบบชาร์จไวกันเกือบครบทุกรุ่นแล้วในสมาร์ทโฟนเรือธง แล้วมือถือจีนหลายๆ แบรนด์ก็มีระบบชาร์จไวของเค้าเองที่แข่งขันกันอยู่ว่าของค่ายไหนชาร์จได้ไวกว่ากัน ดีกว่ากัน หรือ จะเป็นทางฝั่งซีพียูที่เป็น snapdragon ในรุ่นท็อปๆ ก็สามารถใช้หัวชาร์จหรืออแด็ปเตอร์ที่มีกำลังจ่ายไฟแบบ 3.0 A ก็สามารถใช้ชาร์จแบบ Fash Charge ได้เช่นกัน ซึ่งตรงนี้บางยี่ห้อก็ต้องซื้อหัวชาร์จแยกเองหรือบางยี่ห้อในฝั่งแอนดรอยด์ก็มีแถมมาให้ในกล่องเลย ซึ่งสาวกทงฝั่งของแอปเปิลเองที่เคยใช้แค่ไอโฟนมา ก็คงยังไม่เคยได้สัมผัสกับระบบนี้ ระบบที่บางครั้งมันก็มีความสำคัญกับการใช้มือถือ ณ ปัจจุบันนี้อย่างมากเลยทีเดียว ในเวลาที่เราเร่งรีบและต้องการความเร่งด่วนในการชาร์จแบตมือถือ ซึ่งตรงนี้เราไม่ได้ว่าใครดีไม่ดี ฝั่งไหนดีไม่ดี แต่อยากเปรียบเทียบแค่นั้นเองนะครับ

   เรื่องต่อมาที่ iphone 7 และ iphone 7 plus ยังด้อยกว่าคู่แข่งทางฝั่ง android อยู่ เราไม่ต้องบอกนะครับว่าเป็นคู่แข่งค่ายไหน เพราะหลายคนก็รู้กันดีอยู่แล้ว เพราะเค้าก็แข่งขันแย่งชิงตำแหน่งเบอร์หนึ่งทางการตลาดกันมาตลอด นั้นก็คือ เรื่องของระบบกันน้ำนั้นเอง ซึ่งการเปิดตัวไอโฟนตัวล่าสุดก็มีเช่นกันสำหรับระบบกันน้ำ แต่ได้มาแค่มาตรฐาน IP67 เท่านั้นเอง ซึ่งตามมาตรฐานนี้ ก็คือกันน้ำได้ลึก 1 เมตร นาน 30 นาที แต่ไอโฟนเองก็เปิดตัวมาบอกว่า มันกันน้ำได้แบบแค่ป้องกันการตกน้ำหรือเปียกเท่านั้น ไม่ได้แนะนำให้เอาไปดำน้ำแต่อย่างใด ซึ่งมาดูทางคู่แข่งกันบ้าง ทางคู่แข่งล้ำไปถึงมาตรฐาน IP68 แล้วด้วย ตรงนี้ก็ถือว่าล้ำหน้ากว่ากันไปก้าวหนึ่งเลยทีเดียว แน่นอนว่าทางคู่แข่งเปิดตัวออกมาก่อนด้วยซ้ำ แต่ไอโฟนเปิดตัวมาทีหลัง แต่ก็ยังตามเค้าอยู่ ซึ่งมือถือเรือธงที่มีราคา 2 หมื่นขึ้นไป น่าจะทำได้มากกว่านี้ ย้ำนะครับว่า แอดมินเองทำบทความนี้ขึ้นมาไม่ได้อัคติกับแบรนด์แต่อย่างใด แต่เราชกกันหมัดต่อหมัด ว่ากันไปทีละประเด็นๆ เลย

   อีกหนึ่งเรื่องใหญ่สำหรับการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ iphone 7 และ iphone 7 plus ที่ยังไม่มีมาและยังไม่เหนือคู่แข่ง ก็คือ ระบบ wireless charging หรือ Fash wireless charging นั้นเอง คือการชาร์จไวแบบไร้สาย ซึ่งถ้าดูจากสมาร์ทโฟนฝั่งแอนดรอยด์หลายๆ ค่ายก็มีทำมาแล้ว แล้วอีกหนึ่งสิ่งที่บางคนก็บอกว่าดี ส่วนบางคนก็บอกว่าไม่ดี ก็คือ การตัดแจ็ค 3.5 ออกไป แต่ก็มีตัวอแด็ปเตอร์แปลงมาให้ได้ใช้งานกัน ตรงนี้อาจจะทำให้มันยุ่งยากขึ้น หรือ อาจจะทำให้ความคร่องตัวในการใช้หูฟังหรือเชื่อมต่อสัญญาณที่ใช้กับรถยนต์หรือเครื่องเสียงต่างๆ มันลำบากขึ้น ตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคลนะครับ แต่แอดมินเองก็เชื่อว่า iphone 7 และ iphone 7 plus ก็น่าจะขายดีเป็นประวัติการอีกครั้งหนึ่งสำหรับสาวก Apple

   

รีวิว Meizu M3s สมาร์ทโฟนที่แบตอึด เล่นเกมส์สบายๆ ในราคาสบายๆ ไม่เกิน 6 พันบาท

 

   นี่คืออีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เว็บไซต์ 108plaza นำมาเขียนรีวิวให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกัน เป็นสมาร์ทโฟนแบรนด์จีนที่มีชื่อว่า Meizu ถามว่าแบรนด์นี้อยู่ในระดับจีนแดงไหม แบบของลอกเลียนแบบ ของกอฟ ของสเปคที่ไม่ค่อยดีหรือเปล่า ต้องบอกว่าไม่ใช่ Meizu ก็เป็นแบรนด์จีนที่ค่อนข้างเป็นอันดับต้นๆ เช่นกัน ดังนั้น Meizu M3s สมาร์ทโฟนแบรนด์จีนรุ่นนี้ก็ถือว่ามันน่าใช้ในราคาประหยัด ใครที่อยากจะได้สมาร์ทโฟนราคาถูก แต่ได้ทั้งการใช้งาน เล่นเกมส์นาน แบตอึด กล้องก็ถือว่าดีในระดับที่เครื่องเกือบหมื่นในแบรนด์อื่นๆ ยังอาย ว่ากันแบบนั้นเลย

   Meizu M3s ก็เป็นสมาร์ทโฟนที่ต่อยอดมาจาก M3 ซึ่งในบทความก่อนหน้านี้ก็เคยรีวิวกันไปแล้ว ก็ไปหาอ่านกันได้ แน่นอนว่ามันเป็นตัวที่พัฒนาขึ้นมา ก็ต้องดีกว่าของเดิมแน่ๆ สิ่งที่ให้มาในกล่องก็มีแค่หัวชาร์จแล้วก็สายชาร์จเท่านั้นเอง แต่สิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมาจากรุ่นเดิม อย่างแรกเลย ก็คือปุ่มสแกนลายนิ้วมือที่อยู่ด้านหน้า การสแกนก็ทำได้ดี อาจจะมีบางครั้งที่มือเราสกปรก อาจจะสแกนพลาดบ้าง แต่มีข้อเสียที่ไม่สามารถสแกนได้ตอนหน้าจอดับ คือต้องปลุกหน้าจอขึ้นมาก่อนแล้วค่อยสแกน ตัวเครื่องนั้นรองรับ 2 ซิมการ์ด รองรับ 4G LTE ด้วย แล้วก็เพิ่มเมมโมรี่การ์ดได้ แถมยังเป็นบอดี้แบบโลหะด้วย ในราคาประมาณ 5,790 บาทเท่านั้นเอง จำราคากันไว้นะครับ เพราะยังมีอีกหลายๆ ฟี่เจอร์เด็ดที่มาอยู่ใน M3s เครื่องนี้ ให้ความจุแบตเตอร์รี่มาที่ 3000 mAh ต้องบอกเลยว่าแบตอึด เล่นได้ทั้งวัน ใครที่อยากได้ไปจับโปเกม่อนเนี่ยนะครับ บอกเลยว่าเครื่องนี้เล่นกันได้ยาวๆ แบบไม่ต้องชาร์จกันเลย หนึ่งวันนี่ถือว่าไม่ต้องชาร์จกันเลยทีเดียว แต่ถามว่ามันมีแต่ข้อดีหรอ มีข้อเสียบ้างไหม มีแน่นอนเพราะมันไม่ใช่รุ่นเรือธงและราคาก็ไม่ได้แพง การใช้ชิปประมวลผลก็ใช้เป็นตัว MTK รุ่นล่างๆ แล้วเป็นมือถือแบรนด์จีนด้วย ดังนั้น เมื่อเปิดใช้งานเข้าเว็บ เบราเซอร์ต่างๆ มันก็อาจจะยังต้องไปดาวน์โหลดตัวเบราเซอร์อื่นๆ มาใช้ทดแทนบ้าง แล้วการใช้งานทั่วไป บางครั้งก็มีหน่วงบ้าง กระตุกบ้าง แต่ไม่ได้ถึงกับค้างไปเลย หรือว่าต้องปิด-เปิดเครื่องใหม่ แบบนั้นไม่ใช่ ก็คือตามราคา แล้วอีกหนึ่งสิ่งที่เห็นบนหน้าจอ การแสดงผลหน้าจอจะออกไปทางโทนฟ้า ไม่ได้เป็นโทรวอร์ม โทนเหลือง ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณเองชอบสีหน้าจอโทนไหน บางคนก็บอกว่าโทนฟ้ามันแสบตาไปมั้ย บางคนก็ชอบที่มันสีสดดี ก็แล้วแต่ความชอบนะครับ ส่วนเรื่องของลำโพงที่ให้มากับตัวเครื่อง ถ้าใครที่ชอบฟังเพลงต้องบอกว่าไม่ตอบโจทย์สักเท่าไหร่ เพราะลำโพงจะออกไปทางโทนเสียงแหลมเสียเยอะ ไม่มีโทรกลางและโทนเบสเข้ามาให้ดูมีมิติที่ครบ อาจจะต้องหาหูฟังดีๆ สักคู่หนึ่ง มาใช้งานแทน ก็เป็นทางออกที่ดีและประหยัดเงินไปได้เยอะเลยทีเดียว

   ในส่วนของการเล่นเกมส์กันบ้าง ใครที่อยากได้ไปจับ Pokemon GO บอกเลยว่าสามารถเล่นได้สบายๆ อยู่แล้ว แล้วก็แบตอึดด้วย เล่นกันยาวๆ 4-5 ชั่วโมงแบบไม่ต้องพกเพาเวอร์แบงค์กันเลยทีเดียว แต่หลายคนก็ไม่ชอบจับโปเกม่อน อยากเล่นเกมส์อื่นๆ ที่มันหนักหน่วงกว่านี้ แอดมินเองก็ได้ทดสอบแล้ว ถ้าเป็นเกมส์กราฟิกเยอะๆ หนักๆ ให้คะแนนที่เล่นได้ลื่นไหลก็ประมาณ 7 เต็ม 10 คือมันยังมีอาการหน่วงบ้าง ภาพไม่เนียนตาบ้าง แต่อย่างเกมส์ โมเดิล คอมแบกซ์ ก็เล่นได้สบายๆ เช่นกัน ก็ถือว่าเป็นเกมส์ที่มีกราฟฟิกไม่ธรรมดา แล้วข้อดีคือเครื่องไม่ร้อนด้วย

   มาที่เรื่องของกล้องกันบ้าง ต้องบอกเลยว่ากล้องข้อเสียมันอยู่ที่การจับโฟกัสหรือการแตะโฟกัสลงไปแล้ว ภาพมันจะมึดลง อาจจะเป็นเพราะซอฟต์แวร์ที่เขียนมา แต่พอถ่ายออกมาแล้ว ภาพที่ได้ก็ไม่ค่อยมึดเหมือนตอนถ่ายสักเท่าไหร่ ก็ถือว่าเป็นภาพที่คมชัดในระดับกลางๆ เลย ตรงนี้หมายถึงทั้งกล้องหน้า กล้องหลัง แต่จุดเด่นจะอยู่ที่ตรงการปรับในโหมด manual ที่สามารถปรับได้มากว่าค่าชดเชยแสง ISO หรือว่า ไวท์บาลานช์ คือมันจะสามารถเลือกปรับการเปิดชัตเตอร์ค้างไว้ได้นานถึง 10 วินาที เอาไว้ถ่ายพวกน้ำกระเซน ถ่ายตอนรถวิ่งกลางคืนจะมีแสงไฟตามไปเป็นเส้น อะไรแบบนั้นได้เลย แต่จะต้องใช้ขาตั้งกล้องช่วยให้ภาพมันนิ่ง โดยรวมแล้วกล้องถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว

   ใครที่เคยใช้สมาร์ทโฟนจีนหรือใครที่อยากจะลองใช้ดู เพราะราคาไม่แพง ก็ลองไปหาซื้อกันดูได้ตามตัวแทนจำหน่าย แต่มือถือจีนก็ควรเลือกร้านที่เค้ารับประกันสักนิดหนึ่ง เพื่อที่ว่ามีปัญหาจะได้รับเครมได้ ก็แค่นั้นเอง บางร้านอาจจะซื้อไปแล้วไม่รับเครม ไม่รับซ่อม ก็อาจจะมีปัญหาตามก็ได้นะครับ ครั้งหน้าเราจะมี gadget สินค้าอินเทรนด์อะไรมารีวิวให้เพื่อนๆ ได้อ่านอีกนั้นอย่าลืมเข้ามาติดตามกันด้วยนะครับ

Samsung galaxy note 7 OR iPhone 7 Plus ควรจะรอเปิดตัวก่อนดีหรือว่าจะซื้อ Note 7 ก่อนดี

 

   ก็อย่างที่รู้ๆ กันดีกว่าเดือนกันยายนของทุกๆ ปี ก็จะมี gadget สินค้าอินเทรนด์จาก 2 ค่ายยักษ์ใหญ่ในตลาดสมาร์ทโฟนเขาก็จะมีแข่งขันทางการตลาดกันแบบชนิดที่ว่าหมัดต่อหมัดเลยทีเดียว ซึ่งประมาณช่วงกลางๆ เดือน Apple เองก็เตรียมตัวที่จะเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของทางค่ายที่จะมาชูโรงเรื่องของนวัตกรรมมากมายก็ต้องเตรียมตัวรอดูกัน เพราะตามข่าวหลุดออกมาต่างๆ นานาเนี่ยนะครับ แอดมินเองและใครอีกหลายๆ คนก็ยังไม่ทราบหรอกว่าเวลานี้ เวลาที่ Apple ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลจริงๆ ออกมานั้น ตัว iphone 7 ทั้งรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่เนี่ย จะมีขนาดเท่าไหร่ สเปคเท่าไหร่ มีฟี่เจอร์เด็ดๆ มาสู้กับทางค่ายของทาง ซัมซุง หรือไม่ ที่เขานั้นได้เปิดตัวมาแล้วทั่วโลกก่อนหน้านี้แล้ว และก็เตรียมที่จะวางจำหน่ายในบ้านเราในช่วงวันที่ 9 กันยายน 2016 นี้แล้วด้วย ก็มีคำถามอยู่ว่า สำหรับเพื่อนๆ ที่คิดว่าจะเปลี่ยนสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ ตัวเลือกอยู่ที่เรือธง 2 ตัวนี้ก็คือ Note 7 กับ iphone 7 เท่านี้แหละ จะเลือกซื้อ Note 7 ไปก่อนเลยดีไหม หรือ จะรอดูก่อนสิว่าไอโฟนจะมีหมัดเด็ดอะไรมาสู้กับทางคู่แข่งที่ชิงเปิดตัวบอกฟี่เจอร์ไปหมดแล้วเนี่ยนะครับ เอาเป็นว่าในบทความนี้เราจะมาช่วยให้คุณตัดสินใจได้เร็วขึ้นว่าจะรอก่อนหรือจะซื้อ Note ก่อนเลยดี

   อย่างแรกเลยที่ทำให้คุณคิดว่าต้องรอก่อน รอดูนวัติกรรม รอดูฟี่เจอร์เด็ดๆ ของตัว iphone 7 ก่อน เหตุผลอย่างแรกเลยก็คงเป็นที่ว่าคุณในช่วงนี้ไม่รีบที่จะเปลี่ยนเครื่องใหม่ รออีกนิด ต่อมา มันมีข่าวหลุดมาว่าตัว ไอโฟน จะมาพร้อมกับสเปคจะมาพร้อมกับหน้าจอ 5.5 นิ้ว ความละเอียดหน้าจอที่ระดับ Full HD เท่านั้น ความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ 401 ppi. เท่านั้น ถ้าตรงนี้มันเป้นเรื่องจริง แต่ไม่ยืนยันนะครับ ที่สุดแล้วต้องรองานเปิดตัวจริงๆ มากกว่า แต่ถ้าเทียบกับตัว note 7 ถือว่ากินขาดครับ เพราะว่า note 7 นั้นหน้าจอใหญ่กว่านิดหน่อย ความละเอียดหน้าจอมากกว่าแน่ๆ มากถึงระดับ 2K เลยทีเดียว แล้วก็เรื่องต่อมาที่จะต้องวิเคราะห์กัน ก็คือเรื่องของชิปประมวลผลหรือว่าตัว CPU ของทั้ง 2 รุ่น ข่าวหลุดออกมาว่า iphone 7 จะมาพร้อมกับซีพียูตัว A10 ให้ RAM 2 GB เมื่อเทียบกับตัว Note 7 ก็กินขาดอีกแล้ว ให้ RAM มา 4 GB เลยทีเดียว เอาง่ายๆ ว่าถ้าเทียบสเปคตามข่าวหลุดของ iphone เนี่ย ทาง note 7 จะกินขาดมากกว่า แต่ยังไม่ยืนยันนะครับ ต้องย้ำอีกนิดหนึ่ง

   ภาพด้านบนนี้เป็นภาพหลุดของตัว iphone 7 นะครับไม่ใช่ตัวเครื่องจริงๆ แต่เท่าที่มีการวิจยตลาดสมาร์ทโฟนของผู้ที่เป็นสาวกทั้งแบรนด์ผลไม้เอง แล้วก็แบรนด์เกาหลี เมื่อก่อนอาจจะมีสาวกของแบรนด์เกาหลีเปลี่ยนใจไปใช้แบรนด์ผลไม้เยอะ แต่สาวกแบรนด์ผลไม้จะไม่ค่อยเปลี่ยนมาใช้แบรนด์เกาหลีสักเท่าไหร่ แต่ในปัจจุบัน ก็ต้องเรียนตามตรงนะครับ คนไทยเราขี้เบื่อ สาวกแบรนด์ผลไม้ก็มักจะบอกว่าไอโฟนไม่ค่อยมีลูกเล่นอะไร เปลี่ยนอะไรเยอะๆ เหมือนกับ Android ก็ไม่ได้ แถมอุปกรณ์เสริมก็แพงอีกต่างหาก อันนี้ก็แล้วแต่มุมมองนะครับ ส่วนคนที่ใช้แบรนด์เกาหลีมา แล้วก็เปลี่ยนมาใช้แบรนด์ผลไม้บ้าง ก็มักจะบอกว่า แบรนด์เกาหลีช่วงแรกๆ ซื้อมาก็เร็วดี ใช้ไปสักพักช้าเสียอย่างนั้น เครื่องค้างบ้างไรบ้าง ราคาก็ไม่ใช่ถูกๆ ก็เลยเปลี่ยนมาให้ IOS เพราะว่ามันเร็ว มันดูมีคราสกว่า อยากหรูบ้างไรบ้าง แบบนั้นว่ากันไป ก็ขึ้นอยู่กับมุมมองเช่นกันนะครับ

   แต่อย่างไรก็ตาม การรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้ ก็ต้องมีคำตอบให้เพื่อนๆ ที่เข้ามาอ่านเพื่อได้ตัดสินใจได้ว่าจะเลือกตัวไหน ถึงจะคุ้มค่าในราคา 2 หมื่นปลายๆ ก็ถือว่าไม่ได้ถูกเลย ทั้ง note ทั้ง iphone เนี่ยนะครับ ไม่แน่ว่าแอปเปิลอาจจะเปิดตัวมาแพงทะลุไปหลัก 3 หมื่นก็ได้ เพราะฉะนั้น ถ้าซื้อมาแล้วมันคุ้ม มันหารายได้ให้กับคุณได้ ก็ถือว่าไม่แพง ฉะนั้น พูดได้ชัดเลยว่าตัว note 7 ที่ชิงเปิดตัวมาก่อนไอโฟนเนี่ยนะครับ เขาก็ชูให้เห็นว่าถ้าใครที่ทำธุรกิจออนไลน์ ทำงานที่ต้องใช้ปากกา มันก็ไม่มีใครสู้ note 7 ได้ เพราะว่าการขีดๆ เขียนๆ บนหน้าจอนั้นถือว่า note 7 ทำมาได้ดีเลย ความรู้สึกเหมือนกับเขียนด้วยปากกาจริงๆ แต่ก็ต้องรอนะครับ ถ้าไม่ได้ใจร้อนมากเกินไป รอการเปิดตัวของ iphone 7 สักนิดหนึ่ง เพราะอย่าลืมว่าทาง แอปเปิล ก็มีดินสอที่ทำออกมาไว้เขียนหน้าจอก็ทำได้เช่นกัน เขาจะงัดเอาไม้เด็ดตรงนี้มาชูโรงแข่งกับตัวซัมซุงหรือเปล่า

รีวิว Meizu M3 Note สมาร์ทโฟนราคา 7,xxx ที่มีครบทุกฟังก์ชั่นและคล้าย i6+ อีกด้วย

 

   ใครที่ไม่อยากจะเสียเงินซื้อสมาร์ทโฟนราคา 2 หมื่น 3 หมื่นบาท ในแบรนด์ผลไม้ ที่ต้องบอกว่าราคานั้นก็แพง แต่ก็อยากจะได้ดีไซน์คล้ายๆ แบบนั้น คล้ายคลึงกันมาก แล้วก็มีครบทุกฟังก์ชั่นที่สามารถใช้งานได้ปานกลาง ทั้งกล้องก็กลางๆ มีสแกนลายนิ้วมือด้วย มีฟี่เจอร์ที่รวบรวมเอาทั้ง Android ทั้ง IOS ที่เด่นๆ มารวมๆ กันในเครื่องเดียว แต่ราคานั้นแค่ 7,xxx บาทเท่านั้นเอง ต้องมาดูรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นนี้เลย Meizu M3 Note

   ถ้าดูจากรูปตัวอย่างสินค้าที่เรานำมาเป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ในครั้งนี้ เพื่อนๆ เห็นแวบแรก จะต้องนึกออกเลยว่ามันคล้ายกับตัว iphone 6 plus มากเลยทีเดียว ด้านหน้า ด้านหลัง บอดี้ที่ต้องบอกว่าเป็นอลูมิเนียม มีจอโค้งด้วย มีเส้นสายด้านหลังก็คล้าย ด้านหน้ามีกล้องตรงกลาง มีเซนเซอร์ต่างๆ ก็เรียกว่าคล้ายคลึงอย่างมากเลยทีเดียว ถ้าเอามือปิดโลโก้เอาไว้ด้านหลังแล้วถือ ก็จะดูคล้ายไปอีกนะครับ แต่นั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร เพราะว่าเดี่ยวนี้ดีไซน์ของมือถือส่วนใหญ่ ก็คล้ายๆ กันหมดเลยนะครับ

   สำหรับ Meizu M3 Note ตัวนี้ก็มีดีไซน์ที่มาพร้อมกับขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว เป็นหน้าจอแบบ IPS ความคมชัดแบบ Full HD ก็ถือว่าสีสันของหน้าจอนั้นกลางๆ เป็นการแสดงผลที่มีความคมชัดและชัดเจนในเรื่องของสีสันพอสมควร ในกล่องก็จะให้หัวชาร์จที่มีแรงดันไฟที่ 5v 2A มาด้วย พร้อมกับสายชาร์จที่เป็นแบบ Micro USB ตรงเครื่องค่อนข้างบางดีเลยทีเดียว การสัมผัสก็ต้องถือว่าใช้ได้ครับ ถ้าไม่ดูเรื่องของแบรนด์ ตัดเรื่องนั้นไป การสัมผัสถือว่าค่อนข้างพรีเมี่ยมเลยทีเดียว ด้านหน้าของเครื่องมีขอบจอโค้งรับเข้ามือดีเลย กล้องหน้ามาพร้อมกับความละเอียด 5 ล้านพิกเซล f/2.0 แต่ต้องบอกก่อนว่าคุณภาพก็พอใช้งานได้ ไม่ได้สวยเวอร์อย่างเรือธงรุ่นอื่นๆ ที่ปุ่ม home สามารถที่จะสแกนลายนิ้วมือได้ ก็มีการใช้งานที่ปกติ สามารถแตะแล้วก็ติดได้เลย ไม่มีอาการช้าหรือหน่วงมากนัก แต่ต้องพยายามแตะตอนตั้งค่าให้อยู่ในหลายๆ มุมของนิ้วที่เราแตะตั้งค่าตอนแรกสักนิดหนึ่ง เพื่อให้ตัวเครื่องนั้นจดจำได้ กล้องหลัง ให้ความละเอียดที่มา 13 ล้านพิกเซล f/2.2 พร้อมกับไฟ dual flash ฝาหลังไม่สามารถจะถอดเปลี่ยนแบตได้ ความจุของแบตนั้นให้มาที่ 4100 mAh แต่หลังจากที่ใช้งานจริงๆ แล้ว ก็ต้องบอกว่าอาจจะไม่ได้อึดเท่าไหร่ แต่ก็ใช้งานได้นานทั้งวันแน่นอน แต่แอดมินเองก็คิดว่ามันน่าจะ over spec ไปบ้าง ถ้าความจุแบตขนาดนี้ อาจจะใช้ได้ถึง 2 วันเลยก็ได้ แต่ก็ใช้ได้จริงๆ ก็ประมาณ 24 ชั่วโมงโดยประมาณนะครับ ถัดมาตัวเครื่องก็รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด เป็นแบบ ไฮบริจ คือต้องเลือกในซิม 2 ว่าจะใส่ซิมหรือใส่เมมโมรี่ รองรับ micro sd card ได้สูงสุดที่ 128 GB

   สำหรับสเปคในตัวเครื่องนั้นก็มาพร้อมกับระบบปฏิบติการ Android 5.1 lollipop หน่วยความจำในตัวเครื่องที่ 16 GB RAM 2 GB มาพร้อมกับ CPU MTK 6755 Octa-core 64-bit GPU Mali T-860 เมื่อทำการเทสคะแนนจะแอป antutu แล้วก็ได้คะแนนอยู่ที่ค่อนข้างน่าพอใจเลย 43359 คะแนนด้วยกัน ตัวเครื่องนั้นรองรับการใช้งานอินเตอร์เน็ตแบบ 4G LTE อีกด้วย เมื่อทดสอบการแตะบนหน้าจอหรือว่า multi touch บนหน้าจอก็จะได้พร้อมกันทังหมด 10 จุด ก็ถือว่าค่อนข้างดีเลย ต้องบอกเพื่อนๆ ว่าตัวเครื่อง meizu M3 Note เครื่องนี้นั้น มันเป็นอะไรที่กลางๆ ไปเสียทุกอย่างนะครับ เล่นเกมส์ ก็สามารถเล่นเกมส์ที่ทั่วไปได้ดี แต่ถ้าเป็นกราฟฟิกเยอะๆ หน่อย จะค่อนข้างหน่วง หรือ กระตุกบ้างในบ้างช่วง แต่ถ้าใครที่ไม่ค่อยชอบเล่นเกมส์เท่าไหร่ แต่เอามาใช้งาน ด้วยหน้าจอที่ใหญ่ 5.5 นิ้ว ความคมชัดของหน้าจอก็ค่อนข้างจะดีเลยเนี่ยนะครับ ทำให้การใช้เข้าเว็บไซต์ต่างๆ นั้นทำได้ไหลลื่นดีเลยทีเดียว รวมไปถึงเรื่องของการดูหนัง การฟังเพลงผ่านตัวแอป youtube ก็ถือว่าทำได้ดี เสียงลำโพงก็อาจจะไม่ได้โดดเด่นเท่าไหร่นัก มิติเสียงคุณภาพกลางๆ ความดังปกติ ถ้าไม่ได้ไปนอกสถานที่ที่มีเสียงรบกวนเยอะๆ ก็ใช้งานได้สบายๆ เลย

   อีกหนึ่งฟี่เจอร์ที่ใช้งานได้ดีบน gadget สินค้าอินเทรนด์ เครื่องนี้ คือสามารถใช้นำทางบน GPS ได้ค่อนข้างเร็วและมีเข็มทิศที่บอกได้ตรง แต่ก็จะมีบางช่วงที่เปิด GPS ขึ้นมาแล้วจะบอกผิดตำแหน่งไปบ้าง แต่พอเราวนๆ หมุนตัวเครื่องให้เข็มทิศทำงาน ก็จะสามารถใช้งานดีเลย ราคาที่เปิดตัวมาก็อยู่ที่ 7,490 บาท นะครับ สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่กำลังหามือถือประมาณนี้ เน้นไปที่ดีไซน์ที่เหมือนกับมือถือแบรนด์ผลไม้ด้วยแล้วเนี่ย ก็ลองไปหาเล่นดูได้ตามร้านค้าชั้นนำได้เลย

รีวิวสมาร์ทโฟนเรือธงในราคาประหยัดจาก Dtac Phone M1 รองรับ VoLTE คุยชัดผ่าน LTE จะดีไหม

 

   Dtac เองก็บุกตลาดทั้งผู้ให้บริการเครือข่ายแล้วก็เรื่องของการจำหน่ายสินค้าควบคู่ไปกับการบุกตลาดของตัวเองอย่างหนักหน่วง ล่าสุดก็มีตัวสมาร์ทโฟนราคาประหยัดเพียง 3,490 บาทเท่านั้นออกมาวางจำหน่ายกัน ก็ถือว่าเป็นราคาที่ไม่แพงมาก แต่ในที่นี้ เมื่อเรามองเพียงแค่ราคาไม่ได้ เราต้องมองถึงความคุ้มค่าที่ในฐานะคนซื้ออย่างเรา ต้องคุ้มค่าที่สุด เพราะฉะนั้นก็เลยนำสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้จาก ดีแทค มารีวิวกันในตอนนี้

   Dtac Phone M1 นี่คือชื่อรุ่นที่เป็นสมาร์ทโฟนที่ได้กล่าวไปช่วงต้น มาพร้อมกับขนาดหน้าจอ 5 นิ้ว จอแบบ IPS ความละเอียด 720p มาพร้อมกับซีพียูที่เป็นแบบ 4 แกนสมอง Quad core 1.0 GHz 64-bit ความละเอียดของกล้องนั้นให้มาเท่ากันอยู่ที่ 8 ล้านพิกเซล ทั้งตัวกล้องหน้าแล้วก็กล้องหลัง และใครที่ชอบโทรผ่านแอปต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น LINE, facebook หรืออื่นๆ ก็ตามแต่ ตัวเครื่องนั้นรองรับการใช้งานแบบ VoLTE ด้วย คำถามคือมันคืออะไรฟังก์ชั่นนี้ คำตอบคือ มันเป็นการเพิ่มคุณภาพของการโทรผ่าน LTE ให้มีความคมชัดของเสียงมากขึ้นเป็นระดับ HDaudio เลยทีเดียว ก็เรียกได้ว่าใครที่ชอบโทร ชอบวีดีโอคอล เรื่องคุณภาพเสียงก็จะดีขึ้นด้วยนั้นเอง ในกล่องก็จะมีตัวเคสแถมมาให้ด้วย แล้วก็จะมีฟิล์มกันรอยแถมมาให้ด้วย ตัวเครื่องก็ยังรับประกันนาน 15 เดือนอีกด้วย ในส่วนของตัวเครื่องก็มีความแข็งแรงในระดับหนึ่ง วัสดุก็เป็นพลาสติกธรรมดา งานประกอบก็ปานกลาง อาจจะมีความรู้สึกว่ามันบอบบางไปบ้างในบางส่วน เปิดฝาหลังออกมาจะเห็นว่าไม่สามารถถอดเปลี่ยนแบตเตอร์รี่ได้ สามารถใส่ได้ 2 ซิมการ์ด ซิม 1 เป็น ไมโครซิม ซิม 2 เป็น นาโนซิม แล้วก็มีแยกช่องใส่เมมโมรี่หรือ micro sd card ได้ด้วย รองรับความจุสูงสุดที่ 32 GB

   ในส่วนของชิปประมวลผลนั้น dtac เลือกใช้เป็น MTK MT6735P RAM 1 GB ROM 8 GB ข้อแนะนำคือต้องหาเมมโมรี่มาใช้เพิ่ม เพราะหน่วยความจำในตัวเครื่องถูกระบบปฏิบัติการกินไปเยอะแล้วนะครับ นอกจากนั้นก็มาพร้อมกับ Android 6.0 M เวอร์ชั่นล่าสุดตอนนี้เลย เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมา หน้าจอ IPS ก็ถือว่าทำมาได้ดีครับ ถือว่ามีคุณภาพ การแสดงผลก็ไม่ได้ผิดเพี้ยนอะไรมากนัก UI ข้างในก็ถูกปรับปรุงด้วย Dtac มีไอคอนที่เป็นแบบเงาๆ ก็ดูสวยงามดีเลยทีเดียว จากนั้นเราก้ได้ทำการทดสอบด้วยตัววัดประสิทธิภาพของเครื่องด้วยแอปยอดนิยมอย่าง antutu นั้นเอง ได้คะแนนอยู่ที่ 24,335 ก็ถือว่าอยู่ในระดับล่างๆ นะครับ ไม่ได้เยอะอะไรมากมายนัก แต่เราเน้นที่การใช้งานดีกว่าคะแนนเยอะเท่าไหร่ไม่ต้องไปสนใจมากนัก

   ในส่วนของการใช้งานกันบ้าง เรื่องแรกที่ทดสอบมาแล้วและได้ข้อสรุปก็คือ การเล่นเกมส์ ต้องบอกเลยว่าราคา 4 พันมีทอนแบบนี้ เอาไปเล่นเกมส์แรงๆ หนักๆ ก็คงไม่ได้ ถามว่าเล่นได้ไหม ตอบว่าเล่นได้แต่มันก็ไม่ได้สะใจ ไหลลื่น หรือ ภาพที่แสดงออกมาจะเนียนตาสู้กับตัวราคาเรือธงเป็นหลักหมื่นไม่ได้แน่ๆ แต่สามารถเล่นเกมส์ทั่วไปก็ได้เช่นกัน นอกจากนั้นเรื่องของลำโพง ถือว่าคุณภาพเสียงปานกลาง มีมิติของเสียงครบ แต่จะเน้นไปที่เสียงกลางเสียเป็นส่วนใหญ่ ความดังก็ถือว่าไม่ได้เบามากจนน่าเกลียด เอาเป็นว่าพอฟังได้ ถัดมาในเรื่องของกล้อง ถ้ามองที่ราคาเช่นกัน กล้องหน้าให้แฟลดซ์เพื่อช่วยถ่ายในที่มึดมาให้ด้วย แต่ต้องบอกเลยว่าทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง การถ่ายภาพก็ต้องอาศัยความนิ่งของมือค่อนข้างจะเยอะกว่าปกตินิดหนึ่ง ภาพถึงจะออกมาดี คมชัด โดยเฉพาะที่มึดเนี่ย จะรู้ได้ทันทีเลยว่ามือไม่นิ่งภาพจะไม่โฟกัสนะครับ กล้องหน้ามีโหมดบิวตี้มาให้เล่นด้วย คุณภาพของภาพที่ได้มาก็ถือว่าอยู่ในระดับปานกลาง พอดูได้ แต่ก็คงสู้ระดับเรือธงเป็นหมื่นๆ เขาไม่ได้อยู่ดีนะครับ ตัวแบตเตอร์รี่ให้ความจุมาที่ 2200 mAh ถามว่าการใช้งานทั้งวันแบบปกติ ใช้งานบ้างบางครั้งในระหว่างวัน ถือว่าใช้ได้ แต่ถ้าติด youtube ติดโซเชียล ก็คงจะไม่พอ เพราะตัวแบตก็ค่อนข้างจะลดลงมาเร็วพอสมควรเลยล่ะครับ

   ถามว่าสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ Dtac Phone M1 สมาร์ทโฟนในราคาเริ่มต้นแบบนี้ มันเหมาะกับใคร ก็คงบอกได้ว่าเหมาะกับคุณปู่ คุณย่า ที่อายุมากแต่ก็จะร่วมสมัย พอใช้งานได้ แล้วก็คนที่ยังไม่มีรายได้ที่ต้องขอพ่อแม่ซื้อสมาร์ทโฟนใช้งานเนี่ยก็คงจะเหมาะเลยทีเดียว รวมไปคนที่ต้องการอยากจะได้มือถือสักเครื่องเอาไว้สำรองยามฉุกเฉิน ก็เหมาะเช่นกัน

Review HTC one A9 สมาร์ทโฟนเครื่องบาง ดีไซน์สวย กล้องหน้าแบบ Ultra Pixel แต่ไม่มีเข้ามาเมืองไทย

 

   สวัสดีเพื่อนๆ ที่ติดตามเว็บไซต์ 108plaza ของเราทุกท่านเลยนะครับ ในครั้งนี้เราก็มีอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จากค่าย HTC นั้นเอง ต้องบอกเลยว่าสมาร์ทโฟนตัวใหม่ล่าสุดนี้จาก HTC นั้น มันไม่เข้ามทำตลาดในบ้านเรา แต่แอดมินเองได้ตัวเครื่องมาจากต่างประเทศ แล้วเห็นว่ามันน่าสนใจ ก็เลยนำมารีวิวกันให้เพื่อนๆ ได้ติดตาม บางทีเพื่อนๆ หลายคนเดินทางไปต่างประเทศบ่อย ก็อาจจะสอยมาก็ได้ถ้าชอบในเรื่องของสเปคและดีไซน์ เรากำลังพูดถึง gadget สินค้าอินเทรนด์ ตัวนี้เลย

   นี่คือสมาร์ทโฟนจาก HTC รุ่น HTC one A9 นั้นเองครับ เปิดตัวมาด้วยดีไซน์ที่มันบาง จับแล้วดูเท่ห์ มีสไตล์ มาพร้อมกับชิปประมวลผลที่เป็นตัว snapdragon 617 ที่ต่อยอดกันมาเรื่อยๆ ในตัว 615 แล้วก็ 616 ซึ่งคาดว่าหลายคนก็คงจะพลาดกับตัว 615 กันมาเยอะพอสมควรนะครับ รวมไปตัวแอดมินด้วยที่พลาดซื้อมาใช้งาน แต่ก็ต้องมาดูกันในตัวนี้ว่าตัว 617 เนี่ยมันจะเป็นอย่างไร กล้องหลังมีความละเอียด 13 ล้านพิกเซล กล้องหน้าความละเอียดแบบ Ultra pixel ถัดก็จะเป้นในส่วนของหน้าจอที่เป็นจอแบบ AMOLED เรียกว่าเปิดหน้าจอมานั้นดูสด ดูสวยงาม คุณภาพจอถือว่าดีเลยทีเดียว ตัวเครื่องนั้นสามารถใส่ได้แค่ 1 ซิมการ์ด รองรับหน่วยคความจำสำรองหรือ micro sd card ได้สูงสุดถึง 2 TB เลยทีเดียว เยอะมาก แต่หน่วยความจำในตัวเครื่องนั้นมีให้เลือก 2 รุ่น ก็คือรุ่น 16 และ 32 GB ราคาก็จะอยู่ที่หมื่นต้นๆ และ หมื่นกลางๆ ถ้าคิดเป็นเงินบ้านเรานะครับ ถัดมาในส่วนของคุณภาพเสียง เท่าที่แอดมินได้เคยรีวิวลำโพงตัวที่ขายอยู่ในบ้านเราหลายๆ รุ่น คิดว่าทำได้ดีกว่ารุ่นนี้ที่นำมารีวิวกันในครั้งนี้นะครับ คือเสียงของลำโพงตัว aone A9 ตัวนี้คือออกแนวเสียงแหลมเยอะไปนิด ไม่มีมิติของเสียงเบส เสียงกลางที่ชัดเจนสักเท่าไหร่ เทียบกับตัวที่มีเทคโนโลยีแบบ Boomsound เนี่ยเทียบไม่ติดเลย

   ในส่วนของการทดสอบเล่นเกมส์กับสมาร์ทโฟน HTC one A9 ตัวนี้บ้าง หลายคนคงจะคาดหวังกับสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ว่ามันจะเล่นเกมส์ได้เทพมาก แต่ต้องบอกอย่างนี้ครับ สเปคความแรงของมัน RAM 3 GB หน้าจอระดับ Full HD การ์ดจอใช้ตัว andreno 405 ต้องบอกเลยว่าเล่นเกมส์ที่มีกราฟฟิกเยอะๆ แล้วไม่ค่อยใหลลื่นสักเท่าไหร่ แล้วก็ต้องบอกเลยว่าตัวการ์ดจอนั้นมันไม่ค่อยจะแรงเท่าไหร่แล้วก็เป็นตัวเก่าแล้วด้วย ถามว่า CPU แรง RAM ก็เยอะแล้ว แต่ทำไมยังใช้คำว่าสมาร์ทโฟนสำหรับเกมส์เมอร์ยังไม่ได้ คำตอบคือการ์ดจอนั้นค่อนข้างที่จะสำคัญมากเลยทีเดียวนะครับ เพราะฉะนั้นก็อาจจะสรุปได้อย่างนี้ว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ เล่นเกมส์พอได้แต่ยังไม่ใหลลื่นเท่าที่ควร

   เพื่อนๆ หลายคนก็คงจะเคยได้ยินและได้ทดสอบชื่อเสียงอันเลื่องลือของตัว HTC 10 ที่เข้ามาขายในบ้านเรา ในเรื่องของหูฟังสุดเทพ ที่ใครได้ฟังแล้วกับระบบเสียงและหูฟังที่ให้มากับตัวเครื่อง แล้วก็มักจะมีคำถามในใจอยู่ตอนนี้ว่าตัว HTC one A9 ตัวนี้ล่ะ เสียงจากหูฟังเป็นอย่างไรบ้าง แอดมินก้ได้ทดสอบแล้วเอาหูฟังที่ให้มาในกล่องลองฟัง ก็ต้องบอกตามตรงว่ามันไม่ได้เทพเหมือนกับรุ่น HTC 10 อย่างแน่นอน แต่เสียงถือว่าดีเลยทีเดียว ในระดับคะแนนก็ประมาณสัก 8 เต็ม 10 อะไรแบบนั้น เสียงในย่านต่ำ เสียงเบสยังพอดี แล้วก็เป็นเสียงที่กังวาลด้วย เสียงกว้าง มิติเสียงก็มาครบเลย

   มาถึงในเรื่องกล้องกันบ้าง ต้องบอกว่าจุดเด่นของ gadget สินค้าอินเทรนด์รุ่นนี้อยู่ตรงนี้เลย กล้อง แต่กล้องหลังนั้นก็ถือว่าดีในระดับทั่วไป เพราะเดี่ยวนี้กล้องหลังส่วนใหญ่ทำมาได้ค่อนข้างดีแล้วและมีโหมดออโต้และโหมดโปรมาให้ใช้งาน แต่ไม่โดดเด่นเท่ากับกล้องหน้าครับ แอดมินชูกล้องหน้าที่เป็น Ultra pixel เอาไว้ตรงนี้เลยว่า แม้คุณถ่ายในที่มึด มันก็ยังสว่าง ใครที่ชอบเซลฟี่ตอนกลางคืน แสงสี ความสว่าง โหมดหน้าเนียน เรียกว่ายอดเยี่ยมกระเทียมเจียวเลยทีเดียว แล้วที่สำคัญมันมีโหมดบิวตี้หน้าเนียนอะไรพวกนี้ที่ทำออกมาได้ดี เนียนดูเป็นธรรมชาติ สวยงาม แบบไม่ได้เวอร์วังจนเกินไป จนดูแล้วเอาแอปมาใช้เป็นร้อย อะไรแบบนั้นไม่ใช่ คือถ้าใครได้มีโอกาสได้ทดสอบกล้องหน้าของ HTC one A9 ตัวนี้ในบ้านเรา อาจจะมีขายแต่อาจจะหายากนิดหนึ่ง ไปลองอันดับแรกกล้องหน้านี่แหละครบแอดมินแนะนำ ถ้ามันถูกใจและคิดว่ามันใช้งานได้ดี เราชอบ ก็ค่อยซื้อกันได้    

มาทำความรู้จัก Samsung Galaxy A5 (2016)

 

   สวัสดีค่ะช่วงนี้ก็เริ่มเข้าสู่ช่วงของหน้าฝนกันแล้วฝนตกกันเกือบทุกวันกันเลย อากาศเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงจากร้อนมากๆก็เริ่มจะเย็นลงยังไงก็ต้องดูแลสุขภาพกันให้ดีๆ เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงอาจจะทำให้ป่วยกันได้ง่ายนะค่ะ สำหรับในช่วงนี้กระแสที่มาแรงไม่แพ้กับเรื่องของสภาพอากาศที่มีการเปลี่ยนแปลงนั้นก็เป็นในเรื่องของเทคโนโลยีที่มีการพัฒนา โดยเฉพาะในเรื่องของโทรศัพท์มือถือในขณะนี้มีกระแสการเปิดตัวรุ่นต่างๆกันมากขึ้น ซึ่งรุ่นที่ได้รับความสนใจไม่น้อยก็คงจะเป็น Samsung Galaxy A5 (2016) ที่เรียกว่ารุ่น 2016 ก็เนื่อจากพึ่งมีการพัฒนาจากรุ่นเก่าก็คือ Samsung Galaxy A5 ที่ได้มีการเปิดตัวมานานแล้วนั้นเอง Samsung Galaxy A5 (2016) ได้มีการเปิดตัวเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2016 มีการพัฒนาปรับปรุงจากรุ่นเก่านั้นเอง ซึ่งถือได้ว่าเป็นสินค้าอินเทรนด์ในปัจจุบันที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก สินค้าอินเทรนด์มันจะได้รับความสนใจและเป็นกระแสที่จะมีการใช้ตามกัน มีความอย่างเป็นเจ้าของต้องมีไว้ใช้ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงนั้นเอง Samsung Galaxy A5 (2016) จึงได้เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ได้รับความสนใจและเป็นสินค้าอินเทรนด์ที่น่าสนใจมากๆ เอาเป็นว่าจะที่กล่าวมานั้นหลายๆคนก็คงจะเริ่มสงสัยแล้วสินะว่า อะไรที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ Samsung Galaxy A5 (2016) สามารถเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันได้ เป็นว่าเรามาทำความรู้จักกับโทรศัพท์รุ่นนี้กันดีกว่า

   Samsung Galaxy A5 (2016) เป็นโทรศัพท์มือถือที่น่าสนใจมากๆเลยทีเดียวก็ว่าได้ มาดูในส่วนของตัวเครื่องกันก่อนดีกว่า เป็นสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ หน้าจอแสดงผลเป็นแบบ Super AMOLED 24-bit มีระบบสัมผัส Multi-Touch ในส่วนของความก้าวของหน้าจอมีขนาดอยู่ที่ 5.2 นิ้ว ซึ่งถือได้ว่าเป็นขนาดหน้าจอที่กำลังมีความพอดีเหมาะกับการพกพา และหน้าจอยังมีความละเอียด 1080 x 1920 พิกเซลอีกด้วย มีระบบตรวจสอบลายนิ้วมือ ในส่วนของระบบเซ็นเซอร์นั้นมีระบบของการหมุนภาพโดยอัตโนมัติ (Accelerometer) สามารถที่จะตรวจจับแสงปรับความสว่างได้อัตโนมัติอีกด้วย ที่สำคัญ Samsung Galaxy A5 (2016) ยังมีระบบสำหรับการตรวจจับคลื่นแม่เหล็กอีกด้วย ในส่วนของตัวเครื่องนั้นมีให้เราสามารถที่จะเลือกได้หลายสี ไม่ว่าจะเป็นสีดำ สีขาว สีทองและสีชมพู ในส่วนทางด้านของระบบปฏิบัติการนั้น Samsung Galaxy A5 (2016) มีระบบปฏิบัติการเป็น Android 5.1 (Lollipop) มีหน่วยประมวลผลเป็น Samsung Exynos 7580 Octa Core ซึ่งมีความเร็วในการประมวลผลอยู่ที่ 1.6 GHz โทรศัพท์รุ่นนี้มีความจำของเครื่องอยู่ที่ 16 GB ความเร็วของแรมอยู่ที่ 2GB สามารถที่จะใส่หน่วยความจำเพิ่ม microSD ได้สูงสุดที่ 128 GB นั้นเอง ในส่วนนี้ถือได้ว่า Samsung Galaxy A5 (2016) เป็นโทรศัพท์ที่สามารถใช้งานได้รวดเร็วและง่าย ซึ่งสามารถที่จะตอบโจทย์และความต้องการของใครหลายๆคนได้นั้นเอง เอาเป็นว่าเราลองมาดูกันต่อในส่วนของระบบเชื่อมต่อของโทรศัพท์ ซึ่งการหาตำแหน่งโดย Assisted GPS สามารถที่จะรองรับแอพพลิเคชั่น Google Maps ได้ มีในส่วนของ WiFi 802 ซึ่งเป็นจุดกระจายสัญญาณอินเตอร์เน็ตแบบพกพานั้นเอง สามารถที่จะใช้งานโดยไร้สายระหว่างอุปกรณ์โดยตรง Samsung Galaxy A5 (2016) มี Bluetooth 4.1 ที่รองรับชุดหูฟังสเตอริโอ สำหรับในส่วนของฟังก์ชั่นในด้านมัลติมีเดียนั้นมีความน่าสนใจไม่แพ้ในส่วนอื่นๆเลย โดยในเรื่องของกล้องดิจิตอลมีความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ซึ่งมีขนดของรูรับแสง f/1.9 มาพร้องกับแฟลช LED ที่สำคัญกล้องสามารถที่จะซูมดิจิตอลได้ถึง 4 เท่า (4x Digital Zoom) ขนาดของภาพสูงสุดอย่างที่ 3096 x 4128 พิกเซล ซึ่งถือได้ว่าเป็นขนาดที่พอดี ที่สำคัญกล้องยังสามารถที่จะโฟกัสอัตโนมัติได้อีกด้วยนอกจากจะโฟกัสอัตโนมัตยังสามารถที่จะเลือกแตะจุดโฟกัสได้เช่นกัน กล้องของ Samsung Galaxy A5 (2016) ถือว่าสามารถที่จะทำอะไรได้หลากหลาย สามารถที่จะถ่ายภาพต่อเนื่อง มีระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคอลอีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถที่จะแนบตำแหน่งบนแผนที่ที่ถ่ายไปกับภาพอีกด้วย ไม่เพียงแต่จะมีกล้องหลังที่น่าสนใจอย่างที่ได้พูดไปนั้น กล้องหน้าก็ถือได้ว่าน่าสนใจไม่แพ้กันเลย โดยกล้องหน้านั้นมีความละเอียดอยู่ที่ 5 MP รูรับแสงขนาด f/1.9 สามารถที่จะบันทึกภาพเคลื่อนไหวได้ นอกจากกล้องถ่ายรูปก็มีในส่วนของเครื่องเล่นเพลงที่สามารถเปิดไฟล์รูปแบบต่างๆได้ Samsung Galaxy A5 (2016) มีการพัฒนาในเรื่องของเทคโนโลยีของการชาร์จซึ่งสามารถเพิ่มความเร็วในการชาร์จ แบตเตอรี่ของโทรศัพท์เป็นแบตเตอรี่มาตรฐาน 2,900 mAh

   จากที่ได้นำเสนอมันก็ถือได้ว่า Samsung Galaxy A5 (2016) มีความน่าสนใจมากเลยนะค่ะ และเราก็คงจะหายแปลกใจและเข้าใจแล้ว่าทำไมเจ้า Samsung Galaxy A5 (2016) ถึงได้มีความน่าสนใจ