Category Archives: ข่าวสารมือถือ

เปิดมุมมองใหม่ไปกับ OPPO Mirror 5

เปิดมุมมองใหม่ไปกับ OPPO Mirror 5

   หากพูดถึงโทรศัพท์มือถือสักเครื่องเราจะนึกถึงโทรศัพท์มือถือยี่ห้อไหน รุ่นไหน เพราะปัจจุบันตลาดของโทรศัพท์มือถือกว้างมากและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง จึงทำให้การเลือกซื้อมือถือสักเครื่องหนึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ยากและง่ายในเวลาเดียวกัน ยากที่ไม่รู้จะเลือกยี่ห้อไหน รุ่นไหนดีเพราะมีเยอะแยะมากมายอีกทั้งยังมีการเปิดตังโทรศัพท์รุ่นใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่องกันเลยที่เดียวแต่ในความยุ่งยากและปวดหัวในการเลือกซื้อโทรศัพท์สักเครื่องที่มีหลายแบบนั้นก็ถือว่าง่ายต่อการหาให้ตรงกับความต้องการและความเหมาะสมกับการใช้งานที่เราตั้งใจ สำหรับใครหลายๆคนที่กำลังมองหาโทรศัพท์มือถือสักเครื่องสิ่งแรกที่จะทำก็คือการเข้าหาข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างๆก่อนเพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจสำหรับปัจจุบันนี้ก็มีโทรศัพท์มือถือที่เป็นสินค้าอินเทรนด์อยู่หลายๆรุ่นที่เดียว สำหรับใครที่หาของมูลผ่านทางเว็บไซต์ก็คงจะเห็น OPPO Mirror 5ผ่านตามาบ้างซึ่งถือได้ว่าเป็นสินค้าอินเทรนท์ที่กำลังได้รับความสนใจและเป็นที่นิยม สำหรับ OPPO Mirror 5 พึ่งจะเปิดตัวเมื่อไม่นานมานี้เองถือได้ว่าเป็นโทรศัพท์มือถือของ OPPO ที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก หากใครได้ลองค้นดูข้อมูลต่างๆของ OPPO Mirror 5 ก็จะรูปว่าเป็นโทรศัพท์ที่น่าจะมีไว้ในครอบครองสักเครื่องอย่างแน่นอน

   ก่อนอื่นเราต้องมาทำความรู้จักกับ OPPO Mirror 5 สำหรับ OPPO Mirror 5 เป็นโทรศัพท์ในเครื่องของ OPPO ในส่วนของหน้าจอแสดงผลเป็นแบบ TFT LCD Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ซึ่งมีความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ 960×540 พิกเซล มาพร้องกับหน่วยประมวลผลภาพกราฟิกโดยเฉพาะอีกด้วย การประมวลผลการทำงานเป็นแบบ Quad-Core ARM Cortex-A53 Processor ความเร็วในการประมวลผลเล่นคาสิโนออนไลน์ได้ไม่กระตุก 1.2 GHz พร้อมกับระบบปฏิบัติการ Color OS เวอร์ชั่น 2.1 ซึ่งมีพื้นฐานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 5.1 Lollipop สำหรับหน่วยความจำภายในตัวเครื่องสำหรับจักเก็บข้อมูลขนาด 16 GB และมี RAM ขนาด 2 GB พร้อมทั้งยังรองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card ได้สูงสุดถึง 128 GB เลยก็ว่าได้ ในส่วนของเรื่องกล้อนั้น กล้องหลังของเครื่องมีความละเอียดถึง 8 ล้านพิกเซล ในส่วนของกล้องหน้านั้นมีความละเอียด 5 ล้านพิกเซล สำหรับ OPPO Mirror 5 รุ่นที่มีการวางจำหน่ายในประเทศไทยนั้นจะเป็นโมเดล A51f สามารถรองรับการใช้งานได้ 2 ซิมการ์ดพร้อมกันได้ในเครื่องเดียวกัน การรองรับการใช้งานซิมการ์ดเป็นแบบ namoSIM และ microSIM มีหน่วยประมวลภาพกราฟิกโดยเฉพาะ มีระบบสัมผัสแบบหลายจุด ชนิดของแบตเตอรี่ที่ใช้เป็น Li-lon Polymer 2420 mAh เราไม่สามารถที่จะถอดเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้

สำหรับฟังก์ชั่นต่างๆนั้น OPPO Mirror 5 ก็มีหลากหลายฟังก์ชั่น ในส่วนของ ฟังก์ชั่น WiFi hotspot สำหรับการแชร์อินเตอร์เน็ตผ่านทางสัญญาณ WiFi และยังมีฟังก์ชั่น WiFi Display ในส่วนของคุณสมบัติอื่นๆของ OPPO Mirror 5 นั้น พื้นผิวด้านหลังของตัวเครื่องถูกปิดผนึกวันสดุคล้ายกระจกคริสตัล พร้อมกับมีลวดลายแบบเพชร ในส่วนของกรอบด้านข้างตัวเครื่องทำมาจากวัสดุโลลหะ กล้องดิจิทัลด้านหลังของเครื่องมีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ความละเอียดสูงสุดของภาพ 3264×2448 พิกเซล ขนาดของรูรับแสงสูงสุดอยู่ที่ F/2.2 อีกทั้งยังมีไฟแฟลชในตัวอีกด้วย มีฟังก์ชั่น Face Detection ช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพในการโฟกัสไปที่ใบหน้าของผู้ถูกถ่ายภาพ มีโหมดถ่ายภาพที่หลายหลาย เช่น โหมดถ่ายภาพแบบ HDR โหมดถ่ายภาพในแนวกว้าง โหมดถ่ายภาพแบบ Time-Lapse โหมดถ่ายภาพแบบ Super GIF และก็โหมดถ่ายภาพซ้อน ซึ่งเราสามารถที่จะเลือกโหมดถ่ายภาพที่เราชอบและสนใจได้ OPPO Mirror 5 มีให้เลือกสองสี มาตรฐานได้แก่ สีขาว Ivory White และสีน้ำเงิน Midnight Blue ในส่วนของราคาก็ถือว่าไม่แพงเกินไปเหมาะสมกับฟังก์ชั่นต่างๆของเครื่อง

สำหรับใครที่กำลังมองหาโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ OPPO Mirror 5 ก็สามารถที่จะตอบโจทย์หลายๆข้อได้ โดย OPPO Mirror 5 มีความโดดเด่นในเรื่องของการตอบสนองการใช้งานที่รวดเร็วและรองรับการทำงานทุกรูปแบบ สำหรับกล้องก็มีคุณภาพที่ดีไม่ว่าจะเป็นในส่วนของกล้องหน้าและกล้องหลังประสิทธิภาพการทำงานอยู่ในขั้นที่ดีมมาก ซึ่ง OPPO Mirror 5 จะเน้นไปในเรื่องของการใช้งานเป็นหลัก ซึ่งใครที่สนใจในเรื่องของการใช้งานที่เน้นใช้งานจริงจัง ใช้สำหรับการถ่ายภาพ OPPO Mirror 5 ถือได้ว่าเหมาะสมอย่างยิ่งที่จะมีไว้ในครอบครอง เพราะมันสามารถที่จะตอบโจทย์ในการใช้งานในด้านต่างได้ และที่สำคัญในส่วนของเรื่องราคาที่ไม่แพงจนเกินไป หากใครที่กำลังสนใจมองหาโทรศัพท์มือถือสักเครื่องไว้สำหรับการใช้งาน OPPO Mirror 5 ก็สามารถเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่จะใช้ในการตัดสินใจได้ ที่สำคัญยังมีสีของตัวเครื่องที่สวยงามน่าพกพาอีกด้วย OPPO Mirror 5 จะเป็นโทรศัพท์มือถือที่เปิดโลกใหม่ให้กับเราก็เป็นได้

 

รีวิว สมาร์ทโฟนจากฝรั่งเศสที่บางที่สุด Wiko highway pure 4G

รีวิว สมาร์ทโฟนจากฝรั่งเศสที่บางที่สุด Wiko highway pure 4G มือถือที่บางและเบาที่สุดจากฝรั่งเศส

   สวัสดีครับแฟนๆ ของ 108plaza ทุกท่านที่คอยติดตามบทความรีวิวสินค้าอินเทรนด์ของเรามาอย่างต่อเนื่องในทุกๆ บทความกันเลยทีเดียว ก็ต้องยอมรับครับว่าเรื่องตลาดสมาร์ทโฟนตอนนี้นั้นมีการแข่งขันกันค่อนข้างเยอะจริงๆ มีทั้งแบรนด์จีน แบรนด์เกาหลี แบรนด์อังกฤษ แล้วก็แบรนด์ไทย แล้วยังไม่นับอื่นๆ อีกมากมายในตอนนี้ที่นำเข้ามาขายกันในเมืองไทยของเรา แต่วันนี้เรามีคิวรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นหนึ่งที่ยังไม่เคยรีวิวกันมาก่อนในเว็บไซต์ของเรา เป็นสมาร์ทโฟนแบรนด์ฝรั่งเศสครับ ที่ชื่อว่า Wiko highway pure 4G นั้นเองครับ เครื่องจะสวย จะดูดี สเปคจะแรงเหมือนกับแบรนด์จีนหรือเปล่านั้นเดี่ยวต้องมาดูกันครับ

   ก็ต้องบอกว่าแบรนด์ wiko นี่เป็นแบรนด์น้องใหม่จากฝรั่งเศสที่เข้ามาตีตลาดในเมืองไทยของเราเลยทีเดียวนะครับ มีความบางมากครับ มีความบางเพียง 5.1 มิลลิเมตรเท่านั้นเอง น้ำหนักก็เบาด้วย น้ำหนักเครื่องตัวนี้มีเพียง 98 กรัมเท่านั้น แต่ยอมรับนะครับว่าไม่ได้เป็นเครื่องที่บางที่สุดในตอนนี้ มีค่ายหนึ่งที่ทำเครื่องบางขนาด 4.7 มิลลิเมตรมาแล้วในตอนนี้ แต่ถือว่าต่างกันไม่เท่าไหร่ครับ ตัวเครื่องเมื่อผมได้ทดลองจับๆ ลูบๆ คลำๆ ดูแล้วก็ค่อนข้างสวยงาม อลังการสีดำดูคมเข้มเลยทีเดียวนะครับ มาดูเรื่องของสเปคกันแบบคร่าวๆ กันบ้าง ถ้าสเปคแบบเต็มๆ นี่ต้องไปดูที่เว็บไซต์ของทาง wiko เค้าเลยนะครับ เรื่องสเปคผมบอกในทุกบทความที่ทีมงานเราเขียนเลยว่า สเปคนั้นไม่สำคัญเท่ากับการทำงาน การใช้งาน แบบนี้เน้นกว่าเยอะครับ

   ตัวสเปคนั้นมาพร้อมกับ CPU snapdragon 410 แล้วก็เป็นแบบ quadcore 1.2GHz GPU Adreno 306 ROM 16GB RAM 2GB ตัวหน้าจอเป็นแบบ Amoled ขนาดหน้าจอ 4.8 นิ้ว ความคมชัดของหน้าจอระดับ HD ตัวกระจกด้านหน้ามีความแข็งแรงเป็นแบบยอดฮิต gorilla glass 3 พร้อมกับระบบการ multi touch เต็มที่เลย 10 จุด กล้องหลังให้ความละเอียดมาที่ 8 ล้านพิกเซล กล้องหน้าให้มาที่ 5 ล้านพิกเซล รองรับได้ซิมเดียวคือ แบบนาโนซิม แบตเตอร์ให้มาที่ 2000 mAh อ้อ ลืมบอกไปครับ ว่าตัวซิมนี่รองรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบ 4g ขั้นสูงสุดในตอนนี้คือแบบ cat 4 รองรับความเร็วสูงสุดได้ที่ 150 Mbps มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 4.0 อยู่นะครับ ก็ถือว่าไม่ทันเหตุการณ์ เพราะตอนนี้ไปถึง Android 5.1 กันแล้วนะครับ นี่ก็เป็นเรื่องของสเปคคร่าวๆ เพียงให้ดูเป็นข้อมูลในการเลือกซื้อ เลือกใช้ เลือกดูว่าถูกใจคนซื้อหรือเปล่าในเบื้องต้นนะครับ ก็สเปคเท่านี้เดี่ยวต้องมาดูเรื่องของราคาในช่วงท้ายด้วยว่าราคาจะแพงหรือเปล่า ซึ่งต้องอุ๊บเป็นความลับไว้ก่อน เพราว่ามีอีกหลายๆ จุดที่ต้องทำการรีวิวต่อไปนะครับ เดี่ยวเรามาลองใช้งานต่างๆ กันก่อนดีกว่า อย่าไปสนใจเรื่องราคาเลยครับ

   เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมา เห็นหน้าจอต่างๆ เห็นสีสันต่างๆ แล้วต้องบอกว่าสีสันค่อนข้างสดใสดีนะครับ เนื่องจากเป็นจอ amoled การเปิดดูไฟล์วีดีโอจากยูทูปหรือวีดีโอต่างๆ เนี่ยให้สีสันที่คมชัดมากเลยทีเดียว แต่ขอติอย่างหนึ่งครับ เมื่อดูหน้าจอที่เป็นภาพนิ่งต่างๆ จะเห็นได้ว่าตัวเม็ดสีนั้นจะไม่ค่อยละเอียดเท่าไหร่ ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นเป็นจุดๆ เป็นเม็ดสีที่ออกมาได้เลย แต่มันก็ไม่ได้เหนชัดมากมายนะครับ คือต้องสังเกตจริงๆ เมื่อได้ทดสอบเรื่องหน้าจอ เรื่องภาพนิ่ง เรื่องวีดีโอกันไปแล้ว ก็คงต้องมาทดสอบกันในเรื่องของเสียงและลำโพงที่ให้มาด้วยนะครับ ผลการทดสอบก็คือ คุณภาพกลางๆ พื้นๆ ครับ เพราะลำโพงที่ให้มาตัวเล็กๆ ที่ติดอยู่ตรงหลังเครื่องนั้นยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่ก็พอฟังได้ในระดับพื้นฐานเท่านั้นนะครับ ซึ่งจุดที่น่าสังเกตอีกอย่างหนึ่ง เมื่อตอนที่เราวางมือถือลงในพื้นที่เรียบๆ อย่างเช่นบนโต๊ะ แล้วเปิดเพลงอยุ่ ก็ทำให้เสียงนั้นหายไปทันทีทันใด เนื่องจากตัวฝาหลังนั้นแบนเรียบ บาง ไม่มีส่วนโค้งเลย ก็ทำให้เสียงนั้นถูกปิดหายไปในทันทีเลย แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาครับ เมื่อเราจะฟังเพลงเราก็คว่ำมือถือลง ให้ลำโพงมันหงายขึ้นมาแทน ก็เท่านั้นเอง ก็แก้ปัญหาได้ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเครียดอะไรนะครับ ซึ่งขอดีอีกหนึ่งอย่างที่ผมชอบเลยก็คือ ในกล่องเค้าเวลาซื้อเครื่องมา แถมครับ แถมทั้งเคสมาให้ แถมทั้งฟิล์มกันรอยมาให้ด้วย ส่วนการใช้งาน เล่นเกมส์ เล่นเฟส เล่นกล้อง ทุกอย่างพูดรวมๆ แบบนี้เลยว่าไม่โดดเด่นครับ อยู่ในระดับกลางๆ ทั้งหมด พอใช้ได้แบบนี้แล้วกัน

   ส่วนราคาที่ทาง wiko มาขายในเมืองไทยก็คือ 8 พันทอน 10 บาทครับ ส่วนตัวผมและทีมงานรวมความคิดกันว่าสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ สมาร์ทโฟนจากฝรั่งเศสตัวนี้ได้คะแนนอยู่ที่ 6.5 คะแนนเต็ม 10 ครับ ใครที่ชอบบางๆ ก็ลองไปจับๆ คลำๆ ดูกันได้ตามร้านไอทีทั่วไปนะครับ

รีวิว มือถือเรือธงในอดีตที่คุ้มค่า คุ้มราคาที่ไม่เกิน 15,000 บาท กับ LG G3

รีวิว มือถือเรือธงในอดีตที่คุ้มค่า คุ้มราคาที่ไม่เกิน 15,000 บาท กับ LG G3 ที่มีให้เลือกซื้อกันในงาน Thailand Mobile Expo 2015 Showcase

   ถ้าใครที่ได้มีโอกาสไปเดินเที่ยวงาน Thailand Mobile Expo 2015 Showcase ในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมานี้ก็จะได้เห็นสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงในอดีต ต้องย้ำว่าในอดีต แต่เป็นอดีตที่ไม่นานมานี้นะครับ คือยังพอเป็นสินค้าอินเทรนด์ได้อยู่ เพราะประเด็นหลักๆ เลยที่นำมาทำหารรีวิวกันในวันนี้อีกครั้งก็เพราะว่า ราคามันเริ่มลงมาแล้ว นั้นเองครับ คือหลายคนที่ตั้งใจหมายปองสมาร์ทโฟนรุ่นเนี่ย ที่ออกมาช่วงแรกๆ เลยแล้วเห็นแล้วจะต้องไปซื้อมาให้ได้ แต่ติดที่ว่าตอนที่ออกมาหรือเปิดตัวใหม่ๆ เนี่ย ราคาค่อนข้างสูงอยู่ ก็เลยอดใจรอสักพัก ให้ราคามันเริ่มลงมาๆ พอที่จะซื้อได้ แล้วก็เผลอลืมไปเพราะทุกวันนี้มือถือออกรุ่นใหม่กันแทบทุกวัน ก็เลยลืมไป วันนี้ทีมงาน 108plaza ก็เลยจัดเอามือถือรุ่นหนึ่งที่ยังเป็นเรือธงอยู่ในวันนี้อีกหนึ่งรุ่นมานำเสนอครับ

   สมาร์ทโฟนรุ่น LG G3 นี้ก็ถือว่ายังสวยงามอยู่ทีเดียว แม้ว่าตอนนี้ LG G4 จะเปิดตัวมาแล้วก็ตามนะครับ เดี่ยวเรามาดูกันดีกว่าว่าสเปคตัวนี้เนี่ย ยังแรง และ ยังถือว่าเป็นรุ่นที่สามารถอัปเกรดได้อยู่ในทุกวันนี้นะครับ

   สเปคของ LG G3 ความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ระดับ 2k เลยทีเดียว ก็ยังถือว่าชนะรุ่นใหม่ๆ แล้วก็ยี่ห้ออืนๆ ที่เปิดตัวมา ณ ตอนนี้แล้วราคาก็แพงกว่านี้ด้วยนะครับ แต่ความละเอียดของหน้าจอยังอยู่แค่ HD หรือ Full HD อยุ่เลยนะครับ เรื่องสเปคอื่นๆ ก็อย่างเช่น ซิปเซด snapdragon 801 RAM 2 GB แล้วตัวกล้องก็ให้มาที่ 13 ล้านพิกเซล พร้อมกับระบบ laser AF หรือระบบโฟกัสภาพด้วยเลเซอร์นั้นเองนะครับ ตัวดีไซน์ก็โค้งมนดูยังไม่ตกเทรนด์แต่อย่างใดนะครับ ด้านล่างก็ไม่มีปุ่มกดแต่อย่างใดนะครับ มีเป็นแบบออนสกรีนที่หน้าจอหมดเลย มาพร้อมกับขนาดหนาจอ 5.5 นิ้วขอบจอก็แคบมากเลย ใครที่ชอบหน้าจอใหญ่ๆ ก็ถือว่ายังตอบโจทย์อยู่นะครับ การดีไซน์ของตัวเครื่องตรงฝาหลังก็ออกแบบมาให้ดูโค้งนะครับ ก็เหมือนๆ กับตัว zenfone 2 หรือว่าใหม่ล่าสุด ตัว note 5 แบบนั้นเลยนะครับ ก็ถือว่าดีไซน์ยังดูทันสมัยอยู่นะครับ ทำให้อารมณ์ในการจับถือมือเดียวก็ยังทำได้พอดีมืออยู่นะครับ แล้วก็เรื่องของตัวเลเซอร์โฟกัส หลักการทำงานของมันก็คือเมื่อเราเปิดกล้องมาเนี่ย มันก็จะมีการกระพริบๆ เพื่อยิงเลเซอร์ไปจับภาพให้โฟกัสได้รวดเร็วขึ้น เปิดฝาหลังมาก็มีแบตเตอร์รี่ที่มีความจุ 3000 mAh แล้วก็รองรับ micro sd card ได้ถึง 128 GB

   ทีนี้เรามาดูเรื่องของซอฟแวร์กันบ้างดีกว่าครับ ว่าจะมีอะไรที่น่าสนใจบ้างในตัวนี้ ซึ่งก็ต้องบอกเลยว่าผมเองก้ไม่คอยทำการรีวิวเครื่อง LG มาก่อนเลย ก็เครื่องรุ่นนี้เป้นรุ่นแรกเลยนะครับ ครั้งแรกของการรีวิว LG ก็ให้อารมณ์ที่ดูพอใจอย่างมากนะครับ เครื่องสวยครับ บอกได้แค่นี้ ซึ่งระบบปฏิบัติการของเครื่องนี้ก็คือ Android 4.4.2 แต่ตอนนี้ก็สามารถอัปเกรดได้ครับ ซื้อมาก็มาอัปเกรดเรื่องของซอฟแวร์เอาไม่มีปัญหา ซึ่งสิ่งที่ผมค่อนข้างสนใจและไม่ค่อยได้เห็นในสมาร์ทโฟนยี่ห้ออื่นๆ เลยก็คือเรื่องของกล้องหลังครับ ที่บอกว่ามาด้วยความละเอียดทื่ 13 ล้านพิกเซล พร้อมกับตัว laser AF นี่เป็นอย่าไง เมื่อผมได้ทำการทดสอบแล้วเนี่ย ก็พบว่าถ้าถ่ายรูปหรือภาพนิ่งในที่แสงปกติ ถ่ายทั่วไปเลยเนี่ย จะมีเลเซอร์ตรงข้างๆ กล้องหลังกระพริบๆ เป็นสีแดงๆ อยู่ ความรู้สึกว่ามันโฟกัสได้เร็วครับ แล้วก็ลองไปถ่ายในที่แสงน้อยๆ ที่มีไฟแฟลชช่วยอีกแรงเนี่ย ก็ทำให้โฟกัสออกมาได้ค่อนข้างดีทีเดียว แต่จะรู้สึกว่าช้ากว่าในที่แสงปกติอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้ช้ามากอะไรนะครับ การถ่ายวีดีโอก็อยู่ในระดับ 4k เลยนะครับ แต่เรื่องโหมดต่างๆ ฟีเจอร์ต่างๆ ในการถ่ายรูปนี่ยังไม่ค่อยเยอะครับ ยังไม่เท่ากับฟีเจอร์กล้องตัวใหม่ๆ ที่เปิดตัวออกมาในตอนนี้นะครับ ซึ่งการทำงานในการเล่นส์ด้วยสเปค snapdragon 801 แล้วเนี่ย ก็ยิ่งทำให้เล่นเกมส์แบบ 3 มิติ นี่ได้สบายๆ เลย ก็ลองไปหาเล่นกันดูครับ ตามร้านจำหน่ายสมาร์ทโฟนทั่วไป

   ซึ่งที่ผมบอกว่าราคานี่ไม่เกิน 15,000 บาทนี่ก็คือว่าตอนนี้ราคามันลงมาเหลือที่ 13,900 เท่านั้นเอง ก็ถือว่าราคานั้นคุ้มค่ากับรุ่นเรือธงในปีที่ผ่านมา ซึ่งก็เป็นอารมณ์ที่ค่อนข้างพอใจกับการรีวิวสมาร์ทโฟนที่เป็นสินค้าอินเทรนด์ของทาง LG เค้าเลย ที่ว่ากันว่าเป็นตัวเพียว android เลย ที่มีความรวดเร็วและมีความเสถียรที่สุดแบรนด์หนึ่งเลยครับ

Update สมาร์ทโฟนใหม่ล่าสุดเดิอน กันยายน 2015 กับ I-mobile IQ Z Bright

Update สมาร์ทโฟนใหม่ล่าสุดเดิอน กันยายน 2015 กับ I-mobile IQ Z Bright มือถือสเปคแรงในราคาไม่ถึงหมื่น มีมาให้ได้เลือกซื้อกันในช่วงปลายปีแบบนี้

   สวัสดีครับ ก็พบกันอีกเช่นเคยกับเรา 108plaza ะครับ ที่จะได้นำเอาข่าวสารในวงการสมาร์ทโฟนก็ดี เรื่องของ gadget ใหม่ๆ ก็ดี มานำเสนอให้ทุกท่านได้ชมกันเป็นสินค้าอินเทรนด์ในช่วงเดือนต่างๆ กันตลอดทั้งปีเลยนะครับ แล้ววันนี้ก็เช่นเคยครับ หลังจากที่ทางค่ายมือถือของไทยเรานั้นได้เปิดตัวมือถือสมาร์ทโฟนมาอีกหนึ่งตัวในช่วงวันที่ 24 กันยายน 2015 นี้มาเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ กับเจ้านี่เลย I-mobile IQ Z Bright ตัวเครื่องจะมีความสวยงามแค่ไหน แล้วสเปคเครื่องนั้นจะแรงเพียงใด ที่สำคัญต้องบอกว่าเรื่องราคานั้นไม่ถึงหมื่นครับ

   ก็ต้องบอกว่าตัวเครื่องนั้นก็ค่อนข้างที่จะดูดีมีระดับนะครับ แต่ก็ยังไม่ใช่โลหะทั้งตัวเครื่อง ก็คงเป็นที่ราคามากกว่า ในระดับที่ไม่ถึงหมื่น แต่เรื่องของสเปคนั้นต้องบอกว่าดูแล้วนี่สเปคไปถึงราคาระดับหมื่นได้สบายๆ เลย เดี่ยวก่อนที่จะไปดูรายละเอียดในส่วนตัวเครื่องกันนั้น เรามาดูเรื่องของสเปคคร่าวๆ กันก่อนดีกว่าครับ

   ด้านตัวเครื่องนั้นมาพร้อมกับขนาดหน้าจอที่ 5 นิ้ว ความละเอียดอยู่ที่ 720 พิกเซล ก็เป็นแค่ระดับ HD อยู่ super bright amoled. แล้วก็เรื่องของหน่วยประมวลผลก้ให้มาที่ qualcomm snapdragon 615 ที่ 64 bit แบบ 8 แกนสมองที่เรียกว่า octa-core 1.5 GHz แล้วก็เป็นระบบปฏิบัติการแบบ Android ที่ใหม่ล่าสุด 5.1.1 lollipop ให้แรมมามากถึง 3 GB แล้วก็ให้รอมมาที่ 32 GB แล้วก็สามารถรองรับหน่วยความจำสำรอง micro sd card ได้ถึง 64 GB แล้วที่สำคัญก็ให้กล้องหลังที่มีความละเอียดมากถึง 18 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ AF+Flash+PDAF ยังไม่แค่นั้นนะครับ ก็ยังให้กล้องหน้าที่มีความละเอียดมามากพอถึง 5 ล้านพิกเซล แล้วก็ไฟแฟลช LED ด้านหน้าอีกด้วย รองรับ 3g,4g LTE ได้ทุกค่าย ทุกคลื่นความถี่ ตัวแบตเตอร์รี่อาจจะให้มาน้อยสักนิดหนึ่ง แต่ก็พอดีกับการใช้งานได้ทั้งวัน ให้ความจุมาที่ 2600 mAh นี่ก็เป็นเพียงสเปคคร่าวๆ ที่ดูแล้วค่อนข้างจะตื่นเต้นมากเลย แต่เมื่อผมเองได้ทดลองใช้งานทั้งเรื่องของตัวกล้องหน้า และ กล้องหลังดูแล้ว ที่ทาง I-mobile เค้าชูโรงมาว่า สมาร์ทโฟนรุ่นนี้เนี่ย สามารถจับโฟกัสได้ไวมากเลย แล้วจะจริงอย่างที่ทางค่าย i-mobile บอกมาหรือเปล่า เดี่ยวเรามาดูรีวิวกันต่อไปครับผม

   เมื่อได้ดูตัวเครื่องรอบๆ แล้วเนี่ยนะคับ ก็ตัวเครื่องมีขนาดหน้าจอที่ 5 นิ้ว ก็ถือว่าไม่ใหญ่แล้วนะครับ สำหรับสมาร์ทโฟนยุคปัจจุบันนี้ เพราะค่ายอื่นก็ทะลุไปกันที่ 6 นิ้วกันแล้วนะครับ เสียดายว่าหน้าจอมีความละเอียดที่ HD เท่านั้นเองนะครับ ตัวขอบเครื่องก็จะเป็นโลหะนะครับ แต่ด้านหลังไม่ใช่โลหะนะครับ เป็นแค่พลาสติก ก็ให้ความรู้สึกแข็งแรงในระดับหนึ่งครับ ด้านล่างก็จะมีลำโพงจุดเดียว พร้อมกับ micro USB ที่เอาไว้ชาร์จแบต ด้านบนก็จะมีช่องเสียบแจ็ค 3.5 เป็นหูฟังนั้นเองครับ ส่วนตัวซิมและหน่วยความจำสำรองก็จะอยุ่ทางด้านขวาพร้อมกับปุ่ม เปิด ปิด นะครับ ด้านซ้ายก็จะมีปุ่มเร่งเสียง ลดเสียงปกตินะครับ เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาดูสีสันของหน้าจอนี่ค่อนข้างให้ความสวยงามไม่แพ้ Full HD เลยนะครับ อาจจะเพราะหน้าจอที่ไม่ใหญ่มากนักนะครับ

   ไปดูในเรื่องของการใช้แอพพลีเคชั่นที่ว่ากันว่า กินแรมที่สุดเลยในตอนนี้ นั้นก็คือ facebook นั้นเองครับ เมื่อเปิดเฟสบุ๊คขึ้นมานั้นก็พ่บว่าไหลลื่นดีครับ เล่นเกมส์คาสิโนออนไลน์ก็สบาย ด้วยการที่ให้แรมมามากถึง 3 GB นั้นก็เพียงพอกับการใช้งานเลยทีเดียวครับ แม้ว่าจะเลื่อนลงไปดูอะไรโน้น นั้น นี่ไปเรื่อยๆ ก็ไม่เห็นถึงความกระตุกเลย อาจจะมีบางช่วงที่ดูอึดไปสักนิดหนึ่งเพราะว่าอยู่ที่ความแรงของอินเตอร์เน็ตด้วยก็ได้นะครับ การใช้งานดีครับ เรื่องของการเปิดแอพต่างๆ

   เรื่องของกล้องกันบ้างครับ ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังนั้นทาง i-moblite ก็บอกมาว่าเร่งการจับโฟกัสได้เร็วถึง 0.3 วินาทีกันเลยทีเดียวในตัวนี้นะครับ ก็เร็วจริงครับ ในตัวกล้องนั้นก็สามารถตั้งค่าต่างๆ ได้ตามตระกูล Z ที่ผ่านๆ มาเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ISO เรื่องของการลดตาแดง เรื่องของความคมชัดต่างๆ ก็มีให้ปรับเลือกได้ แต่ตัวโหมดที่ผมค่อนข้างชอบเลยในกล้องตัวนี้เนี่ยนะครับ ก็คือโหมด รีโฟกัส ครับ ถือเราถ่ายรูปไว้แล้วแล้วก็ค่อยมาโฟกัสรูปทีหลังได้อีกนะครับ ไม่ว่จะเอาหน้าชัด หลังเบลอ หลังเบลอ หน้าชัด อะไรแบบนี้เนี่ยนะครับ ส่วนใครที่ชอบเซลฟี่ ต้องบอกเลยว่าถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีครับ เพราะว่ามีแฟลชด้านหน้ามาให้ด้วย

   ส่วนเรื่องราคานั้นต้องบอกว่าคุ้มค่ามากเลยครับเมื่อผมได้เห็นการเปิดตัวราคาในสินค้าอินเทรนด์ตัวที่เราเอามาทำการรีวิวกันในวันนี้ ราคาไม่ถึงหมื่นจริงๆ ครับ ก็เปิดตัวมาที่ 8,990 บาทเท่านั้นเอง ใครสนใจก็ลองไปทดลองเล่นกล้องกันได้เลย ต้องบอกว่าไม่แพ้กล้องระดับหมื่นบาทเลยทีเดียวครับ

Review สมาร์ทโฟนระดับพรีเมี่ยมของทาง HTC one M9 plus ดีไซน์สวย สเปคแรง

   เห็นตัวเครื่องสวยๆ สีเงินๆ แบบนี้ กล้องหลังเลนส์กว้างๆ ใหญ่ๆ แบบนี้ แล้วก็จอใญ่ๆ แบบนี้อีกนั้น ก็คงต้องเดากันออกอยุ่แล้วใช่มั้ยละครับ ก็คงต้องเดาออกกันอยู่แล้วละครับ เพราะว่าโลโก้นั้นเห็นเด่นชัดเป็นสง่าอยู่อย่างนี้แล้วนะครับ นั่นก็คือ HTC นั้นเอง ก่อนอื่นก็ต้องขอสวัสดีกับเพื่อนๆ ชาวอินเทรนด์ทุกคนเลยที่คอยติดตามผลงานการรีวิวสินค้าอินเทรนด์อยู่ตอนนี้ ก็ต้องบอกว่าเว็บไซต์ของเราไม่ได้รีวิวแต่เฉพาะสมาร์ทโฟนนคะรับ อะไรก็ตามที่กำลังเป็นเทรนด์ กำลังมาแรง กำลังเป็นที่สนใจของชาวอินเทรนด์ทั้งหลายนั้น ผมเอง admin panu ต้องหยิบยกเอาสินค้านั้นๆ มาทำการรีวิวอย่างแน่นอนเลยครับ

   ก็ไม่รอช้าครับ เรามาเริ่มรีวิวเจ้า HTC one M9 plus นี้กันเลยดีกว่าครับ ก็ต้องยอมรับนะครับว่าทาง HTC นั้นนำวัสดุที่นำมาผลิตเป็นสมาร์ทโฟนนั้นดีเยี่ยมแบรนด์หนึ่งเลย แล้วเจ้า M9 plus นี้ก็เป็นโลหะทั้งตัวเครื่องเลยครับ แล้วเรื่องของชิ้นงานที่เป็นโลหะแล้วยังไม่เท่านั้นครับ เรื่องของสีก็เป็นรูปแบบการดีไซน์ใหม่ครับ เป็นแบบ ทู โทน นั้นเอง ใครที่ไปซื้อมาแล้วหรือสังเกตเห็นในคลิปรีวิวต่างๆ นั้นก็จะเห็นว่าตัวเครื่องตรงขอบนั้นจะเป็นโลหะสีทอง คือตัวขอบกับตัวเครื่องจะคนละสีกันครับ ถ้าตัวเครื่องสีทอง ขอบเครื่องก็จะสีเงิน ให้การสัมผัสนั้นดูสวยงามมากยิ่งขึ้นนั้นเองครับ

   มาถึงเรื่องของสเปคเทพๆ แล้วก็การใช้งานที่ผมเองจะรีวิวกันไปรวมๆ เลยนะครับ ตัวเครื่องนั้นมาพร้อมกับหน้าจอความละเอียด 2k ครับ ตรงปุ่ม home ที่เพิ่มมานั้นมีปริ้นสแกนลายนิ้วมือด้วย หน้าจอก้ความละเอียด 2560*1440 พิกเซล ขนาด 5.2 นิ้ว ซึ่งก็แน่นอนเลยครับว่า เรื่องความละเอียดตรงนี้นั้นเป็นความคมชัดในด้านของการชมวีดีโอ การเล่นเกมส์ที่มีกราฟฟิกเยอะๆ ก็ต้องบอกว่าลื่นไหลมากๆ เลยด้วยนะครับ

   มาถึงเรื่องฟีเจอร์เด็ดของทาง HTC เค้าเลย ก็คือมีชื่อเสียงมากเลยในส่วนของคุณภาพเสียง ลำโพง แล้วก็มาพร้อมกับระบบ boom sound ที่ให้เสียงที่ดังและก็มิติของเสียงทุกย่านนั้นออกมาได้อย่างดีและคงจะถูกใจใครหลายๆ คนเลย แล้วที่เด็ดไปกว่านั้น ถ้าคุณอยากจะเชื่อมต่อลำโพงหรืออุปกรณ์อื่นๆ ภายนอกในเรื่องของการดูหนัง ฟังเพลงที่ให้เสียงดีกว่านี้ ก็สามารถทำ 3 นิ้ว รูดที่หน้าจอจากบนลงล่าง จากนั้นตัวเครื่องจะค้นหาไม่ว่าจะเป็นบลูทูดหรือการเชื่อมต่ออะไรก็ตามได้อัตโนมัติเลย แล้วครั้งต่อไปมันก็จะจำค่าเอาไว้แล้วก็เชื่อมต่อได้ทุกครั้งเมื่อคุณรูด 3 นิ้วได้อย่างรวดเร็วเลย

   สำหรับใครที่ชอบในเรื่องของการตัดต่อคลิป การเอารูปภาพมารวมๆ กันแล้วก็ทำเป็นคลิปสั้นๆ ทาง HTC ก็มีแอพเด็ดที่ติดมากับเครื่องเลย แอพชื่อว่า โซอี่ ครับ ถ้าใครที่มีเครือ่งแล้วก็เอารูปหรือวีดีโอที่ถ่ายๆ ไว้ลองมองหาแอพื่นนี้ในเครื่องแล้วมาลองเล่นกันดูครับ

   เอาละครับ หลายคนก็คงจะเห็นด้านหลังของตัวเครื่อง HTC one M9 ;plus นี้ว่าด้านหลังทำไมมีเลนส์กล้องที่ใหญ่กว่าแบรนด์อื่นๆ ก็คือในเลนส์ตัวนี้มีกล้องอยู่ 2 ตัวครับ dual camera นั้นเองครับ แล้วมันจะดีอย่างไรละถ้ามีสองกล้อง โดยกล้องหลังของเค้าถ้าใช้ในโหมดถ่ายกล้องตัวเดียวที่มีความละเอียด 27 ล้านพิกเซลนั้นเรียกว่าดีสุดๆ ในกล้องยุคนี้เลยครับ มันก็จะมีการเลือกโหมด Auto หรือว่า ถ่ายแบบมือโปร ปรับค่า ISO หรือความชดเชยแสงอะไรแบบนี้ เรามาดูความน่าสนใจในการใช้กล้อง 2 ตัวถ่ายดีกว่าครับ ก็ต้องบอกว่าการใช้กล้อง 2 ตัวถ่ายภาพเดียวนั้นมันเหมาะสำหรับคนที่ชอบตัดต่อภาพ แต่งภาพ เอาง่ายๆ มือโปรละครับ เพราะมันจะสามารถนำเอาภาพที่ถ่ายไว้นั้นมาปรับได้เพิ่มเติมภายหลัง เช่น การมาเลือกโฟกัสความคมชัดแบบเลือกจุดภาพ การใส่เอฟเฟคในทุกริเวณของรูป ก็ต้องบอกว่ามือโปรจริงๆ ที่ต้องใช้โหมดนี้นะครับ

   ก็คงต้องมาถึงช่วงสุดท้ายของการรีวิวสมาร์ทโฟนเรือธงของ HTC one M9 plus นี่แล้วนะครับ ก็ต้องบอกว่าสเปคเครื่องนั้นแรงจริงๆ ครับ แต่แรงเกินไปเกินที่จะใช้ในยุคนี้หรือเปล่า ผมคิดอย่างนั้นนะครับ เพราะยกตัวอย่างสเปคของตัวเครื่องของการรองรับหน่วยความจำสำรองที่ได้มากถึง 2 เทเลไบท์ เลย แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครที่ผลิต micro sdcard ได้เยอะขนาดนี้เลยนะครับ แล้วราคาก็อยู่ที่ 24,xxx ในตัว 32 GB ก็เรียกว่าราคานี้แพงอยู่พอสมควรครับ ส่วนใครที่ชอบแบรนด์ HTC ก็ต้องบอกว่าคุ้มค่าครับเพราะว่าชอบแล้วก็ไม่แพงครับสำหรับสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้