Category Archives: บทความทั่วไป

มหาวิทยาลัยซานตาคลอส มีอยู่จริงหรือ?

 

   เมื่อย่างเข้าเดือนธันวาคมของทุกปี หลายๆคนก็ต่างรอคอยการก้าวข้ามศักราชใหม่ของไทยกันทั้งสิ้น และนอกจากเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้แล้ว อีกหนึ่งเทศกาลที่เรียกว่าเป็นเทศกาลแห่งความสุขของประชาชนทั่วโลกอีกเทศกาลหนึ่งก็คือ เทศกาลคริสต์มาส เป็นเทศกาลแห่งความสุขของชาวศาสนาคริสต์นิกายต่างๆ เนื่องจากวันคริสต์มาสนั้นเป็นวันคล้ายวันประสูติของพระเยซู ซึ่งเป็นศาสดาของศาสนาคริสต์ ศาสนาที่มีประชาชนนับถือกันครึ่งค่อนโลกกันเลยทีเดียว ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาที่สั่งสอนคริสตศาสนิกชนด้วยความรัก ด้วยเสียงเพลง โดยเทศกาลคริสต์มาสนั้นจะตรงกับวันที่ 25 ธันวาคม ของทุกปี ตามประวัติศาสตร์ของศาสนาคริสต์นั้นได้ระบุไว้ว่าพระเยซูประสูติที่ประเทศอิสราเอลในปัจจุบัน ประสูติที่เมืองเบ็ธเลเฮ็มและเติบโตที่เมืองนาซาเรท แต่ก็ไม่ได้มีระบุไว้ว่าพระเยซูเจ้าประสูติในวันที่ใดหรือเดือนใด เชื่อกันว่าพระเยซูคือบุตรของพระผู้เป็นเจ้า ส่งมาเพื่อช่วยไถ่บาปมนุษย์ และช่วยให้มนุษย์นั้นรอดพ้นจากการทำชั่ว ถ้าใครได้ศึกษาในโรงเรียนที่นับถือศาสนาคริสต์ก็จะทราบประวัติเต็มๆของพระเยซูเจ้าเป็นอย่างดี และในโรงเรียนที่นับถือศาสนาคริสต์ส่วนใหญ่ก็จะจัดงานเทศกาลคริสต์มาสขึ้นก่อนงานปีใหม่ในทุกๆปี โดยในเทศกาลคริสต์มาสนี้ตามบ้านเรือนต่างๆจะมีการประดับตกแต่งบ้านเรือนด้วยแสงไฟ ต้นคริสต์มาสและกล่องของขวัญอย่างสวยงาม มีการส่งการ์ดอวยพรวันคริสต์มาสไปในสถานที่ต่างๆและเมื่อพูดถึงเทศกาลคริสต์มาสก็ต่างนึกถึงลุงแก่ๆหนวดยาวๆสีขาวๆใส่ชุดแดงๆ นั้นก็คือซานตาตลอสนั้นเอง

ซานตาคลอสนั้นถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเทศกาลคริสต์มาส ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นซานตาคลอสคนแรกของโลกก็คือ นักบุญนิโคลัส เป็นสังฆราชแห่งเมืองไมรา ในศตวรรษที่ 4 มีพาหนะเป้นกวางเรนเดียร์ลาก โดยเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่าลุงใจบุญที่ชอบเอาของขวัญมาใส่ในถุงเท้าให้เด็กๆในวันคริสต์มาส เพราะในคืนวันคริสต์มาสนั้นเด็กๆจะนำถุงเท้ามาแขวนไว้ที่ปล่องไฟเพราะเชื่อว่าซานตาคลอสจนำของขวัญมาใส่ไว้ในถุงเท้า แต่ความจริงแล้วของขวัญนั้นก็มาจากพ่อแม่ของเด็กน้อยเหล่านั้นที่ทำการเซอร์ไพร้โดยการนำของขวัญวัยที่เด็กๆอยากได้มาใส่ไว้ในถุงเท้าถ้าหากเด็กๆเหล่านั้นมีความประพฤติดีมาตลอดปี และก็สำเร็จตามความมุ่งหมายของผู้ปกครองเพราะเด็กๆต่างก็มีพฤติกรรมเพื่อที่จะรอของขวัญจากซานตาคลอส

โดยในปัจจุบันเมื่อไม่นานมานี้ได้มีการเปิดมหาวิทยาลยซานต้าขึ้นที่ Noerr Pole รัฐโคโลราโด เป็นมหาวิทยาลัยที่เปิดขึ้นเพื่อฝึกอบรมการเป็นซานตาคลอสอย่างเชี่ยวชาญ มหาวิทยาลัยนี้ได้เปิดทำการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2015 ที่ผ่านมา ผู้ก่อตั้ง Noerr Pole มหาวิทยาลัยฝึกอบรมซานตาคลอสนี้ได้แก่ Judy Noerr อธิการบดีมหาวิทยาลัยนี้ เป็นผู้ที่คิดค้นการเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรการเป็นซานตาคลอส คนทั่วไปอาจมองว่าการเป็นซานตาคลาคลอสนั้นอาจแค่เพียงสวมชุดแดง ตัวอ้วนๆหนวดเคราสีขาว มีกวางเรนเดียร์เป็นพาหนะแค่นั้นก็สามารถเป็นซานตาคลอสได้แล้ว แต่ในการเรียนในหลักสูตรฝึกอบรมการเป็นซานตาคลอสนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเลย เพราะผู้ที่จะมาปฏิบัติหน้าที่เป็นซานตาคลอสจริงๆก็จะต้องเป็นชายมีอายุ รูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์แบบหุ่นของฝรั่งสูงอายุส่วนใหญ่ อีกทั้งที่สำคัญยังจะต้องมีหนวดเคราสีขาวหนาปุกปุยเหมือนต้นฉบับซานตาคลอสของแท้อีกด้วย

   เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าคนที่ซานตาคลอสจะต้องสานสัมพันธ์ด้วยนั้นจะมีเฉพาะเด็ก ซึ่งเป็นช่วงอายุที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่มากที่สุด เอาอกเอาใจยากที่สุด เพราะเด็กแต่ละคนนั้นมาจากต่างบ้านต่างเมือง ต่างการดูแล ต่างการศึกษา ต่างการอบรม ผู้ที่จะเป็นซานตาคลอสได้จะต้องเรียนรู้สิ่งที่เป็นตัวตนของเด็กๆทุกประเทศเพื่องานที่จะเป็นไปอย่างราบรื่น บวกกับซานตาคลอสนั้นเป็นชายสูงอายุแล้วอาจจะได้รับการฝึกอบรมที่ยากเป็นพิเศษเพราะมาจากหลายบ้านหลายเมือง หลายการเลี้ยงดูเช่นกัน ทางมหาวิทยาลัยจึงจำเป็นที่จะต้องออกแบบโครงการนี้ให้ออกมาดีที่สุด เข้าใจเจาะลึกถึงเด็กและซานตาคลอสให้มากที่สุด ในตอนนี้ในมหาวิทยาลัยซึ่งจัดอบรมฝึกการเป็นซานตาคลอสนี้มีผู้เชี่ยวชาญและผู้เข้าเรียนทั้งหมดประมาณ 70 กว่าคนจากการที่เปิดใช้งานมาได้ประมาณสามเดือนเศษ ถือว่าเป็นจำนวนที่ไม่น้อยเลยทีเดียว การอบรมการเป็นซานตาคลอสนี้จะใช้เวลาช่วงฤดูร้อน และจะใช้เวลาอบรมเพียงแค่ 4 วันเท่านั้น แต่เวลาเพียงเท่านี้จะเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้และประสบการณ์ที่สามารถนำไปใช้งานการเป็นซานตาคลอสจริงๆได้ และเป็นความภูมิใจอีกอย่างหนึ่งของมหาวิทยาลัยนี้คือ ซานตาคลอสทุกท่านมีหนวดเคราสีขาว หนานุ่มปุกปุยเหมือนหิมะในช่วงฤดูหนาวโดยไม่จำเป็นต้องติดหนวดปลอมเลย ถือได้ว่าผู้ที่มาฝึกอบรมการเป็นซานตาคลอสในคอร์สนี้มีความตั้งใจอย่างเต็มที่จริงๆ

   ในการฝึกอบรมนี้เหล่าซานตาคลอสทั้งหลายจะต้องผ่านการฝึกอบรมคุณธรรม จริยธรรมในการเป็นซานตาคลอส เนื่องจากจะต้องทำงานร่วมกับเด็กๆจึงจำเป็นต้องฝึกฝนให้มีความอ่อนโยน โอบอ้อมอารี การดูแลเด็ก การรับมือกับเด็กที่มีนิสัยดื้อ ก้าวร้าว ให้สยบอยู่หมัดในกำมือ และที่สำคัญก็คือการหมั่นดูแลตนเองเพราะมีอายุมากแล้ว เวลาที่ต้องปฏิบัติงานก็เป็นช่วงฤดูหนาว หิมะตก ก็จะต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ และแม้ว่าการเป็นซานตาคลอสนี้จะเป็นเพียงกิจกรรมเล็กๆที่ในหนึ่งปีจะมีเพียงหนึ่งครั้ง แต่กว่าจะผ่านการทดสอบสามารถเป็นซานตาคลอสได้ก็จะต้องผ่านการทดสอบ การสัมภาษณ์อย่างหนักเช่นกัน ซึ่งสวนทางกับรายได้ที่ได้รับอย่างสิ้นเชิง เพราะรายได้จากการทำงานเป็นซานตาคลอสนี้ไม่คงที่ ไม่มั่นคง บางครั้งได้น้อย บางครั้งก็ได้เยอะตามสถานการณ์ไป แต่สิ่งที่ได้จากการเป็นซานตาคลอสนี้ไม่ใช่แค่เพียงรายได้เล็กๆน้อยๆแต่เป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากมาก ปีหนึ่งแค่หนึ่งครั้งเท่านั้น

 

Swatchmate Cube

Swatchmate Cube อีกหนึ่งนวัตดกรรมของเครื่องมือที่วัดเฉดสีได้แม่นยำที่สุด

   ต้องบอกกับเพื่อนๆ ทุกคนที่เข้ามาอ่านบทความริวิวสินค้าอินเทรนด์ในวันนี้ด้วยนะครับว่า สิ่งที่เรานำมารีวิวในวันนี้เป็นตัว start up หรือว่าตัวตนแบบที่ทำมาทดสอบการใช้งานกันในเบื้องต้น เพื่อเล่าถึงนวัตกรรมในการวัดค่าเฉดสีต่างๆ ให้เกิดความเที่ยงตรงที่สุด ให้แม่นยำที่สุด ถ้าใครที่เป็นนักกราฟฟิกดีไซน์อยุ่ ใช้โปรแกรมตกแต่งรูปหลายๆ โปรแกรมหรือว่าโปรแกรมชื่อดังอย่าง photo shop อยู่ก็จะทราบว่าเมื่อเวลาเราจะเลือกสีอะไรมาทำรูปหรือกราฟฟิก เพื่อที่จะให้เหมือนหรือเทียบเท่าภาพเก่าที่ต้องเอามาตกแต่งใหม่ๆ อะไรแบบนี้ ถ้าเราดูจากสายตาคนเราปกติเนี่ยนะครับ มักจะมองสีที่ผิดเพี้ยนไป ไม่ตรงกับเฉดสีเดิมสักเท่าไหร่ ในโปรแกรมเองก็ทำคล้ายๆ Tool หรือฟังก์ชั่นการสั่งการหรือเครื่องมืออย่างหนึ่งไปเป็นตัวดูดสีตรงจุดนั้นมา เพื่อมาวัดค่าสีว่าสีนั้นคือสีอะไร เฉดไหน ก็จะเที่ยงตรง แม่นยำมากยิ่งขึ้น แต่เครื่องมือแบบนี้ก็ยังสามารถใช้ได้ในโปรแกรมเท่านั้น วันนี้มีมาเป็นเครื่องมือจริงๆ แล้ว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมการวัดค่าเฉดสีที่ค่อนข้างแม่นยำมาทำการรีวิวกันนะครับ ซึ่งต้องบอกก่อนว่าตอนที่ผมทำการรีวิวอยู่นี้สินค้าตัวนี้ยังมีแค่ตัวต้นแบบหรือว่า start up อย่างที่บอกไป แต่ถ้าเพื่อนๆ เข้ามาอ่านบทความนี้แล้ว อาจจะมีสินค้าตัวนี้ผลิตเข้ามาวางจำหน่ายในตลาดแล้วก็ได้นะครับ แต่วันนี้เราจะรีวิวตัวต้นแบบนี่แหละครับ จะเป็นอย่างไรนั้นมาดูกันเลย

   

รูปร่างหน้าของตัว swatchmate cube ตัวนี้ก็จะเป็นกล่องเล้กๆ สี่เหลี่ยมนะครับ เมื่อเปิดฝากครอบออกมาจะพบว่าด้านในจะมีคล้ายๆ เลนส์ครอบไว้อยู่ ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นตัวสแกน แล้วกับหลอดไฟที่ให้แสงสว่างมาในตัว เป็นแสงแบบ RGB ที่เป็นแม่สีต่างๆ มีสีแดง สีเขียว แล้วก็สีน้ำเงินนะครับ ทั้ง 3 สีนี้ก็แน่นอนครับเป็นแม่สี เหตุผลที่ตัวสแกนตัวนี้มีไฟทั้ง 3 สีเปิดขึ้นมาเมื่อเรากดใช้งานหรือให้ตัวเครื่องไปสแกนสีตรงไหนก้ได้ เพื่อที่จะวัดค่าของเฉดสีมาให้เราได้ทราบกัน แค่ 3 สีนี้ ก็สามารถผสมผสานกันออกมามากกว่า 16 ล้านเฉดสีแล้วนะครับ เรียกว่ามากจริงๆ แน่อนครับว่าเมื่อตัวเครื่องนี้มันสามารถวัดค่าเฉดสีได้ แล้วตาคนเราปกติเนี่ยนะครับ บางทีก็มองเป็นสีที่ต่างกันบ้าง ถ้าถามหลายๆ คนก็แล้วแต่ตาคนมองอีก ขึ้นอยู่กับแสงสว่างอีก ยกตัวอย่างเช่น ฝาผนังห้องๆ หนึ่ง ทาสีชมพูอ่อน เอาไว้ แล้วทีนี้ในคอมพิวเตอร์หรือว่าตอนที่เราจะทาสีฝนังนี้ใหม่ ให้เทียบเท่าสีเดิมมากที่สุด เพื่อไม่ให้สีดูผิดเพี้ยนไปทั้งบ้าน แล้วสีที่ทาตอนแรกนั้นก็จำเบอร์ไม่ได้แล้วว่าเบอร์อะไร จะไปสั่งร้านเพื่อผสมสีใหม่ขึ้นมาก็แน่นอนว่าตาเรามองออกมาเป็นเฉดสีทีจะบอกค่าได้เลยว่าค่าที่จะต้องผสมสีใหม่นี้คือเฉดไหน ก็ต้องพึ่งเจ้าเครื่องมือที่เรียกว่า cube ตัวนี้กันละครับ เพื่อความเที่ยงตรง หรือว่าจะทำกราฟิกบนคอมพิวเตอร์ เราจะเอาสีแบบนี้ ที่เราเห็นกันข้างหน้า ตามป้าย ตามคัดเอาท์ต่างๆ จะเอาสีเฉดเนี่ยเลย มองแล้วจำแล้วไปหาดูในโปรแกรมในคอมพิวเตอร์ แน่นอนว่าเมือมองนานๆ ตาเราจะผิดเพี้ยนตามไป เราก็ต้องพึ่งเครื่องมือตัวนี้อีกเช่นกัน เพื่อความแม่นยำและเที่ยงตรงในการทำงาน

 

 

ซึ่งวีธีการใช้งานของเครื่อง start up ตัวนี้ก็ง่ายๆ ครับ เอาตามที่ผมยกตัวอย่างไปเมื่อสักครู สมมติว่าจะเอาสีชมพูบนฝาผนังที่ผมว่ามานี้ จะเอาเฉดนี้เลย เอามาทาเพิ่มหสีมันเนียนขึ้น หรืออาจจะทำเลอะเทอะบางจุด ก็เอามาแก้เป็นจุดๆ ไป เราก็จัดการเอาเครื่อง cube ตัวนี้สแกนไปที่ฝาผนังเลยครับ แล้วก็กดปุ่มให้เครื่องมันเริ่มสแกน เมื่อเริ่มสแกนแล้วจะมีไฟกระพริบๆ อยู่ แปลว่ามันกำลังสแกนค่าสีอยู่ ห้ามเราเอามือออกหรือยกออกมา ต้องรอจนเครื่องมันสแกนเสร็จ ไฟที่กระพริบอยู่ก็สว่างขึ้นมาไม่กระพริบ แปลว่าสแกนเสร็จแล้ว ถึงยกออกมาได้ แล้วทีนี้เราจะรู้ได้อย่างไรว่าค่าที่วัดเฉดสีมาได้นั้นคืออะไร เพราอตัวมันเองไม่มีหน้าจอนะครับ คือต้องเชื่อมต่อ app ของมันเองกับตัวสมาร์ทโฟนของเรา แล้วก็ไปเปิดดูค่าที่เครื่องมันวัดเฉดสีได้จากหน้าจอบนสมาร์ทโฟนของเรานั้นเอง แอพก็จะบอกเลยครับว่า ค่าเฉดสีที่ได้นั้นคือสีชมพูเฉดไหนกันแน่ ค่าสีต่างๆ บนคอมพิวเตอร์จะรู้ว่าคือเฉดไหนเลย คนที่ทำงานทางด้านกราฟฟิกจะรู้ดีครับว่าค่าเฉดสีต่างๆ นั้นจะมีรหัสหรือมีโค๊ตของมันบอกอยู่ด้วย ทีน้เมื่อเราจะทาสีหรือทำกราฟฟิกตรงไหน ก็สบายเลยครับทีนิ พกเครื่องมือตัวนี้ใส่กระเป๋าเสื้อเอาไว้ จะเช็คสีก็กดสแกน ไม่ถึง 10 วินาทีหรอกครับ เครื่องก็จะสแกนเสร็จเรียบร้อย ต้องบอกว่าสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ราคาก็ประมาณ 5-6 พันบาทนะครับ แต่เป็นตัว start up อยู่นะครับ ใครที่ใช้งานด้านนี้ก็ลองหาดูแล้วกันนะครับ ถือว่าใช้งานได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

Review ฟิล์มกันรอย ติดฟิล์มกันรอยบนหน้าจอมือถือด้วยตัวคุณเอง

   สวัสดีชาวอินเทรนด์ทุกท่านเลยนะครับ วันนี้ก็มาพบกัน อีกเช่นเคย แต่ต้องบอกก่อนนะครับว่า วันนี้ผมเองนั้นไม่ได้จะมารีวิวหรือ แฮนด์ สะ ออน hands on สินค้าอินเทรนด์อะไรเป็นพิเศษ มันก็คงจะเรียกว่าการรีวิวไม่ได้สิเนาะ เอาเป็นว่ามาแนะนำวิธีการติดฟิล์มกันรอยบนหน้าจอมือถือด้วยตัวคุณเองแบบง่ายๆ ที่ไม่ต้องไปเสียตังค์จ้างร้านมือถือที่ไหนติดให้ก็ได้ ก็ต้องบอกว่าบางคนนั้นซื้อมาติดเองได้จนเก่งแล้วในตอนนี้นะครับ เพราะว่าเปลี่ยนมือถือมาหลายเครื่องแล้ว แล้วแต่ละเครื่องนั้นก็รู้สึกว่าหน้าจอของคุณนั้นมัน โส ซะเหลือเกิน แต่โสอะไรก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับ เดากันเอาเองแล้วกันนะๆ ก็ต้องบอกว่ามันไม่ยากครับเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า

   

   ขั้นตอนแรกเลย ก็ต้องเริ่มจากการทำความสะอาดหน้าจอของสมาร์ทโฟนของคุณให้สะอาด ก็เช็ดๆ เช็ดครับ เช็ดเข้าไป แค่เช็ดมันก็ยังไม่พอครับ ยังไม่มั่นใจว่าจะมีฝุ่นเล็กๆ ติดอยู่หรือเปล่า ก้ต้องไปหาเทปกาวครับ ไปเอาเทปกาวที่แปะๆ แล้วก็ลอกออก ดึงขึ้น ลอกออก ดึงขึ้น ก็ทำอย่างนี้ไปจนทั่วทั้งหน้าจอเลยครับ เหมือนที่เค้าแว็คขนกันเลยครับ เอาให้ทั่วหน้าจอนะครับ ไม่งั้นติดไม่ดีละ ผมจะบอกให้ก่อน

   ขั้นตอนต่อมาครับ ก็เอาฟิล์มกันรอยยี่ห้ออะไรก็ได้ ที่คุณคิดว่ามันดี มันเวิร์คสุดๆ แล้ว มันเป็นฟิล์มที่กันคนเผือกได้ด้วย กันเผือกแบบว่าไม่ให้คนข้างๆ แอบมาอ่านเวลาคุณคุยกับแฟนอยู่อะไรแบบนี้นะครับ ก็เลือกซื้กกันได้ครับ แล้วจากนั้นเมื่อได้ฟิล์มมาแล้วก็ให้วางลงบนหน้าจอ วิธีการวางฟิล์มให้วางแนวข้างแล้วค่อยๆ ไล่ลงมาครับ ห้ามวางแบบลงไปทีเดียวทั้งแผ่น มักจะเสีย แล้วก็เสียง่ายด้วย เพราะว่าการวางลงไปทีเดียวทั้งแผ่นนั้นจะสามารถเกิดฟองอากาศได้ง่ายที่สุดด้วย แล้วคุณก็อาจจะเสียฟิล์มกันรอยแผ่นนั้นไปได้เลย ให้ค่อยๆ วางไปทีละแนวโดยเริ่มจากด้านบนลงไปก่อน ทาบกับหน้าจอมือถือของคุณให้ดีๆ เลงให้ตรงๆ เลงให้พอดี จากนั้นก็ไล่ลงไปทีละนิดๆ เพื่อไม่ให้เกิดฟองอากาศ แล้วก็ต้องจับสือถือของคุณให้อยู่นิ่งๆ ด้วยนะครับ ถ้าอยู่ไม่นิ่ง ก็เสียฟิล์มกันรอยไปอีกหนึ่งแผ่น รวมเป็นสองแผ่นแล้วนะครับ ถ้าคุณทำฟิล์มเสีย เพราะฉะนั้น ค่อยๆ ใจเย็นๆ ครับ

   

   ขั้นตอนต่อมาครับ เป็นขั้นตอนสุดท้ายแล้วครับชาวอินเทรนด์ทุกท่าน เมื่อคุณๆ วางฟิล์มกันรอยลงไปเรียบร้ยอแล้วนะครับ แน่นอนเลยว่ามันต้องมีฟองอากาศอยู่แน่ๆ ต้องมีครับเพราะเราไม่ได้มีเครื่องมืออย่างที่ร้านเค้ามี ไม่เป็นไรครับ มันมีเล้กๆ น้อยๆ ก็ทนใช้ไปแบบนั้นแหละครับ เย้ยๆ ไม่ใช่ครับ admin มีวิธีแก้ครับ ต้องเอาแบบเรียบเนียนเลยสิครับ เมื่อมีฟองอากาศให้เอาเทปกาวเหมือนเดิมครับ หมดหรือยังในขั้นตอนแรก ห้ามใช้หมดนะครับ ต้องเหลือเอาไว้นิสสนึงครับ ใช้เทปกาวนี่แหละครับ เมื่อมีฟองอากาศ ก็เอาเทปกาวค่อยๆ แปะลงไปบนฟิล์มครับ เพื่อดึงฟิล์มขึ้นมาอีกรอบครับ แล้วก็ค่อยๆ แปะลงไปใหม่อย่าทำบ่อยนะครับ เดี่ยวกาวตรงฟิล์มจะหมดละ แล้วก็ไม่แนะนำให้คุณๆ ทั้งหลายใช้เล็บแกะออกมาละ เดี่ยวจะเป็นรอยแล้วก็ฟิล์มเสียด้วยนะครับ ต้องไปฝึกกันดูครับ เพราะว่าบางคนติดครั้งแรกก็อาจจะมีฟองอากาศบ้าง อย่างที่บอกไป แต่มีบ้างนิดหน่อย ก็ถือว่าไม่เป็นอะไรนะครับ

   

   เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ชาวอินเทรนด์ทุกท่าน กับขั้นตอนการติดฟิล์มกันรอยด้วยตัวเอง เพียง 3 ขั้นตอนสั้นๆ เท่านั้นเอง เรื่องสมาร์ทโฟนก็ถือว่าเป็นสินค้าอินเทรนด์ที่ทุกคนนั้นต้องใช้กันในตอนนี้ แล้วเรื่องฟิล์มกันรอยก็ช่วยในเรื่องการปกป้องหน้าจอของมือถือสุดโปรดของคุณได้อีกหนึ่งประเภทนะครับ แล้ววันนี้เองก็ไม่ได้มารีวิวสินค้าอะไร ก็คงไม่ได้มีการให้คะแนนอะไร แต่ก็ต้องฝากให้ชาวอินเทรนด์ทุกคนช่วยติดตามเว็บไซต์ของเราที่จะมีอะไรมารีวิวกันต่อไปเรื่อยๆ แล้วก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่คอยติดตามด้วยนะครับ สำหรับวันนี้ไปละครับ สวัสดีครับ