Category Archives: สินค้าทั่วไป

รีวิวลำโพงบลูทูธ Cambridge Go V2 สไตล์เสียงแบบผู้ดีอังกฤษ ความรู้สึกดีแค่ไหน?

 

   Cambridge Go V2 Bluetooth Audio smart ลำโพงพกาพที่มีแบตเตอร์รี่ในตัว สามารถเปิดต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 18 ชั่วโมง พร้อมฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อไร้สายผ่านบลูทูธรองรับ NFC รองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายแบบ APtX ให้ความมั่นใจว่าเชื่อมต่อได้คุณภาพเสียงที่ดี นี่คือฟังก์ชั่นการใช้งานแบบคร่าวๆ ของลำโพงพกพาแบรนด์ดังจากเมืองผู้ดีอังกฤษกันเลยทีเดียว ให้สไตล์เสียงที่เน้นความไพเราะเพราะพริ้ง ใสๆ กรุ้งกริ้งๆ อย่างแน่นอน แต่รายละเอียดในตัวลำโพงบลูทูธรุ่นนี้มีอีกมาก ไปติดตามกันเลย

   เริ่มต้นแกะกล่องเปิดดูก็จะเห็นว่ามีตัวลำโพงอยู่ด้านใน พร้อมกับคุณสมบัติเบื้องต้นที่บอกไปแล้ว แต่ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น ยังมีคุณสมบัติเด่นเพิ่มมาอีกก็คือ สามารถใช้เป็นเพาเวอร์แบงค์ เสียบชาร์จไฟให้กับสมาร์ทโฟนได้ในยามฉุกเฉิน จ่ายไฟอยู่ที่ 5v 1A ในส่วนของขนาดตัวลำโพงนั้น มีบอกเอาไว้ที่ด้านหลังกล่องว่ามีความยาวตัวเครื่องที่ 23.6 ซม. ความสูง 12.1 ซม. ความหนา 6 ซม. ก็เป็นลำโพงที่มีทรงแบนๆ ยาวๆ จับถือง่าย สามารถใส่กระเป๋าเดินทางพกพาไปที่ต่างๆ ได้เลย เปิดตัวมาด้วยกันให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีดำ สีขาว สีน้ำเงิน และสีแดง ก็ชอบสีไหนก็ลองเลือกกันได้ ส่วนอุปกรณ์เสริมที่ให้มาในกล่อง ก็จะมีสายเพาเวอร์ชาร์จไฟพร้อมหัวชาร์จตรงรุ่นมาให้เลย จ่ายไฟที่ 12v 2A พร้อมกับอแด็ปเตอร์แปลงหัวปลั๊กให้สามารถใช้งานได้ทั่วโลกมาด้วย สามารถพกพาไปต่างประเทศได้ พร้อมกับมีสายแจ็ค aux input 3.5 แถมมาด้วย 1 เส้นความยาว 1 ฟุต พร้อมกับคู่มือการใช้งานและใบรับประกันตัวสินค้า ก็มีเท่านี้เองในตัวกล่อง

   ภายในของตัวลำโพงบลูทูธรุ่นนี้ ก็จะประกอบไปด้วยดอกลำโพงแบบ woofer ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 ตัว พร้อมกับดอกลำโพงเสียงแหลม twitter ขนาด 0.75 นิ้ว จำนวน 2 ตัว ให้เสียงแบบ สเตอริโอ แยกเสียงซ้าย-ขวา พร้อมกับระบบขับเสียงแบบ 2.0 อีกด้วย คือแยกขับเสียงกลางเสียงต่ำและแยกขับเสียงแหลมต่างหาก ก็จะช่วยลดความผิดเพี้ยนของเสียงได้มากเลยทีเดียว พร้อมกับบริเวณด้านหลังตัวลำโพงเองนั้น ก็จะมีท่อจูนเบสแบบใช้ลมเป็น passive radiator จำนวน 1 ตัว ทำหน้าที่กระพือเสียงเบสโดยใช้ลม ในส่วนโหมดการใช้งานต่างๆ นั้นต้องบอกว่าเป็นลำโพงพกพาที่เน้นการฟังเพลงอย่างมากเลย เพราะอาจจะไม่มีฟังก์ชั่นเสริมอะไรมาให้มากมายนัก ไม่มีไมค์โครโฟนติดมาให้ ไม่สามารถกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์ได้ และอื่นๆ ก็ไม่มีนอกจากเพาเวอร์แบงคืและช่องเสียบแจ็ค 3.5 เท่านั้น ซึ่งโดยทั่วไปก็จะเชื่อมต่อผ่านบลูทูธเป็นหลัก ด้านบนก็จะมีปุ่มควบคุมการใช้งานต่างๆ ก็จะประกอบไปด้วยปุ่มเพาเวอร์ ปุ่มเลือกโหมดเชื่อมต่อ ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และจุดที่จะแตะ NFC อยู่ด้านบน มีเท่านี้เองใช้งานง่ายๆ

   อีกหนึ่งส่วนที่ค่อนข้างสำคัญในการรีวิวลำโพงบลูทูธรุ่นนี้ก็คงต้องบอกว่า เรื่องของน้ำเสียง เรื่องของบุคลิกเสียง แนวเสียงต่างๆ ที่แอดมินเองได้ทดสอบใช้งานมาสักระยะหนึ่งแล้วก่อนมาเขียนรีวิว ก็รู้สึกว่า นี่มันคือลำโพงที่ให้เสียงสไตล์ผู้ดีอังกฤษ ถ้าใครที่ชอบเน้นความดัง โหดๆ เบสหนักๆ เสียงแข็งๆ มันส์ๆ ลำโพงรุ่นนี้ให้คุณไม่ได้แน่นอน แต่สิ่งที่ให้ได้คือจุดดเด่นเลย เสียงกลางไปในโทนเสียงใส เสียงร้องจะมีความหวาน โทนอบอุ่น มิติเสียงนุ่มๆ ละมุนละไม พร้อมกับการฟังเพลงในสไตล์ชิวๆ ฟังสบายๆ ถ้าเปิดฟังในช่วงก่อนนอน พาให้เคลิ้มหลับไป ต้องบอกเลยว่าลำโพงรุ่นนี้น่าสนใจ เพราะจัดว่าให้มิติเสียงที่ดีมากเลย แต่ถ้าจะเปิดในช่วงระหว่างวันแบบเบาๆ คลอๆ ทำงานไปด้วยหรือเปิดในร้านกาแฟบรรยากาศดีๆ ก็เหมาะมากเลยทีเดียว แต่ถ้าเน้นความดังแข่งกับคนอื่น แข่งกับชาวบ้าน ลำโพงรุ่นนี้ก็แพ้ตั้งแต่อยู่ในมุ้งแล้วเช่นเดียวกัน

   อีกหนึ่งส่วนสำคัญเลยที่ต้องแจ้งกันกับเพื่อนๆ ที่เข้ามาอ่านริวิว ก็คือเรื่องของราคาค่าตัวเจ้าตัวลำโพงบลูทูธ Cambridge Go V2 รุ่นนี้ ค่าตัวอยู่ที่ 10,000 ยังมีทอน ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องของราคานั้นอาจจะดูแพงไปบ้าง แต่ถ้าอยู่ในระดับชื่อชั้นของแบรนด์แล้ว ก็คิดว่าเป็นลำโพงอีกหนึ่งตัวของคนชอบสะสมลำโพงแบรนด์ดัง ก็อาจจะหันไปมองและอยากได้มันไปครองอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ก็ต้องบอกว่าให้ทุกท่านที่คิดว่าจะซื้อก็ควรที่จะไปหาลองฟังด้วยหูของท่านเอง เห็นด้วยตาของท่านเองก่อน แล้วนำเอารีวิวของเราไปเป็นไกต์ไลน์ว่าเสียงแบบนี้มันจริงตามที่หูของท่านได้ยินหรือไม่ ท้ายที่สุดถ้าชอบถูกใจก็ซื้อได้เลยครับ

รีวิว Peak The Field Pouch กระเป๋าใบเล็กกันน้ำได้ใส่กล้องตัวเล็กๆ ได้

 

   108plaza ในตอนนี้ก็มีอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์สำหรับคนที่รักการถ่ายภาพด้วยกล้อง ไม่ว่าจะเป็นกล้องแบบไหนก็ตาม กล้อง mirror less กล้อง compact หรือว่ากล้อง DSLR ก็ตาม สิ่งหนึ่งที่จำเป็นสำหรับกล้องและทุกคนต้องมองหาก็คือ กระเป๋ากล้อง นั่นเอง แล้วผลิตภัณฑ์ที่นำมารีวิวก็มาจากแบรนด์ Peak Design เป็นกระเป๋ากล้องใบเล็กๆ เหมาะกับกล้องตัวเล็กๆ ที่มีชื่อรุ่นว่า The Field Pouch จะมีฟี่เจอร์อะไรมาให้ได้ใช้งานกันบ้างไปติดตามกันเลย

   สำหรับคนที่เป็ฯแฟนพันธ์แท้แบรนด์ Peak Design นั้น ก็จะเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่เปิดตัวออกมาพร้อมๆ กันและก็สามารถใช้งานร่วมกับกระเป๋ากล้องรุ่นอื่นได้ด้วย โดยเฉพาะใครที่มีกระเป๋ากล้องในรุ่น Everyday messenger ก็จะสามารถนำเอาตัว The Field Pouch รุ่นนี้ไปใส่ได้ตรงบริเวณด้านหน้าของกระเป๋ากล้องใบใหญ่ได้พอดี จะมีช่องที่ออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกันได้ หรือจะไปใส่กับกระเป๋ากล้องแบบเป้รุ่นอื่นๆ ก็ได้ด้วยเช่นเดียวกัน ก็สามารถแบ่งพาดิชั่นเข้ากับกระเป๋ษใบเล็กรุ่นนี้ได้ สำหรับสีที่มีมาให้เลือกนั้น ก็จะมีสีเทากับสีน้ำตาล เป็นสีเดียวกันกับรุ่น everyday bag ด้วย

   สำหรับดีไซน์ของตัวกระเป๋ากล้องใบเล็กรุ่นนี้ The Field Pouch ก็จะมีการออกแบบให้ดูมีลวดลายเป็นแบบแทคเจอร์นิดๆ ดูผิวสัมผัสจับแล้วไม่ลื่น แล้ววัสดุที่นำมาทำกระเป๋ากล้องรุ่นนี้ก็มาจากโพลิเอทเตอร์ พร้อมกับการเคลือบกันน้ำมาด้วย ด้านล่างของตัวกระเป๋าเอง ก็จะมีการเหย็บแบบหนังพียูแบบกันลื่นเอาไว้ตรงด้านล่างมาด้วย สามารถที่จะกันน้ำที่ด้านล่างได้ด้วย กระเป๋าใบนี้ก็สามารถกันน้ำได้ทั้งใบ แล้วที่บริเวณด้านหลังของกระเป๋าเอง จะทำช่องแบบช่องที่ทำมาจากผ้าแบบลื่นๆ สามารถที่จะสอดเข็มขัดแล้วก็คล้องร้อยเข้ากับตัวเข็มขัดได้ด้วย แล้วก็ร้อยติดไว้กับเอวได้ ก็จะสามารถใช้ใส่กล้องตัวเล็กๆ ติดไว้ที่เอวได้ด้วยนั่นเอง ซึ่งการออกแบบภายนอกนั้น ก็ถือว่าเป็นกระเป๋ากล้องที่มีการเก็บงานได้ละเอียดดี พร้อมกับสามารถใช้งานได้แบบเรียบง่ายดีเลย

   สำหรับการดีไซน์ภายในกระเป๋ากล้อง The Field Pouch ที่มาจากแบรนด์ Peak Design ใบนี้ ซึ่งภายในกระเป๋านั้นก็จะออกแบบมาเป็นเวลโครที่เป็นตัวหนามให้ยึดติดกัน แล้วก็เป็นหนังที่เหย็บติดภายในที่มาเป็นหนังแท้ด้วย ซึ่งกระเป๋าใบเล็กๆ แบบนี้ แต่คุณสมบัติของมันด้านใน เราก็จะสามารถปรบขนาดของกระเป๋าได้ ซึ่งขนาดของกระเป๋าที่ปรับให้ใหญ่ขึ้นได้มากที่สุดก็คือ 3 ลิตรเลยทีเดียว แล้วบริเวณด้านหน้าของตัวกระเป๋าอีกหนึ่งฟังก์ชั่น ก็คือ จะสามารถใช่ใส่ตัวแคปเจอร์โปรได้ด้วย เป็นอีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่โดดเด่นและทำมาพิเศษกับกระเป๋ากล้องรุ่นนี้เลย

   สิ่งหนึ่งที่เพื่อนๆ หลายคนอยากรู้ว่ากระเป๋ากล้องที่เห็นอยู่ในรูปตัวอย่างสินค้าด้านบน แล้วรู้สึกว่า กระเป๋ามันใบเล็กๆ แบบนี้จะใส่อะไรได้บ้าง ตรงนี้ต้องบอกเลยว่าสามารถใส่อุปกรณ์ที่เกี่ยวกับกล้องได้ค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว ดีไซน์ดูเล็กก็จริง แต่การออกแบบพื้นที่ภายในนั้นค่อนข้างดีไซน์มาได้ดี สามารถใส่แทนชาร์จแบตเตอร์รี่ได้ สามารถใส่กล่องแว่นตาได้ ใส่สมาร์ทดฟนที่เป็นรุ่น 6s plus ก็ใส่ได้ หรือสมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ๆ ก็ใส่ได้ รวมไปถึงกล้อง mirror less ก็ใส่ได้ 1 ตัว พร้อมกับแบตเตอร์รี่ แล้วจากนั้นมาจะเอาไมค์โครโฟนที่เป็นไมค์ติดกล้องก็ใส่เข้าไปได้ พร้อมกับตัวจับสมาร์ทโฟนที่สำหรับใครอยากสั่งการชัตเตอร์ผ่านสมาร์ทโฟนได้ ซึ่งจริงๆ แล้วมันเป็นอะไรที่ใส่ได้เยอะมาก แต่สิ่งหนึ่งที่แอดมินเองไม่อยากจะแนะนำกับกระเป๋ษกล้องใบเล็กๆ แบบนี้ก็คือว่า บางท่านรู้สึกว่าพื้นที่ข้างในมันเยอะ ใส่ของเข้าไปได้เยอะก็จริง แต่เวลาที่เราปิดกระเป๋านั้น มันไม่ได้เป็นแบบซิบปิด แต่เป็นแบบที่ใช้แบบพับปิดแล้วก็ใช้แบบตีนตุ๊กแกที่ใช้ดึงๆ แบบติดกัน แบบนั้น ซึ่งแน่นอว่าถ้าใส่ของเข้าไปข้างในเยอะเกินไป พื้นที่เวลาที่ปิดมันจะมีช่องว่างเกิดขึ้นมา มันจะปิดไม่สนิท ทำให้มีช่องว่าง แล้วฟี่เจอร์ที่สามารถกันน้ำได้นั้น มันก็จะสามารถปล่อยช่องว่างให้น้ำเข้าไปได้ ตรงนี้คือการใช้งานที่เกินความจำเป็นก็ได้

   เพื่อนๆ คนไหนที่อยากได้กระเป๋ากล้องรุ่นนี้เองก็ดีหรือว่าอยากจะมองหากระเป๋ากล้องแบบอื่นๆ แบรนด์อื่นๆ ก็สามารถที่จะเข้าไปช็อปปิ้งออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ 108plaza กันได้เลยตลอด 24 ชั่วโมง ก็จะมีโปรโมชั่นพร้อมส่วนลดต่างๆ รวมไปถึงกิจกรรมให้ร่วมสนุกลุ้นรางวัลกันได้ตามโซเชียลมีเดียของเรากันได้เลย

รีวิว Peak Slide camera Sling อุปกรณ์ตัวช่วยสำหรับช่างกล้องที่ไม่อยากพกกระเป๋ากล้อง อยากตัวปลิวชิวๆ ถ่ายรูป

 

   สำหรับ 108plaza ของเราได้มีรีวิวกระเป๋ากล้องทั้งที่เป็นแบบราคาถูกและกระเป๋ากล้องแบบพรีเมี่ยมกันไปแล้วหลากหลายรุ่น แต่บางทีช่างกล้องทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพหลายๆ ท่าน ก็อยากมีฟิลริ่งการใช้กล้องแบบตัวปลิวๆ ชิวๆ ถ่ายรูป ไม่ต้องพกกล้องเยอะ ไม่ต้องแบกกระเป๋ากล้องใบใหญ่ๆให้เกะกะ แอดมินก็เลยไปมองหาอีกหนึ่ง gsdget ที่จะมาช่วยแก้ปัญหาในเรื่องนี้ด้วยเจ้าตัวนี้เลยนี้ Peak Slide camera Sling

   นี่คือสายคล้องกล้องที่เหมาะสำหรับคนที่ชอบพกกล้องไปด้วยและอยากได้ความคร่องตัวเป็นที่สุด ซึ่งจริงๆ แล้วหลายๆ คนที่เล่นกล้องจะมองว่า ถ้าเราเล่นกล้องตัวใหญ่ๆ กล้อง compact หรือว่ากล้อง DSLR ต่างๆ ที่มีตัวกล้องใหญ่ๆ พร้อมกับเลนส์ยาวๆ สักตัวหนึ่ง เราก็ต้องใช้กระเป๋ากล้องแน่นอน เพราะจะได้เป็นการโพรเทคตัวกล้องไปด้วยในตัว แบบนั้น ซึ่งตรงนี้ก็คืออีกหนึ่งเหตุผลที่คนชอบใช้กล้องกันมากเลย แต่อีกหนึ่งฟิลริ่งอย่างที่บอกไปก็คือ อยากได้ความสะดวก อยากได้ความง่าย ไม่ต้องไปเปิดกระเป๋าหยิบกล้องมาทีหนึ่ง ถ่ายครั้งหนึ่งก็เก็บใส่กระเป๋าพอจะถ่ายอีกทีก็ต้องหยิบขึ้นมา ซึ่งครั้งครั้งเราไปเจอบรรยากาศสวยๆ ภาพเหตุการณ์ที่ต้องใช้ความรวดเร็วในการถ่าย มันไม่ทัน นี่คือตัวแก้ปัญหานี้ได้ดีที่สุดเลย แต่คุณเองก็ต้องมีกล้องตัวโปรดสักหนึ่งตัว ที่มันสามารถถ่ายได้ทุกสถานที่ ทุกสภาพอากาศ ทุกพื้นที่ที่คุณจะไป หรือ การวางทริปเอาไว้ก่อนหน้าแล้วพกกล้องไปตัวเดียวจบเลย พร้อมกับสายคล้องกล้องตัวนี้ ก็จะดีมากเลย

   ทีนี้มาดูฟังก์ชั่นแรกสำหรับการใช้สายคล้องกล้องตัวนี้ ข้อดีอย่างแรกเลย เนื่องจากเป็ฯสายคล้องกล้องแบบ sling ดังนั้น มันจะสามารถรูดขึ้น รูดลง เพื่อปรับความยาว ความสั้นของสายได้ง่าย รูดง่ายแต่ก็ล็อคได้อยู่ติดแน่ไม่มีหลุด ด้วยความง่ายของมันนั้นถึงขึ้นที่ว่าบางครั้งที่แอดมินเองนำไปใช้แล้วต้องรีบเร่งต้องวิ่งขึ้นรถไฟฟ้าก็ต้องวิ่งไปด้วย แล้วก็รูดให้สายมันสั้นลงไปด้วย เพราะตอนแรกปลดสายให้มันยาวๆ เพื่อที่จะหยิบขึ้นมาถ่ายได้ แต่พอจะวิ่งสายมันยาว ก็ต้องปรับให้สั้นลงเพื่อจะให้มันไม่ตีกับตัวเรา ก็ต้องรูดให้สั้นลงอย่างรวดเร็ว ตรงนี้ทำได้สบายมาก แล้วไม่ใช่ว่ารูดได้แค่ฝั่งเดียวเท่านั้นในการปรับระดับ แต่สามารถรูดได้ทั้งสองฝั่ง จะรูดปรับระยะตามใจชอบได้ทั้งสองฝั่งนั่นเอง

   อีกหนึ่งฟังก์ชั่นต่อมาของสายคล้องกล้อง Peak Sling camera ตัวนี้ก็คือ มันสามารถที่จะปรับเปลี่ยนท่าทางการสะพายได้หลากหลาย เราจะสะพายข้างแบบแนวตรงก็ได้ หรือ จะสะพายแล่งก็ได้ หรือ บางท่านจะสะพายซ้อนทับกันกับตัวกระเป๋ากล้องต่างๆ ก็จะซ้อนทับกันสลับไปมาๆ ซึ่งตรงนี้ถ้าใครอยากจะถอดก็ต้องปลดกระเป๋ากล้อง ปลดทุกอย่างออกจากตัว นั้นคือปัญหา แต่ถ้าใช้ตัวสายคล้องกล้องรุ่นนี้ ก็จะสามารถปลดล็อคออกมาได้ทันที โดยที่ไม่ต้องไปถอดกระเป๋ากล้องออกก่อนหรือว่าปลดสายคล้องออกก่อนอะไรแบบนั้น ซึ่งมันคือความง่ายแล้วก็ความสะดวกในการพกพากล้องตัวใหญ่หรือว่ากล้อง DSLR นั่นเอง

   อีกหนึ่งฟังก์ชั่นถดมาสำหรับการใช้สายคล้องตัวนี้ จะสังเกตเห็นว่าในรูปตัวอย่างสินค้าด้านบนนั้น จะมีสายคล้องที่ให้มากับต้องฮูคที่เป็นตัวคล้องได้เยอะแยะเลย แน่นอนว่ากล้อง DSLR หลายๆ ตัว ช่างกล้องหลายๆ ท่าน ไม่ได้ใช้ชิ้นเลนส์ตัวเดียวแน่นอน ในการถ่ายภาพตลอดทริปที่ต้องไปทำงานหรือไปท่องเที่ยว สายคล้องรุ่นนี้ก็ทำมาตอบโจทย์แล้วก็ค่อนข้างที่จะตอบโจทย์ได้ดีด้วย เพราะสามารถที่จะพกเลนส์ไปได้ตามใจชอบ ก็จะใช้วิธีการห้อยหรือคล้องชิ้นเลนส์ไปกับตัวกล้องได้เลย เมื่ออยากจะเปลี่ยนเลนส์ตัวไหนเข้ามาใช้งาน ก็เพียงแค่ปลดล็อค เท่านั้นเอง แล้วก็ใช้เลนส์ตัวเดิมคล้องกลับไปที่เดิม ก็ไม่ต้องมาวางเปลี่ยนเลนส์กันไป สามารถเดินไปเปลี่ยนเลนส์ไปด้วยได้เลย

   ใครที่เป็นช่างกล้องที่เป็ฯทั้งมืออาชีพหรือมือสมัครเล่นทุกท่าน ถ้ายังไม่เคยใช้สายคล้องกล้องแบบนี้ก็ลองไปหาทดสอบใช้งานหรือหาซื้อออนไลน์ได้เลย รวมไปถึงกระเป๋ากล้องแบบต่างๆ ที่คุณอยากได้และอยากซื้อหามาใช้งาน ก็ลองคลิ๊กกันเข้าไปในเว็บไซต์ 108plaza ดอทคอมของเรากันได้เลย ก็จะมีโปรโมชั่นดีๆ รอทุกท่านอยู่รวมไปถึงกิจกรรมร่วมสนุกลุ้นของรางวัลมากมายในโซเชียลมิเดียของเราก็สามารถเข้าไปกด like กด share กันได้เลย

นาฬิกาที่เหมาะสำหรับสาวๆในตอนนี้กับ Baby-G

 

   สวัสดีค่ะเพื่อนๆที่น่ารักทุกคนนะค่ะ วันนี้เรามาพบกันแบบนี้แน่นอนว่าจะต้องมีสินค้าอินเทรนด์มาแนะนำให้เพื่อนๆได้รู้จักกันอย่างแน่นอนค่ะ สำหรับในวันนี้เราจะมาพูดกันถึงในเรื่องของนาฬิกานั้นเองค่ะโดยที่เรามาพูดถึงเรื่องนาฬิกาเนื่องจากไม่ว่าจะยุคสมัยไหนนาฬิกาก็ยังคงได้รับความสนใจและเป็นที่นิยมอยู่เสมอนั้นแหละค่ะ เพราะนาฬิกาเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญในเรื่องของการบอกเวลานั้นเอง เมื่อยุคสมัยมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของนาฬิกาก็มีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย แต่ว่าอย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมีการปรับเปลี่ยนให้นาฬิกาสามารถที่จะเข้ากับยุคสมัยใหม่ได้นั้นเองค่ะ ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้นาฬิกานั้นสามารถที่จะเป็นสินค้าอินเทรนด์ได้นั้นเองค่ะ ซึ่งนาฬิกาในปัจจุบันนี้มีการผลิตออกมาหลายยี่ห้อและหลายแบรนด์ด้วยกัน ทำให้เราสามารถที่จะเลือกสวมใส่นาฬิกาได้มากยิ่งขึ้นไม่เพียงแต่นาฬิกาจะทำหน้าที่ในการบอกเวลาในปัจจุบันเท่านั้นนะค่ะ นาฬิกายังสามารถที่จะเป็นเครื่องประดับได้อีกด้วยค่ะ วันนี้เราจึงพาเพื่อนๆมาทำความรู้จักกับนาฬิกาแบรน์นี้ซึ่งถือได้ว่าได้รับความนิยมและเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขว้างค่ะ นั้นก็คือ Baby-G ซึ่งเป็นอีกหนึ่งยี่ห้อของ CASIO นั้นเองค่ะ ในส่วนของวันนี้เราจะพาไปรู้จักกับนาฬิกาสีฟ้าหวานเหมาะกับสาวๆที่ชื่นชอบความหวานกันค่ะ ซึ่งนาฬิการุ่นนี้เป็นนาฬิการุ่น BA-110CA-2A ของ Baby-G เองค่ะ เอาเป็นว่าเราจะพาเพื่อนๆไปทำความรู้จักกับนาฬิกาสีฟ้ารุ่นนี้กันดีกว่าค่ะ เชื่อว่าเมื่อเพื่อนๆรู้จักแล้วจะต้องตกหลุมรักนาฬิการุ่นนี้อย่างแน่นอนค่ะ

   สำหรับนาฬิกาสีฟ้ารุ่น BA-110CA-2A ถือได้ว่าเป็นนาฬิกาที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากค่ะ BA-110CA-2A สามารถที่จะตอบโจทย์สำหรับสาวๆในปัจจุบันได้อย่างลงตัวโดยที่นาฬิกาเป็นสีพาสเทลที่มีความแวววาว เป็นรุ่นที่มีการทำเสริมขึ้นมาจากรุ่น BA-110 Series ที่ได้รับความสนใจและเป็นที่โด่งดัง สำหรับภาพลักษณ์ของนาฬิการุ่นใหม่นี้จะดูเป็นนาฬิกาที่ไม่ใช่สำหรับเด็กสาวมากเกินไปดูมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นแต่ก็ยังคงความสดใสอยู่ ในส่วนของหน้าปัดมีการใช้เหล็กเป็นองค์ประกอบและตำแหน่งบอกเวลาชั่วโมงนอกจากนี้หน้าปัดยังมีการออกแบบให้มีหลายชั้นซึ่งทำให้นาฬิกาดูมีความสวยงามเพิ่มมากยิ่งขึ้น จึงทำให้นาฬิการุ่นนี้เป็นนาฬิกาที่ให้ความสนุกสนานสดใส สามารถที่จะใส่กับเสื้อผ้าได้หลายหลายไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าแนวสบายๆหรือจะเป็นเสื้อผ้าแนวหวานๆก็ตาม สำหรับข้อมูลจำเพาะของนาฬิการุ่นนี้ก็ไม่ได้แตกต่างจากนาฬิการุ่นอื่นๆของBABY-G มากนัก โดยมีกระจกมิเนอรัล ที่ทนทานต่อแรงสั่นสะเทือน และยังกันน้ำได้ลึกถึง 100 เมตร วัสดุที่ใช้ในการทำตัวเรือนและกรอบเป็นเรซิน สายของนาฬิกาข้อมือก็ทำมาจากเรซิน มีไฟ LED แสดงเวลาโลก29 โซนเวลา (48 เมือง+เวลาสากลเชิงพิกัด ( Coordinated Universal Time))ปิด/เปิดเวลาออมแสง ( Daylight saving) มีตัวจับเวลาละเอียด 1/100 วินาที สามารถจับเวลาต่อเนื่องสูงสุดได้ 23:59’59.99” ซึ่งรูปแบบของการจับเวลา : การจับเวลาตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตำแหน่งปัจจุบัน ( Elapsed time ) สามารถที่จะจับเวลาเป็นช่วงๆในระหว่างจุดเริ่มต้นจนถึงจุดสิ้นสุด (Split time)และเวลาเขข้าเส้นชัยของผู้ชนะตำแหน่งที่1และ2 ที่สำคัญยังมีนาฬิกาจับเวลานับถอยหลังอีกด้วย นาฬิกาจับเวลาถอยหลังหน่วยการนับ 1 วินาที ช่วงเวลาการนับถอยหลัง:24ชั่วโมง มีนาฬิกาปลุกที่ทำงานทุกวัน 5 ประเภท มีการแสดงปฏิทินเต็มโดยอัตโนมัติ ซึ่งลักษณะจำเพาะของนาฬิกาเหล่านี้ก็มีความสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้ตัวของนาฬิกาได้รับความสนใจและกลายเป็นที่นิยม เมื่อเอาทั้งความโดดเด่นในเรื่องของการออกแบบและสีที่สดใสของนาฬิกามารวมเข้ากับลักษณะจำเพาะของนาฬิกาก็สามารถที่จะทำให้นาฬิกา BA-110CA-2A กลายเป็นที่นิยมอยู่ในปัจจุบันไม่ยากเลยค่ะ

   สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่ได้อ่านบทความนี้แล้วเชื่อได้ว่าเกินครึ่งจะต้องหลงรักนาฬิกาสีฟ้ารุ่นนี้อย่างแน่นอนค่ะ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการดีไซน์ออกแบบที่มีความโดดเด่นมีความเป็นเอกลักษณ์โดยที่มีสีฟ้าที่โดดเด่นนั้นเอง นอกจากเรื่องของการออกแบบและการดีไซน์สีที่สวยงามแล้วนั้น ในเรื่องของคุณสมบัติของนาฬิกาก็ถือได้ว่ามีความน่าสนใจเป็นอย่างมากค่ะ หากว่าเพื่อนๆคนไหนที่สนใจก็สามารถที่จะหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ค่ะหรือว่าเข้าไปดูของจริงได้ค่ะ สำหรับคุณผู้ชายคนไหนที่กำลังหาของขวัญให้คนพิเศษอยู่แล้วล่ะก็นาฬิการุ่นนี้ก็สามารถที่จะเป็นของขวัญแทนใจให้กับคนพิเศษได้อย่างแน่นอน เชื่อได้ว่าจะต้องถูกใจสาวๆอย่างแน่นอนค่ะ

 

 

รีวิว มาร์คหน้าเพียว คืนเดียวปัง PureNature สารสกัดจากธรรมชาติที่รวบรวมไว้ในกระปุกสูญญากาศ


   มาเอาใจหนุ่มๆ สาวๆ ที่อยากจะหน้าสวย หน้าใส ไร้สิวและฝ่า เพื่ออยากให้ใบหน้าของตัวเองในสวยปัง หล่อเวอร์ กันสักนิดหนึ่ง ซึ่งแอดมินเองก็กำลังติดตามนวัตกรรมเพื่อความสวยความงามแบรนด์นี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว ในที่สุดก็ได้มีโอกาสได้ทดสอบใช้ด้วยตัวเอง ก็ถือว่าเอาใบหน้าของตัวเองมาพิสุจน์แล้วก็มาเขียนรีวิวตอนนี้ขึ้นมา สินค้าอินเทรนด์ที่แอดมินกำลังพูดถึงอยู่นี้เขามีสโลแกนที่ว่า มาร์คหน้าแบบเพียว คืนเดียวรู้เรื่อง ในราคาหลักร้อยเท่านั้นเอง ก็แน่นอนว่าผลิตภัณฑ์เพื่อความสวยความงามเดี่ยวนี้มันเยอะจริงๆ มีทั้งราคาเบาๆ ไปจนถึงราคาหนักๆ กันเลยทีเดียว ซึ่งมันก็แน่นอนว่า คุณจะเลือกใช้แบบไหน แล้วจำเป็นไหมว่าต้องราคาแพงๆ หลักพัน หลักหมื่น ถึงจะดี ถ้าเพื่อนๆ อ่านรีวิวนี้จบแล้วก็อาจจะตอบโจทย์เมื่อสักครู่นี้ได้ทันทีเลยก็ได้

   นี่ก็คือตัวมาร์คหน้าเพียว คืนเดียวรู้เรื่อง ที่เราจะมารีวิวกันในตอนนี้เลย แน่นอนในรูปก็จะมีราคาบอกเอาไว้อยู่ว่า ราคาเพียงแค่ 550 บาทเท่านั้นเอง แต่ต้องบอกว่าเท่าที่แอดมินดูคุณสมบัติ ดูแพ็คเก็จ ดูสารสกัดที่อยู่ในตัวเนื้อครีมมาร์คกระปุกนี้แล้ว ถือว่ารวบรวมคุณประโยชน์ต่างๆ ที่ได้มาจากสารสกัดจากธรรมชาติล้วนๆ เพื่อมาอยู่บนใบหน้าของเราเลย ก็ถือว่าคุ้มค่าในราคาที่เทียบกับผลิตภัณฑ์เคาท์เตอร์แบรนด์เลยก็ว่าได้ ที่ต้องบอกแบบนี้แอดมินเองไม่ได้มาขายแต่อย่างใด เพื่อนๆ ก็สามารถไปหาซื้อเอาจากตัวแทนจำหน่ายได้เลย แต่ที่มารีวิวก็เพราะว่าตัวของแอดมินเองก็ยังใช้อยู่ตอนนี้ แล้วรู้สึกว่ามันดีก็เลยมาเขียนรีวิวนี้ขึ้นมา แต่เอาล่ะ โม้ว่าดีอย่างเดียวคงไม่ได้ เดี่ยวไปดูกันว่าสารสกัดที่มีอยู่ในเนื้อครีมมาร์คกระปุกนี้ มีอะไรบ้าง

   ถ้าตามคุณสมบัติของเนื้อครีมมาร์คแล้ว จะระบุเอาไว้ว่าเพียงแค่เรามาร์คเอาไว้ 1 คืน จะเทียบเท่ากับการทำทริสเม้นท์มากถึง 10 ครั้งเลย เพราะด้านในกระปุกนี้มีส่วนผสมของธรรมชาติล้วนๆ เลย ก็ขึ้นชื่อว่าเป็น PureNature แล้วก็ต้องสมชื่อเลยว่าเป็นธรรมชาติเดียวๆ นั้นเอง ส่วนผสมแรกเลย ก็จะมีวิตามีน D คุณสมบัติของวิตามีน D ก็จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิวของเรา แล้วก็จะช่วยในการต่อด้านอนุมูลอิสระด้วย อีกหนึ่งส่วนผสมที่สำคัญเลย ก็จะมีสารสกัดจากตัวมันเทศ ซึ่งตามรายละเอียดในกล่องก็จะบอกเอาไว้ว่า สารสกัดตัวหนึ่งที่ได้มาจากมันเทศเนี่ย มันจะมีส่วนผสมที่คล้ายๆ กับฮอร์โมนของเพศหญิง ซึ่งมันจะช่วยในการยกกระชับผิว ทำให้ผิวนั้นเต่งดึง มีน้ำมีนวล ดูแล้วก็ยังเป็นสาวไม่แก่ง่ายนั้นเอง แต่คุณผู้ชายที่เข้ามาอ่าน อยากจะหล่อ อยากจะหน้าใสสไตล์หนุ่มเกาหลีกับเค้าบ้าง ก็ใช้ได้เหมือนกัน เพราะสารสกัดจากตัวมันเทศเอง ก็ไม่ได้ใช้ได้แค่ผู้หญิงอย่างเดียวเท่านั้น ก็สามารถใช้ได้ทุกเพศ ทุกวัย ตั้งแต่หนุ่มๆ สาวๆ ไปจนถึงคุณแม่ คุณป้า กันเลย

   ในส่วนผสมถัดมาของตัว PureNature กระปุกนี้ ก็จะมีส่วนผสมที่เป็นสารสกัดที่เป็นโปรตีนจากข้าวและโปรตีนจากถั่ว เสริมสร้างความแข็งแรง ความชุ่มชื่นให้กับผิวของเรา แต่สิ่งที่สำคัญเลย ทุกคนบนโลกนี้ไม่อยากจะแก่กัน ไม่ว่าจะเป็นคุณผู้ชายหรือคุณผู้หญิง ดังนั้น ในมาร์คกระปุกนี้จะช่วยชะลอริ้วรอยการแก่ก่อนวัยอีกด้วย ถัดมาใครที่ชอบเป็นสิวอักเสบ เป็นสิวเม็ดใหญ่ๆ ปุด บวม ขึ้นมาบนใบหน้า มาร์คเพียวตัวนี้ก็สามารถช่วยลดอาการอักเสบของผิวได้ด้วยเช่นกัน แต่เมื่อมีสิวเกิดขึ้นมาแล้ว ถ้ามาร์คเพียวเข้าไป ก็จะช่วยให้สิวนั้นหายไวขึ้น แล้วก็จะช่วยลดรอยแดง จุดช้ำที่เกิดจากการบีบสิว เชื่อว่าหลายคนชอบลูบ แคะ แกะ เกา แล้วก็บีบสิวอย่างมากเลย แก้อาการนี้ไม่ได้สักที เพราะว่าชอบบีบสิวก็ทำให้สิวอักเสบขึ้นมามีรอยช้ำ มาร์คตัวนี้ก็ช่วยได้เช่นกัน สารสกัดที่สำคัญอีกหนึ่งอย่างก็คือ สารสกัดจากสาหร่ายทะเลขนาดเล็ก ตัวนี้จะช่วยในเรื่องของการช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนของเลืด ทำให้เรามีเลือดฝาดบนใบหน้า ใครๆ ที่ดูหน้าเราสวย ใส มีเลือดฝาด ก็แปรว่าเรานั้นมีสุขภาพดีนั้นเอง

   วิธีใช้ตัวสินค้าอินเทรนด์ที่แอดมินนำมารีวิวในตอนนี้ ตัว PureNature กระปุกนี้ก็ไม่ยากเลย หลังจากอาบน้ำ ล้างหน้า ล้างเครื่องสำอางให้สะอาด จากนั้นเช็ดหน้าให้พอชุ่มๆ สักนิดหนึ่ง แล้วก็กดเนื้อครีมตัวมาร์คเพียวออกมา แล้วก็ทาลงไปทั่วใบหน้าของเรา อาจจะทาตรงบริเวณลำคอด้วย เพื่อให้สีผิวปรับสภาพได้เท่ากัน ก็มาร์คเอาไว้ทั้งคืนเลย ตื่นมาตอนเช้าก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาดปกติ ช่วงแรกที่ใช้ก็ควรใช้ติดต่อกันสักประมาณ 3 วัน หลังจากนั้นอาจจะเป็นอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง ก็ได้ ก็ลองไปหาทดสอบใช้กันดูนะหนุ่มๆ สาวๆ ที่อยากจะมีใบหน้าปังทั้งหลาย

Review คลิปเลนส์สุดแจ่ม สำหรับโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน

 

 

 

ความทรงจำที่สวยงามมีคุณค่าเสมอ เมื่อกาลเวลาผ่านไปอย่างไม่มีวันย้อนกลับ การเก็บความทรงจำดี ๆ ไม่ได้เก็บไว้ได้แค่ในจิตใจ แต่สามารถเก็บเป็นภาพถ่ายเพื่อให้มนุษย์ได้มองย้อนกลับไปในอดีตที่เคยผ่านมา เป็นเครื่องยืนยันภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตที่ผ่านมา เทคโนโลยีในปัจจุบันถูกพัฒนาไปพร้อม ๆ กับความต้องการใช้งานในชีวิตประจำวันของคนเรา เช่น โทรศัพท์มือถือในปัจจุบันที่กลายเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในชีวิตประจำวัน ซึ่งถูกใช้อย่างแพร่หลายในสังคมยุคนี้ การพัฒนาประโยชน์การใช้สอยของมันก็เช่นกัน วิวัฒนาการก้าวล้ำ บวกกับเทคโนโลยีที่ไม่มีขีดสุด ได้พัฒนาให้รองรับความต้องการการใช้งานได้อย่าง หลากหลาย เข้ากับการใช้ชีวิตประจำวันที่ต้องการความรวดเร็วในการติดต่อสือสาร ในยุคของ 4 G เช่นเดียวกัน แน่นอนว่าประโยชน์ของมันไม่ใช่แค่ โทรติดต่อด้วยเสียงได้เพียงอย่างเดียว อีกมากมายอย่างที่เรารู้ ๆ กันว่าโทรศัพท์สมาร์โฟน สามารถ ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ เล่นโชเชี่ยว ถ่ายรูป ถ่ายวีดีโอ แพร่ภาพวีดีโอสด ผ่านทางระบบ อินเตอร์เน็ต 3 G , 4G ที่เราใช้กัน อุปกรณ์เสริมถูกพัฒนาตามมาติด ๆ รองรองความต้องการใช้งาน และเพิ่มคุณสมบัติให้ดูพิเศษมากกว่าเดิม

 

สวัสดีค่ะ มาทำความรู้จัก อุปกรณ์เสริมโทรศัพท์สมาร์ทโฟนสุดแจ่ม อย่างเจ้าคลิปเลนส์กันเลย คลิปเลนส์ตัวนี้คือเลนส์กล้องที่สามารถพกพาไปไหนมาไหนอย่างสะดวกสะบายและมีขนาดเล็กพกพาง่าย ถือเป็นสินค้าอินเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่ของผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพจาก คลิปเลนส์ตัวนี้ ในหนึ่งชุดจะประกอบไปด้วย เลนส์กล้องทั้งหมด 3 เลนส์ ฝาปิดกล้อง คลิปหนีบเลนส์ ถุงใส่กล้องขนาดเล็กพอเหมาะกับการพกพาไปไหนมาไหนอย่างสะดวกสบาย วิธีการใช้งานของเจ้าคลิปเลนส์ตัวนี้คือ นำเอาเลนส์ที่เราเลือก 1 ใน 3 เลนส์นี้มาหมุนเข้ากับตัวคลิปหนีบ และนำไปหนีบทับกล้องบนโทรศัพท์ของเรา โดยสามารถหนีบได้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง แล้วแต่เลือก โดยเลนส์กล้อง 3 เลนส์ประกอบไปด้วย เลนส์ฟิชอาย เลนส์ไวด์ และเลนส์มาโคร แต่ละเลนส์มีคุณสมบัติในการถ่ายภาพออกมาแต่งต่างกัน ฟิชอายใช้ถ่ายภาพลักษณะ ภาพนูน ภาพเอเลี่ยน ตาโต ถ่ายกันได้ทั้งแบบคนเดียวและหลายคน ภาพที่ได้ออกมา จะเป็นภาพที่ใบหน้าคนจะบีบแหลม ๆ ตรงคาง หน้าวีนั่นเอง สาว ๆ ชอบนัก ส่วนเลนส์ไวด์ ใช้ถ่ายภาพลักษณะมุมกว้างหรือระยะไกล เหมาะสำหรับการถ่ายภาพธรรมชาติ จะได้มุมที่ดูดี และสบายตา ดูไม่จำกัดขอบเขต รวมไปถึงการถ่ายภาพแบบหมู่คณะช่วยที่ช่วยเก็บภาพบุคคลได้ครบทั้งกลุ่มอย่างชัดเจนเลยทีเดียวและยังสามารถเห็นหน้าคร่าตาบุคคลในภาพได้อย่างชัดเจนอีกด้วย ต่างจากการถ่ายแบบปกติโดยไม่มีเลนส์ไวด์ตัวนี้ ภาพที่ได้ออกมาจะมีลักษณะแข็ง ๆ ไม่พลิ้วไหว เทียบกับเมื่อใช้เลนส์ฟิชอายแล้วภาพที่ออกมาจะดูเว้า ๆนิดนึงดูอ่อนโยน มองแล้วสบายตา และเลนส์สุดท้ายคือ เลนส์มาโคร เหมาะสำหรับการถ่ายภาพระยะใกล้ ๆ แบบที่เรียกกันว่าซูม ภาพที่ได้จากการถ่ายด้วยเลนส์มาโคร จะเป็นภาพระยะใกล้ที่มีความชัดเจน ไม่เบลอ มีความคมชัด เหมือนศิลปินมือโปรถ่ายเพื่อนำภาพไปแสดงในงานอย่างงั้นเลย การเลือก เลนส์เหล่านี้มาใช้งานก็ไม่ยาก โดยการนำคลิปหนีบที่มาพร้อมชุดอุปกรณ์ หมุนประกอบเข้ากับเลนส์กล้องที่แยกไว้แล้ว 3 เลนส์ แต่นิดนึงว่า เลนส์ฟิชอายจะถูกหมุนติดมากับตัวคลิปหนีบเลย ส่วนเลนส์ไวด์กับเลนส์มาโครจะถูกแยกออกมา แล้วแต่การเลือกใช้ ถ้าต้องการเลือกใช้ เลนส์ฟิชอายสามารถหมุนประกอบเข้ากับคลิปหนีบและหนีบทับกล้องโทรศัพท์ได้เลย ถ้าต้องการใช้เลนส์ไวด์ก็นำเลนไว้กับเลนส์มาโครมาหมุนติดกัน และประกอบเข้ากับคลิปหนีบ หนีบทับกล้องโทรศัพท์และใช้งานได้เลย พิเศษหน่อยคือถ้าต้องการใช้เลนส์ไวด์จะต้องใช้คู่กับเลนส์มาโครด้วย เพราะเป็นการถ่ายภาพระยะไกลจึงต้องใช้คุณสมบัติของเลนส์มาโครมาเพิ่มความคมชัดอีกตัว สุดท้ายคือเลนส์มาโครการใช้งานก็คือ ถอดเอาเลนส์ไวด์ออก เหลือแต่ตัวมันเองตัวเดียวและหมุนประกอบเข้ากับตัวคลิปหนีบ นำไปหนีบเข้ากับโทรศัพท์และใช้งานได้เลย ด้วยคุณลักษณะและคุณสมบัติที่แตกต่างกันออกไป เราสามารถปรับเปลี่ยนภาพให้สวยงามตามแต่ใจ ผ่านแอฟแต่งรูปต่าง ๆ ให้ออกมาสวยงามด้วยแสงและสีความระเอียดความเรียบเนียนความคมชัด ให้ออกดูสวยงามอย่างที่สุด

 

จากที่ได้กล่าวมาถึงสินค้าอินเทรนด์อย่างคลิปเลนส์สุดแจ่มตัวนี้ พี่ ๆ เพื่อน ๆ น้อง ๆ หนู ๆ ทั้งหลายสามารถเลือกซื้อได้ตามร้านขายโทรศัพท์มือ หรือในตลาดออนไลน์ ได้เลย มีให้เลือกหลายสีหลายแบบ ราคาก็ เบา ๆ ตั้งแต่หลัก ร้อย ถึงหลักพัน แล้วแต่คุณสมบัติและประโยชน์การใช้สอย เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเองในการกดแชะภาพทั้งบุคคลและสถานที่ได้ออกมาสวยงามตามท้องเรื่อง สามารถนำออกสื่อโซเชี่ยวล่ายอดไลค์ได้อย่างไม่ผิดหวัง

 

รีวิว Motorola Moto 360 SmartWatch Android เครื่องแรกของโลกที่ยังได้รับความนิยมอยู่

 

   สำหรับการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ของเราในตอนนี้ กับทีมงาน 108plaza ที่จะมารีวิวนาฬิกาที่ถือว่าเปิดตัวมาได้นานมากแล้ว แต่ตอนนี้กระแสมันกลับมาอีกครั้งหนึ่ง กับนาฬิกาอัจฉริยะที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ในรูปตัวอย่างสินค้าด้านบนนี้ ที่เป็นตัวเรือนกลมๆ นี้นะครับ บางคนที่ไม่เคยเห็นนาฬิกาของแบรนด์นี้อาจจะไม่เชื่อว่ามันเป็น smartwatch เพราะว่าปกติทั่วไปแล้ว นาฬิกาอัจฉริยะหลายๆ ยี่ห้อจะมีทรงเป็นแบบสี่เหลี่ยม เป็นหน้าจอใหญ่ๆ ซึ่งมันดูแล้วก็ไม่ได้เหมือนกับนาฬิกาเท่าไหร่ แต่จุดเด่นของตัว smartwatch ยี่ห้อ Motorola รุ่น Moto 360 watch เรือนนี้ที่จะรีวิวกันเนี่ยนะครับ คือดูเผินๆ มันก็เหมือนนาฬิกาทั่วไปที่ใช้ดูเวลา ดูวันที่ อะไรแบบนี้นะครับ แต่สาเหตุที่มันกลับมาเป็นกระแสอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็ทำให้ทีมงานเราได้จับมารีวิวกันก็เพราะว่าตอนนี้มีสมาร์ทโฟนของค่าย Moto รุ่น Moto x play ออกมาแล้วก็ค่อนข้างได้รับความสนใจกนดีเลยทีเดียวเนี่ยนะครับ แล้วใครที่ซื้อสมาร์ทโฟนค่ายนี้ไปก็จะได้ของแถมเป็นนาฬิกาไปด้วย นี่แหละคือประเด็นที่ทำให้มันกลับมาเป็นกระแสอีกครั้งหนึ่ง คือองฟรีนี่แหละครับเพื่อนๆ ก็เลยจับมารีวิวกันนิดหนึ่ง อ่านรีวิวแล้วเพื่อนๆ คนไหนสนใจลองไปหาซื้อสมาร์ทโฟน Moto x play กันได้นะครับ

   มาดูรายละเอียดของตัว smartwatch android ware เครื่องแรกของโลกตัวนี้กันก่อนเลย ตัวเรือนเป็นสายหนังอย่างดีเลย รัศมีของตัวเรือนนาฬิกามีขนาด 46 มิมลิเมตร ก็เดากันเอานะครับว่าใหญ๋หรือเล็ก เหมาะกับข้อมือเรารึเปล่า หน้าจอมีขนาด 1.56 นิ้ว ตัวบอดี้นาฬิกาเป็นโลหะอย่างดีเลย เรื่องงานประกอบนี่ผมยกนิ้วให้กับทาง Moto เขาเลยนะครับ เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ทำมาได้ดี แน่นหนา นอกจากนั้นมาพร้อมกับหน่วยความจำในตัวเครื่อง 4 GB RAM 512 MB หลายคนถามว่าสเปคเท่านี้ มาพร้อมกับซีพียูที่เป็นของตัว Moto ร่วมกันกับทาง google ที่ให้ระบบปฏิบัติการเป็น smartwatch android ware เครื่องแรกของโลกแบบนี้มา เพียงพอหรือไม่ คำตอบหลังการทดสอบใช้งาน ผมว่าไม่มีปัญหาอะไร เพราะระบบภายในมันไม่ได้เยอะเหมือนสมาร์ทโฟนนะครับ ก็ถือว่าใช้งานรวดเร็วดี แล้วหลายคนก็สงสัยว่า smartwatch มันมีออกมานานแล้วนะ ทำไมบอกว่าเป็นเครื่องแรกของโลกละ ถูกต้องครับ ซัมซุง หรือ แบรนด์อื่นๆ ก็มี smartwatch ออกมาขายกันนานแล้ว แต่นั้นไม่ได้เป็นของ android ที่ google ทำระบบปฏิบัติการภายในมาให้นะครับ แต่ตัว Moto 360 ตัวนี้ถือว่าเป็นเครื่องแรกเลย

   ฟังก์ชั่นการใช้งานมีระบบพลิกข้อมือแล้วหน้าจอติด ไม่ใช่งานหน้าจอจะดับไป แล้วก็แน่นอนว่านอกจากจะดูเวลา ดูวันที่ปกติที่ให้เป็นโหมดนาฬิกาแล้ว ก็ยังสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนในฝั่ง android เพื่อควบคุมสมาร์ทโฟน ดูการแจ้งเตือนต่างๆ ที่เป็นแอปในสมาร์ทโฟนได้ทั้งหมดเลย นอกจากนั้นถ้าเราไม่พอใจในรูปแบบหน้าปัดนาฬิกาที่ให้มา เราสามารถดาวน์โหลดเพิ่มเดิมได้ว่าจะเอาธีมแบบไหน ก็มีให้เลือกเยอะแล้วก็ฟรีด้วย ถัดมาเป็นระบบ google now สามารถสั่งงานด้วยเสียงผ่านสมาร์ทโฟนได้ด้วย แต่ต้องสั่งงานเป็นภาษาอังกฤษนะครับ นอกจากนั้นก็จะมีการสั่งงานด้วยเสียงให้มีการจดโน้ตต่างๆ รวมไปถึงการสั่งให้ตั้งค่าต่างๆ ผ่านตัวสามาร์ทโฟนได้ด้วย อีกหนึ่งจุดเด่นของคนที่ชอบออกกำลังกาย smartwatch ตัวนี้สามารถที่จะวัดการเผาผลาญแคลอรี่ แล้วก็สามารถวัดอัตราการเต้นของหัวใจได้ด้วย จะมีตัวเซนเซอร์อยู่ที่ตรงดานหลังของตัวเรือนนาฬิกา ที่เป็นส่วนที่สัมผัสกับข้อมือของเรา ก็สามารถวัดค่าได้ค่อนข้างตรงกับตัวเครื่องวัดอื่นๆ ที่เป็นของทางแพทย์เลยเหมือนกันนะครับ ก็ทำการทดสอบแล้วเรียบร้อยแล้ว ต่าที่ได้จากตัว moto 360 เรือนนี้ก็สามารถอ้างอิงได้ในทางการแพทย์เช่นกัน การใช้งานต่างๆ ก็ถือว่ารวดเร็ว ไหลลื่นดีเช่นกัน ถัดมาก็จะสามารถวัดก้าวเดินได้ด้วย ซึ่งข้อมูลต่างๆ เหล่านี้เราสามารถจะไปดูข้อมูลแบบหน้าจอใหญ่ๆ ชัดๆ อีกทีได้ผ่านตัวแอปพลีเคชั่นบนสมาร์ทโฟนที่เราจะสามารถ sing กับข้อมูลตรงนี้แล้วนำไปเก็บไว้เป็นข้อมูลรวมๆ ได้เช่นกัน

   ก็ถือว่ามีลูกเล่นที่ค่อนข้างเยอะ แล้วตอนนี้เปิดตัวมานานแล้ว ราคาก็จะลดลงแล้วในกรณีที่เพื่อนๆ อยากจะซื้อแค่ตัว smartwatch ตัวนี้เพียวๆ เลย แต่ถ้าใครอยากจะได้สมาร์ทโฟน Moto x play ด้วย อยากได้ของแถมด้วย อันนี้ต้องรีบๆ ไปหาดูตามร้านที่จัดโปรโมชั่นอยู่นะครับ ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่น่าสนใจแล้วก็กำลังอยู่ในกระแสนั้นเองครับ   

Review Monster BTW 218 Tower of music Wireless ลำโพงบลูทูธสัญชาติอเมริกา

   สำหรับการรีวิวลำโพงบลูทูธในครั้งนี้เราอยู่กับแบรนด์ Monster อีกหนึ่งตอนนะครับ หลังจากที่ได้รีวิวรุ่นใหญ่อย่าง Monster BTW 249 ไปแล้วเมื่อตอนที่ผ่านมา ทีนี้มาเจอรุ่นน้องที่มาเพียงแค่ตัวเดียว เป็นลำโพงแบบพกพาที่มีขนาดเล็กลง ใครที่ต้องการความคร่องตัวนิดหนึ่ง แต่ไม่ได้มีขนาดที่เล็กกะทัดรัดมากนักเนี่ยนะครับ คือใส่กระเป๋าเดินทางไปได้ อะไรแบบนี้ ถ้าพูดถึงแบรนด์ Monster แล้วก็คงต้องบอกว่าเป็นแบรนด์ระดับอินเตอร์ที่บ้านเราก็มีการตอบรับที่ดีแล้วก็เชื่อมั่นในคุณภาพแบะพลังเสียงพอสมควรเลยละ แต่สำหรับ Monster BTW 218 ที่แอดมินจะท่ำการรีวิวในครั้งนี้ คุณภาพจะเป็นอย่างไร ไปติดตามกันครับ

   มาเริ่มดูฟังก์ชั่นการใช้งานที่ลำโพงบลูทูธรุ่นนี้ให้มากันก่อนเลยนะครับ ด้านหน้ากล่องก็จะบอกเอาไว้ว่า สามารถที่จะเชื่อมต่อบลูทูธได้ แล้วก็ที่เพิ่มขึ้นมา แล้วก็มีมาในรุ่นนี้ด้วย ก็คือฟังก์ชั่นที่เป็นเอกสิทธิ์ของทาง Monster เค้านะครับ ก็คือ EZ-play ถ้าเพื่อนๆ ได้อ่านในตอนที่ผ่านมาตัว Monster BTW 249 จะรู้ว่าคืออะไร แต่จะอธิบายอย่างนี้ว่า EZ-play นั้นเป็นฟังก์ชั่นที่จะไว้เชื่อมต่อแบบไร้สายกับลำโพงรุ่นเดียวกันหรือรุ่นอื่นๆ ก็ได้ในยี่ห้อ monster ทั้งหมดที่มีฟังก์ชั่นนี้อยู่ มันจะสามารถให้ตัวใดตัวหนึ่งเป็นตัวแม่ จากนั้นจะทำการเชื่อมต่อกันได้สูงสุด 8 ตัว เพื่อให้เสียงนั้นมัน surround มากขึ้น จะเชื่อมต่อกันได้ระยะห่างไกลสุดที่ 30 เมตรเลยทีเดียว นอกจากนั้นก็จะยังเชื่อมต่อแบบสาย 3.5 มม. ได้ด้วย ตัวนี้รับสายเรียกเข้าคุยโทรศัพท์ผ่านลำโพงบลูทูธได้เลย แล้วก็สามารถเปลี่ยนให้มาเป็นเพาเวอร์แบงค์ได้ด้วย ก็ต้องถือว่าครบครันในเรื่องของการใช้งานแบบทั้งไร้สาย แล้วก็มีสายนะครับ

   อีกหนึ่งจุดเด่นที่ช่วยเสริมเรื่องของฟังก์ชั่นการใช้งานแบบ EZ-play ที่อยากให้ได้เสียงแบบ surround แบบไร้สายทั่วห้อง ทั่วพื้นที่ เพราะว่าเชื่อมต่อในแบบไร้สายนั้นค่อนข้างได้ไกลถ้าดูจากรูปภาพด้านบนนะครับ แล้วในลำโพงตัวเดียวจะมีการกระจายเสียงได้กว้างถึง 270 องศาเลยนะครับ คือแค่ลำโพงตัวเดียวก็เสียงกว้างมากเลย ด้านในประกอบด้วยดอกลำโพงแบบ twitter หรือดอกเสียงแหลม 2 ตัว ขนาด 2.5 นิ้ว 2 ตัว แล้วก็มีลำโพง woofer ขนาด 3 นิ้วอยู่ด้านหน้า เป็นลำโพงแบบ full range คือให้เสียงที่ได้ทั้งเสียงกลางและเสียงทุ้ม ด้านข้างก็จะมี passive radiator 3 นิ้ว 2 ตัวด้วยกัน คือเรียกว่าอัดแน่นมาด้วยลำโพงด้านในที่ครบทุกย่านเสียงเลย ในส่วนของกำลังขับนั้นอยู่ที่ 20 watts เป็นภาคขยายหรือแอมป์คราส ดี นั้นเองครับ สามารถใช้งานกันได้ยาวๆ ถึง 8 ชั่วโมงติดต่อกัน ความจุของแบตเตอร์รี่ให้นั้นมาที่ 2200 mAh

   มาดูในส่วนของการใช้งานกันบ้าง เมื่อเปิดกล่องขึ้นมาจะมีสายเสียบปลั๊กชาร์จได้เลย ไม่ต้องมีหัวชาร์จหรือว่าอแด็ปเตอร์เลย แล้วก็จะมีสาย 3.5 มม. มาให้ แล้วก็จะมีคู่มือการใช้งานมาให้ด้วย แล้วก็จะมีตัวลำโพงบลูทูธอยู่ด้านในมีที่ซับกันกระแทกแพ็คกิ้งมาอย่างดีเลย ขนาดของลำโพงนั้นอยู่ที่ความสูง 26.6 ซม. ความกว้างความยาวแบบสี่เหลี่ยมจุตรัศ ขนาด 12.2 ซม. ด้านบนก็จะมีหูหิ้วมาให้ด้วย ส่วนด้านบนของตัวเครื่องนั้นก็จะมีปุ่มการใช้งานต่างๆ อยู่ด้วยนะครับ เป็นปุ่มเพาเวอร์แล้วก็จะมีไฟบอกสถานะในการชาร์จแบต ถ้าชาร์จยังไม่เต็มจะมีไฟสีแดงขึ้นมา แต่ชาร์จเต็มแล้วไฟจะหายไป ชาร์จครั้งแรกควรชาร์จประมาณ 10 ชั่วโมงนะครับสำหรับเพื่อนๆ ที่ซื้อมาแล้ว ถัดมาจะมีโลโก้ NFC มาให้ด้วย ก็สามารถเชื่อมต่อแบบแตะแล้วติดอย่างที่บอกไปในหลายๆ ตอนได้ หรือจะกดปุ่ม pair บลูทูธ ก็ได้ด้วยเช่นกัน แล้วก็จะมีปุ่มเพิ่มเสียงลดเสียง ปุ่มกดรับสายเรียกเข้าต่างๆ ก็ถือว่าใช้งานได้ไม่ยากนัก ด้านล่างก็จะมีช่องเสียบชาร์จไฟ แล้วก็จะมีพอร์ด USB เพื่อเอาไว้เป็นเพาเวอร์แบงค์เท่านั้น ไม่ได้เป็นที่เสียบทั้มไดร์ฟเพื่อเปิดเพลงอะไรไม่ใช่นะครับ บอดี้ก็จะเป็นเหล็กก็ค่อนข้างทนทาน แข็งแรงพอสมควรเลยทีเดียว

   ในส่วนของมิติของเสียงที่ได้จากลำโพงบลูทูธตัวนี้นะครับ ก็อยากจะบอกว่าบุคลิกเสียงนั้นใครที่ชอบเสียงใสๆ นะครับ แอดมินว่ามันเหมาะกับการเอาไปติดตั้งในร้านอาหาร ร้านกาแฟ อะไรแบบนี้ที่ฟังเพลงเบาๆ มีเสียงใสๆ ฟังสบายๆ มีเสียงเบสแบบนุ่มลึก ฟังแล้วมีมิติดีมากเลยทีเดียว จะใช้แบบตัวเดียวหรือจะเชื่อมต่อแบบ EZ-play ก็ถือว่าทำได้ดีเลย เรื่องราคาอยู่ที่ประมาณ 5 พันบาทมีทอน ใครชอบก็ลองไปหาซื้อกันดูได้เลย

รีวิวลำโพงพกพา JBL FLIP 3 ลำโพงบลูทูธขนาดเล็ก กันน้ำได้ ลุยได้ในราคา 4,xxx บาท

 

   สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังมองหาลำโพงบลูทูธดีๆ สักตัวหนึ่ง ที่ให้เสียงที่ครบทุกย่านความถี่ แล้วก็สามารถพกพาไปได้ทุกๆ ที่ได้ด้วย แล้วก็พาไปลุยๆ ได้ด้วย ไปเที่ยวทะเล ไปเที่ยวน้ำตก ก็ไม่ต้องกลัวว่าตกน้ำแล้วจะพัง เพราะว่าในเว็บไซต์ 108plaza ครั้งนี้มีลำโพงแบบพกพาได้ แล้วก็สามารถกันน้ำได้ด้วย ตัวนี้เลยครับ มารีวิวกัน

   ตัวนี้คือลำโพงพกพา JBL FLIP 3 ซึ่งอย่างแรกที่ตอบโจทย์คนที่ชอบสีสันเป็นพิเศษ เพราะเปิดตัวออกมากันถึง 8 สีให้เลือกด้วยกัน ตามภาพด้านบน อย่างแรกที่เห้นได้ชัดเจนว่าลำโพงพกพาตัวนี้มันเปลี่ยนไปก็คือเรื่องของดีไซน์ ซึ่งถ้าดูจากลำโพงของ JBL หลายๆ รุ่น ที่มีทั้งรุ่นพี่ใหญ่ แล้วก็รุ่นน้องเล็ก จะมีฟังก์ชั่นที่เพิ่มขึ้นมาคือมีผ้าที่ใช้แทนตัวตะแกรงเหล็กแบบเดิม ที่เป็นผ้าที่สามารถกันน้ำได้ด้วย แล้วด้านในตัวเครื่องเอง ก็จะมีการซีนมาอย่างดี เป็นการซีนเพื่อที่จะกันน้ำได้อีกชั้นหนึ่งด้วย ก็ถือว่าเป็นเทรนด์ในยุคปี 2015 เป็นต้นมาว่า ลำโพงบลูทูธนั้น ต้องกันน้ำได้ ต้องนำไปสมบุกสมบันได้ด้วย ซึ่งบางคนจะชอบไปเที่ยวทะเลมาก บางทีหิ้วไปแล้วหลุดมือ จมน้ำไป ถ้าลำโพงที่กันน้ำไม่ได้ ก็จะพัง ในส่วนนี้ก็เลยแก้ปัญหามาให้แล้ว ก็คิดว่าน่าจะตรงใจใครหลายๆ คนมากเลยทีเดียว อีกหนึ่งจุดเด่นที่เพิ่มเข้ามาใน JBL FLIP 3 ตัวนี้ก็คือว่า จะมีตัว passive radiator มาให้ด้วย ตัวนี้คืออะไร ถ้าอ่านรีวิวของเราหลายๆ ตอนจะทราบได้ทันทีเลย มันคือตัวที่ช่วยทำให้มิติในเสียงเบสหรือพลังเบสนั้นกระหื่มขึ้นมาเยอะเลยทีเดียว ดังนั้นเรื่องของบุคลิกเสียงที่ได้ในลำโพงตัวนี้ แน่นอนว่าเสียงเบสต้องมาแน่นอน

   ในด้านของปุ่มการใช้งานต่างๆ นั้นก็นอกจากจะมีปุ่มเพาเวอร์ ปุ่มเพิ่มเสียง ลดเสียง ปุ่มเลื่อนเพลง แล้วก็ปุ่มกด pair บลูทูธ แล้วนั้นนะครับ อีกหนึ่งสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาใหม่เลยในรุ่นนี้ ก็คือปุ่ม JBL connect ถามว่าปุ่มนี้คืออะไร ก็คือ ปุ่มที่เอาไว้ใช้ในการเชื่อมต่อลำโพงบลูทูธหรือว่าลำโพงแบบพกพาของ JBL ตัวอื่นๆ เข้าด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่นว่า เราซื้อ JBL FLIP 3 รุ่นนี้มา 2 ตัว อยากจะให้ทั้ง 2 ตัวนี้ทำงานด้วยกัน เพื่อเพิ่มความดัง เพิ่มมิติของเสียงให้มัน surround มากขึ้น อะไรแบบนี้นะครับ หรือ ใครที่มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ อยากจะสร้างบรรยากาศในร้านด้ววยเสียงเพลง ก็เอาลำโพงทั้ง 2 ตัวนี้ไปติดตามมุมต่างๆ โดยที่ไม่ต้องเดินสายสัญญาณ อาจจะไปติดตามเสาที่มีปลั๊กไฟเสียบ แล้วจากนั้นก็กดปุ่ม JBL connect ตัวนี้ด้วยกันทั้ง 2 ตัว แล้วจากนั้นลำโพงทั้ง 2 ตัวจะเชื่อมต่อสัญญาณกันทันที โดยจะมีตัวใดตัวหนึ่งเป็นตัวแม่รับสัญญาณบลูทูธจากสมาร์ทโฟนหรือเครื่องเล่นต่างๆ แล้วก็ส่งไปยังอีกหนึ่งตัวที่เชื่อมต่อเข้าด้วยกัน ฟังก์ชั่นนี้ก็เพิ่มขึ้นมาในรุ่นนี้ด้วย แต่ถามว่าเทคโนโลยีแบบนี้มันมีแค่ JBL อย่างเดียวไหมที่ทำได้ คำตอบคือ ไม่ มีอีกหลายๆ แบรนด์ที่สามารถเชื่อมต่อกันได้ ก็เลือกเอาว่าข้อแตกต่างของการเชื่อมต่อแบบนี้ บางแบรนด์เชื่อมต่ได้ไกลถึง 100 เมตร บางแบรนด์เชื่อมต่อกันได้ถึง 8 ตัว หรือมากกว่านั้น อันนี้ก็ลองไปหาอ่านรีวิวของเว็บไซต์เราดูได้ แล้วก็เปรียบเทียบเรื่องของราคาและฟังก์ชั่นการใช้งานที่มันคุ้มค่ากันดูได้นะครับ สำหรับการใช้งานก็ตัวแบตเตอร์รี่นั้น สามารถใช้งานได้นานติดต่อกันประมาณ 10 ชั่วโมง ที่ความดังปกติ แต่ถ้าเร่งดังจนสุด ชั่วโมงการใช้งานก็จะลดลง แต่ถือว่าใช้งานได้นานเกิน 5 ชั่วโมงแน่นอน การชาร์จไฟกลับเข้าไปก็ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งก็เต็ม ก็จะใช้พอร์ด micro USB ที่เป็นสายชาร์จแบบ android ก็สามารถใช่ร่วมกันได้นะครับ

   อีกหนึ่งฟังก์ชั่นของลำโพงบลูทูธ JBL FLIP 3 ตัวนี้ก็สามารถใช้เป็น speaker phones ได้ด้วย มีไมค์โครโฟนในตัว รับสายเรียกเขาโทรศัพท์ได้นั้นเอง ในส่วนของบุคลิกเสียงนั้น ต้องบอกว่าชื่อเสียงของ JBL ที่ทำตลาดอยู่ในด้านของเครื่องเสียงและลำโพงก็ถือว่าไม่ธรรมดา แต่สำหรับลำโพงรุ่นนี้ FLIP 3 ก็ถือว่าจุดเด่นอย่างแรกเลยที่จับต้องได้ คือเสียงกลาง และ เสียงแหลม ที่ค่นอข้างเคลียร์ ฟังสบาย ไม่ปาดหู แต่เนื่องจากมันเป็นลำโพงที่ราคาไม่ได้สูงมากนัก มาตรฐานของเสียงตรงนี้ก็จะอยู่ในระดับกลางๆ ก็แล้วกันนะครับ ไม่ได้ถือว่าแย่ เอาเป็นว่าคนที่ไม่ได้หูเทพ หูทอง ก็ฟังได้ดีเลยทีเดียวแหละครับ แต่ลำโพงรุ่นนี้ก็ไม่ได้ถือว่าเป็นเสียงระดับ Hi-end แต่อย่างใด ราคาก็อยู่ที่ประมาณ 4,xxx บาทเท่านั้นเอง แต่ที่สุดแล้วเชื่อว่าทุกคนที่จะซื้อ ก็คงต้องไปฟังด้วยตัวเองดีกว่าว่าชอบหรือไม่ชอบอย่างไร เอารีวิวของเราไปเก้นไกต์ไลน์จะดีกว่านะครับ

รีวิวลำโพงบลูทูธกันน้ำได้ Divoom Voombox Outdoor Gen2 แบรนด์จากสิงคโปร์ มีระบบเสียง 360 องศาพกพาง่าย

 

   มากันอีกแล้ว! มาให้รีวิวกันอีกแล้วครับเพื่อนๆ สำหรับลำโพงแบบพกพาของแบรนด์ Divoom เป็นแบรนด์ที่มาจากประเทศที่ไม่ได้ไกลจากบ้านเรามาก ก็คือ สิงคโปร์แค่นี้เอง เป็นลำโพงพกพาขนาดเล็กที่สามารถกันน้ำได้ ลุยๆ ได้ แล้วก็พัฒนามาเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 2 แล้วสำหรับรุ่นที่จะรีวิวิกันในตอนนี้ คุณภาพเสียงจะดีแค่ไหน แบตจะใช้งานได้นานจริงหรือไม่ มาดูกันครับ

   ลำโพงบลูทูธตัวนี้มีชื่อรุ่นว่า Divoom Voombox Outdoor Bluetooth Gen2 นั้นเองครับ มีระบบเสียงที่เป็นแบบ 360 องศา นี่คือจุดเด่นอย่างแรกที่มีมาให้ในรุ่นนี้ รวมไปถึงสามารถกันน้ำได้ด้วย แต่ก่อนที่จะไปดูเรื่องของคุณภาพเสียงจะดีหรือไม่ดีอย่างไร ไปรีวิวรายละเอียดเกี่ยวกับตัวสินค้าสักนิดหนึ่งก่อนนะครับ เริ่มด้วยรายละเอียดที่เขียนเอาไว้ในคู่มือการใช้งานของลำโพงรุ่นนี้ก็คือเรื่องของการกันน้ำแบบ Weather resistant ตามมาตรฐาน IP44 ก็ประมาณว่าไม่ได้กันน้ำแบบสมบูรณ์เลย แต่จะกันน้ำแบบกันเปียก กันน้ำสาด กันแบบฝนตก น้ำกระเด็นใส่ แค่นั้นเอง อย่าเอาไปทดสอบว่ากันน้ำได้จริงไหม ไปจุ่มน้ำแช่ไว้นานๆ เลย อันนี้ไม่ได้นะครับ ส่วนของกำลังขับนั้นอยู่ที่ 15 W Output ในส่วนถัดมาก็จะสามารถใช้งานได้ตั้งแต่10-12 ชั่วโมงเลยทีเดียว ถือว่าใช้งานได้นานสะใจกันเลยทีเดียว ซึ่งแอดมินก็ลองทดสอบแล้ว ก็เปิดในระดับกลางๆ ก็ใช้งานได้นานเกือบๆ 3 วันเลยทีเดียวแต่เปิดวันละประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าๆ นะครับ ความจุแบตเตอร์รี่นั้นให้มาที่ 3600 mAh สิ่งที่ให้มาในกล่องก็จะมีแค่ สายชาร์จแบบ micro USb แล้วก็มีสาย AUX input 3.5 มม. มาให้แค่นั้นเอง ในส่วนของตัวเครื่องนั้น ออกแบบมาให้ดูคล้ายๆ กัน ก็คือทั้งสองด้าน อาจจะเนื่องด้วยการตอบสนองฟังก์ชั่น 360 องศา ก็คือจะมีลำโพงข้างในทั้งสองด้านเลย เดี่ยวจะได้รีวิวกันต่อไป มาดูในส่วนของปุ่มที่อยู่ด้านบนกันบ้าง ก็จะมีแค่ปุ่มเพาเวอร์ ปุ่มหยุดและเล่นเพลง ปุ่มบวกและลบเพื่อเพิ่มเสียง ลดเสียง แล้วก็สามารถเลื่อนเพลงไปข้างหน้าหรือย้อนหลังได้ที่ปุ่มบวกและลบเช่นกัน แต่ต้องกดค้างเอาไว้ แล้วก็จะมีปุ่มกด pair บลูทูธ แค่นั้นเอง แต่ที่เด่นอีกหนึ่งอย่างคือ มีฟังก์ชั่นแบบแตะแล้วติดอย่าง NFC มาให้ด้วย ใครที่ใช้สมาร์ทโฟนในฝั่ง Android แล้วมี NFC ด้วยเนี่ยนะครับ ก็สามารถเชื่อมต่อได้ง่ายๆ เลย สิ่งที่ขาดหายไปในตัวลำโพงพกพาตัวนี้ ที่หลายคนอาจจะยังใช้อยู่แต่ไม่มี ก็คือ ไม่สามารถใช้เป็น hand free ได้หรือว่ารับสายเรียกเข้าได้นั้นเอง รวมไปถึงไม่สามารถใส่ sd card ได้ แล้วก็ไม่สามารถใช้เป็นเพาเวอร์แบงค์ได้ นี่คือสิ่งที่ขาดไปในลำโพงตัวนี้

   มาดูกันที่ขนาดของตัวเครื่องกันบ้าง ความยาว 18 ซม. ความสูง 7.5 ซม. ความหนา 6 ซม. น้ำหนักของตัวเครื่องนั้นอยู่ที่ 650 กรัม ก็ลองเอาไปคิดเล่นๆ ดูนะครับว่าขนาดมันเท่านี้มันจะเหมาะสมกับเราหรือเปล่า อยากได้ใหญ่หรือเล็กกว่านี้ ก็ลองไปหาตัวอื่นๆ ดูที่ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวนะครับ แต่โดยรวมแล้วแอดมินว่าตัวนี้ก็จับถนัดมือดี เอาใส่กระเป๋าใบเล็กไปก็ได้เลย ในส่วนของบอดี้ทั้งตัวเลยจะเป็นอะลูมีเนียมอย่างดีเลย งานประกอบก็ดีด้วย แข็งแรง แล้วก็ลุยๆ ได้ในระดับหนึ่งเลย ถัดมาด้านในตัวเครื่องจะประกอบไปด้วยลำโพง full range ขนาด 2 นิ้ว จะมี 2 ตัวอยู่ข้างหน้าและข้างหลังอย่างละตัว ดูอย่างไงว่าข้างหน้า หรือ ข้างหลัง ง่ายๆ ครับ ข้างหน้าคือจะมีไฟ LED แสดงสถานการณ์เชื่อมต่ออยู่ นั้นคือด้านหน้าของตัวเครื่อง ถัดมา จะมี passive radiator ขนาด 2 นิ้วอยู่ 2 ตัวด้านหน้าและหลังเช่นกัน ตัวนี้จะทำหน้าที่ให้เสียบเบส อีกหนึ่งตัวก็คือโดม twitter ที่ให้เสียงแหลมขนาด 2 ซม. จำนวน 2 ตัวทั้งด้านหน้าและหลังอีกเช่นกัน จะทำงานแบบสเตอริโอ เพาเวอรืแอมป์ด้านในเป็นคราส ดี ข้างละ 7.5 W นั้นเอง

   ในส่วนของบุคลิกเสียงลำโพงบลูทูธ Divoom Voombox Outdoor Bluetooth Gen2 ตัวนี้ ต้องบอกว่าใครที่ชอบฟังเพลงที่เป็นแนวงานปาร์ตี้ นั่งล้อมวงกันปาร์ตี้เบาๆ ชิวๆ แล้วก็อยากจะมีเพลงฟังไปด้วยสบายๆ มีมิติของเสียงที่ครบเลย เบส กลาง แหลม แต่ไม่ได้หนักแน่นเท่าไหร่ แต่พอฟังได้ตามสถานที่ outdoor ที่ตรงตามรุ่นเลย จุดเด่นที่ชอบคือ 360 องศา คือได้ยินรอบๆ ตัวเครื่องเท่าๆ กัน ทั้งด้านหน้าและหลัง มิติของเสียงก็ได้ยินชัดเจนเท่าๆ กันทั้งหมดเลย นี่คือความเป็น outdoor ของลำโพงแบบพกพารุ่นนี้ ราคาอยู่ที่ประมาณ 2 พันบาทมีทอน เรียกว่าราคาคุ้มค่ากับฟังก์ชั่นเลยทีเดียว