Category Archives: ลำโพง

รีวิวลำโพงบลูทูธ Cambridge Go V2 สไตล์เสียงแบบผู้ดีอังกฤษ ความรู้สึกดีแค่ไหน?

 

   Cambridge Go V2 Bluetooth Audio smart ลำโพงพกาพที่มีแบตเตอร์รี่ในตัว สามารถเปิดต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 18 ชั่วโมง พร้อมฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อไร้สายผ่านบลูทูธรองรับ NFC รองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายแบบ APtX ให้ความมั่นใจว่าเชื่อมต่อได้คุณภาพเสียงที่ดี นี่คือฟังก์ชั่นการใช้งานแบบคร่าวๆ ของลำโพงพกพาแบรนด์ดังจากเมืองผู้ดีอังกฤษกันเลยทีเดียว ให้สไตล์เสียงที่เน้นความไพเราะเพราะพริ้ง ใสๆ กรุ้งกริ้งๆ อย่างแน่นอน แต่รายละเอียดในตัวลำโพงบลูทูธรุ่นนี้มีอีกมาก ไปติดตามกันเลย

   เริ่มต้นแกะกล่องเปิดดูก็จะเห็นว่ามีตัวลำโพงอยู่ด้านใน พร้อมกับคุณสมบัติเบื้องต้นที่บอกไปแล้ว แต่ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น ยังมีคุณสมบัติเด่นเพิ่มมาอีกก็คือ สามารถใช้เป็นเพาเวอร์แบงค์ เสียบชาร์จไฟให้กับสมาร์ทโฟนได้ในยามฉุกเฉิน จ่ายไฟอยู่ที่ 5v 1A ในส่วนของขนาดตัวลำโพงนั้น มีบอกเอาไว้ที่ด้านหลังกล่องว่ามีความยาวตัวเครื่องที่ 23.6 ซม. ความสูง 12.1 ซม. ความหนา 6 ซม. ก็เป็นลำโพงที่มีทรงแบนๆ ยาวๆ จับถือง่าย สามารถใส่กระเป๋าเดินทางพกพาไปที่ต่างๆ ได้เลย เปิดตัวมาด้วยกันให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีดำ สีขาว สีน้ำเงิน และสีแดง ก็ชอบสีไหนก็ลองเลือกกันได้ ส่วนอุปกรณ์เสริมที่ให้มาในกล่อง ก็จะมีสายเพาเวอร์ชาร์จไฟพร้อมหัวชาร์จตรงรุ่นมาให้เลย จ่ายไฟที่ 12v 2A พร้อมกับอแด็ปเตอร์แปลงหัวปลั๊กให้สามารถใช้งานได้ทั่วโลกมาด้วย สามารถพกพาไปต่างประเทศได้ พร้อมกับมีสายแจ็ค aux input 3.5 แถมมาด้วย 1 เส้นความยาว 1 ฟุต พร้อมกับคู่มือการใช้งานและใบรับประกันตัวสินค้า ก็มีเท่านี้เองในตัวกล่อง

   ภายในของตัวลำโพงบลูทูธรุ่นนี้ ก็จะประกอบไปด้วยดอกลำโพงแบบ woofer ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 ตัว พร้อมกับดอกลำโพงเสียงแหลม twitter ขนาด 0.75 นิ้ว จำนวน 2 ตัว ให้เสียงแบบ สเตอริโอ แยกเสียงซ้าย-ขวา พร้อมกับระบบขับเสียงแบบ 2.0 อีกด้วย คือแยกขับเสียงกลางเสียงต่ำและแยกขับเสียงแหลมต่างหาก ก็จะช่วยลดความผิดเพี้ยนของเสียงได้มากเลยทีเดียว พร้อมกับบริเวณด้านหลังตัวลำโพงเองนั้น ก็จะมีท่อจูนเบสแบบใช้ลมเป็น passive radiator จำนวน 1 ตัว ทำหน้าที่กระพือเสียงเบสโดยใช้ลม ในส่วนโหมดการใช้งานต่างๆ นั้นต้องบอกว่าเป็นลำโพงพกพาที่เน้นการฟังเพลงอย่างมากเลย เพราะอาจจะไม่มีฟังก์ชั่นเสริมอะไรมาให้มากมายนัก ไม่มีไมค์โครโฟนติดมาให้ ไม่สามารถกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์ได้ และอื่นๆ ก็ไม่มีนอกจากเพาเวอร์แบงคืและช่องเสียบแจ็ค 3.5 เท่านั้น ซึ่งโดยทั่วไปก็จะเชื่อมต่อผ่านบลูทูธเป็นหลัก ด้านบนก็จะมีปุ่มควบคุมการใช้งานต่างๆ ก็จะประกอบไปด้วยปุ่มเพาเวอร์ ปุ่มเลือกโหมดเชื่อมต่อ ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และจุดที่จะแตะ NFC อยู่ด้านบน มีเท่านี้เองใช้งานง่ายๆ

   อีกหนึ่งส่วนที่ค่อนข้างสำคัญในการรีวิวลำโพงบลูทูธรุ่นนี้ก็คงต้องบอกว่า เรื่องของน้ำเสียง เรื่องของบุคลิกเสียง แนวเสียงต่างๆ ที่แอดมินเองได้ทดสอบใช้งานมาสักระยะหนึ่งแล้วก่อนมาเขียนรีวิว ก็รู้สึกว่า นี่มันคือลำโพงที่ให้เสียงสไตล์ผู้ดีอังกฤษ ถ้าใครที่ชอบเน้นความดัง โหดๆ เบสหนักๆ เสียงแข็งๆ มันส์ๆ ลำโพงรุ่นนี้ให้คุณไม่ได้แน่นอน แต่สิ่งที่ให้ได้คือจุดดเด่นเลย เสียงกลางไปในโทนเสียงใส เสียงร้องจะมีความหวาน โทนอบอุ่น มิติเสียงนุ่มๆ ละมุนละไม พร้อมกับการฟังเพลงในสไตล์ชิวๆ ฟังสบายๆ ถ้าเปิดฟังในช่วงก่อนนอน พาให้เคลิ้มหลับไป ต้องบอกเลยว่าลำโพงรุ่นนี้น่าสนใจ เพราะจัดว่าให้มิติเสียงที่ดีมากเลย แต่ถ้าจะเปิดในช่วงระหว่างวันแบบเบาๆ คลอๆ ทำงานไปด้วยหรือเปิดในร้านกาแฟบรรยากาศดีๆ ก็เหมาะมากเลยทีเดียว แต่ถ้าเน้นความดังแข่งกับคนอื่น แข่งกับชาวบ้าน ลำโพงรุ่นนี้ก็แพ้ตั้งแต่อยู่ในมุ้งแล้วเช่นเดียวกัน

   อีกหนึ่งส่วนสำคัญเลยที่ต้องแจ้งกันกับเพื่อนๆ ที่เข้ามาอ่านริวิว ก็คือเรื่องของราคาค่าตัวเจ้าตัวลำโพงบลูทูธ Cambridge Go V2 รุ่นนี้ ค่าตัวอยู่ที่ 10,000 ยังมีทอน ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องของราคานั้นอาจจะดูแพงไปบ้าง แต่ถ้าอยู่ในระดับชื่อชั้นของแบรนด์แล้ว ก็คิดว่าเป็นลำโพงอีกหนึ่งตัวของคนชอบสะสมลำโพงแบรนด์ดัง ก็อาจจะหันไปมองและอยากได้มันไปครองอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ก็ต้องบอกว่าให้ทุกท่านที่คิดว่าจะซื้อก็ควรที่จะไปหาลองฟังด้วยหูของท่านเอง เห็นด้วยตาของท่านเองก่อน แล้วนำเอารีวิวของเราไปเป็นไกต์ไลน์ว่าเสียงแบบนี้มันจริงตามที่หูของท่านได้ยินหรือไม่ ท้ายที่สุดถ้าชอบถูกใจก็ซื้อได้เลยครับ

Review Monster BTW 218 Tower of music Wireless ลำโพงบลูทูธสัญชาติอเมริกา

   สำหรับการรีวิวลำโพงบลูทูธในครั้งนี้เราอยู่กับแบรนด์ Monster อีกหนึ่งตอนนะครับ หลังจากที่ได้รีวิวรุ่นใหญ่อย่าง Monster BTW 249 ไปแล้วเมื่อตอนที่ผ่านมา ทีนี้มาเจอรุ่นน้องที่มาเพียงแค่ตัวเดียว เป็นลำโพงแบบพกพาที่มีขนาดเล็กลง ใครที่ต้องการความคร่องตัวนิดหนึ่ง แต่ไม่ได้มีขนาดที่เล็กกะทัดรัดมากนักเนี่ยนะครับ คือใส่กระเป๋าเดินทางไปได้ อะไรแบบนี้ ถ้าพูดถึงแบรนด์ Monster แล้วก็คงต้องบอกว่าเป็นแบรนด์ระดับอินเตอร์ที่บ้านเราก็มีการตอบรับที่ดีแล้วก็เชื่อมั่นในคุณภาพแบะพลังเสียงพอสมควรเลยละ แต่สำหรับ Monster BTW 218 ที่แอดมินจะท่ำการรีวิวในครั้งนี้ คุณภาพจะเป็นอย่างไร ไปติดตามกันครับ

   มาเริ่มดูฟังก์ชั่นการใช้งานที่ลำโพงบลูทูธรุ่นนี้ให้มากันก่อนเลยนะครับ ด้านหน้ากล่องก็จะบอกเอาไว้ว่า สามารถที่จะเชื่อมต่อบลูทูธได้ แล้วก็ที่เพิ่มขึ้นมา แล้วก็มีมาในรุ่นนี้ด้วย ก็คือฟังก์ชั่นที่เป็นเอกสิทธิ์ของทาง Monster เค้านะครับ ก็คือ EZ-play ถ้าเพื่อนๆ ได้อ่านในตอนที่ผ่านมาตัว Monster BTW 249 จะรู้ว่าคืออะไร แต่จะอธิบายอย่างนี้ว่า EZ-play นั้นเป็นฟังก์ชั่นที่จะไว้เชื่อมต่อแบบไร้สายกับลำโพงรุ่นเดียวกันหรือรุ่นอื่นๆ ก็ได้ในยี่ห้อ monster ทั้งหมดที่มีฟังก์ชั่นนี้อยู่ มันจะสามารถให้ตัวใดตัวหนึ่งเป็นตัวแม่ จากนั้นจะทำการเชื่อมต่อกันได้สูงสุด 8 ตัว เพื่อให้เสียงนั้นมัน surround มากขึ้น จะเชื่อมต่อกันได้ระยะห่างไกลสุดที่ 30 เมตรเลยทีเดียว นอกจากนั้นก็จะยังเชื่อมต่อแบบสาย 3.5 มม. ได้ด้วย ตัวนี้รับสายเรียกเข้าคุยโทรศัพท์ผ่านลำโพงบลูทูธได้เลย แล้วก็สามารถเปลี่ยนให้มาเป็นเพาเวอร์แบงค์ได้ด้วย ก็ต้องถือว่าครบครันในเรื่องของการใช้งานแบบทั้งไร้สาย แล้วก็มีสายนะครับ

   อีกหนึ่งจุดเด่นที่ช่วยเสริมเรื่องของฟังก์ชั่นการใช้งานแบบ EZ-play ที่อยากให้ได้เสียงแบบ surround แบบไร้สายทั่วห้อง ทั่วพื้นที่ เพราะว่าเชื่อมต่อในแบบไร้สายนั้นค่อนข้างได้ไกลถ้าดูจากรูปภาพด้านบนนะครับ แล้วในลำโพงตัวเดียวจะมีการกระจายเสียงได้กว้างถึง 270 องศาเลยนะครับ คือแค่ลำโพงตัวเดียวก็เสียงกว้างมากเลย ด้านในประกอบด้วยดอกลำโพงแบบ twitter หรือดอกเสียงแหลม 2 ตัว ขนาด 2.5 นิ้ว 2 ตัว แล้วก็มีลำโพง woofer ขนาด 3 นิ้วอยู่ด้านหน้า เป็นลำโพงแบบ full range คือให้เสียงที่ได้ทั้งเสียงกลางและเสียงทุ้ม ด้านข้างก็จะมี passive radiator 3 นิ้ว 2 ตัวด้วยกัน คือเรียกว่าอัดแน่นมาด้วยลำโพงด้านในที่ครบทุกย่านเสียงเลย ในส่วนของกำลังขับนั้นอยู่ที่ 20 watts เป็นภาคขยายหรือแอมป์คราส ดี นั้นเองครับ สามารถใช้งานกันได้ยาวๆ ถึง 8 ชั่วโมงติดต่อกัน ความจุของแบตเตอร์รี่ให้นั้นมาที่ 2200 mAh

   มาดูในส่วนของการใช้งานกันบ้าง เมื่อเปิดกล่องขึ้นมาจะมีสายเสียบปลั๊กชาร์จได้เลย ไม่ต้องมีหัวชาร์จหรือว่าอแด็ปเตอร์เลย แล้วก็จะมีสาย 3.5 มม. มาให้ แล้วก็จะมีคู่มือการใช้งานมาให้ด้วย แล้วก็จะมีตัวลำโพงบลูทูธอยู่ด้านในมีที่ซับกันกระแทกแพ็คกิ้งมาอย่างดีเลย ขนาดของลำโพงนั้นอยู่ที่ความสูง 26.6 ซม. ความกว้างความยาวแบบสี่เหลี่ยมจุตรัศ ขนาด 12.2 ซม. ด้านบนก็จะมีหูหิ้วมาให้ด้วย ส่วนด้านบนของตัวเครื่องนั้นก็จะมีปุ่มการใช้งานต่างๆ อยู่ด้วยนะครับ เป็นปุ่มเพาเวอร์แล้วก็จะมีไฟบอกสถานะในการชาร์จแบต ถ้าชาร์จยังไม่เต็มจะมีไฟสีแดงขึ้นมา แต่ชาร์จเต็มแล้วไฟจะหายไป ชาร์จครั้งแรกควรชาร์จประมาณ 10 ชั่วโมงนะครับสำหรับเพื่อนๆ ที่ซื้อมาแล้ว ถัดมาจะมีโลโก้ NFC มาให้ด้วย ก็สามารถเชื่อมต่อแบบแตะแล้วติดอย่างที่บอกไปในหลายๆ ตอนได้ หรือจะกดปุ่ม pair บลูทูธ ก็ได้ด้วยเช่นกัน แล้วก็จะมีปุ่มเพิ่มเสียงลดเสียง ปุ่มกดรับสายเรียกเข้าต่างๆ ก็ถือว่าใช้งานได้ไม่ยากนัก ด้านล่างก็จะมีช่องเสียบชาร์จไฟ แล้วก็จะมีพอร์ด USB เพื่อเอาไว้เป็นเพาเวอร์แบงค์เท่านั้น ไม่ได้เป็นที่เสียบทั้มไดร์ฟเพื่อเปิดเพลงอะไรไม่ใช่นะครับ บอดี้ก็จะเป็นเหล็กก็ค่อนข้างทนทาน แข็งแรงพอสมควรเลยทีเดียว

   ในส่วนของมิติของเสียงที่ได้จากลำโพงบลูทูธตัวนี้นะครับ ก็อยากจะบอกว่าบุคลิกเสียงนั้นใครที่ชอบเสียงใสๆ นะครับ แอดมินว่ามันเหมาะกับการเอาไปติดตั้งในร้านอาหาร ร้านกาแฟ อะไรแบบนี้ที่ฟังเพลงเบาๆ มีเสียงใสๆ ฟังสบายๆ มีเสียงเบสแบบนุ่มลึก ฟังแล้วมีมิติดีมากเลยทีเดียว จะใช้แบบตัวเดียวหรือจะเชื่อมต่อแบบ EZ-play ก็ถือว่าทำได้ดีเลย เรื่องราคาอยู่ที่ประมาณ 5 พันบาทมีทอน ใครชอบก็ลองไปหาซื้อกันดูได้เลย

รีวิวลำโพงพกพา JBL FLIP 3 ลำโพงบลูทูธขนาดเล็ก กันน้ำได้ ลุยได้ในราคา 4,xxx บาท

 

   สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังมองหาลำโพงบลูทูธดีๆ สักตัวหนึ่ง ที่ให้เสียงที่ครบทุกย่านความถี่ แล้วก็สามารถพกพาไปได้ทุกๆ ที่ได้ด้วย แล้วก็พาไปลุยๆ ได้ด้วย ไปเที่ยวทะเล ไปเที่ยวน้ำตก ก็ไม่ต้องกลัวว่าตกน้ำแล้วจะพัง เพราะว่าในเว็บไซต์ 108plaza ครั้งนี้มีลำโพงแบบพกพาได้ แล้วก็สามารถกันน้ำได้ด้วย ตัวนี้เลยครับ มารีวิวกัน

   ตัวนี้คือลำโพงพกพา JBL FLIP 3 ซึ่งอย่างแรกที่ตอบโจทย์คนที่ชอบสีสันเป็นพิเศษ เพราะเปิดตัวออกมากันถึง 8 สีให้เลือกด้วยกัน ตามภาพด้านบน อย่างแรกที่เห้นได้ชัดเจนว่าลำโพงพกพาตัวนี้มันเปลี่ยนไปก็คือเรื่องของดีไซน์ ซึ่งถ้าดูจากลำโพงของ JBL หลายๆ รุ่น ที่มีทั้งรุ่นพี่ใหญ่ แล้วก็รุ่นน้องเล็ก จะมีฟังก์ชั่นที่เพิ่มขึ้นมาคือมีผ้าที่ใช้แทนตัวตะแกรงเหล็กแบบเดิม ที่เป็นผ้าที่สามารถกันน้ำได้ด้วย แล้วด้านในตัวเครื่องเอง ก็จะมีการซีนมาอย่างดี เป็นการซีนเพื่อที่จะกันน้ำได้อีกชั้นหนึ่งด้วย ก็ถือว่าเป็นเทรนด์ในยุคปี 2015 เป็นต้นมาว่า ลำโพงบลูทูธนั้น ต้องกันน้ำได้ ต้องนำไปสมบุกสมบันได้ด้วย ซึ่งบางคนจะชอบไปเที่ยวทะเลมาก บางทีหิ้วไปแล้วหลุดมือ จมน้ำไป ถ้าลำโพงที่กันน้ำไม่ได้ ก็จะพัง ในส่วนนี้ก็เลยแก้ปัญหามาให้แล้ว ก็คิดว่าน่าจะตรงใจใครหลายๆ คนมากเลยทีเดียว อีกหนึ่งจุดเด่นที่เพิ่มเข้ามาใน JBL FLIP 3 ตัวนี้ก็คือว่า จะมีตัว passive radiator มาให้ด้วย ตัวนี้คืออะไร ถ้าอ่านรีวิวของเราหลายๆ ตอนจะทราบได้ทันทีเลย มันคือตัวที่ช่วยทำให้มิติในเสียงเบสหรือพลังเบสนั้นกระหื่มขึ้นมาเยอะเลยทีเดียว ดังนั้นเรื่องของบุคลิกเสียงที่ได้ในลำโพงตัวนี้ แน่นอนว่าเสียงเบสต้องมาแน่นอน

   ในด้านของปุ่มการใช้งานต่างๆ นั้นก็นอกจากจะมีปุ่มเพาเวอร์ ปุ่มเพิ่มเสียง ลดเสียง ปุ่มเลื่อนเพลง แล้วก็ปุ่มกด pair บลูทูธ แล้วนั้นนะครับ อีกหนึ่งสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาใหม่เลยในรุ่นนี้ ก็คือปุ่ม JBL connect ถามว่าปุ่มนี้คืออะไร ก็คือ ปุ่มที่เอาไว้ใช้ในการเชื่อมต่อลำโพงบลูทูธหรือว่าลำโพงแบบพกพาของ JBL ตัวอื่นๆ เข้าด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่นว่า เราซื้อ JBL FLIP 3 รุ่นนี้มา 2 ตัว อยากจะให้ทั้ง 2 ตัวนี้ทำงานด้วยกัน เพื่อเพิ่มความดัง เพิ่มมิติของเสียงให้มัน surround มากขึ้น อะไรแบบนี้นะครับ หรือ ใครที่มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ อยากจะสร้างบรรยากาศในร้านด้ววยเสียงเพลง ก็เอาลำโพงทั้ง 2 ตัวนี้ไปติดตามมุมต่างๆ โดยที่ไม่ต้องเดินสายสัญญาณ อาจจะไปติดตามเสาที่มีปลั๊กไฟเสียบ แล้วจากนั้นก็กดปุ่ม JBL connect ตัวนี้ด้วยกันทั้ง 2 ตัว แล้วจากนั้นลำโพงทั้ง 2 ตัวจะเชื่อมต่อสัญญาณกันทันที โดยจะมีตัวใดตัวหนึ่งเป็นตัวแม่รับสัญญาณบลูทูธจากสมาร์ทโฟนหรือเครื่องเล่นต่างๆ แล้วก็ส่งไปยังอีกหนึ่งตัวที่เชื่อมต่อเข้าด้วยกัน ฟังก์ชั่นนี้ก็เพิ่มขึ้นมาในรุ่นนี้ด้วย แต่ถามว่าเทคโนโลยีแบบนี้มันมีแค่ JBL อย่างเดียวไหมที่ทำได้ คำตอบคือ ไม่ มีอีกหลายๆ แบรนด์ที่สามารถเชื่อมต่อกันได้ ก็เลือกเอาว่าข้อแตกต่างของการเชื่อมต่อแบบนี้ บางแบรนด์เชื่อมต่ได้ไกลถึง 100 เมตร บางแบรนด์เชื่อมต่อกันได้ถึง 8 ตัว หรือมากกว่านั้น อันนี้ก็ลองไปหาอ่านรีวิวของเว็บไซต์เราดูได้ แล้วก็เปรียบเทียบเรื่องของราคาและฟังก์ชั่นการใช้งานที่มันคุ้มค่ากันดูได้นะครับ สำหรับการใช้งานก็ตัวแบตเตอร์รี่นั้น สามารถใช้งานได้นานติดต่อกันประมาณ 10 ชั่วโมง ที่ความดังปกติ แต่ถ้าเร่งดังจนสุด ชั่วโมงการใช้งานก็จะลดลง แต่ถือว่าใช้งานได้นานเกิน 5 ชั่วโมงแน่นอน การชาร์จไฟกลับเข้าไปก็ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งก็เต็ม ก็จะใช้พอร์ด micro USB ที่เป็นสายชาร์จแบบ android ก็สามารถใช่ร่วมกันได้นะครับ

   อีกหนึ่งฟังก์ชั่นของลำโพงบลูทูธ JBL FLIP 3 ตัวนี้ก็สามารถใช้เป็น speaker phones ได้ด้วย มีไมค์โครโฟนในตัว รับสายเรียกเขาโทรศัพท์ได้นั้นเอง ในส่วนของบุคลิกเสียงนั้น ต้องบอกว่าชื่อเสียงของ JBL ที่ทำตลาดอยู่ในด้านของเครื่องเสียงและลำโพงก็ถือว่าไม่ธรรมดา แต่สำหรับลำโพงรุ่นนี้ FLIP 3 ก็ถือว่าจุดเด่นอย่างแรกเลยที่จับต้องได้ คือเสียงกลาง และ เสียงแหลม ที่ค่นอข้างเคลียร์ ฟังสบาย ไม่ปาดหู แต่เนื่องจากมันเป็นลำโพงที่ราคาไม่ได้สูงมากนัก มาตรฐานของเสียงตรงนี้ก็จะอยู่ในระดับกลางๆ ก็แล้วกันนะครับ ไม่ได้ถือว่าแย่ เอาเป็นว่าคนที่ไม่ได้หูเทพ หูทอง ก็ฟังได้ดีเลยทีเดียวแหละครับ แต่ลำโพงรุ่นนี้ก็ไม่ได้ถือว่าเป็นเสียงระดับ Hi-end แต่อย่างใด ราคาก็อยู่ที่ประมาณ 4,xxx บาทเท่านั้นเอง แต่ที่สุดแล้วเชื่อว่าทุกคนที่จะซื้อ ก็คงต้องไปฟังด้วยตัวเองดีกว่าว่าชอบหรือไม่ชอบอย่างไร เอารีวิวของเราไปเก้นไกต์ไลน์จะดีกว่านะครับ

รีวิวลำโพงบลูทูธกันน้ำได้ Divoom Voombox Outdoor Gen2 แบรนด์จากสิงคโปร์ มีระบบเสียง 360 องศาพกพาง่าย

 

   มากันอีกแล้ว! มาให้รีวิวกันอีกแล้วครับเพื่อนๆ สำหรับลำโพงแบบพกพาของแบรนด์ Divoom เป็นแบรนด์ที่มาจากประเทศที่ไม่ได้ไกลจากบ้านเรามาก ก็คือ สิงคโปร์แค่นี้เอง เป็นลำโพงพกพาขนาดเล็กที่สามารถกันน้ำได้ ลุยๆ ได้ แล้วก็พัฒนามาเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 2 แล้วสำหรับรุ่นที่จะรีวิวิกันในตอนนี้ คุณภาพเสียงจะดีแค่ไหน แบตจะใช้งานได้นานจริงหรือไม่ มาดูกันครับ

   ลำโพงบลูทูธตัวนี้มีชื่อรุ่นว่า Divoom Voombox Outdoor Bluetooth Gen2 นั้นเองครับ มีระบบเสียงที่เป็นแบบ 360 องศา นี่คือจุดเด่นอย่างแรกที่มีมาให้ในรุ่นนี้ รวมไปถึงสามารถกันน้ำได้ด้วย แต่ก่อนที่จะไปดูเรื่องของคุณภาพเสียงจะดีหรือไม่ดีอย่างไร ไปรีวิวรายละเอียดเกี่ยวกับตัวสินค้าสักนิดหนึ่งก่อนนะครับ เริ่มด้วยรายละเอียดที่เขียนเอาไว้ในคู่มือการใช้งานของลำโพงรุ่นนี้ก็คือเรื่องของการกันน้ำแบบ Weather resistant ตามมาตรฐาน IP44 ก็ประมาณว่าไม่ได้กันน้ำแบบสมบูรณ์เลย แต่จะกันน้ำแบบกันเปียก กันน้ำสาด กันแบบฝนตก น้ำกระเด็นใส่ แค่นั้นเอง อย่าเอาไปทดสอบว่ากันน้ำได้จริงไหม ไปจุ่มน้ำแช่ไว้นานๆ เลย อันนี้ไม่ได้นะครับ ส่วนของกำลังขับนั้นอยู่ที่ 15 W Output ในส่วนถัดมาก็จะสามารถใช้งานได้ตั้งแต่10-12 ชั่วโมงเลยทีเดียว ถือว่าใช้งานได้นานสะใจกันเลยทีเดียว ซึ่งแอดมินก็ลองทดสอบแล้ว ก็เปิดในระดับกลางๆ ก็ใช้งานได้นานเกือบๆ 3 วันเลยทีเดียวแต่เปิดวันละประมาณ 3 ชั่วโมงกว่าๆ นะครับ ความจุแบตเตอร์รี่นั้นให้มาที่ 3600 mAh สิ่งที่ให้มาในกล่องก็จะมีแค่ สายชาร์จแบบ micro USb แล้วก็มีสาย AUX input 3.5 มม. มาให้แค่นั้นเอง ในส่วนของตัวเครื่องนั้น ออกแบบมาให้ดูคล้ายๆ กัน ก็คือทั้งสองด้าน อาจจะเนื่องด้วยการตอบสนองฟังก์ชั่น 360 องศา ก็คือจะมีลำโพงข้างในทั้งสองด้านเลย เดี่ยวจะได้รีวิวกันต่อไป มาดูในส่วนของปุ่มที่อยู่ด้านบนกันบ้าง ก็จะมีแค่ปุ่มเพาเวอร์ ปุ่มหยุดและเล่นเพลง ปุ่มบวกและลบเพื่อเพิ่มเสียง ลดเสียง แล้วก็สามารถเลื่อนเพลงไปข้างหน้าหรือย้อนหลังได้ที่ปุ่มบวกและลบเช่นกัน แต่ต้องกดค้างเอาไว้ แล้วก็จะมีปุ่มกด pair บลูทูธ แค่นั้นเอง แต่ที่เด่นอีกหนึ่งอย่างคือ มีฟังก์ชั่นแบบแตะแล้วติดอย่าง NFC มาให้ด้วย ใครที่ใช้สมาร์ทโฟนในฝั่ง Android แล้วมี NFC ด้วยเนี่ยนะครับ ก็สามารถเชื่อมต่อได้ง่ายๆ เลย สิ่งที่ขาดหายไปในตัวลำโพงพกพาตัวนี้ ที่หลายคนอาจจะยังใช้อยู่แต่ไม่มี ก็คือ ไม่สามารถใช้เป็น hand free ได้หรือว่ารับสายเรียกเข้าได้นั้นเอง รวมไปถึงไม่สามารถใส่ sd card ได้ แล้วก็ไม่สามารถใช้เป็นเพาเวอร์แบงค์ได้ นี่คือสิ่งที่ขาดไปในลำโพงตัวนี้

   มาดูกันที่ขนาดของตัวเครื่องกันบ้าง ความยาว 18 ซม. ความสูง 7.5 ซม. ความหนา 6 ซม. น้ำหนักของตัวเครื่องนั้นอยู่ที่ 650 กรัม ก็ลองเอาไปคิดเล่นๆ ดูนะครับว่าขนาดมันเท่านี้มันจะเหมาะสมกับเราหรือเปล่า อยากได้ใหญ่หรือเล็กกว่านี้ ก็ลองไปหาตัวอื่นๆ ดูที่ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวนะครับ แต่โดยรวมแล้วแอดมินว่าตัวนี้ก็จับถนัดมือดี เอาใส่กระเป๋าใบเล็กไปก็ได้เลย ในส่วนของบอดี้ทั้งตัวเลยจะเป็นอะลูมีเนียมอย่างดีเลย งานประกอบก็ดีด้วย แข็งแรง แล้วก็ลุยๆ ได้ในระดับหนึ่งเลย ถัดมาด้านในตัวเครื่องจะประกอบไปด้วยลำโพง full range ขนาด 2 นิ้ว จะมี 2 ตัวอยู่ข้างหน้าและข้างหลังอย่างละตัว ดูอย่างไงว่าข้างหน้า หรือ ข้างหลัง ง่ายๆ ครับ ข้างหน้าคือจะมีไฟ LED แสดงสถานการณ์เชื่อมต่ออยู่ นั้นคือด้านหน้าของตัวเครื่อง ถัดมา จะมี passive radiator ขนาด 2 นิ้วอยู่ 2 ตัวด้านหน้าและหลังเช่นกัน ตัวนี้จะทำหน้าที่ให้เสียบเบส อีกหนึ่งตัวก็คือโดม twitter ที่ให้เสียงแหลมขนาด 2 ซม. จำนวน 2 ตัวทั้งด้านหน้าและหลังอีกเช่นกัน จะทำงานแบบสเตอริโอ เพาเวอรืแอมป์ด้านในเป็นคราส ดี ข้างละ 7.5 W นั้นเอง

   ในส่วนของบุคลิกเสียงลำโพงบลูทูธ Divoom Voombox Outdoor Bluetooth Gen2 ตัวนี้ ต้องบอกว่าใครที่ชอบฟังเพลงที่เป็นแนวงานปาร์ตี้ นั่งล้อมวงกันปาร์ตี้เบาๆ ชิวๆ แล้วก็อยากจะมีเพลงฟังไปด้วยสบายๆ มีมิติของเสียงที่ครบเลย เบส กลาง แหลม แต่ไม่ได้หนักแน่นเท่าไหร่ แต่พอฟังได้ตามสถานที่ outdoor ที่ตรงตามรุ่นเลย จุดเด่นที่ชอบคือ 360 องศา คือได้ยินรอบๆ ตัวเครื่องเท่าๆ กัน ทั้งด้านหน้าและหลัง มิติของเสียงก็ได้ยินชัดเจนเท่าๆ กันทั้งหมดเลย นี่คือความเป็น outdoor ของลำโพงแบบพกพารุ่นนี้ ราคาอยู่ที่ประมาณ 2 พันบาทมีทอน เรียกว่าราคาคุ้มค่ากับฟังก์ชั่นเลยทีเดียว

รีวิวลำโพงบลูทูธ Logitech X300 แบรนด์น้องใหม่ในตลาดลำโพงขนาดเล็กที่น่าจับตามอง

   ถ้าเอ่ยชื่อแบรนด์นี้ Logitech เพื่อนๆ ในสายเกมส์มิ่ง สายคอมพิวเตอร์ไอทีต่างๆ จะรู้จักกันอย่างดีเลยทีเดียว แล้วก็เชื่อมั่นในคุณภาพ ซึ่งส่วนมากจะรู้จักชื่อแบรนด์นี้ในกลุ่มสินค้าจำพวก เมาส์ คีย์บอร์ด อะไรพวกนี้มากกว่า แต่ในครั้งนี้เราก็ได้จะมารีวิวเมาส์ หรือ คีย์บอร์ดแต่อย่างใด แต่ Logitech เองเริ่มที่จะบุกตลาดเรื่องของกลุ่มสินค้าที่เป็นลำโพงขนาดเล็ก ลำโพงแบบพกพา อะไรแบบนี้มาแล้วเมื่อไม่นานมานี้ ทางเว็บไซต์ 108plaza ก็เลยเห็นว่ามันน่าสนใจ ก็ต้องนำมารีวิวกันสักนิดหนึ่งกับลำโพงบลูทูธตัวนี้เลย

   ลำโพงแบบพกพาตัวนี้ที่เพื่อนๆ เห็นในรูปด้านบนมีชื่อว่า Logitech X300 ซึ่งตอนที่เปิดตัวสินค้ามานั้น จะมีให้เลือกอยู่ด้วยกัน 3 สี ก็จะมีสีแดง สีดำ แล้วก็สีน้ำเงิน ในส่วนของฟังก์ชั่นการใช้งานที่บอกรายละเอียดมาที่ตัวสินค้านั้น ก็คือจะสามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายโดยผ่านสัญญาณบลูทูธได้ระยะไกลกว่า 10 เมตร สามารถรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์ได้ด้วย ตัวแบตเตอร์รี่นั้นสามารถใช้งานได้นานติดต่อกันถึง 5 ชั่วโมง โดยประมาณนะครับ การใช้งานจริงๆ ก็อาจจะได้นานกว่านั้นเพราะถ้าเปิดเบาๆ กลางๆ ไม่ได้เร่งจนสุดตลอดนะครับ สามารถเชื่อมต่อไร้สายได้กับสมาร์ทโฟนทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ทุกฝั่ง ตัวบรรจุภัณฑ์นั้นก็คุณภาพดีเลย แพ็คมาอย่างดี ด้านในก็ไม่ได้มีอะไรมาก มีคู่มือการใช้งานที่เป็นรูปภาพทั้งหมดเลย ก็ดูได้เข้าใจง่ายดี ส่วนตัวลำโพงเองนั้น ด้านในตัวลำโพงก็จะประกอบไปด้วยดอกลำโพงที่เป็นแบบ full range 2 ตัว ขนาด 2 นิ้วอยู่ด้านใน ด้วยการดีไซน์ที่แอดมินได้หาข้อมูลมา ด้านในตัวลำโพงนั้นจะมีการหันเข้าหากันประมาณ 30 องศา ถือว่าเป็นมุมที่ดีที่สุดในการทำให้มิติเสียงนั้นมันดียิ่งขึ้น อันนี้ในข้อมูลของทางผู้ผลิตเขาชี้แจงมานะครับ แต่ดีไม่ดีจริงหรือไม่นั้น ช่วงท้ายมีคำตอบ แล้วถัดมาด้านในก็จะยังมีตัวช่วยในการเสริมพลังเบสด้วย passive radiator ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 ตัวด้วยกัน ส่วนด้านหน้าตัวเครื่องนั้น จะเห็นว่ามีปุ่มการทำงานต่างๆ ไม่ได้มากนัก ก็จะมีแค่ปุ่มเพาเวอร์ ปุ่มเพิ่มเสียง ลดเสียง ปุ่ม pair บลูทูธแล้วก็เป็นปุ่มกดรับโทรศัพท์ด้วย ลำโพงตัวนี้มีไมค์โครโฟนในตัว ส่วนด้านหลังนั้นก็จะมีช่องเสียบสาย AUX 3.5 มม. แบบ input มาให้ แต่ไม่ได้แถมสายเชื่อมต่อมาให้ ต้องไปหาซื้อเองให้ใครจะใช้งานในโหมดนี้นะครับ จะมีแต่สายชาร์จแบบ micro USB มาให้เท่านั้น แล้วก็มีพอร์ดที่เอาไว้เสียบชาร์จแบตเตอร์รี่อยู่ที่ด้านหลัง ส่วนน้ำหนักของตัวเครื่องนั้นอยู่ที่ประมาณ 300 กรัมเท่านั้นเอง ขนาดก็ถือว่าไม่ได้ใหญ่มาก เป็นลำโพงบลูทูธขนาดเล้กกระทัดรัดที่พกพาได้สะดวกดี บอดี้ส่วนใหญ่ด้านหลังเป็นลัฟเบอร์ ตระแกรงด้านหน้าเป็นแบบพลาสติก ก็อาจจะไม่ได้ทนทานอะไรนัก แต่ก็ถือว่าไปลุยๆ ได้พอประมาณนะครับ เมื่อวัดขนาดของตัวลำโพงแล้ว ความยาวประมาณ 15 ซม. ความกว้างประมาณ 7 ซม. ก็ลองเอาไปคำนวนกันดูว่ามันเหมาะกับเราไหม อะไรแบบนั้นนะครับ เพราะว่าเพื่อนๆ หลายคนกำลังมองหาลำโพงที่มันมีขนาดเล็กๆ แต่ให้เสียงที่มันดัง ตัว Logitech ตัวนี้ก็ถือว่าค่อนข้างดีมากเลยทีเดียวนะครับ

   รายละเอียดของตัวลำโพงก็ไม่ได้มีอะไรมากนะครับ ฟังก์ชั่นอย่าง NFC ก็ไม่มี หรือว่าจะเป็นช่องเสียบการ์ดต่างๆ ก็ไม่มี ถือว่าเป็นลำโพงบลูทูธตัวเริ่มต้นสำหรับคนที่คิดจะเล่นลำโพงแบบนี้ก็พอได้นะครับ เพราะว่าราคานั้นก็ไม่ได้แพงมากอะไร บอกกันไว้ก่อนเลยแล้วกันก็ได้ว่า ราคาค่าตัวของตัวลำโพงบลูทูธ Logitech X300 ตัวนี้อยู่ที่ประมาณ 2,xxx บาทเท่านั้นเองครับ ไม่ได้แพงมาก หลังจากที่แอดมินเองได้ทดสอบมาก่อนหน้านี้แล้ว ได้ตัวสินค้ามาก็ประมาณ 1 เดือนเห็นจะได้แล้ว ค่อนข้างได้ทดสอบใช้งานกันนานพอสมควร แล้วก็ต้องบอกว่าราคากับคุณภาพนั้น แนะนำเลยว่าน่าเล่นอีกหนึ่งตัวในราคาที่ไม่แพงนัก เพราะว่าอะไร คำตอบก็คือ อย่างแรกเลยเรื่องของการเปิดเพลง แอดมินคิดว่าทุกแนวฟังจากลำโพงตัวนี้ได้หมดเลย เสียงกลางที่เด่นออกมาแบบกว้างมาก ถ้าฟังในห้องที่ไม่ได้ใหญ่มากมายอะไร ถือว่าค่อนข้างจะโปร่งดีเลยทีเดียว

   ส่วนเรื่องของมิติเสียงเบสนั้นบอกเลยว่านุ่มลึก แต่อาจจะไม่ได้กระแทกกระทั้น หนักหน่วง แต่ก็มีมิติดีครับ ส่วนเสียงแหลมก็ไม่ได้ปาดหูแต่อย่างใด สรุปแล้วลำโพงบลูทูธ Logitech X300 ถือว่าเป็นลำโพงในรุ่นเริ่มต้นที่น่าสนใจเลยทีเดียว

Review Focal Easya Smart Speaker ลำโพงแบบตั้งพื้น เครื่องเสียงระดับ Hi-end อีกหนึ่งรุ่น

                   เว็บไซต์ 108plaza ของเราเคยรีวิวลำโพงแบบพกพาขนาดเล็กๆ เรื่อยมา แต่ดูเหมือนว่าครั้งนี้จะมากันแปลกแวกแนวสักนิดหนึ่ง เพราะทางทีมงานของเราได้ลำโพงแบบตั้งพื้นที่เป้นลำโพงเพาเวอร์เสียงดังๆ เปิดฟังในบ้านนี่ไม่ต้องกลัวเลย เรียกว่างานปาร์ตี้ งานคาราโอเกะ อะไรแบบนี้ได้สบายๆ เลย แต่เสียงจะดีไหม แล้วจะเป็นรุ่นไหนอะไร มาติดตามกันเลยครับ

                      สินค้าอินเทรนด์ของเราที่ได้มารีวิวครั้งนี้ ที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ในรูปตัวอย่างด้านบนนี่แหละนะครับ มีชื่อว่า Focal Easya เรียกว่าอัดแน่นมาด้วยดีไซน์ล้วนๆ เลยทีเดียว เป็นแบบตั้งพื้นที่เอาไว้ข้างๆ ทีวี ทำเป็นโฮมเทียร์เตอร์อะไรแบบนี้ได้เลย แต่มาดูรายละเอียดเกี่ยวกับตัวสินค้ากันก่อนเลยดีกว่า

                     ในส่วนแรกมาดูที่กำลังขับกันก่อน ตู้ลำโพงทั้งสองใบนั้นจะมีเพาเวอร์แอมป์หรือว่าภาคขยายในตัวอยุ่แล้วทั้งสองใบ จะมีกำลังขับอยู่ที่ ข้างละ 85 wrms แล้วลำโพงทั้งสองใบนั้น จะสามารถเชื่อมต่อกับแบบไร้สายด้วยจะเป็นแบบ wireless ไม่ต้องไปเดินสายเชื่อมต่อให้ยุ่งยาก หาแค่ปลั๊กเสียบไฟเท่านั้นพอเลย จากนั้นลำโพงทั้งสองใบ จะถูกควบคุมและสั่งการโดยจะมีตัว Hub อยู่หนึ่งตัว จะคอยรับส่งสัญญาณต่างๆ ให้กับภาคขยายแล้วก็ไปดังที่ลำโพงอีกต่อหนึ่ง ถัดมาในส่วนของตัวรับสัญญาณนั้นก็จะสามารถเชื่อมต่อผ่านฟังก์ชั่นต่างๆ ฟังก์ชั่นแรกเลย ก็จะมีบลูทูธ v4.0 ด้วยเป็นมาตรฐานใหม่เลย แล้วก็มี USB port มาให้ 1 ช่อง มี optical 1, optical 2 ถัดมาก็จะมีการเชื่อมต่อแบบ analog 1 , analog 2 ก็คือจะสามารถเชื่อมต่อสายแบบ AUX input 3.5 มม. แล้วก็แบบสาย RCA ได้ดวย ด้านหลังตัวเรื่องก็จะมีแค่ช่องเสียบสายไฟเท่านั้นเอง ด้านบนตัวเครื่องรับหรือ Hub ตัวที่กล่าวถึงนี่นะครับ ก็จะมีปุ่มเลือกโหมด input ต่างๆ เพียงปุ่มเดียวเท่านั้นเอง แต่ก็จะมีตัวรีโมทคอนโทรนมาให้เล็กๆ อีกหนึ่งตัว เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งานด้วย ก็จะสามารถสั่งการผ่านรีโมทได้แค่เพิ่มเสียง ลดเสียง เลื่อนเพลง ปิดเสียง แล้วก็เลือกโหมดต่างๆ ในการ input เท่านั้นเอง แต่รีโมทของ focal easya ตัวนี้จะสามารถไปจุนหาคลื่นความถี่เพื่อไปใช้งานร่วมกับเครื่องเล่นอื่นๆ อย่างเช่น เครื่องเล่นซีดี ดีวีดี ตัวอื่นๆ ได้ด้วย รายละเอียดก็จะมีในคู่มือการใช้งานเลย รวมไปถึงว่าการวางตำแหน่งที่ถูกต้อง ที่จะได้คุณภาพเสียงที่ดีมากที่สุด ควรห่างกันเมตร ห่างกันในองศาประมาณไหน อันนี้ขึ้นอยู่กับพื้นที่ต่างๆ ที่เราเอาไปวาง ก็จะมีบอกในคู่มือเช่นกัน เพื่อนๆ คนไหนที่ซื้อไปแล้ว วางไม่ถูกต้อง ก็ลองไปดุภาพในคู่มือได้ เพื่อความคุ้มค่าของเงินที่ซื้อไปและมิติเสียงที่ดีขึ้นนั้นเองนะครับ

                      Focal Easya ลำโพงตั้งพื้นคู่นี้มีเปิดตัวมาให้เลือกซื้อกันอยู่ 2 สีด้วยกัน ก็คือ สีดำกรอสซี่ แล้วก็สีขาวกรอสซี่นั้นเอง ส่วนประกอบด้านในของตู้ลำโพงทั้งสองใบก็จะมีดอกลำโพงเสียงแหลมหรือว่า twitter ที่เป็นการออกแบบของ focal โดยเฉพาะเลย จะเป็นโดมแบบกรวยหลุม ซึ่งปกติดอกลำโพง twitter ทั่วไปจะเป็นแบบโดมกรวยนูนขึ้นมา ถัดลงมาก็จะมีดอกลำโพงเสียงกลาง แล้วก็เสียงเบส มีขนาด 5 นิ้วทั้งคู่เลย ก็เรียกว่ามีแหล่งกำเนิดเสียงที่ครบทุกอย่างเลยทีเดียว ส่วนด้านหลังของตู้ลำโพง ทั้งสองใบจะเหมือนกันนะครับ คือจะมีแค่ช่องเสียบปลั๊กไฟเข้า แล้วก็มีปุ่มเปิดปิด แล้วก็จะมีสวิทย์ให้เลือกว่าจะเอาตู้ลำโพงใบนี้เป็นข้างซ้าย หรือ ขวา แล้วก็จะมีปุ่มไว้เพื่อกด pair สัญญาณเชื่อมต่อกันกับลำโพงทั้งสองใบเข้าหากัน เท่านั้นเอง ทุกอย่างจะสั่งการผ่านตัว Hub แล้วก็รีโมทคอนโทรนทั้งสิ้นเลยนะครับ ซึ่งการใช้งานทั้งหมดก็คงจะไม่ยากนะครับ ก็แค่เสียบปลั๊กทุกตัวเลย แล้วจากนั้นก็ทำการเชื่อมต่อกันทั้งตัวที่จะเป็นเครื่องเล่นหรือว่าจะเชื่อมต่อบลูทูธก็ตามแต่ ส่วนใครที่ไม่เข้าใจ ก็สามารถเลือกอ่านคู่มือการใช้งานได้ ก็จะมีรูปภาพและขั้นตอนการใช้งานบอกเอาไว้ด้วย

                      สำหรับสินค้าอินเทรนด์ที่นำมารีวิวในครั้งนี้ตัว Focal Easya ตัวนี้เรื่องสุดท้ายที่จะรีวิวไม่รีวิวไม่ได้เลย นั้นก็คือ บุคลิกของเสียงที่ได้จากลำโพงทั้งคู่นี้เป็นอย่างไร ก็ต้องบอกว่าคุณภาพเสียงนั้นดีเลย แบรนด์ Focal ก็เป็นอีกหนึ่งค่ายที่ทำสินค้ามาได้เยี่ยมยอด คือต้องบอกตามจริงเลยว่าฟังในบ้าน แบบ in door เสียงทุกย่านมาเต็ม ถึงกำลังขับจะน้อย แต่เสียงที่ดังนั้นเรียกว่าเอาอยู่ แต่ถามว่าเหมาะกับการฟังในที่กว้างๆ โล่งๆ out door หรือไม่ ก็คงใช้งานผิดประเภทแน่นอน ไม่เหมาะครับ กำลังขับไม่พอ เสียงไม่ดังกระหึ่มพอแน่นอน ราคานั้นน่าตกใจครับ ราคาหลักแสนต้นๆ เลยทีเดียว ถ้าใครมีงบพอ ก็ลองไปหาฟังกันดูได้ ชอบใจซื้อได้เลย ส่วนแอดมินไม่เอาด้วยคนครับ

 

รีวิว Audioengine A5+ ลำโพงคุณภาพดีสัญชาติอเมริกา

   108plaza รีวิวสินค้าอินเทรนด์ในครั้งนี้นะครับ ผมมีลำโพงที่มีเพาเวอร์แอมป์ในตัวมาทำการรีวิวให้เพื่อนๆ คนที่ชอบฟังเพลงเบาๆ ไม่ได้ดังมาก มีทั้งเสียงเบส เสียงกลาง เสียงแหลม ครบเลย แค่ตู้ลำโพงเพียง 2 ใบเท่านั้น เหมาะสำหรับคนที่อยู่คอนโด อยู่อาพาร์ทเมนท์ อยู่หอพัก อยู่พื้นที่ที่มีใช้สอยไม่มากนัก ใช้เครื่องเสียงที่ดังมากไม่ได้ อะไรแบบนี้ แต่ถามว่าลำโพงที่ผมนำมารีวิววันนี้ดังครับ ทำเป็นโฮมเทียร์เตอร์ส่วนตัวได้อย่างสบายๆ เลยนะครับ

   ลำโพงที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ในรูปด้านบนและด้านล่างนี้เป็นลำโพงจากค่าย Audioengine ครับ ถ้าถามเรื่องของแบรนด์ก็คงจะไม่ค่อยคุ้นหูกันสักเท่าไหร่ แต่เป็นแบรนด์จากอเมริกาครับ แล้วผู้ผลิตรายนี้เองเค้าก็ไม่ได้พึ่งมาทำเครื่องเสียงหรือลำโพงขายกันเมื่อปีสองปีที่ผ่านมานะครับ เค้ามีประสบการณ์ผลิตสินค้าพวกนี้ให้กับหลายๆ แบรนด์ชั้นนำมาก่อน เป็นการผลิตแบบ OEM มาค่อนข้างนานแล้วนะครับ เพราะฉะนั้น เรื่องคุณภาพเสียงที่ได้นั้นไม่ธรรมดา ว่ากันอย่างนี้ในเบืองต้นนะครับ เพราะผมก้ได้มีโอกาสลองใช้งานมาก่อนหน้านี้แล้ว ที่จะมาเขียนรีวิวนะครับ แล้วชื่อรุ่นของลำโพงนี้คือ A5+ นั้นหมายความว่าก่อนหน้านี้ก็มีอีกหลายๆ รุ่นที่ได้ทำมาจำหน่ายขายกันทั่วโลกแล้วนะครับ ถ้าหลายคนรู้จักในบ้านเราที่เด่นๆ ก็จะมีรุ่น A2 และ A5 แล้วก็มาเป็น A5+ ตัวนี้นั้นเอง

   ตอนที่ผมได้สินค้าตัวนี้มารีวิวเนี่ยนะครับ ก้แพ็คเป็นกล่องมาอย่างดีเลย แกะกล่องออกมาก็จะเห็นว่ามีถุงผ้าห่อมาให้ด้วยอย่างดีเลย มีมาให้สองใบเลยนะครับสำหรับถุงผ้านี้ ไม่ต้องทิ้งนะครับ ซึ่งเราสามารถใช้ถุงผ้านี้ไปห่อเอาไว้เวลาที่เราไม่ได้เปิดใช้นานๆ หรือว่าตอนที่เราไม่ได้อยู่บ้านนานๆ ฝุ่นละอองต่างๆ มาเกาะ เราก็คลุมเอาไว้ ใส่ถุงผ้าไว้ เพื่อให้มันดูใหม่อยู่เสมอด้วยนั้นเอง ส่วนเรื่องของอุปกรณ์เสริมต่างๆ ก็มีมาให้ในถุงแล้วเช่นกัน ก็จะมีตัวรีโมทคอนโทรน แล้วก็มีคู่มือการใช้งานต่างๆ รวมไปถึงสายสัญญาณต่างๆ ที่จะต้องเชื่อมต่อกับลำโพงอีกตัวไปหาลำโพงตัวที่มีเพาเวอร์แอมป์อีกหนึ่งตัว ให้มาครบครับ เมื่อแกะถุงออกมาเรียบรอยจะเห็นว่ามีตู้ลำโพงหนึ่งใบที่จะเป็นภาคขยายอยู่ด้วย แล้วอีกหนึ่งใบก็จะมีแต่พอร์ดเชื่อมต่อแล้วก็ดอกลำโพงอย่างเดียวนะครับ ข้อแนะนำของการวางตู้ลำโพงยี่ห้อนี้คือจะไม่วางเหมือนกับยี่ห้ออื่นๆ ที่จะต้องเอาลำโพงที่มีภาคขยายเนี่ยเอาไว้ด้านซ้าย ในขณะที่เราหันหน้าเข้าทางด้านหน้าของดอกลำโพงนะครับ ซึ่งทั่วไปแล้วเค้าจะเอาลำโพงตัวที่มีภาคขายเอาไว้ด้านขวาใช่ไหมละครับ แต่ตัวนี้ ยี่ห้อนี้เอาสลับด้านกันครับ เพื่อให้ได้เสียงแบบ stereo ที่ดีขึ้น แล้วก็ชัดเจนขึ้นด้วยนะครับ ซึ่งโดยสเปคที่เขียนมาให้ในคู่มือของตัวลำโพงคู่นี้จะมีกำลังขับอยู่ที่ 150watts/rms นะครับ คือถ้าเป็นสองข้างก็ข้างละ 75watts/rms นั้นเองครับ แล้วก็เป็นวัดซ์จริงๆ ที่มีกำลังขับได้ด้วยนะครับ ไม่ใช่กำลังวัดซ์ขับที่มีโอเวอรืเหมือนเครื่องเสียงทั่วไปที่ขายกันตามร้านนะครับ เพราะฉะนั้นเนี่ย เรื่องของเสียงมันดังแน่นอนเลย มะรรมดาอย่างที่บอกไปนะครับ

   วิธีการเชื่อมต่อสายลำโพงนะครับ ซึ่งตัวที่ให้สายลำโพงมาในกล่องจะยาวประมาณ 3 เมตรนะครับ จะวางไว้ห่างเท่าไหร่ก็ได้ตามแต่พื้นที่ในบ้านเลยครับ แต่ข้อสำคัญของสายลำโพงตัวนี้มันจะไม่ได้เป็นแจ็คเสียบนะครับ มันจะเปลือยสายมาให้เราหนีบเข้ากับพอร์ดเสียบสายลำโพงด้านหลังภาคขยายนะครับ วิธีการก็คือว่า จะมีสายไฟที่มีสีทองแดง กับ สีเงินๆ จาวๆ อย่างละเส้น ให้เราเส้นสีทองแดงเนี่ยนะครับเข้าไปหนีบกับรูสีแดง แล้วสีเงีนนั้นเข้าไปเสียบกับรูสีดำนะครับ เพื่อไม่ให้การต่อแบบกลับเฟต ถ้าต่อผิดเสียงมันจะไม่ดีเท่าที่ควร จะมีเสียงบอดอยู่ตรงกลางดอกลำโพง

   เมื่อต่อสายลำโพงเรียบร้อยแล้ว ก็จะสามารถเลือกเชื่อมต่อเข้ากับเครื่องเล่นต่างๆ ได้หมดเลย จะเป็นสายแบบ RCA ที่เอาไว้เสียบต่อกับเครื่องเล่น หรือ แจ็ค 3.5 ที่เอาไว้ต่อกับสมาร์ทโฟนหรือเครื่องเล่นอื่นๆ ได้เลย ส่วนตัวรีโมทคอนโทรนและปุ่มกดฟังก์ชั่นต่างๆ ของตัวลำโพงก็ง่ายๆ ก็จะมีปุ่มกดเปิด-ปิด ปุ่มเพิ่มลดเสียง แล้วก็ปุ่มกดปิดเสียง เท่านั้นเอง ส่วนเรื่องของการใช้งานหลังจากที่ผมได้เชื่อมต่อกับเครื่องเล่นครบแล้ว ก็ต้องมาเปิดลองกันครับ ผลที่ได้นั้นก็จะได้เสียงที่นุ่มลึกของเสียงเบสครับ แล้วจะเห็นว่ารูปลํกษณะของดอกเสียงแหลมจะมีลักษณะที่หันออกไปด้านนอก ทำให้เรนซ์ของเสียงนั้นกว้างขึ้น เพราะฉะนั้นเสียงกลางและแหลมดูกลมกลืนไปด้วยกันได้ดีครับ จุดเด่นของสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ก็น่าจะอยู่ที่เสียงเบสที่นุ่มแล้วก็ลึกครับ