Category Archives: สินค้าอินเทรนด์

REVIEW สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 2ล้อ มีไฟ LED รุ่น NN-HB01/B ใช้งานง่ายเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

   เมื่อพูดถึงเรื่องของเทคโนโลยีในปัจจุบันนี้แล้วถือว่ามีการพัฒนาจากอดีตมากเยอะมาก ทั้งเทคโนโลยีด้านการสื่อสาร เทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรม เทคโนโลยีด้านคมนาคม เป็นต้น จนมันทำให้การใช้ชีวิตของเราสะดวกสบายยิ่งขึ้นไม่มีความยุ่งยากวุ่นวายแบบเดิม จนบางครั้งมันก็ทำให้เรากลายเป็นคนขี้เกียจไปเลยเพราะมันคอยมีพวกเทคโนโลยีต่างๆเหล่าคอยช่วยเหลือ ข้อดีของเทคโนโลยีในตอนนี้ คือ มันทำให้ชีวิตของเราสะดวกสบายมากขึ้น รับรู้ข่าวสารบ้านเมืองต่างๆเร็วขึ้น เดินทางขึ้นรถลงเรือได้อย่างรวดเร็ว แต่เมื่อมันมีข้อดีแล้วมันก็ต้องมีข้อเสียเช่นกัน ถ้าเราใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ไปในทางที่ผิดมันก็ส่งผลเสียกับเราได้ เช่น ใช้เทคโนโลยีในด้านการสื่อสารที่ผิดวิธี ใช้เพื่อล่อลวงคนอื่นใช้ฉ้อโกงเอาทรัพย์สินของผู้อื่นเป็นต้น เพราะฉะนั้นเราก็ควรที่จะเลือกใช้เทคโนโลยีให้มันเหมาะสมที่สุดเพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของเรา อย่างในวันนี้เราจะมารีวิวสินค้าอินเทรนด์ที่ช่วยให้การเดินทางของเราสะดวกขึ้นแต่สะดวกในระยะทางใกล้ๆแค่นั้นเพียงแค่ไม่กี่กิโลเมตรและเหมาะกับการเดินทางบนทางเท้า ไม่เหมาะกับการนำไปใช้ในถนจริงๆ เพราะจะเกิดอันตรายได้ง่ายขึ้นมากและต้องเป็นสถานที่ที่คนไม่พลุกพล่าน เช่นสวนสาธารณะ ทางเดินเล่นในหมู่บ้าน เพราะมันจะกลายเป็นไปเกะกะการเดินของคนอื่น นั่นคือ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 2ล้อ เพราะเมื่อก่อนเราจะเคยเห็นแต่สกู๊ตเตอร์ที่เขาขึ้นมาสูงๆและต้องใช้แรงของเราในการขับเคลื่อนมันไปข้างหน้าแต่ตอนนี้มีนวัตกรรมใหม่ ถือว่าเป็นนวัตกรรมแห่งอนาคตเลยก็ได้ค่ะ พูดอีกอย่างได้คือว่าเป็นของเล่นของคนรวยหรือคนที่มีเงินเท่านั้น ถ้าคนธรรมดาก็คงไม่หาซื้อมาใช้งานกันแน่นอน เราลองมาดูคุณสมบัติและการใช้งานของมันกันนะคะว่าเป็นอย่างไรบ้าง

 

หลักการทำงานของ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 2ล้อ คือ มันจะมีมอเตอร์ทั้งสองข้างที่ทำงานอย่างอิสระต่อกัน โดยมอเตอร์แต่ละข้างจะหมุนด้วยความเร็วต่างจากการยืนทรงตัวของเรา จึงทำให้เกิดการเดินหน้า ถอยหลัง เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา หมุนรอบตัวเองได้อย่างง่ายดาย เพราะฉะนั้นตัวเครื่องจึงไม่มีตำแหน่งบอกว่าด้านไหนคือด้านหน้าและด้านไหนคือด้านหลัง เราจึงสามารถใช้งานได้ทั้งสองด้าน แต่จะแนะนำให้ด้านที่มีไฟ LED ไว้เป็นทางด้านหน้าจะดีกว่า เมื่อเรายืนทรงตัวอยู่บนเครื่องเล่นแล้ว น้ำหนักที่เท้าของเราที่เหยียบลงไปบนตัวเครื่องจะทำให้มอเตอร์นั้นทำงาน

เมื่อเราใช้เท้าของเรากดไปทางด้านหน้าหรือด้านหลัง จะทำให้ไจโรสโคปวัดค่าแล้วส่งไปยังมอเตอร์ให้ทำงาน ไจโรสโคป คือป็น อุปกรณ์ที่อาศัยแรงเฉื่อยของล้อหมุน เพื่อช่วยรักษาระดับทิศทางของแกนหมุน ประกอบด้วยล้อหมุนเร็วบรรจุอยู่ในกรอบอีกทีหนึ่ง ทำให้เอียงในทิศทางต่างๆ ได้โดยอิสระ นั่นคือเราจะหมุนในแกนใดๆ ก็ได้ โดยไจโรสโคปนี้จะอยู่ทั้งสองฝั่งทั้งด้านซ้ายและด้านขวาของสกู๊ตเตอร์ ถ้าเรากดเท้าไปด้านหน้ามากๆไจโรสโคปจะถูกบิดไปข้างหน้ามากมันจึงสั่งให้มอเตอร์เคลื่อนที่เร็ว แต่กลับกับถ้าเรากดเท้าไปด้านหลังเบาๆไจโรสโคปจะสั่งมอเตอร์ให้เคลื่อนที่ช้า เราจึงสามารถควบคุมความเร็วด้วยเท้าของเราได้

ในกรณีที่เราต้องการหยุดให้กดเท้าไปทางด้านหลังเบาๆ เพื่อให้ตัวเครื่องนั้นหยุดอยู่กับที่ และการถอยหลังก็เช่นเดียวกันให้เรากดเท้าไปทางด้านหลัง เพราะฉะนั้นความเร็วหรือช้า จะขึ้นอยู่กับแรงที่เรากดเท้านั่นเอง ส่วนการหมุนรอบตัวหรือเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวานั้น เกิดจากการที่เราดันเท้าของเราไปทางด้านใดด้านหนึ่งโดยที่จะเป็นทางซ้ายหรือทางขวาก็ได้ไม่เท่ากัน มอเตอร์จึงหมุนด้วยความเร็วไม่เท่ากันทำให้เกิดการหมุนและการเลี้ยว

 

คุณสมบัติของ สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า 2ล้อ นี้คือ มีขนาดเล็กไม่ใหญ่และเทอะทะจนเกินไป มีน้ำหนักเบาเพียง 10กิโลกรัมซึ่งรวมแบตเตอรี่แล้ว ใช้แบตเตอรี่ลิเธียม 36 v, 4.4Ah ของ SAMSUNG ชาร์จเต็มใช้เวลาเพียง 1-2 ชั่วโมง ล้อตันเป็นล้อแม็คเมทัลลิกสีเงิน ดูสวยงาม เคลื่อนที่ด้วยการยืนทรงตัว ดีไซน์สวยงามกว่ารถแบบล้อเดียว ทรงตัวได้ง่ายกว่าใช้งานได้สนุกกว่าด้วย รับน้ำหนักได้ถึง 120 กิโลกรัม ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 14 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถวิ่งได้ระยะทาง 20-25 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟเต็มที่ 1ครั้ง ล้อมมีขนาด 6.5 นิ้ว มีไฟ LED สวยงามสะดุดตา

เมื่อเพื่อนๆทราบถึงคุณสมบัติและหลักการใช้งานของสินค้าอินเทรนด์ อย่างสกู๊ตเตอร์ 2ล้อ แล้วคงทำให้ใครหลายๆคนตัดสินใจได้ว่าจะลองซื้อมาทดลองใช้ดีหรือไม่ แต่เมื่อเทียบราคาและความจำเป็นในการใช้งานแล้วถือว่าในชีวิตของเรายังไม่จำเป็นที่ต้องใช้มันสักเท่าไร เราก็คงจะต้องปล่อยให้มันไปเป็นของเล่นของคนรวยและคนที่ชอบเรียนรู้กับเทคโนโลยีใหม่ๆกันต่อไปค่ะ

รีวิว Samsung ATIV Book 5 อัลตร้าบุ๊คที่ทั้งเบาและเบา

 

   108plaza มีอีกหนึ่ง gadget ที่ถือได้ว่าเป็นสินค้าอินเทรนด์มาจากแบรนด์ Samsung ที่น่าสนใจไม่น้อยเลย มีชื่อรุ่นว่า Samsung ATIV Book 5 เป็นอัลตร้าบุ๊คที่มีดีไซน์ผ่านตามกฎของอัลตร้าบุ๊คด้วย นั่นหมายความว่าตัวเครื่องนั้นมีทั้งความบาง และ เบา นั่นเอง รายละเอียดของอัลตร้าบุ๊คเครื่องนี้จะมีอะไรบ้าง ไปติดตามกันเลย

   เริ่มต้นรีวิวด้วยการสำรวจรายละเอียดภายนอกของอัลตร้าบุ๊ครุ่นนี้กันก่อนเลย ซึ่ง Samsung ATIV Book 5 นั้นเป็นอัลตร้าบุ๊คที่มีหน้าจอขนาด 14 นิ้ว และสิ่งที่ทำให้ตัวเครื่องนั้นผ่านกฎ 2 ข้อของการเป็นอัลตร้าบุ๊คก็คือ มนต้องบาง และ เบา อย่างที่กล่าวไป ความบางตากฎก็คือต้องบางน้อยกว่า 1 นิ้ว ดังนั้น ATIV Book 5 ตัวนี้มีความบางเพียงแค่ 0.82 นิ้วเท่านั้นเอง ก็ประมาณ 2.08 ซม. เท่านั้นเอง ถือว่ามีความบางมากๆ เลยทีเดียว ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องนั้น หนักเพียงแค่ 1.8 กก. ก็เป็นตัวเครื่องที่มีการออกแบบผ่านมาตรฐานอัลตร้าบุ๊คได้อย่างสบายๆ เลยทีเดียว ใครที่กำลังหาตัวเครื่องที่เบาๆ บางๆ พกพาง่ายก็คงต้องถูกอกถูกใจกันไป ส่วนเรื่องของสีตัวเครื่องนั้น จริงๆ แล้วจะไม่ใช่สีดำสนิท จะออกแนวเป็นสีดำแบบเมทัลริค จะไปในโทนสีเทาๆ ก็สวยงามมากเลยทีเดียว

   บริเวณด้านข้างของตัวเครื่องนั้นมี port การเชื่อมต่อมาให้ได้ใช้งานกัน เริ่มต้นด้วย ช่องเสียบชาร์จไฟ ตามมาด้วยช่องเสียบสาย LAN ช่องเสียบต่อหน้าจอที่สองอย่าง HDMI ก็มีมาให้ พร้อมกับช่องเสียบ USB 3.0 มาให้ 1 ช่อง ถัดมาเป็นช่องเสียบ audio สามารถเสียบได้ทั้งไมค์โครโฟนและหูฟังในช่องเดียวกัน แต่สำหรับคนที่ยังใช้การเชื่อมต่อหน้าจออื่นแบบเดิมๆ อยู่ ก็ยังพอมีมาให้ ก็จะเป็นช่องเสียบ mini VGA มาให้ ซึ่งตรงนี้สามารถใช้ตัวแปลงออกมาเป็น VGA อีกทีหนึ่ง ก็จะเสียบเชื่อมต่อหน้าจอที่สองได้ บริเวณด้านขวาของตัวเครื่อง ก็จะมีช่องให้เสียบ card reader แบบ 3 in 1 มาให้ได้ใช้งานกันด้วย ถัดมาก็จะมีช่องเสียบ USB 2.0 จำนวน 2 ช่องเสียบ เอาไว้เสียบเมาส์ เสียบแป้นคีย์บอร์ดได้ สุดท้ายก็จะมีช่องเสียบล็อกตัวเครื่อง security lock นั่นเอง ก็ถือว่มีมาให้ได้ใช้งานแบบต่อพ่วงกันครบถ้วนเลยทีเดียว

   อีกหนึ่งส่วนสำคัญของสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ นั่นก็คือ เรื่องของสเปคภายในตัวเครื่องนั่นเอง มาพร้อมกับซีพียูตัว intel core i5 ที่เป็นตัวรหัส 3337U วิ่งด้วยความเร็ว 1.8 GHz ถ้าดูตามรหัสรุ่นของซีพียูแล้ว ที่จะมีตัว U ต่อท้ายมาด้วย นั่นก็หมายความว่า ชิปประมวลผลที่ใช้ในเครื่องตัวนี้ ก็เป็นซีพียูที่ประหยัดพลังงานด้วยนั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่ามันจะลดความเร็วในการทำงานลงมาเหลือที่ 1.8GHz แต่ความพิเศษก็คือว่า ซิปประมวลผลตัวนี้สามารถที่จะรีดพละกำลังในการใช้งานขึ้นไปได้ เพราะว่ามี Turbo boots ที่จะทำให้ความเร็วนั้นเร่งขึ้นไปได้ถึง 2.7GHz เลยทีเดียว ซึ่งดูจากตรงนี้เทียบกันแล้วก็เป็นชิปประมวลผลที่เป็นตัวแรงเหมือนกัน การใช้งานเองจะเป็นอย่างไรนั้นต้องริวิวกันต่อไป ให้ RAM 4GB ชิปกราฟฟิกนั้นให้มาเป็น intel HD Graphics 4000 ซึ่งมีความสามารถในการประมวลผลในเชิงมัลติมีเดียต่างๆ และการเล่นเกมส์ที่อยู่ในระดับกลางๆ เท่านั้น แน่นอนว่าอัลตร้าเอง ก็จะไม่เน้นเรื่องของการ์ดจอที่กินไฟมากนัก จะไปใช้งานแบบสายโหด เล่นเกมส์ที่มีกราฟฟิกเยอะๆ หรือนำไปใช้ในงานตัดต่อที่ต้องใช้การ์ดจอแรงๆ แบบนั้นอาจจะไม่ตอบโจทย์สักเท่าไหร่ สำหรับหน่วนความจำภายในตัวเครืองนั้นเป็นแบบ ไฮบริจ มีการออกแบบมาพิเศษที่ ซัมซุง เองก็บอกว่าภายในเป็นหน่วยความจำ 2 แบบ คือแบบแรกเป็นแบบฮาร์ดดิสแบบจานหมุน ความจุ 500GB แบบที่สองเป็น SSD 24GB ซึ่งการใช้งานหน่วยความจำแบบไฮบริจนี้ ก็จะนำมารวมกัน จุดเด่นก็คือว่า จะสามารถเรียกการใช้งานได้รวดเร็ว พร้อมกับความจุที่เยอะขึ้น แต่ใช้พื้นที่น้อยนั่นเอง ก็เป็นอัลตร้าบุ๊คที่เก็บข้อมูลได้เยอะเลยทีเดียว

   ถึงแม้ว่าจะมีการเปิดตัวมาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่ตัวเครื่องเองก็พร้อมที่จะอัพเดทใช้ระบบปฏิบัติการ windows 10 ได้ไม่มีปัญหาอะไร สำหรับการใช้งานตัวเครื่องนั้น ข้อดีของอัลตร้าบุคตัวนี้เป็นหน้าจอแบบ Touch screen ได้ด้วย ก็ง่ายเลยในการ คลิ๊ก ก็เปลี่ยนมาจิ้ม มาปาดซ้าย ปาดขวา ใช้ได้ง่ายดีเลยทีเดียว จุดเด่นที่เหนือไปกว่านั้น ก็คือ การทำงานบน app sidesync ที่มีมาให้ในตัวเครื่องของ ซัมซุง เองที่จะเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนของ ซัมซุง เข้ากับอัลตร้าบุ๊คตัวนี้ จะควบคุมหรือสั่งการจากสมาร์ทโฟนไปอัลตร้าบุ๊ค จากอัลตร้าบุ๊คไปสมาร์ทโฟน เชื่อมต่อกันได้หมดเหมือนเป็นเครื่องเดียวกันเลย ง่ายที่สุด โยกย้ายถ่ายเทข้อมูลด้วยการเชื่อมต่อของทางซัมซุงที่มีมาให้ได้ใช้งานกัน ก็เป็นอีกหนึ่ง gadget ที่น่าสนใจและใช้งานทั่วไปได้ดีในราคาประมาณ 25,xxx บาทนั่นเอง

Review Fix it pro ปากกาลบรอยขีดข่วนสำหรับรถยนต์ ลบได้เงาเหมือนเดิม

 

   108plaza ในตอนนี้แอดมินมีอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์มารีวิวให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันอีกแล้ว สำหรับในตอนนี้ มาเอาใจคนรักรถกันบ้างดีกว่าครับ พอดีว่าแอดมินเองก็ใช้รถสีดำอยู่คันหนึ่ง อันนี้เจอปัญหากับตัวเองเลย รถสีดำเนี่ยบอกเลยว่าตอนใหม่ๆ มันสวย ยิ่งอยู่ในโชว์รูมก็สวย แต่การดูแลรักษาค่อนข้างยากกว่าสีอื่นๆ หนึ่งในปัญหานั้นก็คือ รอยขีดข่วน มันจะเห็นได้ชัดเจนมากบนรถสีดำ แล้วก็เวลาเราจอดอยู่ในที่สว่างๆ จะเห็นรอยขนแมว รอยถลอก ที่เป็นเส้นยาวๆ อะไรแบบนี้ได้ค่อนข้างง่าย ทีนี้เราจะแก้ปัญหาพวกนี้ได้อย่างไร มาดูตัวนี้เลยครับ

   Gadget สินค้าอินเทรนด์ที่รีวิวในตอนนี้ก็คือปากกา เป็นปากกาที่เอาไว้ลบรอยขีดข่วนของสีรถนั้นเอง แต่ต้องบอกว่าลบรอยขีดข่วนและสีถลอกแบบเล็กๆ เฉพาะจุด ที่ไม่ได้เป็นสีถลอกที่สีลอกออกไปเลย หรือ เกิดจากการชนหนักๆ แบบนั้นไม่ได้นะครับ ซึ่งแน่นอนว่าคนที่ใช้รถมานาน มักจะเจอกับปัญหานี้ รอยขีดข่วน เห็นแล้วไม่สบายตา ไปเครมประกันก็แก้มาให้ได้ไม่หมด จุดเล้กๆ อะไรแบบนี้

   ก็ต้องบอกว่าการใช้งานและคุณสมบัติของปากกา Fix it pro ตัวนี้ที่เป็นปากกาเนี่ยนะครับ ด้านในตัวปากกาก็จะมีน้ำยาที่ออกแบบมาเฉพาะ ตัวปากกาเองก็จะคล้ายๆ กับตัวกาวแท่ง ที่จะมีหัวเป็นรูพรุนๆ ที่เวลาเราบีบแท่งก็จะมีกาวออกมาให้เราถูๆ แบบนั้นเลย หลักการเดี่ยวกันนะครับ เราก็บีบน้ำยาไปตรงบริเวณต่างๆ ของตัวรถที่มีรอยขีดข่วน จะเป็นรอยขีดข่วนที่เป็นทางยาวแค่ไหนก็ตาม จะยาวทั้งคันเลย เราก็บีบน้ำยาตัวนี้แล้วก็เอาหัวปากกาลากไปตามรอยขีดข่วนเลย จะขีดไปตามทางยาวแบบให้น้ำยามันหนาๆ สักนิดหนึ่งก็ได้ สำหรับรอยที่มันมีความลึก รอยที่ไปโดนของแข็งขีดข่วนมาอะไรแบบนี้นะครับ สามารถบีบได้เต็มที่เลย มันจะเช็ดออกได้ภายหลัง ไม่ต้องกลัวว่าจะเป็นคราบติดอยู่ที่ตัวรถนะครับ ซึ่งคุณสมบัติของน้ำยาที่อยุ่ภายในตัวปากกาเนี่ย มันก็จะเป็นน้ำยาแบบไสๆ เมื่อน้ำยาที่เราป้ายไป ขีดไปตามร่องรอยขีดข่วนที่ตัวรถ แลวจากนั้นเราก็ทิ้งไว้ประมาณสัก 5-10 นาที ตัวน้ำยาก็จะเข้าไปแทรกซืมตามร่อง แล้วก็ทำให้สีนั้นกลมกลืนไปกับสีของตัวรถ ก็ทำให้ไม่เห็นรอยขีดข่วนหรือรอยก็จะจางลงนั้นเอง นี่คือหลักการใช้งานขอตัว Fix it pro นั้นเองครับ

   แต่ก่อนที่จะไปรีวิวเรื่องของการใช้งานแล้วมันได้ผลดีหรือไม่ดีนั้น ต้องมาดูข้อแนะนำของการใช้ตัวปากกาลบรอยขีดข่วนตัวนี้ก่อนเบื้องต้น คือก่อนที่จะใช้ปากกาตัวนี้ อย่างแรกเลย ล้างรถก่อนให้สะอาด ไม่ต้องเคลือบสี เคลือบแวกค์อะไรทั้งสิ้น จากนั้นเช้ดให้แห้ง ตากแดด แล้วในขณะที่ใช้ปากกาลบรอยขีดข่วนนี้ ก็ต้องใช้ตรงที่ที่มีแดด เพราะเราต้องการให้ตัวนำยานั้นแห้งสนิทติดกับรอยขีดข่วนนั้นเอง เมื่อขีดปากกาตามรอยไปแล้วทิ้งไว้สัก 5 นาที จากนั้นให้เราผ้าสะอาดที่เป็นผ้าชามัวร์หรือผ้าเช็ดรถเช็ดเป็นลักษณะวงกลมวนไปเรื่อยๆ ตามรอยหรือตามครบน้ำยาที่เราขีดเอาไว้ ให้คราบมันหายไป ซึ่งก็ต้องบอกว่าห้ามทิ้งน้ำยาตัวนี้ไว้นานเกิน ไม่ควรเกิน 10 นาที ซึ่งจะทำให้เราเช้ดออกได้ยาก เพราะน้ำยาจะแข็งตัวติดกับสีรถ บางคนลืมเช็ด อันนี้ต้องนั่งเช็ดกันยากนิดหนึ่ง แต่ก็เช็ดออกแน่นอน

   สำหรับปากกาลบรอยขีดข่วนของสีรถ Fix it pro ด้ามนี้เรื่องของราคานั้นไม่แพงเลย อยู่ที่ประมาณไม่เกิน 2 ร้อยบาทเท่านั้นเอง ส่วนเรื่องของคุณภาพ หลังจากที่ตัวแอดมินเองได้ทดสอบใช้งานกับรถของตัวเองไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็พบว่าถ้าเป็นรอยขีดข่วนที่ไม่ได้ลึกมาก สามารถใช้งานได้สบาย รอยหายไปแทบจะไม่เห็นเลย ถ้าเราเช็ดวนๆ ดีๆ นิดหนึ่ง แต่ถ้าในกรณีรอยที่เป็นร่องลึกๆ จนสีหายไปเนี่ยนะครับ อาจจะลบได้ยาก อาจจะมีร่องรอยให้เห็นอยู่บ้าง แต่รอยนั้นก็จะไม่ลึกเท่าเดิม รอยจะดื้นขึ้น แล้วก็แนะนำว่าถ้ามีแดดแรงๆ ก็ไม่ต้องทิ้งให้ถึง 5 นาทีก็ได้ ประมาณ 3 นาทีก็เช็ดออกได้เลยหลังจากที่เราขีดปากกาตามรอยไปแล้ว ก็ลองซื้อหาไปใช้งานกันได้ สำหรับคนรักรถทุกท่านเลยนะครับ

Review Commitment Rings แหวนคู่รัก สำหรับคู่รักที่ชอบดูซี่รี่ย์พร้อมกัน

 

   ปกติแล้วถ้าเรามีคู่รัก หรือ คนรัก ส่วนใหญ่แล้วมักจะทำอะไรด้วยกันเป็นกิจกรรมที่สร้างสานสัมพันธ์ที่แนบแน่นยิ่งขึ้น บางคู่ก็อาจจะชอบทำอาหารร่วมกัน บางคู่ก็อาจจะไปดูหนังร่วมกัน บางคู่ก็อาจจะไปท่องเที่ยว ขับรถ นั่งเรือ เล่นเครื่องเล่นในสวนสนุก อะไรแบบนี้เป็นต้น แต่สำหรับการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ของ 108plaza ในครั้งนี้มีอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เปิดตัวออกมาให้กับคู่รักหลายๆ คู่ที่ชอบดูซีรี่ย์ร่วมกัน คือเน้นว่าต้องดูร่วมกันเป็นคู่ ใครจะดูก่อนใคร ใครจะไปแอบดูก่อน ใครจะไปดูคนเดียว ไม่ได้เลยถ้ามีเจ้าสิ่งๆ นี้

   Commitment Rings แหวนดูซีรี่ย์สำหรับคู่รักนั้นเอง เป็นอีกหนึ่ง gadget ที่แอดมินนำมาฝากเพื่อนๆ แล้วก็จะมารีวิวด้วยว่า แหวนคู่รักสำหรับการดูซีรี่ย์ร่วมกันแบบนี้ มันจะทำให้คู่รักหลายๆ คู่รักกันมากยิ่งขึ้น หรือ อาจจะทำให้ทะเลาะกันหนักกว่าเดิม อันนี้ไม่ทราบเหมือนกันนะครับ แต่ขออิบายหลักการทำงานของ แหวนคู่รักหรือ commitment rings ตัวนี้ก่อน ที่เพื่อนๆ เห็นว่ามันก็เป็นแหวนคู่นี้นะครับ ก็ใส่เอาไว้สำหรับคู่รักที่ต่างก็ชอบดูซีรี่ย์เรื่องเดียวกัน เมื่อใส่แหวนไปแล้วก็จะสามารถดูซีรี่ย์ที่ชอบเนี่ยได้ในกรณีที่แหวนต้องอยู่ใกล้ๆ กันเท่านั้น ถ้าขาดวงใดวงหนึ่งไปก็จะไม่สามารถเข้าไปดูซีรี่ย์ในสมาร์ทโฟนไม่ได้นั้นเอง นี่คือหลักการใช้งานเบื้องต้น แต่ถ้าเกิดว่าแฟนเราอยากดูคนเดียวบ้าง หรือ ตัวเราเองก็อยากดูคนเดียวบ้าง แบบนี้ทำไง ไปหาทางแก้กันเอาเองนะครับ

   มาดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ gadget ตัวนี้กันต่อ สำหรับตัวแหวน commitment rings ตัวนี้ก็ถูกพัฒนามาจากบริษัท คอนเน็ทโต่ ที่เป้าหมายคือสร้างแหวนคู่รักสองวงนี้มาเพื่อให้คู่รักหลายๆ คู่ที่ชอบดูรายการใดรายการหนึ่งด้วยกัน ได้ดูพร้อมกัน ซึ่งวิธีการใช้งานเนี่ยนะครับ ก็คือให้คู่รักนั้นใส่แหวนเอาไว้คนละวง จากนั้นที่ตัวแหวนจะมี NFC ที่เป็นการเชื่อมต่อแบบแตะแล้วติดอย่างที่เคยบอกไปในหลายๆ รีวิวนะครับ ซึ่งระบบ NFC ตัวนี้ก็แน่นอนว่าถ้ามันตรวจจับได้ว่าไม่ได้อยู่ใกล้กัน ก็จะไม่ทำงานนั้นเอง โดยแหวนสองวงนี้ก็จะต้องเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านตัวแอปพลีเคชั่นอีกทีหนึ่งเพื่อที่จะทำการเลือกว่ารายการไหนบ้าง ที่คู่รักแต่ละคู่นั้นตกลงกันเอาไว้ว่า รายการนี้นะ ซี่รี่ย์เรื่องนี้นะ หรือ หนังเรื่องนี้ เราจะต้องดูพร้อมกัน ห้ามใครไปดูก่อนใครแล้วมาสปอยกันทีหลังอะไรแบบนี้ เมื่อเราตกลงแล้วก็ล็อครายการใดรายการหนึ่งเอาไว้แล้วนั้น ถ้าใครคนใดคนหนึ่งไปเปิดดูรายการนั้นก่อน โดยที่ตัวแหวนเองไม่สามารถที่จะตรวจจับได้ว่ามีระยะที่อยู่ใกล้กัน ก็จะไม่สามารถเปิดดูรายการนั้นได้

   ซึ่งคู่รักหลายๆ คู่ที่อยากจะสร้างกิจกรรมที่ทำร่วมกันแบบนี้ในเวลาที่อยู่ด้วยกันสองต่อสองให้มีความสุข แล้วก็มีความคิดเห็นว่า commitment rings แหวนคู่รักสองวงนี้ มันน่าที่จะสร้างความสุขให้กับคู่รักเราได้ ตอนนี้ทางผู้ผลิตอย่าง คอนเน็ทโต่ เองนั้นไม่ได้ผลิตออกมาวางจำหน่ายแต่อย่างใดในตอนนี้ ก็คาดว่าเป็นการทดลองใช้งานกันในระยะแรกนะครับ ก็เลยจะมีการเปิดให้ลงทะเบียนกันก่อนสำหรับคู่รักที่อยากได้แหวนคู่ที่ออกแบบดีไซน์มาค่อนข้างสวยงาม ก็เหมาะที่จะใส่เป็นแหวนคู่ดูสวยงามก็ได้ ซึ่งตัวแหวน commitment rings นี้ก็จะมีการจับคู่กับแอป streaming ยอดนิยมอย่าง Netflix , hulu , amazon แล้วก็แอปอื่นๆ อีกมากมายที่มีรายการดีๆ รายการดังๆ ให้ดูผ่านสมาร์ทโฟน ซึ่งการลงทะเบียนเพื่อขอรับแหวนคู่สุดล้ำตัวนี้นั้น ก็เข้าไปขอลงทะเบียนไว้ก่อนนะครับ เพราะเบื้องต้นเนี่ยทราบมาว่าทาง คอนเน็ทโต่ เองก็อาจจะแจกให้กับผู้ที่มาลงทะเบียนเอาไว้ แต่ไม่ทราบรายละเอียดว่าจะแจกในปริมาณเท่าไหร่ สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่สนใจก็ลองไปสืบค้นรายละเอียดกันเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลในเชิงลึกกันดูได้

   ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่อาจจะเหมาะกับคู่รักที่รักกันแบบหวานซึ้งหรือคู่รักที่ไม่ค่อยมีเวลาอยู่ด้วยกันสักเท่าไหร่ พอมาเจอกันก้อยากจะทำกิจกรรมที่ชื่นชอบร่วมกันอะไรแบบนั้น แต่คงไม่เหมาะกับคู่รักที่มีความคิดเห็นไม่ตรงกันสักเท่าไหร่ เพราะมันอาจจะเป็นแหวนคู่ที่ไม่น่าใช้งานไปเลยก้ได้สำหรับคู่รักบางคู่ เพราะแน่นอนว่าบางครั้งก็อาจจะอยากมีเวลาส่วนตัวดูรายการที่ชอบคนเดียว ดูหนังคนเดียว ดูซีรี่ย์คนเดียว อะไรแบบนี้กันบ้างนะครับ สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่ชื่นชอบการรีวิวในทุกๆ ตอนก็ห้ามพลาดที่จะติดตามในตอนต่อไปนะครับ สำหรับในตอนนี้ลาไปก่อน สวัสดีครับ

กระเป๋าใส่จักรยาน YANHO YAN-02

   วันนี้ 108plaza ของเรามาเอาใจนักปั่นหน่องเหล็กกันบ้างดีกว่าครับ เพราะว่า gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เราจะนำมารีวิวกันในครั้งนี้คือ กระเป๋าใส่จักรยาน ครับ แน่นอนว่าคนที่ชอบปั่นจักรยานในระยะทางไกลๆ เนี่ย มันต้องมีสัมภาระอะไรเล็กๆ น้อยๆ ที่มันจำเป็นต้องพกพาติดตัวไป อย่างเช่นพวกเครื่องมือในการซ่อมจักรยาน ของใช้ส่วนตัว อุปกรณ์ไอทีต่างๆ รวมไปถึงเอกสารที่จำเป็น สิ่งของพวกนี้ก็จำเป็นต้องเอาไป แต่ถ้าใครที่ปั่นจักรยานในระยะทางสั้นๆ 10 หรือ 20 กิโลเมตรเนี่ย ผมว่าไม่จำเป็นครับ แบบนั้นเรียกว่าปั่นแบบชิวๆ ไปหาน้ำซื้อทานเอาข้างหน้าก็พอได้อยู่ครับ แต่ถ้าปั่นระยะทาง 10 กิโลเมตรขึ้นไปเนี่ย ผมว่ามันจำเป็นมากเลยทีเดียวครับ เดี่ยวเรามาดูกระเป๋าติดจักรยานที่ผมได้นำมารีวิวในครั้งนี้กันเลยดีกว่าครับ ดีไซน์จะสวยงามแค่ไหน จะถูกใจเพื่อนๆ หรือเปล่านั้น เดี่ยวมาดูกันครับ

   นี่แหละครับคือกระเป๋าติดจักรยานที่เราจะรีวิวกันในวันนี้ มีชื่อรุ่นว่า YANHO YAN-02 ถ้าอ่านเป็นภาษาไทยก็คงต้องอ่านว่า ยาน-โฮ หรือว่า ยัน-โอ อะไรแบบนี้นะครับ อาจจะเป็นญาติใกล้ๆ กับ ยันฮี รึป่าว อันนี้ไม่แน่ใจ ก็พูดเล่นขำๆ ไปเรื่อยเปื่อยนะครับ มาโฟกัสกันที่กระเป๋าติดจักรยานใบนี้กันเลยดีกว่า ตัวกระเป๋าเองก็มีความใหญ่ที่ขนาดกำลังพอดีๆ เลยนะครับผมว่า ส่วนที่จะต้องติดกับตัวจักรยานนั้นก็จะอยู่ที่ตรงท่อนอนของตัวจักรยาน พอนึกภาพออกใช่ไหมครับ ตัวจักรยานด้านหน้าที่เรานั่งที่เบาะเนี่ยนะครับ มันจะมีท่อนอนกับท่อตั้งขึ้นมา เราก็จัดการติดกระเป๋าอันนี้ไปที่ท่อนอนเลย มันจะมีรูปภาพเล็กๆ เป็นภาพตัวอย่างของการติดกระเป๋าใบนี้อยู่ทางด้านข้างนะครับ เนื่องจากว่าตัวกระเป๋ายี่ห้อนี้นะครับ มันจะมีขายอยู่ในเว็บไซต์ในต่างประเทศ ผมเองก็ไม่มั่นใจว่าในบ้านเราเองจะมีผู้นำเข้ามาขายหรือเปล่านะครับ แต่ราคาเท่าที่ผมได้สั่งซื้อผ่านทางเว็บไซต์เนี่ย จะอยู่ที่ 4 เหรียญ ก็ประมาณ 100 กว่าบาทเท่านั้นเอง ก็ถือว่าไม่ได้แพงอะไรนะครับ เมื่อจับดูตัวเนื้อผ้าที่นำมาทำกระเป๋าใบนี้นะครับ ก็เป็นเนื้อผ้าบางๆ แต่สามารถที่จะกันน้ำได้ด้วยนะครับ การติดตั้งหรือการเอาไปติดกับจักรยาน ก็จะมีสายล็อคเอาไว้กับตัวหลักอานหนึ่งเส้น แล้วก็ไปล็อคกับตัวท่อนอนของจักรยานอีกหนึ่งเส้น เท่านั้นเองก็สามารถติดเอาไว้ที่ตัวรถจักรยานได้แล้ว ด้านหน้าของกระเป๋าเนี่ยจะมีช่องใส่โทรศัพท์เอาไว้ได้ด้วย เราสามารถเอาสมาร์ทโฟนของเราเนี่ยนะครับ เสียบเข้าไปในช่องด้านหน้าของกระเป๋าได้ง่ายๆ เลยครับ แล้วก็จะมีล็อคกันล่วงกันตกมาให้ด้วย เวลาใครที่โทรมาหรือมีสายเข้าเนี่ย เราก็สามารถที่จะปลดล็อคด้วยมือข้างเดียว แล้วก็กดรับโทรศัพท์ได้เลย ง่ายๆ ครับ

   เปิดมาดูกระเป๋าด้านในกันบ้างดีกว่าครับ เปิดออกมาจะเห็นว่าด้านในนั้นมีสายรัด ที่เอาไว้สำหรับใส่เครื่องมือได้ด้วย สามารถใส่สูบลมอันเล็กๆ ได้ด้วยหนึ่งอัน แต่พื้นที่ด้านในเนี่ยไม่ค่อยจะกว้างเท่าไหร่นะครับ บางคนอาจจะใส่พวกยางอะไหล่ที่เป็นยางของพวกเสือหมอบก็ใส่เอาไว้ด้านในได้ด้วย สายรัดหรือสายล็อคก็จะเป็นตีนตุ๊กแกที่เอารัดไว้ได้ ก็เป็นกระเป๋าติดจักรยานที่มันเป็นกระเป๋าแบบกันน้ำที่ราคาเบาๆ ประมาณ 100 กว่าบาทเท่านั้นเอง ซึ่งก็ต้องบอกว่าสายปั่นที่มีจักรยานราคาแพงๆ ราคาหลักแสนเนี่ย กระเป๋าราคาเท่านี้ก็คงจะซื้อได้สบายๆ จะเอาไว้เปลี่ยนกับกระเป๋าติดจักรยานที่มันเป็นกระเป๋าใบเก่งก้ได้นะครับ เรื่องของดีไซน์ก็อย่างที่เห็นอยู่ในภาพทั้ง 3 ภาพตัวอย่าง เรื่องของดีไซน์เนี่ยมันก็มีดีไซน์เรียบๆ ไปนิดหนึ่ง ใครที่ชอบแบบสีสันจีดๆ หน่อยเนี่ยนะครับ อาจจะไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่ แต่ถามว่าเรื่องของการใช้งานในกระเป๋าติดจักรยายใบนี้นะครับ ผมว่ามันสามารถใช้ได้สะดวกมากเลยทีเดียว จะเหมาะกับการปั่นในระยะทางไม่ไกลมากนัก ที่ไม่มีสำภาระไม่เยอะ เพราะมันมีพื้นที่ใช้สอยได้ไม่มากนักนะครับ

   ก็ต้องถือว่ากระเป๋าใส่จักรยานใบนี้นะครับ มันเป็นกระเป๋าที่มีราคาเบาๆ ไม่แพงมากนัก แล้วก็ใช้ดี กันน้ำได้ด้วย เหมาะกับการพกพาไปเที่ยวไปปั่นจักรยานในระยะทางไม่ได้ไกลมากนะครับ เพื่อนๆ คนไหนชอบก็ลองไปหาซื้อกันได้ ราคาอย่างที่บอกไปนะครับว่ามันราคาเบาๆ ครับ ส่วนครั้งหน้าเราจะมีกระเป๋าติดจักรยานยี่ห้ออะไรมารีวิวกันอีกนั้น ต้องมาติดตามกันนะครับ

Review Pavlok สายรัดข้อมือที่ช่วยแก้นิสัยแย่ๆ ของตัวเองด้วยการช็อด Gadget ใหม่จากงาน CES ที่เปิดตัวในลาสเวกัส

   108plaza รีวิวสินค้าอินเทรนด์ในวันนี้ถือว่าเป็นการเกาะกระแสเทคโนโลยีโลกเลยก็ว่าได้นะครับ เพราะในตอนนี้เรามี gadget ใหม่สุดๆ เลยจากงาน CES ที่มีการรวบรวมเอาบริษัทชั้นนำทางด้านไอทีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาจัดแสดงกันที่นั้น เป็นงานเดียวที่รวบรวมเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่บนโลกนี้มาจัดแสดงกันที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา เลยทีเดียว ซึ่งผมและทีมงานก็ไปเห็น gadget ชิ้นหนึ่งที่มันเป็นอุปกรณ์ไอทีที่จะช่วยให้คนเลิกทำนิวัยแย่ๆ กับตัวเองลงได้ แต่รายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น ต้องมาติดตามกันครับ

   ถ้าดูรูปด้านบนนี้แบบเผินมันก็จะดูเหมือนกับสายรัดข้อมือทั่วๆ ไป ที่เป็นตัวช่วยในการออกกำลังกายหรือพวกตัวที่วัดอัตราการเต้นของหัวใจอะไรแบบนั้น ที่ผมและทีมงานได้เคยรีวิวกันไป แต่พอได้เข้าไปดูรายละเอียดลึกๆ แล้วมันกลับไม่ใช่ครับ ผมขออธิบายข้างต้นแบบนี้ก่อนดีกว่าครับ หลายๆ ท่านเคยคิดจะเลิกทำนิสัยบางอย่างในตัวเราบ้างไหมครับ อย่างเช่น เลิกสูบบุหรี่ เลิกกัดเล็บตัวเอง เลิกอมนิ้วมือตั้งแต่เด็กจนโตก็เลิกไม่ได้สักที หรือแม้กระทั่งเลิกเล่นเกมส์ เลิกเล่นโซเชียล เลิกคิดถึงแฟนเก่า เลิกทุกอย่างเลยที่อยากจะเลิก แต่มันกลับทำไม่ได้สักที ซึ่งการบังคับจิตใจตัวเองไม่ให้ทำในสิ่งที่เคยชินหรือติดมานานแล้วเนี่ย บางทีมันไม่มีอะไรมาบังคับตัวเราเองมันก็เป็นเรื่องยากใช่ไหมละครับที่จะเลิกทำในสิ่งนั้นๆ ได้ แต่ทีนี้แล้ว เจ้าของผลิตภัฯฑ์ตัวนี้เค้าก็ทำการวิจัยมาแล้วว่าบางคนที่คิดอยากจะเลิกสูบบุหรี่แล้วก็ใช้สายรัดข้อมือตัวนี้ไป ก็สามารถที่จะเลิกสูบบุหรี่ได้ภายใน 1-2 สัปดาห์เท่านั้นเอง หรือ การลดความอ้วนด้วยการลดทานอาหารที่มากเกินความจำเป็น เมื่อใช้สายรัดข้อมือตัวนี้เข้าไปก็สามารถควบคุมอาหารและก็น้ำหนักได้ดีขึ้นอีกเช่นกัน ซึ่งมาถึงตอนนี้หลายท่านอาจจะสงสัยกันแล้วใช่ไหมละครับว่า อุปกรณ์ที่ผมนำมารีวิวในครั้งนี้มันมีหลักการทำงานอย่างไร แล้วทำไมถึงต้องเป็นสายรัดข้อมือแบบช็อดตัวเองด้วย จะช๊อดอย่างไง อันตรายหรือไม่ อันนี้ต้องมาติดตามกันต่อไปครับ

   ซึงหลักการทำงานของเจ้าตัวสายรัดข้อมือ Pavlok ตัวนี้มันไม่ได้มาเป็นตัวเก็บข้อมูลด้านสุขภาพของเราแต่อย่างใดเลยครับ แต่มันจะมีรูปตัวสายฟ้าที่อยู่ด้านหน้าอย่างที่เห็น เมื่อผู้ที่สวมใส่อยู่นั้นต้องการอยากจะเลิกนิสัยหรือพฤติกรรมแย่ๆ ที่แก้ไม่หายสักทีเอาไว้ แล้วเมื่อตนเองทำในสิ่งนั้นๆ ก็กดเตือนตัวเองที่รูปสายฟ้านี้มันก็จะส่งกระแสไฟแบบอ่อนๆ ที่มีกำลังไฟฟ้าสูงสุดที่สามารถตั้งค่าได้ผ่านตัวแอปพลีเคชั่นได้ถึง 450 v ก็ถือว่าไม่อ่อนนะครับ มันจะทำการช็อดผู้ที่สวมใส่อยู่ทันที แต่เป็นการช็อดแบบระยะเวลาสั้นๆ ทำให้ผู้ที่สวมใส่อยู่นั้นรู้สึกเจ็บและไม่อยากจะทำในสิ่งนั้นๆ อีก แล้วทีนี้หลายคนสงสัยว่าถ้าเราไม่ได้ซื่อสัตย์กับตัวเองละ สมมติว่าเรากำลังสูบบุหรี่อยู่ แล้วเราก็ไม่ได้กดรูปสายฟ้าที่สายรัดข้อมือ มันก็จะไม่ช็อดเรา แล้วเราก็ใส่มันไว้โดยเปล่าประโยชน์ ก็ไม่ได้มีความหมายอะไร แต่ถ้าเรากดมันก็จะช็อด อะไรแบบนั้นหรือเปล่า คำตอบก็คือ ส่วนหนึ่งก็ถูกต้องครับ แต่ในสายรัดข้อมือตัวนี้อย่างที่บอกไปมันก็มีแอปควบคุมอยู่ แล้วก็มีตัวเซนเซอร์หรือการตั้งเวลาเอาไว้ที่จะควบคุมการแก้นิสัยแย่ๆ ลักษณะต่างๆ ของคนเราได้อยู่แล้ว ถ้าใช้ตัวเซนเซอร์มันก็จะจับพฤติกรรมแย่ๆ เหล่านั้นเราได้ทันที แล้วมันก็จะช็อดเราได้ทันทีเช่นกันที่ในขณะเราใส่สายรัดข้อมือตัวนี้อยู่นะครับ แต่อย่างไรก็ตาม ถามว่าถ้าเราปล่อยให้ตัวสายรัดข้อมือตัวนี้มันช็อดเราบ่อยๆ มันก็คงจะไม่ได้ส่งผลดีต่อร่างกายเราสักเท่าไหร่ จริงไหมละครับ อาจจะด้วยเหตุผลนี้เองหรือเปล่าที่ผลการวิจัยของคนที่ต้องใส่สายรัดข้อมือตัวนี้ต้องเลิกพฤติกรรมแย่ๆ ทีจะทำให้สายรัดข้อมือตัวนี้ช็อดตัวเอง ถ้าคนที่คิดแบบนี้มันก็จะสามารถแก้พฤติกรรมเหล่านั้นได้นะครับ

   ซึ่งอุปกรณ์ที่นำมารีวิวเป็นสินค้าอินเทรนด์ในครั้งนี้เนี่ยนะครับ ก็สามารถใช้ได้ทั้ง IOS และ Android แต่ยังไม่มีออกมาจำหน่ายนะครับ แต่คิดๆ ไปแล้วมันก็เป็น gadget ที่ดูจะโรคจิตไปสักนิดหนึ่งนะครับ เพราะไม่มีใครบ้าที่จะกดช็อดตัวเองให้เจ็บหรอก จริงไหมละครับ

Review iPad Pro หน้าจอใหญ่บิ๊ก เล่นเกมส์แจ่มแมว ลื่นไหลหัวแตก

   สวัสดีสาวก Apple ทุกคนเลยนะครับ วันนี้ผมได้มีโอกาสนำเอาเจ้า ipad pro มาทำการรีวิวเป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่ตอนนี้ยังได้รับความสนใจจากคนที่อุปกรณ์ไอทีอยู่นะครับ ถึงแม้ว่าตัว ipad pro นั้นจะเปิดตัวกันมาช่วงระยะหนึ่งแล้วนะครับ ตอนที่เปิดตัวมาใหม่ๆ นั้นผมก็เคยรีวิวแบบคร่าวๆ ไปแล้วหนึ่งรอบ แต่ในบทความนี้จะเป็นการรีวิวแบบลึกลงไปอีกนิดด้วยการใช้งานจริง การทดสอบการเล่นเกมส์ การท่องอินเตอรืเน็ต ดูหนัง ฟังเพลง กับหน้าจอใหญ่ๆ ของตัว ipad pro ครับ

   ตัว ipad pro ตัวนี้มีน้ำหนักที่ค่อนข้างหนักอยู่พอสมควรนะครับ ประมาณ 700 กรัม แต่มีความบางครับ บางอยู่ประมาณ 6.9 มิลลิเมตร แล้วก็ด้วยหน้าจอที่ค่อนข้างใหญ่ ไม่ค่อนข้างละครับ ใหญ่เลยทีเดียว 12.9 นิ้ว ความคมชัดนี้ไม่ต้องพูดถึงเรื่องสเปค เพราะว่าชัดมากจริงๆ สีสันดูสวยงามเป็ฯธรรมชาติมาก บางคนบอกว่าชอบหน้าจที่เป็นแบบ IPS มันดูนวลตากว่าจอแบบ super amoled ที่มันดูแสบตากว่า หรือว่าจอแบบ super amoled ดีกว่า อันนี้ก็แล้วแต่คนชอบนะครับ แต่ผมว่าคมชัดแจ่มแมวทั้งคู่นะครับ แล้วสำหรับบางคนที่กำลังติดสินใจที่จะเลือกว่าจะเอาตัว ipad pro มาเล่นก่อนดีกว่าม้ย หรือว่าจะไปเอาตัว iphone 6s มาใช้ก่อนดีกว่ามั้ยเพราะว่าเมื่อเป็นตระกูลที่เป็นแอปเปิลแล้วทั้งคู่เนี่ย ซื้อมาทั้งสองตัวพร้อมๆ กันก็จะทำงานแบบซ้ำซ้อนกัน ไม่ค่อยมีอะไรที่แตกต่าง แต่ผมบอกได้เลยว่าตัว ipad pro เนี่ยนะครับไม่ซ้ำซ้อนแน่นอน มันมีอะไรที่แตกต่างจากพวก iphone อยู่พอสมควร แต่แล้วก็อยู่ที่กำลังทรัพย์ของคุณด้วยนะครับ เอาที่พอดีดีกว่า เพราะราคามันก็ไม่ใช่ถูกๆ ละ แต่ถ้าใครที่พอมีกำลังทรัพย์พอไหวแล้วเนี่ย ผมว่าซื้อได้เลย คุ้มครับ

   มาดูเรื่องของการใช้งานอันดับแรกกันเลยกับตัว apple pencil ที่ค่อนข้างใช้งานได้ดีครับ ข้อดีของการใช้งานตัวดินสอนี้เมื่อเปิดพวก app store ขึ้นมาก็เห็นถึงความแลปกใหม่ที่ไม่ได้อยู่ในตัว iphone เลยก็คือจะเปิดขึ้นมาเป็นแอพพลีเคชั่นที่แยกกันอยู่เป็นหมวดหมู่อย่างดี แล้วก็เห็นได้อย่างเต็มตาด้วย เรียกว่าเปิดใช้งานหน้าเดียวเห็นได้ทุกแอพเลยจริงๆ ด้วยความที่หน้าจอใหญ่ การเล่นเฟรชไทม์หรือการวีดีโอคอลต่างๆ ดูดีครับ ด้วยกล้องหน้าที่ 1.2 ล้านพิกเซลเหมือนเดิมแต่ก็คมชัดดี เห็นคู่สนทนาได้อย่างเต็มจอ เรียกว่าใครที่มีแฟนหรือญาติพี่น้อง พ่อแม่ อยู่ไกลกันเนี่ยเฟรชไทม์หากันก็เหมือนว่าจะอยู่ด้วยกันเลย ส่วนกล้องหลังก็อยู่ที่ 8 ล้านพิกเซล ก็ถือว่าใช้ถ่ายรูปได้อะไรได้ แต่ไม่ได้เน้นเรื่องการถ่ายรูปเหมือนตัว iphone เท่าไหร่นะครับ

   สำหรับคนที่ชอบขีดเขียนด้วยตัว apple pencil ยังไม่หมดนะครับ ข้อดีและการทำงานที่ค่อนข้างลงตัวมากเลยกับการเขียน ด้วยเทคโนโลยีที่ปกติแล้วเราเขียนปากกากับกระดาษทั่วไปเราก็จะวางมือลงบนกระดาษเลย แต่ถ้าเป็นหน้าจอบางคนอาจจะคิดว่าเอ๊ะ แล้วตัวแขนหรือนิ้วมือที่เราถือดินสอของแอปเปิลอยู่เนี่ยหน้าจอมันจะจับได้รึเปล่า คำตอบคือมันฉลากครับ มันไม่จับส่วนแขน ส่วนนิ้วส่วนที่วางทับไปบนหน้าจอเลยนอกจากตัวดินสอเท่านั้น บอกเลยว่าดินสอนี่แท่งละประมาณ 3 พันกว่าบาทนะครับ ถือว่าเป็นดินสอที่แพงจริงๆ มันสามารถจับองศาการเอียงขีดเขียนหนา เส้นบางอะไรได้ด้วย สามารถเลือกขนาดเล้นดินสอ สีดินสอ แล้วก็การจดที่ค่อนข้างรวดเร็ว ให้อารมณ์เหมือนกับการเขียนลงบนกระดาษจริงๆ เลย ไม่ลื่นมากไป ผมถือว่าตรงนี้ราคาอาจจะแพงแต่มันใช้งานได้ฉลาดดีครับ ส่วนใครที่ไม่ค่อยชินกับการใช้ดินสอสักเท่าไหร่ ก็สามารถพิมพ์บนแป้นคีย์บอร์ตได้เลย จะให้อารมณ์คล้ายๆ กับแป้นคีย์บอร์ตจริงๆ เลยนะครับเพราะว่ามันมีขนาดหน้าจอที่ใหญ่พอสมควร

   แล้วใครที่ชอบดูหนัง ดูซี่รี่ย์ ดู Youtube ต่างๆ ผมบอกเลยว่ามันดูแล้วเต็มตามากๆ ด้วยขนาดหน้าจอ 13 นิ้วเนี่ยนะครับ ซึ่งด้วยความที่หน้าจอมันใหญ่แล้วเนี่ย เรื่องของ font เรื่องของตัวหนังสือต่างๆ ก็ใหญ่ตามไปด้วยทันที ทำให้ผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุ คนสายตาสั้น เรียกว่าไม่ต้องกลัวเลยครับ เคยได้ชัดเจนแน่ๆ แล้วก็เรื่องของเสียงที่มาอย่างครบถ้วนเลย ตัวลำโพงที่อยู่รอบๆ ตัวเครื่องถึง 4 ตัว เสียงที่เปิดมานี่ดังกระหื่มดีทีเดียวครับ

   ก็ต้องขอขอบคุณภาพจาก Apple ที่สนับสนุนตัว ipad pro มาให้เรารีวิวกันในบทความนี้ด้วยนะครับ ก็ถือว่าตอนนี้กำลังเป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่คนส่วนใหญ่คิดจะซื้อมาใช้ในตอนช่วงสิ้นปีแบบนี้นะครับ ส่วนใครที่ชอบถือแล้วเล่นไปด้วยนั้นตัวนี้ไม่แนะนำครับ แต่ถ้าวางแล้วเล่นตัว ipad pro นี้ดีกว่าครับ ก็ลองไปเล่นกันดูตาม shop ทั่วไปได้ครับ

รีวิว Xiaomi ihealth อุปกรณ์ไอทีที่ช่วยดูแลสุขภาพของคุณได้อย่างแม่นยำ

   ตอนนี้ในวงการไอทีร่วมกับวงการสมาร์ทโฟน ร่วมกันพัฒนาอุปกรณ์ต่างๆ หลายอย่างขึ้นมาเพื่อช่วยในเรื่องของการพัฒนาสิ่งของต่างๆ มาให้ผู้คนใช้งานกันอย่างง่ายๆ วันนี้ผมมีอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์จะมารีวิวกัน ต้องบอกว่าเป็นอุปกรณ์ไอทีที่จะช่วยตรวจเช็คสุขภาพของคุณเองให้สมบูรณ์อยู่ตลอดเวลา ด้วยการเช็คความดันโลหิตหรือความดันเลือดนี่แหละนะครับ โดยสามารถทได้ง่ายๆ ด้วยการต่อพ่วงอุปกรณ์ดังกล่าวเข้ากับสมาร์ทโฟนของคุณเอง เท่านี้ก็จะมีคล้ายๆ เครื่องมือทางการแพทย์เอาไว้ข้างกายแบบราคาประหยัดแล้ว ทุกคนก็คงจะทราบดีว่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้กันในโรงพยาบาลส่วนใหญ่เลยจะมีราคาที่ค่อนข้างแพง แล้วถ้าเราซื้อมาใช้เองก็คงไม่คุ้มค่า แต่ตัวนี้เป็นผลิตภัณฑ์จาก xiaomi ครับ เรียกว่า mi ihealth จะเป็นอย่างไรมารีวิวกันเลยดีกว่าครับ

   อุปกรณ์ไอทีตัวนี้จาก xiaomi ihealth เนียนะครับ ได้รับรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยมจาก red idear มาแล้วเป็นรางวัลการันตีคุณภาพนะครับ หลายคนอาจจะสงสัยว่าอุปกรณ์ไอทีตัวนี้ใช้งานอย่างไร เอาใช้ในเวลาไหน คืออย่างนี้ครับ ตัวอุปกรณ์ตัวนี้ในกล่องที่ให้มาก็จะคล้ายๆ กับเครื่องวัดความดันในโรงพยาบาลนะครับ คือมีตัวที่คอยปั้มลมแล้วก็มีท่อลมที่เอาไว้คล้องใส่ในแขนเราไว้ เท่านั้นเอง ตัวนี้ก็เช่นกัน จะมีอุปกรณ์แบบนั้นให้มา แล้วก็จะมีตัวอแด็ปเตอรืให้มาด้วยในกล่องเพื่อชาร์จแบตเตอร์รี่กับตัวเครื่อง คือความจริงแล้วเนี่ย หลายคนก็คงจะเคยเห็นอุปกรณ์แบบนี้คล้ายๆ กันแบบนี้มานานแล้ว แต่มันจะใช้กับสมาร์ทโฟนที่เป็นฝั่งของแอปเปิล ก็คือพวกไอโฟนนั้นเอง แต่ตอนนั้นยังไม่สามารถใช้กับพวก android ได้ ทาง เฉียว-มี่ เนี่ยก็เลยไปจับมือกับพาสเนอร์ทางธุรกิจรายหนึ่ง ก็เลยบอกไปว่า ยูๆ ช่วยมาทำเครื่องแบบนี้ แล้วออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ให้ดูสวยงาม แล้วก็ต้องใช้กับสมาร์ทโฟนที่เป็นทั้ง android และก็ IOS ได้ด้วยนะ แล้วก็เลยเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ตัวนี้ขึ้นมานั้นเองนะครับ แต่ว่าสมาร์ทโฟนเนี่ยบางทีใครที่ใช้พอร์ตชาร์จแบตเตอร์รี่อยู่ทางด้านบนของเครื่องจะค่อนข้างยุ่งยากสักนิดหนึ่งนะครับ ต้องกลับหัวกลับหางกันเลยทีเดียว เพราะว่าในขณะที่จะใช้งานเนี่ย เราจะต้องเสียบสมาร์โฟนเราเข้ากับเครื่องหรือแทนชาร์จอย่างในรูปด้านบนเลย แล้วก็ไปเชื่อมต่อกับแอพพลีเคชั่นอีกที ชื่อแอพพลีเคชั่นที่จะดาวน์โหลดกันก็ชื่อเดียวกันเลยนะครับ ihealth for android นั้นเอง

   เมื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนไปเรียบร้ยอแล้ว ก็เมื่อเราจะใช้งานก็เหมือนเราวัดความดันในโรงพยาบาลนะครับ เราก็เอากระบอกลมสอดเข้าไปในแขนของเรา จากนั้นก็กดปุ่มสตาร์ทที่ตัวหน้าจอบนสมาร์ทโฟนของเรา เนื่องด้วยตัวแอพพลีเคชั่นเป็นของทาง เฉียว-มี่ แบรนด์จีนนะครับ ตอนที่ผมได้ทดสอบเนี่ย ตัวแอพก็จะมีภาษาจีนบนมาด้วย เราก็เลยอ่านไม่ออกนะครับ แต่ใช้ได้ครับ เข้าใจง่ายไม่ต้องห่วง การปล่อยลมเพื่อเข้าไปบีบที่แขนของเรานั้นก็จะค่อนข้างช้ากว่าเครื่องวัดความดันของคุณหมอนิดหนึ่งนะครับ คือมันจะค่อยๆ บีบเข้าไปทีละนิดๆ เมื่อตัวเครื่องมันอัดลมเข้าไปบีบจนได้ที่แล้ว ตัวเซนเซอร์ภายในก็จะทำงาน แล้วก็วิเคราะห์ผลออกมาเป็นกราฟแล้วก็เป็นตัวเลข การแสดงผลความดันโลหิตของเราก็จะออกมาเหมือนกับเครื่องวัดความดันในโรงพยาบาลเลยนะครับ ซึ่งค่าที่จะมีค่าความดันส่วนบนแล้วก็ส่วนล่าง ตรงนี้ผลที่ได้ผมก็ไปสอบถามทางแพทย์ที่มีความรู้รเองของการวัดความดันโลหิตมาแล้ว ท่านก็บอกว่าว่าผลที่ได้นั้นค่อนข้างที่จะตรงกับเครื่องวัดความดันในโรงพยาบาลเลย แต่ตัวแอพพลีเคชั่นมันจะบอกมาเป็นตัวเลขอาร์ราบิกนะครับ ไม่ใช่ภาษาจีน แต่บนแอพพลีเคชั่นจะพูดเป็นภาษาจีนมาให้เรา แต่เราก็ฟังไม่ออกอยู่ดี ไม่รู้ว่าพูดอะไรเหมือนกัน คือมันก็เหมาะสำหรับคนที่มีโรคประจำตัวนะครับ ใครที่จะต้องใช้เครื่องวัดความดันบ่อยๆ เช็คร่างกายตัวเองเช้า กลางวัน เย็น 3 เวลาเลย อะไรแบบนี้ ผมว่ามันก็คงจะสะดวกสบายดี

   แต่หลังจากที่ผมไปสืบทราบมาภายหลังจากการรีวิวสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้แล้วเนี่ยนะครับ ก็พบข้อมูลเพิ่มเติมอีกนิดหน่อยว่า ตัวแอพเราจะต้องไปดาวน์โหลดแอพที่เป็นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษได้ด้วย แล้วใครที่ใช้ไอโฟนก็จะสามารถสั่งการผ่านบลูทูธแบบไร้สายได้ด้วย ก็ใครที่ใช้สมาร์ทโฟนฝั่งไหนก็ลองเอาไปใช้งานกับเครื่องตัวเองดูครับ แต่ใครที่ร่างกายปกติ ก็ไปหาคุณหมอเป็นครั้งคราวเอาก้ได้นะครับ