Category Archives: สินค้าไอที

Review Foldio360 สตูดิโอขนาดเล็กสำหรับการถ่ายภาพสินค้าออนไลน์ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ

 

   ยุคนี้เป็นยุคที่ต้องเรียกว่าการขายสินค้าออนไลน์มันมีมากขึ้นแลกำลังเป็นธุรกิจที่กำลังนิยมกันอย่างมาก ไม่ว่าจะขายสินค้ากันผ่านทางเว็บไซต์ หรือ แอปพลีเคชั่นต่างๆ ทางโซเชียลมีเดียมากมาย ตรงนี้กลายเป็นสิ่งที่คนยุคใหม่นิยมกันมาก แต่สิ่งหนึ่งที่จำเป็นอย่างมากเลยก็คือ ภาพสินค้า ที่เราต้องลงทุนกับการถ่ายภาพกันพอสมควร เพื่อให้ภาพสินค้าออกมาสวยงาม ดูดี และเป็นที่น่าเชื่อถือ แอดมินเองก็มีอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์สำหรับการถ่ายภาพสินค้าออนไลน์โดยเฉพาะมารีวิวกัน มีชื่อว่า Foldio360 เป็นเหมือนกับสตูดิโอขนาดเล็ก วางสินค้าไปแล้วสามารถถ่ายภาพได้ 360 องศากันเลยทีเดียว จะมีรูปร่างลักษณะอย่างไร แล้วก็มีการใช้งานอย่างไร ไปติดตามกันเลย

   ถ้าจะอธิบายการใช้งานง่ายๆ ของตัว Foldio360 ตัวนี้ก็คือ มันจะเป็นคล้ายๆ กับแทนวางสินค้าที่เป็นแบบจานกลมๆ แล้วก็สามารถหมุนได้ 360 องศา เมื่อเราอยากจะถ่ายภาพสินค้าอะไรก็ได้ที่มีขนาดไม่ได้ใหญ่มาก เพื่อจะไปลงขายออนไลน์ เราก็วางสินค้าลงไปที่แท่นวาง จากนั้นตัวจานก็จะต้องเชื่อมต่อไฟ มีตัวอแด็ปเตอร์แปลงไฟมาให้ในกล่อง พร้อมกับคู่มือการใช้งานแบบง่ายๆ มาให้ ส่วนของการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อะไรได้บ้างนั้น ก็ง่ายๆ เลยในยุคคนี้นิยมเอาสมาร์ทโฟนถ่ายภาพกัน ดังนั้น ตัวจานจะมีบลูทูธ สามารถที่จะเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ผ่านตัวแอปพลีเคชั่นที่ชื่อว่า Foldio360 เช่นเดียวกัน ซึ่งการถ่ายภาพก็สามารถใช้สมาร์ทโฟนทั้งฝั่งของ android และ iOS ก็สามารถดาวโหลดได้ ซึ่งตัวแอปนั้นก็จะเป็นแอปกล้องได้เลย ส่วนการใช้งานของกล้องนั้น เมื่อเราติดตั้งแอปเรียบร้อย เชื่มอต่อบลูทูธกับตัวจานหมุนแล้ว ก็พร้อมใช้งาน เราก็แค่เอาสินค้ามาวาง แล้วก็เข้าแอปไปถ่ายภาพ ซึ่งในตัวแอปจริงๆ นั้น จะมีฟังก์ชั่นการถ่ายภาพมากมายเลยที่ออกแบบมาเพื่อการถ่ายสินค้าหรือถ่ายวัตถุจริงๆ ก็จะมีให้เลือกว่าจะถ่ายเป็นภาพนิ่งก้ได้ หรือ จะถ่ายเป็นไฟล์ gip ที่เป็นคล้ายๆ วีดีโอ แบบที่จะหมุนสินค้าไปรอบๆ แบบ 360 องศา ก็ได้ แล้วจากนั้นก็จะอัพขึ้น facebook หรือแอปโซเชียลต่างๆ ได้เลย แต่ก็แนะนำอย่างหนึ่งว่า การถ่ายภาพจากสมาร์ทโฟนนั้น เราควรที่จะใช้ขาตั้งกล้องหรือขาตั้งหนีบตัวเครื่องเอาไว้ เพื่อจะให้มันนิ่งมากที่สุดแล้วก็กดถ่าย เพราะจะสามารถถ่ายได้แบบ 24 เฟรม 34 เฟรม หรือ 60 เฟรม คืออยากให้เน้นความละเอียดของสินค้ามากแค่ไหน เลือกถ่ายได้เลย จานหมุนก็จะหมุนไปตามความเร็ว ความช้าของการตั้งค่ากล้อง ก็จะมีการเชื่อมต่อกันผ่านทางบลูทูธอยู่แล้ว

   ในส่วนของฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ใช้ในการถ่ายภาพสินค้านั้น จริงๆ แล้ว Foldio360 ก็จะคิดมาให้เรียบร้อยแล้วว่า ถ้ามีแต่เฉพาะจานหมุนที่ใช้วางสินค้าอย่างเดียว ฉากหลังหรือพื้นหลังก็จะติดมาแบบไม่สวยเท่าไหร่ ดังนั้น มันก็เลยเป็นที่มาของคำว่า สตูดิโอขนาดเล็ก ตามภาพมันก็จะคล้ายๆ กับกล่องสี่เหลี่ยม ที่มีฉากหลังติดอยู่นั่นเอง

   สิ่งที่ Foldio360 คิดมาให้เรียบร้อยเลย ก็คือ จะมีกล่องที่เห็นเป็นกล่องสี่เหลี่ยมในรูปต้วอย่างสินค้าด้านบน ตัวกล่องนั้นจะเป็นกล่องแบบพับได้ โดยใช้แม่เหล็กดูดติดกัน สามารถตั้งกล่องได้ง่าย พร้อมกับมีเป็นไฟ LED สีขาวมาให้ติดเอาไว้ส่องสว่างภายในตัวกล่อง เป็นการเน้นให้แสงมันตัดกับเงาได้ดีขึ้น ทำให้ลดเงาได้ดี่ขึ้น ตัวไฟนั้นก็จะใช้การเสียบปลั๊กเช่นเดียวกัน แต่ต้องติงอยู่นิดหนึ่งว่าไฟที่ให้มาสายสั้นไปนิดหนึ่ง สายไฟน่าจะยาวกว่านี้เพื่อความสะดวก แต่ตัวปลั๊กเสียบนั้นเป็นแบบ universal คือสามารถนำไปใช้งานได้ทั่วโลกเลย แล้วไฟที่ให้มาก็มี 4 ดวง สามารถติดส่องเอาวที่ด้านบน ด้านข้าง และ ด้านหลัง พร้อมกับมีกระดาษเป็นพื้นฉากหลังปิดทับอีกชั้นหนึ่ง กระดาษก็จะมีสีขาว สีเทา สีฟ้า มาให้เลือกได้ว่าจะชอบฉากหลังเป็นพื้นสีอะไร ก็จำลองมาคล้ายๆ กับสตูดิโอที่ทำเป็นฉากจริงๆ มาให้ได้ใช้งานกัน ตัวความสูงของกล่องไฟนั้นจะอยู่ที่ 15*15 นิ้ว ตรงนี้ก็ต้องคำนวณดูด้วยว่าสินค้าของท่านนั้นมีขนาดใหญ่เกินกว่านี้หรือไม่

   ก็เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ตัวช่วยและเป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่ต้องบอกว่าค่อนข้างสำคัญเลยทีเดียว กับคนที่ทำธุรกิจค้าขายออนไลน์ ที่ต้องการภาพสินค้าสวยๆ ชัดๆ และมีฉากหลังที่จัดว่าดูดี ดูเป็นสินค้าที่น่าเชื่อถือดูได้ทุกมุมมอง ตัวแอปกล้องเองก็สามารถตั้งค่าได้หลากหลาย ทั้งการเพิ่มลดแสงไฟ ก็สามารถสั่งงานได้ผ่านบลูทูธที่ตัวแอปกล้องได้เลย

รีวิว Westone AM Pro 10 หูฟังแบบ in-ear ที่ใช้สำหรับนักร้อง นักดนตรีบนเวทีสามารถมอนิเตอร์เสียงทั้งเสียงภายในและเสียงรอบนอกได้

 

   เพื่อนๆ นักน้อง นักดนตรีที่กำลังจะมองหาหูฟังสักหนึ่งคู่ เพื่อเอาไว้ใช้งานในขณะอยู่บนเวที เพื่อมอนิเตอร์เสียงทั้งเสียงร้อง เสียงดนตรี และก็เสียงของผู้คนที่อยู่รอบๆ ตัว เพื่อให้ได้ยินเสียงและบรรยากาศได้อย่างครบถ้วนนั้น ในการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ของเราในเว็บไซต์ 108plaza ตอนนี้ ก็จะมีหูฟังแบบ in-ear ที่เรียกได้ว่ามีคุณภาพดีรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว มาทำการรีวิวให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกัน จะเป็นหูฟังรุ่นไหน แบรนด์อะไร ไปดูกันเลย

   Gadget ที่นำมารีวิวในครั้งนี้เป็นสินค้าจะ Westone รุ่น AM Pro 10 ซึ่งเป็นรุ่นล่างสุดใน series อย่างที่เห็นอยู่ในรูปตัวอย่างสินค้าด้านบน ก็จะมีทั้งรุ่น AM Pro 20 และ AM Pro 30 นั้นเอง ก็มาติดตามกันว่าในรุ่นล่างสุดแบบนี้จะใช้งานได้ครอบคลุมขนาดไหน แล้วจะเหมาะกับผู้ที่ใช้งานด้านไหนได้บ้าง ซึ่งรายละเอียดรอบๆ กล่องที่แอดมินเห็นว่ามันเป็นจุดเด่นที่ต้องรีวิวอย่างแรกก็คือว่า หูฟังรุ่นนี้จะแบ่งแยกไปตามซีรีส์ อย่าง AM Pro 10 ก็จะมีไดเวอร์ข้างในหูฟังตัวเดียว แล้วก็จะมีระบบ SLED รองรับอยู่ ระบบนี้คือ การที่ไดเวอรืภายในจะมีการปล่อยเสียงที่ส่งมาจากแห่งกำเนิดเสียงได้ด้วย แล้วก็จะปล่อยให้เสียงจากด้านนอก ดูดเข้ามาแล้วก็มาให้ผู้ที่ใช้หูฟงตัวนี้อยู่เนี่ยได้ยินด้วย นั้นก็ทำให้การใช้งานอย่างที่บอกไป มันสามารถใช้งานได้ดีกับพวกกลุ่มนักร้อง นักดนตรีนะครับ เมื่อเปิดมาข้างในกล่อง ก็จะมีอุปกรณ์ที่ให้มาคืออย่างแรกเลย ตัวหูฟัง แล้วก็จะมีกล่องเก็บหูฟังที่เป็นพลาสติกแบบปิดแน่นสนิท สามารถกันน้ำ กันฝุ่นได้ ถัดมาก้จะเป็นจุกยาง ที่ต้องบอกว่าให้มาเยอะมาก หลายขนาด หลายคู่ ก็เอาไว้เปลี่ยนเวลาที่มีเหงื่อหรือใช้ร่วมกันหลายๆ คนก็อาจจะเปลี่ยนจุกยางของตัวเองได้ ให้มาเยอะเลยทีเดียว สุดท้ายก็จะเป็นตัวหูฟัง เท่านี้เองที่ให้มา นอกจากนั้นก็จะเป็นคู่มือการใช้งานรวมไปถึงรับประกันตัวสินค้าต่างๆ นั้นเอง

   ตัวจุกยางก็ให้มา 2 แบบด้วยกัน เป็นแบบซีลีโคลน แล้วก็เป็นแบบฟองนุ่ม ก็ลองไปสวมใส่กันดูว่าแบบไหนจะเหมาะและสวมใส่ได้สบายมากที่สุดนะครับ มาดูที่ตัวหูฟังกันบ้าง ตัวหูฟังอย่างที่บอกไปว่ามันสามารถดูเสียงจากภายนอกได้ ภายในก็จะใช้ driver แบบ balanced armature 1 ตัว เป็นแบบ Full range น้ำหนัก 12.7 กริม ตัวสายของหูฟังเป็นแบบ MMCX audio ใช้แจ็คแบบ 3.5 มม. ปกติในการเชื่อมต่อ ที่ตัวหูฟังก็จะมีตัวอักษร L และ R หรือบอกข้างซ้าย ขวา อย่างชัดเจนอยู่ที่ตัวหูฟัง วิธีการสวมใส่ก็จะต่างจากหูฟังทั่วไปสักนิดหนึ่ง จะใช้คล้องจากบริเวรหลังหูแทน เพื่อให้การสวมใส่ได้ไม่หลุดง่าย เวลามีการเคลื่อนไหวที่แรงๆ ก็จะยึดติดกับหูได้ดีกว่านั้นเอง ที่ตัวหูฟังก็จะไม่มีไมค์โครโฟนมาให้นะครับ เพราะว่ามันไม่ได้เน้นที่การใช้งานทั่วไป หรือว่าใช้งานกับสมาร์ทโฟน แต่เน้นการใช้งานบนเวทีมากกว่านั้นเอง

   มาถึงในส่วนของการทดสอบใช้งานกันบ้าง ต้องบอกว่าแอดมินเองก็ไม่ได้เป็นนักร้องหรือนักดนตรีที่ไหน ที่จะไปขึ้นเวทีแล้วทดสอบหูฟังรุ่นนี้นะครับ แต่แอดมินเองก็ใช้วีธีการทดสอบทั่วไป คือเปิดเพลงจากสมาร์ทโฟนนี่แหละครับ ใช้ฟังเพลงปกติ ก็จำลองสถานการณ์จริงๆ ดูว่าอย่างเช่น เราเปิดเพลงไปด้วยฟังจากหูฟัง แล้วก็เปิดทีวี หรือแม้แต่ไปอยู่ข้างนอก ไปเดินห้าง ไปอยู่บนรถไฟฟ้า ไปอยู่ที่มีเสียงรบกวนเยอะๆ ได้ผลเป็นแบบนี้ครับเพื่อนๆ คือถ้าเป็นเสียงรบกวนแบบปิด คือ ในห้องที่เปิดทีวีไปด้วยฟังเพลงไปได้ แบบนี้จะได้ยินเสียงทีวีชัดเจนดีมากเลย แต่พอไปข้างนอกที่เป็นเสียงรอบข้าง พร้อมกับการเปิดเพลงไปด้วย มันจะได้ยินเสียงภายนอกน้อยลง อาจจะได้ยินแบบแว่วๆ มาเท่านั้นเอง ไม่ได้แบบว่าได้ยินทุกคำพูดหรือทุกเสียงที่คนอื่นพูดใกล้ๆ เราเหมือนเราได้ยินกับหูตัวเองปกติ อะไรแบบนั้นเท่าไหร่ คือมันได้ยินแบบเบาๆ นะครับ

   เรื่องสุดท้ายของการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์รุ่นนี้ก็คือเรื่องของบุคลิกเสียงที่ได้ยินจากหูฟังรุ่นนี้ แอดมินคิดว่ามันเหมาะที่จะเน้นฟังรายละเอียดของเสียงเครื่องดนตรีน้อยชิ้น ถ้าเล่นดนตรีสดก็เป็นแนววงเล็กๆ เสียงร้องชัดเจน ห้องเสียงที่ได้ยินก็เสียงกว้าง แต่ถ้าเพื่อนๆ เป็นนักดนตรีแบบเต็มวง วงใหญ่ๆ อาจจะต้องไปมองหาซีรีส์ที่สูงกกว่านี้ ก็คาดว่าทางทีมงานจะได้ตัวสินค้ามารีวิวกันในตอนต่อไปให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกันด้วย

   

พรีวิว Mini Nintendo NES เครื่องแฟมิคอมขนาดพกพาที่ใส่เกมในยุค 80 มามากถึง 30 เกมในเครื่องเดียว

   มาเอาใจคนที่ชอบเล่นเกมกันบ้างดีกว่าครับ สำหรับเว็บไซต์ 108plaza ของเราในตอนนี้จะมาพรีวิวเครื่องเล่นเกมที่ในช่วงยุค 80 เพื่อนๆ หลายคนคงจำได้ว่าเมื่อในยุคนั้น จะมีเครื่องเล่นเกมที่สามารถเปลี่ยนตลับเกมได้ แล้วก็เปลี่ยนไปเล่นเกมต่างๆ ผ่านเครื่องเล่นเกมขนาดไม่ได้ใหญ่มาก สามารถพกพาไปเล่นได้ในที่ต่างๆ แต่ในครั้งนี้ แอดมินมี gadget สินค้าอินเทรนด์ เกี่ยวกับเครื่องเล่นเกมที่เรียกว่าเครื่องแฟมิคอมที่คล้ายๆ กับเครื่องเล่นเกมในยุค 80 อย่างที่ได้กล่าวมาในช่วงต้น แต่เปิดตัวมาในยุคดิจิตตอลแบบนี้ จะมีอะไรดี จะมีอะไรเด็ดให้คอเกมเมอร์หรือคนที่ชอบเล่นเกมอย่างเราๆ ได้เล่นกันบ้างนั้น ไปติดตามรายละเอียดพร้อมๆ กันเลย

   ล่าสุดผู้ผลิตเกมและเครื่องเล่นเกมยักษ์ใหญ่อย่าง Nintendo ก็เป็นตัวเครื่องเล่นเกมขนาดเล็ก ที่เรียกว่า Mini NES ออกมาให้คอเกมอย่างเราๆ ได้อัพเดทความเคลื่อนไหวกันแล้ว ซึ่งเครื่องเกมแฟมิคอมที่ว่านี้ได้ถูกเปิดตัวมาในอเมริกาเมื่อไม่นานที่ผ่านมานี้ แต่ต้องบอกเลยว่าสำหรับคนไทยแล้ว อาจจะไม่คุ้นเคยกันสักเท่าไหร่ แต่จะคุ้นเลยและมีเข้ามาวางจำหน่ายกันก่อนหน้านี้ไห้คนที่ชอบเล่นเกมได้รู้จักกันคือเครื่องแฟมิคอมแบบ สีขาว-แดง ที่จะมีตลับเกมเอาไว้เปลี่ยนเพื่อเล่นเกมต่างๆ แต่ตัวใหม่ล่าสุดนี้จะไม่สามารถเปลี่ยนตลับเกมได้ แต่จะมีเกมในยุค 80 อัดเต็มมาให้ในตัวเครื่องเลย โดยมีข้อจำกัดที่ว่า จะสามารถเลือกเล่นเกมได้ทั้งหมดแค่ 30 เกมเท่านั้นที่ถูกบรรจุมาในตัวเครื่อง แต่ 30 เกมที่ให้มาก็ถือว่าค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว แต่บางทีก็อาจจะไม่จุใจหรือสะใจคนที่ชอบเล่นเกมประเภทนี้ก็เป็นได้นะครับ เนื่องด้วยขนาดตัวเครื่องที่มันเล็ก เล็กจนถึงขั้นที่ว่าวางบนฝ่ามือของเราได้เลย แต่ด้วยความที่มีขนาดเล็กนี้ ก็ยังมาพร้อมกับพอร์ด HDMI เพื่อที่จะเชื่อมต่อเข้ากับทีวีหรือสมาร์ททีวีหรือหน้าจอมอนิเตอร์อื่นๆ ได้ง่ายเพื่อใช้ในการเล่นเกมนั้นเอง แต่หลังจากการเปิดตัวมานั้น ก็พบว่าข้อเสียของการเชื่อมต่อภาพขึ้นบนหน้าจอทีวีก็ยังไม่ได้พัฒนามามากมายนัก ก็ยังคงเป็นภาพที่เป็นแบบ 8-bit เท่านั้นเอง นอกจากนั้นในกล่อก็จะยังมีจอยย์รุ่น NES classic แยกมาให้ 1 อัน แล้วก็มีหม้อแปลงแยกมาให้ต่างห่างเพื่อใช้ในการเสียบไฟ แต่ถ้าใครที่อ่านพรีวิวในตอนนี้แล้ว อยากจะได้มาเล่นมากเลย แล้วก็อยากจะเอามาเล่นแข่งกับเพื่อน ก็ต้องไปหาซื้อจอยย์มาเพิ่มต่างหากนะครับ สำหรับเครื่องแฟมิคอม เครื่องเล่นเกมแบบยุค 80 เครื่องนี้ในการเปิดตัวนั้น ได้มีการเปิดเผยเรื่องของราคาออกมาด้วย ราคาในต่างประเทศก็จะอยู่ที่ 59.99 เหรียญ แต่ถ้าใครอยากจะได้เครื่องแฟมิคอมมาเล่นเร็วๆ นี้เลย คงไม่ได้นะครับ เพราะทาง Nintendo นั้นจะออกมาทำตลาดและวางขายในช่วงปลายปีคือช่วงเดือนพฤศจิกายน 2016 เลยทีเดียว ใครที่อ่านพรีวิวแล้วอยากจะได้มาเล่นเนี่ย ก็คงต้องอดใจรอกันสักนิดหนึ่งนะครับ เบื้องต้นก็คาดว่าน่าจะกว่าจะเข้ามาในบ้านเราก็คงเป็นต้นปี 2017 เลยก็เป็นได้ แต่อาจจะสั่งซื้อแบบออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ของ Nintendo ได้โดยตรง อย่างไงก็ลองไปค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมกันดูได้นะครับสำหรับเพื่อนๆ ที่ชอบเล่นเกมแบบนี้แล้วก็เปลี่ยนหน้าจอทีวีให้กลายเป็นสนามประลองฝีมือกันกับเพื่อนๆ

   แต่เพื่อนๆ หลายคนก็คงอยากจะรู้กันแล้วใช่ไหมละครับว่า ถ้าในทั้งหมด 30 เกมที่ Nintendo อัดแน่นให้มาในเครื่องแฟมิคอมเครื่องนี้มันมีเกมอะไรบ้างที่น่าสนใจ ในงานเปิดตัวเครื่องแฟมิคอมก็บอกเอาไว้ด้วยครับว่า เกมยอดฮิตอย่าง คาสเซิลวาเนียร์ ดองค์กี้คองส์ ไฟนอลแฟนตาซี กาติอูส นินจาไกย์เด้นท์ หรือแม้แต่ เกมยอดฮิตอย่าง ซูปเปอร์มาริโอ้ 3 เป็นต้น ก็เรียกได้ว่าแต่ละเกมนั้นเป็นที่คุ้นเคยแล้วก็สร้างความน่าตื่นเต้นให้กับคอเกมอย่างมากเลยทีเดียว แอดมินคิดว่าอย่างนั้นนะครับ ใครที่เบื่อการเล่นเกมบนเครื่องคอมพิวเตอร์แล้ว ก็ลองมาย้อนยุคเป็นการเล่นเกมแบบนี้บ้างก็ได้นะครับ แต่อาจจะต้องรอนานสักนิดหนึ่งกว่าจะออกมาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการนะครับ

   ก็เป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ ที่มาเอาใจคอเกมได้ร่วมอัพเดทกันใน 108plaza ครั้งนี้ ส่วนในการรีวิวตอนต่อไปของเรา จะมีอะไรมาให้ได้ติดตามกันอีกนั้น เพื่อนๆ ก็สามารถเข้าไปกด like fanpage//108plaza กันได้เพื่อรอรับทุกๆ การเคลื่อนไหวของเรา รวมไปถึงร้านค้าออนไลน์ของเราที่มีเปิดตัวเข้ามาวางจำหน่ายกันอย่างต่อเนื่อง ก็จะมีโปรโมชั่นดีๆ รอทุกท่านอยู่ด้วยนะครับ

รีวิว ALTO ZMX 122Fx มิกเซอร์ที่ราคาเบาๆ แต่มีเอฟเฟคในตัวไม่ต้องพึ่งใคร

 

   ต้องบอกว่าในวงการ sound engineer หลายๆ คน ไม่ว่าจะเป็นนักดนตรี คนทำซาวต์ มักจะมองหาแต่อุปกรณ์ที่คิดว่าดีแต่มีราคาแพงๆ มาใช้งานกัน แต่ไม่ค่อยจะมองอุปกรณ์ตัวช่วยในการรวมสัญญาณหรือว่ามิกเซอร์นั้นเอง ที่ราคาเบาๆ แต่ให้คุณภาพเสียงที่เรียกว่ามันก็พอใช้ได้ ไม่ขี้เหร่เลย อะไรแบบนี้มาใช้งานกัน ในตอนนี้ทางแอดมิน 108plaza ก็เลยไปจับเอาสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้มารีวิวกันให้เพื่อนๆ คนทำซาวต์ทุกคนเลย ได้อ่านกันเพื่อที่จะได้แนะนำว่าของดีราคาเบาๆ มันก็มีเหมือนกันนะ

   ตอนนี้เราอยู่กับอุปกรณ์ตัวช่วยรวมสัญญาณหรือที่เรียกกันทั่วไปว่า มิกเซอร์ นั้นเอง อยู่กับรุ่น ALTO ZMX 122Fx ซึ่งมิกเซอร์รุ่นนี้ก็เป็นตัวเล็กที่เอาไว้ใช้ในงานคาราโอเกะ งานประชุม งานเล็กๆ ทั่วไป แต่ถ้าใครที่อยากจะได้ที่รุ่นใหญ่กว่านี้ไปใช้ในงานเวที ห้องอัดเสียง สตูดิโอ ก็มีตัวรุ่นใหญ่กว่านี้ที่เป็นรหัสอย่างเช่น 162Fx หรือ 242Fx อะไรแบบนี้ไป ก็สามารถหาซื้อกันได้ แต่ก่อนที่จะไปหาซื้อ มาอ่านรีวิวกันก่อนดีกว่าว่ามันดีจริงหรือเปล่า มันมีข้อเสียตรงไหนบ้างสำหรับมิกเซอร์ตัวนี้ครับ

   สำหรับมิกเซอร์รุ่น ALTO ZMX 122Fx ตัวนี้ก็จะมีช่องสัญญาณ input แบบขาเข้าที่เป็นช่องไมค์หรือช่อง โมโน ที่เรียกกันทั่วไปนเยนะครับอยู่ด้วยกัน 4 ช่อง แล้วก็มีช่อง สเตอริโอ ที่เอาไว้เสียบพวกเครื่องเล่นต่างๆ เครื่องอ่านซีดี หรือไปเสียบกับคอมพิวเตอร์ที่เป็นสายสเตอริโอทั่วไปเนี่ยนะครับ มีอยู่ 2 ช่องด้วยกัน ถ้าเสียบไมค์โครโฟนเพื่อที่จะร้องคาราโอเกะกันในบ้านอะไรแบบนี้นะครับ ก็เสียบไมค์สายได้ 4 ตัวสบายๆ ไม่ต้องมาแย่งกันเลย แล้วก็มิกเซอร์ตัวนี้มีเอฟเฟคในตัวด้วย แต่ก่อนที่จะไปคุยเรื่องเอฟเฟค ไปดูเรื่องของปุ่ม volume ต่างๆ ที่มีมาให้ในมิกเซอร์รุ่นนี้กันบ้าง ปุ่มบนสุดปุ่มแรกเลย ก็คือภาค gain เอาไว้เร่งหรือลดสัญญาณที่เข้ามา ถ้ามีน้อยเกินไปก็เร่งให้มันดังขึ้น ชัดขึ้นได้เลย แล้วก็ถัดมาก็เป็นภาคของ EQ ก็มีให้เลือกปรับอยู่ด้วยกัน 3 ย่านหลักๆ คือเสียงทุ้ม กลาง แหลม เหมือนมิกเซอร์ทั่วไป ถัดมาอีกหนึ่งภาค ก็เป็นตัวปุ่ม AUX นั้นเอง มีอยู่ด้วยกัน 2 AUX ซึ่งหน้าที่ตรงนี้เอาไว้ทำอะไร ก็คือ เอาไว้ทำเป็นมอนิเตอร์ เอาไว้ฟังเสียงในกรณีที่หันตู้ลำโพงไปคนละด้านกับเรา เราก็ทำมอนิเตอร์ฟังเลยว่าเสียงมันเพี้ยนมั้ย ดังเกินไปมั้ย อะไรแบบนี้ ทำได้เลยในมิกตัวนี้ แล้วก็มีปุ่มเอฟเฟค ที่เราจะรีวิวกันต่อไป อย่างเช่นทำเสียง แอคโค่ ดีเลย์ อะไรก็ว่ากันไป แล้วก็มีปุ่ม pan คือเอาไว้ทำมิติเสียง pan เสียงไปทางลำโพงด้านซ้าย ด้านขวา กึงกลาง ได้หมดเลย

   แต่อีกหนึ่งส่วนที่เราต้องรีวิวกันยาวสักนิดหนึ่ง เพราะมันเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่มิกเซอร์ในราคาที่อยู่ในงบ 5 พันบาทมีให้มาใช้งานกันในระดับมือโปรเนี่ยนะครับ ก็คือ มิกเซอร์ตัวนี้มีเอฟเฟคในตัวนั้นเอง ซึ่งปกติแล้วถ้าเราใช้ภาคขยายทีเป็นเครื่องเล่นต่างๆ ที่เอาไว้ร้องคาราโอเกะกันทั่วไปเนี่ยนะครับ ถ้ามีเอฟเฟคที่ใช้งาน ก็จะมีแค่รูแบบเอฟเฟคแบบ แอคโค่ ที่เป็นเสียงสะท้อนไปมาๆ อะไรแบบนี้ แต่มิกเซอร์ตัวนี้เราสามารถเลือกรูปแบบเอฟเฟคได้ถึง 16 แบบ เลยทีเดียว แล้วเราก็สามารถปรับแต่งรูปแบบเอฟเฟคได้หลากหลาย จะเอาแบบหางยาว เสียงกว้าง เสียงสั้น อะไรปรับได้แบบกึ่งๆ มือโปรเลยทีเดียว รูปแบบเอฟเฟคก็จะมีประมาณว่า เป็นเสียแบบ ลีเวิฟ เสียงสะท้อนยาวๆ หรือจะเอาแนวเสียงแบบ ฮอล์ เสียงในห้องกว้างๆ หรือจะเอาแบบ เสียงในห้องเล็กๆ อะไรแบบนี้ปรับได้หมดเลย เรียกว่าคุ้มค่ากับราคาที่เสียไปแน่นอนเลยนะครับ แต่ด้วยความที่มิกเซอร์ตัวนี้เป็นขนาดเล็ก ต้องการให้มีความเล็กตามไปด้วย ก็อาจจะใช้เป็นปุ่มแบบลูกบิดทั้งหมดเลย ทั้งตัวที่เป็น channel หรือ master ก็เป็นลูกบิดทั้งหมดเลยนั้นเอง

   ก็ต้องบอกว่าหลังจากที่ริวิวสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้แล้ว ถือว่าเป็นมิกเซอร์ที่สามารถใช้งานได้ง่ายๆ แล้วก็เรียนรู้ได้ไม่ยากสำหรับเพื่อนๆ หรือท่านใดที่ไม่ค่อยมีความรู้ในเรื่องของอุปกรณ์รวมสัญญาณแบบนี้นะครับ ย่างไรแล้วก็ต้องลองไปทดสอบหรือไปขอดูตัวสินค้าแบบจริงๆ กันได้ตามร้านขายอุปกรณ์เครื่องเสียงทั่วไปได้เลย เชื่อว่าแบรนด์นี้มีขายทั่วประเทศแน่นอนครับ

Review Deepcool Iceedge mini FS Sink ตัวช่วยระบายความร้อนให้กับ CPU ในราคาเบาๆ

 

   ในการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ของเราในครั้งนี้ มาเอาใจคนที่ชอบ D.I.Y เคสคอมพิวเตอร์ของตัวเองในราคาเบาๆ กันบ้างนะครับ หรือ เพื่อนๆ คนไหนที่ชอบเล่นเกมส์จากเครื่องคอมพิวเตอร์แบบ พีซี แล้วตอนนี้มีปัญหาเรื่องของความร้อนในตัว CPU ที่มันอาจจะร้อนได้มากถึงประมาณ 90 องศาหรือมากกว่านั้น ถ้าใครที่เปิดเครื่องยาวๆ เล่นกันแบบจัดหนัก แบบว่าเป็นคอเกมส์สายโหด อะไรแบบนั้นนะครับ ในครั้งนี้ทางทีมงาน 108plaza ก็ไปเจอตัวระบายความร้อนให้กับเคสคอมพิวเตอร์หรือที่เรียกกันว่าตัว Hitsink นั้นเอง เป็นตัวระบายความร้อนราคาเบาๆ แล้วก็เป็นตัวเริ่มต้นที่อาจจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องของความร้อนได้ในระดับหนึ่ง แต่อย่างที่บอกไปว่ามันประหยัดเงิน เพราะราคาถูก ก็เลยเป็นเหตุผลที่ทางทีมงานของเราเอามารีวิวในครั้งนี้ครับ

   ตัวพัดลมระบายความร้อนให้กับคอมพิวเตอร์พีซีตัวนี้มีชื่อว่า Deepcool Iceedge mini FS Sink นั้นเอง ขอบอกราคาก่อนเลยแล้วกันนะครับ ก่อนที่จะไปรีวิวกันว่ามันเป็นอย่างไรบ้าง ราคาพัดลมระบายความร้อนตัวนี้ก็คิดว่าน่าจะราคาถูกที่สุดแล้วนะครับ ประมาณ 3xx บาทเท่านั้นเอง เรียกว่าคนที่ชอบตกแต่ง ชอบดัดแปลง ชอบยัดโน้น ใส่นี่ไปในเคสพีซี ก็คงจะถูกใจกัน เพราะว่ามันราคาถูก แต่เมื่อแกะกล่องออกมา ก็อย่างที่บอกละครับว่ามันเป็นตัวเริ่มต้น คุณภาพก็อาจจะมได้ดีมากเท่าไหร่ ข้างในกล่องก็จะมีคู่มือมาให้ ส่วนเรื่องของการรับประกันก็คงขึ้นอยู่กับร้านจำหน่ายสินค้าไอทีที่เขาจะรับประกันตัวสินค้า อาจจะ 7 วันหรือ 1 เดือนอะไรแบบนี้ก็ว่ากันไปนะครับ แล้วในกล่องก็จะมีตัวขาตั้งที่เอาไว้ยึดตามเคส พร้อมกับน๊อตยึดมาให้เลย ก็ขึ้นอยู่กับเราว่าจะไปใส่เอาไว้ตรงไหน บางคนก็เปลือยเคสกันโล่งๆ เลย เพื่อระบายความร้อนได้ดี อันนี้ก็แล้วแต่เพื่อนๆ แต่ละคนนะครับ

   แต่สำหรับการรีวิวครั้งนี้เราจะทำการทดสอบด้วยการวัดอุณหภูมิของตัวเคสพีซี ที่ทางทีมงานของเราบอกว่า ปกติถ้ามันมีตัวระบายความร้อนตัวเดิมที่ติดมากับคอม มันก็จะร้อนอยู่แล้ว บางทีก็ร้อนไปมากถึง 90 องศาเลย อะไรแบบนี้อย่างที่บอกไป ซึ่งสเปคคอมที่เราจะทดสอบกันเนี่ยนะครับ เป็นตัว intel i5 3750 ซึ่งหลายๆ คนก็บอกว่าซีพียูตัวนี้มันจะร้อนอยู่แล้วเป็นปกติ แต่ถ้ามาร้อนมากๆ มันก็คงไม่ดีต่อการทำงานแน่ๆ ก็เลยจัดการเอาตัวระบายความร้อน deepcool ตัวนี้เข้าไปเพื่อช่วยลดอุณหภูมิลง ก็จะวัดดูว่าอุณหภูมิในตัวเครื่อง ก่อนการใส่ตัวระบายความร้อนเข้าไปจะได้อุณหภูมิในที่เครื่อง full road จริงๆ มันได้ที่เท่าไหร่ แล้วหลังจากที่เราใส่ตัวระบายความร้อนไปแล้ว อุณหภูมิจะลดเหลือเท่าไหร่ เดี่ยวมาติดตามกันครับ

   ก่อนที่เราจะใส่ตัวระบายความร้อน deepcool ตัวนี้ไป CPU ที่ตอนขณะที่เปิดใหม่ในช่วงต้น จะมีความร้อนอยู่ที่ประมาณ 40 องศา แต่เมื่อเราเปิดแล้วก็ใช้งานแบบหนักๆ เล่นเกมส์กันไปเรื่อยๆ อุณหภูมิที่ขึ้นมาจะอยู่ที่ประมาณ 70-75 องศา แต่เราก็ดันให้มัน full road ไปเรื่อยๆ จนความร้อนมันขึ้นมาที่ 90 องศา จากนั้นเราก็จัดการเพิ่มตัว sink ที่เรานำมารีวิวครั้งนี้เข้าไป แล้วก็ให้มันทำงานสักพักหนึ่งประมาณ 10 นาที แต่เราก็ยังคงเล่นเกมส์กันแบบหนักๆ ต่อไปเรื่อยๆ แล้วก็เช็คความร้อนไปเรื่อยๆ เช่นกัน ก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจเลยทีเดียวครับ อุณหภูมิความร้อนจากที่อยู่ราวๆ 80-90 เนี่ย มันสามารถลดลงมาได้อยู่ประมาณ 60-65 องศา เท่านั้นเอง ก็ถือว่าเป็นความร้อนที่ CPU มันไม่ Hit นะครับ ก็ทำให้เราเล่นไดนานขึ้น แล้วก็ไม่ส่งผลเสียต่อ CPU ของเราด้วย ซึ่งจากข้อมูลตรงนี้ก็เห็นว่า ตัวระบายความร้อนที่เรานำมารีวิวครั้งนี้ ราคาถูก แต่เรื่องของการใช้งาน เรื่องการระบายความร้อนนั้น ถือว่าทำได้ดีเลยทีเดียว แล้วก็ต้องบอกอย่างที่เกริ่นไว้ช่วงต้นว่า มันก็ไม่ได้ดีเหมือนกับตัวระบายความร้อนราคาแพงๆ นะครับ ข้อเสียคือมันไม่สามารถที่จะปรับระดับความเร็วพัดลมได้ งานประกอบก็อาจจะไม่ได้แข็งแรง แน่นหนา สักเท่าไหร่ แต่ก็คือว่าเป็นตัวระบายความร้อนที่สามารถแก้ขัดของคนงบน้อยได้อย่างดีเลยทีเดียวครับ

   สำหรับในตอนหน้า เราจะมี gadget สินค้าอินเทรนด์อะไรมารีวิวให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันอีกนั้น ต้องบอกเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะเรามีสินค้าใหม่ๆ เทคโนโลยีล้ำๆ แต่คัดสรรเรื่องของคุณภาพดีและราคาเบาๆ มารีวิวให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันอย่างแน่นอนเลย

Review Lenovo Yoga Tab 3 Pro Projector Tablet ที่เหมาะกับงานประชุมและพรีเซ้นท์งาน พร้อมครบครันทางด้านความบันเทิง ตัวใหม่ล่าสุดจาก เลอโนโว่

   สวัสดีครับเพื่อนๆ ที่รักและหลงใหลสินค้าอทางด้านไอที แล้วก็ชอบที่จะสรรหาอุปกรณ์ไอทีตัวใหม่ๆ ที่จะมาช่วยให้คุณนั้นทำงานได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น แล้วก็รวดเร็วขึ้นนั้นเองครับ ในครั้งนี้เราก็มีอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์มารีวิวกันครับ แน่นอนว่า 108plaza ของเราต้องจัดหนัก จัดเต็มกันทุกๆ ตอนอยู่แล้วและจะเป็นอุปรกรณ์ไอทีตัวไหนอย่างไร ไปดูกันเลย

   Gadget ที่เราจะรีวิวกันในวันนี้คือ Lenovo Yoga Tab 3 Pro รุ่นที่ต่อยอดมาจาก yoga tab 2 นั้นเองครับ ก็ได้มีการเปิดตัวกันไปไม่นานมานี้ เรียกว่าเราได้ตัวเครื่องมารีวิวกันสดๆ ร้อนๆ ก่อนใครเพื่อนอีกแล้วนะครับ ต้องบอกว่า 108plaza ของเรานี่เป็นผู้ที่รีวิวกันเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศเลยทีเดียว ใครที่พลาดอ่านไปแม้แต่ตอนเดียว ต้องกลายเป็นคนที่ตกเทรนด์ไปเลยทีเดียวนะครับ

   มาดูความสดใหม่ของแท็ปเล็ดตัวนี้กันดีกว่าครับ แน่นอนว่ามันมาพร้อมกับรู ที่ด้านหลัง มันจะสามารถทำอะไรได้บ้างนั้น เดี่ยวรู้ครับ ความพิเศษในด้านการใช้งานอย่างแรกของแท้ปเล็ดตัวนี้นะครับ ก็คือการพับขาตั้งเอาไว้ติดกับตัวเครือ่ง แล้วก็ถือใช้งานปกติ ก็ใช้งานได้สะดวกกับการพกพานั้นเองครับ ความพิเศษอย่างที่สอง เราก็กางขาตั้งออกมา สามารถตั้งแท็ปเล็ดเอาไว้บนโต๊ะทำงานหรือว่าวางไว้ตามพื้นที่ต่างๆ ได้ด้วย อย่างที่สาม ใครที่ชอบเล่นโซเชียลบนเตียง เล่นเกมส์บนเตียงหรือดูหนังบนเตียง เล่นกันแบบสบายๆ เลยเนี่ยก็กางขาตั้งออกมาอีกเล้กน้อย ก็ทำมุมจอเป็นแนวแบนราบไปเลย ก็สะดวกสบายไปอีกแบบนะครับ ก็เรียกว่าขาตั้งของแท็ปเล้ดตัวนี้ตอบสนองทุกท่าทางการใช้งานได้อย่างดีเลยทีเดียว แล้วสุดท้าย แท็ปเล็ดตัวนี้มีรูอยู่ด้านหลังตัวเครื่อง เอาไว้ทำไม ก็เอาไว้ให้เราไปเลือกแขนตามฝาผนังต่างๆ แนะนำว่าในห้องครัว ใครที่จะทำอาหารต้องดูสูตร ดูคลิปสอนทำอาหาร รูตรงนี้เหมาะเลยทีเดียวครับ

   จุดเด่นใหญ่ๆ อย่างต่อมาของ yoga tab 3 pro เครื่องนี้ก็คือ มันมี projector ติดมาให้ด้วยที่ด้านข้าง การใช้งานก็ไม่ได้ยากอะไร ก็แค่กดปุ่มเปิดค้างเอาไว้ จากนั้นก็ฉายเข้ากับฝาผนังหนือพื้นขาวต่างๆ ได้เลย เหมาะมากกับคนที่ต้องมีการพรีเซ้นท์งาน มีการประชุม มีการแนะนำสินค้ากับคนกลุ่มใหญ่ หรือ การใช้งานทางด้านความบันเทิง อยากจะเปลี่ยนห้องนอนเป็นโรงหนัง ก็ฉายหนังเข้ากับผนังในห้องนอน ดูหนัง ดู MV อะไรแบบนี้ได้เลย ง่ายๆ นะครับ โดย projector ที่ฉายออกมานั้น ก็จะมีระบบปรับขนาดของจอภาพแบบอัตโนมัติ ให้เป็นภาพที่แสดงมาเหมือนกับหน้าจอแท็ปเล็ดได้เลย ก็ถือว่าใช้งานง่ายครับ

   ขนาดของแท็ปเล้ดเครื่องนี้ก็ไม่ได้ใหญ่มากนะครับ มีขนาดหน้าจออยู่ที่ 10.1 นิ้ว ก็พกพาง่าย หน้าจอมีความคมชัดในระดับ Quad HD เป็นหน้าจอแบบ IPS ก็ถือว่ามีความคมชัดเลยทีเดียว สีค่อนข้างสด ดูสบายตา จอคุณภาพดีครับ การแสดงผลออกมาได้ไม่ผิดเพี้ยน มีลำโพงให้มาด้านล่าง 1 ตัว เสียงก็ไม่ถึงกับดังมาก อยู่ในระดับปานกลาง ตัวเครื่องสามารถเพิ่มหน่วยความจำได้ ใส่ micro sd card ได้ ใส่ซิมที่รองรับการใช้งาน 4G ได้ด้วย ด้านหลังตัวเครื่องก็ทำมาจากหนังดูสวยงามหรูหราดีครับ ตัวแท็ปเล็ดเองก็ให้กล้องมาทั้งด้านหน้าแล้วก็ด้านหลัง กล้องด้านหลังมีความละเอียดที่ 13 ล้านพิกเซล กล้องหน้าความละเอียดที่ 5 ล้านพิกเซล ถัดมาก็มาดูสเปคของตัวเครื่องกันบ้างนะครับ มาพร้อมกับชิปประมวลผลด้านในเป็น intel atom x5-Z8500 ความเร็วอยู่ที่ 1.44 GHz มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ android 5.1 lollipop ภายในก็จะถูกครอบมาด้วยตัว Vibe UI อีกทีหนึ่ง ใครที่ใช้เลอโนโว่มาก็จะคุ้นๆ กับกราฟฟิกหรือว่าไอคอนส์ต่างๆ นะครับ ให้ RAM 2 GB ROM 32 GB สามารถเพิ่มหน่วยความจำสำรองได้สูงสุดที่ 128 GB แล้วก็อัดแน่นมาด้วยความจุของแบตเตอร์รี่ที่มากพอกับการใช้งานยาวๆ เลย 12000 mAh กันเลยทีเดียวครับ

   เป็นอย่างไรกันบ้างละครับ ดูการใช้งาน ดูสเปค ดูฟังก์ชั่นที่ให้มากับแท็ปเล็ดตัวนี้แล้ว พอที่จะเป็นอีกหนึ่ง gadget สินค้าอินเทรนด์ที่คุณอยากจะได้เป็นเจ้าของหรือไม่ ซึ่งผมก็ถือว่ามันเป็นอีกหนึ่งสินค้าไอทีที่มีจุดขาย แล้วก็ใช้งานได้ดีนะครับ เรื่องราคาก็อาจจะแพงนิดหนึ่ง ตั้งอยู่ที่ 22,xxx บาท เลยทีเดียว สำหรับใครที่สนใจก็ลองไปมองหาเครื่องจริงกันได้ที่ศูนย์บริการของทาง Lenovo ได้เลยนะครับ

Review Samsung Evo Plus 256GB Micro SD Card ตัวใหม่ล่าสุด จุได้เยอะกว่าเดิม รองรับการใช้งานในสมาร์ทโฟนที่หน่วยความจำไม่พอ

   เดี่ยวนี้ต้องบอกว่าเรื่องของการพัฒนาทางด้านความละเอียดของกล้องที่ไปเป็นระดับ 4k กันค่อนข้างเยอะแล้วเนี่ยนะครับ เรื่องของไฟล์ภาพต่างๆ รวมไปถึงไฟล์วีดีโอต่างๆ มันก็ต้องมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น เพราะความคมชัดมากขึ้น ความละเอียดมากขึ้น แล้วใครที่ใช้สมาร์ทโฟนแล้วชอบถ่ายรูป ถ่ายวีดีโอ เก็บข้อมูลต่างๆ ไว้ในมือถือเยอะแยะเลย ส่งผลให้ปัจจุบันนี้เรื่องของหน่วยความจำในตัวเครื่อง รวมไปถึงหน่วยความจำสำรองหรือที่เรียกว่า micro sd card เนี่ยนะครับ มันไม่พอใช้งาน ล่าสุดครับ Samsung ได้เปิดตัว gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ออกมาล่าสุด

   สำหรับตัวนี้เป็น Micro sd card ที่ชื่อว่า Evo plus 256GB จากทาง samsuong นั้นเองครับ ซึ่งต้องบอกว่า micro sd slot ตัวนี้ซัมซุงเองผลิตขึ้นมาให้มีการใช้งานกับอุปกรณ์ระดับ ไฮ เอนต์ ต่างๆ อย่างเช่น สมาร์ทโฟน แท็ปเล็ด กล้อง action cam โดรนต่างๆ กล้องถ่ายรูประดับความคมชัดสูง แล้วก็อุปกรณ์ไอทีอื่นๆ อีกมากมายที่ต้องการความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลที่รวดเร็วนั้นเอง ซึ่งทาง ซัมซุง เองก็ได้ทำการทดลองตัว micro sd card รุ่นนี้กับทางผลิตภํณฑ์ของทาง ซัมซุง เองอย่างเช่นตัว กล้อง 360 องศา อย่าง Samsung gear เอง ซึ่งตัว micro sd card evo plus 256 GB ตัวนี้เป็นการ์ด class 10 ซึ่งมีความเร็วในการอ่านข้อมูลอยู่ที่ 95 Mb/s และสามารถใช้ความไวในการเขียนข้อมูลได้ความเร็วสูงสุดที่ 90 Mb/s นั้นเอง ถือว่ารวดเร็วมากนะครับ นอกจากการทดสอบที่ว่ามานี้แล้ว ทาง ซัมซุง เองยังทำการทดสอบแล้วว่า micro sd card ตัวนี้เมื่อนำไปใช้กับกล้องถ่ายวีดีโอแล้ว จะสามารถบันทึกภาพที่มีความคมชัดระดับ 4k ได้นานถึง 12 ชั่วโมงติดต่อกัน แล้วก็สามารถบันทึกวิดีโอที่มีความคมชัดระดับ Full HD ได้นานติดต่อกันถึง 33 ชั่วโมงเลยทีเดียว แล้วใครที่ชอบฟังเพลงนะครับ แล้วก็เก็บไฟล์นามสกุลเป็น mp3 นั้น ตัว micro sd card ตัวนี้สามารถเก็บไฟล์ได้เยอะถึง 23,500 ไฟล์เลยทีเดียว เรียกว่าใครที่เอา micro sd card ตัวนี้ไปเก็บเพลงโดยเฉพาะเลยเนี่ยนะครับ เชื่อว่าได้เยอะเลยทีเดียว

   คุณสมบัติของตัว mrcro sd card ตัวนี้ยังไม่หมดนะครับ นอกจากนี้ยังสามารถยังสามารถกันน้ำได้ตามมาตรฐาน IPx 7 แล้วก็กันอุณหภูมิที่ต่ำสุดจนถึงสูงสุดได้ที่ -25 ถึง 80 องศาเซลเซียส กันเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังสามารถกันคลื่นแม่เหล็ก กันแม่เหล็กและรังสีเอ็กซเรย์ได้ด้วย แต่เพื่อนๆ คนไหนที่สนใจ อยากจะซื้อมาใช้งานเลย เพราะเห็นว่ามันดีขนาดนี้ ชอบเลย อยากจะได้มาเก็บข้อมูล ต้องบอกว่าใจเย็นๆ ครับ เพราะตอนนี้ทาง ซัมซุง เองยังไม่มีการประกาศว่าจะวางจำหน่ายในตอนนี้ แต่จะประกาศวางจำหน่ายใน 50 ประเทศทั่วโลกในช่วงเดือนมิถุนายนนี้แน่นอน ก็อีกไม่นานเกินรอครับ คาดว่าน่าจะวางขายในช่วงกลางๆ เดือน มิถุนายน นี้ แต่อย่างไรแล้ว จะเข้ามาในประเทศไทยเลยหรือไม่ ต้องติดตามทาง ซัมซุง ประเทศไทยว่าจะนำเข้ามาหรือไม่นะครับ แต่ในส่วนของเรื่องราคานั้น เปิดเผยจากทาง ซัมซุง บริษัทแม่มาว่า จะวางขายในราคาประมาณ 249.99 เหรียญ หรือราคาราวๆ 8,xxx บาท กันเลยทีเดียว ซึ่งเมื่อเราเห็นราคาแบบนี้แล้ว บางคนอาจจะยอม เอาข้อมูลต่างๆ โอนย้ายไปอยู่ในคอมพิวเตอร์แทนก็ได้ เพราะว่าราคาเท่านี้เนี่ย เหมือนกับเราได้มือถือเครื่องใหม่อีกเครื่องหนึ่งเลย ในราคาไม่ถึงหมื่นแล้วตอนนี้คุณภาพดีๆ ทั้งนั้นเลยนะครับ แต่ถ้าใครที่คิดว่า มันจำเป็นจริงๆ ต้องใช้ micro sd card ที่มีสเปคเท่านี้เลย ความจุเท่านี้เลย แล้วก็สามารถอ่าน เขียนข้อมูลได้เร็วเท่านี้เลย แล้วก็ต้องเป็น คราส 10 ด้วยเนี่ย อย่างไรแล้วก็ถือว่าคุ้มครับ เพราะด้วยเทคโนโลยีที่มันก้าวล้ำไปแล้ว มันเป็นเรื่องปกติที่ในช่วงแรกๆ ของเทคโนโลยีนั้นๆ มันก้จะมีราคาแพงเสมอๆ นะครับ เพื่อเป็นการสร้างความน่าตื่นเต้นและสร้างความน่าสนใจที่หลายคนมีเงินก็คงซื้อ แต่หลายคนไม่ได้มีเงินเยอะที่ต้องซื้อ card ราคา 8 พันเกือบๆ 9 พันบาท อันนี้ก็คงไม่จำเป็นนะครับ

   สำหรับในครั้งหน้านั้น เราจะมี gadget สินค้าอินเทรนด์อะไรมาให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันอีกนั้น ต้องคอยติดตามกันด้วยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวที่นำมาอัพเดทในวงการสมาร์ทโฟน gadget ต่างๆ รวมไปถึง wearable ที่เปิดตัวมาให้ต่างๆ เราจะไม่พลาดที่จะได้มาอัพเดทให้เพือ่นๆ นั้นไม่ตกเทรนด์อย่างแน่นอน แล้วใครที่ยังไม่ได้เข้ามากด like กับ facebook ของเรา 108plaza นะครับ สามารถเข้ามาติดตามเราได้ แล้วก็เขามาพูดคุย แนะนำข้อมูลต่างๆ ที่จะให้ทางทีมงานได้ทำการรีวิวกัน ก็สามารถติดต่อเราได้ผ่านทางช่องทาง facebook นี่แหละนะครบ

Review คอมพิวเตอร์ PC Dell Vostro 3900


   สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว 108plaza ทุกคนที่คอยติดตามผลงานการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ของเราผ่านทางช่องทางนี้มาโดยตลอดนะครับ ในครั้งนี้ผมก็มีคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะหรือที่เรียกว่า คอมพิวเตอร์แบบ พีซี ที่เอาไว้ใช้งานอยู่กับบ้านหรือในสำนักงาน ที่ต้องการความสเถียรในการทำงานแล้วก็มีการใช้งานที่ครอบคลุมนะครับ ซึ่งรูปตัวอย่างสินค้าที่เราจะรีวิวกันในครั้งนี้ก็อยู่ที่ด้านบนอย่างที่เพื่อนๆ เห็นกันแล้วนะครับ ความแปลกใหม่ในเรื่องของการทำงานมันคงไม่มีอะไรที่เป็นจุดเด่นสักเท่าไหร่ แต่ทีนี้ว่า ผมจะพาทุกท่านไปดูรายละเอียดเกี่ยวกับสเปคของตัววเครื่องกันเลยดีกว่าครับ

   มาดูในส่วนของเคสของคอมพิวเตอร์พีซีรุ่น Dell Vostro 3900 ด้านบนของตัวเครื่องนะครับ จะเป็นในส่วนขอ ออฟติคอล ไดซ์ ที่เป็นตัวอ่านแผ่นซีดี ดีวีดี แล้วก็ตัวที่สามารถไลท์แผ่นซีดี แล้วก็ดีวีดี ได้ด้วยนะครับ ถัดลงมาอีกนิดหนึ่งนะครับ ก็จะเป็นไดซ์เบ ที่เราไว้ใส่อุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่เป็นช่องว่างเอาไว้เผื่อว่าใครที่จะเสริมเพิ่มอะไรก็มีไว้ใส่ได้เลยสบายๆ นะครับ แล้วด้านหน้าเคสเองเนี่ยก็จะมีช่องเสียบเมาส์ เสียบคีย์บอร์ด หรือว่าจะเสียบทั้มท์ไดร์ฟต่างๆ ก็ได้ด้วย เพราะว่ามีพอร์ด USB 2.0 มาให้ด้านหน้าเนี่ย 2 พอร์ดด้วยกัน ถัดมานะครับ ก็จะเป็นรูเสียบหูฟังที่เป็นแจ็ค 3.5 มิลลิเมตรอยู่หนึ่งช่อง แล้วก็รูเสียบไมค์โครโฟนขนาด 3.5 มิลลิเมตรอีกหนึ่งช่องด้วยกัน ถัดมาด้านล่างอีกนิดหนึ่งนะครับ ก็จะเป็นปุ่มเพาเวอร์ที่มาพร้อมกับไฟ LED ดูสวยงามดีเลยทีเดียว ถัดมามองขึ้นมาดูส่วนบนของเคสคอมพิวเตอร์เครื่องนี้กันบ้างดีกว่าครับ ซึ่งด้านบนของตัวเคสนะครับ จะมีพื้นที่ทำเอาไว้สำรหับที่จะวางมือถือที่เราสามารถชาร์จได้จากพอร์ด USB ได้ หรือ สามารถที่จะวางอุปกรณ์จำพวก เอทเทอร์นอล ฮาร์ดดิสก์ ได้เช่นกัน จะมีแทนวางเอาไว้ให้ดูทันสมัยดีเลยทีเดียวครับ มาดูตรงฝาด้านข้างกันบ้าง ฝั่งนึงจะเป็นฝาสีดำ แต่เจาะช่องระบายอากาศเอาไว้เป็นรูๆ พร้อมทั้งสลักโลโก้ Dell พร้อมกับชื่อรุ่นเอาไว้ด้วย ส่วนฝาอีกด้านหนึ่ง จะเป็นฝาสีดำทึบเลย มาดูตรงพอร์ดเชื่อมต่อด้านหลังเครื่องคอมพิวเตอร์กันบ้างนะครับ ด้านบนสุดก็แนนอนว่าเป็นตำแหน่งของตัว เพาเวอร์ซัพฟลาย ถัดลงมาอีกนิดหนึ่ง ก็เป็นพัดลมดูอากาศหรือว่าดูดลมร้อนออกมา ส่วนข้างๆ ของตัวเครื่อง จะเป็นพรอืดการเชื่อมต่อที่ต่อออกมาจากตัวเมนบอร์ดด้านใน เรียงกันเป็นตับเลยครับ พอร์ดแรกเป็นช่องเสียบเมาสืแบะคีย์บอร์ดแบบหัว pin ถัดลงมาอีกนิดหนึ่งครับ เป็นพอร์ด USB 2.0 จำนวน 2 พอร์ดด้วยกัน อีกหนึ่งพอร์ดถัดมาเป็น ช่องเสียบสาย LAN RJ45 ถัดมาก็เป็นพอร์ด USB 3.0 มาให้อีก 2 พอร์ด ถัดมาครับ เป็นพอร์ดที่ต่อจอใหญ่ด้วยคุณภาพดีในแบบ HDMI มาให้อีกหนึ่งพอร์ด แล้วก็พอร์ดสำหรับต่อจอมอนิเตอร์ VGA แบบ 15 pin มาให้อีกหนึ่งพอร์ด อีกหนึ่งพอร์ดเชื่อมต่อสุดท้ายด้านล่างสุด ก็คือช่องเสียบหูฟัง แล้วก็เสียบไมค์โครโฟนแบบ 3.5 มิลลิเมตรมาให้ที่ด้านหลังอีกด้วย

   ทีนี้มาดูเรื่องของสเปคของเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นนี้กันบ้างครับ ด้วยความที่มันเป็นคอมพิวเตอร์แบบอเนกประสงค์นะครับ ต้องบอกเลยว่าสเปคของเครื่องตัวนี้สามารถใช้งานได้หลากหลายแนว ตัวซีพียูด้านในนะครับ ก็จะเป็นตัว intel core i3 สำหรับตัวการืดจอหรือว่า GPU นั้นเป็นแบบ on-board มาเลยจะใช้เป็น SD4000 ส่วน RAM ให้มาที่ 4 GB แล้วก็ให้หน่วยความจำภายในตัวเครื่องนั้นมีมาให้ที่ 500 GB ในส่วนของอุปกรณ์เสริมที่ให้มากับตัวเครื่องคอมพิวเตอร์นะครับ ก็จะมีแผ่นซอฟต์แวร์ที่เอาไว้เป็นตัวสแกนไวรัสแบบของแท้มาให้ใช้งานกันฟรีๆ 1 ปี แล้วก็มีแฟ่นดีวีดีที่เป็นคู่มือการใช้งานต่างๆ รวมไปถึงแผ่นไดร์เวอร์ต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้คู่กับคอมพิวเตอร์ตัวนี้นะครับ แล้วที่ dell เค้าแถมมาให้ก็คือตัวเมาส์แล้วก็ตัวคีย์บอร์ดครับ ทั้งสองตัวเป็นพอร์ดเสียบแบบ USB แถมมาให้ในกล่องเรียบร้อยครับ

   ในส่วนของการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ที่เป็น gadget สินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้นะครับ ก็คงต้องเน้นการใช้งานแบบทั่วไป ที่ใช้งานทางด้านเอกสาร แล้วก็งานในสำนักงานหรือว่าเป็นคอมพิว่เตอร์ที่ใช้งานในบ้าน เล่นเน็ต เล่นเกมส์ทั่วไป ใช้งานท่องเว็บไซต์อะไรแบบนี้ไปนะครับ ก็จะเป็นคอมพิวเตอร์ที่สามารถใช้ดีทีเดียวเลย

Review ASUS zenbook UX305 Ultrabook สเปคแรงในราคาเบาๆ ไม่ถึง 2 หมื่นบาท

   ใครที่กำลังมองหาโน๊ตบุ๊คบางๆ เบาๆ สักเครื่องเอาไว้ใช้งานแบบทั่วไปหรือว่าโน๊ตบุ๊คเครื่องเก่าที่ใช้อยู่มันเริ่มจะพังแล้ว อยากจะเปลี่ยนเครื่องใหม่ดูบ้าง ต้องเข้ามาอ่านรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ของเราในครั้งนี้เพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อได้อย่างดีเลยทีเดียวครับ วันนี้ผมและทีมงาน 108plaza ก็ได้มีโอกาสนำเครื่อง อัลตร้าบุ๊ค จากค่าย asus ที่เป็นนิกายเซน อีกหนึ่งรุ่นมาฝากเพื่อนๆ ได้อ่านรีวิวกันครับ จะเป็นรุ่นไหนอย่างไร แล้วดีไซน์ของตัวเครื่องจะสวยถูกใจเพื่อนๆ หรือไม่นั้น เดี่ยวผมจะพาไปดูรายละเอียดเกี่ยวกับสเปคคร่าวๆ แล้วก็รูปสินค้าตัวอย่างกันเลยครับ

   เรื่องของดีไซน์ตัวเครื่อง อัลตร้าบุ๊ค เครื่องนี้ผมว่ามีการดีไซน์หน้าจอที่บางแล้วก็มีน้ำหนักตัวเครื่องที่เบาเหมาะสำหรับการพกพาไปทำงานนอกบ้านหรือทำงานนอกสถานที่นะครับ อัลตร้าบุ๊ค เครื่องนี้มีชื่อรุ่นว่า asus zenbook UX305 Ultrabook ที่มีราคาในตอนนี้ก็คงจะไม่เกิน 2 หมื่นบาทแล้วนะครับ เพราะว่าอัลตร้าบุ๊คเครื่องนี้ได้มีการเปิดตัวแล้วก็วางขายในบ้านเรามาประมาณ 5 เดือนกว่าๆ แล้ว เรื่องของสเปคนั้น อัลตร้าบุ๊ค เครื่องนี้มาพร้อมกับขนาดหน้าจอ 13 นิ้ว หน้าจอมีความละเอียดระดับ Full HD แล้วก็หน้าจอเป็นแบบจอ IPS ที่ให้ความคมชัดแล้วก็สีสันในการมองหน้าจอนั้นอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเลยทีเดียว ส่วนมุมมองของจอนั้นก็ให้มุมมองที่กว้างครับ เรียกว่าจะมององศาไหนก็เห็นชัดเจนดี ส่วนเรื่องของการดีไซน์ตัวเครื่องนั้น ที่ผมบอกว่ามันบางและเบา ก็ไดดูสเปคมาแล้ว ตัวเครื่องมีน้ำหนักเพียง 1.17 กิโลกรัม ครับ สาวๆ ที่ต้องการคอมพิวเตอร์แบบพกพาเนี่ยบอกได้เลยว่ามันเหมาะจริงๆ ครับ

   มาดูเรื่องของสเปคภายในตัวเครื่องกันบ้างดีกว่านะครับ สำหรับสเปคของอัลตร้าบีคเครื่องนี้ก็ถือว่าไม่ธรรมดาครับ มีสเปคที่ค่อนข้างแรงอยู่ในระดับกลางๆ เลยทีเดียว มาพร้อมกับชิปประมวลผลที่เป็นตัว Intel core M ให้ RAM ภายในมีให้เลือกอยู่ 2 รุ่นด้วยกัน ก็ตัว RAM 4 GB แล้วก็ตัว RAM 8 GB ใครที่ต้องการแรงๆ เร็วๆ นิดหนึ่งในการใช้งานแบบขั้นสูง เล่นเกมส์หนักๆ หรือว่าใช้งานทางด้านกราฟฟิกเยอะๆ ก็เอาสเปคที่มีแรมเยอะๆ ก็จะเหมาะสมกับการใช้งานครับ ส่วนเรื่องของหน่วยความจำภายใน ก็มีให้เลือกอยู่ 2 รุ่นด้วยกัน เป็นหน่วยความจำแบบ SSD ที่มีความจุอยู่ที่ 128 GB แล้วก็รุ่นใหญ่ขึ้นมาหน่อยก็มีความจุอยู่ที่ 256 Gb .ในส่วนของพอร์ดการเชื่อมต่อในการใช้งานนั้น ด้านข้างของตัวเครื่องก็ให้พอร์ด USB 3.0 มาให้ถึง 3 พอร์ดด้วยกัน ถัดมาก็เป็นช่องใส่ micro SD Card แล้วก็มีพอร์ดที่สามารถพ่วงต่อสัญญาณภาพและเสียงขึ้นจอใหญ่ด้วยพอร์ด micro HDMI มาให้อีกหนึ่งพอร์ดด้วย ตัวเครื่องเองสามารถใช้งานติดต่อกันโดยใช้แบตเตอร์รี่จะสามารถใช้งานต่อเนื่องได้ถึง 10 ชั่วโมงเลยครับ เรียกว่าใครที่เน้นใช้งานนอกบ้าน เครื่องอัลตร้าบุ๊คหรือว่าโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ไปทำงานที่ร้านกาแฟ อะไรแบบนี้ผมว่ามันสามารถพกพาไปได้ง่ายๆ โดยที่ไม่ต้องเอาสายเอาปลั๊กอะไรไปเสียบให้ยุ่งยากเลยนะครับ

   มาดูในส่วนของการใช้งานจริงกันบ้างนะครับ ตอนที่ผมได้ตัวเครื่องนี้มาทดสอบนั้น ก็ใช้เวลาในการอยู่กับเครื่องรุ่นนี้มาประมาณ 1 สัปดาห์แล้วนะครับ ตัวเครื่องเองลงระบบปฏิบัติการ Windows 10 มาให้เรียบร้อยแล้วนะครับ เป็น windows แท้ด้วย ตัวเครื่องเมื่อเปิดหน้าจอมาสีสันดูดีเลยทีเดียว สีค่อนข้างสดครับ ในส่วนของการใช้งานขั้นพื้นฐาน ดูหนัง ฟังเพลง เปิด youtube แล้วก็รวมไปถึงเรื่องของการใช้งานทางด้านงาน document หรือว่างานทางด้านเอกสารนั้น ทำได้ได้ดีอยู่แล้วในเครื่องรุ่นนี้นะครับ ขยับมาดูที่การใช้งานทางด้านกราฟฟิกกันบ้าง ใครที่ต้องใช้งานทางด้านการตัดต่อ ทางการโปรแกรมที่ต้องใช้ไทม์ไลน์เยอะๆ เนี่ย บางทีอาจจะไม่ตอบโจทย์สักเท่าไหร่ถ้าจะใช้แบบหนักๆ ใช้งานดีๆ ต้องไปหาสเปคที่แรงกว่านี้หรือไปมองรุ่นที่สูงกว่านี้ครับ อาจจะเป็นเพราะหน้าจอก็ค่อนข้างเล็กด้วย ก็อาจจะไม่เหมาะกับงานทางด้านกราฟฟิกเท่าไหร่นั้นเอง

   ก็ต้องสรุปสำหรับ gadget สินค้าอินเทรนด์ที่มารีวิวในครั้งนี้ว่า asus zenbook UX305 ultrabook เครื่องนี้นั้นมันสามารถใช้งานได้ดีกับคนที่ใช้งานทั่วไป อยู่ระดับกลางๆ ที่สามารถใช้งานได้ลื่นไหลดีเลยทีเดียวครับ แล้วมันก็เหมาะแก่การพกพาด้วย ส่วนเรื่องของราคานั้นตอนนี้ถ้าเป็นรุ่นต่ำสุด ก็จะอยู่ประมาณ 2 หมื่นบาทมีทอน แต่ถ้ารุ่นสูงขึ้นมาก็จะอยู่ที่ 2 หมื่นต้นๆ ครับ ใครสนใจก็ลองเข้าไปดูตัวเครื่องกันได้ที่ศูนย์บริการของทาง asus เค้าได้เลยครับ

พรีวิว New Apple TV The 4th Generation แกะกล่องชื่นชมความเงางาม

 

   สวัสดีครับ เพื่อนๆ ชาว 108plaza ทุกท่านเลย แล้วในการพรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้ก็ต้องขอสวัสดีกับสาวกของ Apple ด้วยนะครับ เพราะเรามีสินค้าจากทางแบรนด์ผลไม้ที่เปิดตัวมาพร้อมๆ กับตัว iphone 6s เมื่อช่วงที่ผ่านมานี้เองนะครับ สินค้าที่ผมกำลังจะหมายถึงนั้นก็คือ new apple tv ตัวใหม่ล่าสุดนี้เลย จะสวยถูกใจ ไฉไลกว่าเดิม หรือเปล่านั้น มาเริ่มพรีวิวกันเลยดีกว่าครับ

   รูปสินค้าตัวอย่างที่เพื่อนๆ เห็นอยู่นี้ก็คงพอที่จะบอกถึงความรู้สึกได้บ้างนะครับ เพราะตัวกล่อง apple tv เนี่ยก็สีดำเงาเลยดีเดียว รวมไปถึงตัวรีโมทแบบใหม่ที่เป็นสีดำเช่นกัน แต่เป็นรีโมทแบบ touch screen ด้วยเนี่ยนะครับ ดูหรูครับ ซึ่งตัว apple tv ที่เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดที่ผมได้มาพรีวิวกันในตอนนี้นะครับ ก็เป็นตัวที่ซื้อมาจากประเทศญี่ปุ่น แต่คาดว่าตอนนี้ก็คงมีขายในเมืองไทยเราแล้วนะครับ แต่เวอร์ชั่นข้างในเหมือนกันครับ แต่ตัวแพ็คเก็จที่ผมได้มาตอนแกะกล่องเนี่ยก็เป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมดเลยในรายละเอียดรอบๆ ตัวกล่องนะครับ เมื่อเปิดกล่องออกมาก็จะเห็นว่ามีรีโมทคอนโทรนสีดำอย่างที่เห็นในรูปเนี่ยนะครับ ตัวรีโมทเนี่ยก็อย่างที่บอกไปว่าใช้ระบบการแตะ สไลท์ๆ เอามีปุ่มเมนู ปุ่มตั้งค่าต่างๆ รวมไปถึงการรองรับการสั่งงานด้วยเสียงด้วย เพราะมีรูปไมค์โครโฟนติดอยู่ที่ตัวรีโมทนะครับ ถัดมาก็จะเป็นตัวเครื่อง apple tv นั้นเอง ตัวเครื่องก็เป็นสีดำเงาเลยทีเดียว น้ำหนักเบาครับ แล้วก็บางกว่ารุ่นเดิมอีกด้วย ตัว apple tv ที่ผมได้มาก็มีความจุที่ 32 GB นั้นเอง ก็น่าจะพอแล้วนะครับสำหรับการใช้งานปกติ เรียกว่าถ้าไม่พอก็สตรีมเอาได้ แก้ไขปัญหากันไป ก็จะประหยัดเงินในกระเป๋าเราได้เยอะนะครับสำหรับคนที่อยากจะได้ apple tv มาครอบครอง ส่วนอุปกรณ์ที่ให้มาในกล่องก็จะมีสายไฟเสียบปลั๊ก แล้วก็สายไลท์นิ่ง เท่านี้เองนะครับที่ในตัวกล่องของ apple tv ที่ให้มา มีไม่เยอะครับ ตัวกล่องของ apple tv ก็มีโลโก้ของ แอปเปิ้ล อยู่ด้านบนเหมือนกับรุ่นเดิมเลย แต่วัสดุที่นำมาทำเนี่ยดีกว่าเดิม เบากว่าเดิม บางกว่าเดิม ถ้าเป็นสาวกแอปเปิ้ลเนี่ยก็ต้องบอกว่าพรีเมี่ยมสุดๆ เลยครับ

   ทีนี้ก็มาทดลองใช้งานกันบ้างนะครับ หลังจากที่ได้ทำการคว้ากรรโกรแกะกล่องกันอย่างประณีตมาแล้ว เรียกว่าถนอมสุดๆ ก็ต้องบอวก่าตัว apple tv ที่ให้มาเนี่ยผมก็ควักกระเป๋าซื้อมาเองเลยนะครับ ก็มาลองต่อสายต่างๆ เข้ากับจอทีวีกันบ้างดีกว่า มันจะเจ๋งแค่ไหน เมื่อเทียบกับรุ่นเดิมที่ผมก็เคยมีโอกาสได้นำเครื่องจริงๆ มาลองรีวิวกันไปแล้ว และยังจำได้ดีว่าตอนนั้นมันก็เจ๋งแล้วนะสำหรับรุ่นเดิม

   New apple tv 4th gen ต่อสายต่างๆ เข้ากับทีวี เชื่อมต่อผ่านพอร์ด HDMI เรีรยบร้อย เสียบปลั๊กเข้าไป จากนั้นก็มาจับรีโมทที่เป็นแบบ touch เนี่ยนะครับ อันดับแรกเลยที่ตัว apple tv ให้เราทำก็คือเลือก location ครับ เราก็เลือกไปเลยว่าเป็น ไทยแลนด์ จากนั้นก็ทำการเชื่อมต่อตัว apple tv เข้ากับระบบอินเตอร์เน็ต wi-fi ของเรา ก็เลือกเชื่อมต่อเข้าไป จากนั้นก็มาทำการใส่ apple ID เข้าไป ก็ตั้งค่าเริ่มต้นกันปกตินะครับ จากนั้นก็จะเข้าสู่หน้าจอที่เป็นภาพพักหน้าจอพร้อมใช้งาน ก็มีหลายๆ ภาพที่เปลี่ยนไป เป็นภาพภูเขา ทะเล ท้องฟ้า ก็ดูสดใสดีครับ จากนั้นก็จะเห็นว่ามีหน้าจอหลักขึ้นมาให้เราเลือกใช้งานกัน ก็จะจำพวก app store ให้ได้ทำการดาวน์โหลดแอพกันได้ผ่านตัว apple tv นี้นะครับ ก็จะมีให้ได้เล่นเกมส์ โหลดเกมส์ โหลดหนัง ดูหนังผ่านตัวแทนต่างๆ ที่เค้ามีมาให้เป็นทั้งหนังในต่างประเทศด้วย หนังในบ้านเราด้วย มีครอบเลย รวมไปถึงการช็อปปิ้งออนไลน์ผ่านตัว apple tv เครื่องนี้ได้เช่นกัน ก็ควบบคุมผ่านตัวรีโมทที่เราสามารถแตะๆ เลื่อนๆ กันได้ก็ง่ายดีครับ ในส่วนของความลื่นไหลในการทำงานนั้นไม่ต้องห่วงเลย ทำได้ดีเลยทีเดียวครับ

 

   ใครที่เป็นสาวกของ apple เองรวมไปถึงชอบ gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ แล้วก็ชอบการพรีวิวอุปกรณ์ไอทีในบทความอื่นๆ ก็เข้าไปกด like กด share เพจของ 108plaza ของเราด้วยนะครับ เพื่อเป็นกำลังใจให้ผมได้ทำบทความรีวิวสินค้าดีๆ กันอย่างนี้อีกเรื่อยๆ ในส่วนของการรีวิวสินค้าในครั้งต่อไปนั้นจะมีอะไรดีๆ มานำเสนออีกนั้นก็ต้องคอยติดตามกันด้วยนะครับ รับรองได้ว่าเด็ดแน่นอน