Category Archives: สินค้าไอที

Review คอมพิวเตอร์ PC Dell Vostro 3900


   สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว 108plaza ทุกคนที่คอยติดตามผลงานการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ของเราผ่านทางช่องทางนี้มาโดยตลอดนะครับ ในครั้งนี้ผมก็มีคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะหรือที่เรียกว่า คอมพิวเตอร์แบบ พีซี ที่เอาไว้ใช้งานอยู่กับบ้านหรือในสำนักงาน ที่ต้องการความสเถียรในการทำงานแล้วก็มีการใช้งานที่ครอบคลุมนะครับ ซึ่งรูปตัวอย่างสินค้าที่เราจะรีวิวกันในครั้งนี้ก็อยู่ที่ด้านบนอย่างที่เพื่อนๆ เห็นกันแล้วนะครับ ความแปลกใหม่ในเรื่องของการทำงานมันคงไม่มีอะไรที่เป็นจุดเด่นสักเท่าไหร่ แต่ทีนี้ว่า ผมจะพาทุกท่านไปดูรายละเอียดเกี่ยวกับสเปคของตัววเครื่องกันเลยดีกว่าครับ

   มาดูในส่วนของเคสของคอมพิวเตอร์พีซีรุ่น Dell Vostro 3900 ด้านบนของตัวเครื่องนะครับ จะเป็นในส่วนขอ ออฟติคอล ไดซ์ ที่เป็นตัวอ่านแผ่นซีดี ดีวีดี แล้วก็ตัวที่สามารถไลท์แผ่นซีดี แล้วก็ดีวีดี ได้ด้วยนะครับ ถัดลงมาอีกนิดหนึ่งนะครับ ก็จะเป็นไดซ์เบ ที่เราไว้ใส่อุปกรณ์เสริมต่างๆ ที่เป็นช่องว่างเอาไว้เผื่อว่าใครที่จะเสริมเพิ่มอะไรก็มีไว้ใส่ได้เลยสบายๆ นะครับ แล้วด้านหน้าเคสเองเนี่ยก็จะมีช่องเสียบเมาส์ เสียบคีย์บอร์ด หรือว่าจะเสียบทั้มท์ไดร์ฟต่างๆ ก็ได้ด้วย เพราะว่ามีพอร์ด USB 2.0 มาให้ด้านหน้าเนี่ย 2 พอร์ดด้วยกัน ถัดมานะครับ ก็จะเป็นรูเสียบหูฟังที่เป็นแจ็ค 3.5 มิลลิเมตรอยู่หนึ่งช่อง แล้วก็รูเสียบไมค์โครโฟนขนาด 3.5 มิลลิเมตรอีกหนึ่งช่องด้วยกัน ถัดมาด้านล่างอีกนิดหนึ่งนะครับ ก็จะเป็นปุ่มเพาเวอร์ที่มาพร้อมกับไฟ LED ดูสวยงามดีเลยทีเดียว ถัดมามองขึ้นมาดูส่วนบนของเคสคอมพิวเตอร์เครื่องนี้กันบ้างดีกว่าครับ ซึ่งด้านบนของตัวเคสนะครับ จะมีพื้นที่ทำเอาไว้สำรหับที่จะวางมือถือที่เราสามารถชาร์จได้จากพอร์ด USB ได้ หรือ สามารถที่จะวางอุปกรณ์จำพวก เอทเทอร์นอล ฮาร์ดดิสก์ ได้เช่นกัน จะมีแทนวางเอาไว้ให้ดูทันสมัยดีเลยทีเดียวครับ มาดูตรงฝาด้านข้างกันบ้าง ฝั่งนึงจะเป็นฝาสีดำ แต่เจาะช่องระบายอากาศเอาไว้เป็นรูๆ พร้อมทั้งสลักโลโก้ Dell พร้อมกับชื่อรุ่นเอาไว้ด้วย ส่วนฝาอีกด้านหนึ่ง จะเป็นฝาสีดำทึบเลย มาดูตรงพอร์ดเชื่อมต่อด้านหลังเครื่องคอมพิวเตอร์กันบ้างนะครับ ด้านบนสุดก็แนนอนว่าเป็นตำแหน่งของตัว เพาเวอร์ซัพฟลาย ถัดลงมาอีกนิดหนึ่ง ก็เป็นพัดลมดูอากาศหรือว่าดูดลมร้อนออกมา ส่วนข้างๆ ของตัวเครื่อง จะเป็นพรอืดการเชื่อมต่อที่ต่อออกมาจากตัวเมนบอร์ดด้านใน เรียงกันเป็นตับเลยครับ พอร์ดแรกเป็นช่องเสียบเมาสืแบะคีย์บอร์ดแบบหัว pin ถัดลงมาอีกนิดหนึ่งครับ เป็นพอร์ด USB 2.0 จำนวน 2 พอร์ดด้วยกัน อีกหนึ่งพอร์ดถัดมาเป็น ช่องเสียบสาย LAN RJ45 ถัดมาก็เป็นพอร์ด USB 3.0 มาให้อีก 2 พอร์ด ถัดมาครับ เป็นพอร์ดที่ต่อจอใหญ่ด้วยคุณภาพดีในแบบ HDMI มาให้อีกหนึ่งพอร์ด แล้วก็พอร์ดสำหรับต่อจอมอนิเตอร์ VGA แบบ 15 pin มาให้อีกหนึ่งพอร์ด อีกหนึ่งพอร์ดเชื่อมต่อสุดท้ายด้านล่างสุด ก็คือช่องเสียบหูฟัง แล้วก็เสียบไมค์โครโฟนแบบ 3.5 มิลลิเมตรมาให้ที่ด้านหลังอีกด้วย

   ทีนี้มาดูเรื่องของสเปคของเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นนี้กันบ้างครับ ด้วยความที่มันเป็นคอมพิวเตอร์แบบอเนกประสงค์นะครับ ต้องบอกเลยว่าสเปคของเครื่องตัวนี้สามารถใช้งานได้หลากหลายแนว ตัวซีพียูด้านในนะครับ ก็จะเป็นตัว intel core i3 สำหรับตัวการืดจอหรือว่า GPU นั้นเป็นแบบ on-board มาเลยจะใช้เป็น SD4000 ส่วน RAM ให้มาที่ 4 GB แล้วก็ให้หน่วยความจำภายในตัวเครื่องนั้นมีมาให้ที่ 500 GB ในส่วนของอุปกรณ์เสริมที่ให้มากับตัวเครื่องคอมพิวเตอร์นะครับ ก็จะมีแผ่นซอฟต์แวร์ที่เอาไว้เป็นตัวสแกนไวรัสแบบของแท้มาให้ใช้งานกันฟรีๆ 1 ปี แล้วก็มีแฟ่นดีวีดีที่เป็นคู่มือการใช้งานต่างๆ รวมไปถึงแผ่นไดร์เวอร์ต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้คู่กับคอมพิวเตอร์ตัวนี้นะครับ แล้วที่ dell เค้าแถมมาให้ก็คือตัวเมาส์แล้วก็ตัวคีย์บอร์ดครับ ทั้งสองตัวเป็นพอร์ดเสียบแบบ USB แถมมาให้ในกล่องเรียบร้อยครับ

   ในส่วนของการใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ที่เป็น gadget สินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้นะครับ ก็คงต้องเน้นการใช้งานแบบทั่วไป ที่ใช้งานทางด้านเอกสาร แล้วก็งานในสำนักงานหรือว่าเป็นคอมพิว่เตอร์ที่ใช้งานในบ้าน เล่นเน็ต เล่นเกมส์ทั่วไป ใช้งานท่องเว็บไซต์อะไรแบบนี้ไปนะครับ ก็จะเป็นคอมพิวเตอร์ที่สามารถใช้ดีทีเดียวเลย

Review ASUS zenbook UX305 Ultrabook สเปคแรงในราคาเบาๆ ไม่ถึง 2 หมื่นบาท

   ใครที่กำลังมองหาโน๊ตบุ๊คบางๆ เบาๆ สักเครื่องเอาไว้ใช้งานแบบทั่วไปหรือว่าโน๊ตบุ๊คเครื่องเก่าที่ใช้อยู่มันเริ่มจะพังแล้ว อยากจะเปลี่ยนเครื่องใหม่ดูบ้าง ต้องเข้ามาอ่านรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ของเราในครั้งนี้เพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อได้อย่างดีเลยทีเดียวครับ วันนี้ผมและทีมงาน 108plaza ก็ได้มีโอกาสนำเครื่อง อัลตร้าบุ๊ค จากค่าย asus ที่เป็นนิกายเซน อีกหนึ่งรุ่นมาฝากเพื่อนๆ ได้อ่านรีวิวกันครับ จะเป็นรุ่นไหนอย่างไร แล้วดีไซน์ของตัวเครื่องจะสวยถูกใจเพื่อนๆ หรือไม่นั้น เดี่ยวผมจะพาไปดูรายละเอียดเกี่ยวกับสเปคคร่าวๆ แล้วก็รูปสินค้าตัวอย่างกันเลยครับ

   เรื่องของดีไซน์ตัวเครื่อง อัลตร้าบุ๊ค เครื่องนี้ผมว่ามีการดีไซน์หน้าจอที่บางแล้วก็มีน้ำหนักตัวเครื่องที่เบาเหมาะสำหรับการพกพาไปทำงานนอกบ้านหรือทำงานนอกสถานที่นะครับ อัลตร้าบุ๊ค เครื่องนี้มีชื่อรุ่นว่า asus zenbook UX305 Ultrabook ที่มีราคาในตอนนี้ก็คงจะไม่เกิน 2 หมื่นบาทแล้วนะครับ เพราะว่าอัลตร้าบุ๊คเครื่องนี้ได้มีการเปิดตัวแล้วก็วางขายในบ้านเรามาประมาณ 5 เดือนกว่าๆ แล้ว เรื่องของสเปคนั้น อัลตร้าบุ๊ค เครื่องนี้มาพร้อมกับขนาดหน้าจอ 13 นิ้ว หน้าจอมีความละเอียดระดับ Full HD แล้วก็หน้าจอเป็นแบบจอ IPS ที่ให้ความคมชัดแล้วก็สีสันในการมองหน้าจอนั้นอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเลยทีเดียว ส่วนมุมมองของจอนั้นก็ให้มุมมองที่กว้างครับ เรียกว่าจะมององศาไหนก็เห็นชัดเจนดี ส่วนเรื่องของการดีไซน์ตัวเครื่องนั้น ที่ผมบอกว่ามันบางและเบา ก็ไดดูสเปคมาแล้ว ตัวเครื่องมีน้ำหนักเพียง 1.17 กิโลกรัม ครับ สาวๆ ที่ต้องการคอมพิวเตอร์แบบพกพาเนี่ยบอกได้เลยว่ามันเหมาะจริงๆ ครับ

   มาดูเรื่องของสเปคภายในตัวเครื่องกันบ้างดีกว่านะครับ สำหรับสเปคของอัลตร้าบีคเครื่องนี้ก็ถือว่าไม่ธรรมดาครับ มีสเปคที่ค่อนข้างแรงอยู่ในระดับกลางๆ เลยทีเดียว มาพร้อมกับชิปประมวลผลที่เป็นตัว Intel core M ให้ RAM ภายในมีให้เลือกอยู่ 2 รุ่นด้วยกัน ก็ตัว RAM 4 GB แล้วก็ตัว RAM 8 GB ใครที่ต้องการแรงๆ เร็วๆ นิดหนึ่งในการใช้งานแบบขั้นสูง เล่นเกมส์หนักๆ หรือว่าใช้งานทางด้านกราฟฟิกเยอะๆ ก็เอาสเปคที่มีแรมเยอะๆ ก็จะเหมาะสมกับการใช้งานครับ ส่วนเรื่องของหน่วยความจำภายใน ก็มีให้เลือกอยู่ 2 รุ่นด้วยกัน เป็นหน่วยความจำแบบ SSD ที่มีความจุอยู่ที่ 128 GB แล้วก็รุ่นใหญ่ขึ้นมาหน่อยก็มีความจุอยู่ที่ 256 Gb .ในส่วนของพอร์ดการเชื่อมต่อในการใช้งานนั้น ด้านข้างของตัวเครื่องก็ให้พอร์ด USB 3.0 มาให้ถึง 3 พอร์ดด้วยกัน ถัดมาก็เป็นช่องใส่ micro SD Card แล้วก็มีพอร์ดที่สามารถพ่วงต่อสัญญาณภาพและเสียงขึ้นจอใหญ่ด้วยพอร์ด micro HDMI มาให้อีกหนึ่งพอร์ดด้วย ตัวเครื่องเองสามารถใช้งานติดต่อกันโดยใช้แบตเตอร์รี่จะสามารถใช้งานต่อเนื่องได้ถึง 10 ชั่วโมงเลยครับ เรียกว่าใครที่เน้นใช้งานนอกบ้าน เครื่องอัลตร้าบุ๊คหรือว่าโน๊ตบุ๊คเครื่องนี้ไปทำงานที่ร้านกาแฟ อะไรแบบนี้ผมว่ามันสามารถพกพาไปได้ง่ายๆ โดยที่ไม่ต้องเอาสายเอาปลั๊กอะไรไปเสียบให้ยุ่งยากเลยนะครับ

   มาดูในส่วนของการใช้งานจริงกันบ้างนะครับ ตอนที่ผมได้ตัวเครื่องนี้มาทดสอบนั้น ก็ใช้เวลาในการอยู่กับเครื่องรุ่นนี้มาประมาณ 1 สัปดาห์แล้วนะครับ ตัวเครื่องเองลงระบบปฏิบัติการ Windows 10 มาให้เรียบร้อยแล้วนะครับ เป็น windows แท้ด้วย ตัวเครื่องเมื่อเปิดหน้าจอมาสีสันดูดีเลยทีเดียว สีค่อนข้างสดครับ ในส่วนของการใช้งานขั้นพื้นฐาน ดูหนัง ฟังเพลง เปิด youtube แล้วก็รวมไปถึงเรื่องของการใช้งานทางด้านงาน document หรือว่างานทางด้านเอกสารนั้น ทำได้ได้ดีอยู่แล้วในเครื่องรุ่นนี้นะครับ ขยับมาดูที่การใช้งานทางด้านกราฟฟิกกันบ้าง ใครที่ต้องใช้งานทางด้านการตัดต่อ ทางการโปรแกรมที่ต้องใช้ไทม์ไลน์เยอะๆ เนี่ย บางทีอาจจะไม่ตอบโจทย์สักเท่าไหร่ถ้าจะใช้แบบหนักๆ ใช้งานดีๆ ต้องไปหาสเปคที่แรงกว่านี้หรือไปมองรุ่นที่สูงกว่านี้ครับ อาจจะเป็นเพราะหน้าจอก็ค่อนข้างเล็กด้วย ก็อาจจะไม่เหมาะกับงานทางด้านกราฟฟิกเท่าไหร่นั้นเอง

   ก็ต้องสรุปสำหรับ gadget สินค้าอินเทรนด์ที่มารีวิวในครั้งนี้ว่า asus zenbook UX305 ultrabook เครื่องนี้นั้นมันสามารถใช้งานได้ดีกับคนที่ใช้งานทั่วไป อยู่ระดับกลางๆ ที่สามารถใช้งานได้ลื่นไหลดีเลยทีเดียวครับ แล้วมันก็เหมาะแก่การพกพาด้วย ส่วนเรื่องของราคานั้นตอนนี้ถ้าเป็นรุ่นต่ำสุด ก็จะอยู่ประมาณ 2 หมื่นบาทมีทอน แต่ถ้ารุ่นสูงขึ้นมาก็จะอยู่ที่ 2 หมื่นต้นๆ ครับ ใครสนใจก็ลองเข้าไปดูตัวเครื่องกันได้ที่ศูนย์บริการของทาง asus เค้าได้เลยครับ

พรีวิว New Apple TV The 4th Generation แกะกล่องชื่นชมความเงางาม

 

   สวัสดีครับ เพื่อนๆ ชาว 108plaza ทุกท่านเลย แล้วในการพรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้ก็ต้องขอสวัสดีกับสาวกของ Apple ด้วยนะครับ เพราะเรามีสินค้าจากทางแบรนด์ผลไม้ที่เปิดตัวมาพร้อมๆ กับตัว iphone 6s เมื่อช่วงที่ผ่านมานี้เองนะครับ สินค้าที่ผมกำลังจะหมายถึงนั้นก็คือ new apple tv ตัวใหม่ล่าสุดนี้เลย จะสวยถูกใจ ไฉไลกว่าเดิม หรือเปล่านั้น มาเริ่มพรีวิวกันเลยดีกว่าครับ

   รูปสินค้าตัวอย่างที่เพื่อนๆ เห็นอยู่นี้ก็คงพอที่จะบอกถึงความรู้สึกได้บ้างนะครับ เพราะตัวกล่อง apple tv เนี่ยก็สีดำเงาเลยดีเดียว รวมไปถึงตัวรีโมทแบบใหม่ที่เป็นสีดำเช่นกัน แต่เป็นรีโมทแบบ touch screen ด้วยเนี่ยนะครับ ดูหรูครับ ซึ่งตัว apple tv ที่เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดที่ผมได้มาพรีวิวกันในตอนนี้นะครับ ก็เป็นตัวที่ซื้อมาจากประเทศญี่ปุ่น แต่คาดว่าตอนนี้ก็คงมีขายในเมืองไทยเราแล้วนะครับ แต่เวอร์ชั่นข้างในเหมือนกันครับ แต่ตัวแพ็คเก็จที่ผมได้มาตอนแกะกล่องเนี่ยก็เป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมดเลยในรายละเอียดรอบๆ ตัวกล่องนะครับ เมื่อเปิดกล่องออกมาก็จะเห็นว่ามีรีโมทคอนโทรนสีดำอย่างที่เห็นในรูปเนี่ยนะครับ ตัวรีโมทเนี่ยก็อย่างที่บอกไปว่าใช้ระบบการแตะ สไลท์ๆ เอามีปุ่มเมนู ปุ่มตั้งค่าต่างๆ รวมไปถึงการรองรับการสั่งงานด้วยเสียงด้วย เพราะมีรูปไมค์โครโฟนติดอยู่ที่ตัวรีโมทนะครับ ถัดมาก็จะเป็นตัวเครื่อง apple tv นั้นเอง ตัวเครื่องก็เป็นสีดำเงาเลยทีเดียว น้ำหนักเบาครับ แล้วก็บางกว่ารุ่นเดิมอีกด้วย ตัว apple tv ที่ผมได้มาก็มีความจุที่ 32 GB นั้นเอง ก็น่าจะพอแล้วนะครับสำหรับการใช้งานปกติ เรียกว่าถ้าไม่พอก็สตรีมเอาได้ แก้ไขปัญหากันไป ก็จะประหยัดเงินในกระเป๋าเราได้เยอะนะครับสำหรับคนที่อยากจะได้ apple tv มาครอบครอง ส่วนอุปกรณ์ที่ให้มาในกล่องก็จะมีสายไฟเสียบปลั๊ก แล้วก็สายไลท์นิ่ง เท่านี้เองนะครับที่ในตัวกล่องของ apple tv ที่ให้มา มีไม่เยอะครับ ตัวกล่องของ apple tv ก็มีโลโก้ของ แอปเปิ้ล อยู่ด้านบนเหมือนกับรุ่นเดิมเลย แต่วัสดุที่นำมาทำเนี่ยดีกว่าเดิม เบากว่าเดิม บางกว่าเดิม ถ้าเป็นสาวกแอปเปิ้ลเนี่ยก็ต้องบอกว่าพรีเมี่ยมสุดๆ เลยครับ

   ทีนี้ก็มาทดลองใช้งานกันบ้างนะครับ หลังจากที่ได้ทำการคว้ากรรโกรแกะกล่องกันอย่างประณีตมาแล้ว เรียกว่าถนอมสุดๆ ก็ต้องบอวก่าตัว apple tv ที่ให้มาเนี่ยผมก็ควักกระเป๋าซื้อมาเองเลยนะครับ ก็มาลองต่อสายต่างๆ เข้ากับจอทีวีกันบ้างดีกว่า มันจะเจ๋งแค่ไหน เมื่อเทียบกับรุ่นเดิมที่ผมก็เคยมีโอกาสได้นำเครื่องจริงๆ มาลองรีวิวกันไปแล้ว และยังจำได้ดีว่าตอนนั้นมันก็เจ๋งแล้วนะสำหรับรุ่นเดิม

   New apple tv 4th gen ต่อสายต่างๆ เข้ากับทีวี เชื่อมต่อผ่านพอร์ด HDMI เรีรยบร้อย เสียบปลั๊กเข้าไป จากนั้นก็มาจับรีโมทที่เป็นแบบ touch เนี่ยนะครับ อันดับแรกเลยที่ตัว apple tv ให้เราทำก็คือเลือก location ครับ เราก็เลือกไปเลยว่าเป็น ไทยแลนด์ จากนั้นก็ทำการเชื่อมต่อตัว apple tv เข้ากับระบบอินเตอร์เน็ต wi-fi ของเรา ก็เลือกเชื่อมต่อเข้าไป จากนั้นก็มาทำการใส่ apple ID เข้าไป ก็ตั้งค่าเริ่มต้นกันปกตินะครับ จากนั้นก็จะเข้าสู่หน้าจอที่เป็นภาพพักหน้าจอพร้อมใช้งาน ก็มีหลายๆ ภาพที่เปลี่ยนไป เป็นภาพภูเขา ทะเล ท้องฟ้า ก็ดูสดใสดีครับ จากนั้นก็จะเห็นว่ามีหน้าจอหลักขึ้นมาให้เราเลือกใช้งานกัน ก็จะจำพวก app store ให้ได้ทำการดาวน์โหลดแอพกันได้ผ่านตัว apple tv นี้นะครับ ก็จะมีให้ได้เล่นเกมส์ โหลดเกมส์ โหลดหนัง ดูหนังผ่านตัวแทนต่างๆ ที่เค้ามีมาให้เป็นทั้งหนังในต่างประเทศด้วย หนังในบ้านเราด้วย มีครอบเลย รวมไปถึงการช็อปปิ้งออนไลน์ผ่านตัว apple tv เครื่องนี้ได้เช่นกัน ก็ควบบคุมผ่านตัวรีโมทที่เราสามารถแตะๆ เลื่อนๆ กันได้ก็ง่ายดีครับ ในส่วนของความลื่นไหลในการทำงานนั้นไม่ต้องห่วงเลย ทำได้ดีเลยทีเดียวครับ

 

   ใครที่เป็นสาวกของ apple เองรวมไปถึงชอบ gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ แล้วก็ชอบการพรีวิวอุปกรณ์ไอทีในบทความอื่นๆ ก็เข้าไปกด like กด share เพจของ 108plaza ของเราด้วยนะครับ เพื่อเป็นกำลังใจให้ผมได้ทำบทความรีวิวสินค้าดีๆ กันอย่างนี้อีกเรื่อยๆ ในส่วนของการรีวิวสินค้าในครั้งต่อไปนั้นจะมีอะไรดีๆ มานำเสนออีกนั้นก็ต้องคอยติดตามกันด้วยนะครับ รับรองได้ว่าเด็ดแน่นอน

Review Caldwell E-max ที่ครอบหูแบบตัดเสียงได้สำหรับนักยิงปืนมืออาชีพ

   สวัสดีครับ สวัสดีเพื่อนๆ ที่ชอบค้นหา gadget สินค้าอินเทรนด์ใหม่ๆ แล้วก็ทุกท่านที่กำลังจะตัดสินใจซื้อสินค้าอะไรสักชิ้นหนึ่ง แต่ก็ต้องหาข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจก่อนซื้อเนี่ย เข้ามาที่นี่ 108plaza แล้วเพื่อนๆ จะไม่ผิดหวังครับ เพราะที่นี่เราคือศูนย์รวมการนำเอาสินค้าทุกชนิดที่กำลังได้รับความนิยมเอามารีวิวกันแบบที่ไม่มีการบิดเบือนความจริง สินค้าดีบอกดี สินค้าไม่ดี ขายเกินราคาก็บอกกันตรงๆ เพื่อให้เพื่อนๆ ได้ตัดสินใจซื้อหรือไม่ซื้อได้ง่ายขึ้นนั้นเองครับ

   สำหรับตัวสินค้าที่จะรีวิวกันในตอนนี้ที่เพื่อนๆ เห็นในรูปตัวอย่างนี้นะครับ ไม่ใช่หูฟังที่เอาไว้ฟังเพลงแต่อย่างใด แต่เป็นที่ครอบหูสำหรับคนที่ชอบกีฬายิงปืนครับ มีชื่อว่า Caldwell e-max เป็นที่ครอบหูแบบอิเล็กทรอนิกส์ครับ สามารถตัดเสียงที่ดังเกินไปไม่ให้เข้ามาที่รูหูซึ่งเป็นอันตรายต่อแก้วหูชั้นในของเราได้ ป้องกันเวลาที่นักยิงปืนเต้าจะยิงใกล้ๆ กันแล้วเสียงปืนมันก็ดังมากเลย ก็ทำให้เรื่องของเสียงที่ดังเกินไปเนี่ยนะครับ มันเป็นผลเสียต่อหูของคนเรา ซึ่งบางคนที่เป็นนักยิงปืนจะทราบดีว่าต้องมีเครื่องป้องกัน นักยิงปืนบางคนก็อาจจะมีใช้งานอยู่บ้างแต่บางคนก็อาจจะใช้ที่ป้องกันเสียงดังเกินไปจากการยิงปืนเนี่ยเป็นแบบที่จุกหรืออุดรูหูเฉยๆ เป็นคล้ายๆ ที่จุกหูแบบจุดเข้าไป ไม่ได้มีวงจรอิเล็กทรอนิกส์แต่อย่างใด ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นเนี่ย เราใช้ที่จุกหูบางทีเราต้องพูดคุยกันกับเพื่อนๆ ที่ไปยิงปืนด้วยกัน บางทีเราเอาจุกยางที่ดุดหูเอาไว้อยู่ การพูดคุยกันในสนามยิงปืนเนี่ยก็จะไม่ได้ยิน ทำให้เราต้องลำบากที่ต้องถอดที่จุกหูเข้าๆ ออกๆ อยู่บ่อยครั้ง บางคนก็รำคาญแล้วก็ไม่ยากจะใส่ที่จุกหูแบบนี้น แต่พอไม่ใส่ก็เป็นผลเสียต่อหูของคนเราอยู่ดี ก็เลยนำเอาที่ครอบหูแบบอิเล็กทรอนิกส์แบบนี้มาทำการรีวิวกันครับ

   ซึ่งหลักการทำงานของที่ครอบหูสำหรับนักยิงปืนตัวนี้นะครับ ก็จะมีตัวเซนเซอร์อยู่ภายในนะครับ มันจะทำงานคล้ายๆ กับหูฟังทั่วไปเลย สามารถเอามาเชื่อมต่อกับเครื่องเล่นเพลงหรือว่าสมาร์ทโฟนเพื่อฟังเพลงได้ด้วย มีปุ่มเพิ่มลดเสียงในกรณีที่นักยิงปืนไม่ได้ยิงปืนนะครับ แต่ในกรณีที่กำลังยิงปืนอยู่เนี่ยไม่แนะนำให้ฟังเพลงไปด้วยยิงไปด้วยนะครับ เพราะที่ครอบหูตัวนี้ทำมาเพื่อต้องการให้ได้ยินเสียงพูดหรือเสียงสนทนากันกับคนได้ยินด้วยนั้นเอง ถ้าเราไปเปิดเพลงก็คือไม่ได้เสียงคนพูดที่อยู่ใกล้ๆ ได้เลย

   ในส่วนของการทำงานในกรณีป้องกันเสียงที่ดังเกินไปจากปืนที่มีเสียงดังมากๆ นะครับ ตัวที่ครอบหูตัวนี้จะต้องใส่ถ่านขนาด AAA 1 ก้อนเข้าไปก่อน จากนั้นจะมีไฟบอกสถานะของแบตเตอร์รี่ว่ายังใช้งานได้อยู่หรือเปล่า ถ้าถ่านอ่อนก็จะต้องเปลี่ยนเพื่อการทำงานของที่ครอบหูได้ยินชัดเจนมากขึ้น ซึ่งที่ครอบหูตัวนี้มันจะทำหน้าที่ในการตัดเสียงที่ดังเกินที่ตั้งค่าเอาไว้ด้านในเป็นวงจรอิเล็คทรอนิกส์ที่อยู่ด้านในนะครับ ซึ่งความดังที่ดังเกินไปที่เป็นอันตรายต่อการได้ยินของคนเราเนี่ย ถ้ามีเสียงที่ดังเกินอย่างเสียงปืนเนี่ย มันก็จะทำการตัดเสียงออกไปทันทีที่เร่าครอบหูตัวนี้เอาไว้ แต่ถ้าเป็นเสียงพูด เสียงอะไรเบาๆ ที่เราพูดคุยกันปกติ ที่ครอบหูตัวนี้จะมีไมค์โครโฟนอยู่ เพื่อทำการดูดเสียงเข้ามายังลำโพงด้านใน เพื่อให้เราได้ยินเสียงการพูดคุย การสื่อสารของคนภายนอกหรือเพื่อนๆ เราในสนามยิงปืนได้ยินชัดเจน ถ้ามันรู้สึกว่าเราได้ยินเสียงที่พูดกันเบาไป เราก็เร่งเสียงที่ตรงที่ครอบหูขึ้นได้ เพื่อให้เสียงนั้นดังขึ้น แต่เมื่อไหร่ที่มีเสียงดังเกินไป เกินที่การตั้งค่าเอาไว้ มันก็จะตัดเสียงทันทือย่างนี้เป็นต้นครับซึ่งข้อดีของมันเนี่ยก็มีมากมายเลย อย่างที่ได้รีวิวไปแล้ว แต่ราคาเนี่ยก็ต้องบอกว่ายี่ห้อนี้ราคาพอๆ กับที่จุกหูแบบธรรมดาที่ไม่มีวงจรอิเล็คทรอนิกส์อยู่ด้านในด้วยนะครับ

   สำหรับนักกีฬายิงปืนท่านในที่ยังใช้ที่จุกหูแบบธรรมดาๆ อยู่ จุกแล้วไม่ได้ยินอะไรเลยเนี่ยนะครับ ก็ลองไปหาซื้อ gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ดูได้ เป็นที่ครอบหูแบบอิเล็คทรอนิกส์ครับ ใช้งานง่าย แล้วก็ป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดกับหูของเราในขณะที่กำลังยิงปืนอยู่ด้วยได้เป็นอย่างดีเลยนะครับผมว่า เพราะผมได้ทดสอบแล้วตัวเซนเซอร์ที่ตัดเสียงก็ทำงานได้ดี ตัดเสียงที่ดังเกินให้เราไม่ได้ยินได้ทันทีครับ

 

ซื้อ Window Tablet มาใช้แทน Notebook ดีไหม ราคาถูกกว่ากันเยอะ

   เดี่ยวนี้มี window tablet ในหลายๆ รุ่น หลายๆ ยี่ห้อ แล้วก็หลายๆ ราคาออกมาทำตลาดกันมากมายเลยทีเดียวครับ มีทั้งที่ราคาแพงแล้วก็ราคาถูก แต่ของดีราคาถูกไม่ใช่ว่าจะไม่มีนะครับ แล้วทีนี้หลายคนก็มีความคิดว่า notebook ที่ฉันใช้อยู่เนี่ย มันก็หลายปีแล้ว เกือบพังแหล่ไม่พังแหล่อยู่แล้ว ติดๆ ดับๆ อะไรแบบนี้นะครับ ก็กำลังคิดว่าจะซื้อเครื่องใหม่มาใช้งาน แล้วจะเอาพวกแท็ปเล็ดมาให้ดีไหมนะครับ เพราะว่าแท็ปเล็ดเนี่ยมันก็มีทั้งแป้นคีย์บอร์ดมาให้เราใช้เหมือนโน๊ตบุ๊คเลยนะ เสียบเมาส์ก็ใช้ได้แล้ว อะไรแบบนี้นะครับ ในประเด็นของ 108plaza ก็จะพูดเกี่ยวกับ gadget สินค้าอินเทรนด์พวกนี้นี้แหละครับว่า window tablet ซื้อมาใช้งานแบบไหนถึงจะดี (ราคาถูกๆ นะ)

   ในประเด็นตอนนี้ก็คือว่า ถ้าซื้อแท็ปเล็ด ที่มีระบบปฏิบัติการ window ในราคาเบาๆ เนี่ยมันเหมาะกับการใช้งานในแบบไหนได้บ้าง แล้วมันจะไม่เหมาะกับการใช้งานแบบไหนบ้าง เพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจของเพื่อนๆ ที่จะหาซื้อ notebook เครื่องใหม่ หรือ window tablet เครื่องใหม่นะครับ

   อย่างแรกเลย เอา window tablet ราคาเบาๆ มาท่องเน็ต เล่นเว็บ เปิดๆ เปิดหาข้อมูล ดูเว็บดารา ข่าวบันเทิง ดูผลบอล เข้าเว็บไซต์นั้นเว็บไซต์นี้ ใครที่ชอบหรือว่าใช้งานในด้านนี้บอ่ยๆ ผมบอกเลยว่า window tablet ทำได้ดีครับ เพราะว่าอะไร เพราะเดี่ยวนี้ไม่มีแล้ว internet explorer ไม่มีแล้ว โละทิ้งไปแล้ว ก็มีเป็น Microsoft edge ขึ้นมา ทำให้การเข้าเว็บไซต์ต่างๆ เนี่ยทำได้ดีขึ้นนั้นเองนะครับ แล้วก็ยังมีฟี่เจอร์เด่นๆ มากมายมาให้คุณได้เลือกเล่นในการทอ่งเว็บด้วยนะครับ

   แต่ก็มีคำถามตามมาอีกว่า การท่องเว็บไซต์ของบางคนเนี่ย ไม่ได้แค่ท่องเว็บไซต์เพียงแค่ดูภาพ ดูตัวหนังสือ อย่างเดียว ก็ต้องมีการดูวีดีโอด้วย อย่างเช่นดู youtube ดูหนังออนไลน์ ดูหนังดูละครย้อนหลัง อะไรแบบนี้มีคำถามตามมาว่า window tablet ราคาเบาๆ มันดีไหม ซึ่ง ตามประสบการณ์ที่ผมเองก็เคยรีวิวอุปกรณ์ไอทีพวกนี้มาก็หลายๆ รุ่น หลายๆ ยี่ห้อ ก็ต้องบอกว่า window tablet ราคาเบาๆ เนี่ยมันจะมี CPU, GPU ที่ไม่ค่อยจะดีนักนะครับ ทำให้การดูวีดีโอบนเบราวน์เซอร์เนี่ยมันมีอาการกระตุกให้เราเห็นอยู่ตลอด โดยเฉพาะในช่วงการหมุนหน้าจอเนี่ยนะครับ มันจะค้างสักพักหนึ่งเลย เห็นได้ชัดเจน เพราะฉะนั้น ในมุมของการดูวีดีโอ notebook ทำได้ดีกว่าชัวร์ครับ

   อีกหนึ่งสาเหตุที่ตัว window tablet นั้นดูวีดีโอได้ไม่ดีนักเนี่ย ก็เพราะว่าตัว flash player เนี่ยมันกินทรัพทยากรของเครื่องไปค่อนข้างเยอะนะครับ ทั้ง RAM ทั้ง CPU มันก็เลยทำให้การดูวีดีโอเนี่ยด้อยลงไปนั้นเองครับ

   แล้วสำหรับคนที่ต้องทำงานทางด้านการพรีเซ้นท์งานละ ใช้แท็ปเล็ดแบบราคาเบาๆ กับราคาดีๆหน่อยๆ อย่างพวก surfact หรือว่า Lenovo อะไรแบบนี้ ต้องบอกว่าต่างกันครับ ของดีหน้าจอมันจะสวย แต่ถ้าของราคาเบาๆ เนี่ยบางทีหน้าจอมันจะไม่คมชัด สีไม่สดพอ เพราะว่าหน้าจอใหญ่ แต่ความละเอียดน้อยๆ เนี่ยมันทำให้เห็นจุดแตกของเม็ดสีได้ดีกว่าจอเล็กๆ นั้นเองนะครับ เพราะฉะนั้น แท็ปเล็ดราคาเบาๆ ถามว่าทำงานทางด้านพรีเซ้นท์งานได้ไหม ตอบว่าได้ในกรณีที่คุณไม่ได้เน้นเรื่องของรูปภาพที่ละเอียดๆ มากนัก เป้นการพรีเซ้นท์งานในรูปแบบของ Text มากกว่า อะไรแบบนั้นนะครับ

   ในกรณีซื้อมาทำงานทางด้าน Microsoft office ละ ดีไหม ถ้าพูดถึง window tablet ราคาเบาๆ บอกได้เลยว่าดี การทำงานด้านนี้ใช้ได้ดีครับ ไม่ได้ใช้ทรัพยากรในตัวเครื่องหนักมากมายอะไร เพราะฉะนั้นใครที่ทำงานเบื้องต้นแค่นี้ แก้งาน แก้ไฟล์เอกสาร แค่นี้เองเนี่ย ซื้อราคาเบาๆ ก็พอสามารถโอนย้ายไฟล์แล้วก็เชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นๆ ได้เหมือนกับ notebook ทั่วไปได้ด้วย ง่ายดีครับ

   ในกรณีที่ซื้อ window tablet ราคาเบาๆ มาเล่นเกมส์ละ ดีไหม ก็ต้องบอกตรงๆ ว่าไม่ดีเลย เพราะว่าการ run เกมส์บนแท็ปเล็ดเนี่ยบางทีมันก็อาจจะมีค้าง มีกระตุกบ้าง โดยเฉพาะเกมส์หนักๆ กราฟฟิกเยอะๆ เนี่ยมันสู้พวก PC หรือว่า notebook ไม่ได้อยู่แล้วนะครับ

   โดยสรุปกันอย่างนี้กับ window tablet ที่เป็น gadget สินค้าอินเทรนด์ที่นำมาพูดคุยกันในตอนนี้นะครับ ถามว่าถ้าซือราคาเบาๆ มาเนี่ยมันคุ้มไหม ก็ต้องบอกว่าคุ้มครับ ในการใช้งานของแต่ละคนที่เปรียบเทียบกันไปให้เห็นแล้วว่ามันดีอย่างไรบ้าง ไม่ดีอย่างไรบ้าง ก็ลองเอาไปตัดสินใจกันดูนะครับ แต่ยืนยันว่าตัว Microsoft edge เนี่ยใช้งานท่องเว็บได้ดีกว่า google chrome แน่นอนนะครับ ไม่กิน RAM ด้วยนะครับตัวนี้

รีวิว หูฟังแบบ On ear จากค่าย SONY h.ear ON MDR 100AAP

   108plaza รีวิวสินค้าอินเทรนด์ในวันนี้มาเอาใจคนที่รักเสียงเพลงกันสักหน่อยครับ แต่การรักเสียงเพลงนี้ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องเสียงที่ใหญ่ๆ เปิดเพลงดังๆ ให้หนวกหูชาวบ้านชาวเมืองเค้า แบบนั้นก็คงจะไม่ใช่ แต่ทีนี้ว่ามันมีคนที่ชอบฟังเพลงที่อยู่ในโลกส่วนตัว แบบฟังคนเดียว อยู่ในอารมณ์ที่สนุกหรือผ่อนคลายคนเดียวด้วยการฟังเพลงจากหูฟัง ที่จะได้มิติเสียงที่ครบถ้วนที่สุด ไม่ว่าจะเสียงที่ดังมาจากระบบ สเตอริโอ ที่มันดังได้ชัดเจนและทิศทางของเสียง เอาง่ายๆ ว่าคนที่หูทอง หูเทพ ทั้งหลายนะครับที่ชอบสะสมหูฟังแบรนด์ดังๆ ราคาแพงๆ กัน ครั้งนี้ผมและทีมงานก็ได้ไปเจอหูฟังตัวใหม่ล่าสุดจากค่าย sony ที่เปิดตัวหูฟังแบบครอบหูหรือว่า on-ear ตัวนี้มาทำการรีวิวกันในครั้งนี้และที่นี่ที่เดียวครับ

   ทางโซนี่เองก็ได้เปิดตัวรุ่นนี้มาด้วยกัน 5 สีให้เลือกนะครับ ก็จะมีสีเหลือง สีแดง สีเขียว สีม่วง แล้วก็สีน้ำเงินครับ ก็เป็นสีที่ดูสดใสทั้งสิ้นเลย ใครที่แมนๆ หน่อยก็เอาโทนสีน้ำเงินไปแล้วกัน จะเอาสีเหลืองเลยก็ไม่ว่ากัน ดูเท่ห์ดีนะครับ เมื่อแกะกล่องออกมาเลยก็จะพบว่ามีตัวซองผ้าที่เอาไว้ใส่ตัวหูฟังเนี่ยมาให้หนึ่งซองด้วยกัน แล้วก็มีตัวหูฟังมาให้หนึ่งอันเช่นกัน แล้วก็มีสายเสียบกับหูฟังจะมีตัวคอนโทรนทอร์คมาให้ด้วย คือจะมีปุ่มเดียวที่ใช้เป็นตัวไมค์โครโฟนอยู่ในตัว จะใช้เป็นสมอร์ทอร์คที่ใช้กับสมาร์ทโฟนได้หมดเลย ทั้งฝั่งของ Android และ IOS นะครับ ซึ่งตัวหูฟังและตัวซองผ้าก็จะมีสีเดียวกัน ซึ่งตัวซองผ้านี้มันจะสามารถกันน้ำได้ระดับหนึ่งนะครับ เป็นลักษณะของน้ำกระเด็นหรือฝนตกแบบที่ไม่ใช่เอาตกฝนไว้ แต่จะเกินได้แค่ระดับหนึ่งเท่านั้น เพื่อป้องกันน้ำซึมเข้าข้างใน ตัวผ้าด้านในก็จะเป็นผ้าแบบกัมมะหยี่ ก็ทำให้ป้องกันการขุดขีดจากด้านในได้เลย หูฟังระดับพรีเมี่ยมแบบนี้ก็ต้องดูแลกันนิดหนึ่งนะครับ ตัวสายหูฟังเองก็เป็นแบบสายแบนๆ แล้วตัวหูฟังเองก็มีการขัดบอดี้ให้เป็นริ้วๆ เพื่อการสัมผัสที่ถนัดมือยิ่งขึ้นด้วย แล้วตัวหูฟังเองก็จะมีการเคลือบผิวมันแบบกรอสซี่นิดๆ ก็ดูดีเลยครับ บอดี้ด้านนอกนะ แล้วก็จะสามารถพับเก็บได้แบบ 90 องศา และเมื่อกางออกมาใช้งานจะสามารถกางออกมาได้ทำมุม 45 องศา เมื่อได้ลองสวมครอบหูผมดูแล้วก็ไม่รู้สึกว่าหนีบจนเกินไป ก็ต้องบอกก่อนนะครับว่าหัวผมค่อข้างใหญ่เลยละ เพราะฉะนั้น ใครที่หัวใหญ่เหมือนผมน่าจะสวมหูฟังตัวนี้ได้สบายนะครับ

   ทีนี้มาดูเรื่องของสเปคตัวดอกลำโพงที่อยู่ด้านในกันดีกว่าครับ ด้านในจะประกอบไปด้วยไดเวอร์ขนาด 40 มิลลิเมตร แล้วก็เคลื่อบด้วยไทเทเนี่ยมเอาไว้ด้านในด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้มิติเสียงที่ไม่ผิดเพี้ยนไปจากต้นฉบับมากที่สุด ทำให้เสียงนั้นทำออกมาได้ชัดเจนดีเลยทีเดียว ซึ่งตัวดอกลำโพงหรือที่เรียกกันว่าไดเวอร์ด้านในเนี่ยนะครับมันจะรองรับย่านความถี่ได้ตั้งแต่ 5-60000 Hz กันเลยทีเดียว ซึ่งย่านต่ำจนถึงย่านความถี่สูงๆ รับได้ทั้งสิ้นนะครับ เมื่อฟังอย่างนี้แล้วเนี่ยก็คงอยากจะรู้กันแล้วใช่ไหมละครับว่าโทนเสียงมันเป็นอย่างไร แล้วเมื่อได้ฟังจริงๆ แล้วอารมณ์ที่ฟังจะประมาณไหน ซึ่งก็ต้องบอกว่าเราให้ท่านฟังเป็นเสียงผ่านตัวหนังสือไม่ได้ แต่ผมจะรีวิวเช่นเดิมนะครับจะอธิบายว่ามันมีมิติอย่างไรบ้างสำหรับตัวหูฟังตัวนี้

   ซึ่งก็ต้องบอกว่ามันมีมิติเสียงเบสที่แน่นครับ แล้วย่านความถี่ต่ำนี่ต้องบอกเลยว่ามันเอาครอบหูเราไว้ แล้วเสียงมันกระพรือเข้ากับหนังนุ่มๆ ที่ครอบหูเราไว้อีกทีหนึ่งเนี่ย มันให้พลังเสียงที่ออกมาได้นุ่มลึกดีเลยครับ แล้วขอข้ามไปย่านความถี่สูงก่อนเลยครับ ต้องบอกว่ามันรับความถี่สูงๆ ได้ดีเลยทีเดียว แต่มันมีจุดบอดอยู่ตรงที่ว่า มันไม่สามารถให้เสียงแหลมที่ไปได้ไกลๆ คือเราฟังอยู่ในหูเราจะรู้ว่าจุดบอดมันอยู่ที่เสียงแหลมจะไม่เครียเท่าหูฟังระดับไฮเอนด์ยี่ห้ออื่นๆ หรือ รุ่นอื่นๆ ของโซนี่เองนะครับ ส่วนย่านความถี่กลางๆ หรือเสียงกลางเนี่ยทำได้ดีเลย มันมีความชัดเจนในเนื้อเสียงที่สุดยอดครับ ทั้งหมดทั้งมวลของตัวหูฟังแบบ on-ear ตัวนี้อยู่ที่ราคาประมาณ 6,xxx บาทครับ ใครสนใจฟังเสียงจริงๆ ก็ลองไปดูตามร้าตัวแทนจำหน่ายได้เลย

   

Review ili Wearable Translator เครื่องแปลภาษาแบบสดๆ สนทนาแบบสองภาษา

   108plaza ในครั้งนี้ถือว่าเอาสินค้าอินเทรนด์ชิ้นนี้มารีวิวกันก่อนใครเลยครับ เพราะว่ามันยังเป็นตัวอุปกรณ์ไอทีที่ยังพัฒนาผลิตภัณฑ์มายังไม่เสร็จ แล้วก็ทางผู้ผลิตนี่ยังไม่มีสินค้าออกมาจำหน่ายในตลาดเลย สิ่งที่ผมกำลังกล่าวถึงนั้นก็คือตัว เครื่องแปลภาษาครับ มันสามารถแปลภาษาได้แบบที่ว่าเราพูดออกไปแล้วก็จะแปลไปเป็นอีกหนึ่งภาษาได้เลย ก็ถือว่าเป็นอะไรที่เจ๋งมากๆ สำหรับคนที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศคนเดียว แล้วก็ไม่เก่งเรื่องของภาษา แล้วก็มีของใช้ที่พกไปเยอะ ถือแค่อุปกรณ์ตัวนี้ตัวเดียว หรือห้อยคอเอาไว้ กดปุ่มที่ตัวเครื่องแล้วพูด สามารถสนทนากับคนต่างชาติได้ทันทีเลย แต่ต้องบอกว่าตัวนี้เป็นตัวโมเดลอยู่เลยนะครับ แต่จะผลิตขึ้นมาจริงๆ แล้ววางขายจริงๆ น่าจะช่วงกลางปี 2016 นี้แน่นอน แต่ตอนนี้เราไปพรีวิวกันก่อนดีกว่าครับ

   เจ้าอุปกรณ์ไอทีตัวนี้ที่เป็นแทงๆ แบบนี้แหละครับ ที่จะนำมาพรีวิวเป็นตัวโมเดลเริ่มต้นกันก่อนใครที่นี่ที่เดียวเลย ตัวนี้มีชื่อว่า ili ถ้าเป็นภาษาไทยก็น่าจะ อีลี่ หรือ ไอลี่ อะไรแบบนั้นนะครับ หลังจากที่มีคลิปวีดีโอปล่อยออกมาทาง youtube ที่มีหนุ่มชาวอังกฤษคนหนึ่งที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่น แล้วก็ถือเจ้าตัวแปลภาษาตัวนี้ห้อยคอเอาไว้ แล้วก็เดินเที่ยวไปเรื่อยๆ ไปพูดกับสาวๆ ญี่ปุ่นแบบเป็นภาษาอังกฤษแล้วก็พูดใส่เครื่องตัวนี้ เครื่องตัวนี้ก็จะแปลออกมาผ่านลำโพงเลยเป็นภาษาญี่ปุ่น จนหนุ่มชาวอังกฤษคนนี้ได้ไปกอดกับสาวญี่ปุ่น ได้หอมแก้มกับสาวญี่ปุ่น อะไรแบบนี้ก็เป็นที่ฮือฮากันในโลกออนไลน์มาสักระยะหนึ่งแล้วนะครับ ทาง 108plaza เองก็ไปเห็นอุปกรณ์ไอทีตัวนี้แหละเปิดแสดงสินค้าอยู่ในงาน CES2016 ที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา ก็เลยไปสอบถามแล้วก็มาแชร์ข่าวสารเป็นการพรีวิวกันครั้งนี้เนี่ยนะครับ

   ในส่วนของตัวสินค้าจริงๆ เนี่ยนะครับตอนที่ได้ไปสัมผัสเนี่ยมันก็ยังเป็นแต่ตัวบอดี้ที่เป็นพลาสติกอยู่เลย ข้างในเนี่ยยังไม่มีอะไรเลยเป็นแท่งพลาสติกเปล่าๆ อยู่เลยนะครับ แต่หลักการของอุปกรณ์ตัวนี้คือจะมีสายคล้องคอมาให้ แล้วก็มีปุ่มกดอยู่ที่ตัวเครื่อง เมื่อเราพูดเข้าไปพร้อมกับการกดปุ่มไปด้วย ตัวเครื่องจะแปลออกมาเป็นอีกหนึ่งภาษาอย่างที่บอกไปในช่วงต้น ในเวอร์ชั่นแรกที่จะออกมาวางจำหน่ายจะมีภาษาอังกฤษ ภาษาจีน แล้วก็ภาษาญี่ปุ่น ก่อนเลยครับ ซึ่งหลักการทำงานแบบแปลภาษาสนทนาแบบสดๆ กันสองฝ่ายเนี่ย สมมติอย่างนี้นะครับ เราพูดอังกฤษแต่ไปเที่ยวญี่ปุ่น เราก็เลือกที่ตัวเครื่องให้แปลจากอังกฤษไปญี่ปุ่น แล้วทีนี้มีคำถามว่าตัวเครื่องสามารถเปลี่ยนโหมดแบบแปลจากญี่ปุ่นมาเป็นอังกฤษได้เลยหรือไม่ คำตอบคือไม่ได้ครับ เราต้องใช้ตัว ili ตัวนี้สองเครื่องคือมีตัวที่แปลจากญี่ปุ่นมาเป็นอังกฤษอีกเครื่องหนึ่ง เพื่อทำการสนทนากันสดๆ อย่างไงละครับ จะไม่สามารถเปลี่ยนฟังก์ชั่นสลับไปสลับมาแบบนี้ไม่ได้นะครับ ซึ่งตัวเครื่องไม่ต้องเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตหรือว่าเชื่อมกับสมาร์ทโฟนเลยนะครับ ใช้เครื่องตัวนี้สดๆ ตัวเดียวได้เลย เค้าทำมาให้เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ต้องหอบหิ้วของเยอะๆ คนเดียวแล้วก็ไม่มีมือว่างก็ใช้ตัวนี้สนทนากับคนต่างชาติได้เลยครับ

   ในส่วนของเวอร์ชั่นต่อมาที่จะพัฒนาขึ้นไปอีกเนี่ยนะครับ จะผลิตมาเป็นตัวภาษาไทย ภาษาเกาหลี แล้วก็ภาษาฝรั่งเศสด้วย แล้วในเวอร์ชั่นที่สามที่ทางผู้ผลิตจะเลือกกลุ่มภาษาที่บรรจุเอาไว้ในเครื่องนี้จะเป็นภาษาสเปนนะครับ ซึ่งก็น่าแปลกใจว่าในในหลายๆ เวอร์ชั่นที่มีแผนจะผลิตขึ้นมานั้นมีภาษาไทยของเราอยู่ในแผนด้วย ก็คงต้องเฝ้ารอกันต่อไปนะครับว่ามันจะสามารถทำออกมาวางจำหน่ายได้จริงหรือไม่ เพราะตามแผนการตลาดของทาง ili เองเนี่ยนะครับจะสามารถนำเครื่องแปลภาษาแบบนี้เนี่ยมาวางขายได้ในเวอร์ชั่นแรกเลยก็คือช่วงฤดูร้อนของปีนี้ ก็คงอยู่ในช่วงกลางๆ ปี 2016 นี้นะครับ ถ้าถามว่าเครื่องแปลภาษาแบบนี้ ไม่ต้องใช้อินเตอร์เน็ตแต่จะเก็บข้อมูลไว้ในฐานข้อมูลหลักเลยเนี่ยมันดีหรือไม่ ก็ต้องบอกว่าดีเลยทีเดียว จะช่วยให้คนที่ไม่เก่งภาษานั้นพัฒนาไปได้อีกหนึ่งระดับด้วย

   ก็ต้องถือว่าเป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่มาพรีวิวกันก่อนใครเลย เพราะตัวสินค้าจริงๆ ยังไม่ได้ผลิตออกมาจำหน่ายเลยนะครับ แต่มันก็คืออีกหนึ่งความก้าวหน้าของวงการไอทีบนโลกเรานี้ แล้วในอนาคตก็เชื่อว่าสิ่งต่างๆ ที่อยู่เหนือขีดจำกัดนั้นมันจะสามารถทำได้ง่ายขึ้น ถ้าเรามีเทคโนโลยีที่ดีและใช้มันให้คุ้มค่านั้นเองครับ

ExoLens อุปกรณ์เสริมที่จะช่วยให้ iphone 6/6+ 6s/6s+ สามารถถ่ายได้ชัดเจนเหมือนกับกล้องถ่ายรูปได้

   สวัสดีครับเพื่อนๆ สาวก apple แล้วก็คนที่ใช้ iphone 6 iphone 6 plus iphone 6s แล้วก็ iphone 6s plus กันทุกคนเลย ในการรีวิวสินค้าอินเทรนด์ครั้งนี้ 108plaza มีอุปกรณ์ดีๆ ที่จะช่วยให้กล้องของไอโฟนนั้นดียิ่งๆ ขึ้นไป เรียกว่าจะไปเที่ยวที่ไหนไม่ต้องมาแบกกล้องตัวใหญ่ๆ ให้เมื่อยแล้วก็เกะกะพื้นที่ในกระเป๋าของคุณอีกต่อไปแล้ว โดยอุปกรณ์ตัวที่จะมารีวิวเป็นข้อมูลเบื้องต้นในขณะนี้นั้นยังไม่มีตัวสินค้าออกมาจำหน่ายแต่อย่างใด แต่เราจะมา demo ให้ทุกท่านได้อ่านกันก่อนใครในประเทศเลยก็ว่าได้ แล้วถ้าคิดว่าอ่านบทความนี้แล้วถูกอกถูกใจสำหรับตัวสินค้าที่รีวิวในครั้งนี้ก็ต้องอดใจรอกันสักนิดหนึ่ง เพราะมันจะออกมาวางจำหน่ายในอนาคตอันใกล้นี้ เพื่อไม่ให้เสียเวลามาดูรายละเอียดกันเลยดีกว่าครับ

   ถ้าใครอยากจะเปลี่ยน iphone ให้กลายเป็นกล้องถ่ายรูประดับมืออาชีพก็ต้องตัวนี้เลยครับ exolens อุปกรณ์ที่ทำมาเพื่อไอโฟนโดยเฉพาะเลย เรียกได้ว่าในทุกวันนี้สมาร์ทโฟนทุกรุ่นเลยที่เป็นตัวเรือธงหรือราคาเกินหมื่นขึ้นไปเนี่ยนะครับ สามารถถ่ายรูปแทนกล้องดิจิตอลได้แล้วแบบสบายๆ เลย ไม่ใช่แค่ไอโฟนเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์ตัวนี้มันจะมาเพิ่มประสิทธิภาพของกล้องบนไอโฟน 6 ขึ้นไปให้มีความชัดเจนแบบขั้นเทพอย่างแน่นอน ซึ่งตัวเลนส์ที่นำมารีวิวก่อนใครในที่นี้เนี่ยนะครับ มีด้วยกันทั้งหมด 3 แบบด้วยกันที่จะเตรียมออกมาวางจำหน่ายในไตรมาสแรกของปีนี้ ก็คือ ตัวเลนส์แบบถ่ายมุมกว้าง ตัวเลนส์แบบถ่ายมาโคร แล้วก็ตัวเลนส์แบบถ่ายระยะไกล ซึ่งแน่นอนว่าตัวเลนส์แบบนี้มันใช้ได้กับตัวที่แนบเข้าไปกับกล้องที่อยู่ด้านหลังไอโฟนเท่านั้น ซึ่งจะไม่สามารถใช้ได้กับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ ที่นอกเหนือจากตัวที่เราบอกไปข้างต้น แน่นอนว่าแค่เห็นแวบแรกใครที่ไม่ชอบอะไรที่ใหญ่ๆ ดูแล้วมันก็จะพกพายากแต่ว่าเรื่องของการถ่ายภาพที่ดีขึ้นบางทีมันก็ต้องแลกกับข้อเสียอะไรบางอย่างมาก็ได้นะครับ แล้วที่สำคัญเลยเมื่อใช้ตัวเลนส์แบนี้แล้วบนหน้าจอไอโฟนของคุณจะไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจากเข้าสู่โหมดกล้องเท่านั้นเอง ซึ่งตัวสินค้าตัวนี้ก็ถูกเปิดตัวมาในงาน cs 2016 ที่เป็นงานแสดงนวัตกรรมทางด้านไอทีที่เมืองลาสเวกัสที่ผ่านมานั้นเอง ซึ่งในงานนี้ก็จะมีการรวบรวมเอาเรื่องราวไอที gadget ใหม่ๆ แล้วก็เทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นตลอดทั้งปี 2016 นี้มาจัดรวบรวมแล้วก็แนะนำผู้คนในวงการไอทีแล้วก็บริษัทที่ผลิตอุปกรณ์ไอทีมากมายไปรวมตัวกันที่นั้นเลย

   ซึ่งตัว exolens ตัวนี้ก็ได้ร่วมกันพัฒนากับทาง xeiss เลนส์ที่เป็นวงการชั้นนำในการผลิตเลนส์ที่ใช้กับตัวไอโฟนขึ้นมา ซึ่งก็ต้องยอมรับนะครับว่าตอนที่เราได้ทำรีวิวนี้ขึ้นมาก็ไปดูตัว demo จากในต่างประเทศมาอีกที ก็ต้องถือว่าเป็นข่าวสารในวงการไอทีเกี่ยวกับคนที่ใช้ไอโฟนอยู่ตอนนี้ให้ได้ทราบข่าวกัน โดยจากการทดสอบของทางต่างประเทศกับตัวเลนส์ที่ถ่ายมุมกว้าง หนึ่งในสามของรูปแบบเลนส์ที่ได้กล่าวไปนี้ ก็พบว่าเมื่อได้ทำงานร่วมกับตัวกล้องของทางไอโฟนแล้วนั้นก็สามารถถ่ายภาพในมุมกว้างได้เป็นอย่างดี ถ่ายภาพออกมาได้ไม่ผิดเพี้ยนแต่อย่างใด โดยตัวเลนส์นั้นจะแนบไปกับผิวอลูมิเนียมของเครื่องไอโฟนเลย แล้วก็ถูกยึดติดเอาไว้ด้วยเคาสที่ทำมาตรงรุ่นพอดี ก็อาจจะมีข้อเสียตรงที่ว่ามันมีขนาดใหญ่อย่างที่บอกไป ไม่เหมาะกับการที่ต้องเอาไอโฟนใส่ในกระเป๋าแล้วก็หยิบมาถ่ายแบบปกติ เพราะมันจะไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจากการถ่ายภาพอย่างที่กล่าวไปอีกเช่นกัน

   โดยตัว exolens ตัวนี้จะปล่อยออกมาวางขายในไตรมาสที่สองของปีนี้ ส่วนราคาจะมีการขายแบบเป็นแพ็คเกจอยู่ 2 แบบด้วยกัน โดยแพ็คเกจแรกจะมีราคาอยู่ที่ 299 เหรียญสหรัฐ จะมีตัวเลนส์มาโคร แล้วก็เลนส์มุมกว้าง แถมมาด้วยเคส แล้วอีกหนึ่งแพ็คเกจจะมีราคาอยู่ที่ 199 เหรียญสหรัฐ จะมีแค่เลนส์ถ่ายภาพระยะไกลเพียงอย่างเดียว นั้นหมายความว่าถ้าใครที่อยากจะได้เลนส์ทั้ง 3 แบบก็จะต้องเสียเงินร่วมๆ 500 เหรียญสหรัฐ ในการซื้อเลนส์ทั้งหมดมาใช้งานนั้นเองครับ ก็ต้องถือว่าตัวสินค้าอินเทรนด์ที่นำมารีวิวในครั้งนี้มีราคาแพงเกือบๆ 15,000 บาทเลยทีเดียวนะครับ แต่สำหรับคนที่รักการถ่ายภาพแบบชัดเจนแล้วก็เต็มไปด้วยคุณภาพแบบนี้ก็ต้องรอฟังข่าวแล้วก็ห้ามพลาดที่จะไปซื้อมาใช้กันนะครับ

ชุดเมาส์และคีย์บอร์ดไร้สายที่ทำจากไม้ NUOR Bamboo Combo Set อุปกรณ์ไอทีที่มีวัสดุมาจากธรรมชาติที่สวยงามลงตัว

   สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว 108plaza ทุกท่านเลย วันนี้ผมและทีมงานก็มีสินค้าอินเทรนด์มารีวิวให้กับทุกท่านอีกเช่นเคยนะครับ คราวนี้เป็นอุปกรณ์ไอทีที่ทุกคนต้องใช้กันเลยทีเดียว ผมเชื่อว่าอย่างนั้นนะ เพราะมันต้องอยู่คู่กับคอมพิวเตอร์ในบ้านของเพื่อนๆ สิ่งที่ผมกำลังจะหมายถึงนั้นก็คือชุดเมาส์และก็คีย์บอร์ดที่ทำมาจากไม้ครับ ปกติแล้วชุดเมาส์และคีย์บอร์ดก็ทำมากจากพลาสติกหรือไม่ก็พวกที่เป็น ABS ขึ้นรูปที่มีความแข็งแรง แต่สิ่งที่มารีวิวชิ้นนี้นั้นเรียกว่าเป็นงานฝีมือจริงๆ รายละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้นมาดูกันเลยดีกว่าครับ

   ก็ต้องขอขอบคุณภาพจากทาง NUOR ด้วยนะครับ สิ่งที่ทุกท่านได้เห็นเป็นเมาส์แล้วก็แป้นพิมพ์หรือคีย์บอร์ดที่มีลายไม้สวยงามอย่างนี้ก็คือ มันทำมาจากไม้ครับ เรียกว่าใครที่ชอบสินค้าที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์เช่นนี้ผมว่าไม่ควรพลาดที่จะไปซื้อมาเก็บสะสมเอาไว้นะครับ ซึ่งตัว nour bamboo combo set ตัวนี้มาพร้อมกับกล่องที่เป็นกล่องไม้อีกด้วย เมื่อเปิดกล่องข้างในออกมาก็พบว่ามีแป้นพิมพ์ที่ไม่ได้แตกต่างจากแป้นพิมพ์บ้านเราทั่วไปนัก ตัวอักษรก็จะมีทั้งภาษาไทยแล้วก็ภาษาอังกฤษปกติ แล้วก็ดึงออกมาจนสุดก็จะเห็นว่ามีเมาส์อีกหนึ่งชิ้น เรียกว่าเป็นชุดที่เข้ากันได้อย่างลงตัวเลยทีเดียวนะครับ ตัวเมาส์เองก็เป็นเมาส์แบบเลเซอร์ไร้สาย ที่ผลิตจากไม้ไผ่นั้นเองครับ แล้วตัวแป้นพิมพ์ก็เป็นแบบไร้สายที่ผลิตจากไม้ไผ่เช่นกัน เมื่อผมลองสัมผัสดูแล้วจากการลองพิมพ์หรือกดปุ่มต่างๆ บนแป้นพิมพ์ดูแล้วนั้น ทีแรกก็นึกว่าจะมีความแข็งกระด่าง ไม่นุ่มมือ แต่ที่ไหนได้ เมื่อได้ลองเอานิ้วจิ้มลงไปเล่นๆ ดู พบว่ามีความอ่อนนุ่มแล้วก็รู้สึกพิมพ์ได้สบายนิ้วเลยทีเดียวครับ เรียกว่าใส่ใจต่อการผลิตอย่างดีทีเดียว ตัวแป้นคีย์บอร์ดก็เป็นแบบไร้สาย wireless เช่นกันนะครับ ทั้งตัวอักษร สัญลักษณ์ แล้วก็โลโก้ต่างๆ นั้นถูกสลักลงไปในเนื้อไม้เลย ซึ่งผมเองดูว่ามันแตกต่างกว่าแป้นคีย์บอร์ดทั่วไปที่สกรีนลงบนปุ่มพลาสติกเฉยๆ ที่มีขายกันอันละร้อยกว่าบาท ที่ใช้ไปได้สักระยะหนึ่งอักษรที่สกรีนลงบนปุ่มก็จะลอกออก แต่แป้นียร์บอร์ดไร้สายที่ทำจากไม้ไผ่ตัวนี้สลักอย่างดี เรียกว่างานประณีตเลยทีเดียวครับ

   สำหรับการใช้งานนั้นก็ไม่ยากเลยครับ ถ้าใครที่ยังคุ้นชินกับการใช้เมาส์และคีย์บอร์ดแบบเดิมๆ ที่มีสายอยู่นั้น ตัวนี้จะมี USB receiver เก็บไว้ตรงใต้เมาส์ ให้แกะออกมาแล้วก็นำไปเสียบเข้ากับพอร์ด USB ปกติที่ตัวคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊คหรือใครที่ใช้พวกแท็ปเล็ตหรืออุปกรณ์ไอทีอื่นๆ ที่ต้องใช้คีย์บอร์ดและเมาส์ก็เสียบได้หมดเลย แค่นั้นเองครับ ตัว USB ที่เสียบไปก็จะเป็นตัวที่เชื่อมต่อสัญญาณให้ใช้งานแบบไร้สายได้แล้ว ไม่ได้ยุ่งยากอะไร ซึ่งจะสามารถใช้งานได้ทั้งเมาส์และคีย์บอร์ดในตัวเดียวกัน แต่ต้องใส่ถ่านขนาด AAA 2 ก้อน ทั้งตัวเมาสืและคีย์บอร์ดก่อนนะครับถึงจะใช้งานได้ ตัวแป้นพิมพ์เองนั้นมีขนาดปกติที่แป้นพิมพ์ทั่วไปวางขายอยู่ในท้องตลาด ไม่เล็กเกินไปจนทำให้พิมพ์ลำบาก แล้วด้านล่างของแป้นพิมพ์ก็จะมีขาตั้งที่สามารถปรับยกองศาให้เอียงมากขึ้น ทำให้พิมพ์ได้สบายขึ้น ทำมาจากไม้เช่นกัน

   เมื่อผมได้ทดลองเอาไปเสียบเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์แล้วก็ลองใช้งานดูทั้งตัวเมาส์และแป้นคีย์บอร์ดนะครับ ก็พบว่าตัวเมาส์ก็ทำให้ได้ดี มีความโค้งมนกระชับมือได้ดีไม่แพ้กับเมาส์พลาสติกเลย หรืออาจจะดูให้การสัมผัสที่นุ่มกว่าด้วยซ้ำไปนะครับ ส่วนเมื่อลองใช้งานแป้นพิมพ์แล้วก็ลองพิมพ์งานดูสักระยะหนึ่ง ก็รู้สึกว่ามันมีความนุ่มนวล แล้วก็ไม่ต้องใช้แรงกดมากมายอะไรเลย ก็พิมพ์ไปได้แบบเรื่อยๆ ไม่มีการเมื่อยนิ้วอะไร ผมว่าเพื่อนๆ คนไหนที่อยู่กับการพิมพ์งาน พิมพ์เอกสารเยอะๆ เอาแป้นพิมพ์ที่ทำจากไม้ไผ่ตัวนี้ไปนวดนิ้ว ผมว่าก็คงจะดีไม่น้อยเลยทีเดียวนะครับ ตัวแป้นพิมพ์มีปุ่มลัดเข้าอีเมลล์ ปิดเปิดเสียง กดเครื่องคิดเลข แล้วก็เข้าบราวน์เซอร์ให้มาด้วย

   ก็ถือว่าสินค้าอินเทรนด์ที่นำมารีวิวในวันนี้เป็นวัสดุที่ได้มาจากธรรมชาติแล้วก็ลดการสร้างขยะไอทีเพิ่มขึ้นให้โลกเราได้อีกด้วยนะครับ เพราะเรื่องของเมาส์และคีย์บอร์ดนั้นก็ผลิตกันออกมาเยอะ พอเสียแล้วก็นำกลับไปใช้งานอะไรไม่ได้อีกแล้ว นอกจากจะทิ้งลงถังขยะแล้วก็นำไปทำลายต่อไป ถ้าเป็นไม้แบบนี้ก็กลายเป็นอีกหนึ่งเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งบ้านได้ ก็ดูสวยงามแล้วก็ดูมีประโยชน์ดีมากเลยครับ

Touchjet Pond Android Projector แบบพกพา

   สวัสดีครับเพื่อนๆ คนที่รักการสรรหาสินค้าไอที สินค้าอินเทรนด์ทั้งหลาย ในบทความนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่จะได้มารีวิวสินค้าไอทีกันแบบครบรส ครบทุกมุมมอง ในเรื่องของความแปลกใหม่ของตัวสินค้าไอทีที่ผลิตขึ้นมาให้เราใช้กัน ต้องบอกว่าเรื่องของความทันสมัย เรื่องเทคโนโลยีที่แปลกใหม่ มีมามากมาย เราไม่จำเป็นต้องซื้อสินค้าไอทีทุกชิ้น แต่เราสามารถรู้ได้จากการอ่านหรือการดูรีวิวนี่แหละครับ สินค้าตัวไหนที่เราจำเป็นต้องใช้จริงๆ ค่อยซื้อ แล้วไม่ต้องไปตามเทรนด์มากนัก เอาแบบพอดีๆ กับการใช้งานนะครับ เพราะไม่อย่างนั้นคุณจะเป็นอีกหนึ่งคนที่ทำให้บ้านกลายเป็นถังขยะไอทีไปในที่สุด

   ที่เพื่อนๆ เห็นอยู่นี้เป็นโปรเจคเตอร์ครับ แล้วก็เป็นโปรเจคเตอร์ขนาดเล็ก ที่เป็น LED ด้วย แล้วที่สำคัญไปกว่านั้นมันเป็นโปรเจคเตอร์ที่มีระบบปฏิบัติการ Android ด้วยนะครับ ซึ่งหลักการทำงานของมันเองเนี่ยนะครับ มันก็คือโปรเจคเตอร์นี่แหละครับ แต่มีขนาดเล้กเท่านั้นเอง อย่างที่ผมบอกไปแล้วว่านอกจากที่เราจะใช้งานด้วยการฉายสื่อต่างๆ ด้วยการเชื่อมต่อเข้ากับพอร์ตต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค แล้วนั้น ตัวมันเองก็ยังมีพอร์ตที่ใส่ sd card ได้ด้วย คือเราสามารถเซฟไฟล์ต่างๆ เอาไว้ได้ แล้วจากนั้นก็ไปเปิดฉายได้เลย โดยเลือกการใช้ชุดคำสั่งด้วยปากกา หรือ stylus ได้เลย แล้วด้วยความที่มันเป็นโปรเจคเตอร์แบบมีระบบปฏิบัติการ Android แล้วนั้นเราก็ใช้ปากกาที่เรามีอยู่นั้นเลือกเล่นสิ่งต่างๆ หรือเลื่อนสื่อต่างๆ ไอคอน เหมือนเราเล่นอยู่บนสมาร์ทโฟน แล้วเราเอานิ้วจิ้มลงไปที่แตะออกคำสั่งต่างๆ แต่ทีนี้เมื่อเราฉายเข้าจอใหญ่หรือฉายเข้าฝาผนังพื้นสี่ขายแล้วเนี่ย เราจะไปเอานิ้วจิ้มๆ อย่างในจอสมาร์ทโฟนห็ไม่ได้ ถูกต้องมั้ย

ครับ เราก็เปลี่ยนจากนิ้วจิ้มๆ เนี่ยเป็นการใช้ปากกา stylus เนี่ยชี้ไปได้เลย จะไปคลิ๊กที่ไหน จะทำอะไรก็ชิ้ไปได้เลย เรียกว่าเหมาะสำหรับคนที่ต้องการพรีเซนต์งานได้เลย ใช้ในห้องประชุมที่มีขนาดเล็กแล้วก็ใช้ในความบันเทิงต่างๆ ได้เลย

   ที่ผมบอกไปว่าใช้โปรเจคเตอร์ในความบันเทิงนั้นหลายท่านก็คงจะไม่ทราบว่าเดี่ยวนี้โปคเจคเตอร์ก็สามารถทำได้เหมือนกันนะ ก็คือ เล่นเกมส์แองค์จี่เบิร์ดในจอโปรเจคเตอร์ครับ ในเมื่อมันมีระบบปฏิบัติการ android แบบเวอร์ชั่นที่ไม่ได้ใหม่ล่าสุดนะครับ เป็น android เวอร์ชั่น kitkat เท่านั้นเอง ก็เสมอว่าตัวมันเองก็จะคล้ายสมาร์ทโฟนจอใหญ่เบิ้มนั้นเอง ตัวเครื่องมีลำโพงในตัวด้วยนะครับ แล้วความสามารถของตัวเครื่องเองในโปรเจคเตอร์ตัวนี้ก็ยังไม่หมดเท่านี้นะครับ เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งโปรเจคเตอร์ที่มีความสามารถเกินตัวจริงๆ

   นอกจากจะมีการสั่งการด้วยปากกาแล้วนั้นก็จะยังสามารถควบคุมด้วยตัว track pad ที่มีมาให้อีกด้วย แล้วตัวเครื่องเองก็จะกลายเป็นเพาเวอรืแบงค์เพื่อเอาไว้ชาร์จสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย เรียกว่าตอนนี้คุณสมบัติของตัวโปรเจคเตอร์เองก็มีมากมายจริงๆ เรียกว่าเดี่ยวนี้ผลิต gadget อะไรใหม่ๆ ขึ้นมานั้นเราต้องใช้งานหรือใช้ประโยชน์ได้หลากหลายในเครื่องเดียวกันทั้งหมดเลย

   ตัวเครื่องเองสามารถเล่นไฟล์ต่างๆ ได้ทุกนามสกุลเลยนะครับ เรียกว่าครบถ้วนทั้งไฟล์ที่เป็นไฟลืเอกสาร พวก word,excel,power point หรือจะเป็นพวกไฟล์เพลง mp3. Mp4. ก้ได้หรือจะต้องการใช้จอโปรเจคเตอร์เพื่อฉายภาพยนต์ให้ดูจอใหญ่ๆ ก็อ่านไฟล์วีดีโอได้อีกเหมือนกัน เรียกว่าครบทุกไฟล์นามสกุลนะครับ แต่ด้วยความที่เป็นโปรเจคเตอร์ขนาดเล้ก แล้วหลอดฉายก้เป็นหลอดไฟแบบ LED ด้วยแล้วนั้นเอง ทำให้หน้าจอเมื่อถอยออกมาฉายระยะไกล เพื่ออยากได้จอขนาดใหญ่ๆ ก็จะไม่สะดวกเท่าไหร่ เนื่องด้วยความสว่างของหลอดฉายมันน้อย จอก็จะได้ประมาณ 60 นิ้วเมื่อขยายได้สูงสุดนั้นเอง

ข้อดีของสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ก็คือ เมื่อผมและทีมงานได้ลองทดสอบ ลองใช้งานจริงกันแล้ว เราไม่ต้องไปหาตัวเชื่อมต่อให้ยุ่งยาก อย่างเราเราถือตัวโปรเจคเตอร์ขนาดเล็กตัวนี้ไปเครื่องเดียว แล้วก็มีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแบบ wi-fi ได้ด้วย เราก็จัดการเชื่อมต่อ wi-fi เลย แล้วก็ทำการพรีเซนต์งานหรือฉายสื่อต่างๆ ผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมด เราไม่จำเป็นต้องไปแบกโน๊ตบุ๊คไปอีกหนึ่งเครื่องเพื่อทำการเชื่มต่อกันอีก แล้วเรื่องของการบันทึกข้อมูลลงในโปรเจคเตอร์ก็ง่าย เพราะด้วยความที่ทุกอย่างจะทำให้เป็น Android หมดเลยตามแนวคิดของ google นะครับ ซึ่งเชื่อว่าอีกไม่กี่ปีเราจะต้องอยู่ในโลกที่ทุกอย่างเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ทั้งหมด เป็นอีกหนึ่งแนวคิดที่ว่า internet of thing นั้นเองครับ ใครที่จำเป็นต้องใช้โปรเจคเตอร์ไปด้วยทุกที่ก็ลองไปหาซื้อดูกันได้เลยครับ ผมถือว่าประสิทธิภาพในการทำงานนั้นล้นเหลือจริงๆ