Category Archives: หูฟัง

รีวิว 1MORE iBFree Bluetooth in-Ear หูฟังบลูทูธเพื่อการออกกำลังกาย กันน้ำ กันเหงื่อ ในงบ 2,000 บาท

 

       ใครที่กำลังมองหาหูฟังบลูทูธที่เน้นไปในสไตล์ sport เน้นการออกกำลังกาย เป็นหูฟังไร้สายที่สามารถกันน้ำ กันเหงื่อได้ แต่หูฟังไร้สายที่นำมารีวิวกันใน 108plaza ตอนนี้ก็ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์จากแบรนด์น้องใหม่ ที่มีชื่อว่า 1MORE รุ่น iBFree นั่นเอง เป็นสินค้าที่จัดว่าน่าสนใจในเรื่องของราคาที่ไม่ได้แพงมากนัก อยู่ในงบไม่เกิน 2,000 บาท ก็พอจะหาซื้อหูฟังไร้สายที่มีงานประกอบดี วัสดุดี เสียงออกไปทางเบสนุ่มลึก ฟังสนุกๆ แต่รายละเอียดและฟังก์ชั่นการใช้งานของหูฟังรุ่นนี้มีอีกเยอะเลยทีเดียว ไปอ่านรีวิวแบบเจาะลึกกันได้เลย

เริ่มต้นแกะกล่องของหูฟังบลูทูธรุ่นนี้กันเลย ภายในกล่องก็จะมีอุปกรณ์เสริมให้มาครบครัน ประกอบด้วยสายชาร์จ USB มีแต่สายไม่มีหัวชาร์จมาให้ ก็สามารถไปชาร์จกับคอมพิวเตอร์หรือหัวชาร์จสมาร์ทโฟนได้เหมือนกับหลายๆ รุ่นทั่วไป ถัดมาก็จะเป็นตัวจุกยางหรือตัว Eartip ที่จะแถมมาภายในกล่อง 2 ขนาด และที่ติดกับตัวหูฟังอีก 1 ขนาด ก็เป็นเล็ก กลาง ใหญ่ ก็ลองไปฟังกันดูและเลือกตามความสบายของรูหูแต่ละท่าน เพราะจุกยางแต่ละขนาดนั้นก็เปลี่ยนเสียงของหูฟังได้อีกหลายๆ มิติ ชอบแนวเสียงไหนแบบใด เลือกกันได้ ถัดมาก็จะมีตัวเฮาท์ซิ่ง ที่เป็นที่คล้องหู แล้วก็จะมีคู่มือการใช้งานและใบรับประกันตัวสินค้าต่างๆ มีมาให้ในกล่องเลย

มากันที่ตัวหูฟังกันบ้าง ต้องบอกเลยว่าวัสดุที่นำมาทำหูฟังรุ่นนี้ก็เป็นวัสดุคุณภาพดีเลยทีเดียว ทำมาจากตัวไทเทเนี่ยม ที่ให้ความเบาและความแข็งแรงก็สามารถใส่ออกกำลังกายได้ไม่รู้สึกรำคาญแต่อย่างใด ความยาวของสายหูฟังข้างซ้าย-ขวาห่างกันประมาณ 70 ซม. ถือว่าสายยาวพอสมควร ก็แนะนำว่าตอนที่ใช้งานนั้น ก็ต้องปรับระยะระหว่างช่วงหูด้านซ้ายไปด้านขวาให้พอดีกับช่วงต้นคอ แล้วก็เก็ฐสายให้เรียบร้อย เพื่อจะได้ไม่รู้สึกรำคาญนั่นเอง อีกหนึ่งสิ่งที่เราต้องแนะนำและคิดว่ามันสำคัญ ก็คือ ตรงบริเวณพอร์ดเสียบชาร์จแบตที่เป็นพอร์ด micro usb นั้น จะมีแผ่นยางปิดเอวไว้อยู่ เมื่อชาร์จเสร็จแล้ว อย่าลืมปิดกลับไปที่เดิมทุกครั้ง เนื่องจากว่าฟังก์ชั่นของมันคือกันน้ำได้ แต่ถ้าไม่เอาแผ่นยางปิด น้ำเข้าได้ และ ก็จะพังเสียหายได้ ส่วนการใช้งานตรงบริเวณปุ่ม control talk นั้นก็ง่ายๆ เป็นปุ่มแบบ multifunction ก็จะใช้ง่ายๆ ปุ่มตรงกลางก็คือสามารถกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์ได้ แต่ถ้ากดค้างก็จะเป็นปุ่ม pair บลูทูธ ก็จะมีไฟกระพริบขึ้นมาก็หมายความว่ากำลังรอเชื่อมต่ออยู่ ส่วนปุ่มทางด้านข้าง ก็จะเป็นปุ่มเพิ่มเสียง ลดเสียง และเป็นปุ่มเลื่อนเพลงในตัวเดียวกัน ก็ใช้งานง่ายๆ เหมือนกับหูฟังบลูทูธทั่วไป

ในส่วนของสเปคหูฟังนั้น ขนาดของ driver ภายในแต่ละข้าง จะมีขนาดอยู่ที่ 8 มม. มีค่าความด้านทานอยู่ที่ 98 โอห์ม ความถี่ที่ตอบสนองตรงตามาตรฐานของหูคนเราได้ยินที่ 20Hz-20kHz ก็ถือว่าเป็นหูฟังที่มีความถี่ต่ำที่ลงได้ลึก และ มีเสียงปลายแหลมที่กว้างมากเลยทีเดียว ในส่วนของสเปคแบตเตอร์รี่นั้น การชาร์จแบต 1 ครั้งจนเต็ม จะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง แต่ถ้าหากว่าการใช้งานในการฟังเพลง จะสามารถใช้งานได้ติดต่อกันนาน 8 ชั่วโมง แต่ถ้าใช้ในการคุยโทรศัพท์อย่างเดียวนานติดต่อกันได้ประมาณ 10 ชั่วโมง ตรงนี้ก็อาจจะคลาดเคลื่อนบ้างถ้าตามการใช้งานจริงๆ ขึ้นอยู่กับการเร่งความดัง ระดับเสียงต่างๆ ด้วย แต่ความดังสูงสุดตามสเปคที่บอกมานั้นจะอยู่ที่ 120 dB เลยทีเดียว ถือว่ามีความดังมากพอสมควรเลย ก็ถือว่าเป็นสเปคที่ค่อนข้างสูง ความจุของแบตเตอร์รี่ที่ให้มานั้นอยู่ที่ 90 mAh กันเลยทีเดียว

ก็ต้องบอกว่าหูฟังบลูทูธ 1MORE รุ่น iBFree ตัวนี้ ถึงแม้ว่าจะเป็นหูฟังไร้สายสไตล์ sport ที่สามารถกันน้ำ กันเหงื่อ ได้ก็จริง และ ดูเหมือนว่าฟังก์ชั่นนันจะเน้นไปทางการออกกำลังกายก็จริง แต่หลังจากที่แอดมินได้ทดสอบฟังเสียงแล้ว ได้รับรู้ถึงบุคลิกเสียงของหูฟังรุ่นนี้แล้ว ค่อนข้างที่จะเน้นไปทางหูฟังที่กึ่งๆ หูฟังออกกำลังกายก็ได้ และ หูฟังที่เอาไว้ใช้ฟังเพลงทั่วไป ฟังสบายๆ ก็ได้ ไม่ได้เน้น sport จ๋าๆ ซะทีเดียว เพราะแนวเสียงที่ได้จากหูฟังรุ่นนี้คือเสียงกลาง แหลม มีความใส เคลียร์ มีความโปร่งของเสียง พร้อมกับมิติเสียงเบสที่นุ่มลึก แต่ถ้าสายออกกำลังกายจริงๆ ที่เน้นเบสหนักๆ เสียงจัดจ้านแบบนั้นหูฟังรุ่นนี้อาจจะไม่ตอบโจทย์มากนัก ต้องไปหามองอีกหนึ่งรุ่นต่อไปแทนจะดีกว่า

รีวิว หูฟัง in-ear แบรนด์น้องใหม่จากอังกฤษ RHA T20

 

   ถ้าเอ่ยชื่อถึงแบรนด์ RHA หลายคนก็คงยังไม่รู้จักและยังไม่คุ้นหูคุ้นตากันสักเท่าไหร่ แต่ถ้าให้บอกรายละเอียดก็ต้องบอกว่า เป็นแบรนด์น้องใหม่สัญชาติเมืองผู้ดี อังกฤษ กันเลยทีเดียว ที่เข้ามาทำตลาดในกลุ่ม gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เกี่ยวกับอุปกรณ์ไอที หูฟัง และอื่นๆ เดี่ยวเราไปดูกันว่าแอดมินจะมีอะไรมารีวิวกันสำหรับแบรนด์ RHA

   นี่คือ RHA T20 เป็นหูฟังแบบ in-ear ตัวใหม่ล่าสุดที่มีตัวแทนจำหน่ายในบ้านเรานำเข้ามาทำตลาด ซึ่งในซีรีส์นี้ก็จะมีเปิดตัวมา 2 รุ่นก็คือตัว T20 และ T20i จุดที่แตกต่างกันก็จะมีแค่ตัว control talk กับไม่มีแค่นั้นเอง ตัว T20 ก็จะเป็นหูฟังแบบธรรมดาไม่มี control talk ส่วนการดีไซน์ตัวกล่องก็เรียบง่าย รายละเอียดข้างกล่องก็จะบอกเอาไว้ว่าเป็นหูฟังที่มีระบบป้องกันเสียง noise ด้วย ก็คือจะตัดเสียงรบกวนจากด้านนอกได้ดี นอกจากนั้นก็เป็นรายละเอียดแบบทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับตัวหูฟัง ใครที่ตัวหูฟังที่ซื้อมาแล้วก้อาจจะดูก่อนก็ได้ว่ามีรายละเอียดอะไร แต่จากการตรวจสอบของแอดมินแล้ว มันเป็นหูฟังระดับพรีเมี่ยมเลยทีเดียว มีการออกแบบตัวกล่องมาอย่างดี แบ่งแยกเป็นตัวจุกหูฟังที่เป็นซีลีโคลนแบบธรรมดา ก็มีให้มาเลือกใช้งานกันหลายขนาด ตามหขนาดของรูหูแต่ล่ะคน แล้วก็มีจุกยางที่เป็นซีลีโคลนแบบ 2 ชั้น ถัดมาด้านหลังของกล่อง จะมีตัวซองใส่หูฟัง ที่เป็นซองแบบซิบค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียว สามารถใส่ได้ทั้งตัวหูฟัง แล้วก็จุกยางซีลีโคลน แล้วก็พกพาไปได้ใส่กระเป๋าใบใหญ่หรือพกติดไปฟังเพลงด้วยได้แบบไม่ต้องกลัวว่าสายจะขาดหรือว่าจะพังเสียงหาย นอกจากนั้น ก็ยังมีตัวคลิปหนีบให้ติดกับปกเสื้อ แถมมาให้ด้วยในกล่อง 1 ตัว เอาไว้ใช้ในตอนที่ชอบเพลงแล้วสายมันจะยาวเกะกะและไปฟันกับตัวเราจนรู้สึกว่ารำคาญได้ ทาง RHA ก็ให้ตัวคลิปหนีบมาด้วย นอกจากนั้นก็จะเป็นคู่มือการใช้งาน ใบรับประกันตัวสินค้า ก็มีเท่านี้เองที่ให้มาในกล่อง

   ถัดมาก็มาดูกันที่ตัวพระเอกของเราในครั้งนี้ นั้นก็คือตัวหูฟังแบบ in-ear ตัว RHA T20 ตวนี้กันบ้าง ซึ่งตวหูฟังจะมีระบบฟิลเตอร์ที่เราสามารถจะเลือกเพิ่มพลังเสียงเบสหรือพลังเสียงในย่านอื่นๆ เพิ่มขึ้นได้ตามความชอบของเรา ถัดมาก็เป็นตัวหูฟัง ในส่วนของสายที่ทำเป็นวัสดุของสายที่หุมฉนวนมาอย่างดีอย่างหนา สายหูฟังค่อนข้างใหญ่ ฉะนั้น เรื่องของความทนทาน เรื่องของสายขาดข้างใน ตรงนี้ก็อาจจะเกิดขึ้นได้น้อยมาก แต่การใช้ก็ไม่ควรไปใช้งานแบบสมบุกสมบันมากเท่าไหร่นักนะครับ สำหรับตัวฟิลเตอร์นั้น วิธีการใช้งานก็แค่หมุนเข้ามาไปในหูฟัง แล้วจากนั้นก็สวมตัวจุกยางหรือซีลีโคลนเข้าไปอีกทีหนึ่ง ซึ่งตวฟิลเตอร์ที่ RHA ให้มานั้นในรุ่นนี้ให้มาทั้งหมด 3 แบบ ซึ่งทั้ง 3 แบบนี้จะแตกต่างกันด้วยการดูที่สี ถ้าตัวฟิลเตอร์สีส้ม ก็จะเป็นการเน้นไปที่เสียงแหลมที่เพิ่มมากขึ้น ใสขึ้น แต่ถ้าใครที่ไม่ค่อยชอบเสียงแหลมเยอะๆ มันฟังดูแล้วบาดหู ชอบแบบว่าหนักแน่น เบสหนัก เบสมาเต็มที่หูฟังทั้ง 2 ข้าง ก็สามารถเปลี่ยนตัวฟิลเตอร์ที่เป็นสีดำ ตัวนี้จะสามารถช่วยอัพเกรดคุณภาพของเสียงในย่านต่ำหรือเสียงเบสให้มีความหนักแน่น สะใจมากขึ้น

   ส่วนฟิลเตอร์อีกหนึ่งแบบก็จะเป็นสีขาว ซึ่งฟิลเตอร์ตัวนี้จะให้คุณภาพเสียงที่เป็นแนวกลางๆ มากที่สุด ซึ่งก็ใช้เพื่อการอ้างอิงก่อนว่า ถ้าหากซื้อหูฟังรุ่นนี้มาใช้งานใหม่ๆ เรายังไม่รู้บุคลิกเสียงแบบธรรมชาติที่ไม่ได้ปรับแต่งอะไรมายืนพื้นไว้ก่อน ก็ใช้ตัวฟิลเตอร์สีขาว ถ้ารู้สึกว่ามันพอดีที่สุด เสียงใสชัดเจน ชอบแล้วก็ใช้ตัวฟิลเตอร์สีขาวนี้ แต่อยากจะแนะนำว่า ถ้าจะเปลี่ยนตัวฟิลเตอร์นั้น ควรเปลี่ยนด้วยกันทั้ง 2 ข้าง เพื่อให้เสียงนั้นมันไม่ผิดเพี้ยนจากกันมากนัก

   ตัวบอดี้ของหูฟังรุ่นนี้ก็ต้องบอกว่าค่อนข้างพรีเมียมอีกเช่นกัน เพราะว่าเป็นตัวอะลูมีเนี่ยมอัลลอย ที่เป็นบอดี้น้ำหนักเบาแต่แข็งแรง ก็ดูแล้วเป็นหูฟังแนว Hi End ได้เลยทีเดียว ส่วนเรื่องสุดท้ายที่จะรีวิวกันถึง gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ที่มันมีความแตกต่างจากหูฟังรุ่นอื่นๆ ยี่ห้ออื่นๆ เลยก็คือว่า มันเป็นการออกแบบท่อนำเสียงที่โค้งจากด้านนอกเข้าไปด้านใน แล้วก็ปล่อยให้เสียงสะท้อนออกมาเข้าสู่รูหูของผู้ฟังนั้นเอง เป็นการออกแบบคล้ายเครื่องดนตรีชนิดเป่า ทำให้คุณภาพเสียงที่ได้มานั้นต้องบอกเลยว่าค่อนข้างชัดเจนและมีคุณภาพที่ดีมากเลยทีเดียว เป็นแบรนด์น้องใหม่ที่น่าติดตามและอยากจะให้ทุกคนได้ไปทดสอบใช้งานกันดู ส่วนเรื่องราคาเมื่อมันเป็นแบรนด์เมืองผู้ดีแบบนี้ ราคาก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน

รีวิว หูฟังบลูทูธ JBL Under Armour หูฟังที่ไปจับมือกับแบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังในอเมริกา แฟนๆ คอกีฬาต้องอยากได้แน่นอน

 

   สำหรับการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ของเราในตอนนี้ ต้องบอกเลยว่ามันมีที่มาที่ไปที่ค่อนข้างน่าตื่นเต้น หลายท่านคงรู้กันดีกว่าแบรนด์ JBL ก็ทำสินค้าจำพวกลำโพง หูฟัง เครื่องเสียง อะไรพวกนี้มานานและเป็นแบรนด์ระดับโลก แต่ JBL เองไปร่วมจับมือทางธุรกิจกับแบรนด์เสื้อผ้าระดับโลกอย่าง Under Armour ที่โด่งดังมากในอเมริกา แล้วก็ทั่วโลก ใครที่ชอบเล่นกีฬา เสื้อผ้าที่เป็นแนวกีฬา แนว sport จะมาจากแบรนด์นี้ทั้งนั้นเลย แล้วก็ 2 แบรนด์ยักษ์ใหญ่นีก็มาจับมือกันผลิตหูฟังรุ่นที่เราจะรีวิวให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกันเนี่ยนะครับ เป็นหูฟังบลูทูธรุ่นนี้เลย JBL Under Armour

   เพื่อนคนไหนที่เป็นคอกีฬา ชอบซื้อเสื้อกีฬาที่เป็นแบรนด์ดังๆ มาใส่ ก็คงต้องบอกว่าห้ามพลาดที่จะมีหูฟังคู่นี้มาเก็บไว้อีกหนึ่งสิ่งที่เป็นของสะสมนะครับ การดีไซน์ตัวกล่องก็เป็นสีแดงเป็นกล่องแถบแม่เหล็กเป็นแนว sport มากเลย สิ่งที่ให้มาในกล่องก็จะมีตัวหูฟังบลูทูธ แล้วก็ตัวสายชาร์จที่เป็นแบบ micro USB ไม่มีหัวชาร์จมาให้ แล้วก็จะมีเคสหรือว่าซองเก็บหูฟังมาให้ แค่นี้เองที่ให้มาในกล่อง นอกนั้นก็จะเป็นคู่มือการใช้งานใบรับประกันตัวสินค้าต่างๆ ก่อนที่จะไปตรงหูฟัง แอดมินแอบเห็นตัวเคสหรือตัวซองใส่หูฟัง ทำมาได้ค่อนข้างดีเลย เนื่องจากว่ามันเป็นหูฟังแนวสายออกกำลังกาย คนที่ชอบออกกำลังกายจะชอบใช้กัน ดังนั้น เรื่องของเหงื่อ เรื่องของการพกพามันก็จะต้องดูแลเป็นพิเศษกว่าแบบอื่นๆ สักนิดหนึ่ง ก็ทำเคสที่เป็นแบบซิลีโคลนแบบนุ่ม ด้านในจะมีผ้าบุมาเพื่อกันรอยขีดข่วนอีกหนึ่งชั้นด้านใน ก็ทำให้พกาพได้สบายๆ ไม่ต้องกลัวหูฟังเสียหาย แล้วก็มีซิบมาให้อย่างดีเลย ถือว่าน่าใช้งานมากเลยทีเดียว ถัดมาก็จะเป็นตัวจุกยางที่ให้มาในกล่อง จะออกมาเป็นซีลีโคลนแบบนุ่มเช่นกัน ก็มีทั้ง 3 ขนาดให้เลือกใช้งานกัน ก็ลองสวมใส่กันดูตามความรู้สึกว่ามันเหมาะกับรูหูของเรามากที่สุดนะครับ นอกจากนั้นก็จะมีตัวล็อคสายมาให้ด้วย เวลาที่เราออกกำลังกายบางทีสายอาจจะเกิดความรำคาญ ก็สามารถที่จะเก็บล็อคเอาไว้ได้ด้วย

   มาดูที่ตัวหูฟังกันบ้าง ซึ่งตัวไดเวอร์ด้านในหรือว่าขนาดของลำโพงด้านในจะมีขนาดที่ใหญ่ถึง 5.8 มม. ต่อข้าง รองรับการเชื่อมต่อบลูทูธได้ทั้งสมาร์ทโฟนในฝั่ง IOS และ Android การใช้งานสำหรับการฟังเพลงนั้น จะสามารถใช้งานได้นานติดต่อกันประมาณ 8 ชั่วโมง และ การใช้งานสำหรับการพูดคุยโทรศัพท์ผ่านหูฟังบลูทูธตัวนี้ จะสามารถใช้งานได้นานประมาณ 3 ชั่วโมง ตัวหูฟังเองก็ออกแบบมาให้มีมุมที่เอียงได้ 45 องศา นั้นเป็นองศาที่มีการวิจัยมาแล้วว่า มันจะสวมใส่ได้สบายหูมากที่สุด แล้วก็มีมิติเสียงที่ส่งไปยังหูของคนเราได้ดีที่สุดด้วยนะครับบ ก็เป็นการออกแบบมาได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว ที่ตรงบริเวณไมค์โครโฟน ก็จะมีปุ่มอยู่ 3 ปุ่ม ก็จะมีปุ่มเพิ่มลดเสียง กดค้างก็จะเป็นปุ่มเลือ่นเพลง แล้วก็จะมีปุ่มตรงกลางเป็นปุ่มเปิดปิดหูฟัง แล้วก็กดรับสายเรียกเข้า จะใช่ร่วมกันเลย วิธีเปิดก็จะกดปุ่มกลางค้างไว้ แล้วก็จะกดอีกครั้งเพื่อ pair Bluetooth นั้นเอง ตัวหูฟังก็ยังสามารถกันน้ำได้ตามมาตรฐาน IPx5 คือสามารถกันน้ำกระเด็นใส่ กันเหงื่อ กันเปียก ได้เท่านั้นเอง ไม่ได้จุ่มน้ำหรือไม่สามารถใส่ว่ายน้ำได้นะครับ

   สำหรับเรื่องสุดท้ายที่ต้องรีวิวกันใน gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้คือเรื่องของบุคลิกของเสียงที่ได้จากหูฟังบลูทูธตัว JBL Under Armour รุ่นนี้นะครับ ต้องบอกอย่างนี้ครับว่า หลังจากที่แอดมินเองก็ได้ทดสอบมาทุกๆ แนวเพลง แล้วก็รีวิวแบรนด์ JBL มาหลายๆ ตัว ก็ต้องบอกว่ารุ่นนี้กลิ่นไอความเป็น JBL มาเต็มๆ ใครที่ใช้ JBL อยู่จะพอคุ้นเคยกันดี ก็คือ น้ำเสียงในส่วนของเสียเบสมาเต็มแน่นอน เป็นเสียงเบสที่ลูกใหญ่ มีความกระแทกกระทั้นพอสมควรเลย ทำให้ฟังแล้วรู้สึกอยากจะสนุก อยากจะตื่นตัว ก็น่าจะเหมาะกับสายออกกำลังกายที่เน้นความตื่นตัวเนี่ยแหละนะครับ เสียงกลางที่ชัดเจน ได้ยินเสียงร้องได้ชัดดีมาก รวมไปถึงเสียงแหลมที่คมจัดจ้าน แต่ไม่ได้ปาดหู รวมๆ แล้วซาวต์เพลงมันไม่เหมาะกับคนที่ชอบเพลงสบายๆ ใสๆ เคลียร์ๆ แบบนั้นนะครับ คือเน้นสนุกๆ เน้นมันส์ๆ ไปเลย แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องให้เพือ่นๆ นั้นไปหาทดสอบด้วยตัวเองกันดูก่อนจะซื้อมาใช้งานนะครับ

รีวิว Westone AM Pro 10 หูฟังแบบ in-ear ที่ใช้สำหรับนักร้อง นักดนตรีบนเวทีสามารถมอนิเตอร์เสียงทั้งเสียงภายในและเสียงรอบนอกได้

 

   เพื่อนๆ นักน้อง นักดนตรีที่กำลังจะมองหาหูฟังสักหนึ่งคู่ เพื่อเอาไว้ใช้งานในขณะอยู่บนเวที เพื่อมอนิเตอร์เสียงทั้งเสียงร้อง เสียงดนตรี และก็เสียงของผู้คนที่อยู่รอบๆ ตัว เพื่อให้ได้ยินเสียงและบรรยากาศได้อย่างครบถ้วนนั้น ในการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ของเราในเว็บไซต์ 108plaza ตอนนี้ ก็จะมีหูฟังแบบ in-ear ที่เรียกได้ว่ามีคุณภาพดีรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว มาทำการรีวิวให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกัน จะเป็นหูฟังรุ่นไหน แบรนด์อะไร ไปดูกันเลย

   Gadget ที่นำมารีวิวในครั้งนี้เป็นสินค้าจะ Westone รุ่น AM Pro 10 ซึ่งเป็นรุ่นล่างสุดใน series อย่างที่เห็นอยู่ในรูปตัวอย่างสินค้าด้านบน ก็จะมีทั้งรุ่น AM Pro 20 และ AM Pro 30 นั้นเอง ก็มาติดตามกันว่าในรุ่นล่างสุดแบบนี้จะใช้งานได้ครอบคลุมขนาดไหน แล้วจะเหมาะกับผู้ที่ใช้งานด้านไหนได้บ้าง ซึ่งรายละเอียดรอบๆ กล่องที่แอดมินเห็นว่ามันเป็นจุดเด่นที่ต้องรีวิวอย่างแรกก็คือว่า หูฟังรุ่นนี้จะแบ่งแยกไปตามซีรีส์ อย่าง AM Pro 10 ก็จะมีไดเวอร์ข้างในหูฟังตัวเดียว แล้วก็จะมีระบบ SLED รองรับอยู่ ระบบนี้คือ การที่ไดเวอรืภายในจะมีการปล่อยเสียงที่ส่งมาจากแห่งกำเนิดเสียงได้ด้วย แล้วก็จะปล่อยให้เสียงจากด้านนอก ดูดเข้ามาแล้วก็มาให้ผู้ที่ใช้หูฟงตัวนี้อยู่เนี่ยได้ยินด้วย นั้นก็ทำให้การใช้งานอย่างที่บอกไป มันสามารถใช้งานได้ดีกับพวกกลุ่มนักร้อง นักดนตรีนะครับ เมื่อเปิดมาข้างในกล่อง ก็จะมีอุปกรณ์ที่ให้มาคืออย่างแรกเลย ตัวหูฟัง แล้วก็จะมีกล่องเก็บหูฟังที่เป็นพลาสติกแบบปิดแน่นสนิท สามารถกันน้ำ กันฝุ่นได้ ถัดมาก้จะเป็นจุกยาง ที่ต้องบอกว่าให้มาเยอะมาก หลายขนาด หลายคู่ ก็เอาไว้เปลี่ยนเวลาที่มีเหงื่อหรือใช้ร่วมกันหลายๆ คนก็อาจจะเปลี่ยนจุกยางของตัวเองได้ ให้มาเยอะเลยทีเดียว สุดท้ายก็จะเป็นตัวหูฟัง เท่านี้เองที่ให้มา นอกจากนั้นก็จะเป็นคู่มือการใช้งานรวมไปถึงรับประกันตัวสินค้าต่างๆ นั้นเอง

   ตัวจุกยางก็ให้มา 2 แบบด้วยกัน เป็นแบบซีลีโคลน แล้วก็เป็นแบบฟองนุ่ม ก็ลองไปสวมใส่กันดูว่าแบบไหนจะเหมาะและสวมใส่ได้สบายมากที่สุดนะครับ มาดูที่ตัวหูฟังกันบ้าง ตัวหูฟังอย่างที่บอกไปว่ามันสามารถดูเสียงจากภายนอกได้ ภายในก็จะใช้ driver แบบ balanced armature 1 ตัว เป็นแบบ Full range น้ำหนัก 12.7 กริม ตัวสายของหูฟังเป็นแบบ MMCX audio ใช้แจ็คแบบ 3.5 มม. ปกติในการเชื่อมต่อ ที่ตัวหูฟังก็จะมีตัวอักษร L และ R หรือบอกข้างซ้าย ขวา อย่างชัดเจนอยู่ที่ตัวหูฟัง วิธีการสวมใส่ก็จะต่างจากหูฟังทั่วไปสักนิดหนึ่ง จะใช้คล้องจากบริเวรหลังหูแทน เพื่อให้การสวมใส่ได้ไม่หลุดง่าย เวลามีการเคลื่อนไหวที่แรงๆ ก็จะยึดติดกับหูได้ดีกว่านั้นเอง ที่ตัวหูฟังก็จะไม่มีไมค์โครโฟนมาให้นะครับ เพราะว่ามันไม่ได้เน้นที่การใช้งานทั่วไป หรือว่าใช้งานกับสมาร์ทโฟน แต่เน้นการใช้งานบนเวทีมากกว่านั้นเอง

   มาถึงในส่วนของการทดสอบใช้งานกันบ้าง ต้องบอกว่าแอดมินเองก็ไม่ได้เป็นนักร้องหรือนักดนตรีที่ไหน ที่จะไปขึ้นเวทีแล้วทดสอบหูฟังรุ่นนี้นะครับ แต่แอดมินเองก็ใช้วีธีการทดสอบทั่วไป คือเปิดเพลงจากสมาร์ทโฟนนี่แหละครับ ใช้ฟังเพลงปกติ ก็จำลองสถานการณ์จริงๆ ดูว่าอย่างเช่น เราเปิดเพลงไปด้วยฟังจากหูฟัง แล้วก็เปิดทีวี หรือแม้แต่ไปอยู่ข้างนอก ไปเดินห้าง ไปอยู่บนรถไฟฟ้า ไปอยู่ที่มีเสียงรบกวนเยอะๆ ได้ผลเป็นแบบนี้ครับเพื่อนๆ คือถ้าเป็นเสียงรบกวนแบบปิด คือ ในห้องที่เปิดทีวีไปด้วยฟังเพลงไปได้ แบบนี้จะได้ยินเสียงทีวีชัดเจนดีมากเลย แต่พอไปข้างนอกที่เป็นเสียงรอบข้าง พร้อมกับการเปิดเพลงไปด้วย มันจะได้ยินเสียงภายนอกน้อยลง อาจจะได้ยินแบบแว่วๆ มาเท่านั้นเอง ไม่ได้แบบว่าได้ยินทุกคำพูดหรือทุกเสียงที่คนอื่นพูดใกล้ๆ เราเหมือนเราได้ยินกับหูตัวเองปกติ อะไรแบบนั้นเท่าไหร่ คือมันได้ยินแบบเบาๆ นะครับ

   เรื่องสุดท้ายของการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์รุ่นนี้ก็คือเรื่องของบุคลิกเสียงที่ได้ยินจากหูฟังรุ่นนี้ แอดมินคิดว่ามันเหมาะที่จะเน้นฟังรายละเอียดของเสียงเครื่องดนตรีน้อยชิ้น ถ้าเล่นดนตรีสดก็เป็นแนววงเล็กๆ เสียงร้องชัดเจน ห้องเสียงที่ได้ยินก็เสียงกว้าง แต่ถ้าเพื่อนๆ เป็นนักดนตรีแบบเต็มวง วงใหญ่ๆ อาจจะต้องไปมองหาซีรีส์ที่สูงกกว่านี้ ก็คาดว่าทางทีมงานจะได้ตัวสินค้ามารีวิวกันในตอนต่อไปให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกันด้วย

   

รีวิว Saramonic SR-LMX1 ไมค์โครโฟนสำหรับใช้คู่กับสมาร์ทโฟนเพื่อให้การบันทึกเสียงในวีดีโอดีขึ้น ชัดขึ้น


   สำหรับเพื่อนๆ ที่ชื่นชอบการทำคลิปวีดีโอเพื่ออัพลง social ต่างๆ ไมว่าจะเป็น youtube , facebook หรือว่าช่องทางอื่นๆ ด้วยสมาร์ทโฟนที่เป็นคลิปวีดีโอแบบง่ายๆ แล้วอยากได้ไมค์โครโฟนที่เอาไว้บันทึกเสียงในขณะพูดได้ชัดเจนมากขึ้น ได้ดีขึ้นกว่าการใช้ไมค์ที่ตัวกล้องหรือที่ตัวสมาร์ทโฟน ก็ต้องมาอ่านรีวิวสินค้าอินเทรนด์ของเราในครั้งนี้เลย เพราะเรามีไมค์โครโฟนที่เป็นสายเสียแบบแจ็ค 3.5 มม. ที่เอาไว้ใช้กับสมาร์ทโฟนโดยตรงเลย ที่เป็นแจ็คแบบ 3 ขีด ที่คุณภาพกลางๆ ไม่ถึงกับเสียงดีมากเท่าไหร่ แต่ราคาก็เบาๆ สบายกระเป๋า ถือว่าเป็นไมค์โครโฟนแบบเริ่มต้น สำหรับเพื่อนๆ ที่งบน้อย แต่ก็ยืนยันว่าดีกว่าใช้ไมค์โครโฟนที่ตัดกับตัวสมาร์ทโฟนเพียวๆ แบบนั้นเสียงรบกวนจะเยอะกว่า แล้วก็อาจจะไม่ชัดเจนเท่าไหร่ ถ้าเทียบกับตอนที่เราไปบันทึกวีดีโอข้างนอกที่มีเสียงรบกวนเยอะๆ ก็จะฟังไม่รู้เรื่อง แล้วตอนนี้นิยมกันมากเลยกับการถ่ายทอดสดผ่าน live บนเฟสบุ๊ค หรือ ยูทู) ต่างๆ ก็กำลังเป็นเทรนด์เลยตอนนี้

   ตัวนี้คือไมค์โครโฟนจากแบรนด์ Saramonic รุ่น SR-LMX1 นั้นเองครับ ถือว่าเป็นแบรนด์จากเมืองจีนที่มีราคาไม่ได้แพงมาก คุณภาพก็ต้องบอกว่ากลางๆ เมื่อเทียบกับแบรนด์ดังๆ ตัวอื่นนะครับ ตัวสายนั้นมีความยาว 1.2 เมตร ก็ยาวพอที่จะเสียบกับสมาร์ทโฟน แล้วก็เหน็บไมค์ไว้ที่ปกเสื้อหรือตามที่ต่างๆ ที่คิดว่ามันดูดเสียงได้ดี สิ่งที่ให้มาในกล่องก็จะให้ซองที่เก็บไมค์มาให้ด้วย เป็นซองผ้าที่ช่วยยึดอายุการใช้งานได้นานขึ้น เก็บเป็นระเบียบมากขึ้น เพราะเท่าที่ดูตัวสายไมค์นั้น มันก็อาจจะไม่ทนมือทนเท้าสักเท่าไหร่ด้วย ถัดมาที่ให้มาก็คือตัวฟองน้ำกันลม แล้วก็มีตัวที่เรียกว่าขนแมว ที่เอาไว้กันลมได้อีกชั้นหนึ่ง สำหรับการใช้งานที่มีกระแสแรงลมแรงๆ ที่อาจจะทำให้การพูด การบันทึกวีดีโอไปนั้น เสียงของลมจะทำให้เกิดความไม่ชัดเจนของเสียงได้ ก็มีมาให้ถึงสองตัวเลยในเรื่องของการกันลม แต่เท่าที่แอดมินได้ใช้งานมา ก็ใช้แค่ฟองน้ำกันลมที่ให้มากับตัวหัวไมค์โครโฟนเท่านั้น ก็คิดว่ามันใช้งานได้ดีเลย เสียงลมหรือเสียงรบกวน หรือแม้แต่เสียงลมที่ออกจากปากเรา เวลาพูดตัว พ หรือคำบางคำที่ทำให้เกิดเสียง พรีบๆ พรับๆ ก็ช่วยไปได้เยอะเลยทีเดียวนะครับ มาดูเรื่องของแจ็ค 3.5 มม. ที่บอกไปในช่วงต้นกันสักนิดหนึ่ง อย่างที่แอดมินบอกไว้ว่า ไมค์โครโฟน รุ่นนี้มันสามารถใช้กับตัวสมาร์ทโฟนได้เท่านั้น เวลาจะใช้งานก็เพียงแค่เสียบเข้าไปที่ตรงช่องหูฟังปกติ ก็จะสามารถใช้งานได้เลย ไม่ต้องไปใช้แอปในการควบคุมใดๆ อีกแล้ว แต่เนื่องจากมันเป็นแจ็คแบบ 3 ขีด เพราะฉะนั้น ใครที่จะเอาไมค์โครโฟนตัวนี้ไปเสียบใช้ร่วมกับกล้อง DSLR หรือกล้อง mirrorless ต่างๆ รวมไปถึงใช้เสียบกับตัวไมค์ wireless ต่างๆ มันจะใช้ไม่ได้นะครับ พวกนั้นจะใช้แจ็ค 3.5 มม. ที่เป็นแบบ 2 ขีด ก็ตรวจสอบกันด้วยสำหรับประเทภของแจ็ค เผื่อว่าบางท่านซื้อมาใช้งานผิดประเภท ก็จะทำให้เสียของ ซื้อมาแล้วใช้งานไม่ได้

   ก็ต้องบอกอย่างงี้ด้วยนะครับว่า ไมค์โครโฟนรุ่นนี้คุณภาพเสียงที่บันทึกแล้วก็ลองมาฟังดูทีหลัง ก็คือการทดสอบจากแอดมีนแล้วก็นำมาเขียนรีวิวนี้ขึ้นมา ต้องบอกว่าคุณภาพเสียงที่ได้กลางๆ เท่านั้น อาจจะยังไม่ได้ชัดเจนมากนัก มีเสียงที่ออกไปแนวโทนแหลมสักนิดหนึ่ง อาจจะผิดเพี้ยนกับเสียงจากต้นกำเนิดนิดหน่อย แต่เครื่องของ่ความคมชัดของเสียงที่ได้ ก็ได้ยินชัดเจนดี ฟังรู้เรื่อง แต่ไม่ควรที่จะไปเหน็บไมค์โครโฟนเอาไว้ใกล้ปากมากนัก ก็จะทำให้เสียงนั้นทุ้มแล้วก็เสียงบี้ไปได้นะครับ แล้วอีกหนึ่งเรื่องคือ คุณภาพเสียงที่ได้นั้น มันก็ขึ้นอยู่กับตัวสมาร์ทโฟนด้วย ถ้าสมาร์ทโฟนดีๆ ราคาไม่ได้ถูกมากนัก มีกล้องที่บันทึกวีดีโอได้ดีๆ หน่อย เสียงก็จะมีคุณภาพที่สูงขึ้นด้วย เพราะฉะนั้น ก็มีองค์ประกอบหลายๆ อย่างที่ให้ตัดสินนะครับ

   ก็ต้องถือว่าไมค์โครโฟน Saramonic รุ่น SR-LMX1 ตัวนี้ก็เป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่เหมาะสำหรับเพื่อนๆ ที่งบน้อย แล้วก็อยากจะอัพเกรดการนำเสนอเรื่องราวผ่านคลิปวีดีโอที่เสียงชัดเจนกว่าการบันทึกด้วยไมค์ที่ติดกับสมาร์ทโฟนนั้น ต้องบอกว่าดีกว่าแน่นอน ใครที่สนใจก็ลองไปหาซื้อกันได้ตามร้านจำหน่ายสินค้าไอทีชั้นนำทั่วไปได้เลย

Review หูฟังบลูทูธสุดแนวสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเสียงเพลง

 

รีวิวนี้เราจะมาพูดถึงอีก 1 เทคโนโลยีที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องเครื่องขยายเสียง ซึ่งตัวผู้เขียนเองก็พึ่งจะเริ่มมาสนใจเกี่ยวกับสินค้าตัวนี้ ที่เริ่มเห็นวางขายในร้านขายอุปกรณ์ไอทีต่าง ๆ หรือจริง ๆ แล้วเค้าจะวางขายมานานแล้ว แต่ด้วยความที่ไม่ค่อยสนใจที่จะเดินดูสินค้าตัวใหม่ ๆ เลยพึ่งจะมาเห็น เรื่องของเรื่องเมื่อวันก่อน คอมเสียเลยเอาคอมไปซ่อมที่ร้านขายอุปกรณ์ไอทีแห่งหนึ่งใกล้บ้านซึ่งเค้าก็รับลงโปรแกรมด้วย ระหว่างรอใบแจ้งซ่อมอยู่ ก็เดินดูสินค้ารอบ ๆ ร้าน สินค้าในร้านส่วนใหญ่ก็พอจะรู้บ้าง จนเดินไปสะดุดตากับเจ้าหูฟังแบบครอบหู แบบอันใหญ่ ๆ ถ้าจะนึกหน้าตาของมันก็จินตนาการในร้านอินเตอร์เน็ตคาเฟ่ที่มีหูฟังอันใหญ่ ๆ ไว้สำหรับฟังเสียงเครื่องใครเครื่องมัน ก็เหลือบไปเห็นสัญลักษณ์หนึ่งติดอยู่ที่หน้ากล่อง คือสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายบลูทูธ นึกในใจนี่คงเป็นสินค้าอินเทรนด์ตัวใหม่ซิน่ะ พอเดินดูไปเรื่อย ๆ ก็พบว่า ไอ้เจ้าหูฟังบลูทูธนี้มันมีหลายแบบหลายสไตน์ให้เลือกสรรค์ เรามาเริ่มรู้จักกับหูฟังบลูทูธกันเลย

 

 

 

สินค้าอินเทรนด์ในวันนี้ที่จะพูดถึง คือ หูฟังบลูทูธ หรือเรียกอีกอย่างว่า บลูทูธเฮดโฟน หูฟังบลูทูธมีแบตเตอร์รี่ในตัว การใช้งานขึ้นอยู่กับแบตเตอร์รี่ของแต่ละยี่ห้อว่าจะมีระยะเวลาการใช้งานได้ยาวนานแค่ไหน สำหรับคุณสมบัตินี้แล้วแต่ว่ายี่ห้อไหนจะให้ความจุแบตเตอร์รี่มามากน้อยเพียงได การใช้งานเบื้องต้นก็ไม่มีอะไรซับซ้อน เริ่มจากอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อและใช้งานร่วมกันได้ อย่างเช่น โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน แท็ปเล็ต คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค เป็นต้น ฯ สามมารถจับคู่อุปกรณ์ที่กล่าวมาข้างต้นได้ทั้งหมด โดยการเปิดสัญญาณ บลูทูธจากอุปกรณ์ที่ต้องการเชื่อมต่อ เชื่อมต่อกับหูฟังบลูทูธเมื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่ต้องการเสร็จสิ้นแล้ว สามารถใช้ฟังเพลง รับสายพูดคุยสนทนาได้ เพราะมีไมโครโฟนในตัว โดยเฉพาะเวลาฟังเพลงสามารถเปลี่ยนเพลงจากหูฟังได้เลย เพราะมีปุ่มกดควบคุมเพลงที่หูฟังโดยตรง ซึ่งบางรุ่นก็มีช่องสำหรับเสียบสาย AUX 3.5 มม. มาให้ โดยใช้สายเสียบกับอุปกรณ์ที่ต้องการเชื่อมต่อ ที่มีช่องเสียบสายหูฟังได้เลยโดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับสัญญาณบลูทูธ แต่ไม่สามารถควบคุมเพลงบนหูฟังบลูทูธได้เพราะถ้าเสียบสายหูฟังจะต้องควบคุมเพลงจากโทรศัพท์ฯ เท่านั้น อุปกรณ์ที่สามารถบอกระดับพลังงานของแบตเตอร์รี่บนหน้าจอแสดงผลของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับตัวหูฟังบลูทูธได้ส่วนมากจะเป็น ระบบ iOS แอนดรอยด์มีบางยี่ห้อที่มีการแสดงผลได้ และหลายยี่ห้อที่แสดงผลไม่ได้ ส่วนตัวหูฟังบางตัวบางยี่ห้อก็มีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป บางรุ่นก็บอกปริมาณแบตเตอร์รี่คงเหลือใช้งานได้ บางรุ่นก็บอกไม่ได้ อันนี้แล้วแต่ว่ายี่ห้อไหนจะกำหนดคุณสมบัติการใช้งานมาให้ ส่วนราคาก็มีตั้งแต่ หลักร้อยหลักพันถึงหลักหมื่นบาทกันเลยทีเดียว ขึ้นอยู่กับแต่ละยี่ห้อเช่นกัน ความสามารถในการปฏิบัติงานหรือคุณสมบัติในการใช้งานความยากง่ายถูกบวกเข้าไปเป็นราคาสินค้าในตัวแล้ว การเลือกซื้อ สามารถเลือกซื้อตามร้านขายอุปกรณ์ไอทีทั่วไป ซึ่งมีการวางจำหน่ายอย่างแพร่หลาย มีหลายแบบหลายสไตล์ให้เลือกสรร แล้วแต่ว่าผู้ใช้จะเลือกความเหมาะสมอย่างไรกับตัวผู้ใช้เอง

 

หากใครที่ต้องการหรือสนใจในตัวสินค้าอินเทรนด์ที่เราได้นำมารีวิวในครั้งนี้ หลังจากได้อ่านคุณสมบัติหรือวิธีการใช้งานเบื้องต้นแล้ว ก็สามารถไปเดินดูหรือเลือกซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์ไอทีใกล้บ้านได้เลย จริง ๆ แล้ว ตัวหูฟังบลูทูธนี้มีให้เลือกหลายแบบแล้วแต่ความเหมาะสมของผู้ใช้งานว่าต้องการแบบไหน ส่วนเรื่องราคาก็เอาตามงบในกระเป๋าให้ดูเหมาะสมน่ะค่ะ ของดีไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไป สำหรับผู้ปกครองที่ต้องการซื้อให้ลูก ให้หลาน ก็ดูเรื่องความยากง่ายในการใช้งานนิดนึง เพื่อจะได้ไม่เป็นการยุ่งยากที่ตัวผู้ปกครองเองต้องมาคอยเปิดคอยปิดให้ ขอแนะนำอีกนิดนึงคือ เด็กที่เหมาะสมในการใช้งานหูฟังบลูทูธนี้ก็น่าจะอยู่ที่ระดับอายุ 10 ปีขึ้นไป ต่ำกว่านี้เกรงจะเป็นอันตรายต่อระบบการรับเสียง เพราะเด็กชอบเปิดฟังเพลงเสียงดัง ซึ่งมันอันตรายต่อแก้วหู อันนี้เราก็เป็นห่วง ก็แล้วแต่วิจารณญาณของผู้ปกครองแต่ละคนในการสนับสนุนหรือเลือกซื้อให้ ลูก หลาน แต่จะให้ดีรอโตค่อยใช้ดีกว่า สุดท้ายนี้ขอให้ผู้ที่กำลังมองสินค้าตัวนี้อยู่ เลือกซื้อสินค้าไปใช้งานกันอย่างรอบคอบและเปรียบเทียบราคาคุณสมบัติให้คุ้มค่ากับเงินที่ต้องเสียไป และได้รับประโยชน์สูงสุดจากสินค้าที่เลือกไปใช้งานและสนองความต้องการอย่างเต็มอิ่มค่ะ