Category Archives: Uncategorized

รีวิว หูฟังบลูทูธที่มาพร้อมกับพลังเสียเบสแน่นๆ จาก JBL E25BT รุ่นใหม่ล่าสุดประจำปี 2017

 

   108plaza ในตอนนี้มีอีกหนึ่ง gadget ใหม่ล่าสุดเลยจากแบรนด์ JBL อีกหนึ่งชิ้น หนึ่งซีรีส์ที่เปิดตัวตามๆ กันมาในช่วงต้นปี 2017 แบบนี้ แน่นอนว่าถ้าเป็นแบรนด์ JBL ก็คงต้องอยู่ในกลุ่มของชุดเครื่องเสียง ลำโพงหลายๆ รุ่น ลำโพงบลูทูธ และที่นำมาในตอนนี้ก็เป็นหูฟังบลูทูธนั่นเอง จะเป็นรุ่นไหนอย่างไร ไปติดตามรีวิวกันได้เลย

   นี่คือหูฟังบลูทูธจาก JBL มีชื่อรุ่นว่า E25BT ซึ่งก็เป็นรุ่นที่ถือว่าเป็นรุ่นพี่ของ E15 ที่เป็นหูฟังที่แบบเสียบสายปกติ แต่ทั้งสองรุ่นนี้ก็ถือว่าค่อนข้างจะผิดแปลกไปจากกลุ่มหูฟังของ JBL หลายๆ รุ่นที่มักจะผลิตหูฟังออกมาที่เน้นความเป็น Hi-end ที่มีแนวเสียงไปในทิศทางที่ฟังเพราะๆ สบายๆ เน้นรายละเอียดของเสียง ความเป็นธรรมชาติของเสียง แต่หูฟังทั้งในรุ่น E25BT ที่เป็นหูฟังบลูทูธตัวนี้และตัว E15 จะเน้นไปในแนวเสียงแบบวัยรุ่นๆ ที่ชื่นชอบความมันส์ สะใจในเรื่องของพลังเสียงเบส ความจัดจ้านของเสียงแหลม ความโดดเด่นของเสียงกลางพุ่งๆ เน้นความมันส์ของเสียงดนตรีว่ากันแบบนั้น

   สำหรับหูฟังบลูทูธ JBL E25BT รุ่นนี้เปิดตัวมาให้เลือกอยู่ด้วยกัน 5 สี ได้แก่ สีขาว สีดำ สีน้ำเงิน สีเขียว และก็สีแดง ซึ่งหูฟังรุ่นนี้ถ้าใครที่ชื่นชอบ ชื่นชมและเป็นแฟนพันธ์เครื่องเสียง ลำโพง หรือ สินค้าทุกๆ ชิ้นของ JBL เองนั้น หูฟังบลูทูธรุ่นนี้ก็จะกลายเป็นสิ่งที่น่าสะสมอีกหนึ่งชิ้น เพราะการันตีว่าเป็น JBL signature sound อีกหนึ่งรุ่นเหมือนกัน ก็ถือว่าเป็นลายเซ้นต์ของเสียงในแบบฉบับ JBL ว่ากันแบบนั้น ใครที่หูเทพ หูทอง ทั้งหลายที่แยกบุคลิกเสียงของลำโพงหรือหูฟังของแต่ละแบรนด์ออกก็ลองไปหาทดสอบฟังกันได้ตามร้านค้าชั้นนำทั่วไปได้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพื่อนๆ คนไหนที่ชื่นชอบการฟังเพลงแนว EDM sound หรือซาวต์ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลาย แนว hippop อะไรแบบนั้น ค่อนข้างที่จะเหมาะกว่าหูฟังทุกๆ รุ่นของ JBL ที่เปิดตัวมาก่อนหน้านี้อย่างยิ่งเลย แล้วที่พิเศษไปกว่านั้น หูฟังรุ่นนี้เป็นหูฟังบลูทูธ ดังนั้น ภายในก็จะมีแบตเตอร์รี่ในตัว มีภาคขยายในตัว กำลังขับก็มีในตัวเช่นเดียวกัน สิ่งที่ตามมาก็คือ เรื่องของความอิ่มของเสียง เรื่องอิมแพคของเสียง มิติของเสียง ไม่ต้องไปพึ่งกำลังขับจากตัวสมาร์ทโฟนหรือเครื่องเล่นเพลงพกพาใดๆ เหมือนกับหูฟังแบบเสียบสาย ตรงนี้ก็คือว่าดีกว่าและสะดวกกว่าด้วย ไม่ต้องไปพบเจอกับปัญหาสายพันกัน หรือ สายขาด หรือ สายรุงรังน่ารำคาญ ก็ถือว่าเทรนด์หูฟังบลูทูธน่าจะมาแรงเลยทีเดียวในปี 2017 นี้

   ในส่วนของสเปคตัวหูฟังบลูทูธรุ่นนี้ JBL E25BT ก็มาพร้อมกับบลูทูธเวอร์ชั่น 4.1 ก็ถือว่ามีความเสถียรในการเชื่อมต่ออย่างดีเลยในเวอร์ชั่นที่ถือว่าใหม่ล่าสุดที่นำมาใช้ในกลุ่มหูฟังแล้ว ระยะการเชื่มอต่อก็อยู่ที่ 15-20 เมตรที่เปรียบเทียบในการใช้งานจริงๆ ก็ถือว่าใช้งานได้สบาย แต่สเปคที่ให้มาในคู่มือนั้นได้ไกลกว่านั้นมา แต่โดยทั่วไปก็ไม่น่าจะมีใครใช้งานในระยะไกลเกินกว่านั้นอีกแล้ว ถัดมาในส่วนของการใช้งานกับแบตเตอร์รี่นั้น สามารถที่จะใช้งานได้ต่อเนื่องกัน 8 ชั่วโมง ภายในเป็นแบตเตอร์รี่แบบริเที่ยมไอออน มีความจุ 120 mAh ก็สามารถที่จะใช้ในการพูดคุยโทรศัพท์ได้ด้วย เพราะมีไมค์โครโฟนมาให้ พร้อมกับการฟังเพลงไปด้วยก็ถือว่ายาวนาน โดยใช้เวลาในการชาร์จแบตจาก 0 จนเต็มก็เพียงแต่ 2 ชั่วโมงเท่านั้นเอง แล้วที่เป็นจุดเด่นไปกว่านั้น ที่ JBL อัดสเปคมาให้ ก็คือสามารถที่จะเชื่อมต่อบลูทูธกับ Device ต่างหรือหรือสมาร์ทโฟนได้พร้อมๆ กันถึง 2 เครื่อง ก็สามารถซื้อมาคู่เดียว ใช้ร่วมกับแฟนได้เลย ประหยัดดี แต่ก็ต้องแย่งกันเปิดเพลงสักนิดหนึ่ง ต้องตกลงว่าจะฟังเพลงจากเครื่องไหน เพราะเปิดได้ทีละเครื่องเท่านั้น แต่หลายท่านอาจจะสงสัยว่าหูฟังบลูทูธรุ่นนี้กันน้ำหรือเปล่า คำตอบคือ ไม่กันน้ำ ไม่ใช่หูฟังที่เน้นการลุยๆ หรือการออกกำลังกาย แต่เน้นการฟังเพลงและการพูดคุยโทรศัพท์เท่านั้น

   ตรงบริเวณปุ่มคอนโทรลของหูฟังบลูทูธรุ่นนี้ ก็สามารถที่จะกดรับสาย เพิ่ม-ลดเสียง และ เลื่อนเพลงได้เลย ในกล่องก็จะให้ตัวคริปหนีบเสื้อและสายชาร์จมาให้ครบ สำหรับสเปคภายในเป็น dynamic driver ขนาดข้างละ 8 มิลลิเมตร ตอบสนองความถี่ได้ตั้งแต่ 20Hz-20kHz เลยทีเดียว ค่าความด้านทานที่ 16 ohm บอดี้เป็นพลาสติก ผิวมัน สายเป็นสายถัก ป้องกันสายพันกันได้ด้วย ความไวเสียงอยู่ที่ 102 dB น้ำหนักหูฟังอยู่ที่ 16.5 กรัม ราคา 2,4xx บาท ใครที่สนใจอ่านสเปคแล้วชอบ อ่านแนวเสียงแล้วชอบ ก็ลองไปหาทดสอบฟังเสียงกันได้เลย

Review Samsung J7 2016 version2 ดีอย่างไร

 

   หลังจากที่ Samsung ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนราคาประหยัดแต่เน้นการใช้งานอย่างคุ้มค่าตามการใช้งานทั่วไปอย่างตระกูล J ที่เปิดตัวกันมาแล้วได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ใช้งานทั่วไป ก็เลยมีอีกหนึ่งเวอร์ชั่นในซีร่ส์ J7 ตามออกมาอีกในปี 2016 นี้ แล้วในครั้งนี้เว็บไซต์ 108plaza ของเราก็ได้รับสินค้าอินเทรนด์ตัวนี้มารีวิวแบบเจาะลึกกันว่ามันดีอย่างไร มีจุดไหนที่พัฒนาขึ้นมาบ้างและก็น่าใช้แค่ไหน มาติดตามกันเลย

   เราอยู่กับสมาร์ทโฟนในราคากลางๆ อย่าง Samsung J7 2016 version 2. ตัวนี้กันเลย ก่อนอื่นใครที่ไปซื้อมาแล้ว และ มีความประสงค์อยากจะได้รุ่นใหม่ตัวนี้ ต้องเช็คนะครับ ต้องเช็คว่า ROM 32 GB หรือเปล่า ถ้าไม่ได้ ถ้าได้น้อยกว่านี้แปลว่าเป็นตัวเก่านะครับ ไม่อย่างนั้นคุณจะโดนร้านหลอกขายได้นะครับ ตรงนี้สำคัญมากเลยทีเดียว ถัดมาเมื่อได้ตัวเครื่องมาแล้ว ในกล่องจะยังไม่ได้ใส่แบตเตอร์รี่ ก็ต้องเอาแบตที่อยู่ในกล่องใส่เข้าไปด้วยสำหรับคนที่ซื้อแล้วไม่ได้ให้ร้านลงแอปเพิ่มหรือว่าทำอะไรกับมันเลยนะครับ เดี่ยวจะหาว่ากดไม่ติด พังตั้งแต่ซื้อมาเลย มันก็คงไม่ใช่นะครับ ในกล่องก็จะให้หูฟังกับที่ชาร์จแบตมาเรียบร้อยเลย แต่ถามว่าเมื่อมันออกมาเป็นเวอร์ชั่น 2 แล้ว คำถามคือมีอะไรใหม่บ้าง คำตอบแรกคือ ตัว CPU ที่ใช้ตัวใหม่เป็น exynos 7670 วิ่งด้วยความเร็ว 1.6 GHz ก็ถือว่าเร็วกว่าเวอร์ชั่นเดิมมานิดหนึ่ง ถัดมาก็คือระบบปฏิบัติการหรือว่า OS เป็น Android 6.0 M แล้วเรียบร้อย สิ่งที่เพิ่มขึ้นมาอีกอย่างหนึ่งคือ ค่า f/1.9 ทั้งกล้องหน้าแล้วก็กล้องหลังด้วย เพราะฉะนั้น กล้องก็ดีขึ้นกว่าเดิมแน่นอน ยังไม่หมดครับสิ่งที่เพิ่มมาอีกคือ ความจุแบตเตอร์รี่ที่ให้มาถึง 3300 mAh ก็เรียกว่าแบตเตอร์รี่อึดขึ้น แล้วก็รองรับ NFC การเชื่อมต่อแบบแตะแล้วติดนั้นเอง เรียกว่าเพิ่มมาเยอะเหมือนกันนะครับ

   ในเรื่องของดีไซน์นั้นก็ยังคงเดิมนะครับ ก็เป็นโค้งกลมๆ มนๆ ที่ดูเป็นเอกลักษณ์ของ Samsung นั้นเอง แล้วก็ยังคงใช้หน้าจอแบบ super amoled อยู่เช่นเดิมด้วย เพราะฉะนั้นเรื่องของสีสันหน้าจอก็ไม่ต้องห่วงเลย จัดจ้านสะใจแน่ๆ ครับ แต่หน้าจอขนาด 5.5 นิ้วเนี่ย น่าเสียดายสำหรับคนที่ชอบดู youtube ดูซีรี่ย์ ดูหนังออนไลน์ผ่านมือถือเครื่องนี้ มันจะสามารถดูได้ที่ความละเอียดเพียงแค่ระดับ HD เท่านั้น เพราะความคมชัดของหน้าจอได้สูงสุดแค่ HD นั้นเอง แต่ในทางกลับกัน มันจะดีต่อคนที่ชอบเอาไปเล่นเกมส์ เพราะมันจะทำให้การเล่นเกมส์นั้นไหลลื่นมากขึ้น เนื่องจากว่าความคมชัดหน้าจอน้อยๆ มันก็จะไม่กินทรัพยากรในเครื่องมากเท่าไหร่ ก็ทำให้เกมส์นั้นไหลลื่นในระดับหนึ่งเลยละครับ ก็เลือกกันเอาว่าจะชอบเล่นเกมส หรือ จะดูหนัง แต่ถามว่าดูหนังแบบ HD บนหน้าจอเล็กๆ แบบนี้มันขี้เหร่ไหม ก็ไม่นะครับ ก็ยังคงดูได้แบบชัดเป๊ะเช่นกัน แต่แอดมินก็ยังติอยู่ว่าถ้าไม่กักสเปคจัดเต็มมาให้ ก็จะดีมากเลยทีเดียว จริงไหมละครับเพื่อนๆ

   ในเรื่องของการ์ดจอที่ให้มานั้นเป็น Mali T830 นั้นเองนะครับ บอกเลยถ้าตามสเปคแล้วการ์ดจอตัวนี้เล่นเกมส์ได้ดีเลยทีเดียว รองจากการ์ดจอพวก adreno ของ snapdragon เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นแล้ว เรื่องการเล่นเกมส์ ถ้าใครที่ไม่อยากจะซื้อเรือธงมาเล่นเกมส์ อยากได้ราคาเบาๆ นิดหนึ่ง ตัวนี้ถือว่าค่อนข้างจะดีเลยทีเดียวครับ แต่เรื่องของลำโพง ต้องบอกเลยว่าลำโพงที่มีอยู่ข้างหลังตัวเดียวเนี่ยมันไม่ค่อยดังกระหึ่มสักเท่าไหร่ จะดังแบบเบาๆ แล้วกัน ข้อเสียอยู่ตรงนี้ อยากจะดังๆ ก็ใส่หูฟังรับรองดังเข้าไปในรูหูแน่ๆ ครับ

   มาที่เรื่องของกล้องกันบ้าง ต้องบอก่อนว่าตั้งแต่ที่ได้ลองทดสอบเล่นมาสักระยะหนึ่ง เรื่องของแบตเตอร์รี่ถึงแม้จะให้สเปคมาเยอะ แต่ค่อนข้างที่จะหมดเร็วครับ ไม่ค่อยจะอึดเท่าไหร่เมื่อเทียบกับความจุที่ในสเปคให้มา คิดไว้อย่างนั้นนะครับ ไม่รู้ว่าเครื่องอื่นที่เพื่อนๆ ซื้อมาใช้แล้วจะเป็นอย่างไรบ้าง แต่มันก็ไม่ได้หมดเร็วจนน่าตกใจนะครับ เรื่องของกล้องนั้น Samsung จะไม่คอยทำให้ผิดหวังมากนักนะครับ คือเน้นเรื่องกล้องเป็นพิเศษเลยนะครับในรุ่นนี้ เรียกว่ากดชัตเตอร์ไปเนี่ยติดเลย ค่อนข้างเร็วมากเลย แต่ข้อเสียถ้าใครมือไม่นิ่งพอเนี่ยจะถ่ายออกมาแล้วเบลอนิดๆ นะครับ กล้องหลังก็จะมีโหมดต่างๆ มาให้เล่นด้วย ทั้งโหมด sport , HDR , โหมดโปร และอื่นๆ แต่จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของกล้องหลังคือการถ่ายวีดีโอ ต้องบอกเลยว่า Samsung ถ่ายวีดีโอได้ค่อนข้างสุดยอดเลยทีเดียว ก็จะมีตัวฟิวเตอร์วัดแสงมาให้เลือก มีเอฟเฟคมาให้เลือกใช้ด้วย

ถัดมาก็เป็นกล้องหน้า ต้องบอกเลยว่ากล้องหน้าในเวอร์ชั่นแรกก็ถือว่าดีในระดับคุณภาพของ Samsung ที่หลายคนชอบอยู่แล้วนะครับ แต่ที่เพิ่มค่า f ให้น้อยลงในเวอร์ชั่นนี้ กลับคิดว่ามันก็ไม่ได้แตกต่างจากเวอร์ชั่นเดิมเท่าไหร่นัก ในความเห็นของแอดมินเองนะครับ ก็มีโหมดบิวตี้ให้เลือกใช้ให้เนียน ให้วอกอย่างไรก็เลือกกันได้เลย ถือว่าคุณภาพดีเลย ก็ลองตัดสินใจกันดูว่ายอมรับข้อเสียต่างๆ ที่ได้กล่าวมาได้หรือไม่ ถ้าชอบใจก็ลองไปหาซื้อกันดูนะครับสำหรับสินค้าอินเทรนด์ในครั้งหน้าจะมารีวิวอะไรกันต้องห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงเลย

Preview New MG GS 2.0 Turbo รถยนต์แบบสปอร์ต SUV

 

   ก็เป็นอีกหนึ่งครั้งที่ทางทีมงาน 108plaza ได้มีโอกาสได้ไปทำการทดสอบรถในค่ายที่ถือว่าค่อนข้างใหม่ในตลาดยานยนต์เมืองไทยของเราอย่างค่าย MG ที่เริ่มมาบุกตลาดกันมากขึ้น แล้วก็มาบุกตลาดกันในช่วงที่ถือว่า ณ ตอนนี้ตลาดรถยนต์บ้านเราซบเซาพอสมควร เพราะว่าเรื่องของเศรษฐกิจก็ค่อนข้างที่จะแย่ด้วย แล้วก็เรื่องของผู้คนก็ไม่อยากจะที่ซื้ออะไรที่มันมีมูลค่าเยอะในช่วงนี้ด้วย ก็ต้องถือว่าน่าเฝ้าจับตาดูในตลาดรถยนต์บ้านเราว่าจะมีไม้เด็ดอะไรมางัดมาสู้กันในช่วงนี้นะครับ แต่ในครั้งนี้เราอยู่กับ gadget สินค้าอินเทรนด์ ตัวนี้เลย

   ในครั้งนี้ก็ถือว่าเราอยู่กับรถยนต์แบบสปอร์ต SUV ที่ถือว่าอัดแน่นกับเทคโนโลยีมารอบคันจริงๆ กับ New MG GS คันนี้นะครับ แล้วในครั้งนี้เอง แล้วก่อนที่เราจะมาเขียนบทความนี้ขึ้นมา ทางทีมงานของเราก็มีโอกาสได้ทำการทดสอบขับขี่รถยนต์คันนี้กันด้วย ก็ถือว่าเป็นข้อดีของเพื่อนๆ ที่จะได้มาอ่านบทความพรีวิวภาพรวมกันว่า เรื่องของรายละเอียดในตัวรถรอบคัน รวมไปถึงเรื่องของอารมณ์ในการขับขี่นั้นเป็นอย่างไรบ้าง เดี่ยวไปติดตามกันครับ

   สำหรับตัว New MG GS ตัวนี้มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ 2.0 ลิตร ขุมพลังของเครื่องยนต์ก็อยู่ที่ 218 แรงม้า ในส่วนของมุมมองในตัวรถนั้น ถือว่าเป็นแบบสปอร์ต SUV ที่มีขนาดไม่ได้ใหญ่มากเหมือนกับรถ SUV ในบ้านเราสักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้มีขนาดเล็กเกินไป ส่วนเรื่องของออฟชั่นในตัวรถที่ให้มานั้น ถือว่ามีมาแบบเต็มๆ เลยทีเดียว โดยตัว MG GS นี้จะมีให้เลือกใช้งานและเลือกซื้อกันอยู่ 2 รุ่นย่อยด้วยกัน ก็คือตัว MG GS TD และ MG GS TX ที่เป็นตัวขับเคลื่อน 2 ล้อ แล้วก็ตัวขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัตินั้นเองครับ ส่วนตัวผมเองคิดว่ารถยนต์ค่าย MG นั้นจะไม่ได้แบ่งรถให้เป็นรุ่นที่ซอยย่อยมากเหมือนกับค่ายอื่นๆ ก็คืออัดแน่นมาด้วยออฟชั่นเต็มๆ กันทุกรุ่น จะเน้นฟังก์ชั่นการใช้งานจริงๆ ที่แบ่งเป็นรุ่นย่อยและก็ราคาต่างกันเท่านั้นเอง ตรงนี้เป็นอะไรที่น่าสนใจ เพราะถึงแม้จะซื้อรุ่นล่างก็ยังได้ออฟช่นที่คุ้มค่า อะไรแบบนั้นนะครับ แต่สำหรับตัว MG GS ในรุ่นท็อปที่เป้นตัวขับเคลื่อน 4 ล้อนั้น จะได้ออฟชั่นเพิ่มขึ้นมาก็อย่างเช่น โคมไฟหน้าแบบ HID ที่เป็นระบบเปิดปิดอัตโนมัติ พร้อมกับที่ฉีดน้ำล้างไฟหน้า แล้วก็มีหลังคา ซันลูฟแบไฟฟ้า พวงมาลัยเป็นแบบมัลติฟังก์ชั่น แล้วก็เบาะในผู้โดยสารแถวหน้าจะสามารถปรับได้ 4 ทิศทาง แต่จุดเด่นที่ 2 รุ่นย่อยมีมาให้คือระบบ inkanet ที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตกับตัวรถได้ โทรเข้า โทรออกได้ รวมไปถึงการรับข้อความ และการแชร์สัญญาณอินเตอร์เน็ตแบบไร้สายด้วย ทั้งนี้ยังสามารถเชื่อมต่อตัวรถกับศูนย์บริการผ่านระบบไร้สายได้ด้วย ตรงกลางคอนโซนมีหน้าจอขนาดใหญ่ 8 นิ้ว พร้อมกับระบบเครื่องเสียงที่ให้พลังเสียงที่ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

   ในส่วนของขุมพลังนั้น MG GS ให้กำลังสูงสุดอยู่ที่ 218 แรงม้า ที่ 3500 รอบ/นาที ให้แรงบิดสูงสุดที่ 350 นิวตัน-เมตร ที่ 2500-4000 รอบ/นาที มาพร้อมกับเกียร์แบบอัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมกับสามารถปรับเป็นโหมด สปอร์ต ได้ด้วย เครื่องยนต์สามารถที่จะรองรับการใช้น้ำมัน E85 ได้อีกด้วย

   ก็มาดูกันในเรื่องของการขับขี่และการทดสอบสมรรคถนะของรถ MG GS คันนี้กันบ้างนะครับ ซึ่งการทดสอบของเราในครั้งนี้ก็ได้ทำการขับขี่กันยาวๆ ประมาณ 600 กิโลเมตรได้ ก็พอได้ทราบว่าอารมณ์ในการขับขี่บนท้องถนนจริง ทั้งในเมืองแล้วก็นอกเมืองที่ใช้ความเร็วสูงเนี่ยมันเป็นอย่างไร สำหรับความรู้สึกของทีมงานที่ได้ขับขี่รถยนต์คันนี้นั้น ก็คิดว่าให้อยู่ในช่วงของแรงต้น ในช่วงออกตัว รวมไปถึงในช่วงการขับขี่ในความเร็วต่ำ 0-100 นั้น ด้วยขุมพลังที่มีมาให้ถึง 218 แรงม้าเนี่ยนะครับ ให้อารมณ์ในการออกตัวที่ดีเลยทีเดียว แต่พอขับไปนอกเมือง มีการเร่งแซง มีการขับขี่ในช่วงความเร็วที่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไปเนี่ย กลับรู้สึกว่าเครื่องยนต์มันต้องรอรอบบ้างเล็กน้อย ตรงนี้อาจจะต้องสร้างความคุ้นชินกับเครื่องยนต์บ้างในช่วงแรก ในการเร่งแซงอะไรแบบนี้เป็นต้น

   อีกหนึ่งเรื่องสุดท้ายก่อนจะจบกับไปในการพรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ในครั้งนี้ ในเรื่องของพวงมาลัย ที่อยู่ในช่วงความเร็วสูง ในบังคับพวงมาลัยสามารถปรับความหนึบได้ตามความเร็วดีมาก แต่อาจจะรู้สึกว่าพวงมาลัยมีระยะฟรีบ้างเล็กน้อย ทั้งนี้ต้องอาศัยความคุ้นชินในการขับขี่ไปสักระยะหนึ่ง ก็จะไม่มีปัญหาอะไรครับ อย่างไรแล้ว ก็ถือว่าเป็นรถยนต์อีกหนึ่งคันที่ออกแบบมาสวย สมรรถนะดีในระดับหนึ่ง ก็ลองไปทดลองขับกันด้วยตัวเองได้ตามศูนย์บริการของทาง MG ได้แล้ว

Review Acer Liquid Z630s สมาร์ทโฟนเพียว Android ที่สามารถอยู่ได้ถึง 1 เดือนโดยที่ไม่ต้องชาร์จแบต

   Gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เราจะทำการแกะกล่องรีวิวกันในตอนนี้ เป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนแบรนด์ดังที่เมื่อก่อนนี้เค้าทำแต่สินค้าไอทีในรูปแบบระบบปฏิบัติการเท่านั้น อย่างพวก Notebook หรือ PC แต่ตอนนี้เค้าลงมาแข่งขันทางการตลาดประเภทสมาร์ทโฟนกันมากขึ้น ทำสมาร์ทโฟนในราคาประหยัดแต่สามารถใช้งานได้จริง รวมไปถึงสเปคที่ให้มาก็ไม่ขี้เหร่ เรียกว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่เอาไว้ใช้งานจริงๆ ครับ กับเจ้านี้เลย Acer Liquid Z630s ตัวนี้เลย ที่เพื่อนๆ เห็นอยู่ในรูปตัวอย่างนี้แหละนะครับ เรียกว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้เนี่ย เค้าไม่ต้องให้คนใช้งานที่ติดโซเชียลอย่างเราๆ หรือว่าติดเกมส์อย่างเราๆ เนี่ยต้องพกเพาเวอร์แบงค์หรือว่าที่ชาร์จแบตเตอร์รี่ไปด้วยทุกที่ตอนออกจากบ้านอีกต่อไปครับ แล้วก็เป็นสมาร์ทโฟนแบบเพียวๆ ไม่ต้องนำมาตกแต่ง มาเขียนคิ้วทาปากเพิ่มอีกแล้ว มาแบบเพียวๆ กันเลย ซึ่งในการรีวิวครั้งนี้ผมจะสรุปเป็นข้อๆ ของความเด่นในสมาร์ทโฟนรุ่นนี้กันให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันเลยดีกว่าครับ เพื่อการตัดสินใจซื้อที่ไม่ผิดพลาด ถ้าไม่พอใจในรายละเอียดบางอย่างก็ไปอ่านรีวิวสินค้าตัวอื่น รุ่นอื่นต่อไปครับ

   จุดเด่นข้อแรกของสมาร์ทโฟน acer liquid z630s ตัวนี้นะครับ อยู่ที่ความอึดของแบตเตอร์รี่ เพราะให้ความจุของแบตเตอร์รี่มามากถึง 4000 mAh เลยทีเดียว แน่นอนว่ามีหลายคนสงสัยว่าความจุของแบตเตอร์รี่เท่านี้เนี่ย ถ้าสมมติว่าใช้งานกันทั่วไป เปิดเฟสบุ๊คบ้าง เล่นไลน์บ้าง เล่นอะไรอื่นๆ บ้างทั่วไป มีโทรศัพท์บ้าง แบบนี้อยู่ได้นานเท่าไหร่ คำตอบคือ ประมาณ 2 วันโดยที่ไม่ต้องชาร์จนะครับ แต่ถ้าคนที่เล่นหนักๆ เลย โซเชียล youtube เกมส์ ทุกอย่างเลยเนี่ย 1 วันเหลือๆ แต่อย่างไงก็ต้องชาร์จทุกวัน เพราะว่าไม่ชาร์จมันก็จะไปหมดอยู่ที่เกือบๆ ค่อนไปอีกวัน ซึ่งมันก็จะไม่ใช่ช่วงที่เราต้องชาร์จอะไรแบบนี้นะครับ แต่ถ้าเปิดเอาไว้เฉยๆ เลย ไม่แตะไม่ต้อง เปิดทิ้งไว้ได้นานถึง 1 เดือนครับเพื่อนๆ โดยที่ไม่ต้องชาร์จกันเลย แต่จะมีไว้ทำไมละครับแบบนั้น มีของก็ต้องใช้ถูกต้องไหมครับ แต่ในกรณีที่บางคนไม่ยอมวางสมาร์ทโฟนเลยเนี่ยนนะครับ ติดหนึบๆ ตัวแบตสามารถที่จะถอดเปลี่ยนได้ด้วย ใช้แบตสำรองอีกหนึ่งก้อนเปลี่ยนก็เล่นได้ต่อครับ ส่วนเรื่องของการดีไซน์ตัวเครื่องเนี่ยก็ดูไม่ได้โดดเด่นอะไรครับ เป็นฝาหลังแบบพลาสติกที่มีการขัดลายมาแล้วให้มีการขัดหยาบมาให้ ก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่พลาสติกทั่วไปที่เอามาทำฝาหลัง ก็ดูตั้งใจทำชิ้นงานมาพอใช้ได้ครับ แต่ก็ไม่ได้หรูหรา พรีเมี่ยมอะไรมากนัก ไม่ได้เป็นโลหะหรือว่ากระจกแต่อย่างใด เพราะต้องบอกเลยว่าสมาร์ทโฟนรุ่นนี้เค้ามีราคาเปิดตัวมาที่ไม่ถึง 1 หมื่นบาทนะครับ

   จุดเด่นข้อต่อมาเนี่ยนะครับ สมาร์ทโฟนรุ่นนี้เป็นระบบปฏิบัติการ Android 5.1 เป็นแบบเพียวๆ เลยครับ ไม่ได้มีการครอบ UI อะไรจากทาง Acer เลย ข้อนี้อาจจะถูกใจคนที่ชอบความเร็ว เครื่องไม่ได้ถูกหน่วงหรือติดบักซ์อะไรจากผู้ผลิตตัวเครื่อง อะไรแบบนี้นะครับ คือใช้งานกันแบบออกจาก google มาก็ใช้ได้เลย ประมาณนั้นครับ

   จากนั้นสมาร์ทโฟนรุ่นนี้สามารถรองรับการใช้งาน 4G LTE ได้ถึง 2 ซิมการ์ด แล้วก็สามารถใส่หน่วยความจำสำรอง micro sd card ได้อีกโดยที่ไม่ต้องไปเลือกจะใส่ซิมหรือใส่การ์ดนั้นเองครับ นอกจากนั้นก็ยังจะมาพร้อมกับฟี่เจอร์ที่เรียกว่า quick touch ซึ่งลักษณะการใช้งานฟี่เจอร์นี้ก็อย่างเช่น การปาดหน้าจอขึ้นหรือลง เป็นการล็อคหรือปลดล็อคหน้าจอ วาดตัว C ในขณะหน้าจอดับอยู่เป็นการเข้ากล้องทันที วาดตัว V เป็นการเข้าสู่โทรศัพท์ แล้วก็มีอีกหลายๆ รูปแบบเลยที่สามารถเลือกตั้งค่าได้เองนะครับ รวมไปถึงฟี่เจอร์ quick audio เข้าสู่การฟังเพลงอย่างรวดเร็ว แล้วก็มีฟี่เจอร์สั่งถ่ายรูปด้วยเสียง ก็มีมาเช่นกัน แล้วไม่ใช่แค่การสั่งการด้วยเสียงแบบเข้าสู่กล้องเท่านั้นที่ทำได้นะครับ แต่ยังสามารถสั่งการด้วยเสียงให้เปลี่ยนโหมดได้อีกด้วย อย่างเช่นโหมด selfie , HDR , Auto หรืออื่นๆ ก็พูดชื่อโหมดเข้าไปก็สามารถเปลี่ยนให้เราได้ทันทีครับ

   อีกหนึ่งฟี่เจอร์เด็ดของ gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้นะครับ ก็คือการถ่ายภาพนิ่งพร้อมกับการบันทึกเสียงนั้นเอง เราสามารถถ่ายภาพอะไรก็ได้ จากนั้นก็กดบันทึกเสียงเราเข้าไปในภาพนั้นได้เพื่อบันทึกความทรงจำต่างๆ ลงไปในภาพ สามารถบันทึกเสียงได้ 10 วินาทีต่อภาพครับ นี่คือความโดดเด่นในการใช้งานของ acer liquid Z630s ตัวนี้ครับ ใครชอบก็ลองไปดูตัวจริงพร้อมสเปคภายในกันได้ที่ศูนย์บริการเลย

Review กระสอบทรายแบบตั้งพื้น ไม่ต้องเสียเวลาแขวน Monster Punch

   วันนี้มาเอาใจคนที่ชอบออกกำลังกายกันบ้างดีกว่าครับ โดยเฉพาะการออกกำลังกายประเภทหนักๆ ต้องใช้ความแข็งแรงของร่างกายสูง แล้วก็เป้นกีฬาที่เป็นเอกลักษณ์ของบ้านเราด้วย เป็นมรดกทางการต่อสู้ของไทยเราด้วย นั้นก็คือ การชกมวย ครับ ถ้าถามว่าการซ้อมชกมวยเนี่ย จะต้องมีอุปกรณ์อะไรบ้าง แน่นอนก็ต้องพลาดไม่ได้ที่จะต้องชกหรือซ้อมกับกระสอบทรายทุกวัน เพื่อให้ร่างกายในแข็งแรง กล้ามเนื้อแข็งแรง ทนต่อแรงกระแทกได้ กล้ามเนื้อแน่นนั้นเอง แต่ในอดีตนั้นถ้าใครได้ติดตามหนังนายขนมต้มนะครับ เค้าไม่ได้ใช้กระสอบทรายกันนะครับในสมัยก่อน เค้าใช้ต้นกล้วย เรียกว่าปลูกกล้วยเอาไว้ซ้อมชก ซ้อมต่อย ซ้อมตี เตะกันขาดเป็นต้นๆ กันไปเลยทีเดียวนะครับ แต่ในปัจจุบันนี้ในเมืองเราไม่มีต้นกล้วยให้ไปปลูกแล้วก็ไปเตะกันแล้ว ก๖องนี่แหละครับ กระสอบทรายแบบตั้งพื้น ไม่ต้องแขวน ขนย้ายเปลี่ยนสถานที่ซ้อมได้ง่าย gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เราจะรีวิวให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันในครั้งนี้ครับ

   ตัวกระสอบทรายแบบตั้งพื้นแท่งนี้เนี่ยนะครับ มีชื่อว่า monster punch ครับ ซึ่งถ้าเป็นกระสอบทรายตั้งพื้นเนี่ย จุดเด่นของมันเลยที่เรานำมารีวิวในครั้งนี้ก็เพราะว่าบางคนชอบซ้อมมวยกันในบ้าน แบบว่าไม่มีเวลาไปซ้อมที่สนามมวยหรือฟิตเนสอะไรแบบนี้นะครับ แล้วเดี่ยวนี้บ้านส่วนใหญ่ก็จะไม่ค่อยมีที่แขวนอะไรที่หนักๆ แบบนี้ อย่างเช่นกระสอบทรายแบบนี้เนี่ยนะครับ ไม่ค่อยได้ ก็เลยเอาแบบตั้งพื้นที่คิดว่าน่าจะเหมาะกับยุคสมัยตอนนี้ด้วย แล้วความง่ายของมันคือโยกย้ายไปตามจุดต่างๆ ได้ง่าย ยกคนเดียวก็ได้แล้วนะครับ ผู้หญิงที่ต้องการจะชกมวย ต่อยมวยเนี่ย ยกได้นะครับ ไม่หนักเท่าไหร่ ซึ่งตัวกระสอบทรายตัวนี้นะครับ จะมีประกอบกันด้วย 2 ส่วนใหญ่ๆ ด้วยกัน ก็ค้อตัวฐาน แล้วก็ตัวกระสอบทรายนั้นเอง จะสามารถถอดแยกกันได้ แล้วก็ยกมาสวมกันได้ ซึ่งตัวฐานเนี่ยนะครับ จะมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 50 เซนติเมตร ก็ไม่ได้ใหญ่มากอะไร ด้านในก็จะสามารถใส่น้ำเข้าไปได้ แล้วด้านบนก็จะมีฝาจุกปิดเอาไว้ไม่ให้น้ำไหลออกมานั้นเองครับ ซึ่งตัวฐานเนี่ยจะจุน้ำได้ประมาณ 25 ลิตรนะครับ ก็ค่อนข้างเยอะทีเดียว เวลาใส่น้ำก็อาจจะต้องใช้สายยางในการเติมน้ำเข้าไปแทน เพราะมีน้ำที่ต้องใส่ให้เต็มแล้วก็ปิดฝาจุกเข้าไป ถ้าในกรณีที่ใส่ไม่เต็มเนี่ย จุดศูนย์ถ่วงจะไม่ได้นะครับ ถ้าคนต่อยหรือเตะเป็นผู้ชายที่แรงเยอะๆ เนี่ยผมแนะนำว่าใส่น้ำให้เต็ม กระสอบทรายจะได้ไม่ล้ม แต่ถ้าใครต้องการซ้อมแบบเบาๆ และต้องการให้กระสอบทรายเนี่ยมันมีแรงเต้งหรือแรงสะท้อนกลับมาบ้างเล็กน้อย แบบว่าเราจะซ้อมต่อยอย่างเดียว ต้องการแรงสะท้อนของแท่งกระสอบทรายเนี่ยนะครับ ผมแนะนำว่าใส่น้ำให้เกินครึ่งตัวถังใส่น้ำมาสักนิดหนึ่ง แรงสะท้อนก็จะกำลังพอดีกับแรงต่อยของเรา เรียกว่าใครชอบแบบไหนก็สามารถปรับที่ระดับของน้ำที่ตรงฐานได้เลย สำหรับตัวสินค้านั้นตอนที่ได้มารีวิวมันจะแยกกันเป็นสองกล่องมานะครับ จะมีกล่องใส่ตัวถังน้ำที่เป็นตัวฐานมาหนึ่งกล่อง แล้วก็ตัวกล่องที่เป็นแท่งกระสอบทรายมาอีกหนึ่งกล่อง ก็เอามาประกอบกันเอง

   สำหรับตัวกระสอบทรายที่เป็นแท่งด้านบน ตรงรูเสียบก็จะเป็นแท่งเหล็ก หนักพอสมควร แล้วก็ดูทนทานดีทีเดียว ผมได้ชั่งน้ำหนักดูแล้วในตัวกระสอบทรายก็จะมีน้ำหนักอยู่ที่ 23 กิโลกรัมครับ ถามว่าโดยรวมแล้วเนี่ย ทั้งสองชิ้นมีความหนักไหม ไม่หนักมากครับ ยกคนเดียวได้สบายเช่นกัน อย่างที่บอกไปคุณผู้หญิงก็สามารถยกมาเล่นเองได้ เดี่ยวนี้ผู้หญิงต่อยมวยกันเยอะครับ เมื่อทำการเสียบแท่งกระสอบทรายไปแล้วจะมีความสูงอยู่ที่ 165 เซนติเมตร เมื่อรวมน้ำหนักของตัวฐานด้วยก็อยู่ที่ 25 กิโลกรัม ตัวแท่งกระสอบทรายเนี่ยเป็นหนังแบบหนา ที่เรียกว่าหนัง PU ครับ เพราะฉะนั้น มันก็มีความหนา ความนุ่ม ต่อยไปก็ไม่มีแรงปะทะมากเท่าไหร่ ก็ให้ความนุ่มที่กำลังดีครับ แต่ใครที่พึ่งเริ่มชกกระสอบทราย ในช่วงแรกผมว่าก็ต้องมีระบมกันบ้างแหละครับ

   ใครคิดที่จะออกกำลังกายหนักๆ ด้วยการต่อยมวย ก็ต้องหากระสอบทรายแบบนี้เอาไว้ซ้อมเองที่บ้านก็ของไปดูของจริงกันได้ตามร้านจำหน่ายอุปกรณ์ออกกำลังกายดูนะครับ เพราะหนังในแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อมันก็มีความนุ่มที่ไม่เท่ากัน ก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวด้วยนะครับ ส่วนครั้งหน้าจะมี gadget สินค้าอินเทรนด์อะไรมารีวิวกันอีกนั้นก็ติดตามกันต่อไปครับ รับรองว่าเด็ดแน่นอน

รีวิว Pione เครื่องยิ่ง IPL แบบทำเองได้ที่บ้าน ดูแลผิว ลดสิว และกำจัดเส้นขน

   คนที่รักสุขภาพผิวทุกท่าน ในตอนนี้ 108plaza ของเรามีอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่ทุกท่านเห็นกันอยู่ในรูปด้านบนและด้านล่างของเนื้อหานี้ ซึ่งเป็นเครื่องยิง IPL เป็นนวัตกรรมที่เกี่ยวกับการดูแลผิวด้วยแสง แต่แสงที่ว่านี้ไม่ใช่แสงเลเซอร์ที่หลายๆ คนเข้าใจ เป็นแสงในชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อผิวถ้าใช้อย่างเหมาะสม แต่มันก็มีโทษสำหรับผิวหนังมนุษย์ถ้าคนที่แพ้หรือสีผิวที่ไม่ควรใช้ อย่างเช่นผิวที่ดำและการอาการต่อการแสงแบบ IPL นี้ ซึ่งการใช้นวัตกรรมนี้ในทางการแพทย์หรือตามสถานเสริมความงามต่างๆ มีเครื่องแบบนี้อยู่ แต่ต้องได้รับการควบคุมจากแพทย์หรือเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ในด้านนี้โดยเฉพาะ เพื่อให้การยิงแสงแบบ IPL นี้เป็นประโยชน์ต่อการรักษาผิวพรรณนั้นเอง แต่สาเหตุที่เรานำเครื่องนี้มารีวิวนั้น เป็นเพราะว่าการเข้าใช้บริการเสริมความงามและคลีนิกแพทย์ต่างๆ นั้นก็มีราคาแพง แล้วก็ต้องไปทำอย่างต่อเนื่องมันถึงจะได้ผล บางคนเป็นสิว บางคนต้องการลบรอยแดงที่เกิดจากสิว บางคนต้องการจะผลัดเซลล์ผิวให้ดีขึ้น ก็ต้องเทียวไปเทียวมา เข้าๆ ออกๆ คลินิกหรือสถานเสริมความงามกันเป็นว่าเล่น แถมกระนั้นแล้ว เรื่องค่าใช้จ่ายอย่างน้อยก็หลักพันขึ้นไป บางคนต้องเสียเงินหลายหมื่นบาทในการไปยิง IPL แต่ครั้งนี้เรามีนวัตกรรมแบบใหม่ ทีสามารถใช้เครื่อง IPL แบบอ่อนๆ และสามารถทำได้เองที่บ้าน โดยมีเครื่องเดียวก็สามารถทำเองได้ ใกล้เคียงกับเครื่องยิง IPL ที่ในคลินิกหรือสถานเสริมความงามเลย เริ่มเป็นข้อมูลที่น่าสนใจขึ้นแล้วใช่ไหมเพื่อนๆ ดังนั้นแล้ว เรามาดูเครื่องยิง IPL แบบทำเองได้ที่บ้านตัวนี้กันเลยดีกว่า

   ซึ่งคุณประโยชน์หลักๆ ของเครื่องยิง IPL ยี่ห้อ Pione ตัวนี้เนี่ยจะมีอยู่ด้วยกัน 2 คุณประโยชน์หลักๆ อย่างแรกเลยคือช่วยแก้ปัญหาเรื่องของผิวพรรณ ได้ทุกส่วนเลย ใบหน้า หลัง ลำตัว และส่วนอื่นๆ คุณประโยชน์อย่างที่ 2 ก็คือ ช่วยลดปัญหาเรื่องของขน ตัวนี้จะไปกำจัดรากขนที่เป็นเหตุทำให้มีขนขึ้นมาเยอะในส่วนต่างๆ ที่ไม่ต้องการ บางคนมีขนขึ้นเยอะที่ใบหน้า บางทีทาแป้ง แต่งหน้าไปแล้วไม่ติดหน้าเพราะขนเยอะ บางคนขนตรงขาหรือแขนก็เยอะ ไม่ต้องการ มันจะดูแมนเกินไป ผิวไม่เรียบเนียนไม่สวย เครื่องยิง IPL ตัวนี้ก็ช่วยลดปัญหาการเกิดขนใหม่ขึ้นมาได้เช่นกัน แล้วที่สำคัญ สามารถทำเองได้ที่บ้านเป็นแบบ home use ซื้อเครื่องครั้งเดียว เสียเงินครั้งเดียว ก็สามารถทำได้ตลอดเลย

   มาเจาะลึกกับคุณประโยชน์ของแสงแบบ IPL ตัวนี้กันก่อนดีกว่า ซึ่งประโยชน์แรกสำหรับคนที่ต้องการลดสิวบนใบหน้าและส่วนต่างๆ เนี่ย มันจะมีเชื่ออยู่หนึ่งชนิดที่เรียกว่า P.acnes ซึ่งเชื้อตัวนี้มันจะลงไปกินไขมันใต้ผิวหนังเรา แล้วจากนั้นมันก็จะอักเสบขึ้นมา กลายเป็นสิวอักเสบได้ แต่ตัวแสง IPL ตัวนี้ฆ่าเชื้อตัวนี้ได้จึงจะช่วยลดสิวอักเสบได้เช่นกัน ซึ่งก็ต้องบอกก่อนว่าตัวเครื่องในกล่องเมื่อซื้อมาเนี่ยมันจะมีอยู่ 2 หัวยิงด้วยกัน จะสามารถเปลี่ยนได้ หัวยิงแบบแรกที่เป็นตัว S ก็คือจะช่วยเรื่องผิวอย่างที่พูดไป หัวยิงแบบที่ 2 จะเป็นตัว H ที่เอาไว้ใช้งานในส่วนของกำจัดขนนั้นเอง เพราะฉะนั้น ต้องใช้งานไห้เหมาะสมด้วย

   แต่ประโยชน์ของการยิง IPL ในส่วนของผิวพรรณยังไม่หมดแค่เรื่องของการลดสิวเท่านั้น มันยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวหนังได้ด้วย เพราะฉะนั้นแล้ว นอกจากจะช่วยลดสิวไปในตัวแล้วมันก็ยังช่วยทำให้ผิวพรรณดีขึ้น รูขุนขนกระชับขึ้น แล้วก็ผิวเรียบเนียนขึ้นด้วยนั้นเอง

 

   ในส่วนของใครที่ต้องการจะกำจัดขนก็ให้ใช้หัวยิงที่เป็นรูปตัว H อย่างที่บอกไปข้างต้น แล้วเราก็ใช้ยิง IPL ตามปกติ ซึ่งตัวแสงก็จะเข้าไปกำจัดรากขนให้ค่อยๆ งอกขึ้นมาใหม่ได้น้อยลงแล้วก็ลดลงในที่สุด โดยที่ไม่ต้องไปแว็ค ไปถอนอะไรก่อนเลยก็ได้ สามารถใช้ได้ทั่วร่างกายตามที่ต้องการกำจัดขน

   แต่อย่างไรก็ตาม การทำงานของแสง IPL มันก็มีโทษเหมือนกันสำหรับบางจุดที่อ่อนโยนเกินไป อย่างเช่น รอบดวงตา ควรห้ามเลย ต้องเอาสำลีแผ่นมาปิดรอบดวงตาเอาไว้ แล้วตัวเครื่องจะมีเซนเซอร์จับว่าตรงบริเวณไหนใช่ผิวหนังหรือไม่ใช่ ถ้าสมมติว่าเราเอาเครื่องไปยิงบนเสื้อเครื่องก็จะไม่ทำงาน มันสามารถตรวจจับได้ว่าผิวหนังหรือไม่ แล้วการใช้งานในตัวเครื่องก็ง่ายๆ มีให้เลือกตามความแรงของแสงถึง 7 ระดับด้วยกัน แล้วสามารถใช้ยิงได้ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ เพราะเป็นแสง IPL แบบอ่อนๆ วิธีการเช็คว่าร่างกายเราแพ้เครื่องยิง IPL ที่เป็นสินค้าอินเทรนด์นำมารีวิวในครั้งนี้หรือไม่ ก็ง่ายๆ ควรเริ่มจากระดับเบาที่สุดคือระดับแรก แล้วรอเช็คดูหลังจากใช้ยิงไปประมาณ 15 นาที ผิวตรงบริเวณนั้นมีอาการแพ้ คัน ผื่นขึ้นหรือไม่ ถ้าไม่เป็นไรสามารถใช้ได้ปกติ ส่วนเรื่องราคานั้นลองไปหาข้อมูลตามเว็บไซต์ของ Pione ดูกันได้เลย

รีวิว รองเท้าสตั๊ดสำหรับเด็ก adidas ACE 15.1 ปุ่มใสเล่นได้ทั้งหญ้าเทียมและหญ้าจริง

   เมื่อตอนที่ผ่านมานั้นเราได้ทำการรีวิวสินค้าอินเทรนด์ชนิดหนึ่งที่เป็นตัวของรองเท้ากีฬาไป เป็นกีฬาที่ตอนนี้ต่างก็ให้ความนิยมทั้งเด็กและผู้ใหญ่เลย นั้นก็คือกีฬาฟุตบอล ก็มีการีวิวเรื่องของรองเท้าฟุตบอลในตอนที่แล้วไป เป็นตัวรองเท้าสตั๊ดของผู้ใหญ่ แต่ครั้งนี้เองก็เป็นการรีวิวรองเท้าสตั๊ดเหมือนกัน แต่เป็นรองเท้าของเด็กครับ แต่เป็นของเด็กที่ช่วงอายุประมาณ 10-17 ปี อะไรแบบนี้ใส่ได้สบาย เพราะว่าเป็นรองเท้าที่ค่อนข้างออกแบบมาเพื่อเด็กที่พึ่งเริ่มเล่นกีฬาฟุตบอล ยังไม่ได้เน้นเรื่องของการใช้งานแบบผู้ใหญ่สักเท่าไหร่นะครับ ก็เรียกว่าเป็นรองเท้าสตั๊ดแบบเริ่มต้นนั้นเองครับ จะเป็นอย่างไรนั้นมาดูกันเลย

   ซึ่งจะเห็นได้จากในรูปด้านบนตัวนี้เป็นรองเท้าสตั๊ดยี่ห้อ adidsa รุ่น ACE 15.1 ตัวนี้ก็เป็นรองเท้าสตั๊ดที่ดูทรงแล้วก็จะเหมือนๆ กับว่าเป็นตัวรองเท้าวิ่งมากกว่านะครั การออกแบบของเค้าก็จะประมาณเป็นรองเท้าแบบแฟชั่นหน่อยๆ ถ้าจะให้มองแบบตัดตัวปุ่มรองเท้าที่อยู่ด้านล่างออกไปก็จะประมาณอย่างที่ว่าไว้เลย แต่ทีนี้มันก็มีตัวปุ่มมาด้านล่างก็เลยมีเป็นรองเท้าสตั๊ดขึ้นมานั้นเอง ตัวเนื้องานนั้นก็ออกแบบมาให้ใช้งานสำหรับเด็กนะครับ มีการทำให้มีความเบาและใส่สบายซะเป็นส่วนใหญ่ ด้านในก็จะบุด้วยตัวฟองน้ำนิ่มๆ แล้วก็มีรูระบายอากาศอย่างดี ทำให้รู้สึกว่าเด็กนั้นใส่สบายดีนะผมว่า สำหรับตัวชื่อรุ่นนั้นจะมีเขียนเอาไว้ด้านใน เป็นตัว adidas ace 15.1 ซึ่งต้องสังเกตกันให้ดีๆ นะครับ เวลาที่หลายๆ คนไปซื้อตามร้านขายรองเท้าทั่วไปนั้นมันก็จะมีพวกของก๊อปปี้เป็นพวกเกรดเอ เกรดบี เกรดซี อะไรแบบนี้มาด้วย เรื่องของรองเท้านี้ไม่ต้องพูดถึงเรื่องการที่จะไม่ก๊อปเลยนะครับ มีทุกตัว ทุกรุ่น โดยเฉพาะรองเท้าแบรนด์ดังๆ แบบนี้ อย่างที่รีวิวไปนั้นก็มีเหมือนกันนะครับ สำหรับตัวไนท์กี้หลายๆ รุ่น แล้วตัวนี้เองก็เป็นตัว 15.1 แต่ถ้าท่านไปดูตามร้านขายรองเท้าแล้วมองดูด้านในจะมีทั้งตัวที่เป็น 15.2 แล้วก็ตัวที่เขียนเอาไว้ว่า 15.3 มีถึงตัว 15.4 เลยนะครับ ถ้าพบแบบนี้แล้วก็จะแปลว่ามันเป็นตัวก๊อปที่ไล่เกรดลงไปเป็นตัวเกรดบี เกรดซี อะไรแบบนั้น ก็ดูที่ราคาเป็นหลักนะครับ ถ้าหลักพันนี้ต้องดูให้ชัดๆ เลยว่าเป็นตัว 15.1 หรือไม่ ถ้าไม่ใช่แล้วขายราคาหลักพันนี้ไม่ต้องซื้อเด็ดขาดเลย เพราะเป็นตัวก๊อปแล้วก็มาขายแพง

   ส่วนตัวปุ่มสตั๊ดด้านล่างนั้นจะเป็นปุ่มแบบใสที่สามารถเล่นได้ทั้งตัวที่เป็นสนามหญ้าจริง แล้วก็ตัวที่เป็นสนามหญ้าเทียมด้วย แล้วก็การออกแบบด้านในนั้นจะออกแบบมาให้เด็กได้ใส่สบายขึ้น การระบายลมและความร้อน แล้วก็เรื่องความชื่นที่อาจจะก่อให้เกิดกลิ่นอับมันก็จะน้อยลงด้วย เพราะตรงบริเวณซ้นเท้านั้นจะมีตัวระบายอากาศออกด้านหลังดีเลยทีเดียวครับ ซึ่งในรุ่น ACE 15.1 นี้ก็มีออกมาให้เลือกกันหลากหลายสีเลยทีเดียว ก็จะมีตัวที่เป็นสีดำ ลายแถบขาว แล้วก็ตัวสีขาวลายแถบดำ แล้วก็จะมีตัวสีส้มสะท้อนแสงด้วย ก็จะดูสวยงามเลยทีเดียวครับ แล้วก็จะมีตัวสีน้ำตาลด้วย วัสดุที่นำมาทำก็ยังไม่ถือว่าเป็นเกรดที่พรีเมี่ยมเหมือนกับรองเท้าสตั๊ดของผู้ใหญ่สักเท่าไหร่นะครับ แต่ถามว่ามันทนทานต่อการใช้งาน ต่อการเล่นกีฬาฟุตบอลของเด็กหรือไม่ ก็ต้องบอกว่ามันดูดีเลยทีเดียว ถ้าถามผมว่ารองเท้าสตั๊ดคู่ละประมาณ 3 พันกว่าบาทเนี่ย แล้วเป็นรองเท้าสำหรับเด็กด้วยเนี่ยนะครับ มันแพงหรือไม่ ก็ต้องบอกว่ามันแพงครับ ถ้าให้ไปเปรียบเทียบกับตัวที่เป็นรองเท้าสตั๊ดของผู้ใหญ่ที่ดูแข็งแรง ดูออกแบบมาให้ดีกว่านี้เนี่ยก็ราคาประมาณนี้เหมือนกันนะครับ ก็ถือว่าเป็นรองเท้าสตั๊ดของเด็กที่น่าลงทุนเพื่อที่จะให้ลูกๆ หรือหลานของท่านนั้นรักในการเล่นกีฬาฟุตบอล แล้วก็จะได้ฝึกฝีมือแล้วก็ความเคยชินในการสวมรองเท้าสตั๊ดกันตั้งแต่เด็กๆ ด้วย

.   สำหรับการรีวิวสินค้าอินเทรนด์ในตอนนี้ ก็ถือว่าเป็นสินค้าอีกหนึ่งรายการที่มีราคาที่ค่อนข้างแพงดีเลยทีเดียว เมื่อเทียบกับตัวคุณภาพแล้อาจจะเกิดไปสักนิดหนึ่ง แต่เมื่อการเล่นกีฬาของเด็กๆ แล้วนั้นด้วยเงินในราคาเท่านี้เอง ต้องบอกว่าถ้าซื้อแบบของแท้เลยเนี่ยมันก็จะมีราคาที่สูงสักหน่ยอ แต่ถ้าอยากจะปลูกฝังเด็กให้เล่นกีฬาฟุตบอลเก่งๆ ก็คงไม่แพงเกินไปนะครับ เพราะว่ารองเท้าดีๆ ที่สามารถเล่นได้ทั้งสนามหญ้าจริงแล้วก็สนามหญ้าเทียมแบบนี้มันก็ถือว่าซื้อครั้งเดียวเล่นได้ทุกรูปแบบครับ

นาฬิกาอัจฉริยะ LG G Watch R มิติใหม่สำหรับนาฬิกา

 

สำหรับในปัจจุบันนี้หากพูดถึง SmartWatch หรือว่านาฬิกาอัจฉริยะก็คงจะมีคนรู้จักเป็นจำนวนมาก เพราะมีการเปิดตัวนาฬิกาอัจฉริยะรุ่นใหม่ๆออกมาอย่างต่อเนื่อง และก็คงได้อ่านหรือพบเจอข้อมูลของ SmartWatch อยู่ไม่มากก็น้อย สำหรับ SmartWatch นั้นถือได้ว่ากำลังเป็นสินค้าอินเทรนในขณะนี้เลยก็ว่าได้ ด้วยที่ SmartWatch เป็นนาฬิกาอัจฉริยะที่เป็นมากกว่านาฬิกาธรรมดาปกติทั่วๆไป นอกจากที่สามารถจะบอกเวลาแล้ว ยังมีความสามารถหลายๆอย่างอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นในด้านของหน้าจอที่สามารถแสดงผลแบบสัมผัสได้ การเชื่อมต่อข้อมูลต่างๆผ่านทาง Bluetooth การเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตผ่านทางระบบของ Wi-Fi และ 3G อีกทั้งยังมีเซ็นเซอร์วัดการเต้นของหัวใจ เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิของอากาศ และอื่นๆอีกมากมายซึ่งก็ขึ้นอยู่กับรุ่นของ SmartWatch ที่มีการผลิตขึ้นมา อาจจะด้วยเพราะความสามารถต่างๆของนาฬิกาอัจฉริยะนี้ที่ทำให้มันกลายเป็นสินค้าอินเทรนในปัจจุบัน SmartWatch ถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์ประเภทหนึ่งในกลุ่มของ Wearble Devices ซึ่งสำหรับปัจจุบันนี้ SmartWatch เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆอีกทั้งยังมีหลากหลายรุ่นและหลายแบรนให้เราเลือกได้ ซึ่งแต่ละรุ่นก็มีความแตกต่างกันออกไปแล้วแต่จุดขายของผู้ผลิต เมื่อจะพูดถึงนาฬิกาอัจฉริยะสักรุ่นในตอนนี้ก็คงต้องพูดถึง LG G Watch R ซึ่งถือได้ว่ามีความโดดเด่นและน่าสนใจมากทีเดียว LG G Watch R เป็นนาฬิกาอัจฉริยะที่เน้นไปในเรื่องของการออกกำลังกายหรือการดูแลสุขภาพ ถือได้ว่าเป็นสินค้าอินเทรนที่น่าสนใจมากๆเนื่องจากปัจจุบันผู้คนเริ่มหันมาให้ความสำคัญในเรื่องของการดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ยังไงก็ตามเรามาเริ่มทำความรู้จักกับ LG G Watch R กันก่อนดีกว่า

สำหรับ LG G Watch R เป็นนาฬิกาอัจฉริยะรุ่นที่สองของ LG ที่มีการดีไซน์และออกแบบแตกต่างออกไปจากรุ่นแรกอย่างเห็นได้ชัด โดยที่ตัวเรือนของนาฬิกาจะเป็นทรงกลมออกแบบไปในแนวของ Sport ที่ดูเหมาะกับแนวผู้ชายซึ่งเป็นนาฬิกาที่สามารถสวมใส่ใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว โดยที่หน้าจอแสดงผลเป็นแบบ P-OLED ขนาก 1.3 นิ้ว ในส่วนของสเปกอื่นๆก็ยังคงเหมือนเดิมจากรุ่นแรกที่แตกต่างออกมาก็จะเป็นในของของดีไซน์ที่เปลี่ยนแปลงไปของตัวเรือน โดยที่มีพร้อมกับหน่วยการประมวลผลแบบ Qualcomm Snapdragon 400 ความเร็ว 1.2 GHz และ 9 Axis Sensor ซึ่งเป็นตัวเซ็นเซอร์ใหม่ล่าสุดที่มีความแม่นยำสูงมา รวมทั้งยังมีระบบปฏิบัติการ Android Wear นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการแจ้งเตือนข้อความ SMS การแจ้งเตือนอีเมล แผนที่ การนับก้าวเดิน การแสดงการพยากรณ์อากาศ และบริการจากกูลเกิล LG G Watch R นั้นมาพูดในส่วนของหน้าจอ มีขนาด 46.4×53.6×9.7 มิลลิเมตร น้ำหนักโดยรวม 62 กรัม สำหรับตัวเครื่องนั้นมีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถป้องกันน้ำและป้องกันฝุ่นได้ตามมาตรฐาน IP67 นอกจากนี้มีจอแสดงผลแบบ P-OLCD ขนาด 1.3 นิ้ว ความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ 320×320 พิกเซล ที่สำคัญสามารถสั่งงานต่างๆโดยระบบสัมผัสหน้าจอแสดงผล (Touch Screen) หน่วยประมวลผลแบบ Qualcomm Snapdragon 400 ความเร็ว 1.2 GHz และ 9 Axis Sensor ซึ่งเป็นตัวเซ็นเซอร์ใหม่ล่าสุดที่มีความแม่นยำสูงมา มีการทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android Wear มี Bluetooth เวอร์ชัน 4.0 LE หน่วยความจำภายในเครื่องสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลต่างๆขนาด 4 GB หน่วยความจำ RAM ขนาด 512 MB ในส่วนของแบตเตอรี่ขนาด 410 mAh

ถือไดว่า LG G Watch R เป็นนาฬิกาอัจฉริยะที่น่าสนใจ เป็นอุปกรณ์ที่เหมาะกับใครหลายๆคนที่ชอบในการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการวิ่ง การเล่นกีฬาชนิดต่างๆ เนื่องจาก LG G Watch R มีเซ็นเซอร์ในการวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ทำให้เราสามารถทราบอัตราการเต้นของหัวใจได้เมื่อเราออกกำลังกาย และนอกจากนี้ก็ยังมีการแจ้งเตือนต่างๆที่สามารถแจ้งเตือนผ่านมาทาง LG G Watch R ได้ เชื่อว่าหากใครได้มี LG G Watch R แล้วจะต้องไม่ผิดหวัง ด้วยคุณสมบัติต่างๆที่ได้กล่าวถึงในข้างต้นก็พอจะดูออกว่า LG G Watch R ความโดดเด่นอยู่ในตัวและยังเป็นสินค้าอินเทรนในปัจจุบันนี้อีกด้วย การมีไว้ในครอบครองสักเครื่องก็น่าจะทำให้เราไม่ตกยุคและมีความทันสมัย อีกทั้งยังสะดวกสบายมากขึ้นอีกด้วย ปัจจุบันนี้จึงไม่แปลกที่สิ่งต่างๆได้มีการพัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ถือไดว่า LG G Watch R เป็นนาฬิกาอัจฉริยะที่มีความพิเศษแตกต่างจากนาฬิการุ่นอื่นๆที่มีการออกแบบและดีไซน์ตัวเรือนให้มีความทันสมัยและสามารถใช้สวมใส่ใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว เป็นนาฬิกาอัจฉริยะที่เหมาะกับผู้ชายโดยดารออกแบบและคุณลักษณะต่างๆของตัว LG G Watch R ก็สามารถที่จะทำให้เราใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวกและรวดเร็ว อีกทั้งยังทำการสวมใส่มีความสวยงามและเข้ากับการใช้ชีวิต