Review iPad Pro หน้าจอใหญ่บิ๊ก เล่นเกมส์แจ่มแมว ลื่นไหลหัวแตก

   สวัสดีสาวก Apple ทุกคนเลยนะครับ วันนี้ผมได้มีโอกาสนำเอาเจ้า ipad pro มาทำการรีวิวเป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่ตอนนี้ยังได้รับความสนใจจากคนที่อุปกรณ์ไอทีอยู่นะครับ ถึงแม้ว่าตัว ipad pro นั้นจะเปิดตัวกันมาช่วงระยะหนึ่งแล้วนะครับ ตอนที่เปิดตัวมาใหม่ๆ นั้นผมก็เคยรีวิวแบบคร่าวๆ ไปแล้วหนึ่งรอบ แต่ในบทความนี้จะเป็นการรีวิวแบบลึกลงไปอีกนิดด้วยการใช้งานจริง การทดสอบการเล่นเกมส์ การท่องอินเตอรืเน็ต ดูหนัง ฟังเพลง กับหน้าจอใหญ่ๆ ของตัว ipad pro ครับ

   ตัว ipad pro ตัวนี้มีน้ำหนักที่ค่อนข้างหนักอยู่พอสมควรนะครับ ประมาณ 700 กรัม แต่มีความบางครับ บางอยู่ประมาณ 6.9 มิลลิเมตร แล้วก็ด้วยหน้าจอที่ค่อนข้างใหญ่ ไม่ค่อนข้างละครับ ใหญ่เลยทีเดียว 12.9 นิ้ว ความคมชัดนี้ไม่ต้องพูดถึงเรื่องสเปค เพราะว่าชัดมากจริงๆ สีสันดูสวยงามเป็ฯธรรมชาติมาก บางคนบอกว่าชอบหน้าจที่เป็นแบบ IPS มันดูนวลตากว่าจอแบบ super amoled ที่มันดูแสบตากว่า หรือว่าจอแบบ super amoled ดีกว่า อันนี้ก็แล้วแต่คนชอบนะครับ แต่ผมว่าคมชัดแจ่มแมวทั้งคู่นะครับ แล้วสำหรับบางคนที่กำลังติดสินใจที่จะเลือกว่าจะเอาตัว ipad pro มาเล่นก่อนดีกว่าม้ย หรือว่าจะไปเอาตัว iphone 6s มาใช้ก่อนดีกว่ามั้ยเพราะว่าเมื่อเป็นตระกูลที่เป็นแอปเปิลแล้วทั้งคู่เนี่ย ซื้อมาทั้งสองตัวพร้อมๆ กันก็จะทำงานแบบซ้ำซ้อนกัน ไม่ค่อยมีอะไรที่แตกต่าง แต่ผมบอกได้เลยว่าตัว ipad pro เนี่ยนะครับไม่ซ้ำซ้อนแน่นอน มันมีอะไรที่แตกต่างจากพวก iphone อยู่พอสมควร แต่แล้วก็อยู่ที่กำลังทรัพย์ของคุณด้วยนะครับ เอาที่พอดีดีกว่า เพราะราคามันก็ไม่ใช่ถูกๆ ละ แต่ถ้าใครที่พอมีกำลังทรัพย์พอไหวแล้วเนี่ย ผมว่าซื้อได้เลย คุ้มครับ

   มาดูเรื่องของการใช้งานอันดับแรกกันเลยกับตัว apple pencil ที่ค่อนข้างใช้งานได้ดีครับ ข้อดีของการใช้งานตัวดินสอนี้เมื่อเปิดพวก app store ขึ้นมาก็เห็นถึงความแลปกใหม่ที่ไม่ได้อยู่ในตัว iphone เลยก็คือจะเปิดขึ้นมาเป็นแอพพลีเคชั่นที่แยกกันอยู่เป็นหมวดหมู่อย่างดี แล้วก็เห็นได้อย่างเต็มตาด้วย เรียกว่าเปิดใช้งานหน้าเดียวเห็นได้ทุกแอพเลยจริงๆ ด้วยความที่หน้าจอใหญ่ การเล่นเฟรชไทม์หรือการวีดีโอคอลต่างๆ ดูดีครับ ด้วยกล้องหน้าที่ 1.2 ล้านพิกเซลเหมือนเดิมแต่ก็คมชัดดี เห็นคู่สนทนาได้อย่างเต็มจอ เรียกว่าใครที่มีแฟนหรือญาติพี่น้อง พ่อแม่ อยู่ไกลกันเนี่ยเฟรชไทม์หากันก็เหมือนว่าจะอยู่ด้วยกันเลย ส่วนกล้องหลังก็อยู่ที่ 8 ล้านพิกเซล ก็ถือว่าใช้ถ่ายรูปได้อะไรได้ แต่ไม่ได้เน้นเรื่องการถ่ายรูปเหมือนตัว iphone เท่าไหร่นะครับ

   สำหรับคนที่ชอบขีดเขียนด้วยตัว apple pencil ยังไม่หมดนะครับ ข้อดีและการทำงานที่ค่อนข้างลงตัวมากเลยกับการเขียน ด้วยเทคโนโลยีที่ปกติแล้วเราเขียนปากกากับกระดาษทั่วไปเราก็จะวางมือลงบนกระดาษเลย แต่ถ้าเป็นหน้าจอบางคนอาจจะคิดว่าเอ๊ะ แล้วตัวแขนหรือนิ้วมือที่เราถือดินสอของแอปเปิลอยู่เนี่ยหน้าจอมันจะจับได้รึเปล่า คำตอบคือมันฉลากครับ มันไม่จับส่วนแขน ส่วนนิ้วส่วนที่วางทับไปบนหน้าจอเลยนอกจากตัวดินสอเท่านั้น บอกเลยว่าดินสอนี่แท่งละประมาณ 3 พันกว่าบาทนะครับ ถือว่าเป็นดินสอที่แพงจริงๆ มันสามารถจับองศาการเอียงขีดเขียนหนา เส้นบางอะไรได้ด้วย สามารถเลือกขนาดเล้นดินสอ สีดินสอ แล้วก็การจดที่ค่อนข้างรวดเร็ว ให้อารมณ์เหมือนกับการเขียนลงบนกระดาษจริงๆ เลย ไม่ลื่นมากไป ผมถือว่าตรงนี้ราคาอาจจะแพงแต่มันใช้งานได้ฉลาดดีครับ ส่วนใครที่ไม่ค่อยชินกับการใช้ดินสอสักเท่าไหร่ ก็สามารถพิมพ์บนแป้นคีย์บอร์ตได้เลย จะให้อารมณ์คล้ายๆ กับแป้นคีย์บอร์ตจริงๆ เลยนะครับเพราะว่ามันมีขนาดหน้าจอที่ใหญ่พอสมควร

   แล้วใครที่ชอบดูหนัง ดูซี่รี่ย์ ดู Youtube ต่างๆ ผมบอกเลยว่ามันดูแล้วเต็มตามากๆ ด้วยขนาดหน้าจอ 13 นิ้วเนี่ยนะครับ ซึ่งด้วยความที่หน้าจอมันใหญ่แล้วเนี่ย เรื่องของ font เรื่องของตัวหนังสือต่างๆ ก็ใหญ่ตามไปด้วยทันที ทำให้ผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุ คนสายตาสั้น เรียกว่าไม่ต้องกลัวเลยครับ เคยได้ชัดเจนแน่ๆ แล้วก็เรื่องของเสียงที่มาอย่างครบถ้วนเลย ตัวลำโพงที่อยู่รอบๆ ตัวเครื่องถึง 4 ตัว เสียงที่เปิดมานี่ดังกระหื่มดีทีเดียวครับ

   ก็ต้องขอขอบคุณภาพจาก Apple ที่สนับสนุนตัว ipad pro มาให้เรารีวิวกันในบทความนี้ด้วยนะครับ ก็ถือว่าตอนนี้กำลังเป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่คนส่วนใหญ่คิดจะซื้อมาใช้ในตอนช่วงสิ้นปีแบบนี้นะครับ ส่วนใครที่ชอบถือแล้วเล่นไปด้วยนั้นตัวนี้ไม่แนะนำครับ แต่ถ้าวางแล้วเล่นตัว ipad pro นี้ดีกว่าครับ ก็ลองไปเล่นกันดูตาม shop ทั่วไปได้ครับ

Content by Admin_barahum