Tag Archives: ลำโพงบลูทูธ

รีวิว Klipsch R-15PM Monitor Speaker ลำโพงที่ให้เสียงตรงตามต้นฉบับเสียง เชื่อมต่อได้ทั้งแบบไร้สายและมีสาย

 

   Gadget ที่นำมารีวิวกันใน 108plaza ในตอนนี้เป็นผลิตภัณฑ์อีกหนึ่งรุ่นจากแบรนด Klipsch ต้องยอมรับเลย่าเป็นชื่อชั้นของแบรนด์ที่ผลิตสินค้าในกลุ่มลำโพงมาหลากหลายรุ่นที่มีคุณภพดีในระดับ HiEnd อีกหนึ่งแบรนด์ ซึ่งรุ่นที่นำมารีวิวก็เป็น R15PM Monitor speaker เป็นลำโพงแบบ Bookshelf หรือลำโพงแบบตั้งโต๊ะ ใช้งานแบบเสียบปลั๊กเป็นหลัก ไม่มีแบตในตัว พกพาไม่ได้ พร้อมรองรับการเชื่อมต่อไร้สายผ่านสัญญาณบลูทูธได้ด้วย ก็ถือว่าเป็นลำโพงบลูทูธอีกหนึ่งตัว ที่ให้แนวเสียงแบบมอนิเตอร์ โทนเสียงแบบแฟลช ไม่มีการปรุงแต่งน้ำเสียงเพิ่มเดิม เน้นรายละเอียดของเสียงดนตรี เสียงร้อง ที่ตรงตามธรรมชาติของเสียง ถ้าท่านใดกำลังมองหาลำโพงประเภทนี้เอามาฟังเพลงหรือเอามำทำงานทางด้าน sound engimeer มาทำเป็นลำโพงมอนิเตอร์ ก็ไปติดตามรายละเอียดฟังก์ชั่นการใช้งานกันได้

   สำหรับฟังกชั่นการใช้งานที่สามารถเชื่อมต่อผ่านบลูทูธได้แล้วนั้น ก็ยังมีอีกหลายๆ ฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อที่ให้มาทางด้านหลังตัวเครื่องด้วยด้วย เรียกว่าอัดแน่นมากันเลยทีเดียว เริ่มจากช่องเสียบ input สัญญาณในรูปแบบ่ต่างๆ ก็จะมีช่องเสียบ RCA แบบ Phono มาให้เป็นแจ็คแบบขาว-แดง ที่จะใช้งานในกลุ่มเครื่องเล่นเพลง เครื่องเล่นผ่านเสียงต่างๆ ถัดมาก็จะมีแจ็ค aux input 3.5 มาให้ด้วย ก็จะสามารถเชื่อมต่อกับพวกสมาร์ทโฟน เครื่องเล่นเพลงแบบพกพาต่างๆ คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค ก็จะเสียบใช้งานกันได้ ถัดมาก็จะมีช่องเสียบ subout มาให้ สำหรับท่านที่อยากจะเพิ่มความกระหึ่มทางด้านมิติเสียงเบสให้หนักหน่วงเพิ่มมากขึ้น แบบกระแทกกระทั้นมากขึ้น ก็จะมีช่องต่อสัญญาณส่งออกไปยังตัว subwoofer แบบแยกได้ด้วย พูดถึงเรื่องของการเชื่อมต่อแบบ อานาร็อก กันไปแล้ว ก็จะมีช่องเชื่อมต่อที่มีมาให้แบบ ดิจิตอล ด้วย การเชื่อมต่อที่จะมีประสิทธิภาพของเสียงที่ดีกว่าแบบ อานาร็อก ก็จะมีแบบ Optical และแบบ USB Audio มาให้อย่างละ 1 ช่องเสียบ ก็จะสามารถเชื่อมต่อกับทีวี สมาร์ททีวีในปัจจุบัน หรือ เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๕ต่างๆ ก็ผ่านช่อง USB DAC ได้เลย เสียบปุบก็จะมองเห็นกันปับ ไม่ต้องไปลง driver แต่อย่างใด คุณภาพเสียงก็จะดีกว่าแบบอานาร็อกอย่างที่กล่าวไปเมื่อสักครู่นี้แน่นอน

   วิธีการใช้งานของลำโพง K;lipsch R15PM ตัวนี้ก็ไม่ได้ยากอะไร ก็จะช่องเสียบสายเพาเวอร์ แล้วก็จะมีสายเชื่อมต่อลำโพงจากตัวด้านขวาไปยังด้านซ้าย ความยาวที่ให้มาก็จะประมาณ 2.5 เมตร ซึ่งลำโพงชุดนี้จะมีอยู่ 2 ตัวด้วยกัน เป็นด้ายซ้ายยและชวา แต่จะเชื่อมต่อกันแบบผ่านสาย ยังไม่ใช่เทคโนโลยีแบบไร้สาย ส่วนรายละเอียดของภายในตู้ลำโพงเองนั้น ก็จะประกอบไปด้วยดอกลำโพงเสียงแหลมที่เป็นวัสดุแบบอะลูมีเนี่ยม เป็นกรอบสี่เหลี่ยมจัตุรัส พร้อมองศาที่ทำมุมกัน 90 องศา ด้านล่างก็จะมีดอกลำโพงแบบ woofer ที่ให้ทั้งเสียงทุ้มและเสียงกลาง มีขนาด 5.25 นิ้ว จำนวน 1 ตัว แต่จุดเด่นของดอกลำโพง woofer นั้นค่อนข้างจะต่างจากแบรนด์อื่นๆ โดยเป็นวัสดุที่นำมาทำหน้าดอกลำโพงเป็นเทคโนโลยีที่เคลือบด้วยทองแดงผสมกับกาไฟท์ ซึ่งทางแบรนด์ Klipsch เองก็บอกเอาไว้ว่า มันจะช่วยในเรื่องของการตอบสนองความถี่ในย่านต่างๆ ได้ดี พร้อมกับความแม่นยำในการให้เสียงที่ตรงตามต้นฉบับได้มากที่สุดนั่นเอง

   สำหรับการใช้งานที่ง่ายไปกว่าการควบคุมที่ตัวลำโพงบลูทูธเองนั้น ภายในกล่องก็ยังมีตัวรีโมทคอนโทรนมาให้ด้วย สามารถที่จะสั่งการผ่านรีโมทได้ทุกฟัง์ก์ชั่น สำหรับสายการเชื่อมต่อต่างๆ ในภายในกล่องก็จะมีสาย USB Type A to B มาให้ 1 เส้น และก็จะมีสายแจ็ค RCA ขาวแดงมาให้ได้ใช้งานกันอีก 1 เส้น พร้อมสายลำโพงและสายเพาเวอร์ แต่ไม่มีสายแจ็ค 3.5 แถมมาให้ ส่วนน้ำหนักของตัวลำโพงเอง ด้านซ้ายจะไม่มีภาคขยายในตัว จะมีน้ำหนักอยู่ที่ 4 กก. ส่วนด้านขวาเอง จะมีภาคขยายในตัว จะมีน้ำหนักอยู่ที่ 5.5 กก. ส่วนเรื่องของขนาดตัวลำโพง ความกว้าง 8 ซม. ความหนา 20.5 ซม. ความสูง 31.5 ซม. ซึ่งเป็นขนาดที่เท่ากันทั้ง 2 ตัว ก็ลองไปคำนวนกันดูว่าจะเข้ากับชั้นวางหรือจะไปวางไว้ตรงไหนของบ้านได้

   ในส่วนของแนวเสียงที่ได้จากลำโพงชุดนี้ก็คือ ค่อนข้างจะเน้นไปที่เรื่องของเสียงกลางที่โปร่ง กระจ่าง ชัดเจน เวทีเสียงกว้าง ซึ่งเป็นลำโพงที่ฟังเพลงสบายๆ ได้อย่างดี คือถ้าจะเอาไปฟังเพลงอย่างจริงจังก็จะเน้นความชิวๆ ดนตรีเพราะ แต่จะไม่ได้เน้นสนุกๆ มันส์ๆ แต่ถ้าอยากจะมันส์ๆ ก็ต้องมองหาตัว subwoofer แยกอีกหนึ่งตัว แต่กำลังอยู่ที่ 100watts ก็สามารถไปลองทดสอบเสียงด้วยหูของทุกท่านกันเองได้เลย

 

 

 

REVIEW JBL Clip ลำโพงพกพาขนาดเล็กแต่เสียงไม่เล็กเลย

 

   ใครที่กำลังมองหา gadget ดีๆ ที่จะมาช่วยทำให้การพักผ่อนของคุณมีสีสันมากขึ้น ด้วยการฟังเพลง ซึ่งแน่นอนว่าหลายๆ ท่านชอบที่จะฟังเพลงร่วมด้วยกับการทำกิจกรรมหลายๆ ประเภท ไม่ว่าจะนอนพักผ่อนอยู่บนเตียง ก็ฟังเพลง ออกกำลังกาย ก็ฟังเพลง ทำความสะอาดบ้าน ก็ฟังเพลง หรืออื่นๆ อีกมากมายเลยทีเดียว ดังนั้น อีกหนึ่ง gadget ที่ 108plaza นำมารีวิวในตอนนี้ก็คือ ลำโพงบลูทูธ นั่นเอง ไปพบกับเจ้าตัวนี้เลย JBL Clip

   จัดว่าเป็นลำโพงที่เหมาะแก่การพกพาอย่างยิ่ง เพราะน้ำหนักตัวลำโพงเองอยุ่ที่ 150 กรัมเท่านั้นเอง แล้วถ้าเพื่อนๆ สังเกตที่รูปตัวอย่างด้านบน ตัวลำโพงเองจะมีหูคล้อง ที่เป็นแบบคริปล็อคได้ด้วย มันเอาไว้เพื่อที่จะคล้องกับหูกางเกงหรือตามที่ต่างๆ แล้วก็พกพาติดตัวเราไปได้ด้วยทุกที่เลย เพราะตัวลำโพงเองก็มีแบตเตอร์รี่ พร้อมกับสามารถเชื่อมต่อเพื่อเปิดเพลงแบบไร้สายผ่านทางสัญญาณบลูทูธได้ แค่เราเอาสมาร์ทโฟนเชื่อมต่อผ่าน บลูทูธ กับตัวลำโพง จากนั้นเราก็จะเปิดเพลงได้แล้ว โดยตัวลำโพงนี้ก็จะรองรับสมาร์ทโฟนทั้งฝั่ง iOS และ Android เลย หรือ เครื่องเล่นเพลงแบบพกพาตัวอื่นๆ ที่มี่บลูทูธ สามารถที่จะเชื่อมต่อได้เช่นเดียวกัน

   มาดูในส่วนของอุปกรณ์เสริมภายในกล่องและการแกะกล่องลำโพง JBL Clip รุ่นนี้กันบ้าง ภายในกล่องก็จะมีตัวลำโพงมาแน่นอน 1 ตัว แต่ก็จะมีปุ่มการใช้งานต่างๆ มาให้ควบคุมกัน แต่เราจะไปพูดถึงวิธีการใช้งานกันต่อไป ถัดมาก็จะมีสายชาร์จแบตเตอร์รี่ที่เป็นสาย USB to micro usb มาให้ 1 เส้น ซึ่งการชาร์จนั้นจะใช้ชาร์จเหมือนกับสมาร์ทโฟนในฝั่ง Android ได้เลย ก็คือว่า ภายในกล่องจะไม่มีหัวชาร์จหรืออแด้ปเตอร์มาให้ เราสามารถเสียบชาร์จกับช่อง USB ในคอมพิวเตอร์ หรือ หัวชาร์จสมาร์ทโฟนก็ได้ด้วยเชนเดียวกัน หรือ บางท่านอาจจะมีเพาเวอร์แบงค์พกไปด้วย ก็สามารถชาร์จแบตให้กับลำโพง JBL Clip รุ่นนี้ได้เช่นเดียวกัน อุปกรณ์เสริมก็จะมีให้มาเพียงเท่านี้เอง นอกจากนั้นก็จะมีคู่มือการใช้งาน ใบรับประกันตัวสินค้า เท่านั้นเอง ภายในกล่องไม่มีถุงผ้ากันรอย หรือ สายแจ็ค aux input 3.5 แถมมาให้แต่อย่างใด

   ในส่วนของการใช้งานที่ตัวลำโพงบลูทูธ JBL Clip นั้นก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร เชื่อว่าไม่ต้องอ่านคู่มือการใช้งานก็จะพอเดาๆ ได้ว่าใช้งานอย่างไร ซึ่งที่บริเวณตัวลำโพงด้านขวาจะประกอบไปด้วยปุ่มเพิ่มเสียง ลดเสียง ถัดลงมาก็จะมีช่องเสียบแจ็ค aux input 3.5 มาให้ แต่ก็อย่างที่บอกไปว่าไม่มีสายแจ็คเชื่อมต่อแถมมาให้ในกล่อง ถ้าใครที่อยากจะใช้ฟังก์ชั่นนี้ก็สามารถไปหาซื้อแยกได้ ราคาก็จะไม่ได้แพงมาก ขึ้นอยู่กับคุณภาพและความยาวของสายนั่นเอง ด้านล่างถัดมาก็จะมีช่องเสียบชาร์จแบต ในส่วนของฟังก์ชั่นการใช้งานแบตเตอร์รี่จากการชาร์จแบตจนเต็ม จะสามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องกันสูงสุดที่ 5 ชั่วโมง โดยประมาณ ก็จะขึ้นอยู่กับการใช้งานจริงของแต่ละท่านด้วย แต่โดยทั่วไป 3-5 ชั่วโมงได้สบายๆ

   จุดเด่นอีกหนึ่งฟังก์ชั่นการใช้งานของลำโพงพกพารุ่นนี้ก็คือว่า บริเวณด้านซ้ายของตัวลำโพงเอง ก็จะมีปุ่มกดรับสายเรียกเช้าโทรศัพท์ได้ด้วย นั่นหมายความว่า มีไมค์โครโฟนติดมาให้ในตัวลำโพงด้วย สมมติว่าเรากำลังเชื่อมต่อบลูทูธกับสมาร์ทโฟนของเรา กำลังเปิดฟังเพลงชิวๆ สบายๆ เลย มีสายโทรเข้ามา ก็กดรับสายที่ตัวลำโพงได้เลย แต่ตรงนี้ก็อาจจะเหมาะกับคนที่ไม่มีความลับใดๆ เพราะเสียงสนทนาก็จะได้ยินดังไปถึงหูคนรอบๆ ข้างได้ แต่คงไม่เหมาะกับคนที่มีความลับเยอะสักเท่าไหร่ แนะนำว่ากดรับสายที่ตัวมือถือจะดีกว่า ถัดมาก็จะมีปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง แล้วก็ปุ่มกด pair Bluetooth เท่านี้เองการใช้งานก็ง่ายๆ เชื่อว่าหลายๆ ท่านก็คงจะเชื่อมต่อบลูทูธกันได้อยู่แล้ว ก็ไม่ขอลงรายละเอียดไปเยอะ

 

   สำหรับลำโพงพกพา JBL Clip ตัวนี้ก็มีมาให้เลือกด้วยกัน 5 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน สีม่วง สีเทา สีแดง และก็สีดำ อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องรีวิวกันก็คือ จุดเด่นเรื่องของน้ำเสียง แนวเสียง บุคลิกของเสียงที่ได้จากลำโพงรุ่นนี้ ก็ต้องยอมรับว่า JBL ก็ผลิตลำโพงทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ มากมายหลากหลายสไตล์ แต่ในรุ่นนี้ ลำโพงพกพาขนาดเล็กๆ กะทัดรัด ก็ชูโรงมาว่า ให้น้ำเสียงที่เป็นแบบ คริสตัลเคลียร์ ซึ่งถามว่าเป็นแบบไหน ก็น่าจะพอเดาออกว่ามันคือ น้ำเสียงที่ใสๆ ใสเหมือนกับคริสตัล อะไรแบบนั้น ซึ่งความรู้สึกที่ได้จากการฟังเพลงจากตัวลำโพงรุ่นนี้ก็จะเป็นแบบฟังสบายๆ อาจจะคลิ้มไปกับเสียงเพลงที่มีความใส นุ่ม ละมุน อะไรแบบนั้น ส่วนราคาก็อยู่ที่ 2,4xx บาท ก็ไปลองหาฟังเสียงด้วยตัวเองกันได้เลย

รีวิวลำโพงพกพา B&O Beolit 15 Smart Speaker Bluetooth Audio HiFi ลำโพงราคาแพงเสียงจะเป็นอย่างไร ดีแค่ไหนมารู้กัน

 

   108plaza ของเราในตอนนี้ก็มีโอกาสจับของแพงมารีวิวกันอีกแล้ว เป็นกลุ่มสินค้าประเภทลำโพงพกพาในแบรนด์ดังชั้นนำของโลกเลย ที่ผลิตสินค้ามาแต่ละชิ้นนั้นราคาไม่มีเบาๆ เลย เป็นชื่อชั้นของ B&O โดยมีชื่อแบรนด์เต็มๆ ว่า Bang & Olufsen นั่นเอง ซึ่งลำโพงพกพารุ่นที่นำมารีวิวก็มีชื่อรุ่นว่า Beolit 15 ราคาจะเท่าไหร่ เสียงจะดีแค่ไหน ไปติดตามกัน

 

   แน่นอนว่าฟังก์ชั่นการใช้งานหลักๆ ของลำโพงพกพาตัวนี้ก็คือ เป็นลำโพงบลูทูธในระดับ HiEnd อีกหนึ่งตัว ที่รูปทรงก็จะคล้ายๆ กับกระติกน้ำแข็งประมาณนั้นเลย ก็ดูสวยงามดี มีแบตเตอร์รี่ในตัว พกพาไปไหนต่อไหนได้ ในส่วนของสเปคข้างกล่องก็การันตีเอาไว้ว่า ตัวบลูทูธนั้นได้มาตรฐานระดับ APtX ก็สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายได้ตรงตามมาตรฐานแน่นอน ภายในกล่องก็ไม่ได้แถมอุปกรณ์เสริมอะไรมาให้มากนัก ก็จะมีเพียงแค่หัวชาร์จพร้อมสายชาร์จแบบตรงรุ่นมาให้เท่านั้น ไม่ได้มีถุงผ้ากันฝุนหรือสายแจ็ค 3.5 อะไรมาให้เลย แล้วก็จะมีตัวลำโพงเท่านั้นเอง

   สำหรับขนาดของตัวลำโพงนั้นก็ถือว่าเป็นลำโพงที่ค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียว ถ้าเทียบในระดับลำโพงพกพา ก็จะออกแบบมาให้มีหูหิ้วทำจากหนังแท้คุณภาพดีเลยทีเดียว มาพร้อมกับน้ำหนักตัวลำโพงที่ 2.7 กก. ค่อนข้างหนักเลยทีเดียว อาจจะพกลำบากนิดหน่อย ไปต่างประเทศก็ต้องคำนวณน้ำหนักกันด้วย ขนาดความกว้างอยู่ที่ 23 ซม. ความสูงอยู่ที่ 18.9 ซม. ความหนาอยู่ที่ 13.5 ซม. ก็ลองเอาไปคำนวณขนาดกันดูคร่าวๆ ว่าจะใหญ่เกินไปหรือไม่ หรือ ขนาดกำลังพอดีแก่การพกพาสำหรับตัวท่านเอง

 

 

   สำหรับดีไซน์ตัวลำโพงบลูทูธรุ่นนี้ ก็ต้องบอกว่าดูเรียบๆ ง่ายๆ คล้ายกับกระติกน้ำแข็งอย่างที่บอกไป ด้านหน้าก็จะมีโลโก้แบรนด์ติดอยู่ ส่วนด้านบนตัวลำโพงเอง ก็จะมีปุ่มการใช้งานต่างๆ ก็ประกอบไปด้วยปุ่มปิด-เปิดลำโพง ปุ่มกด pair บลูทูธ และก็จะมีปุ่มเพิ่มเสียง ลดเสียง เท่านี้เองที่มีมาให้ได้ใช้งานกัน แต่ถึงแม้ว่าดีไซน์จะดูเรียบง่าย แต่จริงๆ แล้วถ้าได้ลองสัมผัสตัวจริง จะรู้สึกว่ามันคือวัสดุที่นำมาทำลำโพงนี้จะอยู่ในเกรดระดับพรีเมี่ยมเลยทีเดียว ซึ่งตัวตระแกรงด้านหน้าและรอบๆ ตัวจะทำมาเป็นบอดี้อลูมีเนี่ยมเลย แต่ดีไซน์ด้านหลังตัวลำโพงจะมีช่องเก็บสายไฟต่างๆ เป็นช่องเล็กๆ อยู่ด้านหลัง ก็ดูเรียบร้อยดี ไม่ต้องพกสายเอาไว้ข้างนอกให้พันกันยุ่งยากวุ่นวาย เก็บไว้ในตัวลำโพงได้เลย

   สำหรับสเปคตัวลำโพงเองนั้น แบตเตอร์รี่สามารถใช้งานได้นาน 24 ชั่วโมงตามคู่มือการใช้งาน ความจุของตัวแบตเตอร์รี่อยู่ที่ 18,000 mAh แต่อีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่เสริมเข้ามาให้ ก็คือ มีช่องเสียบ USB PowerBank ได้ด้วย เพราะความจุแบตค่อนข้างเยอะ ก็จะสามารถใช้ชาร์จแบตให้ตัวสมาร์ทโฟนได้ แต่ใช้ชาร์จได้เท่านั้น ไม่สามารถเสียบแฟลชไดร์ฟเปิดเพลง mp3. ไม่ได้ ชาร์จได้อย่างเดียวต้องย้ำกันแบบนี้ พร้อมกับมีช่องเสียบแจ็ค aux input 3.5 มาให้ด้วย แต่ไม่มีสายแถมมาให้อย่างที่บอกไป ส่วนสเปคถัดมา ก็คือกำลังขับของลำโพงเอง จะอยู่ที่ 2*35wrms การการขับเสียงแบบ สเตอริโอ แยกซ้าย-ขวา อิสระ แต่ความสามารถในการบูสเสียงขึ้นไปได้กำลังขับที่ 240w pmpo เลยทีเดียว เป็นช่วงที่จะสามารถเพิ่มขีดความสามารถขึ้นไปอีกหนึ่งระดับ ในกรณีที่เร่งเสียงดังมากๆ พร้อมกับจังหวะเพลงที่ดูสนุกๆ ตรงนี้ระบบจะบูสเสียงให้ดังเพิ่มขึ้นอัตโนมัติ แต่ก็จะกินพลังงานอยู่บ้างเหมือนกัน จากที่ฟังได้นาน 24 ชั่วโมงก็จะมีเวลาบวกลบอยู่ที่ 4-8 ชั่วโมง แต่ก็ยังถือว่าใช้งานได้นานพอสมควร เปิดกันยาวๆ ทั้งวันได้สบายๆ ภายในตัวลำโพงเองนั้น ก็จะประกอบไปด้วยดอกลำโพงแบบ woofer ขนาด 5.5 นิ้ว จำนวน 1 ตัว จะให้เสียงในโทนเสียงทุ้มและเสียงกลางต่ำ พร้อมกับการออกแบบตัวดอกลำโพงเสียงกลางและเสียงแหลมให้อยู่ด้วยกันแบบได้ยิน 360 องศา มีขนาดดอกลำโพงอยู่ที่ 1.5 นิ้ว จำนวน 3 ตัว อยู่ทางด้านหน้า 2 ตัวและอยู่ทางด้านหลัง 1 ตัว นอกจากนั้นยังเสริมความกระหึ่มของมิติเสียงเบสด้วยระบบท่อลมจูนเสียงเบสที่เรียกว่า passive radiator ขนาด 4 นิ้ว จำนวน 2 ตัวด้วยกัน อยู่ทางด้านข้าง

   ต้องบอกว่าดีไซน์เรียบหรูแบบนี้ แต่กำลับขับนั้นไม่ธรรมดา แอดมินได้ทดสอบใช้งานดูแล้วก็รู้สึกว่ามันเกินตัวจริงๆ ให้มิติเสียงความดังเหมือนเครื่องเสียงชุดใหญ่ได้สบายๆ เลย หิ้วไปฟังตามที่ต่างๆ ที่เสียงรบกวนเยอะๆ เอาอยู่สบายๆ เลย ซึ่งบุคลิกเสียของลำโพงระดับ Hiend แบบนี้ก็ต้องเข้าใจเลยว่ามันเสียงดีในสไตล์ฟังสบายๆ ชิวๆ แนวผู้ดีๆ อะไรแบบนั้น เบสลงได้นุ่มลึก เสียงกลางแหลมใสเคลียร์แบบนั้นเลย ก็ลองไปหาฟังกันได้ตามตัวแทนจำหน่ายชั้นนำทั่วประเทศ ส่วนราคาก็จะอยู่ที่ประมาณ 32,xxx บาท ใครที่วางงบเอาไว้เท่านี้ก็ลองไปตัดสินใจกันดูได้เลยครับ

รีวิวลำโพงบลูทูธ Cambridge Go V2 สไตล์เสียงแบบผู้ดีอังกฤษ ความรู้สึกดีแค่ไหน?

 

   Cambridge Go V2 Bluetooth Audio smart ลำโพงพกาพที่มีแบตเตอร์รี่ในตัว สามารถเปิดต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 18 ชั่วโมง พร้อมฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อไร้สายผ่านบลูทูธรองรับ NFC รองรับมาตรฐานการเชื่อมต่อไร้สายแบบ APtX ให้ความมั่นใจว่าเชื่อมต่อได้คุณภาพเสียงที่ดี นี่คือฟังก์ชั่นการใช้งานแบบคร่าวๆ ของลำโพงพกพาแบรนด์ดังจากเมืองผู้ดีอังกฤษกันเลยทีเดียว ให้สไตล์เสียงที่เน้นความไพเราะเพราะพริ้ง ใสๆ กรุ้งกริ้งๆ อย่างแน่นอน แต่รายละเอียดในตัวลำโพงบลูทูธรุ่นนี้มีอีกมาก ไปติดตามกันเลย

   เริ่มต้นแกะกล่องเปิดดูก็จะเห็นว่ามีตัวลำโพงอยู่ด้านใน พร้อมกับคุณสมบัติเบื้องต้นที่บอกไปแล้ว แต่ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น ยังมีคุณสมบัติเด่นเพิ่มมาอีกก็คือ สามารถใช้เป็นเพาเวอร์แบงค์ เสียบชาร์จไฟให้กับสมาร์ทโฟนได้ในยามฉุกเฉิน จ่ายไฟอยู่ที่ 5v 1A ในส่วนของขนาดตัวลำโพงนั้น มีบอกเอาไว้ที่ด้านหลังกล่องว่ามีความยาวตัวเครื่องที่ 23.6 ซม. ความสูง 12.1 ซม. ความหนา 6 ซม. ก็เป็นลำโพงที่มีทรงแบนๆ ยาวๆ จับถือง่าย สามารถใส่กระเป๋าเดินทางพกพาไปที่ต่างๆ ได้เลย เปิดตัวมาด้วยกันให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีดำ สีขาว สีน้ำเงิน และสีแดง ก็ชอบสีไหนก็ลองเลือกกันได้ ส่วนอุปกรณ์เสริมที่ให้มาในกล่อง ก็จะมีสายเพาเวอร์ชาร์จไฟพร้อมหัวชาร์จตรงรุ่นมาให้เลย จ่ายไฟที่ 12v 2A พร้อมกับอแด็ปเตอร์แปลงหัวปลั๊กให้สามารถใช้งานได้ทั่วโลกมาด้วย สามารถพกพาไปต่างประเทศได้ พร้อมกับมีสายแจ็ค aux input 3.5 แถมมาด้วย 1 เส้นความยาว 1 ฟุต พร้อมกับคู่มือการใช้งานและใบรับประกันตัวสินค้า ก็มีเท่านี้เองในตัวกล่อง

   ภายในของตัวลำโพงบลูทูธรุ่นนี้ ก็จะประกอบไปด้วยดอกลำโพงแบบ woofer ขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 ตัว พร้อมกับดอกลำโพงเสียงแหลม twitter ขนาด 0.75 นิ้ว จำนวน 2 ตัว ให้เสียงแบบ สเตอริโอ แยกเสียงซ้าย-ขวา พร้อมกับระบบขับเสียงแบบ 2.0 อีกด้วย คือแยกขับเสียงกลางเสียงต่ำและแยกขับเสียงแหลมต่างหาก ก็จะช่วยลดความผิดเพี้ยนของเสียงได้มากเลยทีเดียว พร้อมกับบริเวณด้านหลังตัวลำโพงเองนั้น ก็จะมีท่อจูนเบสแบบใช้ลมเป็น passive radiator จำนวน 1 ตัว ทำหน้าที่กระพือเสียงเบสโดยใช้ลม ในส่วนโหมดการใช้งานต่างๆ นั้นต้องบอกว่าเป็นลำโพงพกพาที่เน้นการฟังเพลงอย่างมากเลย เพราะอาจจะไม่มีฟังก์ชั่นเสริมอะไรมาให้มากมายนัก ไม่มีไมค์โครโฟนติดมาให้ ไม่สามารถกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์ได้ และอื่นๆ ก็ไม่มีนอกจากเพาเวอร์แบงคืและช่องเสียบแจ็ค 3.5 เท่านั้น ซึ่งโดยทั่วไปก็จะเชื่อมต่อผ่านบลูทูธเป็นหลัก ด้านบนก็จะมีปุ่มควบคุมการใช้งานต่างๆ ก็จะประกอบไปด้วยปุ่มเพาเวอร์ ปุ่มเลือกโหมดเชื่อมต่อ ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และจุดที่จะแตะ NFC อยู่ด้านบน มีเท่านี้เองใช้งานง่ายๆ

   อีกหนึ่งส่วนที่ค่อนข้างสำคัญในการรีวิวลำโพงบลูทูธรุ่นนี้ก็คงต้องบอกว่า เรื่องของน้ำเสียง เรื่องของบุคลิกเสียง แนวเสียงต่างๆ ที่แอดมินเองได้ทดสอบใช้งานมาสักระยะหนึ่งแล้วก่อนมาเขียนรีวิว ก็รู้สึกว่า นี่มันคือลำโพงที่ให้เสียงสไตล์ผู้ดีอังกฤษ ถ้าใครที่ชอบเน้นความดัง โหดๆ เบสหนักๆ เสียงแข็งๆ มันส์ๆ ลำโพงรุ่นนี้ให้คุณไม่ได้แน่นอน แต่สิ่งที่ให้ได้คือจุดดเด่นเลย เสียงกลางไปในโทนเสียงใส เสียงร้องจะมีความหวาน โทนอบอุ่น มิติเสียงนุ่มๆ ละมุนละไม พร้อมกับการฟังเพลงในสไตล์ชิวๆ ฟังสบายๆ ถ้าเปิดฟังในช่วงก่อนนอน พาให้เคลิ้มหลับไป ต้องบอกเลยว่าลำโพงรุ่นนี้น่าสนใจ เพราะจัดว่าให้มิติเสียงที่ดีมากเลย แต่ถ้าจะเปิดในช่วงระหว่างวันแบบเบาๆ คลอๆ ทำงานไปด้วยหรือเปิดในร้านกาแฟบรรยากาศดีๆ ก็เหมาะมากเลยทีเดียว แต่ถ้าเน้นความดังแข่งกับคนอื่น แข่งกับชาวบ้าน ลำโพงรุ่นนี้ก็แพ้ตั้งแต่อยู่ในมุ้งแล้วเช่นเดียวกัน

   อีกหนึ่งส่วนสำคัญเลยที่ต้องแจ้งกันกับเพื่อนๆ ที่เข้ามาอ่านริวิว ก็คือเรื่องของราคาค่าตัวเจ้าตัวลำโพงบลูทูธ Cambridge Go V2 รุ่นนี้ ค่าตัวอยู่ที่ 10,000 ยังมีทอน ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องของราคานั้นอาจจะดูแพงไปบ้าง แต่ถ้าอยู่ในระดับชื่อชั้นของแบรนด์แล้ว ก็คิดว่าเป็นลำโพงอีกหนึ่งตัวของคนชอบสะสมลำโพงแบรนด์ดัง ก็อาจจะหันไปมองและอยากได้มันไปครองอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ก็ต้องบอกว่าให้ทุกท่านที่คิดว่าจะซื้อก็ควรที่จะไปหาลองฟังด้วยหูของท่านเอง เห็นด้วยตาของท่านเองก่อน แล้วนำเอารีวิวของเราไปเป็นไกต์ไลน์ว่าเสียงแบบนี้มันจริงตามที่หูของท่านได้ยินหรือไม่ ท้ายที่สุดถ้าชอบถูกใจก็ซื้อได้เลยครับ

รีวิว Geneva Model M Wireless เต็มอิ่มด้วยกำลังขับ 60wrms เสียงไพเราะนุ่มละมุนทุกเสียงเพลงที่เปิด

 

   108plaza รีวิว gadget สุดล้ำสมัยในสไตล์คุณในตอนนี้ก็มี smart speaker อีกหนึ่งแบรนด์จากต่างประเทศมาให้ทุกท่านได้ติดตามกันอีกเช่นเคย เป็นลำโพงแบบไร้สายขนาดกลางของซีรีส์ ที่มีกำลังขับ 60wrms ให้เสียงที่นุ่มละมุน ไพเราะเพราะพริ้ง กรุ้งกริ้งๆ กันเลยทีเดียว เรากำลังหมายถึงเจ้าตัวนี้เลย Geneva Model M Wireless นั่นเอง

   สำหรับลำโพงรุ่นนี้ก็จัดได้ว่าเป็นลำโพงบลูทูธอีกหนึ่งรุ่น ที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ทุกรุ่น ทุกค่าย ทุกฝั่ง ทั้ง iOS และ android และยังมาพร้อมกับฟังก์ชั่นฟังวิทยุ fm ได้ และมีฟังก์ชั่นนาฬิกาปลุก ซึ่งแบรนด์ Geneva เองก็เป็นชื่อแบรนด์ที่มาจากประเทศสวิทเซอร์แลนด์ ก็เป็นชื่อเมืองที่คนรู้จักกันดี ภายในกล่องก็จะมีคู่มือการใช้งานที่เป็นภาพาต่างๆ ยกเว้นภาษาไทย และ ก็ยังมีแถมเป็นผ้าเช็ดทำความสะอาดตัวลำโพงมาให้ 1 ผืน พร้อมกับสายเพาเวอร์เสียบปลั๊กไฟแบบตรงรุ่น แล้วก็จะมีรีโมทคอนโทรน ที่สามารถควบคุมได้ทุกฟังก์ชั่นการใช้งานบนรีโมท อีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ให้มาก็คือสายแจ็ค input aux 3.5 mm.มีความยาว 3.5 เมตร ถือว่าเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่คุณภาพดีเลยทีเดียว นั่นหมายความว่า สามารถที่จะเชื่อมต่อแบบง่ายๆ ผ่านสายตัวนี้ได้แบบไม่ต้องไปเชื่อมต่อบลูทูธก็ได้ และก็ยังมีขาตั้งแบบวางพื้นกันลื่นมาให้ด้วย 1 ชุดแถมมาในกล่อง สุดท้ายก็จะมีเสาอากาศ fm แถมมาให้อีก 1 ชุดด้วยกัน

   มาดูที่ตัวลำโพงกันบ้าง ซึ่งตัวลำโพงเองมีน้ำหนักอยู่ที่ 5.8 กก. ซึ่งต้องบอกก่อนว่า ลำโพงบลูทูธ รุ่นนี้ไม่ใช่ลำโพงแบบพกพา ไม่มีแบตเตอร์รี่ในตัว เป็นลำโพงที่เอาไว้ใช้ในห้องนอน ห้องนั่งเล่น ใช้ฟังเพลงในบ้านได้สบายๆ ความดังก็ไม่ต้องห่วง ถือว่าเอาอยู่ในห้องขนาดเล็กและขนาดกลาง ส่วนภาคขยายภายในตัวลำโพงเองเป็นแบบเพาเวอร์แอมป์คราส AB บอดี้ของตัวลำโพงเองจะทำมาจากตัวไม้เป็นประเภทไม้วอร์นัท เป็นไม้เนื้อหนาประมาณ 15 มม. มาพร้อมกับด้านหน้าที่เป็นตะแกรงเหล็ก มีรูปทรงนูนเป็นโดมออกมา ภายในตัวลำโพงก็จะเป็นแบบ สเตอริโอ 2.0 เป็นแบบ 2 ทาง แยกกำลังขับเสียงทุ้มกลาง และ เสียงแหลม ชัดเจน แยกขับทั้งด้านซ้ายและขวาด้วย ภายในก็ยังให้ดอกลำโพงที่เป็น woofer ขนาด 4 นิ้ว มาจำนวน 2 ตัว ด้านบนก็จะเป็นดอกลำโพงเสียงแหลม twitter ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 ตัว จูนเสียงต่ำด้วยท่อเบสแบบรีเฟค เป็นท่อเบสแบบลมออก ก็จะทำให้ลำโพงตัวนี้มีเสียงต่ำ กลาง แหลม ที่ครบเลย กำลังขับก็อยู่ที่ข้างละ 30wrms ส่วนบริเวณด้านบนตัวเครื่องนั้น ก็ยังสามารถใช้ในการควบคุมได้ทั้งหมดจากตัวเครื่องก็ได้ ถ้าหากว่าทำรีโมทหายก็ควบคุมได้ที่ตัวเครื่อง การใช้งานก็ต้องบอกว่าเรียบง่าย เรียบหรู ฟังก์ชั่นต่างๆ ก็จะไม่ยุ่งยาก การใช้งานง่ายๆ ไม่ต้องอ่านคู่มือก็สามารถใช้งานได้แล้ว อีกหนึ่งส่วนสำคัญเลยที่ต้องรีวิวก็คือ ขนาดของตัวลำโพงเอง ความกว้างอยู่ที่ 30 ซม. ความสูงอยู่ที่ 19.5 ซม. ความลึกอยู่ที่ 26 ซม. โดยรวมแล้วก็เป็ฯลำโพงที่ไม่ได้ใหญ่มาก สิ่งที่เหมาะสมก็น่าจะเป็นบนหัวเตียง เพราะมีฟังก์ชั่นนาฬิกาปลุกด้วยนั่นเอง

   สำหรับเรื่องของบุคลิกเสียหรือว่าแนวเสียงของลำโพงรุ่นนี้ ก็ต้องบอกว่าหลังจากที่แอดมินเองได้ทดสอบใช้งานมาแล้วนั้นก็รู้สึกว่า เป็นลำโพงที่เน้นความคมชัดของเนื้อร้อง ของเสียงร้อง ได้ดีมากๆ ให้ความรู้สึกเหมือนกับว่ามีนักร้องมาร้องให้ฟังเองที่บ้านกันเลยทีเดียว นอกจากนั้นการให้น้ำเสียงของเครื่องดนตรี ก็ถือว่าเป็นลำโพงที่เน้นรายละเอียดของเสียงได้ชัดเจน แต่จะเด่นเรื่องของเสียงร้องมากกว่า ให้ความละมุนละไมในเนื้อเสียง เป็นลำโพงที่ใช้เปิดฟังเพลงสบายๆ ชิวๆ หรือเพลงอะครุสติกส์ได้อย่างดีเยี่ยมเลย

   สำหรับฟังก์ชั่นวิทยุ fm นั้นก็สามารถที่จะรับคลื่นในบ้านเราได้ไม่มีปัญหา ถ้าใช้เสาอากาศสำหรับวิทยุเชื่อมต่อด้วยแล้วก็รับสัญญาณได้ชัดเจนดี สำหรับเรื่องของราก็จะอยู่ในงบ 19,xxx บาท ก็จะมีเปิดตัวมาให้เลือกอยู่ด้วยกัน 4 สีได้แก่ สีเนื้อไม้วอร์นัท ที่ให้อารมณ์เป็นลำโพงที่เป็นเฟอร์นิเจอร์ได้ แล้วก็จะมีสีขาว สีดำ และก็สีแดง ก็ชอบสีไหนอย่างไรก็ลองไปมองๆ หากันได้ตามร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศเลย เพราะลำโพงรุ่นนี้ก็เปิดตัวกันมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว อาจจะหาซื้อยากไปด้วยซ้ำเพราะอยู่ในกลุ่ของลำโพง Hi-end จริงๆ

รีวิวลำโพงไร้สาย JBL Xtreme Splashproof Bluetooth กันน้ำสาดกระเซน พร้อมฟังก์ชั่นอัดแน่นและพลังเสียงจัดเต็มรูปแบบลำโพงพกพาใช้งานได้ยาวนาน

 

   108plaza ของเราในตอนนี้ก็มีอีกหนึ่ง gadget ที่น่าสนใจจากแบรนด์ JBL มาฝากเพื่อนๆ ที่รักในการฟังเพลงมาให้ได้อ่านกันอีกแล้ว ซึ่งแอดมินก็ได้เตรียมเอาลำโพงไร้สายรุ่น JBL Xtreme มารีวิวกันแบบจัดเต็ม จัดหนัก เจาะลึกในทุกๆ ฟังก์ชั่นการใช้งาน ไม่รอช้าไปติดตามกันได้เลย

   บอกได้เลยว่านี่คือลำโพงบลูทูธสำหรับขาลุย ชอบไปเที่ยวทะเล ไปเที่ยวน้ำตก และ สถานที่ต่างๆ สามารถพกพาไปฟังเพลงได้ยาวๆ หรือ ใครที่ชอบฟังเพลงในห้องน้ำ ลำโพงรุ่นนี้กันน้ำสาดกระเซนตามมาตรฐาน IPx5 ได้ด้วย อุปกรณ์ที่ให้มาในกล่องก็จะมีสายคล้องตัวลำโพง จะห้อยหรือจะหิ้วได้หมดเลย พร้อมกับมีสายชาร์จและหัวชาร์จมาให้ด้วย ใช้แบบตรงรุ่น ตรงกระแสไฟกันได้เลย ก็มีเท่านี้เองสำหรับอุปกรณ์เสริม ถัดมาก็จะเป็นตัวลำโพงที่มีรูปทรงตามรูปตัวอย่างสิ้นค้าด้านบน ก็จะเป็นทรงกระบอก ถือง่าย ไม่หนักมาก เปิดตัวมาให้เลือกใช้งานด้วยกัน 3 สี ก็จะมีสีแดง สีน้ำเงิน สีดำ ส่วนแอดมินเองคิดว่าสีแดงสวยสุดเลย ภายในตัวลำโพงเอง จะประกอบไปด้วยดอกลำโพงแบบ woofer จำนวน 2 ดอกอยู่โซนล่าง พร้อมกับดอกลำโพง twitter อีกจำนวน 2 ดอก ที่ให้เสียงแหลม พร้อมกับช่องเพิ่มมิติเสียงเบสแบบ passive radiator อีกจำนวน 2 ตัวอยู่ด้านขาวทั้งสองฝั่ง โดยตัวลำโพงจะให้เสียงแบบ สเตอริโอ แยกเสียงซ้าย-ขวา

   ในส่วนของฟี่เจอร์การใช้งานแบบไร้สายนั้น แน่นอนว่าสามารถที่จะเชื่อมต่อผ่านทางบลูทูธได้ เป็นบลูทูธเวอร์ชั่น 4.1 แล้วด้วย ก็ถือว่ามีความเสถียรในการเชื่อมต่อ ก็รองรับสมาร์ทโฟนทุกค่ายทุกฝั่ง ที่มีบลูทูธ พร้อมกับเครื่องเล่นเพลงทุกชนิดที่มีบลูทูธเช่นเดียวกัน แต่ถ้าใครที่ไม่สะดวกต่อบลูทูธ ก็จะมีโหมด AUX input แบบสายแจ็ค 3.5 มาให้เลือกใช้งานกันด้วย แต่ที่เด่นไปกว่านั้นสำหรับฟี่เจอร์เชื่อมต่อบลูทูธ เป็นเทคโนโลยีของ JBL ที่พัฒนาขึ้นมาเรียกว่า social mode ก็คือ จะสามารถรองรับการเชื่อมต่อบลูทูธได้ 3 devices หรือ 3 เครื่องพร้อมกัน แต่จะเปิดเพลงได้ทีละเครื่องที่สั่งเปิดหลังสุด เพลงในเครื่องก่อนหน้านั้นก็จะถูกตัดออกไป เหมาะสำหรับการปาร์ตี้กันหลายๆ คน หลายๆ เครื่อง ฟังเพลงหลายๆ แนว แต่อาจจะแย่งกันเปิดได้ด้วยเช่นเดียวกัน ตรงนี้ต้องจัดการดีๆ ด้วย

   อีกหนึ่งสเปคที่จุใจของลำโพงบลูทูธ JBL Xtreme รุ่นนี้ก็คือ ใส่แบตเตอร์รี่ความจุ 10,000 mAh มาให้เลย สามารถที่จะเปิดฟังเพลงกันยาวๆ ประมาณ 15 ชั่วโมง และ สามารถที่จะชาร์จแบตจาก 0 เปอรเซ็นต์จนเต็มภายในเวลาเพียง 3.5 ชั่วโมง เท่านั้นเอง เนื่องด้วยมีแบตเยอะ ก็เลยใส่พอร์ด USB มาถึง 2 พอร์ดด้วยกัน เป็นพอร์ดที่เอาไว้เป็นเพาเวอร์แบงค์เท่านั้น โดยจ่ายไฟแบบขนาดที่ 2A ถ้าอยากให้ชาร์จสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ดเต็มเร็วๆ ก็ให้เสียบชาร์จแค่เครื่องเดียว ถ้าเสียบทั้ง 2 เครื่องพร้อมกันจะจ่ายไฟที่ 1A เท่านั้น แบตก็จะเต็มช้าลง และ จะสามารถชาร์จได้แบบฉุกเฉินเท่านั้น เพราะแบตตัวลำโพงก็จะหมดลงไปด้วยเช่นเดียวกัน แต่ก็แนะนำว่าพอร์ดเชื่อมต่อต่างๆ จะมีตัวยางซีนปิดอยู่ทุกช่องเสียบ ถ้าใช้แล้วอย่าลืมปิดให้แน่น เพื่อป้องกันน้ำเข้าในภายหลัง ป้องกันตัวลำโพงเสียหายด้วย ถ้าไม่ปิดน้ำอาจจะเข้าได้ ถัดมาอีกหนึ่งฟี่เจอร์คือ ตัวลำโพงมีไมค์โครโฟนด้วย สามารถกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์ได้เลย พร้อมกับมีระบบป้องกันเสียงรบกวน และ เสียงสะท้อนกลับด้วย เพื่อให้การพูดคุยได้ยินชัดเจนขึ้นนั่นเอง ในส่วนถัดมาเรื่องของการกันน้ำนั้น บอดี้ของลำโพงรุ่นนี้ JBL ค่อนข้างที่จะใส่ใจรายละเอียดมาดีมากเลย บอดี้เป็นลัฟเบอร์อย่างดี กันรอยขุดขีดได้ เนื้อผ้าที่หุ้มมานั้นถูกเคลือบสารกันน้ำมาแล้วด้วย น้ำไม่สามารถไหลผ่านเข้าไปข้างในตัวลำโพงได้ แน่แนะนำว่ามันกันน้ำกระเซนได้เท่านั้น ใครที่ทำตกน้ำต้องรีบเก็บขึ้นมา ลำโพงจะไม่พังเสียหาย แต่ถ้าเอาไปแช่น้ำ ลำโพงจะพังแน่นอน อีกหนึ่งฟี่เจอร์ส่งท้ายก็คือมีระบบ JBL connect จะสามารถเชื่อมต่อกับลำโพงในแบรนด์ JBL ทุกรุ่นที่มีระบบนี้ จะสามารถทำเป็นลำโพงสเตอริโอได้ เชื่อมต่อกันแบบไร้สาย 2 ตัวเข้าด้วยกัน

   ลำโพงบลูทูธจาก JBL รุ่น Xtreme ตัวนี้ก็ต้องบอกว่าพลังเสียงนั้นไม่ธรรมดา เน้นพลังเสียงเบสที่โดดเด่น ใครที่ชอบฟังเพลงสไตล์เอามันส์เข้าว่า เอาความสะใจเข้าไว้ก่อน แบบนั้นค่อนข้างที่จะตอบโจทย์เป็นอย่างดีเลย แถมมีฟี่เจอร์ที่ครบครันก็ลองไปหาทดสอบใช้งานกันได้

รีวิว หูฟังบลูทูธที่มาพร้อมกับพลังเสียเบสแน่นๆ จาก JBL E25BT รุ่นใหม่ล่าสุดประจำปี 2017

 

   108plaza ในตอนนี้มีอีกหนึ่ง gadget ใหม่ล่าสุดเลยจากแบรนด์ JBL อีกหนึ่งชิ้น หนึ่งซีรีส์ที่เปิดตัวตามๆ กันมาในช่วงต้นปี 2017 แบบนี้ แน่นอนว่าถ้าเป็นแบรนด์ JBL ก็คงต้องอยู่ในกลุ่มของชุดเครื่องเสียง ลำโพงหลายๆ รุ่น ลำโพงบลูทูธ และที่นำมาในตอนนี้ก็เป็นหูฟังบลูทูธนั่นเอง จะเป็นรุ่นไหนอย่างไร ไปติดตามรีวิวกันได้เลย

   นี่คือหูฟังบลูทูธจาก JBL มีชื่อรุ่นว่า E25BT ซึ่งก็เป็นรุ่นที่ถือว่าเป็นรุ่นพี่ของ E15 ที่เป็นหูฟังที่แบบเสียบสายปกติ แต่ทั้งสองรุ่นนี้ก็ถือว่าค่อนข้างจะผิดแปลกไปจากกลุ่มหูฟังของ JBL หลายๆ รุ่นที่มักจะผลิตหูฟังออกมาที่เน้นความเป็น Hi-end ที่มีแนวเสียงไปในทิศทางที่ฟังเพราะๆ สบายๆ เน้นรายละเอียดของเสียง ความเป็นธรรมชาติของเสียง แต่หูฟังทั้งในรุ่น E25BT ที่เป็นหูฟังบลูทูธตัวนี้และตัว E15 จะเน้นไปในแนวเสียงแบบวัยรุ่นๆ ที่ชื่นชอบความมันส์ สะใจในเรื่องของพลังเสียงเบส ความจัดจ้านของเสียงแหลม ความโดดเด่นของเสียงกลางพุ่งๆ เน้นความมันส์ของเสียงดนตรีว่ากันแบบนั้น

   สำหรับหูฟังบลูทูธ JBL E25BT รุ่นนี้เปิดตัวมาให้เลือกอยู่ด้วยกัน 5 สี ได้แก่ สีขาว สีดำ สีน้ำเงิน สีเขียว และก็สีแดง ซึ่งหูฟังรุ่นนี้ถ้าใครที่ชื่นชอบ ชื่นชมและเป็นแฟนพันธ์เครื่องเสียง ลำโพง หรือ สินค้าทุกๆ ชิ้นของ JBL เองนั้น หูฟังบลูทูธรุ่นนี้ก็จะกลายเป็นสิ่งที่น่าสะสมอีกหนึ่งชิ้น เพราะการันตีว่าเป็น JBL signature sound อีกหนึ่งรุ่นเหมือนกัน ก็ถือว่าเป็นลายเซ้นต์ของเสียงในแบบฉบับ JBL ว่ากันแบบนั้น ใครที่หูเทพ หูทอง ทั้งหลายที่แยกบุคลิกเสียงของลำโพงหรือหูฟังของแต่ละแบรนด์ออกก็ลองไปหาทดสอบฟังกันได้ตามร้านค้าชั้นนำทั่วไปได้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพื่อนๆ คนไหนที่ชื่นชอบการฟังเพลงแนว EDM sound หรือซาวต์ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลาย แนว hippop อะไรแบบนั้น ค่อนข้างที่จะเหมาะกว่าหูฟังทุกๆ รุ่นของ JBL ที่เปิดตัวมาก่อนหน้านี้อย่างยิ่งเลย แล้วที่พิเศษไปกว่านั้น หูฟังรุ่นนี้เป็นหูฟังบลูทูธ ดังนั้น ภายในก็จะมีแบตเตอร์รี่ในตัว มีภาคขยายในตัว กำลังขับก็มีในตัวเช่นเดียวกัน สิ่งที่ตามมาก็คือ เรื่องของความอิ่มของเสียง เรื่องอิมแพคของเสียง มิติของเสียง ไม่ต้องไปพึ่งกำลังขับจากตัวสมาร์ทโฟนหรือเครื่องเล่นเพลงพกพาใดๆ เหมือนกับหูฟังแบบเสียบสาย ตรงนี้ก็คือว่าดีกว่าและสะดวกกว่าด้วย ไม่ต้องไปพบเจอกับปัญหาสายพันกัน หรือ สายขาด หรือ สายรุงรังน่ารำคาญ ก็ถือว่าเทรนด์หูฟังบลูทูธน่าจะมาแรงเลยทีเดียวในปี 2017 นี้

   ในส่วนของสเปคตัวหูฟังบลูทูธรุ่นนี้ JBL E25BT ก็มาพร้อมกับบลูทูธเวอร์ชั่น 4.1 ก็ถือว่ามีความเสถียรในการเชื่อมต่ออย่างดีเลยในเวอร์ชั่นที่ถือว่าใหม่ล่าสุดที่นำมาใช้ในกลุ่มหูฟังแล้ว ระยะการเชื่มอต่อก็อยู่ที่ 15-20 เมตรที่เปรียบเทียบในการใช้งานจริงๆ ก็ถือว่าใช้งานได้สบาย แต่สเปคที่ให้มาในคู่มือนั้นได้ไกลกว่านั้นมา แต่โดยทั่วไปก็ไม่น่าจะมีใครใช้งานในระยะไกลเกินกว่านั้นอีกแล้ว ถัดมาในส่วนของการใช้งานกับแบตเตอร์รี่นั้น สามารถที่จะใช้งานได้ต่อเนื่องกัน 8 ชั่วโมง ภายในเป็นแบตเตอร์รี่แบบริเที่ยมไอออน มีความจุ 120 mAh ก็สามารถที่จะใช้ในการพูดคุยโทรศัพท์ได้ด้วย เพราะมีไมค์โครโฟนมาให้ พร้อมกับการฟังเพลงไปด้วยก็ถือว่ายาวนาน โดยใช้เวลาในการชาร์จแบตจาก 0 จนเต็มก็เพียงแต่ 2 ชั่วโมงเท่านั้นเอง แล้วที่เป็นจุดเด่นไปกว่านั้น ที่ JBL อัดสเปคมาให้ ก็คือสามารถที่จะเชื่อมต่อบลูทูธกับ Device ต่างหรือหรือสมาร์ทโฟนได้พร้อมๆ กันถึง 2 เครื่อง ก็สามารถซื้อมาคู่เดียว ใช้ร่วมกับแฟนได้เลย ประหยัดดี แต่ก็ต้องแย่งกันเปิดเพลงสักนิดหนึ่ง ต้องตกลงว่าจะฟังเพลงจากเครื่องไหน เพราะเปิดได้ทีละเครื่องเท่านั้น แต่หลายท่านอาจจะสงสัยว่าหูฟังบลูทูธรุ่นนี้กันน้ำหรือเปล่า คำตอบคือ ไม่กันน้ำ ไม่ใช่หูฟังที่เน้นการลุยๆ หรือการออกกำลังกาย แต่เน้นการฟังเพลงและการพูดคุยโทรศัพท์เท่านั้น

   ตรงบริเวณปุ่มคอนโทรลของหูฟังบลูทูธรุ่นนี้ ก็สามารถที่จะกดรับสาย เพิ่ม-ลดเสียง และ เลื่อนเพลงได้เลย ในกล่องก็จะให้ตัวคริปหนีบเสื้อและสายชาร์จมาให้ครบ สำหรับสเปคภายในเป็น dynamic driver ขนาดข้างละ 8 มิลลิเมตร ตอบสนองความถี่ได้ตั้งแต่ 20Hz-20kHz เลยทีเดียว ค่าความด้านทานที่ 16 ohm บอดี้เป็นพลาสติก ผิวมัน สายเป็นสายถัก ป้องกันสายพันกันได้ด้วย ความไวเสียงอยู่ที่ 102 dB น้ำหนักหูฟังอยู่ที่ 16.5 กรัม ราคา 2,4xx บาท ใครที่สนใจอ่านสเปคแล้วชอบ อ่านแนวเสียงแล้วชอบ ก็ลองไปหาทดสอบฟังเสียงกันได้เลย

วิว dbx goRack Professional Audio อุปกรณ์เชื่อมต่ออเนกประสงค์ขนาดเล็กสำหรับงาน Sound and Audio

รี

   108plaza มีอีกหนึ่ง gadget ใหม่ๆ จากทาง dbx ผู้ผลิตสินค้าในกลุ่มเครื่องเสียง ลำโพง และอุปกรร์อิเล็กทรอนิกส์ทางด้าน Audio รายใหญ่อีกหนึ่งชิ้นมารีวิวกัน ซึ่งมีชื่อว่า dbx goRack แล้วหลายท่านอาจจะถามว่า มันคืออะไร เมื่อดูจากรูปด้านล่างนี้แล้วเดาไม่ออกว่าคืออะไร คำตอบก็คือ มันคือ Processing อีกหนึ่งตัวที่สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างได้ครบครัน ทั้งไมค์โครโฟน ทั้งเครื่องดนตรี ทั้ง Devices ต่างๆ ที่เป็นเครื่องเล่นเพลง สมาร์ทโฟน และอื่นๆ แล้วถามว่ามันเหมาะกับคนที่ใช้งานทางด้านไหนบ้าง ก็บอกได้ง่ายๆ อีกเช่นเดียวกันว่า คนที่ทำงานเป็น DJ หรือคนที่ออกมางาน Event ตามบูธต่างๆ ที่ต้องมีเครื่องเสียงขนาดเล็กๆ เพื่อจัดงานทางด้านเสียงก็ได้ รวมไปถึงนักดนตรีที่เล่นกันเป็นวงเล็กๆ เป็น Music Band ก็ได้เช่นเดียวกัน หรือ ในกลุ่มงานแบบ Studio ก็ใช้งาน JBL goRack ตัวนี้ได้เช่นเดียวกัน เริ่มน่าสนใจแล้วใช่ไหมละครับ ไม่รอช้าไปรีวิวรายละเอียดพร้อมๆ กันเลย

   สิ่งแรกเลยที่ตัว JBL goRack ทำได้แบบในตัวเดียว ก็คือ สามารถที่จะเสียบต่อไมค์โครโฟนได้เลย สามารถที่จะเสียบได้ทั้งแบบ XLR Jacks LEFT/RIGHT หรือจะเป็นไมค์แบบแจ็คโฟนธรรมดาที่เป็น ¼ inch input jacks ก็ได้ ก็จะสามารถเสียบได้มากถึง 2 input หรือว่า 2 channel ซึ่งก็จะสามารถใช้ไมค์ได้ 2 ตัว หรือ จะใช้ไมค์หนึ่งตัว และ เครื่องดนตรีอีกหนึ่งชนิด ก็ใช้งานได้ ถัดมาก็ยังจะมีช่อง input AUX 3.5 มาให้อีก 2 ช่องเสียบหรือว่า 2 channel เช่นเดียวกัน ซึ่งตรงนี้เราก็สามารถที่จะเสียบเชื่อมต่อเข้ากับเครื่องเล่นเพลงต่างๆ หรือ สมาร์ทโฟนทุกค่าย ทุกฝั่งเชื่อมต่อได้หมดเลยผ่านทางช่องเสียบหูฟัง รวมไปถึงจะเชื่อมต่อมาจากลำโพงบลูทูธที่มีช่องเสียบ AUX output อีกทีก็ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งจะเหมาะมากเลยสำรหับนักดนตรี ที่ไม่ต้องหอบเครื่องเสียงไปเยอะ ต้องมีทั้งมิกเซอร์ มี EQ หรือมี crossover อีกมากมาย ในตัวนี้ JBL goRack เป็น driverRack ขนาดเล็กที่มีในตัวเดียวก็จบเลย สามารถใช้งานได้ ในส่วนถัดมาก็คือช่อง Output ที่จะออกไปเป็นแบบ สเตอริโอ แบบ 2 ช่อง XLR Balance เพื่อที่จะส่งสัญญาณเข้าไปหาเพาเวอร์แอปม์แล้วไปออกลำโพงอีกทีหนึ่ง หรือ ง่ายกว่านั้น ก็จะมีตัวลำโพงของทาง JBL เองที่มีเพาเวอร์แอมป์ในตัวออกมาหลายๆ รุ่น แล้วทางทีมงานและแอดมินของเรา 108plaza ก็เคยเอามาเขียนรีวิวให้แล้ว ก็มีอยุ่หลายๆ รุ่นเช่นเดียวกัน ก็สามารถใช้ร่วมกับตัว JBL goRack ตัวนี้ได้ พูดง่ายๆว่า ใครที่ไม่เข้าใจว่า Processing คืออะไร แต่ตัวนี้มันก็ทำหน้าที่คล้ายกับ มิกเซอร์ ตัวเล็กๆ ที่มีช่อง input อยู่ 4 ช่องหลักๆ มาให้ได้ใช้งานกันนั้นเอง แต่จะเหนือกว่ามิกเซอร์ก็คือมีตัวประมวลผลของเสียงมาให้เลยในตัว

   เราพูดถึงการใช้งานของ JBL goRack ในฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อบริเวณด้านหลังไปกันแล้วในช่วงต้น ถัดมาก็จะมีการใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ทางด้านหน้ากันบ้าง ปุ่มแรกเลยก็จะใช้ในการปรับ gain input knobs ก็คือจะเป็นคล้ายๆ master ที่จะคอยควบคุมความดังเบาของเสียงทั้งหมดเลย ถัดมาก็จะเป็นไฟ LED บอกสถานการณ์ใช้งานต่างๆ หรือ การเลือกโหมดการเชื่อมต่อต่างๆ ให้เราเห็นว่ามีปุ่มไหน โหมดใดทำงานอยู่บ้าง ก็ดูได้จากทางด้านหน้าเลย

   อีกหนึ่งส่วนความง่ายและความสะดวกในการใช้ JBL goRack ตัวนี้กัน นอกจากจะมีฟังก์ชั่นที่คล้ายกับมิกเซอร์ขนาดเล็กมาให้ได้เชื่อมต่อกันแล้ว ภายในก็ยังมีทั้งตัว EQ ที่จะคอยปรับแต่งเสียงในย่านต่างๆ ตั้งแต่ในย่านความถี่ต่ำไปจนถึงย่านความถี่สูงที่มีตามมาตรฐานก็คือ รองรับตั้งแต่ 20Hz ไปจนถึง 20kHz กันเลยทีเดียว เราก็จะสามารถบูธขึ้นมาได้ว่าจะเลือกเอาความถี่เสียงต่ำ เสียงกลาง หรือเสียงแหลมเพิ่มขึ้นมาให้มีมิติที่ดีขึ้นกว่าเดิม ตรงนี้จะเหมาะมากเลยสำหรับคนที่ทำงานเป็น DJ เปิดเพลงตามสถานที่ต่างๆ ที่ไม่ยากใช้เครื่องเสียงเยอะๆ ใช้ตัวนี้ตัวเดียวจบเลย มีให้ครบ รวมไปถึงอีกหนึ่งโหมดก็จะมีตัว Processer ด้วย เป็นตัวที่จะคอยป้องกันเสียงในความถี่ที่เกินหรือ peak อย่างเช่นการเสียบไมค์แล้วมีอาการหอนหรือเสียงดังเกินไป ก็สามารถป้องกันได้ภายในตัวเครื่องเลย

   ก็จัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง Device ที่ค่อนข้างสะดวกสบาย พร้อมกับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้สะดวก สามารถเชื่อมต่อกับมิกเซอร์ก็ได้ พร้อมทั้งเชื่อมต่อกับเพาเวอร์แอมป์ต่างๆ เพื่อให้ไปที่ลำโพง รวมไปถึงสมาร์ทโฟน ลำโพงบลูทูธ และอื่นๆ ก็สามารถปรับประยุกต์ใช้งานได้มากมายขึ้นอยู่กับประเภทของงานนั่นเอง

Review JBL Pulse 2 ลำโพงบลูทูธสีสันแห่งเสียงที่ทุกคนรอคอย

 

 

   ถ้าหากใครที่ชื่นชอบการจัดปาร์ตี้เล็กที่มีเพื่อน ๆ ที่สนิทมาพบปะกัน หรือเป็นคนชอบการเดินทางไปทำกิจกรรม Outdoor ต่างๆ ลำโพงขนาดพกพาย่อมตอบโจทย์ได้ค่ะ เพราะว่าในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องมีเครื่องเสียงขนาดใหญ่ ก็สามารถให้พลังเสียงได้เกือบเทียบเท่ารุ่นใหญ่เช่นกัน ดังเช่นคุณสมบัติพิเศษของสินค้าอินเทรนด์ที่จะมารีวิวในบทนี้ อย่าง ลำโพงบลูทูธ ในชื่อแบรนด์ของ JBL

 

   สำหรับในกลุ่มของลำโพงบลูทูธขนาดพกพาที่อยู่มากมายหลายยี่ห้อที่พอรู้จักมา ดูเหมือนจะไม่มีแบรนด์ไหนจะสดุดตาเท่า JBL เลย เพราะฉะนั้นจึงขอมาลองเล่นลำโพงสเตอริโอขนาดพกพาแบรนด์ JBL กันหน่อยในรุ่น PULSE 2 โดยจุดเด่นคือการให้พลังเสียงที่หนักแน่นทั้งเบสและโทนเสียงต่างๆ แต่สิ่งที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้คือ การที่ลำโพงรุ่นนี้จะมี 3 ปัจจัยที่จะช่วยให้การฟังเพลงมีอรรถรสมากขึ้น ด้วย “แสง สี เสียง” ที่แสดงและสีจะแสดงผลแปรเปลี่ยนไปตามจังหวะของเสียงเพลง สำหรับฟีเจอร์แสดงผลของสีสันจะมีอยู่หลายเฉดสี สามารถเลือกใช้งานได้โดยไม่จำเจ เพื่อให้เข้ากับเพลงที่กำลังเปิด หรือช่วงอารมณ์ของผู้ฟังขณะนั้น เพื่อให้เพลิดเพลินไปกับเพลง ทั้งนี้ด้านเสียงเมื่อเปิดใช้งานสุดทั้งตัวสมาร์ทโฟนและตัวลำโพง ผลลัพธ์ปรากฏว่าให้เสียงที่ดังมากแต่ก็มีเสียงแตกเล็กน้อยในบางจังหวะ และถ้าหากว่าไม่ต้องการกดเพื่อเปลี่ยนการแสดงผลของเฉดสีให้ยุ่งยาก สามารถนำสิ่งของที่มีสี เพื่อมาแนบกับลำโพง จากนั้นลำโพงก็จะเปลี่ยนสีตามสิ่งของนั้นๆ โดยวิธีการคือนำตัวลำโพงที่ด้านบนจะมีโมดูลคล้ายกับเลนส์กล้องไปวางแนบกับสิ่งของ เช่น หากนำลำโพงไปวางแนบกับถังดับเพลิงที่เป็นสีแดง เฉดสีที่แสดงก็จะเปลี่ยนเป็นโทรสีแดงทันทีไม่ว่าจะก่อนหน้าจะแสดงสีใดอยู่ก็ตาม ส่วนระยะเวลาการใช้งาน JBL เคลมว่านานสูงสุด 10 ชั่วโมงกับแบตเตอรี่ขนาด 6,000 mAh แต่เมื่อทดสอบแล้วพบว่าขณะที่เปิดระดับเสียง 100% ก็สามารถใช้งานนานประมาณเกือบ 5 ชั่วโมง ทว่าถ้าเปิดระดับเสียงระดับ 50% จะใช้งานในระยะเวลาได้ประมาณ 9 ชั่วโมง และในเรื่องของระยะเวลาการชาร์จพบว่าจาก 0 – 100% อยู่ในระยะเวลาไม่เกิน 5 ชั่วโมง นอกจากนี้ JBL PULSE 2 มีมาตรฐานกันนํ้าแบบ Splashproof ในลักษณะที่โดนนํ้าได้ เช่น ฝนตก หรือนํ้ากระเด็น แต่ว่าไม่สามารถใช้งานในนํ้าได้ ทว่าทางที่ดีหากเปียกนํ้าแล้ว ควรที่จะรีบเช็ดให้แห้ง เพื่อป้องกันปัญหาเกิดขึ้นภายหลัง ต่อไปมาดูด้านดีไซน์กันบ้าง โดย JBL PULSE 2 มีพื้นผิวสัมผัสเรียบเนียนส่วนบอดี้ดูมีความแข็งแรง แน่นอนว่าเป็นพลาสติก ทว่าเกรดที่ใช้จะไม่เป็นเกรดตํ่า ซึ่งเมื่อสัมผัสดูแล้วจะรู้สึกว่ามีความมั่นคงทน ทาน ทั้งนี้เรื่องของรายละเอียดการใช้งานมีดังต่อไปนี้ ด้านหน้าของลำโพง JBL PULSE 2 ก็มีลักษณะเป็นลวดลายตะแกรง ซึ่งเมื่อเปิดใช้งานอย่างที่กล่าวข้างต้นจะมีแสงสีต่างๆ จึงทำให้เมื่อมองดูแล้ว มีความเป็นหนึ่งเดียวกัน ก็คล้ายกับการมีลูกเล่นนั่นเอง อย่างไรก็ดีถ้าเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ แล้วมีการ Call มา ตัวลำโพงก็สามารถใช้งานเพื่อพูดคุยได้ เพราะจะมีช่องลำโพงอยู่ที่ด้านล่างโลโก้ JBL โดยมาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวน และเอคโค่ ทั้งนี้ด้านขวาของปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงจะมีจุดสีขาวอยู่ 5 จุด หมายถึงเป็นการแสดงปริมาณของแบตเตอรี่ โดยแต่ละจุดจะมีค่าเท่ากับ 20% JBL PULSE 2 ลำโพงสเตอริโอเปลี่ยนสีสันตามจังหวะเพลง พร้อมคุณสมบัติกันนํ้า และเสียงเบสที่หนักแน่น สามารถนำสิ่งของที่มีสี เพื่อมาแนบกับลำโพง จากนั้นลำโพงก็จะเปลี่ยนสีตามสิ่งของนั้นๆ โดยวิธีการคือนำตัวลำโพงที่ด้านบนจะมีโมดูลคล้ายกับเลนส์กล้องไปวางแนบกับสิ่งของ เช่น หากนำลำโพงไปวางแนบกับถังดับเพลิงที่เป็นสีแดง เฉดสีที่แสดงก็จะเปลี่ยนเป็นโทรสีแดงทันทีไม่ว่าจะก่อนหน้าจะแสดงสีใดอยู่ก็ตาม แบตเตอรี่ สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 5 ชั่วโมงต่อการชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้ง นอกจากนี้ JBL PULSE 2 มีมาตรฐานกันนํ้าแบบ Splashproof ในลักษณะที่โดนนํ้าได้ เช่น ฝนตก หรือนํ้ากระเด็น แต่ว่าไม่สามารถใช้งานในนํ้าได้ ทว่าทางที่ดีหากเปียกนํ้าแล้ว ควรที่จะรีบเช็ดให้แห้ง เพื่อป้องกันปัญหาเกิดขึ้นภายหลัง ทั้งนี้ด้านขวาของปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงจะมีจุดสีขาวอยู่ 5 จุด หมายถึงเป็นการแสดงปริมาณของแบตเตอรี่ โดยแต่ละจุดจะมีค่าเท่ากับ 20% และถ้าหากต้องการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถดาวน์โหลดแอพJBL CONNECT ได้ที่ App Store และ Google Play Store กันเลย

 

   สรุปคุณสมบัติเด่น ๆ เลยของลำโพง JBL PULSE 2 คือ กันนํ้าสาดหรือป้องกันน้ำได้ หรือถ้าเวลาฝนตก ด้วยจุดประสงค์ป้องกันอุบัติเหตุ และสิ่งสำคัญคือไม่ควรใช้ใต้นํ้า ถึงแม้จะกันน้ำได้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเอาไปจุ่มน้ำเป็นเวลานาน ๆ ได้ และทางที่ดีเพื่อความปลอดภัย หากเปียกควรรีบเช็ดนํ้า แบตเตอรี่ 6,000 สามารถเล่นเพลงได้นานต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ชั่วโมง เพราะขึ้นอยู่กับทำนองของเสียงเพลงและความดัง การแสดงแสงสี ทำให้รู้สึกสวยงามทั้งตอนกลางวันและกลางคืน เสียงที่ให้มีความดังหนักแน่น ผสมผสานด้วยเสียงเบสที่ลงตัว จึงถือเป็นสินค้าอินเทรนด์อีก 1 อย่างที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว

 

รีวิวลำโพงบลูทูธ Creative Sound Blaster Roar พลังเสียงที่จะให้คุณได้ฟังแบบกระทึ่มและมีมิติของเสียงที่เกินตัว

 

   ลำโพงบลูทูธชนิดพกพาที่มีการเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth , NFC , แบตเตอร์รี่ใช้งานได้ 8 ชั่วโมง เพิ่มพลังเบสด้วยระบบ TeraBass ที่ให้คุณได้สะใจเกินกว่าลำโพงแบบพกพา ติดตามรีวิวแบบจัดเต็มได้ที่นี่ตอนนี้ 108plaza

   เริ่มต้นด้วยการดีไซน์รอบๆ กล่องก็จะออกแบบมาเรียบง่าย เป็นรูปด้านต่างๆ ของตัวลำโพงด้านใน ส่วนหน้าหลังของกล่องก็จะบอกสเปคของตัวลำโพงไว้ว่า สามารถใช้งานได้ทั้งแบบเชื่อมต่อบลูทูธ หรือ ใครที่ใช้สมาร์ทโฟนทางฝั่ง Android ก็จะมีระบบ NFC มาให้ แค่แตะก็เชื่อมต่อได้แล้ว ต่อมาเป็นระบบ TeraBass ในโหมดนี้จะเป็นปุ่มที่ช่วยบูสเบสขึ้นมา สำหรับคนที่ชอบฟังมิติเสียงที่กระทึ่ม แม้ว่าจะเปิดเสียงเพลงเบาๆ ถ้ากดปุ่มนี้ที่ตัวเครื่อง พลังเบสก็จะเพิ่มขึ้นมาให้มีมิติที่ดังมากขึ้นในส่วนของเสียงเบสนั้นเอง เท่านั้นยังไม่พอ เพราะชื่อรุ่นบอกไว้ว่าเป็นตัว ROAR ก็คือเสียงที่จะทำให้เร้นท์ของเสียงมันกว้างขึ้นกว่าปกติ ที่ตัวเครื่องก็จะมีปุ่ม Roar Audio อยู่ ก็จะทำให้เสียงที่มีมิติกว้างขึ้นเหมือนกับฟังในฮอล์ใหญ่ๆ อะไรแบบนั้น ถัดมาที่ตัวเครื่องยังสามารถรองรับการใส่ตัว micro sd card ได้ด้วย สามารถรองรับความจุได้สูงสุดที่ 32 GB ก็จะรองรับไฟล์เพลงทั่วไปที่เป็น MP3, WMA, WAV แบบนี้เป็นต้น ถัดมาก็จะมี Bedtime Mode ก็คือที่ตัวเครื่องสามารถตั้งนาฬิกาปลุกได้ด้วย ถัดมาก็เป็น Link Security ก็คือเป็นตัวป้องกันการแย่งเชื่อมต่อบลูทูธ เราสามารถตั้งให้มือถือของเราเองเชื่อมต่อบลูทูธได้เครื่องเดียวเท่านั้น หรือ จะเปิดโหมดนี้ให้คนอื่นสามารถเชื่อมต่อบลูทูธก็ได้ด้วย ก็แล้วแต่ความสะดวกของเราว่าอยากให้เพื่อนๆ หรือคนอื่นมาเปิดเพลงร่วมกับเราหรือไม่ นอกจากนั้นก็ยังสามารถกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์เป็น speaker phone ได้ด้วย แล้วก็ยังไม่หมด ยังมีการกดบันทึกเสียงได้ด้วย เนื่องจากใส่เมมโมรี่ได้ เราสามารถกดปุ่มเพื่อบันทึกเสียงพูดคุยกันในห้องอะไรแบบนี้ได้ด้วย สามารถใช้แอบฟังเวลาเพื่อนๆ อยู่ในห้องก็กดบันทึกเอาไว้แบบนี้ได้ด้วย เท่านั้นยังไม่หมด ยังมีโหมด Megastereo อีกด้วย ในโหมดนี้จะสามารถเชื่อมต่อลำโพงในรุ่นเดียวกันแบบไร้สายได้ 2 ตัว แบบเพิ่มมิติเสียง เพิ่มความดัง สร้างความสนุกให้เยอะขึ้นถ้ามีลำโพงรุ่นนี้ 2 ตัว แล้วก็สามารถเสียบพอร์ด USB เพื่อเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊คได้อีกด้วย เป็นรายละเอียดของตัวลำโพงบลูทูธที่เยอะจริงๆ

อุปกรณ์ในกล่องที่มีมาให้ก็จะมีสาย USB ที่เอาไว้เสียบกับคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊ค สามารถเสียบแล้วก็มองเห็นตัวเครื่องได้เลย ไม่ต้องลง driver อื่นๆ เพิ่มเติม ถัดมาก็จะเป็นสายชาร์จและก็หัวชาร์จก็มีมาให้เลย นอกจากนั้นก็เป็นเรื่องของใบรับประกัน คู่มือการใช้งานต่างๆ ถัดมาก็จะมีตัวเครื่องอยู่ในกล่อง แพ็คมาอย่างสวยงามมีโฟมกันกระแทกเรียบร้อย ส่วนเรื่องของขนาดตัวเครื่องนั้นก็ต้องบอกว่ามันมีขนาดที่ใหญ่พอสมควร ใครที่คิดว่าจะพกพาง่ายๆ ใส่กระเป๋าใบเล็กๆ ไปก็คงจะยากสักนิดหนึ่ง ก็ต้องใส่กระเป๋าเดินทางหรือเป็นเครื่องเสียงประจำบ้านก็น่าจะเหมาะกว่า ขนาดของตัวเครื่อง ความยาวอยู่ที่ 22 ซม. ความสูง 5.7 ซม. ความกว้าง 11.5 ซม. น้ำหนักตัวเครื่องก็อยู่ที่ 1.1 กก. เป็นตัวเครื่องที่ไม่ได้ใหญ่มากอะไร ถือไปมาๆ ได้สะดวก แต่ไม่ได้เป็นขนาดเล็กมากอย่างที่บอกไปนะครับ

   ภายในตัวเครื่องก็จะมีลำโพงแบบ 2.1 อยู่ด้านใน ประกอบด้วยลำโพงแบบ passive radiator จำนวน 2 ตัว ขนาด 2.5 นิ้ว และก็มีลำโพงแบบ subwoofer ขนาด 2.5 นิ้ว จำนวน 1 ตัว ส่วนปุ่มต่างๆ การใช้งานด้านบนตัวเครื่องก็อย่างที่บอกไปในช่วงต้นว่ามีระบบอะไรบ้าง ก็ลองไปใช้งานกัน ก็ใช้งานได้ไม่ยาก ถัดมาที่ด้านหลังตัวเครื่องก็จะมีพอร์ดแบบ input 3.5 มม. มาให้ด้วย สามารถเสียบสายได้เลย รวมไปถึงมีพอร์ด USB เพื่อใช้เป็นเพาเวอร์แบงค์ได้ด้วย ความจุแบตเตอร์รี่ก็ 6000 mAh อีกหนึ่งส่วนที่ต้องบอกก็คือ ปุ่ม record เพื่อบันทึกเสียงนั้นจะเลือกได้ 2 ฟังก์ชั่น ก็คือ เลือกว่าจะใช้ไมค์ที่ตัวลำโพง หรือ จะใช้ไมค์ที่ตัวมือถือของเรา ถ้าใช้ที่ตัวมือถือก็จะสามารถบันทึกเสียงในขณะพูดคุยโทรศัพท์ได้ด้วย

   ในเรื่องของคุณภาพเสียงนั้นต้องบอกเลยว่าสามารถเลือกได้ตามความชอบเลยทีเดียว ใครที่อยากจะฟังแบบเบาๆ สบายๆ ก็ลองปิดระบบ Roar ที่ตัวเครื่องออกไป ก็จะเน้นไปที่เสียงทุ้มๆ และเสียงกลางแหลมที่ชัดเจน ส่วนใครที่มีปาร์ตี้ อยากได้เพลงแนวมันส์ๆ สนุกๆ ก็เปิดโหมด Roar ได้เลย ก็จะเพิ่มมิติเสียงเบสให้มันกระทึ่ม บวกกับปุ่ม TeraBass ด้วย ถือว่าน่าสนใจอย่างมากก็ลองเข้าไปหาซื้อกันได้ตามร้านค้าชั้นนำทั่วไป