Tag Archives: ลำโพงบลูทูธ

รีวิวลำโพงไร้สาย JBL Xtreme Splashproof Bluetooth กันน้ำสาดกระเซน พร้อมฟังก์ชั่นอัดแน่นและพลังเสียงจัดเต็มรูปแบบลำโพงพกพาใช้งานได้ยาวนาน

 

   108plaza ของเราในตอนนี้ก็มีอีกหนึ่ง gadget ที่น่าสนใจจากแบรนด์ JBL มาฝากเพื่อนๆ ที่รักในการฟังเพลงมาให้ได้อ่านกันอีกแล้ว ซึ่งแอดมินก็ได้เตรียมเอาลำโพงไร้สายรุ่น JBL Xtreme มารีวิวกันแบบจัดเต็ม จัดหนัก เจาะลึกในทุกๆ ฟังก์ชั่นการใช้งาน ไม่รอช้าไปติดตามกันได้เลย

   บอกได้เลยว่านี่คือลำโพงบลูทูธสำหรับขาลุย ชอบไปเที่ยวทะเล ไปเที่ยวน้ำตก และ สถานที่ต่างๆ สามารถพกพาไปฟังเพลงได้ยาวๆ หรือ ใครที่ชอบฟังเพลงในห้องน้ำ ลำโพงรุ่นนี้กันน้ำสาดกระเซนตามมาตรฐาน IPx5 ได้ด้วย อุปกรณ์ที่ให้มาในกล่องก็จะมีสายคล้องตัวลำโพง จะห้อยหรือจะหิ้วได้หมดเลย พร้อมกับมีสายชาร์จและหัวชาร์จมาให้ด้วย ใช้แบบตรงรุ่น ตรงกระแสไฟกันได้เลย ก็มีเท่านี้เองสำหรับอุปกรณ์เสริม ถัดมาก็จะเป็นตัวลำโพงที่มีรูปทรงตามรูปตัวอย่างสิ้นค้าด้านบน ก็จะเป็นทรงกระบอก ถือง่าย ไม่หนักมาก เปิดตัวมาให้เลือกใช้งานด้วยกัน 3 สี ก็จะมีสีแดง สีน้ำเงิน สีดำ ส่วนแอดมินเองคิดว่าสีแดงสวยสุดเลย ภายในตัวลำโพงเอง จะประกอบไปด้วยดอกลำโพงแบบ woofer จำนวน 2 ดอกอยู่โซนล่าง พร้อมกับดอกลำโพง twitter อีกจำนวน 2 ดอก ที่ให้เสียงแหลม พร้อมกับช่องเพิ่มมิติเสียงเบสแบบ passive radiator อีกจำนวน 2 ตัวอยู่ด้านขาวทั้งสองฝั่ง โดยตัวลำโพงจะให้เสียงแบบ สเตอริโอ แยกเสียงซ้าย-ขวา

   ในส่วนของฟี่เจอร์การใช้งานแบบไร้สายนั้น แน่นอนว่าสามารถที่จะเชื่อมต่อผ่านทางบลูทูธได้ เป็นบลูทูธเวอร์ชั่น 4.1 แล้วด้วย ก็ถือว่ามีความเสถียรในการเชื่อมต่อ ก็รองรับสมาร์ทโฟนทุกค่ายทุกฝั่ง ที่มีบลูทูธ พร้อมกับเครื่องเล่นเพลงทุกชนิดที่มีบลูทูธเช่นเดียวกัน แต่ถ้าใครที่ไม่สะดวกต่อบลูทูธ ก็จะมีโหมด AUX input แบบสายแจ็ค 3.5 มาให้เลือกใช้งานกันด้วย แต่ที่เด่นไปกว่านั้นสำหรับฟี่เจอร์เชื่อมต่อบลูทูธ เป็นเทคโนโลยีของ JBL ที่พัฒนาขึ้นมาเรียกว่า social mode ก็คือ จะสามารถรองรับการเชื่อมต่อบลูทูธได้ 3 devices หรือ 3 เครื่องพร้อมกัน แต่จะเปิดเพลงได้ทีละเครื่องที่สั่งเปิดหลังสุด เพลงในเครื่องก่อนหน้านั้นก็จะถูกตัดออกไป เหมาะสำหรับการปาร์ตี้กันหลายๆ คน หลายๆ เครื่อง ฟังเพลงหลายๆ แนว แต่อาจจะแย่งกันเปิดได้ด้วยเช่นเดียวกัน ตรงนี้ต้องจัดการดีๆ ด้วย

   อีกหนึ่งสเปคที่จุใจของลำโพงบลูทูธ JBL Xtreme รุ่นนี้ก็คือ ใส่แบตเตอร์รี่ความจุ 10,000 mAh มาให้เลย สามารถที่จะเปิดฟังเพลงกันยาวๆ ประมาณ 15 ชั่วโมง และ สามารถที่จะชาร์จแบตจาก 0 เปอรเซ็นต์จนเต็มภายในเวลาเพียง 3.5 ชั่วโมง เท่านั้นเอง เนื่องด้วยมีแบตเยอะ ก็เลยใส่พอร์ด USB มาถึง 2 พอร์ดด้วยกัน เป็นพอร์ดที่เอาไว้เป็นเพาเวอร์แบงค์เท่านั้น โดยจ่ายไฟแบบขนาดที่ 2A ถ้าอยากให้ชาร์จสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ดเต็มเร็วๆ ก็ให้เสียบชาร์จแค่เครื่องเดียว ถ้าเสียบทั้ง 2 เครื่องพร้อมกันจะจ่ายไฟที่ 1A เท่านั้น แบตก็จะเต็มช้าลง และ จะสามารถชาร์จได้แบบฉุกเฉินเท่านั้น เพราะแบตตัวลำโพงก็จะหมดลงไปด้วยเช่นเดียวกัน แต่ก็แนะนำว่าพอร์ดเชื่อมต่อต่างๆ จะมีตัวยางซีนปิดอยู่ทุกช่องเสียบ ถ้าใช้แล้วอย่าลืมปิดให้แน่น เพื่อป้องกันน้ำเข้าในภายหลัง ป้องกันตัวลำโพงเสียหายด้วย ถ้าไม่ปิดน้ำอาจจะเข้าได้ ถัดมาอีกหนึ่งฟี่เจอร์คือ ตัวลำโพงมีไมค์โครโฟนด้วย สามารถกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์ได้เลย พร้อมกับมีระบบป้องกันเสียงรบกวน และ เสียงสะท้อนกลับด้วย เพื่อให้การพูดคุยได้ยินชัดเจนขึ้นนั่นเอง ในส่วนถัดมาเรื่องของการกันน้ำนั้น บอดี้ของลำโพงรุ่นนี้ JBL ค่อนข้างที่จะใส่ใจรายละเอียดมาดีมากเลย บอดี้เป็นลัฟเบอร์อย่างดี กันรอยขุดขีดได้ เนื้อผ้าที่หุ้มมานั้นถูกเคลือบสารกันน้ำมาแล้วด้วย น้ำไม่สามารถไหลผ่านเข้าไปข้างในตัวลำโพงได้ แน่แนะนำว่ามันกันน้ำกระเซนได้เท่านั้น ใครที่ทำตกน้ำต้องรีบเก็บขึ้นมา ลำโพงจะไม่พังเสียหาย แต่ถ้าเอาไปแช่น้ำ ลำโพงจะพังแน่นอน อีกหนึ่งฟี่เจอร์ส่งท้ายก็คือมีระบบ JBL connect จะสามารถเชื่อมต่อกับลำโพงในแบรนด์ JBL ทุกรุ่นที่มีระบบนี้ จะสามารถทำเป็นลำโพงสเตอริโอได้ เชื่อมต่อกันแบบไร้สาย 2 ตัวเข้าด้วยกัน

   ลำโพงบลูทูธจาก JBL รุ่น Xtreme ตัวนี้ก็ต้องบอกว่าพลังเสียงนั้นไม่ธรรมดา เน้นพลังเสียงเบสที่โดดเด่น ใครที่ชอบฟังเพลงสไตล์เอามันส์เข้าว่า เอาความสะใจเข้าไว้ก่อน แบบนั้นค่อนข้างที่จะตอบโจทย์เป็นอย่างดีเลย แถมมีฟี่เจอร์ที่ครบครันก็ลองไปหาทดสอบใช้งานกันได้

รีวิว หูฟังบลูทูธที่มาพร้อมกับพลังเสียเบสแน่นๆ จาก JBL E25BT รุ่นใหม่ล่าสุดประจำปี 2017

 

   108plaza ในตอนนี้มีอีกหนึ่ง gadget ใหม่ล่าสุดเลยจากแบรนด์ JBL อีกหนึ่งชิ้น หนึ่งซีรีส์ที่เปิดตัวตามๆ กันมาในช่วงต้นปี 2017 แบบนี้ แน่นอนว่าถ้าเป็นแบรนด์ JBL ก็คงต้องอยู่ในกลุ่มของชุดเครื่องเสียง ลำโพงหลายๆ รุ่น ลำโพงบลูทูธ และที่นำมาในตอนนี้ก็เป็นหูฟังบลูทูธนั่นเอง จะเป็นรุ่นไหนอย่างไร ไปติดตามรีวิวกันได้เลย

   นี่คือหูฟังบลูทูธจาก JBL มีชื่อรุ่นว่า E25BT ซึ่งก็เป็นรุ่นที่ถือว่าเป็นรุ่นพี่ของ E15 ที่เป็นหูฟังที่แบบเสียบสายปกติ แต่ทั้งสองรุ่นนี้ก็ถือว่าค่อนข้างจะผิดแปลกไปจากกลุ่มหูฟังของ JBL หลายๆ รุ่นที่มักจะผลิตหูฟังออกมาที่เน้นความเป็น Hi-end ที่มีแนวเสียงไปในทิศทางที่ฟังเพราะๆ สบายๆ เน้นรายละเอียดของเสียง ความเป็นธรรมชาติของเสียง แต่หูฟังทั้งในรุ่น E25BT ที่เป็นหูฟังบลูทูธตัวนี้และตัว E15 จะเน้นไปในแนวเสียงแบบวัยรุ่นๆ ที่ชื่นชอบความมันส์ สะใจในเรื่องของพลังเสียงเบส ความจัดจ้านของเสียงแหลม ความโดดเด่นของเสียงกลางพุ่งๆ เน้นความมันส์ของเสียงดนตรีว่ากันแบบนั้น

   สำหรับหูฟังบลูทูธ JBL E25BT รุ่นนี้เปิดตัวมาให้เลือกอยู่ด้วยกัน 5 สี ได้แก่ สีขาว สีดำ สีน้ำเงิน สีเขียว และก็สีแดง ซึ่งหูฟังรุ่นนี้ถ้าใครที่ชื่นชอบ ชื่นชมและเป็นแฟนพันธ์เครื่องเสียง ลำโพง หรือ สินค้าทุกๆ ชิ้นของ JBL เองนั้น หูฟังบลูทูธรุ่นนี้ก็จะกลายเป็นสิ่งที่น่าสะสมอีกหนึ่งชิ้น เพราะการันตีว่าเป็น JBL signature sound อีกหนึ่งรุ่นเหมือนกัน ก็ถือว่าเป็นลายเซ้นต์ของเสียงในแบบฉบับ JBL ว่ากันแบบนั้น ใครที่หูเทพ หูทอง ทั้งหลายที่แยกบุคลิกเสียงของลำโพงหรือหูฟังของแต่ละแบรนด์ออกก็ลองไปหาทดสอบฟังกันได้ตามร้านค้าชั้นนำทั่วไปได้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพื่อนๆ คนไหนที่ชื่นชอบการฟังเพลงแนว EDM sound หรือซาวต์ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลาย แนว hippop อะไรแบบนั้น ค่อนข้างที่จะเหมาะกว่าหูฟังทุกๆ รุ่นของ JBL ที่เปิดตัวมาก่อนหน้านี้อย่างยิ่งเลย แล้วที่พิเศษไปกว่านั้น หูฟังรุ่นนี้เป็นหูฟังบลูทูธ ดังนั้น ภายในก็จะมีแบตเตอร์รี่ในตัว มีภาคขยายในตัว กำลังขับก็มีในตัวเช่นเดียวกัน สิ่งที่ตามมาก็คือ เรื่องของความอิ่มของเสียง เรื่องอิมแพคของเสียง มิติของเสียง ไม่ต้องไปพึ่งกำลังขับจากตัวสมาร์ทโฟนหรือเครื่องเล่นเพลงพกพาใดๆ เหมือนกับหูฟังแบบเสียบสาย ตรงนี้ก็คือว่าดีกว่าและสะดวกกว่าด้วย ไม่ต้องไปพบเจอกับปัญหาสายพันกัน หรือ สายขาด หรือ สายรุงรังน่ารำคาญ ก็ถือว่าเทรนด์หูฟังบลูทูธน่าจะมาแรงเลยทีเดียวในปี 2017 นี้

   ในส่วนของสเปคตัวหูฟังบลูทูธรุ่นนี้ JBL E25BT ก็มาพร้อมกับบลูทูธเวอร์ชั่น 4.1 ก็ถือว่ามีความเสถียรในการเชื่อมต่ออย่างดีเลยในเวอร์ชั่นที่ถือว่าใหม่ล่าสุดที่นำมาใช้ในกลุ่มหูฟังแล้ว ระยะการเชื่มอต่อก็อยู่ที่ 15-20 เมตรที่เปรียบเทียบในการใช้งานจริงๆ ก็ถือว่าใช้งานได้สบาย แต่สเปคที่ให้มาในคู่มือนั้นได้ไกลกว่านั้นมา แต่โดยทั่วไปก็ไม่น่าจะมีใครใช้งานในระยะไกลเกินกว่านั้นอีกแล้ว ถัดมาในส่วนของการใช้งานกับแบตเตอร์รี่นั้น สามารถที่จะใช้งานได้ต่อเนื่องกัน 8 ชั่วโมง ภายในเป็นแบตเตอร์รี่แบบริเที่ยมไอออน มีความจุ 120 mAh ก็สามารถที่จะใช้ในการพูดคุยโทรศัพท์ได้ด้วย เพราะมีไมค์โครโฟนมาให้ พร้อมกับการฟังเพลงไปด้วยก็ถือว่ายาวนาน โดยใช้เวลาในการชาร์จแบตจาก 0 จนเต็มก็เพียงแต่ 2 ชั่วโมงเท่านั้นเอง แล้วที่เป็นจุดเด่นไปกว่านั้น ที่ JBL อัดสเปคมาให้ ก็คือสามารถที่จะเชื่อมต่อบลูทูธกับ Device ต่างหรือหรือสมาร์ทโฟนได้พร้อมๆ กันถึง 2 เครื่อง ก็สามารถซื้อมาคู่เดียว ใช้ร่วมกับแฟนได้เลย ประหยัดดี แต่ก็ต้องแย่งกันเปิดเพลงสักนิดหนึ่ง ต้องตกลงว่าจะฟังเพลงจากเครื่องไหน เพราะเปิดได้ทีละเครื่องเท่านั้น แต่หลายท่านอาจจะสงสัยว่าหูฟังบลูทูธรุ่นนี้กันน้ำหรือเปล่า คำตอบคือ ไม่กันน้ำ ไม่ใช่หูฟังที่เน้นการลุยๆ หรือการออกกำลังกาย แต่เน้นการฟังเพลงและการพูดคุยโทรศัพท์เท่านั้น

   ตรงบริเวณปุ่มคอนโทรลของหูฟังบลูทูธรุ่นนี้ ก็สามารถที่จะกดรับสาย เพิ่ม-ลดเสียง และ เลื่อนเพลงได้เลย ในกล่องก็จะให้ตัวคริปหนีบเสื้อและสายชาร์จมาให้ครบ สำหรับสเปคภายในเป็น dynamic driver ขนาดข้างละ 8 มิลลิเมตร ตอบสนองความถี่ได้ตั้งแต่ 20Hz-20kHz เลยทีเดียว ค่าความด้านทานที่ 16 ohm บอดี้เป็นพลาสติก ผิวมัน สายเป็นสายถัก ป้องกันสายพันกันได้ด้วย ความไวเสียงอยู่ที่ 102 dB น้ำหนักหูฟังอยู่ที่ 16.5 กรัม ราคา 2,4xx บาท ใครที่สนใจอ่านสเปคแล้วชอบ อ่านแนวเสียงแล้วชอบ ก็ลองไปหาทดสอบฟังเสียงกันได้เลย

วิว dbx goRack Professional Audio อุปกรณ์เชื่อมต่ออเนกประสงค์ขนาดเล็กสำหรับงาน Sound and Audio

รี

   108plaza มีอีกหนึ่ง gadget ใหม่ๆ จากทาง dbx ผู้ผลิตสินค้าในกลุ่มเครื่องเสียง ลำโพง และอุปกรร์อิเล็กทรอนิกส์ทางด้าน Audio รายใหญ่อีกหนึ่งชิ้นมารีวิวกัน ซึ่งมีชื่อว่า dbx goRack แล้วหลายท่านอาจจะถามว่า มันคืออะไร เมื่อดูจากรูปด้านล่างนี้แล้วเดาไม่ออกว่าคืออะไร คำตอบก็คือ มันคือ Processing อีกหนึ่งตัวที่สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างได้ครบครัน ทั้งไมค์โครโฟน ทั้งเครื่องดนตรี ทั้ง Devices ต่างๆ ที่เป็นเครื่องเล่นเพลง สมาร์ทโฟน และอื่นๆ แล้วถามว่ามันเหมาะกับคนที่ใช้งานทางด้านไหนบ้าง ก็บอกได้ง่ายๆ อีกเช่นเดียวกันว่า คนที่ทำงานเป็น DJ หรือคนที่ออกมางาน Event ตามบูธต่างๆ ที่ต้องมีเครื่องเสียงขนาดเล็กๆ เพื่อจัดงานทางด้านเสียงก็ได้ รวมไปถึงนักดนตรีที่เล่นกันเป็นวงเล็กๆ เป็น Music Band ก็ได้เช่นเดียวกัน หรือ ในกลุ่มงานแบบ Studio ก็ใช้งาน JBL goRack ตัวนี้ได้เช่นเดียวกัน เริ่มน่าสนใจแล้วใช่ไหมละครับ ไม่รอช้าไปรีวิวรายละเอียดพร้อมๆ กันเลย

   สิ่งแรกเลยที่ตัว JBL goRack ทำได้แบบในตัวเดียว ก็คือ สามารถที่จะเสียบต่อไมค์โครโฟนได้เลย สามารถที่จะเสียบได้ทั้งแบบ XLR Jacks LEFT/RIGHT หรือจะเป็นไมค์แบบแจ็คโฟนธรรมดาที่เป็น ¼ inch input jacks ก็ได้ ก็จะสามารถเสียบได้มากถึง 2 input หรือว่า 2 channel ซึ่งก็จะสามารถใช้ไมค์ได้ 2 ตัว หรือ จะใช้ไมค์หนึ่งตัว และ เครื่องดนตรีอีกหนึ่งชนิด ก็ใช้งานได้ ถัดมาก็ยังจะมีช่อง input AUX 3.5 มาให้อีก 2 ช่องเสียบหรือว่า 2 channel เช่นเดียวกัน ซึ่งตรงนี้เราก็สามารถที่จะเสียบเชื่อมต่อเข้ากับเครื่องเล่นเพลงต่างๆ หรือ สมาร์ทโฟนทุกค่าย ทุกฝั่งเชื่อมต่อได้หมดเลยผ่านทางช่องเสียบหูฟัง รวมไปถึงจะเชื่อมต่อมาจากลำโพงบลูทูธที่มีช่องเสียบ AUX output อีกทีก็ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งจะเหมาะมากเลยสำรหับนักดนตรี ที่ไม่ต้องหอบเครื่องเสียงไปเยอะ ต้องมีทั้งมิกเซอร์ มี EQ หรือมี crossover อีกมากมาย ในตัวนี้ JBL goRack เป็น driverRack ขนาดเล็กที่มีในตัวเดียวก็จบเลย สามารถใช้งานได้ ในส่วนถัดมาก็คือช่อง Output ที่จะออกไปเป็นแบบ สเตอริโอ แบบ 2 ช่อง XLR Balance เพื่อที่จะส่งสัญญาณเข้าไปหาเพาเวอร์แอปม์แล้วไปออกลำโพงอีกทีหนึ่ง หรือ ง่ายกว่านั้น ก็จะมีตัวลำโพงของทาง JBL เองที่มีเพาเวอร์แอมป์ในตัวออกมาหลายๆ รุ่น แล้วทางทีมงานและแอดมินของเรา 108plaza ก็เคยเอามาเขียนรีวิวให้แล้ว ก็มีอยุ่หลายๆ รุ่นเช่นเดียวกัน ก็สามารถใช้ร่วมกับตัว JBL goRack ตัวนี้ได้ พูดง่ายๆว่า ใครที่ไม่เข้าใจว่า Processing คืออะไร แต่ตัวนี้มันก็ทำหน้าที่คล้ายกับ มิกเซอร์ ตัวเล็กๆ ที่มีช่อง input อยู่ 4 ช่องหลักๆ มาให้ได้ใช้งานกันนั้นเอง แต่จะเหนือกว่ามิกเซอร์ก็คือมีตัวประมวลผลของเสียงมาให้เลยในตัว

   เราพูดถึงการใช้งานของ JBL goRack ในฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อบริเวณด้านหลังไปกันแล้วในช่วงต้น ถัดมาก็จะมีการใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ทางด้านหน้ากันบ้าง ปุ่มแรกเลยก็จะใช้ในการปรับ gain input knobs ก็คือจะเป็นคล้ายๆ master ที่จะคอยควบคุมความดังเบาของเสียงทั้งหมดเลย ถัดมาก็จะเป็นไฟ LED บอกสถานการณ์ใช้งานต่างๆ หรือ การเลือกโหมดการเชื่อมต่อต่างๆ ให้เราเห็นว่ามีปุ่มไหน โหมดใดทำงานอยู่บ้าง ก็ดูได้จากทางด้านหน้าเลย

   อีกหนึ่งส่วนความง่ายและความสะดวกในการใช้ JBL goRack ตัวนี้กัน นอกจากจะมีฟังก์ชั่นที่คล้ายกับมิกเซอร์ขนาดเล็กมาให้ได้เชื่อมต่อกันแล้ว ภายในก็ยังมีทั้งตัว EQ ที่จะคอยปรับแต่งเสียงในย่านต่างๆ ตั้งแต่ในย่านความถี่ต่ำไปจนถึงย่านความถี่สูงที่มีตามมาตรฐานก็คือ รองรับตั้งแต่ 20Hz ไปจนถึง 20kHz กันเลยทีเดียว เราก็จะสามารถบูธขึ้นมาได้ว่าจะเลือกเอาความถี่เสียงต่ำ เสียงกลาง หรือเสียงแหลมเพิ่มขึ้นมาให้มีมิติที่ดีขึ้นกว่าเดิม ตรงนี้จะเหมาะมากเลยสำหรับคนที่ทำงานเป็น DJ เปิดเพลงตามสถานที่ต่างๆ ที่ไม่ยากใช้เครื่องเสียงเยอะๆ ใช้ตัวนี้ตัวเดียวจบเลย มีให้ครบ รวมไปถึงอีกหนึ่งโหมดก็จะมีตัว Processer ด้วย เป็นตัวที่จะคอยป้องกันเสียงในความถี่ที่เกินหรือ peak อย่างเช่นการเสียบไมค์แล้วมีอาการหอนหรือเสียงดังเกินไป ก็สามารถป้องกันได้ภายในตัวเครื่องเลย

   ก็จัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง Device ที่ค่อนข้างสะดวกสบาย พร้อมกับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้สะดวก สามารถเชื่อมต่อกับมิกเซอร์ก็ได้ พร้อมทั้งเชื่อมต่อกับเพาเวอร์แอมป์ต่างๆ เพื่อให้ไปที่ลำโพง รวมไปถึงสมาร์ทโฟน ลำโพงบลูทูธ และอื่นๆ ก็สามารถปรับประยุกต์ใช้งานได้มากมายขึ้นอยู่กับประเภทของงานนั่นเอง

Review JBL Pulse 2 ลำโพงบลูทูธสีสันแห่งเสียงที่ทุกคนรอคอย

 

 

   ถ้าหากใครที่ชื่นชอบการจัดปาร์ตี้เล็กที่มีเพื่อน ๆ ที่สนิทมาพบปะกัน หรือเป็นคนชอบการเดินทางไปทำกิจกรรม Outdoor ต่างๆ ลำโพงขนาดพกพาย่อมตอบโจทย์ได้ค่ะ เพราะว่าในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องมีเครื่องเสียงขนาดใหญ่ ก็สามารถให้พลังเสียงได้เกือบเทียบเท่ารุ่นใหญ่เช่นกัน ดังเช่นคุณสมบัติพิเศษของสินค้าอินเทรนด์ที่จะมารีวิวในบทนี้ อย่าง ลำโพงบลูทูธ ในชื่อแบรนด์ของ JBL

 

   สำหรับในกลุ่มของลำโพงบลูทูธขนาดพกพาที่อยู่มากมายหลายยี่ห้อที่พอรู้จักมา ดูเหมือนจะไม่มีแบรนด์ไหนจะสดุดตาเท่า JBL เลย เพราะฉะนั้นจึงขอมาลองเล่นลำโพงสเตอริโอขนาดพกพาแบรนด์ JBL กันหน่อยในรุ่น PULSE 2 โดยจุดเด่นคือการให้พลังเสียงที่หนักแน่นทั้งเบสและโทนเสียงต่างๆ แต่สิ่งที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้คือ การที่ลำโพงรุ่นนี้จะมี 3 ปัจจัยที่จะช่วยให้การฟังเพลงมีอรรถรสมากขึ้น ด้วย “แสง สี เสียง” ที่แสดงและสีจะแสดงผลแปรเปลี่ยนไปตามจังหวะของเสียงเพลง สำหรับฟีเจอร์แสดงผลของสีสันจะมีอยู่หลายเฉดสี สามารถเลือกใช้งานได้โดยไม่จำเจ เพื่อให้เข้ากับเพลงที่กำลังเปิด หรือช่วงอารมณ์ของผู้ฟังขณะนั้น เพื่อให้เพลิดเพลินไปกับเพลง ทั้งนี้ด้านเสียงเมื่อเปิดใช้งานสุดทั้งตัวสมาร์ทโฟนและตัวลำโพง ผลลัพธ์ปรากฏว่าให้เสียงที่ดังมากแต่ก็มีเสียงแตกเล็กน้อยในบางจังหวะ และถ้าหากว่าไม่ต้องการกดเพื่อเปลี่ยนการแสดงผลของเฉดสีให้ยุ่งยาก สามารถนำสิ่งของที่มีสี เพื่อมาแนบกับลำโพง จากนั้นลำโพงก็จะเปลี่ยนสีตามสิ่งของนั้นๆ โดยวิธีการคือนำตัวลำโพงที่ด้านบนจะมีโมดูลคล้ายกับเลนส์กล้องไปวางแนบกับสิ่งของ เช่น หากนำลำโพงไปวางแนบกับถังดับเพลิงที่เป็นสีแดง เฉดสีที่แสดงก็จะเปลี่ยนเป็นโทรสีแดงทันทีไม่ว่าจะก่อนหน้าจะแสดงสีใดอยู่ก็ตาม ส่วนระยะเวลาการใช้งาน JBL เคลมว่านานสูงสุด 10 ชั่วโมงกับแบตเตอรี่ขนาด 6,000 mAh แต่เมื่อทดสอบแล้วพบว่าขณะที่เปิดระดับเสียง 100% ก็สามารถใช้งานนานประมาณเกือบ 5 ชั่วโมง ทว่าถ้าเปิดระดับเสียงระดับ 50% จะใช้งานในระยะเวลาได้ประมาณ 9 ชั่วโมง และในเรื่องของระยะเวลาการชาร์จพบว่าจาก 0 – 100% อยู่ในระยะเวลาไม่เกิน 5 ชั่วโมง นอกจากนี้ JBL PULSE 2 มีมาตรฐานกันนํ้าแบบ Splashproof ในลักษณะที่โดนนํ้าได้ เช่น ฝนตก หรือนํ้ากระเด็น แต่ว่าไม่สามารถใช้งานในนํ้าได้ ทว่าทางที่ดีหากเปียกนํ้าแล้ว ควรที่จะรีบเช็ดให้แห้ง เพื่อป้องกันปัญหาเกิดขึ้นภายหลัง ต่อไปมาดูด้านดีไซน์กันบ้าง โดย JBL PULSE 2 มีพื้นผิวสัมผัสเรียบเนียนส่วนบอดี้ดูมีความแข็งแรง แน่นอนว่าเป็นพลาสติก ทว่าเกรดที่ใช้จะไม่เป็นเกรดตํ่า ซึ่งเมื่อสัมผัสดูแล้วจะรู้สึกว่ามีความมั่นคงทน ทาน ทั้งนี้เรื่องของรายละเอียดการใช้งานมีดังต่อไปนี้ ด้านหน้าของลำโพง JBL PULSE 2 ก็มีลักษณะเป็นลวดลายตะแกรง ซึ่งเมื่อเปิดใช้งานอย่างที่กล่าวข้างต้นจะมีแสงสีต่างๆ จึงทำให้เมื่อมองดูแล้ว มีความเป็นหนึ่งเดียวกัน ก็คล้ายกับการมีลูกเล่นนั่นเอง อย่างไรก็ดีถ้าเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ แล้วมีการ Call มา ตัวลำโพงก็สามารถใช้งานเพื่อพูดคุยได้ เพราะจะมีช่องลำโพงอยู่ที่ด้านล่างโลโก้ JBL โดยมาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวน และเอคโค่ ทั้งนี้ด้านขวาของปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงจะมีจุดสีขาวอยู่ 5 จุด หมายถึงเป็นการแสดงปริมาณของแบตเตอรี่ โดยแต่ละจุดจะมีค่าเท่ากับ 20% JBL PULSE 2 ลำโพงสเตอริโอเปลี่ยนสีสันตามจังหวะเพลง พร้อมคุณสมบัติกันนํ้า และเสียงเบสที่หนักแน่น สามารถนำสิ่งของที่มีสี เพื่อมาแนบกับลำโพง จากนั้นลำโพงก็จะเปลี่ยนสีตามสิ่งของนั้นๆ โดยวิธีการคือนำตัวลำโพงที่ด้านบนจะมีโมดูลคล้ายกับเลนส์กล้องไปวางแนบกับสิ่งของ เช่น หากนำลำโพงไปวางแนบกับถังดับเพลิงที่เป็นสีแดง เฉดสีที่แสดงก็จะเปลี่ยนเป็นโทรสีแดงทันทีไม่ว่าจะก่อนหน้าจะแสดงสีใดอยู่ก็ตาม แบตเตอรี่ สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 5 ชั่วโมงต่อการชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้ง นอกจากนี้ JBL PULSE 2 มีมาตรฐานกันนํ้าแบบ Splashproof ในลักษณะที่โดนนํ้าได้ เช่น ฝนตก หรือนํ้ากระเด็น แต่ว่าไม่สามารถใช้งานในนํ้าได้ ทว่าทางที่ดีหากเปียกนํ้าแล้ว ควรที่จะรีบเช็ดให้แห้ง เพื่อป้องกันปัญหาเกิดขึ้นภายหลัง ทั้งนี้ด้านขวาของปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงจะมีจุดสีขาวอยู่ 5 จุด หมายถึงเป็นการแสดงปริมาณของแบตเตอรี่ โดยแต่ละจุดจะมีค่าเท่ากับ 20% และถ้าหากต้องการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถดาวน์โหลดแอพJBL CONNECT ได้ที่ App Store และ Google Play Store กันเลย

 

   สรุปคุณสมบัติเด่น ๆ เลยของลำโพง JBL PULSE 2 คือ กันนํ้าสาดหรือป้องกันน้ำได้ หรือถ้าเวลาฝนตก ด้วยจุดประสงค์ป้องกันอุบัติเหตุ และสิ่งสำคัญคือไม่ควรใช้ใต้นํ้า ถึงแม้จะกันน้ำได้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเอาไปจุ่มน้ำเป็นเวลานาน ๆ ได้ และทางที่ดีเพื่อความปลอดภัย หากเปียกควรรีบเช็ดนํ้า แบตเตอรี่ 6,000 สามารถเล่นเพลงได้นานต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ชั่วโมง เพราะขึ้นอยู่กับทำนองของเสียงเพลงและความดัง การแสดงแสงสี ทำให้รู้สึกสวยงามทั้งตอนกลางวันและกลางคืน เสียงที่ให้มีความดังหนักแน่น ผสมผสานด้วยเสียงเบสที่ลงตัว จึงถือเป็นสินค้าอินเทรนด์อีก 1 อย่างที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว

 

รีวิวลำโพงบลูทูธ Creative Sound Blaster Roar พลังเสียงที่จะให้คุณได้ฟังแบบกระทึ่มและมีมิติของเสียงที่เกินตัว

 

   ลำโพงบลูทูธชนิดพกพาที่มีการเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่านทาง Bluetooth , NFC , แบตเตอร์รี่ใช้งานได้ 8 ชั่วโมง เพิ่มพลังเบสด้วยระบบ TeraBass ที่ให้คุณได้สะใจเกินกว่าลำโพงแบบพกพา ติดตามรีวิวแบบจัดเต็มได้ที่นี่ตอนนี้ 108plaza

   เริ่มต้นด้วยการดีไซน์รอบๆ กล่องก็จะออกแบบมาเรียบง่าย เป็นรูปด้านต่างๆ ของตัวลำโพงด้านใน ส่วนหน้าหลังของกล่องก็จะบอกสเปคของตัวลำโพงไว้ว่า สามารถใช้งานได้ทั้งแบบเชื่อมต่อบลูทูธ หรือ ใครที่ใช้สมาร์ทโฟนทางฝั่ง Android ก็จะมีระบบ NFC มาให้ แค่แตะก็เชื่อมต่อได้แล้ว ต่อมาเป็นระบบ TeraBass ในโหมดนี้จะเป็นปุ่มที่ช่วยบูสเบสขึ้นมา สำหรับคนที่ชอบฟังมิติเสียงที่กระทึ่ม แม้ว่าจะเปิดเสียงเพลงเบาๆ ถ้ากดปุ่มนี้ที่ตัวเครื่อง พลังเบสก็จะเพิ่มขึ้นมาให้มีมิติที่ดังมากขึ้นในส่วนของเสียงเบสนั้นเอง เท่านั้นยังไม่พอ เพราะชื่อรุ่นบอกไว้ว่าเป็นตัว ROAR ก็คือเสียงที่จะทำให้เร้นท์ของเสียงมันกว้างขึ้นกว่าปกติ ที่ตัวเครื่องก็จะมีปุ่ม Roar Audio อยู่ ก็จะทำให้เสียงที่มีมิติกว้างขึ้นเหมือนกับฟังในฮอล์ใหญ่ๆ อะไรแบบนั้น ถัดมาที่ตัวเครื่องยังสามารถรองรับการใส่ตัว micro sd card ได้ด้วย สามารถรองรับความจุได้สูงสุดที่ 32 GB ก็จะรองรับไฟล์เพลงทั่วไปที่เป็น MP3, WMA, WAV แบบนี้เป็นต้น ถัดมาก็จะมี Bedtime Mode ก็คือที่ตัวเครื่องสามารถตั้งนาฬิกาปลุกได้ด้วย ถัดมาก็เป็น Link Security ก็คือเป็นตัวป้องกันการแย่งเชื่อมต่อบลูทูธ เราสามารถตั้งให้มือถือของเราเองเชื่อมต่อบลูทูธได้เครื่องเดียวเท่านั้น หรือ จะเปิดโหมดนี้ให้คนอื่นสามารถเชื่อมต่อบลูทูธก็ได้ด้วย ก็แล้วแต่ความสะดวกของเราว่าอยากให้เพื่อนๆ หรือคนอื่นมาเปิดเพลงร่วมกับเราหรือไม่ นอกจากนั้นก็ยังสามารถกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์เป็น speaker phone ได้ด้วย แล้วก็ยังไม่หมด ยังมีการกดบันทึกเสียงได้ด้วย เนื่องจากใส่เมมโมรี่ได้ เราสามารถกดปุ่มเพื่อบันทึกเสียงพูดคุยกันในห้องอะไรแบบนี้ได้ด้วย สามารถใช้แอบฟังเวลาเพื่อนๆ อยู่ในห้องก็กดบันทึกเอาไว้แบบนี้ได้ด้วย เท่านั้นยังไม่หมด ยังมีโหมด Megastereo อีกด้วย ในโหมดนี้จะสามารถเชื่อมต่อลำโพงในรุ่นเดียวกันแบบไร้สายได้ 2 ตัว แบบเพิ่มมิติเสียง เพิ่มความดัง สร้างความสนุกให้เยอะขึ้นถ้ามีลำโพงรุ่นนี้ 2 ตัว แล้วก็สามารถเสียบพอร์ด USB เพื่อเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊คได้อีกด้วย เป็นรายละเอียดของตัวลำโพงบลูทูธที่เยอะจริงๆ

อุปกรณ์ในกล่องที่มีมาให้ก็จะมีสาย USB ที่เอาไว้เสียบกับคอมพิวเตอร์หรือโน๊ตบุ๊ค สามารถเสียบแล้วก็มองเห็นตัวเครื่องได้เลย ไม่ต้องลง driver อื่นๆ เพิ่มเติม ถัดมาก็จะเป็นสายชาร์จและก็หัวชาร์จก็มีมาให้เลย นอกจากนั้นก็เป็นเรื่องของใบรับประกัน คู่มือการใช้งานต่างๆ ถัดมาก็จะมีตัวเครื่องอยู่ในกล่อง แพ็คมาอย่างสวยงามมีโฟมกันกระแทกเรียบร้อย ส่วนเรื่องของขนาดตัวเครื่องนั้นก็ต้องบอกว่ามันมีขนาดที่ใหญ่พอสมควร ใครที่คิดว่าจะพกพาง่ายๆ ใส่กระเป๋าใบเล็กๆ ไปก็คงจะยากสักนิดหนึ่ง ก็ต้องใส่กระเป๋าเดินทางหรือเป็นเครื่องเสียงประจำบ้านก็น่าจะเหมาะกว่า ขนาดของตัวเครื่อง ความยาวอยู่ที่ 22 ซม. ความสูง 5.7 ซม. ความกว้าง 11.5 ซม. น้ำหนักตัวเครื่องก็อยู่ที่ 1.1 กก. เป็นตัวเครื่องที่ไม่ได้ใหญ่มากอะไร ถือไปมาๆ ได้สะดวก แต่ไม่ได้เป็นขนาดเล็กมากอย่างที่บอกไปนะครับ

   ภายในตัวเครื่องก็จะมีลำโพงแบบ 2.1 อยู่ด้านใน ประกอบด้วยลำโพงแบบ passive radiator จำนวน 2 ตัว ขนาด 2.5 นิ้ว และก็มีลำโพงแบบ subwoofer ขนาด 2.5 นิ้ว จำนวน 1 ตัว ส่วนปุ่มต่างๆ การใช้งานด้านบนตัวเครื่องก็อย่างที่บอกไปในช่วงต้นว่ามีระบบอะไรบ้าง ก็ลองไปใช้งานกัน ก็ใช้งานได้ไม่ยาก ถัดมาที่ด้านหลังตัวเครื่องก็จะมีพอร์ดแบบ input 3.5 มม. มาให้ด้วย สามารถเสียบสายได้เลย รวมไปถึงมีพอร์ด USB เพื่อใช้เป็นเพาเวอร์แบงค์ได้ด้วย ความจุแบตเตอร์รี่ก็ 6000 mAh อีกหนึ่งส่วนที่ต้องบอกก็คือ ปุ่ม record เพื่อบันทึกเสียงนั้นจะเลือกได้ 2 ฟังก์ชั่น ก็คือ เลือกว่าจะใช้ไมค์ที่ตัวลำโพง หรือ จะใช้ไมค์ที่ตัวมือถือของเรา ถ้าใช้ที่ตัวมือถือก็จะสามารถบันทึกเสียงในขณะพูดคุยโทรศัพท์ได้ด้วย

   ในเรื่องของคุณภาพเสียงนั้นต้องบอกเลยว่าสามารถเลือกได้ตามความชอบเลยทีเดียว ใครที่อยากจะฟังแบบเบาๆ สบายๆ ก็ลองปิดระบบ Roar ที่ตัวเครื่องออกไป ก็จะเน้นไปที่เสียงทุ้มๆ และเสียงกลางแหลมที่ชัดเจน ส่วนใครที่มีปาร์ตี้ อยากได้เพลงแนวมันส์ๆ สนุกๆ ก็เปิดโหมด Roar ได้เลย ก็จะเพิ่มมิติเสียงเบสให้มันกระทึ่ม บวกกับปุ่ม TeraBass ด้วย ถือว่าน่าสนใจอย่างมากก็ลองเข้าไปหาซื้อกันได้ตามร้านค้าชั้นนำทั่วไป

รีวิวลำโพงบลูทูธ JBL Charge 3 สุดยอดลำโพงพกพารุ่นใหม่ล่าสุดที่เปิดตัวมาแล้ว ดีไหม

 

   ก็ต้องบอกว่า JBL นั้นสร้างชื่อเสียงในด้านของเครื่องเสียงขนาดใหญ่ ลำโพงกลางแจ้ง ลำโพงแบบ indoor หรือ ลำโพงแบบพกพาที่พึ่งเปิดตัวมาล่าสุดอย่าง JBL charge 3 ตัวใฟม่ล่าสุดที่ในครั้งนี้เว็บไซต์ 108plaza จะได้นำมารีวิวกันที่นี่ก่อนใคร แล้วก็เป็นอีกหนึ่งซีรีส์ที่มีผู้คนที่ชื่นชอบลำโพงแบบพกพาตัวเล็กๆ สามารถเอาไปฟังเพลงได้ทุกๆ ที่ในสไตล์ของคนชอบฟังเพลงได้อย่างสะดวกด้วยการพัฒนามาถึง 3 รุ่นก่อนหน้านี้ ก็คือตัว charge , charge 2 และ charge 2+ นั้นเอง ซึ่งในเว็บไซต์ของเราก็เคยรีวิวกันมาหมดแล้ว แล้วก็มีเพื่อนๆ เข้ามาถามมากมายเลยทีเดียว่าเป็นลำโพงแบบพกพาที่น่าซื้อหรือไม่ ก็ต้องบอกว่าเป็นลำโพงอีกหนึ่งซีรีส์ที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

   เพื่อนๆ หลายคนก็คงจะเคยได้เห็นสินค้ากันมาบ้างแล้วตามสื่อออนไลน์ต่างๆ ซึ่งลำโพงบลูทูธ JBL charge 3 ตัวนี้ก็มีการเปิดตัวกันมาในช่วงกลางปี 2016 แล้วก็มีตัวแทนนำเข้ามาในบ้านเราเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานี้ ถ้าตอนนี้เพื่อนๆ เข้ามาอ่านก็น่าจะมีวางขายในร้านค้าชั้นนำเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ ดีไซน์ตัวเครื่องนั้นต้องบอกว่าไม่ค่อยจะต่างจากรุ่นเดิมก็คือ charge 2 และ charge 2+ สักเท่าไหร่ ยังคงเน้นเรื่องของรูปทรงที่เป็นทรงกระบอกอยู่ ขนาดก็จะเท่ากับรุ่นเดิม ก็ถือว่าไม่ได้ใหญ่มาก จับถนัดมือดีมากเลยทีเดียวครับ ซึ่งตัวที่แอดมินได้มารีวิวแล้วก็นำมาเขียนรีวิวในบทนี้ก็เป็นตัวเดโม้ ก็จึงจะมีแค่ตัวเครื่องแล้วก็กล่องที่ไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรมามากนักนะครับ เรียกว่ารีวิวกันก่อนใครในบ้านเราเลยทีเดียว ซึ่งก็แน่นอนว่าเมื่อมีการเปิดตัว JBL charge 3 มาแบบนี้ สาวกของ เจบีแอล ก็คงจะคาดหวังว่าพลังเสียงของมันนั้นจะแกร่งเกินตัวอย่างที่ในรุ่นผ่านๆ มาทำไว้ได้ ซึ่งก็ต้องบอกในเบื้องต้นนี้ว่า ไม่ผิดหวังจริงๆ ครับเพื่อนๆ เป็นแบรนด์ที่ถือได้ว่าสมราคาที่สร้างชื่อเสียงมาได้ขนาดนี้จริง แต่ก่อนที่จะไปดูเรื่องของบุคลิกเสียงนั้น มาดูรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเครื่องกันก่อนดีกว่า

   ตัวเครื่องนั้นมาพร้อมกับฟังก์ชั่นที่สามารถนำไปสมบุกสมบัน นำไปลุยๆ ไปปาร์ตี้ข้างสระน้ำ ไปริมทะเล ไปนั่งเล่นข้างน้ำตก ฟังเพลงกลางสายฝนได้ ทั้งหมดที่พูดมานั้นก็เพื่อจะสื่อว่า JBL charge 3 ตัวนี้สามารถที่จะกันน้ำได้ ตามมาตรฐาน IPx7 เลยทีเดียว เท่านั้นยังไม่พอ ยังมาพร้อมกับความจุของแบตเตอร์รี่ที่มากถึง 6000 mAh เมื่อได้ทำการทดสอบแล้วเมื่อเปิด้วยความดังแบบ maximum ก็จะสามารถใช้งานได้นานต่อเนื่องกันประมาณ 8-10 ชั่วโมงเลยทีเดียว แต่ถ้าเปิดฟังเพลงในระดับกลางๆ เบาๆ ไปเรื่อยๆ จะสามารถใช้งานได้นานกว่านั้น ซึ่งทั่วไปแอดมินเองจะสามารถใช้งานได้แบบไม่ต้องชาร์จประมาณ 3 วัน คือเปิดในช่วงเวลากลางวันเท่านั้นนะครับ การชาร์จไฟก็ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมงแบตก็เต็ม นอกจากนั้นยังมี USB port ที่สามารถใช้เสียบชาร์จมือถือเป็นเพาเวอร์แบงค์ในตัวเวลาฉุกเฉิน ก็สามารถชาร์จมือถือได้ด้วย ถัดมาก็ยังมีฟังก์ชั่นกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์ได้ด้วย ก็จะมีไมค์โครโฟนอยู่ในตัวลำโพงรุ่นนี้ด้วยนั้นเอง ก็ได้ทำการทดสอบการคุยโทรศัพท์ในโหมด speakerphone แล้วก็สามารถพูดคุยได้ชัดเจนดี ไม่มีเสียงสะท้อนหรือปัญหาอื่นๆ แต่อย่างใด ในส่วนี้ก็ถือว่าผ่านการทดสอบ ถัดมาอีกหนึ่งจุดเด่นที่ยังคงมีมาในรุ่นนี้ ก็คือความเป็น JBL connect technology ก็คือจะสามารถทำการเชื่อมต่อแบบไร้สายผ่านทาง wireless ด้วยคลื่นความถี่เฉพาะของ JBL เองได้ด้วย นั้นหมายความว่า ถ้าเรามีลำโพงบลูทูธของ JBL รุ่นนี้เองหรือรุ่นอื่นๆ ที่มีฟังก์ชั่นนี้ ก็จะสามารถกระจายสัญญาณจากเครื่องส่งตัวเดียวไปยังลำโพงตัวอื่นๆ ได้ด้วย สมมติว่าเราต้องการเอามือถือเครื่องเดียว เปิดเพลงกับลำโพงพกพาของ JBL มากกว่าหนึ่งตัวก็ใช้โหมดนี้ได้เลย โหมดนี้มักจะนิยมทำกันในร้านอาหาร ร้านกาแฟ อะไรแบบนี้นะครับ ก็จะไม่ต้องไปเดินสายลำโพงให้ยุ่งยาก แต่ต้องระวังจะหายด้วยแค่นั้นเอง หรือ จะเอาไปติดตั้งในบ้าน ไว้ในมุมต่างๆ ให้เสียง surround รอบทิศทาง อะไรแบบนี้ก็ได้ด้วยเช่นกัน

   ในส่วนของบุคลิกเสียงของลำโพงบลูทูธ JBL charge 3 ตัวใหม่ล่าสุดตัวนี้เนี่ยนะครับ แอดมินทดสอบจากหูตัวเองแล้ว มีการพัฒนาขึ้นมาในหลายๆ ด้าน ทั้งเรื่องของมิติเสียงเบสที่ดูดุดัน แต่ยังมีความนุ่มนวลอยู่ในมิตินั้นด้วย เสียงกลางและเสียงแหลม ทำให้ดูมีความไพเราะ สมกับแบรนด์ Hi-end เลยทีเดียว เป็นลำโพงบลูทูธอีกหนึ่งตัวที่ฟังได้ทุกแนวจริงๆ แต่ที่สำคัญก่อนจะซื้อต้องให้เพื่อนๆ ได้ไปทดสอบฟังด้วยหูตัวเองก่อนจะดีที่สุดนะครับ ส่วนเรื่องของราคานั้นยังไม่เปิดตัวออกมาอย่างแน่ชัด ณ ตอนที่ทำรีวิวนี้ขึ้นมา ก็ต้องรอดูว่าราคาจะอยู่ที่เท่าไหร่นะครับ

รีวิว Beats Pill XL MiNi Boxset ลำโพง่บลูทูธเสียงดังมาก มี NFC ‘ง่ายต่อการเชื่อมต่อ

 

                             ก็ต้องบอกว่าช่วงนี้เรื่องของ gadget ที่เป็นสินค้าเกี่ยวกับลำโพงบลูทูธนั้นมาแรงจริงๆ เพราะมีเพื่อนๆ แล้วก็น้องๆ inbox เข้ามาถามรายละเอียดเพิ่มเติมกันใน facebook ของเราที่ 108plaza กันค่อนข้างเยอะมาก เกี่ยวกับเรื่องของการใช้งานลำโพงบลูทูธในหลายๆ รุ่น หลายๆ ยี่ห้อที่แอดมินได้รีวิวไปแล้ว ก็สามารถเข้ามาถามข้อมูลเพิ่มเดิมกันได้นะครับสำหรับเพื่อนๆ ที่มีข้อสงสัยในบางประเด็นที่แอดมินเองไม่ได้เขียนรีวิวเอาไว้ให้ บางทีก็อาจจะเห็นว่ามันไม่ได้เป็จุดเด้นอะไร แต่ก็มีน้องๆ หลายคนที่สนใจ อยากจะรู้ ก็เข้ามาสอบถามเพิ่มเติมกันได้ เพื่อนำไปประกอบการตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่ซื้อสินค้าตัวนั้นๆ นะครับ แต่คร้งนี้เราอยู่กับลำโพงบลูทูธตัวนี้เลย Beats pill รุ่นเล็กที่เป็นรุ่นเปลือยกล่องมา เป็นแบบ mini boxset จะเป็นอย่างไรนั้น มาดูกันครับ

   สำหรับลำโพงบลูทูธรุ่นนี้มันจะแตกต่างจากตัวที่เป็นลำโพงแบบ Full boxset ในรุ่นเดียวกันของตัว beats pill ตัวนี้นะครับ คือหลักๆ เลยที่เอามารีวิวก็เพราะว่าราคาครับ ราคามันถูกกว่ากันหลักพันเลยทีเดียว คือ beats pill ตัว full boxset ก็จะมีก็จะเป็นกล่องใหญ่เลย มีอุปกรณ์เสริม มีใบรับประกันมีคู่มือการใช้งานต่างๆ มาให้เลย แต่ตัว mini boxset เนี่ยมาแค่กล่องกระดาษเฉยๆ ห่อมาให้อย่างเดียวพร้อมกับตัว beats pill เลย แล้วก็มีสาย AUX 3.5 มม. มาให้แล้วก็มีสายชาร์จมาให้แค่นั้นเอง แต่ตัวลำโพงนั้นสเปคก็เหมือนกับตัว full box ทุกอย่างเลย ซึ่งถ้าว่ากันตรงๆ ใครที่อยากจะได้ตัวลำโพงบลูทูธตัว beats pill ตัวนี้เนี่ย แล้วงบน้อย อยากจะประหยัด ก้ไม่ต้องเอาอุปกรณ์เสริมที่มันไม่ค่อยได้ใช้งานเยอะเท่าไหร่เนี่ย ก็ไม่ต้องเอาตัว full box ก็ได้ เพราะเรื่องของคุณภาพก็ไม่ต่างกันนะครับ ซึ่งก่อนที่แอดมินเองจะมาทำรีวิวนี้ ก็ได้ทำการทดสอบมาบ้างแล้ว ต้องบอกว่าเสียงค่อนข้างที่จะดังเกินตัวเลยทีเดียว ถือว่าเป็นลำโพงบลูทูธตัวเล้กๆ แต่เวลาที่เราเอาไปเปิดกลางแจ้ง นั่งเป็นกลุ่มปาร์ตี้กัน อะไรแบบนั้น ผมบอกได้เลยว่าเอาอยู่สำหรับเสียงและความดัง ซึ่งเนื้อวัสดุที่ทำมาทำบอดีในรุ่นนี้ ถือว่าเป็นวัสดุที่ทนทาน เป็นอลูมิเนียม ด้านล่างเป็นพลาสติก ABS ที่ให้ความเบาแต่แข็งแรงพอสมควรเลย เรียกว่าทั้งการดีไซน์มาให้น่าใช้งานแล้ว เรื่องของความดังและคุณภาพเสียง ผมว่ามันค่อนข้างที่จะโอเครเลยทีเดียว

   ถัดมาก็มาดูกันที่การใช้งานของตัวลำโพงบลูทูธ Beats pill XL mini boxset ตัวนี้กันบ้างนะครับ ซึ่งทางด้านหลังของตัวลำโพงก็จะมีช่องเสียบสายชาร์จแบตเตอร์รี่ ปุ่มเพาเวอร์ ปุ่ม pair สัญญาณบลูทูธในกรณีที่เราจะเชื่อมต่อบลูทูธก็ต้องกดเปิดปุ่มนี้ก่อน ถัดมาก็เป็นช่องเสียบสาย input และ output แบบแจ็ค 3.5 มม. ถัดมาก็เป็นจุดที่จะเอาไว้แตะเพื่อเชื่อมต่อแบบ NFC คือใครที่มีสมาร์ทโฟนหรือเครื่องเล่นที่เชื่อมต่อ NFC ได้เนี่ย ก็ค่อนข้างสะดวก ไม่ต้องมาจับคู่บลูทูธกันอีกแล้ว แตะปุบ ติดปับเลย ถัดมา beats pill ตัวนี้สามารถใช้เป็น speaker phones ได้ด้วย สามารถที่จะรับสายหรือวางสายเรียกเข้าได้เลยในกรณีที่เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน ถัดมาก็เป็นปุ่มเพิ่มเสียง ลดเสียง pause เพลง ถ้ากดค้างก็จะเป็นปุ่มเลื่อนเพลง ก็ใช้งานง่ายๆ คล้ายๆ กับลำโพงบลูทูธทั่วไป ไม่ต้องอ่านคู่มือก็ใช้งานได้แอดมินเชื่อว่าอย่างนั้นนะครับ ส่วนตัวบอดี้เองก็ทำจากวัสดุค่อนช้างดี แข็งแรง ตัวลำโพงก็มีขนาดไม่ได้ใหญ่มาก ก็พกใส่กระเป๋าไปได้ แต่อาจจะมีน้ำหนักที่หนักสักนิดหนึ่ง ตรงนี้อาจจะส่งผลดีต่อน้ำเสียงของเบสด้วย เพราะถ้าเบาเกินไป เสียบเบสจะไม่แน่น จะไม่ค่อยกระแทกกระทั้นเท่าไหร่นั้นเอง

มาพูดถึงเรื่องของน้ำเสียงกันบ้าง แอดมินเองก็ได้ทดสอบเปิดเพลงจากไฟล์ mp3 ธรรมดานี่แหละนะครับ ข้อดีอย่างแรกเลย เสียงดังมาก ใครที่เน้นแบบลำโพงเล็กๆ แต่ทำไมมันดังจัง อันนี้ตอบโจทย์ แต่ข้อเสียมี ความดังของมันทำให้มิติของเสียงมันไม่ครบ ถ้าเร่งเสียงจนดังจริงๆ จะฟังไม่ไพเราะหู จะไม่เหมือนลำโพงใหญ่ๆ ที่เร่งดังๆ แล้วจะฟังนุ่มหู อะไรแบบนั้น แต่ถามว่าถ้าเร่งให้พอดี ไม่ได้ดังมาก เอาแบบพอตัว ถือว่าเป็นลำโพงอีกหนึ่งตัวที่มีครบทุกแนว ทั้งเบสแบบนุ่มลึก เสียงกลางก็ชัดเจน เสียงแหลมก็ไม่ปาดหูจนเกินไป อย่างไรแล้วก็ต้องให้เพื่อนๆ ที่สนใจในลำโพงบลูทูธตัวนี้เนี่ย ไปหาลองฟังด้วยหูตัวเองดู ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อนะครับ

Review Bluetooth Shower Speaker ลำโพงบลูทูธกันน้ำได้เอาไว้ฟังเพลงในห้องน้ำ

 

   สวัสดีครับเพื่อนๆ ที่คอยติดตามกันรีวิวทุก gadget ใหม่ๆ ที่มีเปิดตัวออกมาแล้ววางจำหน่ายกันทั่วโลก ทางทีมงาน 108plaza ก็จะนำมารีวิวให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกันในแบบฉบับบทความที่ไม่ให้เพื่อนๆ นั้นตกเทรนด์กันเลยทีเดียว แล้วในตอนนี้เอง ก็ต้องถามเพื่อนๆ ว่า ใครบ้างที่ชอบเข้าห้องน้ำแล้วต้องฟังเพลง เพื่อที่จะอาบน้ำ ทำธุระส่วนตัวได้อย่างเพลิดเพลินใจ ถ้าคุณเป็นคนแบบนั้น เรามี gadget หนึ่งตัวมารีวิวกันครับ จะเป็นอะไรนั้น ไปดูกันเลย

   สำหรับ gadget ที่เราจะรีวิวกันในตอนนี้คือ ลำโพงบลูทูธที่กันน้ำได้นั้นเองครับ ใครที่ชอบฟังเพลงในห้องน้ำ ต้องอ่าน เพราะว่าถ้าเราเอาสมาร์ทโฟนไปเปิดเพลงในห้องน้ำ แล้วมันไม่มีที่วาง ห้องน้ำใครที่ไม่กว้างพอนะครับ อาจจะเปียกได้ หรือ อาจจะโดนน้ำกระเด็นใส่มือถือเราได้ ซึ่งก็ทำให้อาจจะเกิดภาวะที่ว่า ไม่แน่ สมาร์ทโฟนอาจจะลงไปดำนำในถังอาบน้ำหรือในอ่างอาบน้ำได้ เราก็ต้องใช้ตัวช่วยอย่าง Bluetooth Shower Speaker ตัวนี้นี่แหละครับ หลักการทำงานของมันก็เป็นลำโพงที่เชื่อมต่อไร้สายแบบบลูทูธได้ เหมือนกับลำโพงบลูทูธทั่วไป แต่ทีนี้ว่า มันจะแตกต่างตรงที่สามารถกันน้ำได้ จมน้ำได้ ไม่เสียหาย ไม่พัง แล้วก็เปิดดังเหมือนเดิมพันนั้นเอง

   ในส่วนของฟังก์ชั่นการใช้งานก็ไม่ได้ยากอะไรนะครับ บนตัวลำโพงบลูทะอันนี้ก็จะมีปุ่มเพาเวอร์เปิดปิด แล้วก็มีปุ่มเพิ่มลดเสียง ความดังเบาต่างๆ แล้วก็มีปุ่มกดรับโทรศัพท์ ในกรณีที่สายเรียกเข้า สามารถกดรับโทรศัพท์แล้วก็คุยผ่านลำโพงกันน้ำตัวนี้ได้เลย แล้วก็มีปุ่มเปิดเพื่อ pair บลูทูธ การเชื่อมต่อนั้นก็ไม่ได้ยากอะไรนะครับ ก็แค่เปิดสมาร์ทโฟนเรา แล้วก็เปิดระบบบลูทะ แล้วก็มีกดเปิดบลูทูธที่ลำโพงอีกทีหนึ่ง จากนั้นก็ทำการค้นหา เมื่อเจอชื่อของบลูทูธแล้ว ก็กดเชื่อมต่อ ถ้าเชื่อมต่อกันได้แล้ว ที่ลำโพงจะมีเสียงดังขึ้นมา แปลว่าเชื่อมต่อกันได้แล้ว แต่ในกรณีที่มันไม่สามารถเชื่อมต่อกันได้ จะเห็นว่าที่ลำโพงบลูทูธนั้น จะมีปุ่มเล็กๆ ที่เป็นปุ่ม Reset อยู่ เราสามารถกดปุ่มตรงนั้นเพื่อทำการ Reset ค่าใหม่ แล้วก็ทำการค้นหาบลูทูธ แล้วก็เข้ามาทำการเชื่อมต่อใหม่อีกครั้งหนึ่ง พอเมื่อเราเชื่อมต่อกันครั้งแรกได้แล้ว จากนั้นในครั้งต่อไป เราก็แค่เปิดบลูทูธของทั้งตัวสมาร์ทโฟนของเราและตัวลำโพงบลูทูธ Bluetooth shower speaker ตัวนี้ เท่านั้นเอง ก็จะสามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างอัตโนมัติเลยทีเดียว วิธีการเล่นก็ง่ายๆ ครับ

   เมื่อเรารีวิวถึงรายละเอียดของตัวลำโพงบลูทูธกันน้ำตัวนี้กันไปแล้ว ในช่วงนี้ก้มาถึงเรื่องของการทดสอบกันบ้าง สิ่งแรกที่เราจะทำการทดสอบก็คือ เรื่องของคุณภาพเสียงนั้นเอง ซึ่งก่อนหน้าที่แอดมินจะมาเขียนรีวิวนี้ ก็ได้ทำการทดสอบใช้งานกันมาแล้ว ก็ได้ผลลัพธ์ว่า เรื่องของคุณภาพเสียงที่ได้นั้น มันคือว่าเป็นลำโพงที่ให้เสียงในระดับพื้นฐานเท่านั้นเองนะครับ คือมันจะมีเสียงดังพอสมควร แต่เรื่องของมิติเสียงนั้นยังไม่ดีเท่าไหร่ ใครที่จะต้องเน้นคุณภาพเสียงแบบดีๆ ระดับ hi-end เลยเนี่ยนะครับ อาจจะยังไม่ตอบโจทย์สำหรับลำโพงตัวนี้สักเท่าไหร่ มิติเสียงกลางมันดูเด่น ชัดเจน แต่เรื่องของมิติเสียงแหลมและเสียบเบส มันยังไม่ดีพอนะครับ เสียงแหลมยังไม่ไสพอ แล้วก็เสียเบสแทบจะไม่มีเลย จะออกแนวเสียงทุ้มๆ มากกว่าเสียงเบสที่ใครอยากจะได้แบบเบสลึกๆ ยังไม่ตอบโจทย์ เพราะลำโพงบลูทูธกันน้ำตัวนี้เป็นลำโพงขนาดเล็ก ไม่ได้ใหญ่มาก ถัดมาในส่วนของการทดสอบการพูดคุยแบบ speaker phones ก็คือได้ทำการทดสอบพูดคุยกดรับสายในกรณีที่มีสายเรียกเข้าดู การพูดคุยก็ได้ยินชัดเจนกันทั้งฝั่งผู้รับกับผู้โทรเข้ามา ตรงนี้ถือว่าผ่านการทดสอบครับ ถัดมาในส่วนของเรื่องของการกันน้ำได้ ตรงนี้เราก็ได้ทำการทดสอบเอาแบบว่าตักน้ำมันหนึ่งถัง แล้วก็เอาลำโพงบลูทูธกันน้ำได้ตัวนี้ เปิดเพลงไปด้วย แล้วก็จุ่มลงในถังน้ำไปเลย แล้วก็ทิ้งไว้ประมาณสัก 5 นาที เพลงก็ยังเปิดอยู่ แล้วก็หยิบขึ้นมา ก็ไม่เสียหาย ถือว่ามีการซีนกันน้ำมาได้อย่างดีแล้ว แต่คงคาดว่ากันน้ำแบบลึกๆ เกิน 10 เมตรขึ้นไป อะไรแบบนั้นคงจะไม่ได้ เพราะอาจจทำมาแค่กันน้ำในอ่างน้ำในห้องน้ำทั่วไปเท่านั้นเองนะครับ

   ทางแอดมิน 108plaza ก็ต้องขอสรุปเกี่ยวกับลำโพงบลูทะ Bluetooth Shower Speaker ตัวนี้ไว้ว่า ถือว่าเป็นลำโพงในราคาเริ่มต้นที่สามารถฟังเพลงได้แบบสบายๆ ไม่ได้เน้นเรื่องของมิติเสียงที่เด่านมากเท่าไหร่นะครับ เพื่อนๆ คนไหนสนใจก็ลองไปหาซื้อกันได้ตามร้านจำหน่ายอุปกรณ์ไอทีทั่วไปได้เลย

Review Monster BTW 218 Tower of music Wireless ลำโพงบลูทูธสัญชาติอเมริกา

   สำหรับการรีวิวลำโพงบลูทูธในครั้งนี้เราอยู่กับแบรนด์ Monster อีกหนึ่งตอนนะครับ หลังจากที่ได้รีวิวรุ่นใหญ่อย่าง Monster BTW 249 ไปแล้วเมื่อตอนที่ผ่านมา ทีนี้มาเจอรุ่นน้องที่มาเพียงแค่ตัวเดียว เป็นลำโพงแบบพกพาที่มีขนาดเล็กลง ใครที่ต้องการความคร่องตัวนิดหนึ่ง แต่ไม่ได้มีขนาดที่เล็กกะทัดรัดมากนักเนี่ยนะครับ คือใส่กระเป๋าเดินทางไปได้ อะไรแบบนี้ ถ้าพูดถึงแบรนด์ Monster แล้วก็คงต้องบอกว่าเป็นแบรนด์ระดับอินเตอร์ที่บ้านเราก็มีการตอบรับที่ดีแล้วก็เชื่อมั่นในคุณภาพแบะพลังเสียงพอสมควรเลยละ แต่สำหรับ Monster BTW 218 ที่แอดมินจะท่ำการรีวิวในครั้งนี้ คุณภาพจะเป็นอย่างไร ไปติดตามกันครับ

   มาเริ่มดูฟังก์ชั่นการใช้งานที่ลำโพงบลูทูธรุ่นนี้ให้มากันก่อนเลยนะครับ ด้านหน้ากล่องก็จะบอกเอาไว้ว่า สามารถที่จะเชื่อมต่อบลูทูธได้ แล้วก็ที่เพิ่มขึ้นมา แล้วก็มีมาในรุ่นนี้ด้วย ก็คือฟังก์ชั่นที่เป็นเอกสิทธิ์ของทาง Monster เค้านะครับ ก็คือ EZ-play ถ้าเพื่อนๆ ได้อ่านในตอนที่ผ่านมาตัว Monster BTW 249 จะรู้ว่าคืออะไร แต่จะอธิบายอย่างนี้ว่า EZ-play นั้นเป็นฟังก์ชั่นที่จะไว้เชื่อมต่อแบบไร้สายกับลำโพงรุ่นเดียวกันหรือรุ่นอื่นๆ ก็ได้ในยี่ห้อ monster ทั้งหมดที่มีฟังก์ชั่นนี้อยู่ มันจะสามารถให้ตัวใดตัวหนึ่งเป็นตัวแม่ จากนั้นจะทำการเชื่อมต่อกันได้สูงสุด 8 ตัว เพื่อให้เสียงนั้นมัน surround มากขึ้น จะเชื่อมต่อกันได้ระยะห่างไกลสุดที่ 30 เมตรเลยทีเดียว นอกจากนั้นก็จะยังเชื่อมต่อแบบสาย 3.5 มม. ได้ด้วย ตัวนี้รับสายเรียกเข้าคุยโทรศัพท์ผ่านลำโพงบลูทูธได้เลย แล้วก็สามารถเปลี่ยนให้มาเป็นเพาเวอร์แบงค์ได้ด้วย ก็ต้องถือว่าครบครันในเรื่องของการใช้งานแบบทั้งไร้สาย แล้วก็มีสายนะครับ

   อีกหนึ่งจุดเด่นที่ช่วยเสริมเรื่องของฟังก์ชั่นการใช้งานแบบ EZ-play ที่อยากให้ได้เสียงแบบ surround แบบไร้สายทั่วห้อง ทั่วพื้นที่ เพราะว่าเชื่อมต่อในแบบไร้สายนั้นค่อนข้างได้ไกลถ้าดูจากรูปภาพด้านบนนะครับ แล้วในลำโพงตัวเดียวจะมีการกระจายเสียงได้กว้างถึง 270 องศาเลยนะครับ คือแค่ลำโพงตัวเดียวก็เสียงกว้างมากเลย ด้านในประกอบด้วยดอกลำโพงแบบ twitter หรือดอกเสียงแหลม 2 ตัว ขนาด 2.5 นิ้ว 2 ตัว แล้วก็มีลำโพง woofer ขนาด 3 นิ้วอยู่ด้านหน้า เป็นลำโพงแบบ full range คือให้เสียงที่ได้ทั้งเสียงกลางและเสียงทุ้ม ด้านข้างก็จะมี passive radiator 3 นิ้ว 2 ตัวด้วยกัน คือเรียกว่าอัดแน่นมาด้วยลำโพงด้านในที่ครบทุกย่านเสียงเลย ในส่วนของกำลังขับนั้นอยู่ที่ 20 watts เป็นภาคขยายหรือแอมป์คราส ดี นั้นเองครับ สามารถใช้งานกันได้ยาวๆ ถึง 8 ชั่วโมงติดต่อกัน ความจุของแบตเตอร์รี่ให้นั้นมาที่ 2200 mAh

   มาดูในส่วนของการใช้งานกันบ้าง เมื่อเปิดกล่องขึ้นมาจะมีสายเสียบปลั๊กชาร์จได้เลย ไม่ต้องมีหัวชาร์จหรือว่าอแด็ปเตอร์เลย แล้วก็จะมีสาย 3.5 มม. มาให้ แล้วก็จะมีคู่มือการใช้งานมาให้ด้วย แล้วก็จะมีตัวลำโพงบลูทูธอยู่ด้านในมีที่ซับกันกระแทกแพ็คกิ้งมาอย่างดีเลย ขนาดของลำโพงนั้นอยู่ที่ความสูง 26.6 ซม. ความกว้างความยาวแบบสี่เหลี่ยมจุตรัศ ขนาด 12.2 ซม. ด้านบนก็จะมีหูหิ้วมาให้ด้วย ส่วนด้านบนของตัวเครื่องนั้นก็จะมีปุ่มการใช้งานต่างๆ อยู่ด้วยนะครับ เป็นปุ่มเพาเวอร์แล้วก็จะมีไฟบอกสถานะในการชาร์จแบต ถ้าชาร์จยังไม่เต็มจะมีไฟสีแดงขึ้นมา แต่ชาร์จเต็มแล้วไฟจะหายไป ชาร์จครั้งแรกควรชาร์จประมาณ 10 ชั่วโมงนะครับสำหรับเพื่อนๆ ที่ซื้อมาแล้ว ถัดมาจะมีโลโก้ NFC มาให้ด้วย ก็สามารถเชื่อมต่อแบบแตะแล้วติดอย่างที่บอกไปในหลายๆ ตอนได้ หรือจะกดปุ่ม pair บลูทูธ ก็ได้ด้วยเช่นกัน แล้วก็จะมีปุ่มเพิ่มเสียงลดเสียง ปุ่มกดรับสายเรียกเข้าต่างๆ ก็ถือว่าใช้งานได้ไม่ยากนัก ด้านล่างก็จะมีช่องเสียบชาร์จไฟ แล้วก็จะมีพอร์ด USB เพื่อเอาไว้เป็นเพาเวอร์แบงค์เท่านั้น ไม่ได้เป็นที่เสียบทั้มไดร์ฟเพื่อเปิดเพลงอะไรไม่ใช่นะครับ บอดี้ก็จะเป็นเหล็กก็ค่อนข้างทนทาน แข็งแรงพอสมควรเลยทีเดียว

   ในส่วนของมิติของเสียงที่ได้จากลำโพงบลูทูธตัวนี้นะครับ ก็อยากจะบอกว่าบุคลิกเสียงนั้นใครที่ชอบเสียงใสๆ นะครับ แอดมินว่ามันเหมาะกับการเอาไปติดตั้งในร้านอาหาร ร้านกาแฟ อะไรแบบนี้ที่ฟังเพลงเบาๆ มีเสียงใสๆ ฟังสบายๆ มีเสียงเบสแบบนุ่มลึก ฟังแล้วมีมิติดีมากเลยทีเดียว จะใช้แบบตัวเดียวหรือจะเชื่อมต่อแบบ EZ-play ก็ถือว่าทำได้ดีเลย เรื่องราคาอยู่ที่ประมาณ 5 พันบาทมีทอน ใครชอบก็ลองไปหาซื้อกันดูได้เลย

รีวิวลำโพงพกพา JBL FLIP 3 ลำโพงบลูทูธขนาดเล็ก กันน้ำได้ ลุยได้ในราคา 4,xxx บาท

 

   สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังมองหาลำโพงบลูทูธดีๆ สักตัวหนึ่ง ที่ให้เสียงที่ครบทุกย่านความถี่ แล้วก็สามารถพกพาไปได้ทุกๆ ที่ได้ด้วย แล้วก็พาไปลุยๆ ได้ด้วย ไปเที่ยวทะเล ไปเที่ยวน้ำตก ก็ไม่ต้องกลัวว่าตกน้ำแล้วจะพัง เพราะว่าในเว็บไซต์ 108plaza ครั้งนี้มีลำโพงแบบพกพาได้ แล้วก็สามารถกันน้ำได้ด้วย ตัวนี้เลยครับ มารีวิวกัน

   ตัวนี้คือลำโพงพกพา JBL FLIP 3 ซึ่งอย่างแรกที่ตอบโจทย์คนที่ชอบสีสันเป็นพิเศษ เพราะเปิดตัวออกมากันถึง 8 สีให้เลือกด้วยกัน ตามภาพด้านบน อย่างแรกที่เห้นได้ชัดเจนว่าลำโพงพกพาตัวนี้มันเปลี่ยนไปก็คือเรื่องของดีไซน์ ซึ่งถ้าดูจากลำโพงของ JBL หลายๆ รุ่น ที่มีทั้งรุ่นพี่ใหญ่ แล้วก็รุ่นน้องเล็ก จะมีฟังก์ชั่นที่เพิ่มขึ้นมาคือมีผ้าที่ใช้แทนตัวตะแกรงเหล็กแบบเดิม ที่เป็นผ้าที่สามารถกันน้ำได้ด้วย แล้วด้านในตัวเครื่องเอง ก็จะมีการซีนมาอย่างดี เป็นการซีนเพื่อที่จะกันน้ำได้อีกชั้นหนึ่งด้วย ก็ถือว่าเป็นเทรนด์ในยุคปี 2015 เป็นต้นมาว่า ลำโพงบลูทูธนั้น ต้องกันน้ำได้ ต้องนำไปสมบุกสมบันได้ด้วย ซึ่งบางคนจะชอบไปเที่ยวทะเลมาก บางทีหิ้วไปแล้วหลุดมือ จมน้ำไป ถ้าลำโพงที่กันน้ำไม่ได้ ก็จะพัง ในส่วนนี้ก็เลยแก้ปัญหามาให้แล้ว ก็คิดว่าน่าจะตรงใจใครหลายๆ คนมากเลยทีเดียว อีกหนึ่งจุดเด่นที่เพิ่มเข้ามาใน JBL FLIP 3 ตัวนี้ก็คือว่า จะมีตัว passive radiator มาให้ด้วย ตัวนี้คืออะไร ถ้าอ่านรีวิวของเราหลายๆ ตอนจะทราบได้ทันทีเลย มันคือตัวที่ช่วยทำให้มิติในเสียงเบสหรือพลังเบสนั้นกระหื่มขึ้นมาเยอะเลยทีเดียว ดังนั้นเรื่องของบุคลิกเสียงที่ได้ในลำโพงตัวนี้ แน่นอนว่าเสียงเบสต้องมาแน่นอน

   ในด้านของปุ่มการใช้งานต่างๆ นั้นก็นอกจากจะมีปุ่มเพาเวอร์ ปุ่มเพิ่มเสียง ลดเสียง ปุ่มเลื่อนเพลง แล้วก็ปุ่มกด pair บลูทูธ แล้วนั้นนะครับ อีกหนึ่งสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาใหม่เลยในรุ่นนี้ ก็คือปุ่ม JBL connect ถามว่าปุ่มนี้คืออะไร ก็คือ ปุ่มที่เอาไว้ใช้ในการเชื่อมต่อลำโพงบลูทูธหรือว่าลำโพงแบบพกพาของ JBL ตัวอื่นๆ เข้าด้วยกัน ยกตัวอย่างเช่นว่า เราซื้อ JBL FLIP 3 รุ่นนี้มา 2 ตัว อยากจะให้ทั้ง 2 ตัวนี้ทำงานด้วยกัน เพื่อเพิ่มความดัง เพิ่มมิติของเสียงให้มัน surround มากขึ้น อะไรแบบนี้นะครับ หรือ ใครที่มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ อยากจะสร้างบรรยากาศในร้านด้ววยเสียงเพลง ก็เอาลำโพงทั้ง 2 ตัวนี้ไปติดตามมุมต่างๆ โดยที่ไม่ต้องเดินสายสัญญาณ อาจจะไปติดตามเสาที่มีปลั๊กไฟเสียบ แล้วจากนั้นก็กดปุ่ม JBL connect ตัวนี้ด้วยกันทั้ง 2 ตัว แล้วจากนั้นลำโพงทั้ง 2 ตัวจะเชื่อมต่อสัญญาณกันทันที โดยจะมีตัวใดตัวหนึ่งเป็นตัวแม่รับสัญญาณบลูทูธจากสมาร์ทโฟนหรือเครื่องเล่นต่างๆ แล้วก็ส่งไปยังอีกหนึ่งตัวที่เชื่อมต่อเข้าด้วยกัน ฟังก์ชั่นนี้ก็เพิ่มขึ้นมาในรุ่นนี้ด้วย แต่ถามว่าเทคโนโลยีแบบนี้มันมีแค่ JBL อย่างเดียวไหมที่ทำได้ คำตอบคือ ไม่ มีอีกหลายๆ แบรนด์ที่สามารถเชื่อมต่อกันได้ ก็เลือกเอาว่าข้อแตกต่างของการเชื่อมต่อแบบนี้ บางแบรนด์เชื่อมต่ได้ไกลถึง 100 เมตร บางแบรนด์เชื่อมต่อกันได้ถึง 8 ตัว หรือมากกว่านั้น อันนี้ก็ลองไปหาอ่านรีวิวของเว็บไซต์เราดูได้ แล้วก็เปรียบเทียบเรื่องของราคาและฟังก์ชั่นการใช้งานที่มันคุ้มค่ากันดูได้นะครับ สำหรับการใช้งานก็ตัวแบตเตอร์รี่นั้น สามารถใช้งานได้นานติดต่อกันประมาณ 10 ชั่วโมง ที่ความดังปกติ แต่ถ้าเร่งดังจนสุด ชั่วโมงการใช้งานก็จะลดลง แต่ถือว่าใช้งานได้นานเกิน 5 ชั่วโมงแน่นอน การชาร์จไฟกลับเข้าไปก็ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งก็เต็ม ก็จะใช้พอร์ด micro USB ที่เป็นสายชาร์จแบบ android ก็สามารถใช่ร่วมกันได้นะครับ

   อีกหนึ่งฟังก์ชั่นของลำโพงบลูทูธ JBL FLIP 3 ตัวนี้ก็สามารถใช้เป็น speaker phones ได้ด้วย มีไมค์โครโฟนในตัว รับสายเรียกเขาโทรศัพท์ได้นั้นเอง ในส่วนของบุคลิกเสียงนั้น ต้องบอกว่าชื่อเสียงของ JBL ที่ทำตลาดอยู่ในด้านของเครื่องเสียงและลำโพงก็ถือว่าไม่ธรรมดา แต่สำหรับลำโพงรุ่นนี้ FLIP 3 ก็ถือว่าจุดเด่นอย่างแรกเลยที่จับต้องได้ คือเสียงกลาง และ เสียงแหลม ที่ค่นอข้างเคลียร์ ฟังสบาย ไม่ปาดหู แต่เนื่องจากมันเป็นลำโพงที่ราคาไม่ได้สูงมากนัก มาตรฐานของเสียงตรงนี้ก็จะอยู่ในระดับกลางๆ ก็แล้วกันนะครับ ไม่ได้ถือว่าแย่ เอาเป็นว่าคนที่ไม่ได้หูเทพ หูทอง ก็ฟังได้ดีเลยทีเดียวแหละครับ แต่ลำโพงรุ่นนี้ก็ไม่ได้ถือว่าเป็นเสียงระดับ Hi-end แต่อย่างใด ราคาก็อยู่ที่ประมาณ 4,xxx บาทเท่านั้นเอง แต่ที่สุดแล้วเชื่อว่าทุกคนที่จะซื้อ ก็คงต้องไปฟังด้วยตัวเองดีกว่าว่าชอบหรือไม่ชอบอย่างไร เอารีวิวของเราไปเก้นไกต์ไลน์จะดีกว่านะครับ