Tag Archives: gadget

รีวิวลำโพงไร้สาย JBL Xtreme Splashproof Bluetooth กันน้ำสาดกระเซน พร้อมฟังก์ชั่นอัดแน่นและพลังเสียงจัดเต็มรูปแบบลำโพงพกพาใช้งานได้ยาวนาน

 

   108plaza ของเราในตอนนี้ก็มีอีกหนึ่ง gadget ที่น่าสนใจจากแบรนด์ JBL มาฝากเพื่อนๆ ที่รักในการฟังเพลงมาให้ได้อ่านกันอีกแล้ว ซึ่งแอดมินก็ได้เตรียมเอาลำโพงไร้สายรุ่น JBL Xtreme มารีวิวกันแบบจัดเต็ม จัดหนัก เจาะลึกในทุกๆ ฟังก์ชั่นการใช้งาน ไม่รอช้าไปติดตามกันได้เลย

   บอกได้เลยว่านี่คือลำโพงบลูทูธสำหรับขาลุย ชอบไปเที่ยวทะเล ไปเที่ยวน้ำตก และ สถานที่ต่างๆ สามารถพกพาไปฟังเพลงได้ยาวๆ หรือ ใครที่ชอบฟังเพลงในห้องน้ำ ลำโพงรุ่นนี้กันน้ำสาดกระเซนตามมาตรฐาน IPx5 ได้ด้วย อุปกรณ์ที่ให้มาในกล่องก็จะมีสายคล้องตัวลำโพง จะห้อยหรือจะหิ้วได้หมดเลย พร้อมกับมีสายชาร์จและหัวชาร์จมาให้ด้วย ใช้แบบตรงรุ่น ตรงกระแสไฟกันได้เลย ก็มีเท่านี้เองสำหรับอุปกรณ์เสริม ถัดมาก็จะเป็นตัวลำโพงที่มีรูปทรงตามรูปตัวอย่างสิ้นค้าด้านบน ก็จะเป็นทรงกระบอก ถือง่าย ไม่หนักมาก เปิดตัวมาให้เลือกใช้งานด้วยกัน 3 สี ก็จะมีสีแดง สีน้ำเงิน สีดำ ส่วนแอดมินเองคิดว่าสีแดงสวยสุดเลย ภายในตัวลำโพงเอง จะประกอบไปด้วยดอกลำโพงแบบ woofer จำนวน 2 ดอกอยู่โซนล่าง พร้อมกับดอกลำโพง twitter อีกจำนวน 2 ดอก ที่ให้เสียงแหลม พร้อมกับช่องเพิ่มมิติเสียงเบสแบบ passive radiator อีกจำนวน 2 ตัวอยู่ด้านขาวทั้งสองฝั่ง โดยตัวลำโพงจะให้เสียงแบบ สเตอริโอ แยกเสียงซ้าย-ขวา

   ในส่วนของฟี่เจอร์การใช้งานแบบไร้สายนั้น แน่นอนว่าสามารถที่จะเชื่อมต่อผ่านทางบลูทูธได้ เป็นบลูทูธเวอร์ชั่น 4.1 แล้วด้วย ก็ถือว่ามีความเสถียรในการเชื่อมต่อ ก็รองรับสมาร์ทโฟนทุกค่ายทุกฝั่ง ที่มีบลูทูธ พร้อมกับเครื่องเล่นเพลงทุกชนิดที่มีบลูทูธเช่นเดียวกัน แต่ถ้าใครที่ไม่สะดวกต่อบลูทูธ ก็จะมีโหมด AUX input แบบสายแจ็ค 3.5 มาให้เลือกใช้งานกันด้วย แต่ที่เด่นไปกว่านั้นสำหรับฟี่เจอร์เชื่อมต่อบลูทูธ เป็นเทคโนโลยีของ JBL ที่พัฒนาขึ้นมาเรียกว่า social mode ก็คือ จะสามารถรองรับการเชื่อมต่อบลูทูธได้ 3 devices หรือ 3 เครื่องพร้อมกัน แต่จะเปิดเพลงได้ทีละเครื่องที่สั่งเปิดหลังสุด เพลงในเครื่องก่อนหน้านั้นก็จะถูกตัดออกไป เหมาะสำหรับการปาร์ตี้กันหลายๆ คน หลายๆ เครื่อง ฟังเพลงหลายๆ แนว แต่อาจจะแย่งกันเปิดได้ด้วยเช่นเดียวกัน ตรงนี้ต้องจัดการดีๆ ด้วย

   อีกหนึ่งสเปคที่จุใจของลำโพงบลูทูธ JBL Xtreme รุ่นนี้ก็คือ ใส่แบตเตอร์รี่ความจุ 10,000 mAh มาให้เลย สามารถที่จะเปิดฟังเพลงกันยาวๆ ประมาณ 15 ชั่วโมง และ สามารถที่จะชาร์จแบตจาก 0 เปอรเซ็นต์จนเต็มภายในเวลาเพียง 3.5 ชั่วโมง เท่านั้นเอง เนื่องด้วยมีแบตเยอะ ก็เลยใส่พอร์ด USB มาถึง 2 พอร์ดด้วยกัน เป็นพอร์ดที่เอาไว้เป็นเพาเวอร์แบงค์เท่านั้น โดยจ่ายไฟแบบขนาดที่ 2A ถ้าอยากให้ชาร์จสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ดเต็มเร็วๆ ก็ให้เสียบชาร์จแค่เครื่องเดียว ถ้าเสียบทั้ง 2 เครื่องพร้อมกันจะจ่ายไฟที่ 1A เท่านั้น แบตก็จะเต็มช้าลง และ จะสามารถชาร์จได้แบบฉุกเฉินเท่านั้น เพราะแบตตัวลำโพงก็จะหมดลงไปด้วยเช่นเดียวกัน แต่ก็แนะนำว่าพอร์ดเชื่อมต่อต่างๆ จะมีตัวยางซีนปิดอยู่ทุกช่องเสียบ ถ้าใช้แล้วอย่าลืมปิดให้แน่น เพื่อป้องกันน้ำเข้าในภายหลัง ป้องกันตัวลำโพงเสียหายด้วย ถ้าไม่ปิดน้ำอาจจะเข้าได้ ถัดมาอีกหนึ่งฟี่เจอร์คือ ตัวลำโพงมีไมค์โครโฟนด้วย สามารถกดรับสายเรียกเข้าโทรศัพท์ได้เลย พร้อมกับมีระบบป้องกันเสียงรบกวน และ เสียงสะท้อนกลับด้วย เพื่อให้การพูดคุยได้ยินชัดเจนขึ้นนั่นเอง ในส่วนถัดมาเรื่องของการกันน้ำนั้น บอดี้ของลำโพงรุ่นนี้ JBL ค่อนข้างที่จะใส่ใจรายละเอียดมาดีมากเลย บอดี้เป็นลัฟเบอร์อย่างดี กันรอยขุดขีดได้ เนื้อผ้าที่หุ้มมานั้นถูกเคลือบสารกันน้ำมาแล้วด้วย น้ำไม่สามารถไหลผ่านเข้าไปข้างในตัวลำโพงได้ แน่แนะนำว่ามันกันน้ำกระเซนได้เท่านั้น ใครที่ทำตกน้ำต้องรีบเก็บขึ้นมา ลำโพงจะไม่พังเสียหาย แต่ถ้าเอาไปแช่น้ำ ลำโพงจะพังแน่นอน อีกหนึ่งฟี่เจอร์ส่งท้ายก็คือมีระบบ JBL connect จะสามารถเชื่อมต่อกับลำโพงในแบรนด์ JBL ทุกรุ่นที่มีระบบนี้ จะสามารถทำเป็นลำโพงสเตอริโอได้ เชื่อมต่อกันแบบไร้สาย 2 ตัวเข้าด้วยกัน

   ลำโพงบลูทูธจาก JBL รุ่น Xtreme ตัวนี้ก็ต้องบอกว่าพลังเสียงนั้นไม่ธรรมดา เน้นพลังเสียงเบสที่โดดเด่น ใครที่ชอบฟังเพลงสไตล์เอามันส์เข้าว่า เอาความสะใจเข้าไว้ก่อน แบบนั้นค่อนข้างที่จะตอบโจทย์เป็นอย่างดีเลย แถมมีฟี่เจอร์ที่ครบครันก็ลองไปหาทดสอบใช้งานกันได้

รีวิว หูฟังบลูทูธที่มาพร้อมกับพลังเสียเบสแน่นๆ จาก JBL E25BT รุ่นใหม่ล่าสุดประจำปี 2017

 

   108plaza ในตอนนี้มีอีกหนึ่ง gadget ใหม่ล่าสุดเลยจากแบรนด์ JBL อีกหนึ่งชิ้น หนึ่งซีรีส์ที่เปิดตัวตามๆ กันมาในช่วงต้นปี 2017 แบบนี้ แน่นอนว่าถ้าเป็นแบรนด์ JBL ก็คงต้องอยู่ในกลุ่มของชุดเครื่องเสียง ลำโพงหลายๆ รุ่น ลำโพงบลูทูธ และที่นำมาในตอนนี้ก็เป็นหูฟังบลูทูธนั่นเอง จะเป็นรุ่นไหนอย่างไร ไปติดตามรีวิวกันได้เลย

   นี่คือหูฟังบลูทูธจาก JBL มีชื่อรุ่นว่า E25BT ซึ่งก็เป็นรุ่นที่ถือว่าเป็นรุ่นพี่ของ E15 ที่เป็นหูฟังที่แบบเสียบสายปกติ แต่ทั้งสองรุ่นนี้ก็ถือว่าค่อนข้างจะผิดแปลกไปจากกลุ่มหูฟังของ JBL หลายๆ รุ่นที่มักจะผลิตหูฟังออกมาที่เน้นความเป็น Hi-end ที่มีแนวเสียงไปในทิศทางที่ฟังเพราะๆ สบายๆ เน้นรายละเอียดของเสียง ความเป็นธรรมชาติของเสียง แต่หูฟังทั้งในรุ่น E25BT ที่เป็นหูฟังบลูทูธตัวนี้และตัว E15 จะเน้นไปในแนวเสียงแบบวัยรุ่นๆ ที่ชื่นชอบความมันส์ สะใจในเรื่องของพลังเสียงเบส ความจัดจ้านของเสียงแหลม ความโดดเด่นของเสียงกลางพุ่งๆ เน้นความมันส์ของเสียงดนตรีว่ากันแบบนั้น

   สำหรับหูฟังบลูทูธ JBL E25BT รุ่นนี้เปิดตัวมาให้เลือกอยู่ด้วยกัน 5 สี ได้แก่ สีขาว สีดำ สีน้ำเงิน สีเขียว และก็สีแดง ซึ่งหูฟังรุ่นนี้ถ้าใครที่ชื่นชอบ ชื่นชมและเป็นแฟนพันธ์เครื่องเสียง ลำโพง หรือ สินค้าทุกๆ ชิ้นของ JBL เองนั้น หูฟังบลูทูธรุ่นนี้ก็จะกลายเป็นสิ่งที่น่าสะสมอีกหนึ่งชิ้น เพราะการันตีว่าเป็น JBL signature sound อีกหนึ่งรุ่นเหมือนกัน ก็ถือว่าเป็นลายเซ้นต์ของเสียงในแบบฉบับ JBL ว่ากันแบบนั้น ใครที่หูเทพ หูทอง ทั้งหลายที่แยกบุคลิกเสียงของลำโพงหรือหูฟังของแต่ละแบรนด์ออกก็ลองไปหาทดสอบฟังกันได้ตามร้านค้าชั้นนำทั่วไปได้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพื่อนๆ คนไหนที่ชื่นชอบการฟังเพลงแนว EDM sound หรือซาวต์ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลาย แนว hippop อะไรแบบนั้น ค่อนข้างที่จะเหมาะกว่าหูฟังทุกๆ รุ่นของ JBL ที่เปิดตัวมาก่อนหน้านี้อย่างยิ่งเลย แล้วที่พิเศษไปกว่านั้น หูฟังรุ่นนี้เป็นหูฟังบลูทูธ ดังนั้น ภายในก็จะมีแบตเตอร์รี่ในตัว มีภาคขยายในตัว กำลังขับก็มีในตัวเช่นเดียวกัน สิ่งที่ตามมาก็คือ เรื่องของความอิ่มของเสียง เรื่องอิมแพคของเสียง มิติของเสียง ไม่ต้องไปพึ่งกำลังขับจากตัวสมาร์ทโฟนหรือเครื่องเล่นเพลงพกพาใดๆ เหมือนกับหูฟังแบบเสียบสาย ตรงนี้ก็คือว่าดีกว่าและสะดวกกว่าด้วย ไม่ต้องไปพบเจอกับปัญหาสายพันกัน หรือ สายขาด หรือ สายรุงรังน่ารำคาญ ก็ถือว่าเทรนด์หูฟังบลูทูธน่าจะมาแรงเลยทีเดียวในปี 2017 นี้

   ในส่วนของสเปคตัวหูฟังบลูทูธรุ่นนี้ JBL E25BT ก็มาพร้อมกับบลูทูธเวอร์ชั่น 4.1 ก็ถือว่ามีความเสถียรในการเชื่อมต่ออย่างดีเลยในเวอร์ชั่นที่ถือว่าใหม่ล่าสุดที่นำมาใช้ในกลุ่มหูฟังแล้ว ระยะการเชื่มอต่อก็อยู่ที่ 15-20 เมตรที่เปรียบเทียบในการใช้งานจริงๆ ก็ถือว่าใช้งานได้สบาย แต่สเปคที่ให้มาในคู่มือนั้นได้ไกลกว่านั้นมา แต่โดยทั่วไปก็ไม่น่าจะมีใครใช้งานในระยะไกลเกินกว่านั้นอีกแล้ว ถัดมาในส่วนของการใช้งานกับแบตเตอร์รี่นั้น สามารถที่จะใช้งานได้ต่อเนื่องกัน 8 ชั่วโมง ภายในเป็นแบตเตอร์รี่แบบริเที่ยมไอออน มีความจุ 120 mAh ก็สามารถที่จะใช้ในการพูดคุยโทรศัพท์ได้ด้วย เพราะมีไมค์โครโฟนมาให้ พร้อมกับการฟังเพลงไปด้วยก็ถือว่ายาวนาน โดยใช้เวลาในการชาร์จแบตจาก 0 จนเต็มก็เพียงแต่ 2 ชั่วโมงเท่านั้นเอง แล้วที่เป็นจุดเด่นไปกว่านั้น ที่ JBL อัดสเปคมาให้ ก็คือสามารถที่จะเชื่อมต่อบลูทูธกับ Device ต่างหรือหรือสมาร์ทโฟนได้พร้อมๆ กันถึง 2 เครื่อง ก็สามารถซื้อมาคู่เดียว ใช้ร่วมกับแฟนได้เลย ประหยัดดี แต่ก็ต้องแย่งกันเปิดเพลงสักนิดหนึ่ง ต้องตกลงว่าจะฟังเพลงจากเครื่องไหน เพราะเปิดได้ทีละเครื่องเท่านั้น แต่หลายท่านอาจจะสงสัยว่าหูฟังบลูทูธรุ่นนี้กันน้ำหรือเปล่า คำตอบคือ ไม่กันน้ำ ไม่ใช่หูฟังที่เน้นการลุยๆ หรือการออกกำลังกาย แต่เน้นการฟังเพลงและการพูดคุยโทรศัพท์เท่านั้น

   ตรงบริเวณปุ่มคอนโทรลของหูฟังบลูทูธรุ่นนี้ ก็สามารถที่จะกดรับสาย เพิ่ม-ลดเสียง และ เลื่อนเพลงได้เลย ในกล่องก็จะให้ตัวคริปหนีบเสื้อและสายชาร์จมาให้ครบ สำหรับสเปคภายในเป็น dynamic driver ขนาดข้างละ 8 มิลลิเมตร ตอบสนองความถี่ได้ตั้งแต่ 20Hz-20kHz เลยทีเดียว ค่าความด้านทานที่ 16 ohm บอดี้เป็นพลาสติก ผิวมัน สายเป็นสายถัก ป้องกันสายพันกันได้ด้วย ความไวเสียงอยู่ที่ 102 dB น้ำหนักหูฟังอยู่ที่ 16.5 กรัม ราคา 2,4xx บาท ใครที่สนใจอ่านสเปคแล้วชอบ อ่านแนวเสียงแล้วชอบ ก็ลองไปหาทดสอบฟังเสียงกันได้เลย

รีวิว Nubia Z11 mini สมาร์ทโฟนราคา 7,000 บาทมีทอน จะมีอะไรน่าสนใจบ้างไปดูกัน

 

   เชื่อว่าหลายๆ ท่านน่าจะคุ้นเคยกับสมาร์ทโฟนแบรนด์ Nubia กันมาบ้างแล้วในช่วงปลายปีที่ผ่านมา แต่ในต้นปีแบบนี้ 108plaza ก็มีสมาร์ทโฟนจาก Nubia อีกหนึ่งรุ่น ที่มีราคาประมาณ 7,000 บาทมีทอน มีชื่อรุ่นว่า Nubia Z11 mini ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสินค้าอินเทรนด์ที่น่าสนใจไม่น้อย แต่จะมีจุดไหนที่น่าสนใจนั้นไปติดตามรีวิวกันเลย

   ก่อนอื่นมาเริ่มแกะกล่องดูอุปกรณ์ที่ให้มาภายในกล่องก่อนเลย ก็จะมีตั้งแต่ คู่มือการใช้งาน ใบรับประกันตัวสินค้าที่สามารถส่งศูนย์ที่เมืองไทยได้เลย มีเข็มจิ่มซิม สายชาร์จ ที่ได้เปลี่ยนมาเป็น USB Type C แล้วด้วย พร้อมกับหัวชาร์จที่รองรับ Fast Charge ด้วย จากนั้นก็มีตัวเครื่อง เมื่อหยิบขึ้นมาจะรู้สึกว่าตัวเครื่องมันเบามากเลยทีเดียว มีน้ำหนักเพียงแค่ 138 กรัมเท่านั้นเอง มาพร้อมกับขนาดหน้าจอ 5 นิ้ว ความละเอียดของหน้าจอระดับ Full HD Displuy จุดเด่นน่าจะอยู่ที่ความละเอียดจอมากถึง 441ppi. เลยทีเดียว ซึ่งถือว่ามีความละเอียดมากเลย ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดที่นาสนใจในสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ ด้านข้างตัวเครื่องนั้นรองรับ 2 ซิม พร้อมากับเลือกที่จะใส่เมมโมรี่ได้ด้วย ส่วนด้านบนตัวเครื่องก็ยังมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 อยู่ ยังไม่ตัดออก

   เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมาพร้อมกับปลดล็อคด้วยปุ่มสแกนลายนิ้วมือ ก็พบว่าสแกนได้รวดเร็วดี แต่สิ่งที่แปลกหูแปลกตาไปจากมือถือ android ทั่วไป ก็คงเป็นเรื่องของ nubia UI นั่นเอง แรกๆ อาจจะต้องเรียนรู้กับการใช้งานและการตั้งค่ากันสักนิดหนึ่ง พร้อมกับการใช้ในโหมดภาษาไทยเอง การแปลความหมายก็จะอ่านดูงงๆ สักนิดหนึ่ง แต่ก็พอเข้าใจได้ แต่จุดที่ค้นพบว่ามันน่าจะใช้งานได้ดีและมีมาให้เหมือนกับสมาร์ทโฟนเรือธงหลายๆ รุ่นก็คือ การใช้งานแบบแคปหน้าจอ โดยใช้วิธีการกดปุ่มลดเสียงและปุ่มเพาเวอร์พร้อมกัน หรือ แตะที่ปุ่มสแกนลายนิ้วมือค้างไว้ ก็จะแคปหน้าจอได้ แต่ความพิเศษไปกว่านั้น สามารถแคปแบบ long screen shot ได้ แบบแคปทั้งหน้าเพจ หรือ แคปเป็นรูปต่างๆ ที่เราวาดเอาเองบนหน้าจอก็ได้ พร้อมทั้งการทำแคปแบบวีดีโอสั้นๆ ก็ทำได้ แบบจะแคสเกม หรือ สอนวิธีการตั้งค่าต่างๆ ให้เพื่อนๆ หรือคุณพ่อ คุณแม่ดู ก็จะถูกบันทึกเป็นวีดีโอไปอยู่ในแกลอรี่ให้เลือกส่งต่อได้เลย ก็ถือว่าง่ายดีและไม่ค่อยมีฟี่เจอร์นี้ในมือถือรุ่นกลางๆ แบบนี้มากสักเท่าไหร่ อีกหนึ่งฟี่เจอร์เด่นๆ เลยที่ Nubia ทำมาในมือถือรุ่นนี้ด้วย นั่นก็คือ การเล่นกับขอบจอทั้งสองด้าน ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องแรกๆ เลยก็ว่าได้ที่ทำฟี่เจอร์นี้ขึ้นมา ยกตัวอย่างเช่น ปาดขอบจอขึ้นก็จะให้เข้าโหมดกล้อง ปาดขอบจอลง ให้เข้าแอปแกลอรี่ หรือ รูดขึ้นรูดลงสั่งให้ล้างแอปที่เปิดทิ้งไว้ ก็ทำได้ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าของเราว่าจะตั้งไว้ที่ขอบจอข้างไหน ท่าทางใด ก็เป็นลูกเล่นที่ดูน่ารักและใช้งานง่ายดีเลยทีเดียว

 

   อีกหนึ่งจุดเด่นอย่างต่อมาใน Nubia Z11 mini เครื่องนี้ ก็คือ น่าจะเป็นกล้องหลังที่ใส่กล้องความละเอียด 16 ล้านพิกเซลเลยทีเดียว พร้อมกับใช้เซนเซอร์ของทาง sony อีกด้วยเป็น IMX 298 Opical ทั้งหมด 6 ชิ้นเลนส์ f/2.0 ซึ่งตรงจุดนี้หลังจากที่แอดมินเองได้ทดสอบใช้งานมาแล้วก่อนหน้านี้ ก็พบว่าจริงๆ แล้วกล้องเองไม่ได้ชัดว้าวเหมือนมือถือเรือธงแน่นอน แต่ก็ยังได้ความคมชัดที่ดีอยู่ แต่จุดเด่นที่มากกว่านั้น ก็คือ โหมดการใช้งานที่ไม่ใช่การใช้งานในเชิงช่างกล้องมืออาชีพมากนัก โหมดโปรก็มีให้เลือกตั้งค่าแบบทั่วไป แต่จะเหมาะกับคนที่ใช้กล้องทั่วๆ ไป ใช้โหมดออโต้และจะดีมากเลยสำหรับคนที่ชอบเล่นลูกเล่นต่างๆ สามารถรังสรรค์ลูกเล่นการถ่ายภาพได้ค่อนข้างเยอะ ใครมีไอเดียร์อะไรในการถ่ายภาพ ถือว่ามือถือรุ่นนี้ตอบโจทย์อย่างมากในกล้องหลัง พร้อมกับการถ่ายวีดีโอสูงสุดที่ 1080p แต่พอได้ใช้งานไปแล้วก็ไม่ได้เร็วมาก กลางๆ แต่ก็ไม่ได้ช้า

   อีกหนึ่งสิ่งสำคัญเลยที่ต้องรีวิวในสินค้าอินเทรนด์รุ่นนี้ ก็คือ กล้องหน้าใน Nubia Z11 mini ให้ความละเอียดมาที่ 8 ล้านพิกเซล ต้องบอกเลยว่ามันเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่สาวๆ หลายคนน่าจะชอบเลยทีเดียว มีโหมดบิวตี้มาให้เลือกปรับ 10 ระดับ แต่ภาพที่ได้จะไม่ได้ดูเวอร์เกินไป แต่จะออกแนววิ้งค์ๆ พร้อมกับมีโหมดยิ้มแล้วถ่าย แบบไม่ต้องกดชัตเตอร์ก็ได้ พร้อมกับกล้องเป็นเลนส์ wide ด้วย ก็ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจไม่น้อยพร้อมกับการใช้งานที่ลื่นไหลได้เป็นปกติ

วิว dbx goRack Professional Audio อุปกรณ์เชื่อมต่ออเนกประสงค์ขนาดเล็กสำหรับงาน Sound and Audio

รี

   108plaza มีอีกหนึ่ง gadget ใหม่ๆ จากทาง dbx ผู้ผลิตสินค้าในกลุ่มเครื่องเสียง ลำโพง และอุปกรร์อิเล็กทรอนิกส์ทางด้าน Audio รายใหญ่อีกหนึ่งชิ้นมารีวิวกัน ซึ่งมีชื่อว่า dbx goRack แล้วหลายท่านอาจจะถามว่า มันคืออะไร เมื่อดูจากรูปด้านล่างนี้แล้วเดาไม่ออกว่าคืออะไร คำตอบก็คือ มันคือ Processing อีกหนึ่งตัวที่สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างได้ครบครัน ทั้งไมค์โครโฟน ทั้งเครื่องดนตรี ทั้ง Devices ต่างๆ ที่เป็นเครื่องเล่นเพลง สมาร์ทโฟน และอื่นๆ แล้วถามว่ามันเหมาะกับคนที่ใช้งานทางด้านไหนบ้าง ก็บอกได้ง่ายๆ อีกเช่นเดียวกันว่า คนที่ทำงานเป็น DJ หรือคนที่ออกมางาน Event ตามบูธต่างๆ ที่ต้องมีเครื่องเสียงขนาดเล็กๆ เพื่อจัดงานทางด้านเสียงก็ได้ รวมไปถึงนักดนตรีที่เล่นกันเป็นวงเล็กๆ เป็น Music Band ก็ได้เช่นเดียวกัน หรือ ในกลุ่มงานแบบ Studio ก็ใช้งาน JBL goRack ตัวนี้ได้เช่นเดียวกัน เริ่มน่าสนใจแล้วใช่ไหมละครับ ไม่รอช้าไปรีวิวรายละเอียดพร้อมๆ กันเลย

   สิ่งแรกเลยที่ตัว JBL goRack ทำได้แบบในตัวเดียว ก็คือ สามารถที่จะเสียบต่อไมค์โครโฟนได้เลย สามารถที่จะเสียบได้ทั้งแบบ XLR Jacks LEFT/RIGHT หรือจะเป็นไมค์แบบแจ็คโฟนธรรมดาที่เป็น ¼ inch input jacks ก็ได้ ก็จะสามารถเสียบได้มากถึง 2 input หรือว่า 2 channel ซึ่งก็จะสามารถใช้ไมค์ได้ 2 ตัว หรือ จะใช้ไมค์หนึ่งตัว และ เครื่องดนตรีอีกหนึ่งชนิด ก็ใช้งานได้ ถัดมาก็ยังจะมีช่อง input AUX 3.5 มาให้อีก 2 ช่องเสียบหรือว่า 2 channel เช่นเดียวกัน ซึ่งตรงนี้เราก็สามารถที่จะเสียบเชื่อมต่อเข้ากับเครื่องเล่นเพลงต่างๆ หรือ สมาร์ทโฟนทุกค่าย ทุกฝั่งเชื่อมต่อได้หมดเลยผ่านทางช่องเสียบหูฟัง รวมไปถึงจะเชื่อมต่อมาจากลำโพงบลูทูธที่มีช่องเสียบ AUX output อีกทีก็ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งจะเหมาะมากเลยสำรหับนักดนตรี ที่ไม่ต้องหอบเครื่องเสียงไปเยอะ ต้องมีทั้งมิกเซอร์ มี EQ หรือมี crossover อีกมากมาย ในตัวนี้ JBL goRack เป็น driverRack ขนาดเล็กที่มีในตัวเดียวก็จบเลย สามารถใช้งานได้ ในส่วนถัดมาก็คือช่อง Output ที่จะออกไปเป็นแบบ สเตอริโอ แบบ 2 ช่อง XLR Balance เพื่อที่จะส่งสัญญาณเข้าไปหาเพาเวอร์แอปม์แล้วไปออกลำโพงอีกทีหนึ่ง หรือ ง่ายกว่านั้น ก็จะมีตัวลำโพงของทาง JBL เองที่มีเพาเวอร์แอมป์ในตัวออกมาหลายๆ รุ่น แล้วทางทีมงานและแอดมินของเรา 108plaza ก็เคยเอามาเขียนรีวิวให้แล้ว ก็มีอยุ่หลายๆ รุ่นเช่นเดียวกัน ก็สามารถใช้ร่วมกับตัว JBL goRack ตัวนี้ได้ พูดง่ายๆว่า ใครที่ไม่เข้าใจว่า Processing คืออะไร แต่ตัวนี้มันก็ทำหน้าที่คล้ายกับ มิกเซอร์ ตัวเล็กๆ ที่มีช่อง input อยู่ 4 ช่องหลักๆ มาให้ได้ใช้งานกันนั้นเอง แต่จะเหนือกว่ามิกเซอร์ก็คือมีตัวประมวลผลของเสียงมาให้เลยในตัว

   เราพูดถึงการใช้งานของ JBL goRack ในฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อบริเวณด้านหลังไปกันแล้วในช่วงต้น ถัดมาก็จะมีการใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ทางด้านหน้ากันบ้าง ปุ่มแรกเลยก็จะใช้ในการปรับ gain input knobs ก็คือจะเป็นคล้ายๆ master ที่จะคอยควบคุมความดังเบาของเสียงทั้งหมดเลย ถัดมาก็จะเป็นไฟ LED บอกสถานการณ์ใช้งานต่างๆ หรือ การเลือกโหมดการเชื่อมต่อต่างๆ ให้เราเห็นว่ามีปุ่มไหน โหมดใดทำงานอยู่บ้าง ก็ดูได้จากทางด้านหน้าเลย

   อีกหนึ่งส่วนความง่ายและความสะดวกในการใช้ JBL goRack ตัวนี้กัน นอกจากจะมีฟังก์ชั่นที่คล้ายกับมิกเซอร์ขนาดเล็กมาให้ได้เชื่อมต่อกันแล้ว ภายในก็ยังมีทั้งตัว EQ ที่จะคอยปรับแต่งเสียงในย่านต่างๆ ตั้งแต่ในย่านความถี่ต่ำไปจนถึงย่านความถี่สูงที่มีตามมาตรฐานก็คือ รองรับตั้งแต่ 20Hz ไปจนถึง 20kHz กันเลยทีเดียว เราก็จะสามารถบูธขึ้นมาได้ว่าจะเลือกเอาความถี่เสียงต่ำ เสียงกลาง หรือเสียงแหลมเพิ่มขึ้นมาให้มีมิติที่ดีขึ้นกว่าเดิม ตรงนี้จะเหมาะมากเลยสำหรับคนที่ทำงานเป็น DJ เปิดเพลงตามสถานที่ต่างๆ ที่ไม่ยากใช้เครื่องเสียงเยอะๆ ใช้ตัวนี้ตัวเดียวจบเลย มีให้ครบ รวมไปถึงอีกหนึ่งโหมดก็จะมีตัว Processer ด้วย เป็นตัวที่จะคอยป้องกันเสียงในความถี่ที่เกินหรือ peak อย่างเช่นการเสียบไมค์แล้วมีอาการหอนหรือเสียงดังเกินไป ก็สามารถป้องกันได้ภายในตัวเครื่องเลย

   ก็จัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง Device ที่ค่อนข้างสะดวกสบาย พร้อมกับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้สะดวก สามารถเชื่อมต่อกับมิกเซอร์ก็ได้ พร้อมทั้งเชื่อมต่อกับเพาเวอร์แอมป์ต่างๆ เพื่อให้ไปที่ลำโพง รวมไปถึงสมาร์ทโฟน ลำโพงบลูทูธ และอื่นๆ ก็สามารถปรับประยุกต์ใช้งานได้มากมายขึ้นอยู่กับประเภทของงานนั่นเอง

นาฬิกาที่เหมาะสำหรับสาวๆในตอนนี้กับ Baby-G

 

   สวัสดีค่ะเพื่อนๆที่น่ารักทุกคนนะค่ะ วันนี้เรามาพบกันแบบนี้แน่นอนว่าจะต้องมีสินค้าอินเทรนด์มาแนะนำให้เพื่อนๆได้รู้จักกันอย่างแน่นอนค่ะ สำหรับในวันนี้เราจะมาพูดกันถึงในเรื่องของนาฬิกานั้นเองค่ะโดยที่เรามาพูดถึงเรื่องนาฬิกาเนื่องจากไม่ว่าจะยุคสมัยไหนนาฬิกาก็ยังคงได้รับความสนใจและเป็นที่นิยมอยู่เสมอนั้นแหละค่ะ เพราะนาฬิกาเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญในเรื่องของการบอกเวลานั้นเอง เมื่อยุคสมัยมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของนาฬิกาก็มีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย แต่ว่าอย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมีการปรับเปลี่ยนให้นาฬิกาสามารถที่จะเข้ากับยุคสมัยใหม่ได้นั้นเองค่ะ ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้นาฬิกานั้นสามารถที่จะเป็นสินค้าอินเทรนด์ได้นั้นเองค่ะ ซึ่งนาฬิกาในปัจจุบันนี้มีการผลิตออกมาหลายยี่ห้อและหลายแบรนด์ด้วยกัน ทำให้เราสามารถที่จะเลือกสวมใส่นาฬิกาได้มากยิ่งขึ้นไม่เพียงแต่นาฬิกาจะทำหน้าที่ในการบอกเวลาในปัจจุบันเท่านั้นนะค่ะ นาฬิกายังสามารถที่จะเป็นเครื่องประดับได้อีกด้วยค่ะ วันนี้เราจึงพาเพื่อนๆมาทำความรู้จักกับนาฬิกาแบรน์นี้ซึ่งถือได้ว่าได้รับความนิยมและเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขว้างค่ะ นั้นก็คือ Baby-G ซึ่งเป็นอีกหนึ่งยี่ห้อของ CASIO นั้นเองค่ะ ในส่วนของวันนี้เราจะพาไปรู้จักกับนาฬิกาสีฟ้าหวานเหมาะกับสาวๆที่ชื่นชอบความหวานกันค่ะ ซึ่งนาฬิการุ่นนี้เป็นนาฬิการุ่น BA-110CA-2A ของ Baby-G เองค่ะ เอาเป็นว่าเราจะพาเพื่อนๆไปทำความรู้จักกับนาฬิกาสีฟ้ารุ่นนี้กันดีกว่าค่ะ เชื่อว่าเมื่อเพื่อนๆรู้จักแล้วจะต้องตกหลุมรักนาฬิการุ่นนี้อย่างแน่นอนค่ะ

   สำหรับนาฬิกาสีฟ้ารุ่น BA-110CA-2A ถือได้ว่าเป็นนาฬิกาที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากค่ะ BA-110CA-2A สามารถที่จะตอบโจทย์สำหรับสาวๆในปัจจุบันได้อย่างลงตัวโดยที่นาฬิกาเป็นสีพาสเทลที่มีความแวววาว เป็นรุ่นที่มีการทำเสริมขึ้นมาจากรุ่น BA-110 Series ที่ได้รับความสนใจและเป็นที่โด่งดัง สำหรับภาพลักษณ์ของนาฬิการุ่นใหม่นี้จะดูเป็นนาฬิกาที่ไม่ใช่สำหรับเด็กสาวมากเกินไปดูมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นแต่ก็ยังคงความสดใสอยู่ ในส่วนของหน้าปัดมีการใช้เหล็กเป็นองค์ประกอบและตำแหน่งบอกเวลาชั่วโมงนอกจากนี้หน้าปัดยังมีการออกแบบให้มีหลายชั้นซึ่งทำให้นาฬิกาดูมีความสวยงามเพิ่มมากยิ่งขึ้น จึงทำให้นาฬิการุ่นนี้เป็นนาฬิกาที่ให้ความสนุกสนานสดใส สามารถที่จะใส่กับเสื้อผ้าได้หลายหลายไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าแนวสบายๆหรือจะเป็นเสื้อผ้าแนวหวานๆก็ตาม สำหรับข้อมูลจำเพาะของนาฬิการุ่นนี้ก็ไม่ได้แตกต่างจากนาฬิการุ่นอื่นๆของBABY-G มากนัก โดยมีกระจกมิเนอรัล ที่ทนทานต่อแรงสั่นสะเทือน และยังกันน้ำได้ลึกถึง 100 เมตร วัสดุที่ใช้ในการทำตัวเรือนและกรอบเป็นเรซิน สายของนาฬิกาข้อมือก็ทำมาจากเรซิน มีไฟ LED แสดงเวลาโลก29 โซนเวลา (48 เมือง+เวลาสากลเชิงพิกัด ( Coordinated Universal Time))ปิด/เปิดเวลาออมแสง ( Daylight saving) มีตัวจับเวลาละเอียด 1/100 วินาที สามารถจับเวลาต่อเนื่องสูงสุดได้ 23:59’59.99” ซึ่งรูปแบบของการจับเวลา : การจับเวลาตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตำแหน่งปัจจุบัน ( Elapsed time ) สามารถที่จะจับเวลาเป็นช่วงๆในระหว่างจุดเริ่มต้นจนถึงจุดสิ้นสุด (Split time)และเวลาเขข้าเส้นชัยของผู้ชนะตำแหน่งที่1และ2 ที่สำคัญยังมีนาฬิกาจับเวลานับถอยหลังอีกด้วย นาฬิกาจับเวลาถอยหลังหน่วยการนับ 1 วินาที ช่วงเวลาการนับถอยหลัง:24ชั่วโมง มีนาฬิกาปลุกที่ทำงานทุกวัน 5 ประเภท มีการแสดงปฏิทินเต็มโดยอัตโนมัติ ซึ่งลักษณะจำเพาะของนาฬิกาเหล่านี้ก็มีความสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้ตัวของนาฬิกาได้รับความสนใจและกลายเป็นที่นิยม เมื่อเอาทั้งความโดดเด่นในเรื่องของการออกแบบและสีที่สดใสของนาฬิกามารวมเข้ากับลักษณะจำเพาะของนาฬิกาก็สามารถที่จะทำให้นาฬิกา BA-110CA-2A กลายเป็นที่นิยมอยู่ในปัจจุบันไม่ยากเลยค่ะ

   สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่ได้อ่านบทความนี้แล้วเชื่อได้ว่าเกินครึ่งจะต้องหลงรักนาฬิกาสีฟ้ารุ่นนี้อย่างแน่นอนค่ะ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการดีไซน์ออกแบบที่มีความโดดเด่นมีความเป็นเอกลักษณ์โดยที่มีสีฟ้าที่โดดเด่นนั้นเอง นอกจากเรื่องของการออกแบบและการดีไซน์สีที่สวยงามแล้วนั้น ในเรื่องของคุณสมบัติของนาฬิกาก็ถือได้ว่ามีความน่าสนใจเป็นอย่างมากค่ะ หากว่าเพื่อนๆคนไหนที่สนใจก็สามารถที่จะหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ค่ะหรือว่าเข้าไปดูของจริงได้ค่ะ สำหรับคุณผู้ชายคนไหนที่กำลังหาของขวัญให้คนพิเศษอยู่แล้วล่ะก็นาฬิการุ่นนี้ก็สามารถที่จะเป็นของขวัญแทนใจให้กับคนพิเศษได้อย่างแน่นอน เชื่อได้ว่าจะต้องถูกใจสาวๆอย่างแน่นอนค่ะ

 

 

เปิดโลกใหม่ Samsung Galaxy j7 2016

 

สวัสดีค่ะเพื่อนๆทุกคนวันนี้เรามาพบกันเหมือนเคยอีกแล้วนะค่ะแน่นอนว่าเรามาพบกันแบบนี้ต้องมีอะไรใหม่ๆมาแนะนำให้เพื่อนๆได้รู้จักกันอย่างแน่นอนค่ะ ซึ่งถือได้ว่าเป็นสินค้าอินเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ตอนนี้เลยก็ว่าได้นะค่ะ สำหรับวันนี้เราจะมาพูดกันถึงเรื่องของอุปกรณ์สื่อสารที่ปัจจุบันนี้มีการใช้งานกันอย่างกว้างขว้างเลยทีเดียวค่ะ และในเรื่องของแบรนด์โทรศัพท์ที่มีการผลิตออกมาแข่งขันในตลาดกันอย่างมากมายในปัจจุบันนี้ จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจเลยค่ะที่จะทำให้โทรศัพท์มือถือนั้นเป็นสินค้าอินเทรนด์ที่เป็นที่นิยมและต้องมีการตามกระแสกันอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีการผลิตรุ่นใหม่ๆและในเรื่องของเทคโนโลยีในตัวเครื่องนั้นก็มีการปรับปรุงและพัฒนาให้มีความก้าวหน้าเพิ่มขึ้นนั้นเองค่ะ เอาเป็นว่าเราจะมาพูดกันในเรื่องของโทรศัพท์ Samsung กันค่ะถือได้ว่าเป็นโทรศัพท์ที่ได้รับความนิยมและมีการใช้งานอย่างต่อเนื่องและยาวนาน จะเห็นได้จากในปัจจุบันนี้โทรศัพท์ Samsung นั้นมีการใช้ง่ายกันให้เห็นอย่างแพร่หลายในสังคมปัจจุบัน เอาเป็นว่ารุ่นที่เราจะมาพูดถึงกันนั้นเป็นรุ่นที่มีการผลิตออกมาแล้วแต่มีการปรับปรุงให้มีความทันสมัยมากกว่าเดิมนั้นเอง จึงกลายเป็นเวอร์ชั่นของปี 2016 นั้นเอง นั้นก็คือ Samsung Galaxy j7 2016 เป็นโทรศัพท์รุ่นเดิมแต่มีการอัพเดตมากยิ่งขึ้นในเรืองของคุณสมบัติภายในตัวเครื่องนั้นเองค่ะ เพื่อนๆคนไหนที่กำลังมองหาโทรศัพท์มือถืออยู่แล้วล่ะก็มาลองดูรุ่นนี้กันก่อนก็ได้ค่ะ ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นของ Samsung ที่มีความน่าสนใจมากเลยทีเดียวค่ะ จึงได้กลายมาเป็นสินค้าอินเทรนด์ที่เราจะไม่พูดถึงไม่ได้เลยนั้นเองค่ะ

   

 

เอาเป็นว่าเรามาทำความรู้จักกับโทรศัพท์รุ่นนี้กัน Samsung Galaxy j7 2016 มีขนาดตัวเครื่องอยู่ที่ 152.2×79.1×7.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักอยู่ที่ 169 กรัม Samsung Galaxy j7 2016 มาพร้อมกับหน่วยประมวลผลแบบ Octa-Core Processor ความเร็วถึง 1.5 GHz และมาพร้อมกับหน่วยความจำ RAM 1.5 GB สำหรับตัวเครื่องในส่วนของด้านหน้าประกอบไปด้วยไฟเฟลช LED ซึ่งมีไว้สำหรับกล้องหน้าโดยเฉพาะ มีเซ็นเซอร์ Proximity และกล้องที่มีความละเอียดถึง 5 ล้านพิกเซล หน้าจอแสดงผลเป็นแบบ Super AMOLED ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD 720p มีปุ่ม Recent Apps กับปุ่มสำหรับย้อนกลับซึ่งสามารถสัมผัสได้ทั้งสองปุ่ม ส่วนด้านหลังของเครื่องนั้นประกอบไปด้วยกล้องที่มีความละเอียดถึง 13 ล้านพิกเซล ไฟแฟลช LED สำหรับในเรื่องของหน้วยความจำนั้น Samsung Galaxy j7 2016 มาพร้อมกับความจำในตัวเครื่อง 16 GB และสามารถรองรับหน่วยความจำเสริมจากภายนอกได้แบบ microSD Card สูงสุดถึง 128 GB มาดูในส่วนของบอดี้ภายนอกนั้นมีความบางถึง 7.9 มิลลิเมตร ซึ่งถือได้ว่ามีความบางมาก ด้านข้างก็จะเป็นปุ่มกดเพิ่มลดระดับเสียง ผิวของขอบตัวเครื่องจะเป็นผิวโครเมียมมันวาวซึ่งมองดูมีระดับ ส่วนด้านล่างประกอบไปด้วยไมโครโฟนสำหรับการสนทนาหรือใช้สำหรับการบันทึกเสียง ช่องสำหรับใส่ microUSB สำหรับใช้ในการชาร์จแบตเตอรี่หรือจะเป็นการถ่ายโอนข้อมูล สำรับ Samsung Galaxy j7 2016 ถือไดว่าเป็นโทรศัพท์ที่มีแฟลชสำหรับกล้องหน้ารุ่นแรกๆเลยก็ว่าได้ เนื่องจากส่วนใหญ่กล้องหน้ามักจะไม่มีแฟลช แต่สำหรับ Samsung Galaxy j7 2016 การมีแฟลชสำหรับกล้องหน้าถือว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก

    Samsung Galaxy j7 2016 เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจเป็นอย่างมากในปัจจุบันนี้ โดยเหมาะสมกับใครหลายๆคนที่ชอบท่องเที่ยวบนโลกของสังคมออนไลน์ ใครหลายๆคนที่ชื่นชอบการถ่ายภาพและการท่องเที่ยวถือได้ว่ามี Samsung Galaxy j7 2016 ก็สามารถที่จะทำอะไรหลายๆอย่างได้โดยที่ไม่ต้องพกอะไรมากมายให้วุ่นวาย แถมยังมีกล้องระดับท็อปที่สามารถถ่ายภาพได้ถึงแม้จะอยู่ในที่แสงน้อยก็ตาม มีระบบสแกนลายนิ้วมือแบบสัมผัส ซึ่งถือว่าอย่างไรก็น่าจะมีไว้ใช้สักเครื่องหากใครที่กำลังมองหาก็แนะนำ Samsung Galaxy j7 2016 เป็นอีกหนึ่งทางเลือก เพราะว่าตัวเครื่องในส่วนของด้านหน้าประกอบไปด้วยไฟเฟลช LED ซึ่งมีไว้สำหรับกล้องหน้าโดยเฉพาะ มีเซ็นเซอร์ Proximity และกล้องที่มีความละเอียดถึง 5 ล้านพิกเซล ทำให้การถ่ายภาพไม่มีอุปสรรค์แน่นอน อย่างไรก็ตามก็ถือได้ว่า Samsung Galaxy j7 2016 เป็นโทรศัพท์อีกรุ่นหนึ่งที่น่าสนใจและกำลังเป็นที่สนใจของกลุ่มลูกค้าหลายกลุ่ม อาจจะเนื่องด้วยฟังชั่นที่มีครบพร้อมในหลายๆด้ายและมีราคาที่ไม่แพงมาก จึงสามารถที่จะเป็นเจ้าของได้ สำหรับใครที่อยากมีโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายรูปสวยๆและสามารถเล่นอะไรได้หลายๆอย่างอีกทั้งมีงบประมาที่ไม่มากเท่าไหร่ Samsung Galaxy j7 2016 ก็สามารถเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการตัดสินใจได้ หากใครที่ได้ Samsung Galaxy j7 2016 มาครอบครองก็ถือว่าเลือกไม่ผิดอย่างแน่นอนเพราะมีคุณสมบัติต่างๆมากมายครบ

 

 

รีวิว หูฟัง in-ear แบรนด์น้องใหม่จากอังกฤษ RHA T20

 

   ถ้าเอ่ยชื่อถึงแบรนด์ RHA หลายคนก็คงยังไม่รู้จักและยังไม่คุ้นหูคุ้นตากันสักเท่าไหร่ แต่ถ้าให้บอกรายละเอียดก็ต้องบอกว่า เป็นแบรนด์น้องใหม่สัญชาติเมืองผู้ดี อังกฤษ กันเลยทีเดียว ที่เข้ามาทำตลาดในกลุ่ม gadget สินค้าอินเทรนด์ที่เกี่ยวกับอุปกรณ์ไอที หูฟัง และอื่นๆ เดี่ยวเราไปดูกันว่าแอดมินจะมีอะไรมารีวิวกันสำหรับแบรนด์ RHA

   นี่คือ RHA T20 เป็นหูฟังแบบ in-ear ตัวใหม่ล่าสุดที่มีตัวแทนจำหน่ายในบ้านเรานำเข้ามาทำตลาด ซึ่งในซีรีส์นี้ก็จะมีเปิดตัวมา 2 รุ่นก็คือตัว T20 และ T20i จุดที่แตกต่างกันก็จะมีแค่ตัว control talk กับไม่มีแค่นั้นเอง ตัว T20 ก็จะเป็นหูฟังแบบธรรมดาไม่มี control talk ส่วนการดีไซน์ตัวกล่องก็เรียบง่าย รายละเอียดข้างกล่องก็จะบอกเอาไว้ว่าเป็นหูฟังที่มีระบบป้องกันเสียง noise ด้วย ก็คือจะตัดเสียงรบกวนจากด้านนอกได้ดี นอกจากนั้นก็เป็นรายละเอียดแบบทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับตัวหูฟัง ใครที่ตัวหูฟังที่ซื้อมาแล้วก้อาจจะดูก่อนก็ได้ว่ามีรายละเอียดอะไร แต่จากการตรวจสอบของแอดมินแล้ว มันเป็นหูฟังระดับพรีเมี่ยมเลยทีเดียว มีการออกแบบตัวกล่องมาอย่างดี แบ่งแยกเป็นตัวจุกหูฟังที่เป็นซีลีโคลนแบบธรรมดา ก็มีให้มาเลือกใช้งานกันหลายขนาด ตามหขนาดของรูหูแต่ล่ะคน แล้วก็มีจุกยางที่เป็นซีลีโคลนแบบ 2 ชั้น ถัดมาด้านหลังของกล่อง จะมีตัวซองใส่หูฟัง ที่เป็นซองแบบซิบค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียว สามารถใส่ได้ทั้งตัวหูฟัง แล้วก็จุกยางซีลีโคลน แล้วก็พกพาไปได้ใส่กระเป๋าใบใหญ่หรือพกติดไปฟังเพลงด้วยได้แบบไม่ต้องกลัวว่าสายจะขาดหรือว่าจะพังเสียงหาย นอกจากนั้น ก็ยังมีตัวคลิปหนีบให้ติดกับปกเสื้อ แถมมาให้ด้วยในกล่อง 1 ตัว เอาไว้ใช้ในตอนที่ชอบเพลงแล้วสายมันจะยาวเกะกะและไปฟันกับตัวเราจนรู้สึกว่ารำคาญได้ ทาง RHA ก็ให้ตัวคลิปหนีบมาด้วย นอกจากนั้นก็จะเป็นคู่มือการใช้งาน ใบรับประกันตัวสินค้า ก็มีเท่านี้เองที่ให้มาในกล่อง

   ถัดมาก็มาดูกันที่ตัวพระเอกของเราในครั้งนี้ นั้นก็คือตัวหูฟังแบบ in-ear ตัว RHA T20 ตวนี้กันบ้าง ซึ่งตวหูฟังจะมีระบบฟิลเตอร์ที่เราสามารถจะเลือกเพิ่มพลังเสียงเบสหรือพลังเสียงในย่านอื่นๆ เพิ่มขึ้นได้ตามความชอบของเรา ถัดมาก็เป็นตัวหูฟัง ในส่วนของสายที่ทำเป็นวัสดุของสายที่หุมฉนวนมาอย่างดีอย่างหนา สายหูฟังค่อนข้างใหญ่ ฉะนั้น เรื่องของความทนทาน เรื่องของสายขาดข้างใน ตรงนี้ก็อาจจะเกิดขึ้นได้น้อยมาก แต่การใช้ก็ไม่ควรไปใช้งานแบบสมบุกสมบันมากเท่าไหร่นักนะครับ สำหรับตัวฟิลเตอร์นั้น วิธีการใช้งานก็แค่หมุนเข้ามาไปในหูฟัง แล้วจากนั้นก็สวมตัวจุกยางหรือซีลีโคลนเข้าไปอีกทีหนึ่ง ซึ่งตวฟิลเตอร์ที่ RHA ให้มานั้นในรุ่นนี้ให้มาทั้งหมด 3 แบบ ซึ่งทั้ง 3 แบบนี้จะแตกต่างกันด้วยการดูที่สี ถ้าตัวฟิลเตอร์สีส้ม ก็จะเป็นการเน้นไปที่เสียงแหลมที่เพิ่มมากขึ้น ใสขึ้น แต่ถ้าใครที่ไม่ค่อยชอบเสียงแหลมเยอะๆ มันฟังดูแล้วบาดหู ชอบแบบว่าหนักแน่น เบสหนัก เบสมาเต็มที่หูฟังทั้ง 2 ข้าง ก็สามารถเปลี่ยนตัวฟิลเตอร์ที่เป็นสีดำ ตัวนี้จะสามารถช่วยอัพเกรดคุณภาพของเสียงในย่านต่ำหรือเสียงเบสให้มีความหนักแน่น สะใจมากขึ้น

   ส่วนฟิลเตอร์อีกหนึ่งแบบก็จะเป็นสีขาว ซึ่งฟิลเตอร์ตัวนี้จะให้คุณภาพเสียงที่เป็นแนวกลางๆ มากที่สุด ซึ่งก็ใช้เพื่อการอ้างอิงก่อนว่า ถ้าหากซื้อหูฟังรุ่นนี้มาใช้งานใหม่ๆ เรายังไม่รู้บุคลิกเสียงแบบธรรมชาติที่ไม่ได้ปรับแต่งอะไรมายืนพื้นไว้ก่อน ก็ใช้ตัวฟิลเตอร์สีขาว ถ้ารู้สึกว่ามันพอดีที่สุด เสียงใสชัดเจน ชอบแล้วก็ใช้ตัวฟิลเตอร์สีขาวนี้ แต่อยากจะแนะนำว่า ถ้าจะเปลี่ยนตัวฟิลเตอร์นั้น ควรเปลี่ยนด้วยกันทั้ง 2 ข้าง เพื่อให้เสียงนั้นมันไม่ผิดเพี้ยนจากกันมากนัก

   ตัวบอดี้ของหูฟังรุ่นนี้ก็ต้องบอกว่าค่อนข้างพรีเมียมอีกเช่นกัน เพราะว่าเป็นตัวอะลูมีเนี่ยมอัลลอย ที่เป็นบอดี้น้ำหนักเบาแต่แข็งแรง ก็ดูแล้วเป็นหูฟังแนว Hi End ได้เลยทีเดียว ส่วนเรื่องสุดท้ายที่จะรีวิวกันถึง gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ที่มันมีความแตกต่างจากหูฟังรุ่นอื่นๆ ยี่ห้ออื่นๆ เลยก็คือว่า มันเป็นการออกแบบท่อนำเสียงที่โค้งจากด้านนอกเข้าไปด้านใน แล้วก็ปล่อยให้เสียงสะท้อนออกมาเข้าสู่รูหูของผู้ฟังนั้นเอง เป็นการออกแบบคล้ายเครื่องดนตรีชนิดเป่า ทำให้คุณภาพเสียงที่ได้มานั้นต้องบอกเลยว่าค่อนข้างชัดเจนและมีคุณภาพที่ดีมากเลยทีเดียว เป็นแบรนด์น้องใหม่ที่น่าติดตามและอยากจะให้ทุกคนได้ไปทดสอบใช้งานกันดู ส่วนเรื่องราคาเมื่อมันเป็นแบรนด์เมืองผู้ดีแบบนี้ ราคาก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน

รีวิว True Smart max 4.0 Plus สมาร์ทโฟนในราคา 500 เหมือนกับได้ฟรี

 

   เดี่ยวนี้อะไรๆ ก็เข้ามาแข่งขันกันเยอะขึ้น ยิ่งในวงการสมาร์ทโฟนและผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือต่างๆ ก็พากันงัดไม้เด็ดออกมา ล่าสุดนี้ True ร่วมกับร้านสะดวกซื้อชื่อดังที่เป็นในเครือเดียวกัน ก็งัดไม้เด็ด แลกซื้อเครื่อง True smart max 4.0 plus ด้วยการเติมเงิน 500 บาท เหมือนกับการซื้อเครื่อง 500 บาท แต่เงินก็ยังไปอยู่ในซิมการ์ดที่เราไปแลกซื้อมา ก็เหมือนกับได้เครื่องมาฟรีๆ อะไรแบบนั้น ซึ่งความคุ้มค่าแน่นอนว่าในฐานะที่เราใช้งานมันก็คุ้มอยู่ แต่ในฐานะของผู้รีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์อย่างเรา 108plaza กับเงินที่ต้องแลกซื้อมาในราคา 500 บาทนั้น จะใช้งานได้ดีแค่ไหน ไปทดสอบและรีวิวรายละเอียดเกี่ยวกับตัวเครื่องสมาร์ทโฟนรุ่นนี้กันเลย

   หลังจากที่แอดมินเองก็ไปลองทดสอบแลกซื้อเปเลี่ยนซิม ย้ายค่ายเบอร์เดิมอะไรที่ตามเงื่อนไข ตามกติกาของ True กันมาเรียบร้อยที่ร้านสะดวกซื้อแล้วนะครับ ก็ได้ตัวเครื่องมา อยู่ในกล่องใสๆ ที่แพ็คมาก็ต้องบอกว่า 500 มันก็เหมือนกับได้เครื่องฟรีๆ มาเพราะว่าเงินก็ยังอยู่ในซิมให้เราโทรได้อยู่ แต่แพ็คเกจก็ต้องบอกว่าดีสมคุณภาพ ข้างในกล่องมีแถมมาให้ครบถ้วน ดีกว่าไปซื้อมือถือราคาถูกๆ ที่ไม่มีหูฟัง ไม่มีฟิล์ม ไม่มีเคสแถมมาให้ ต้องไปหาซื้อเอง แต่ตัวนี้มีครบเลย มีฟิล์มกันรอยที่คุณภาพอาจจะไม่ได้ดีมาก บางคนก็ติดเองไม่ค่อยดีก็ลอกออก อย่างเช่น แอดมินเองเป็นต้นที่ติดฟิล์มไม่เป็นก็ต้องลอกออก แต่คิดว่าเครื่อง 500 ก็ใช้งานกันเต็มที่เลยไม่ต้องไปกลัวว่าเป็นรอยอะไรนะครับ มีหูฟังคุณภาพก็พอใช้ได้ ไม่ได้ดีมาก มีหัวชาร์จที่ให้กำลังไฟที่ 0.5 A มาพร้อมกับสายชาร์จ และเคสใส มาที่ตัวเครื่องกันบ้าง ตัวเครื่อง 500 เหมือนกับได้ฟรี ทีแรกนึกว่าเครื่องมันก้องแก้ง แต่ว่าพอจับแล้วก็มีคุณภาพดีเหมือนกันนะครับ บอดี้เป็นพลาสติก มีแอบชุบโครเมี่ยมมาบ้างเป็นบางจุดพอที่จะให้อารมณ์ตัวเครื่องดูดีขึ้นมาได้ ปุ่มต่างๆ รอบตัวเครื่องก็แน่นหนาดี โดยรวมแล้วได้เครื่องมาฟรีแบบนี้ ก็ดูดีเลยทีเดียว

   มาดูที่สเปคตัวเครื่องกันบ้าง มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 4 นิ้ว ความละเอียดของหน้าจออยู่ที่ 480*800 พิกเซล CPU spreadrum sc7731 quad-core 1.2 GHz GPU Mali 400MP2 RAM 512 MP ROM 4 GB กล้องหลังให้ความละเอียดมาที่ 5 ล้านพิกเซล แบบออโต้โฟกัสด้วย พร้อมไฟแฟลดช์ด้วย กล้องหน้าความละเอียดที่ 2 ล้านพิกเซล มาพร้อมกับ Android 5.1 L

   ทีนี้มาวิเคราะห์กันกับสเปคด้านบนกันบ้าง ต้องบอกว่าตัวเครื่องนั้นได้มาฟรีเลย แต่เอาล่ะอย่างน้อยเราก็จ่ายไป 500 บาทแล้ว ดังนั้น ถ้าถามว่าคุ้มมั้ย คุ้ม แต่จะไปเทียบคุณภาพการใช้งานกับสมาร์ทโฟนราคาหลักพันขึ้นไปคงไม่ได้ แต่บางจุดก็ยังดีกว่ามือถือราคาหลักพันก็มีเช่นกัน เมื่อลงแอพไปแล้วเรียบร้อยเหลือพื้นที่ให้ใช้งานจริงๆ ประมาณ 2 GB กว่าๆ แล้วถ้าถามต่อไปอีกว่า เมื่อได้เครื่องมาใช้งานแล้ว ผลที่ได้เป็นอย่างไร ต้องบอกอย่างนี้ว่ามันไม่ได้ไหลลื่นหัวแตกแน่นอน แล้วถามว่ามันมีอาการอึด หน่วง มีมั้ย คำตอบคือมี แต่ถ้าถามว่าการใช้งานทั่วไป เราเล่นเป็น เรารู้ถึงความสามารถของตัวเครื่องที่มันทำได้ เราก็ใช้งานได้ดีเลย ซึ่งอยากจะแนะนำว่า ตัวเครื่องที่มี RAM น้อยๆ ตัว CPU ไม่ได้แรงแบบนี้ เราต้องอย่าเปิดแอปค้างไว้เยอะๆ หรือ เข้าหลายๆ แอปพร้อมกันสลับกันไปมา แบบนี้มีอาการหน่วง อึด แน่นอน แต่ถ้าเราใช้ไปทีละแอป ทีละฟังก์ชั่น พอเลิกใช้ก็ปิดแอปนั้นทิ้งไป แล้วไปเข้าแอปใหม่ อย่างนี้เครื่องรับรองว่าไหลลื่น ใช้งานได้ดีและไม่น่ารำคาญแน่นอน แต่ถ้าใครที่ค่อนข้างใช้งานเป็น รู้เรื่องไอทีสักนิดหนึ่ง เข้าไปที่ตั้งค่าและก็ไปที่การจัดการแอป แล้วก็สั่งปิดแอปหรือสั่งจำกัดการทำงานของตัวออปที่ไม่จำเป็นที่มันทำงานตลอดออกไป เพื่อให้แรมมีเหลือเยอะขึ้น ตัวเครื่องก็ยิ่งทำงานได้ดีขึ้นตามไปด้วยนั้นเอง

   โดยรวมแล้ว gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้อย่างแรกที่ชอบ หน้าจอดี สีสด ดู youtube หรือใช้งานหน้าจอก็ดี ดูสบาย เสียงลำโพงก็มีความดังที่ชัดเจน แล้วก็การใช้งานโซเชียลต่างๆ เฟสบุ๊ค ไลน์ และอื่นๆ ก็ทำงานได้ดี แต่มีช้าบ้างในช่วงโหลดเข้าแอป จากนั้นมาก็ถือว่าไหลลื่นเลยทีเดียว เรื่องของคุณภาพกล้องทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง ต้องบอกว่าดีในระดับของฟรีที่เครื่องหลักพันก็ยังอายแบบนั้น คือ แน่นอนว่าถ่ายในที่แสงน้อยมันแทบจะดูไม่ได้เลย แต่ถ้าถ่ายในที่แสงปกติ ความสว่างพอ ภาพที่ได้ก็ชัดเจนในระดับหนึ่ง ระดับที่ดูรู้เรื่อง แต่พอซูมภาพก็จะเห็นถึงความแตก ความเบลอ แต่โดยรวมแล้วถือว่าน่าซื้อมาใช้ น่าแลกมาใช้สำหรับลูกค้า True นะครับ

รีวิว iphone 7 และ iphone 7 Plus ที่เปิดตัวมาแล้วมันไม่มี แต่คู่แข่งฝั่งตรงข้ามมีมานานแล้วในราคาเรือธง ที่เปิดตัวมาแล้วมันไม่มี แต่คู่แข่งฝั่งตรงข้ามมีมานานแล้วในราคาเรือธง

 

   การรีวิวสมาร์ทโฟนเรือธงของ Apple ที่พึ่งเปิดตัวกันมาไม่นานนี้ แต่ยังไม่มีตัวเครื่องเข้ามาขายในเมืองไทย ณ ตอนนี้ ตอนที่แอดมินกำลังทำรีวิวอยู่นี้ ในครั้งนี้ด้วย ก็ต้องขออนุญาตออกตัวก่อนว่า การรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ของเราในตอนนี้ ไม่ได้เอาความคิดเห็นส่วนตัวหรือการเอ็นเอียงไปทางฝั่งตรงข้ามหรือฝ่ายใดฝ่านหนึ่งแต่อย่างใด แต่มันเป็นการวิเคราะห์แบบเห็นต่างและนำข้อมูลจริงๆ มาอ้างอิงกันเท่านั้น ใครที่เป็นสาวก apple อยู่แล้วอาจจะไม่เห็นด้วยหรืออย่างไร ก็ต้องขออภัยมาไว้ ณ ที่นี้ด้วย แต่ยืนยันได้ว่าอ้างอิงและเปรียบเทียบกันระหว่างมือถือในฝั่ง IOS และ Android จริงๆ

   เอาเป็นว่าเรามาดูสิว่า iphone 7 และ iphone 7 plus นั้นไม่มีอะไรมาบ้างในราคาที่ต้องบอกว่าไม่มีราคาเบาๆ เลยในแบรนด์ผลไม้ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าในคืนวันที่มีงานเปิดตัวผลิตภํณฑ์ใหม่ของทาง แอปเปิล เองนั้น ก็มีผู้คนโลกที่เกาะติดสถานการณ์ เกาะติดกระแส และ ก็ฮือฮากันทั่วโลกก็ตามแต่ ซึ่งรวมๆ แล้วในงานเปิดตัวก็มีสเปคพร้อกมับฟี่เจอร์ต่างๆ ที่หลุดออกมาให้ได้ชมกันแลลคร่าวๆ แล้วทุกคนในตอนนี้ทั้งคนที่เป็นสาวกแอปเปิลหรือสาวกแอนดรอยด์ก็ตามแต่ ก็คงจะทราบกันดีอยู่แล้ว

   แต่ในบทความนี้แอดมินขออนุญาติเปรียบเทียบกันว่าในมือถือในฝั่ง Android มีมาแล้ว แล้วบางตัวก็มีมานานแล้ว แต่ iphone 7 และ iphone 7 plus ยังไม่มี แล้วแอดมินเองก็คิดว่ามันน่าจะใส่มาในตัวเครื่องได้แล้ว แต่ก็ยังไม่มีมาให้ อย่างแรกเลยก็คือ ระบบ Fash Charge หรือระบบชาร์จไวนั้นเอง เพราะปัจจุบันนี้หลายคนที่ใช้สมาร์ทโฟนแม้แต่ในไอโฟนที่เคยทำมาและในไอโฟนรุ่นล่าสุด ก็ยังไม่มีระบบนี้ แต่เป็นที่น่าแปลกใจว่าสมาร์ทโฟนในฝั่งของ android มีระบบชาร์จไวกันเกือบครบทุกรุ่นแล้วในสมาร์ทโฟนเรือธง แล้วมือถือจีนหลายๆ แบรนด์ก็มีระบบชาร์จไวของเค้าเองที่แข่งขันกันอยู่ว่าของค่ายไหนชาร์จได้ไวกว่ากัน ดีกว่ากัน หรือ จะเป็นทางฝั่งซีพียูที่เป็น snapdragon ในรุ่นท็อปๆ ก็สามารถใช้หัวชาร์จหรืออแด็ปเตอร์ที่มีกำลังจ่ายไฟแบบ 3.0 A ก็สามารถใช้ชาร์จแบบ Fash Charge ได้เช่นกัน ซึ่งตรงนี้บางยี่ห้อก็ต้องซื้อหัวชาร์จแยกเองหรือบางยี่ห้อในฝั่งแอนดรอยด์ก็มีแถมมาให้ในกล่องเลย ซึ่งสาวกทงฝั่งของแอปเปิลเองที่เคยใช้แค่ไอโฟนมา ก็คงยังไม่เคยได้สัมผัสกับระบบนี้ ระบบที่บางครั้งมันก็มีความสำคัญกับการใช้มือถือ ณ ปัจจุบันนี้อย่างมากเลยทีเดียว ในเวลาที่เราเร่งรีบและต้องการความเร่งด่วนในการชาร์จแบตมือถือ ซึ่งตรงนี้เราไม่ได้ว่าใครดีไม่ดี ฝั่งไหนดีไม่ดี แต่อยากเปรียบเทียบแค่นั้นเองนะครับ

   เรื่องต่อมาที่ iphone 7 และ iphone 7 plus ยังด้อยกว่าคู่แข่งทางฝั่ง android อยู่ เราไม่ต้องบอกนะครับว่าเป็นคู่แข่งค่ายไหน เพราะหลายคนก็รู้กันดีอยู่แล้ว เพราะเค้าก็แข่งขันแย่งชิงตำแหน่งเบอร์หนึ่งทางการตลาดกันมาตลอด นั้นก็คือ เรื่องของระบบกันน้ำนั้นเอง ซึ่งการเปิดตัวไอโฟนตัวล่าสุดก็มีเช่นกันสำหรับระบบกันน้ำ แต่ได้มาแค่มาตรฐาน IP67 เท่านั้นเอง ซึ่งตามมาตรฐานนี้ ก็คือกันน้ำได้ลึก 1 เมตร นาน 30 นาที แต่ไอโฟนเองก็เปิดตัวมาบอกว่า มันกันน้ำได้แบบแค่ป้องกันการตกน้ำหรือเปียกเท่านั้น ไม่ได้แนะนำให้เอาไปดำน้ำแต่อย่างใด ซึ่งมาดูทางคู่แข่งกันบ้าง ทางคู่แข่งล้ำไปถึงมาตรฐาน IP68 แล้วด้วย ตรงนี้ก็ถือว่าล้ำหน้ากว่ากันไปก้าวหนึ่งเลยทีเดียว แน่นอนว่าทางคู่แข่งเปิดตัวออกมาก่อนด้วยซ้ำ แต่ไอโฟนเปิดตัวมาทีหลัง แต่ก็ยังตามเค้าอยู่ ซึ่งมือถือเรือธงที่มีราคา 2 หมื่นขึ้นไป น่าจะทำได้มากกว่านี้ ย้ำนะครับว่า แอดมินเองทำบทความนี้ขึ้นมาไม่ได้อัคติกับแบรนด์แต่อย่างใด แต่เราชกกันหมัดต่อหมัด ว่ากันไปทีละประเด็นๆ เลย

   อีกหนึ่งเรื่องใหญ่สำหรับการรีวิว gadget สินค้าอินเทรนด์ตัวนี้ iphone 7 และ iphone 7 plus ที่ยังไม่มีมาและยังไม่เหนือคู่แข่ง ก็คือ ระบบ wireless charging หรือ Fash wireless charging นั้นเอง คือการชาร์จไวแบบไร้สาย ซึ่งถ้าดูจากสมาร์ทโฟนฝั่งแอนดรอยด์หลายๆ ค่ายก็มีทำมาแล้ว แล้วอีกหนึ่งสิ่งที่บางคนก็บอกว่าดี ส่วนบางคนก็บอกว่าไม่ดี ก็คือ การตัดแจ็ค 3.5 ออกไป แต่ก็มีตัวอแด็ปเตอร์แปลงมาให้ได้ใช้งานกัน ตรงนี้อาจจะทำให้มันยุ่งยากขึ้น หรือ อาจจะทำให้ความคร่องตัวในการใช้หูฟังหรือเชื่อมต่อสัญญาณที่ใช้กับรถยนต์หรือเครื่องเสียงต่างๆ มันลำบากขึ้น ตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคลนะครับ แต่แอดมินเองก็เชื่อว่า iphone 7 และ iphone 7 plus ก็น่าจะขายดีเป็นประวัติการอีกครั้งหนึ่งสำหรับสาวก Apple

   

มาทำความรู้จักกับเครื่องซักผ้าฝาหน้า WW8500K กันเถอะ

 

   สวัสดีเพื่อนๆทุกคนวันนี้เราก็มาเจอกันอีกเหมือนเดิมนะค่ะ สำหรับวันนี้เราก็มีสินค้าอินเทรนด์มาแนะนำให้เพื่อนๆได้รู้จักเหมือนเคยค่ะ โดยที่สินค้าอินเทรนด์ที่เราจะมาพูดถึงกันในวันนี้จะเป็นในเรื่องของเครื่องซักผ้านั้นเองค่ะ เครื่องซักผ้าถือได้ว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากอีกหนึ่งสิ่ง และยิ่งช่วงนี้อยู่ในช่วงของฤดูฝนอีกด้วยเครื่องซักผ้าจึงถือได้ว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมากนั้นเองเราจึงได้มาแนะนำเครื่องซักผ้าที่น่าสนใจให้เพื่อนๆได้รู้จักนั้นเองค่ะ สำหรับเครื่องซักผ้าวันนี้เป็นในส่วนของเครื่องวักผ้าของ Samsung นั้นเองค่ะ เป็นเครื่องซักผ้ารุ่นฝาหน้าอีกด้วย โดยปัจจุบันนี้เครื่องซักผ้าฝาหน้าได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น โดยวันนี้เราจะมาพูดกันในเรื่องของคุณสมบัติเครื่องซักผ้าฝาหน้านั้นเองค่ะ เพื่อนๆคนไหนที่กำลังสนใจอยู่แล้วล่ะก็มาทำความรู้จักไปพร้อมๆกันเลยดีกว่าค่ะ โดยวันนี้เราจะมาแนะนำเครื่องซักผ้าฝาหน้ารุ่น WW8500K ซึ่งมาพร้อมกับ AddWash ขนาด 12 กิโลกรัม เป็นเครื่องซักผ้าฝาหน้าของซัมซุงที่มีการออกแบบและมีนวัตกรรมที่ทันสมัยสามารถที่จะใช้งานได้อย่างสะดวกสบายที่สำคัญเราสามารถที่จะเติมผ้าลงไปในระหว่างที่ซักได้อีกด้วย ถือได้ว่าเป็นเครื่องซักผ้าที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก เอาเป็นว่าเรามาเริ่มทำความรู้จักกับเครื่องซักผ้าฝาหน้าของซัมซุงรุ่นนี้ไปพร้อมๆกันดีกว่าค่ะ

   สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่กำลังมองหาเครื่องซักผ้าอยู่แล้วล่ะก็วันนี้เราจะมาแนะนำเครื่องซักผ้าฝาหน้ารุ่น WW8500K ซึ่งถือได้ว่าเป็นรุ่นที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก ในส่วนของ AddWash ที่เป็นเครื่องซักผ้าที่สามารถจะใส่ผ้าลงไปเพิ่มได้ในขณะที่กำลังซักผ้าอยู่นั้นเองค่ะ ถือได้ว่านวัตกรรมใหม่ของเครื่องซักผ้าฝาหน้าของซัมซุงที่มีฝาหน้าที่สามารถจะเพิ่มผ้าเข้าไปในระหว่างที่มีการซักได้ เครื่องซักผ้าซัมซุงนั้นจะดูแลผ้าทุกชิ้นของเราให้อย่างดีถึงแม้จะมีผ้าที่ถูกลืมไว้เราก็สามารถที่จะนำกลับเข้าไปซักพร้อมกับตัวอื่นๆได้นั้นเองค่ะ โดยเราสามารถที่จะพักการซักการทำงานของเครื่องชั่วคราวเพื่อที่เราจะทำการเติมผ้าบางชิ้นลงไปได้ รวมทั้งเรายังสามารถที่จะเติมน้ำยาปรับผ้านุ่มได้อีกด้วยแล้วถึงจะเข้าไปสู่กระบวนการซักต่อไปนั้นเอง ในส่วนนี้ถือได้ว่าเป็นคุณสมบัติที่น่าสนใจเป็นอย่างมากเพราะโดยปกติเรามักจะลืมผ้าบางชิ้นนั้นเอง แต่เทคโนโลยีนี้สามารถที่จะช่วยในเรื่องของการลืมผ้าบางชิ้นในการซักได้เป็นอย่างดี โดยที่เราเพียงแค่กดปุ่ม Stop เครื่องซักผ้าก็จะมีการหยุดการทำงานชั่วคราวแล้วเราก็สามารถที่จะกดเปิดช่องสำหรับใส่ผ้าพิเศษด้านหน้าได้เพื่อที่จะใช้ในส่วนของการเติมผ้าลงไป แล้วก็กดปุ่ม Start ก็สามารถที่จะเริ่มทำงานได้อีกเหมือนเดิมนั้นเองค่ะ ในส่วนนี้ทำให้เราสามารถที่จะซักผ้าได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้นนั้นเองค่ะสำหรับในส่วนของประตูใส่ผ้าเพิ่มนั้นจะเปิดออกได้ทุกเมื่อหากอุณหภูมิภายในถังต่ำกว่า 50 นอกจากนี้ยังมีในเรื่องของพลังในการซักที่มีความสะอาดไร้คราบตกค้างบนผ้าอีกด้วย โดยปกติเครื่องซักผ้าฝาหน้ามักจะประสบกับปัญหาในเรื่องของการซักผ้าที่ไม่ค่อยจะสะอาดนั้นเอง จึงทำให้ได้ทีการพัฒนานวัตกรรมในเรื่องของเทคโนโลยีในการทำความสะอาด Eco Bubble ที่อาศัยแรงดันของอากาศกับน้ำเป็นตัวกลางในการเปลี่ยนทิศทางของผงซักฟอกให้กลายเป็นฟองที่มีความละเอียดก่อนที่จะมีการปล่อยเข้าสู่ถังซักนั้นเองค่ะ ในส่วนนี้มีความสำคัญเพราะจะทำให้ไม่เกิดคราบติดเสื้อผ้านั้นเองค่ะ นอกจากนี้ฟองที่เกิดขึ้นนั้นสามารถที่จะแทรกซึมเข้าสู่เส้นใยผ้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย ทำให้เราประหยัดพลังงานในการซักและยังเป็นการตัดปัญหาในเรื่องของคราบต่างๆที่จะเกิดขึ้นบนเนื้อผ้านั้นเองค่ะ มี Super Speed เป็นพลังที่ใช้ในการซักที่ทำให้ใช้เวลาในการซักที่น้อยลงนั้นเองค่ะ โดยเป็นเทคโนโลยีของ Super Speed ในเครื่องซักผ้าฝาหน้าของซัมซุงจะมีการให้พลังงานพิเศษที่เราสามารถที่จะมีการปั่นแห้งที่เสร็จได้ภายใน 59 นาที ทำให้ผ้ามีความสะอาด สามารถที่จะเป็นการถนอมผ้าไปในตัวโดยประสิทธิภาพที่เหนือกว่าของเครื่องซักผ้านั้นเองค่ะ

   จากที่เราได้พูดถึงคุณสมบัติต่างๆมันนั้น จะเห็นได้ว่าเครื่องซักผ้าฝาหน้านั้นก็สามารถที่จะทำอะไรได้หลายๆอย่างเช่นกัน และก็ถือได้ว่าเครื่องซักผ้าฝาหน้าของซัมซุงรุ่นนี้มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก หากเพื่อนๆคนไหนที่กำลังมองหาเครื่องซักผ้าเครื่องใหม่อยู่แล้วล่ะก็เครื่องซักผ้าฝาหน้าของซัมซุงเครื่องนี้ก็สามารถที่จะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจได้ค่ะ